เริง " อาร์ " รมย์
๑ ศิลปินดัดจริตลิขิตเขียน
ด้นเปลวเทียนลีลาบุบผาไหว
หฤหรรษ์สมสู่นกคู่ไพร
คือบทใบ้โบราณพิจารณ์กัน

๒ ธรรมชาติกระหวัดไว้ไม่ฮาโปก
เนินคูโคกโดกเดกโยกเยกสั่น
เกาะสะเอวอย่างช้าพาไปพลัน
อัศจรรย์ระทึกคึกคักทรวง

๓ ถ้าตกหลุมตกร่องไม่ปล่องชิ้น
ก็จงจินต์เลยไปข้าฯไม่หวง
เรื่องพรรค์นี้จั๊กจี้ดีหรือลวง
อยู่ที่กลวงหรือบ้องตันนั่นปะไร

๔ สำเนียงส่อภาษาพนาสวน
เขียนกวนๆ บ้านๆ มิทันสมัย
ถ้าวาบหวิววจีเว่อวอนอภัย
สำนวนไก่อ่อนหัดแสร้งจัดเจน

...๐ ๐ 0 0 ๐ ๐...

๕ โอม... ประนมกราบเทวานภาสรวง
นิมิตดวงปัญญาให้ข้าฯเห็น
ร่ายลิขิตเสกสรรฉันทลักษณ์เป็น
ดังเฉกเช่นเอกกวีเคยมีมา

๖ รัตติกาลปกคลุมตะคุ่มแสง
ฤดูแล้งผ่านไปใกล้พรรษา
ประกายพรึกกระพริบส่องท้องนภา
กัตติกาแจ่มสว่างกลางเดือนแรม

๗ สายลมโชยเฉี่ยวฉิวเย็นผิวเนื้อ
อากาศเอื้ออำนวยระรวยแย้ม
แก้วกรุ่นกลิ่นเชิญภมรบินร่อนแซม
หอมดั่งแก้มยุพาทาประทิน

๘ ชนบทห่างกรุงจรุงชื่น
เย็นระรื่นเริงรมย์สมถวิล
สงัดเงียบสงบงามสุขตามจินต์
วิมานดินถิ่นวนาน่าภิรมย์

๙ มรรคาจากหมู่บ้านผ่านชายป่า
ตัดทุ่งนาเลาะไพรใช้ดินถม
ทอดข้ามห้วยสะพานด่านพนม
น่านั่งชมน้ำในธารสำราญใจ

๑๐ แสงหิ่งห้อยร่อยลิบกระพริบแล้ว
ดูวาวแววจรัสตาคืนฟ้าใส
จันทร์แรมส่องต้องผิวชลยลแต่ไกล
แลวิไลคล้ายเพชรเก็จรองเรือง

๑๑ เชิงสะพานหนุ่มสาวใสวัยสิบหก
นั่งอิงอกอุ่นไอใจปลดเปลื้อง
ชายประคองหญิงไว้ไม่ขัดเคือง
ไกลจากเมืองหลบลี้หนีสายตา

๑๒ หญิงชื่ออินยินยลคนต่างถิ่น
เคียงชาวดินหนุ่มเหน้าไม่เดียงสา
สมัยคือนามนายชายบ้านนา
เร้นริมป่าอารมณ์หวามยามวิกาล

๑๓ จักจั่นหรีดเร้าเรียกเพรียกหาคู่
เป็นฤดูสมสู่สัตว์จึงอาจหาญ
คึกคะนองครองคู่ผู้ทะยาน
ตัวเมียร่านระเริงเพราะเพลิงกาม

๑๔ เปลี่ยวหนาวน้ำค้างพราวโพยมพร่าง
ตระกองนางนิ่มนวลใคร่ครวญถาม
ชอบหรือไม่ใช่มลักประจักษ์ความ
แนบนงรามมล่อยอ้อนป้อนมธุรา

๑๕ เป็นลำนำพร่ำครวญรัญจวนจิต
หยอกยั่วจริตเตลิดต่ำคำมุสา
ตลบตะแลงแต่งแต้มแต่กามา
โลมเล้าอารมณ์สตรีฤดีเปิง

๑๖ จึ่งอินฟังดังต้องตามประสงค์
นวลอนงค์วาดไว้ฤทัยเหลิง
ยอมทอดกายก่ายกระหวัดปัดไว้เชิง
แสร้งจุดเพลิงเริงระคะโมหะมัว

๑๗ สมัยใจมืดดำกฤษณะ
วิสาสะแนบเนื้อนงดั่งเมียผัว
สบสายตาซ่านกำซาบวูบวาบตัว
ใจระรัวละเลงรื่นระเริงกาม

๑๘ อินโอนอ่อนผ่อนคลายกายสะบัด
แต่โอบรัดระเลียดรอระรึงหวาม
ง่อนแง่นงับโงนเงนแง้มงุบงิบตาม
อ้อมแอ้มถามเสียงออดอ้อนอ่อนระทวย

๑๙ แอบชำเลืองวิหคเค้าเจ้ากรรมร่อน
ลดเลี้ยวผ่อนปีกเหนือโตรกโคกเนินห้วย
เหินถลาก้องกู่ดูระรวย
เกาะก้านกล้วยชันชูคอรอรูงู

๒๐ อินสุดเสียวเปลี่ยวป่าหญ้าหล็อมแหล็ม
มาอ้างแรมฉ่ำน้ำค้างทั้งหัวหู
กำตะพดคดเขื่องรอจ่อหน้ารู
ถ้าไม่ปูก็รูงูตูจะตี

๒๑ แต่งูเงี้ยวเขี้ยวขอลับล่อหาย
ไม่ออกลายเลื้อยลดหดหน้าหนี
เหลือไส้เดือนจ้อยร่อยดิ้นคอยที
เสียศักดิ์ศรีอสรพิษหงุดหงิดใจ

๒๒ หนุ่มจะลองท่องพงดงมะขาม
แต่ครั่นคร้ามงามหน้าถลาไถล
ถลกถลอกปอกเปิกมิทันไร
ทะลักไหลลื่นล้มทุรนทุราย

๒๓ ลุยพนาปะพงหญ้ามิกล้าแหวก
ฟ้าฝนแรกหลั่งลงร้อนองค์หาย
ตกพรำพรำแล้วแฉะฉ่ำน้ำกระจาย
หน้าไม่อายไร้เค้าอ้าวอกตรม

๒๔ สมัยใจเต้นตุบวิตกตื่น
ประหม่าชื้นมือไม้สั่นไม่สุขสม
ชะงักงันหงอกลัวเรือรั่วจม
ดำดิ่งล่มลงปากอ่าวร้าวชายเชิง

๒๖ อินปลอบใจมือใหม่พายเรือรั่ว
พี่อย่ากลัวกู้ได้คล้ายเถลิง
ขึ้นศกใหม่สบสนุกสุขรื่นเริง
ราคะเพลิงยังคุกรุ่นละมุนทรวง

๒๗ สาวลากลัดอ้อพงไปลงสรง
ลูบไล้องค์ชุ่มฉ่ำใจอย่าได้ห่วง
เลียบเลาะร่องท้องน้ำตื้นชื่นไม่ลวง
ชวนเด็ดพวงโกสุมปทุมบาน

๒๘ อยากเล่นสาดน้ำใส่ให้เปียกชุ่ม
โอ้บัวตูมชูช่อรอชายหาญ
เช้าคลี่กลีบแย้มเกสรอยู่ริมธาร
ราตรีกาลหุบเม้มมิดปิดกลีบใน

๒๙ แต่สมัยคล้ายทรพาแลลางั่ง
พิโถถังทุกขังเลอะหลั่งไหล
ห่วงห่าเหวห่วยเหี่ยวเสี่ยวปืนไว
น่าขับไสฮิ้วโฮช่วยโห่ฮา

๓๐ กิ่งมะอึกนกทึดทือกระพือปีก
ไม่เอาอีกกลับเถอะเราหนาวจริงหนา
ร่ำละลักขอโทษสาวเศร้าอุรา
ดีเกินว่าจะปู้ยำตำหม้อแกง

๓๑ อินให้นึกอึดอัดขัดจริต
มิเสร็จกิจจะรีบลาปลาแขยง
ครอบสุ่มไว้ได้มัจฉาไม่กล้าแทง
ปลาหลดแย่งลี้ลงรูเสียผู้คน

๓๒ จึงเร่งชวนกันกลับอยากดับจิต
ด้วยหงุดหงิดเสียอารมณ์มิสมผล
ขัดค้างคาเงื้อง่าไว้ให้พิกล
หมุบหมิบบ่นผีบ้าน่าละอาย

๓๓ แลทั้งสองลาลับขับรถเครื่อง
มิได้เรื่องนิ่งงันฝันสลาย
หญิงกระเส่าเง้างอดกอดหลังชาย
ไปนานกรายท้ายหมู่บ้านผ่านชายคา

๓๔ ดับเครื่องรถปิดไฟปล่อยไหลแล่น
อีด่างแด่นหอนเห่าสาวผวา
เกรงชาวบ้านซุบซิบหยิบนินทา
สมัยขาอินจะลงตรงปากซอย

๓๕ คล้อยหลังสาวหนาวใจชายเป็นห่วง
เกรงพุ่มพวงหลังลายไม่ควรหนี
จึงย่องตามแต่ห่างหวังฤดี
โอกาสมีไม่รีรอสู่ขอนาง

๓๖ ได้ยินเสียงน้าชายโวยวายลั่น
ว่ามั่วกันกับใครจนใกล้สาง
หน้าไม่อายร่านเหลือทนคนไร้ยาง
ผัวนอนร้างป่วยไข้เมียไปเริง

๓๗ พอได้ฟังหัวใจสมัยวาบ
เกือบทำบาปหยาบคายวัยยุ่งเหยิง
ศีลธรรมสะบั้นสิ้นอินดังเพลิง
ต้องเปิดเปิงเพราะสาวคาวโลกีย์

๓๘ ยินอินว่าผัวขาอย่างเพิ่งโกรธ
อินขอโทษมาช้าอย่าหันหนี
ผัวโวยวายนังชั่วเมียตัวดี
เอชไอวี ติดโรคภัยใครนำมา

๓๙ ทั้งผัวเมียทุ่มเถียงตะเกียงดับ
เสียงตุบตับเนียนัวรัวข้างฝา
อินกรีดร้องวาบหวิวสยิวอุรา
เจ็บแบบว่าสุดสวาทอัศจรรย์

๔๐ สมัยหนาวร้าวรวดเหงื่อกาฬแตก
แผ่นดินแยกดิ่งนรกตกสวรรค์
กลัวเชื้อร้ายกรายเหตุเพศสัมพันธ์
ภัยมหันต์โรคเอดส์ เอชไอวี

๔๑ ทรุดนั่งลงบ้วนน้ำลายดูคล้ายบ้า
ด้วยเหตุว่าอุปาทานจึ่งขวัญหนี
เชื้อเกาะกุมปากคอเจียวเสียวฤดี
บุญไม่มีคงม้วยซวยบรม

๔๒ อุทาหรณ์เรื่องนี้มีไม่มาก
กลัวแสบดากลุงป้าด่ากันขรม
เจริญพันธุ์กลัวโรคร้ายอย่าได้ตรม
ใช้ถุงลม เอ้ย ถุงยาง สำอางเอยฯ



ขอให้สุขสมอารมณ์หมาย






Create Date : 25 กรกฎาคม 2550
Last Update : 25 กรกฎาคม 2550 15:49:22 น.
Counter : 215 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

วรุณนฤมล
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชายหนุ่มนี้นามวรุณบุญคงน้อย
อายุด้อยต้อยต่ำไม่เดียงสา
รักศาสตร์ศิลป์จึงซมซานจากบ้านนา
ระเห็จมาเมืองกรุงมุ่งสร้างตัว


จิตพาล่องลอยย้อนไกลใจจึงเห็น
อดีตเช่นรอยกระทำทั้งดีชั่ว
สนุกเศร้าวาบหวิวบ้าโกรธกล้ากลัว
บาปพันพัวบุญนฤมิตอดีตตน

ให้คำนึงถึงสายลมโบกโชยเอื่อย
ธารเลาะเลื้อยริมชายป่าในหน้าฝน
มัจฉาน้อยเวียนแหวกว่ายเริงสายชล
ใบไม้หล่นรกราวป่าหญ้าขจี


บึงบัวบานชวนบินร่อนภมรภู่
ฝนพร่างพรูฟ้าสว่างพราวพร่างสี
ปทุมขาวแซมดอกม่วงชมพูมี
รื่นฤดีแดดรอนลับนกกลับรัง

กึ่งราตรีหอมลอยลมชมกลิ่นแก้ว
ปีบร่วงแล้วกลีบรำเพยพระพายสั่ง
หรีดเรไรพงไพรร้องก้องผาดัง
น้ำค้างหลั่งหมอกลอยโรยโปรยโพยม


แสนอาลัยในชีวิตคนชายป่า
นอนมองฟ้านับดวงดาวสกาวโสม
หนาวแต่นอกอุ่นทรวงในใจประโลม
เหมือนอาจโน้มวิมานฟ้าลงมาครอง

สมเพชใจย้ายเข้ากรุงมาตกอับ
หอพักคับแคบขัดเหมือนยัดกล่อง
อบอ้าวกายคล้ายอั้งโล่เสโทนอง
มองฝาห้องต้องคุมขังวังเวงทรวง


นี่หรือคือเวียงชั้นฟ้ามหาเขต
แดนอมเรศเจริญเฟื่องเรียกเมืองหลวง
คนแออัดแต่ส่วนใหญ่หัวใจกลวง
ความหลอกลวงล้วนหลอนทั่วทั้งตัวเมือง

ตึกสูงใหญ่ยอดชูชันถึงชั้นฟ้า
แลรถราล้มหลามคำรามเครื่อง
เสียงกระหึ่มฝุ่นควันฝ้านัยน์ตาเคือง
ค่ำคืนเรืองหลอดไฟฟ้าบ้าเล่นไฟ


บ้างรีบเร่งทำงานจนหามรุ่ง
บ้างก็มุ่งแสวงอำนาจให้บาทใหญ่
ลูกหลานถูกทิ้งขว้างเหมือนร้างไกล
เงินทองไซร้สิ่งสอพลอหล่อเลี้ยงกาย

ผู้มีอัฐถูกนับถือคือพระเจ้า
สั่งซื้อข้าวของสิ่งใดได้ดังหมาย
ต่างละโมบโลภริญำ*ศีลธรรมวาย
บ้างยอมขายแม้ศักดิ์ศรีชีวีตน


แบ่งผักฝ่ายรวมพลังไล่ให้อนาถ
จ้องพิฆาตทำลายล้างอ้างฉ้อฉล
เงินเป็นใหญ่ไร้คุณธรรมนำกมล
ล้วนวกวนก่อบาปกรรมย่ำยีกัน

คนจนดั่งนายวรุณฤๅอุ่นสุข
แค่ไม่ทุกข์เพียงวันใดใช่คือฝัน
จะกินอิ่มนอนอุ่นได้อย่างไรกัน
เพราะนับวันเงินร่อยหลอไม่พอกิน


อุตส่าห์สอบเอนทรานซ์แล้วติดแถวหน้า
เข้ามหาวิทยาลัยได้เรียนศิลป์
ลูกชาวนาสามัญชนจนติดดิน
ต้องโผผินจากบ้านนามาอยู่กรุง

พ่อก็แก่แม่ก็เฒ่าเจ้าคงเห็น
อยากจะเป็นนายช่างศิลป์ตามจินต์มุ่ง
ต้องไขว่คว้าสองมือหาสองขาพยุง
ถึงไต่รุ้งสอยตะวันไม่ครั่นคราม

All Blog