ดวงดาราดารดาษอากาศหนาว
..
รำพันสวัสดิ์


ดวงดาราดารดาษอากาศหนาว
นั่งนับดาวคนเดียวเปลี่ยวจริงหนอ
หมอกโรยพร่างน้ำค้างพรมระทมรอ
มิเคยท้อขอคำนึงถึงนวลนาง

สามสิบปีมิพบประสบพักตร์
แต่คำรักตรึงอยู่ฤๅรู้หมาง
มิกล้าสอยต้อยต่ำจึงอำพราง
เลยอ้างว้างทุกข์ตรมระบมทรวง

โอ้สวรรค์พลันสว่างนางมาพบ
ให้เร้ารบคืนดีชีวีห่วง
รอยบาปกรรมช้ำเศร้าเรามิลวง
คงยากควงเคียงนางขอร้างจร

ชอบชีวิตอิสระกลัวละโสด
ยังคิดโลดแล่นเดี่ยวเที่ยวดังก่อน
ถึงสุดรักภักดีศรีบังอร
ขอสมรเห็นใจอภัยชาย

จันทร์ไร้ใจให้หนาวร้าวซึมลึก
ภูกลางดึกคืนเก่าเคียงเคล้าหมาย
นับดาราอ้อนฟ้าเคยท้าทาย
พยานชายเชยหญิงภักดิ์อิงอร

แต่ดอกฟ้าสูงค่าเกินคว้าไขว่
พ้นมือได้ชายอื่นคืนทอดถอน
มองดาราครั้งใดให้อาวรณ์
อกสะท้อนท้อแท้สุดแต่กรรม

จึ่งรอนแรมร่อนเร่ชีพเหหัก
รับบทหนักรักเสรีชีวีถลำ
ล่องทั่วโลกยากไร้ตามใจจำ
เกี่ยวเก็บนำประสบการณ์งานกวี

ตัดสินใจไว้ว่าจะลาลับ
หกสิบกลับอับอายใกล้เป็นผี
ถึงรักก็ของเลี่ยงเคียงฤดี
จำต้องหนีเช่นรำพัน จันทร์ไร้ใจ




....


กรุณาคลิกที่นี่เพื่ออ่านบทร้อยแก้วได้ในกระทู้ รำพันสวัสดิ์ ตอน
พระจันทร์ไร้ใจ





..
ขอให้สุขสมอารมณ์หมาย



Create Date : 21 กรกฎาคม 2550
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2555 22:36:35 น.
Counter : 193 Pageviews.

10 comments
  

สวัสดีค่ะ..

มาอ่านบทกลอนไพเราะมากค่ะ...
โดย: พิจักษณา วันที่: 22 กรกฎาคม 2550 เวลา:12:41:51 น.
  
ขอบคุณครับคุณพิจักษณา
บล็อกเหงาๆ ดีใจจังที่มีผู้ชม
โดย: วรุณนฤมล IP: 203.172.112.68 วันที่: 22 กรกฎาคม 2550 เวลา:13:35:56 น.
  
ไพเราะมากค่ะ
ไว้ล๊อกอินได้จะมาแอดบล๊อกนะคะ
โดย: ปาต้า pataramin IP: 125.24.139.152 วันที่: 22 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:23:42 น.
  
แวะมาอ่านครับ

ยังไม่ได้ล็อคอินครับ ไว้จะชวนเพื่อน ๆ มาอ่านอีกนะครับ

อิอิ
โดย: อาคุงกล่อง IP: 210.246.162.77 วันที่: 22 กรกฎาคม 2550 เวลา:17:23:55 น.
  
แวะมาแอดบล๊อกค่ะ
โดย: ปตารมินทร์ (pataramin ) วันที่: 22 กรกฎาคม 2550 เวลา:18:14:22 น.
  
ปตารมินทร์ ยินดีต้อนรับครับ จะทยอยลงผลงานต่อครับ หวังว่าคงถูกใจ
อาคุงกล่อง ขอบคุณ ขอบคุณ
โดย: วรุณนฤมล วันที่: 22 กรกฎาคม 2550 เวลา:21:52:10 น.
  
..มาอ่านบทกลอนที่ไพเราะ อ่อนหวาน ลงตัวได้ดีกับเพลงบรรเลงที่นำมาประกอบนะคะ..

แล้วจะมาอ่านบทต่อๆไปค่ะ
โดย: หทัยชนก (Nok_Noah ) วันที่: 23 กรกฎาคม 2550 เวลา:12:04:01 น.
  
ดวงดาราดารดาษอากาศชื้น
ในค่ำคืนที่ฝนพรำ..รำพันถ้อย
ฝนโปรยพร่างข้างหน้าต่าง อ้างว้างคอย
ใจเลื่อนลอยคอยพบพักตร์หวังรักคืน

กี่ปีผ่านกาลเปลี่ยนหมุนวุ่นวายจิต
ประหวัดคิดผิดสิ่งใดใยเป็นอื่น
คงเป็นเพียงการเลี่ยงหลีกปลีกที่ยืน
ไปหวานชื่นกับคนใหม่ไม่หวนมา

ใครจะรั้งเฝ้านั่งรอไม่ขอกลับ
ดาราดับเหงาจับใจ ไม่เห็นหน้า
ฝนยังพร่างคนร้างไร้ใจโศกา
ตัดพ้อฟ้า..อากาศหนาว ร้าวเหลือเกิน...
โดย: ปตารมินทร์ (pataramin ) วันที่: 23 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:22:52 น.
  
ปตารมินทร์


ร้าวใจใครรอมิขอกลับ
มิกล้ารับไมตรีพี่ขัดเขิน
ฝนฟ้าฤๅขัดได้ให้เผชิญ
ก้มหน้าเดินเพียงลำพังห่างนารี

ดาราดับคับใจไร้วาสนา
โอ้ชะตาพาเหร่อนเร่หนี
หาได้ชื่นรื่นสมัครรักอื่นมี
ดวงใจพี่มอบน้องครองลำพัง


กลอนช่างหวาน ร้าวรานใจ


หทัยชนก

ขอบคุณที่รับเราเป็นเพื่อน
และยินดีที่รู้จักครับ


..
โดย: วรุณนฤมล IP: 203.172.112.90 วันที่: 23 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:02:05 น.
  
ไพเราะมากเลยค่ะ
โดย: คนตัวเล็ก IP: 125.26.80.177 วันที่: 7 มกราคม 2551 เวลา:15:24:56 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

วรุณนฤมล
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชายหนุ่มนี้นามวรุณบุญคงน้อย
อายุด้อยต้อยต่ำไม่เดียงสา
รักศาสตร์ศิลป์จึงซมซานจากบ้านนา
ระเห็จมาเมืองกรุงมุ่งสร้างตัว


จิตพาล่องลอยย้อนไกลใจจึงเห็น
อดีตเช่นรอยกระทำทั้งดีชั่ว
สนุกเศร้าวาบหวิวบ้าโกรธกล้ากลัว
บาปพันพัวบุญนฤมิตอดีตตน

ให้คำนึงถึงสายลมโบกโชยเอื่อย
ธารเลาะเลื้อยริมชายป่าในหน้าฝน
มัจฉาน้อยเวียนแหวกว่ายเริงสายชล
ใบไม้หล่นรกราวป่าหญ้าขจี


บึงบัวบานชวนบินร่อนภมรภู่
ฝนพร่างพรูฟ้าสว่างพราวพร่างสี
ปทุมขาวแซมดอกม่วงชมพูมี
รื่นฤดีแดดรอนลับนกกลับรัง

กึ่งราตรีหอมลอยลมชมกลิ่นแก้ว
ปีบร่วงแล้วกลีบรำเพยพระพายสั่ง
หรีดเรไรพงไพรร้องก้องผาดัง
น้ำค้างหลั่งหมอกลอยโรยโปรยโพยม


แสนอาลัยในชีวิตคนชายป่า
นอนมองฟ้านับดวงดาวสกาวโสม
หนาวแต่นอกอุ่นทรวงในใจประโลม
เหมือนอาจโน้มวิมานฟ้าลงมาครอง

สมเพชใจย้ายเข้ากรุงมาตกอับ
หอพักคับแคบขัดเหมือนยัดกล่อง
อบอ้าวกายคล้ายอั้งโล่เสโทนอง
มองฝาห้องต้องคุมขังวังเวงทรวง


นี่หรือคือเวียงชั้นฟ้ามหาเขต
แดนอมเรศเจริญเฟื่องเรียกเมืองหลวง
คนแออัดแต่ส่วนใหญ่หัวใจกลวง
ความหลอกลวงล้วนหลอนทั่วทั้งตัวเมือง

ตึกสูงใหญ่ยอดชูชันถึงชั้นฟ้า
แลรถราล้มหลามคำรามเครื่อง
เสียงกระหึ่มฝุ่นควันฝ้านัยน์ตาเคือง
ค่ำคืนเรืองหลอดไฟฟ้าบ้าเล่นไฟ


บ้างรีบเร่งทำงานจนหามรุ่ง
บ้างก็มุ่งแสวงอำนาจให้บาทใหญ่
ลูกหลานถูกทิ้งขว้างเหมือนร้างไกล
เงินทองไซร้สิ่งสอพลอหล่อเลี้ยงกาย

ผู้มีอัฐถูกนับถือคือพระเจ้า
สั่งซื้อข้าวของสิ่งใดได้ดังหมาย
ต่างละโมบโลภริญำ*ศีลธรรมวาย
บ้างยอมขายแม้ศักดิ์ศรีชีวีตน


แบ่งผักฝ่ายรวมพลังไล่ให้อนาถ
จ้องพิฆาตทำลายล้างอ้างฉ้อฉล
เงินเป็นใหญ่ไร้คุณธรรมนำกมล
ล้วนวกวนก่อบาปกรรมย่ำยีกัน

คนจนดั่งนายวรุณฤๅอุ่นสุข
แค่ไม่ทุกข์เพียงวันใดใช่คือฝัน
จะกินอิ่มนอนอุ่นได้อย่างไรกัน
เพราะนับวันเงินร่อยหลอไม่พอกิน


อุตส่าห์สอบเอนทรานซ์แล้วติดแถวหน้า
เข้ามหาวิทยาลัยได้เรียนศิลป์
ลูกชาวนาสามัญชนจนติดดิน
ต้องโผผินจากบ้านนามาอยู่กรุง

พ่อก็แก่แม่ก็เฒ่าเจ้าคงเห็น
อยากจะเป็นนายช่างศิลป์ตามจินต์มุ่ง
ต้องไขว่คว้าสองมือหาสองขาพยุง
ถึงไต่รุ้งสอยตะวันไม่ครั่นคราม

All Blog