๐๐๐ ใบมะขามร่วงพลิ้ว ดอกรักโรยรา ๐๐๐
..
รำพันสวัสดิ์
..




แดดจัด
ผมรู้ หล่อนร้อน
จริง หล่อนเร่าร้อน
หากสัมผัสอาจรับรู้ได้ว่า ทั้งแดดและหล่อนแผดร้อนพอกัน

ผมชอบหล่อน
หล่อนดึงดูดสายตา
ใช่ หล่อนสวย ผมไม่อาจปฏิเสธ
แต่ผมชอบความเป็นตัวตนของหล่อนมากกว่า

ในผ้าถุงผืนน้อย หล่อนดูสวย
แต่กลางคืน หล่อนสวยกว่านี้ ขอบอก
ถึงไง กลางแดด หล่อนก็ยังดูร้อนเร่าเร้าใจ

ผมแอบชำเลืองบั้นท้ายกลมกลึง
เปล่าทะลึ่ง บังเอิญตาเห็น
ให้ตาย มันสมส่วนชวนมองบอกไม่ถูก

เชื่อแล้ว พรรคพวกนักโบราณคดีที่รัก
อารยธรรมมนุษย์เริ่มต้นที่เชิงกรานเป็นแน่แท้
ท่ายืนแอ่นระแน้สอยมะขามของหล่อนเป็นพยาน

จริง ผมเห็นอนาโตมี่ของหล่อนทะลุปรุโปร่ง
แดดรำไรใต้ต้นลอดร่องส่องง่ามมะขามฝัก
เว้าโค้งโอ่โถงได้ส่วนสัด อวบอิ่มแลไม่อึดอัด ไหวสะบัดยอดระบัดจะปริใบ
เปล่าลามก ผมแค่หมายถึง เงางุ้มคุ้มกิ่งใบใต้ต้นมะขาม

“มาทำไม” หล่อนถามสั้นๆ
“มาซื้อดอก” ผมด้นด้วนๆเช่นกัน
“ทะลึ่ง” แก้มแดงระเรื่อเลือดฝาดทันตา ยิ่งแล ยิ่งชวนประหวั่นพรั่นใจ
“เปล่า”
“เปล่าอะไร ชิมมะขามไหม” หล่อนโปรยยิ้มแก้ขวย
“ขอชิมอย่างอื่นได้ไหม”
“อย่าพูดเล่น”
“พูดจริง”
“คนบ้า”
หล่อนโยนมะขามให้สองฝัก แล้วยักคิ้วชวนชิม
แต่บอกแล้วไง ผมอยากกินอย่างอื่น

แดดจัด ผมเร่าร้อน หิวน้ำแทบขาดใจ
“ขอน้ำกินหน่อย”
หล่อนหัวเราะร่า แล้วชวนกันไปกระท่อม
เปล่า เราไม่ได้ชวนกันไปกินข้าวต้มกลางวัน แค่ไปกินน้ำ

แฉะจนได้
ลมร้อนโชย ผมเหงื่อชุ่ม เสื้อแฉะ
ลมผีหัวกุดพัดใบมะขามปลิวว่อน
หล่อนไม่สะทกสะท้านสักนิด แค่กระพริบตา

“ตกลงมาทำไม”
“ก็แค่คิดถึง”
แคร่ไม้ไผ่หน้ากระท่อมโยกเยกเอียดออด
เราช่วยกันโยก ก็มันขวย

หล่อนเป็นเพื่อนโรงเรียนเก่า
ผมมักฝันถึงหล่อน
จริง ผมชมชอบเมื่อได้ฝันถึงหล่อน
จนบางคืนอยากฝันถึงไม่ยอมเลิก

“กลับมานานแล้วยัง”
“มาได้สองวันแล้ว”
“เรียนจบแล้วเหรอ”
“เปล่า” ผมส่ายหน้า นิสัยเสียชอบปฏิเสธ แก้ไม่หาย
ผมได้เรียนมหาวิทยาลัยในกรุง แต่หล่อนได้แสดงผลงานในมหาวิทยาลัยชีวิต

“มะขามหวานไหม” หล่อนแลบลิ้นล้อเลียนหลังคำถาม
จำได้ว่า หล่อนขี้อายที่หนึ่ง ผมรักท่าทีไม่เดียงสาของหล่อน
“หวานเหมือนที่เคยชิม”
“ชิมเมื่อไหร่”
“ก็ตอนมอห้า” ผมคุ้ยความหลังแบบว่า ปั๊ปปี้เลิฟ
หล่อนไม่ตอบแต่ม้วนอาย
ตอนมอห้าผมเคยหอมแก้มหล่อน แล้วเจอตบ

“จะอยู่บ้านกี่วัน”
“อีกสองวันกลับ”
“คิดถึง” หล่อนกล้ากว่าเมื่อครู่
แต่ผมอึ้ง

ผิวคล้ำของหล่อนไม่ยักกร้านแดด
สาบาน ผมชอบผิวสีไข่มุกดำ
และชอบบางอย่างที่ ทั้งดำทั้งหยิก
เปล่า ผมแค่หมายถึงผมหยิกฟูของหล่อน

ต่อมา แอบชำเลืองที่ซอกคอ ไล่ต่ำลงไปถึงคอกระเช้า
แล้วพบความจริงของชีวิต
ปีนี้หล่อนเป็นสาวเต็มตัวแล้ว
ให้ตาย สาวกว่าที่เคยจินตนาการไว้เมื่อกลางดึก
ผมจึงเริ่มจะหายใจขัด

โอย เขิน
ผมแก้เขินขวยด้วยการผิวปากฮัมเพลง
ซานตาน่า จึงกรีดร่ายสายกีตาร์สะกดมนต์ดำอยู่กลางทุ่ง
ผมวาบหวิวไปกับทำนองบาดใจโคตรๆ
เพลง “แบล็ค เมจิก วูแม่น” มาได้ไง ผมยังงงๆ
แต่จิตใต้สำนึกกระซิบว่า เพลงนี้ช่างเหมาะกับหล่อนนัก
อยู่ใกล้หล่อน ผมเคลิ้มไป คล้ายดังต้องมนตราแห่งวูดู

แทบใบ้
นอกจากผิวปาก ผมแทบใบ้
อยู่ไกลกัน มีเรื่องเป็นร้อยเป็นพันจะพร่ำกล่าว
พอแนบเนา ไม่อาจกล่าวอะไร ทำได้แค่มองตาปริบๆ

“ทำงานอะไร” ผมงัดออกมาได้หนึ่งคำถาม
“อย่ารู้เลย เราอาย”
“มีงานทำ ทำไมต้องอาย”
“ก็มันไม่ค่อยดี”
“เหรอ” ผมไม่ถามต่อ

หล่อนชวนคุยถึงเพื่อนอีกหลายคน
เรารำลึกวีรกรรมวัยรุ่นอย่างไม่รู้เบื่อ จนตะวันคล้อย

“เรากลับก่อนนะ พรุ่งนี้จะมาหาอีก”
“คืนนี้ว่างไหม ไปแรดกับเราหน่อย” หล่อนชวนหน้าตาเฉย
แน่นอน ผมยินดี ไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว
ก็มันว่าง คืนนี้ ตั้งใจทำตัวให้ว่างเพื่อหล่อน

แสงไฟกลางคืนล่อแมงเม่าบินว่อน
แต่ไฟสีชมพูล่อแมงผู้ชายออกจากบ้าน
คาราโอเกะริมทางหลวงไกลกรุง มีไว้พักใจชายจร
แมงผู้ชายหลายตัวรวมทั้งผมกำลังนั่งดมดูดื่มด่ำกำไมค์
ใช่ ดมควันบุหรี่ ดูโชว์บนเวที ดื่มหรือแดกน้ำอัมฤต คลอเพลงหรือบางทีท่องเพลง

คืนนี้ผมเริ่มเมาแล้ว
เมาเร็วเพราะดื่มเร็ว ผมคออ่อนผิดฟอร์ม

เวลาเมา ผมมักโทษไปสารพัดสาระเพ
ขอโทษ คืนนี้ผมขออนุญาตก่นด่าสักที
ผมโกรธแค้นสังคม การเมือง เศรษฐกิจ ชนิดไม่อาจให้อภัย
ผมเบื่อพวกหลอกลวง แก่งแย่งอำนาจ จนทำลายประเทศชาติ ทำร้ายประชาชน

ใช่ ในความมึนเมา ผมกำลังหัวใจสลาย
แสงจ้า ผมหรี่ตาไม่อยากมองเวที
ถึงเพลง “สาวกระโปรงเหี่ยน” ออกจะเร้าใจ
แดนเซอร์นุ่งสั้นบนเวทีกำลังดิ้นเร่าเขย่าทรง แลขาวผ่องต้องตา
ผมก็ยังแทบไม่อยากแล

ให้ตายเถอะ
พวกคุณๆ รู้ไหม
ก็ “แบล็ค เมจิก วูแม่น” ของผม
คืนนี้ หล่อนนุ่งกระโปรงสั้นแค่คืบ
โอ ยามต้องแสงไฟบนเวที หล่อนดันแลขาวเนียนละไม
แถมกำลังดิ้นเร่าเร้าใจ สะเดิดเริดไปในท่วงทำนองเพลงหมอลำ

ใช่ หล่อนเป็นดานเซอร์ กำลังเต้นโชว์เรียกแขก
ผมรู้ หล่อนทำอาชีพพิเศษด้วย เห็นแค่นี้ก็ดูออกแล้ว

โอย หัวใจผมสะอื้น แบบว่า กระเดี้ยกระด้อ บ่ มี แฮง

แต่ที่สุด ก็อดไม่ได้ที่จะชำเลืองบั้นท้ายกลมกลึงของหล่อน
ก็ มันสมส่วนชวนมองบอกไม่ถูก
สาบาน เชื่อแล้ว อารยธรรมมนุษย์เริ่มต้นที่เชิงกรานเป็นแน่แท้
ท่ายืนแอ่นระแน้สอยมะขามของหล่อนเป็นพยาน





..
กรุณาคลอเพลง B L A C K M A G I C W O M A N / G Y P S Y Q U E E N
ในทำนองหมอลำ สาวกระโปรงเหี่ยน
แล้วจิบ ยี่สิบแปดดีกรี เขย่ากับ เตกีร่า ในมะนาวฝานเปื้อนมะขามเปียก
เพื่อให้เกียรติ รักแรก ของผม






Create Date : 02 สิงหาคม 2550
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2555 22:08:23 น.
Counter : 685 Pageviews.

12 comments
  
เชิงอรรถ



เชิงกราน เตาไฟปั้นด้วยดิน ยกตั้งได้ มีชานสำหรับวางฟืน

เออ แล้วมันเกี่ยวยังไงกับอวัยวะบริเวณบั้นเอว

อ้อ ก็กระดูกตะโพกดันมีสัณฐานเหมือนเชิงกราน

แต่ให้ตาย รุ่งอรุณแห่งอารยธรรมมนุษย์ เกิดขึ้นเพราะเชิงกรานแท้ๆ

จริง ก็กระดูกเชิงกรานมนุษย์ เนี่ย ต่างจากลิงตรงมันมีโครงสร้างที่ทำให้

พวกเราๆยืนตรงบนสองขาได้อย่างสง่าผ่าเผย เลยดูเหมือนว่าต่อมาจะฉลาดขึ้น

แต่แล้ว มนุษย์ก็ดันทำอะไรโง่ๆ ชนิดไม่น่าให้อภัย

เล่นกวาดทำลายทรัพยากรบนโลกซะปี้ป่นถลนเถลือกแบบนี้ ไม่โง่จะให้เรียกว่าอะไร
โดย: วรุณนฤมล วันที่: 2 สิงหาคม 2550 เวลา:15:13:04 น.
  
แอ่นระแน้ คำสร้อย ไม่พบในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน

แอ่น หมายถึงลักษณะของสิ่งที่มีความโค้งนูนจากแนวระดับ

ระแนะ หมายถึงเครื่องสำหรับรองรากตึกหรือเสาเรือน บางทีหมายถึงท้องเรือ

แอ่น เมื่อรวมกับ ระแนะ คาดเดาล้วนๆว่า เรียกเพี้ยนไปเป็น แอ่นระแน้

อาจหมายถึงแอ่นโค้งเหมือนท้องเรือ หรือการโอนเอนของเรือนเนื่องจากระแนะทรุดตัว

แต่ความหมายทั่วไปเวลากล่าว รับฟังได้อย่างน้อยสองสถานคือ

ประการแรกใช้กับคนเมาสุราอย่างหนัก จนทรงกายไว้แทบไม่อยู่ เกิดอาการโอนไปเอนมา

ประการที่สองมักหมายถึงมนุษย์โดยเฉพาะอิตถีเพศในท่ายืน โดยมีส่วนโค้งนูนแลดูงดงาม สังเกตเห็นได้จะๆกระจ่างตา

แบบว่าในเพศหญิงบางนาง ลางทีทำท่าแอ่นระแน้ แลแล้ว บุรุษเพศให้เร้าใจซะจนไม่อยากจะพูด ได้แต่กลืนน้ำลาย เอื๊อก
โดย: วรุณนฤมล วันที่: 2 สิงหาคม 2550 เวลา:15:14:00 น.
  
อนาโตมี่ anatomy แปลว่า กายวิภาคศาสตร์ หมายถึงวิทยาศาสตร์การแพทย์แขนงหนึ่ง

เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยอวัยวะของมนุษย์

ครือ ว่าด้วยโครงสร้างของร่างกายโดยศึกษาเป็นส่วนๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ผมชอบศึกษาส่วนไหน



ข้าวต้มกลางวัน อาหารมื้อเที่ยงในแบบจีน ประกอบด้วยกับที่ทานได้กับข้าวต้ม แต่ไม่เห็นจะเกี่ยวสักติ๊ดกับเรื่องนี้

ก็ ที่จริงมันเป็นสะแลง หมายถึง ทำอะไรวุ่นวายใต้สะดือตอนที่ฟ้ายังแจ้งจ่างป่าง เอ้ย ฟ้ายังสว่างอยู่ ขอรับ



ลมผีหัวกุด ชื่อเรียก พายุหมุนขนาดย่อมในฤดูแล้งของชาวอีสาน มักพัดขี้ฝุ่นฟุ้งในตอนบ่าย

เป็นสัญลักษณ์ของลางร้าย หรือลางทีแลคล้ายดังปิศาจเร่ร่อนมาหลอกหลอนกวนใจ



ปั๊ปปี้เลิฟ puppy love รักแรกในวัยเด็กแก่แดดหรือวัยแรกรุ่น คล้ายรักแบบลูกหมา

มาเร็วแล้วเลยไปกลายเป็นอดีตอันแสนน่ารัก

แต่หลายคนฝังใจไปจนแก่เฒ่า เฝ้าครวญคำนึงแบบขำๆอำๆ


โดย: วรุณนฤมล วันที่: 2 สิงหาคม 2550 เวลา:15:14:29 น.
  
ซานตาน่า วงดนตรีชื่อดังก้องโลก มีผู้ฟังกว่าร้อยล้านคน หัวหน้าวงชื่อ คาลอส ซานตาน่า

เป็นชาวเม็กซิกัน ก่อตั้งราวทศวรรษที่ 60

เดิมเล่นแนว ร็อค แอน โรล ต่อมาเปลี่ยนแนวไปหลากหลายทั้ง เรคเก้ ลาติน บลูส์

และ คลี่คลายโดยผสมเป็นจับฉ่าย ในแบบ เวิร์ล มิวสิก



แบล็ค เมจิก วูแม่น Black magic woman / Gypsy queen

คือเพลงฮิตของวง ซานตาน่า ดังมาตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 1970 จวบจนปัจจุบัน

ที่ยังดังเพราะเป็นเพลงที่มีท่อนนำเป็นโซโล่กีตาร์อันแสนรวดร้าวกินใจ เพลงบาดอารมณ์ได้อย่างลึกล้ำเหลือร้าย

นักดนตรีร็อกเกอร์มือดีส่วนใหญ่เลือกเป็นเพลงวอร์มอัพก่อนเล่นเพลงอื่น

แถมอีตา คาลอส ซานตาน่า ก็แกล้งทำหน้าตาหล่อเลียนแบบพี่เล็ก คาราบาว ซะ แลยังกะแฝดคนละฝา

โดย: วรุณนฤมล วันที่: 2 สิงหาคม 2550 เวลา:15:15:26 น.
  
มนตราแห่งวูดู มนต์ดำของพ่อมดหมอฝีในประเทศแถบคาบสมุทรคาริเบียน

มีอำนาจสะกดคนตายให้ฟื้นขึ้นมาเป็นทาสรับใช้ ที่เรียกกันว่า ซอมบี้

คนเป็นๆบางคน ก็ยังอาจถูกมนตราแห่งวูดูสะกดให้เสียสติ บ้างถึงกับเลื่อนลอย ทำตามคำสั่งของพ่อมดอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ

พิธีกรรมของวูดูประกอบด้วย เสียงกลองเร้าใจในจังหวะของคนผิวสี ซึ่งกระตุ้นให้มนต์ดำขลังมากยิ่งขึ้น

มักมีการเซ่นไหว้ปิศาจหรือเทพเจ้าจากโลกมืดด้วยเลือดสัตว์ ต่อมาจะทำการทรงเจ้าเข้าผี

เมื่อเทพเจ้าประทับทรงแล้ว ก็ดำเนินพิธีด้วยการเข้าร่วมเต้นระบำของบรรดาเหล่าสาวก

โดยเต้นตามแบบหมอผีอย่างบ้าคลังไร้สติ

เดิมทีอาจจบพิธีด้วยการสังเวยชีวิตเหยื่อมนุษย์เป็นๆ ที่ถูกล่อลวงหรือจับมา

เพื่อแลกกับอำนาจวิเศษจากเทพเจ้าในปรโลก

ปัจจุบันพิธีกรรมวูดูหาดูได้ยากในคาริเบียน แต่ไม่น่าเชื่อว่า

พิธีทรงเจ้ากลับเฟื่องฟูขึ้นในบ้านเรา ในไม่ช้าคงจะได้เป็นมหาอำนาจทางนี้
โดย: วรุณนฤมล วันที่: 2 สิงหาคม 2550 เวลา:15:15:45 น.
  
สะเดิด อาการตกใจ สะดุ้ง ผวา เป็นไปตามลีลาธรรมชาติในแบบลาวอีสาน

ปัจจุบันหมายถึง การเต้นรำแบบโขยกเขย่าในจังหวะแสนเร้าใจแนวหมอลำ

มันส์แบบว่าหัวไหล่ตะโพกแทบจะหลุดกระจาย



สาวกระโปรงเหี่ยน ชื่อเพลงลูกทุ่งอีสานในสไตล์หมอลำ

ร้องโดยวง พีสะเดิด พูดถึงสาวน้อยนักเรียนนักรัก

หล่อนแอบหนีโรงเรียนไปซิ่งมอเตอร์ไซค์กับหนุ่มๆ โดยเปลี่ยนชุดนักเรียนเป็นกระโปรงสั้นจู๋

ดูแล้วขัดนัยน์ตาพ่อใหญ่แม่ใหญ่ หล่อนมีรสนิยมชอบนั่งซ้อนท้ายจักรยานยนต์โก้ๆแบบว่า เป็นสาวแว้น

คำว่าเหี่ยน แปลว่าสั้น กระโปรงเหี่ยนก็คือ กระโปรงชนิดสั้นมาก ใส่แล้ววาบหวิวสยิวลูกตาหนุ่มๆ

แต่ในสายตาชายผู้สูงวัยมีอาวุโสบางท่าน แลแล้วกลับไม่มีอาการสะทกสะท้านใดๆ

เปล่า มิใช่บรรลุธรรม แต่เป็นเพราะฝ้าฟางมองไม่เห็นความขาวอันแสนสะเด่าเร้าทรวง
โดย: วรุณนฤมล วันที่: 2 สิงหาคม 2550 เวลา:15:16:14 น.
  
คาราโอเกะ การอันบุคคลพยายามร้องเพลงให้เพราะ ตามเสียงดนตรีที่ใบ้นักร้อง

คำนี้เป็นศัพท์ในภาษาญี่ปุ่นมาจาก คาระ กับ โอเก๊ะ แปลว่าดนตรีใบ้

คือดนตรีที่ไม่มีนักร้อง

เดิมมีในสถานบริการให้แหกปากร้องอยู่ทั่วทุกหัวระแหง

ต่อมาคาราโอเกะก็ลุกลามเข้าไปในบ้าน

แต่ที่สุดต่างคนต่างเบื่อ ผัวจึงร้องมั่งให้เมียร้องมั่ง แล้วตัวเองแอบออกไปร้องนอกบ้านกับสาวๆ

ซึ่งมีหน้าที่บริการช่วยร้องแทนเวลาเมา

สาวบริการที่ว่าอาจบริการร้องและรำทั้งในและนอกสถานที่ แล้วแต่คารมกับราคาค่างวด

แต่ดูเหมือนอันหลังจะได้ผลชะงัดกว่ามาก
โดย: วรุณนฤมล วันที่: 2 สิงหาคม 2550 เวลา:15:17:09 น.
  
ดานเซอร์ dancer นางรำ หางเครื่อง นักเต้น

เมื่อมีระดับหรือเกิดอาการไฮคลาสมากขึ้น ก็เลยเรียกโก้ๆ ทับศัพท์ซะแบนแต๊ดแต๋ ว่า ดานเซอร์



กระเดี้ยกระด้อ บ่ มี แฮง ภาษาอีสาน หมายถึง อาการระทดระทวย ด้วยเหตุอันอุบาทว์อุบายร้ายแรง

มันแรงซะจนรับไม่ได้ มือไม้จึงอ่อนเปลี้ยไปหมด น้ำตาหยดรินหลั่งภายใน ไร้สิ้นซึ่งเรี่ยวแรง

เทียบเคียงกับภาษาไทยได้ว่า สะทกสะท้อนอ่อนใจ ไร้กำลัง
โดย: วรุณนฤมล วันที่: 2 สิงหาคม 2550 เวลา:15:17:36 น.
  
อืม..ค่ะ
โดย: pataramin วันที่: 9 สิงหาคม 2550 เวลา:10:08:40 น.
  
pataramin

ขอบคุณที่ให้เกียรติครับ
ความจริงผมแอบเข้าไปชมบ้านคุณ pataramin หลายครั้งแล้วครับ แต่อาย ไม่กล้าลงชื่อ
ยินดีที่รู้จักครับ
โดย: วรุณนฤมล วันที่: 12 สิงหาคม 2550 เวลา:17:42:38 น.
  
ไม่มาได้เข้ามานาน อัพบล๊อคน่ารักเชียวนะคะ..
โดย: ก้อนหินริมทาง วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:11:16:33 น.
  
ขอบคุณ คุณก้อนหินริมทางที่ระลึกถึงกัน
สบายดีนะครับ
แล้วพบกันได้ใน ถนนฯ พันทิพ ครับ
โดย: วรุณนฤมล วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:23:22:11 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

วรุณนฤมล
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชายหนุ่มนี้นามวรุณบุญคงน้อย
อายุด้อยต้อยต่ำไม่เดียงสา
รักศาสตร์ศิลป์จึงซมซานจากบ้านนา
ระเห็จมาเมืองกรุงมุ่งสร้างตัว


จิตพาล่องลอยย้อนไกลใจจึงเห็น
อดีตเช่นรอยกระทำทั้งดีชั่ว
สนุกเศร้าวาบหวิวบ้าโกรธกล้ากลัว
บาปพันพัวบุญนฤมิตอดีตตน

ให้คำนึงถึงสายลมโบกโชยเอื่อย
ธารเลาะเลื้อยริมชายป่าในหน้าฝน
มัจฉาน้อยเวียนแหวกว่ายเริงสายชล
ใบไม้หล่นรกราวป่าหญ้าขจี


บึงบัวบานชวนบินร่อนภมรภู่
ฝนพร่างพรูฟ้าสว่างพราวพร่างสี
ปทุมขาวแซมดอกม่วงชมพูมี
รื่นฤดีแดดรอนลับนกกลับรัง

กึ่งราตรีหอมลอยลมชมกลิ่นแก้ว
ปีบร่วงแล้วกลีบรำเพยพระพายสั่ง
หรีดเรไรพงไพรร้องก้องผาดัง
น้ำค้างหลั่งหมอกลอยโรยโปรยโพยม


แสนอาลัยในชีวิตคนชายป่า
นอนมองฟ้านับดวงดาวสกาวโสม
หนาวแต่นอกอุ่นทรวงในใจประโลม
เหมือนอาจโน้มวิมานฟ้าลงมาครอง

สมเพชใจย้ายเข้ากรุงมาตกอับ
หอพักคับแคบขัดเหมือนยัดกล่อง
อบอ้าวกายคล้ายอั้งโล่เสโทนอง
มองฝาห้องต้องคุมขังวังเวงทรวง


นี่หรือคือเวียงชั้นฟ้ามหาเขต
แดนอมเรศเจริญเฟื่องเรียกเมืองหลวง
คนแออัดแต่ส่วนใหญ่หัวใจกลวง
ความหลอกลวงล้วนหลอนทั่วทั้งตัวเมือง

ตึกสูงใหญ่ยอดชูชันถึงชั้นฟ้า
แลรถราล้มหลามคำรามเครื่อง
เสียงกระหึ่มฝุ่นควันฝ้านัยน์ตาเคือง
ค่ำคืนเรืองหลอดไฟฟ้าบ้าเล่นไฟ


บ้างรีบเร่งทำงานจนหามรุ่ง
บ้างก็มุ่งแสวงอำนาจให้บาทใหญ่
ลูกหลานถูกทิ้งขว้างเหมือนร้างไกล
เงินทองไซร้สิ่งสอพลอหล่อเลี้ยงกาย

ผู้มีอัฐถูกนับถือคือพระเจ้า
สั่งซื้อข้าวของสิ่งใดได้ดังหมาย
ต่างละโมบโลภริญำ*ศีลธรรมวาย
บ้างยอมขายแม้ศักดิ์ศรีชีวีตน


แบ่งผักฝ่ายรวมพลังไล่ให้อนาถ
จ้องพิฆาตทำลายล้างอ้างฉ้อฉล
เงินเป็นใหญ่ไร้คุณธรรมนำกมล
ล้วนวกวนก่อบาปกรรมย่ำยีกัน

คนจนดั่งนายวรุณฤๅอุ่นสุข
แค่ไม่ทุกข์เพียงวันใดใช่คือฝัน
จะกินอิ่มนอนอุ่นได้อย่างไรกัน
เพราะนับวันเงินร่อยหลอไม่พอกิน


อุตส่าห์สอบเอนทรานซ์แล้วติดแถวหน้า
เข้ามหาวิทยาลัยได้เรียนศิลป์
ลูกชาวนาสามัญชนจนติดดิน
ต้องโผผินจากบ้านนามาอยู่กรุง

พ่อก็แก่แม่ก็เฒ่าเจ้าคงเห็น
อยากจะเป็นนายช่างศิลป์ตามจินต์มุ่ง
ต้องไขว่คว้าสองมือหาสองขาพยุง
ถึงไต่รุ้งสอยตะวันไม่ครั่นคราม

All Blog