One Fine Day :)
Group Blog
 
All blogs
 

เหน็บหนาวในเดือนเมษา กับ "นั่งรถไฟไปตู้เย็น"

ได้เล่มนี้มาอาทิตย์กว่าๆแล้วค่ะ จากงานหนังสือ พร้อมลายเซ็นพี่เอ๋ นิ้วกลมด้วย


ทำเอายิ้มแก้มปริทั้งวันทีเดียว
ทั้งที่เช้าวันนั้นมีงานที่คณะ แล้วก็เย็นวันนั้นมีงานพระราชทานเพลิงพระอาจารย์ ที่เป็นอาจารย์ใหญ่ด้วย แต่รู้ว่าพี่นิ้วกลมจะไป เราเก๊าะใช้เวลาเกือบๆสองชั่วโมงที่ว่างอยู่ แวบไปงานแป๊บหนึ่ง แล้วค่อยอ้อมโลกกลับไปวัดอีกที


เสียค่าแท็กซี่ไปเป็นร้อย จนกระเป๋าเบา
...กระเป๋าเบาแต่อัดแน่นไปด้วยความสุข
--------------------------
และแล้วก็ได้ฤกษ์เปิด นั่งรถไฟไปตู้เย็น มาอ่านช่วงสงกรานต์นี้เองค่ะ
อ่านไปก็สลับร้อนๆ หนาวๆ ชอบกล เพราะว่าบ้านเราร้อนตับเกือบแตก
แต่ความรู้สึกภายในเวลาจินตนาการตาม มันเย็นๆ เยือกๆ นึกถึงแต่น้ำแข็งตลอดเวลา



อืมม์ ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ
ร่างกายมันคงนึกไม่ออกหรอกว่าหนาวยังไง แต่จิตสำนึกก็บอกว่า หนาวๆ อยู่นั่นแหละ
-----------------------------
อ่านนั่งรถไฟฯแล้ว เกิดความรู้สึกอิสระอีกครั้ง
จะเป็นไปได้ไหม ที่เราจะหาเวลาว่างสักนิ๊ด เจียดไป เที่ยวอย่างไม่มีแผนการอย่างนี้บ้าง
มันคงรู้สึกดีมากๆ เชียวล่ะ



เราชอบบทแรกๆ ตอนช่วงเริ่มออกเดินทางมากๆ
หลายครั้งที่เดินทาง มันเต็มไปด้วยการวางแผน การขัดขวางจากบรรดาบุคคลที่ชอบถามว่า จะไปไหน แล้วไปทำไม เพื่ออะไร
พี่นิ้วกลมทำให้กฏเกณฑ์เหล่านั้นแตกกระจาย
และทำให้เราพยักหน้าตามหงึกๆด้วยหัวใจที่โดนกล่อมไปเป็นพวกแล้วเรียบร้อย



และเราก็ชอบบทหลังๆ ที่กล่าวถึงการอยู่ร่วมกัน
บรรยากาศของคนที่ต่างที่มาที่ไป แต่จุดหมายอยู่ร่วมกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ให้มันอารมณ์เหมือนกำลังดูหนัง ถึงตอนไคลแมกซ์ พระเอกนางเอกออกมาพร้อมพรรคพวก เตรียมประมือกับผู้ร้าย เสียงเพลงบรรเลงประกอบหนังดังกึกก้อง


ดังพอๆกับเสียงหัวใจใต้อกเบื้องซ้าย


ในนั่งรถไฟฯ ไม่มีพระเอก ไม่มีนางเอก ไม่มีเสียงเพลง ไม่มีผู้ร้าย
แต่ว่ามี"พรรคพวก" และ "ความหนาว" ที่พวกเขาร่วมกันฝ่าฟัน
--------------------------------
แต่ก็มีบทหลังๆอีกแหละ ที่ไม่ค่อยชอบ
มันอิ่มกับความหนาว จน แข็งมั้ง
ความรู้สึกเลยเลือนๆ ตื้อๆ ชอบกล
มันเลยหมุนๆวนๆ ว่า นี่มันคล้ายๆกับบทแรกป่าววะ?



แต่ก็แค่นั้นเองค่ะ มันตื้อไปก็เลยไม่ได้อ่านจนจบรวดเดียว
ไม่เหมือนเพลงรักประกอบชีวิตที่อ่านไป ยิ้มไป อ่านจนจบก็วนมาที่บทเดิม เพราะกลัวจบเร็วไป



ขอสันนิษฐานว่า เพราะเพลงรักฯ มันเป็นความสุข
เรา - ซึ่งเป็นผู้ชอบอ่านเรื่องมีความสุข - ก็เลยจับใจขนาดหนัก


นั่งรถไฟฯ มันมีบรรยากาศเหงาๆ แทรกเป็นระยะ
มันหนาว มันเย็น และวังเวงๆ ไปกับความขาวดำของรูปภาพ
เรา - ผู้ซึ่งเกลียดความเหงาเข้าไส้ - ก็เลยไม่ได้กรี๊ดเรื่องนี้ เหมือนที่กรี๊ดเพลงรักฯ


ไม่ได้แปลว่ามันไม่ดีนะคะ แค่จะบอกว่ามันดูเหงาไปเท่านั้นเอง
-----------------------------------
คนๆหนึ่งจะมีสักกี่ครั้ง ที่จะได้ไปสัมผัส เหนือที่สุดของประเทศอื่นที่มิใช่บ้านเกิดเมืองนอนของตน
เข้าไปอย่างตื่นเต้น ปลอมตัวเป็นคนใบ้ เนียนสัญชาติไปตามหน้าตาที่เอื้ออำนวย
ประสบการณ์เหล่านี้ เก็บเกี่ยวไม่ได้ตามท้องถนนทั่วไป
แต่ก็อีกละ



คนแถบนั้น ก็คงมองว่า เรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องท้องถนนของเขา
แสงสีเสียงในเมืองต่างหาก ที่ควรจะเป็นประสบการณ์หาได้ยาก หาไม่ได้ตามท้องถนนทั่วไป


ต่างคนก็ต่างมุม
เพียงสักครั้งที่เคยได้สัมผัสอีกตัวตนหนึ่ง อีกมุมหนึ่งของโลกที่เราไม่เคยพานพบ
แล้วกลับมาอยู่กับความพิเศษ บนถนนเส้นที่ตัวเองคุ้นเคย
นั่นน่าจะเป็นคนโชคดีที่สุดแล้ว




 

Create Date : 16 เมษายน 2551    
Last Update : 16 เมษายน 2551 21:53:22 น.
Counter : 128 Pageviews.  

"The Soundtracks of My Love" by นิ้วกลม รักที่สุดในสากลโลก

เป็นแฟนตัวอักษรของนิ้วกลมมานานนักหนาแล้ว อ่านของเค้ามาเกือบทุกเล่ม ที่ต้องบอกว่าเกือบ เพราะว่ามีทุกเล่ม แต่ยังไม่มีเวลาอ่านให้หมดเท่านั้นเอง รอมีเวลาว่างก่อนเถอะ ฮึ่ม! จะไม่ปล่อยให้มันรอดสายตาแน่ๆ


ความประทับใจมันมากมาย หลั่งไหลจนแทบจะบรรยายไม่ถูกเลย คนอะไรว้า เขียนอะไรออกมาก็ถูกใจเราไปเสียหมด นิ้วกลมเป็นนักเขียนคนแรก และยังคงเป็นคนเดียวที่เขียนหนังสือให้เรากรี๊ดได้ขนาดนี้ ไม่ว่ามันจะเป็นงานประเภทไหนแนวไหนก็ตาม


อย่างหนังสือนำเที่ยว ซึ่งเราเกลียดสุดๆ ไม่เค้ยไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้ จะสามารถหยิบหนังสือนำเที่ยวเล่มไหนขึ้นมาอ่านได้ และยิ่งไม่เคยคิดว่าหลังจากหยิบมาอ่านแล้ว ฉันจะชอบมันได้ด้วย!


ขอประกาศ ณ ที่นี้ว่าข้าพเจ้าขอมอบรางวัล ขวัญใจหมูหวานให้นักเขียนท่านนี้เลย(ได้ยินเสียงปฏิเสธแว่วๆ เค้าไม่เอาหรอก เค้ากลัวแก กร๊ากกก)


เอาล่ะ เข้าเรื่อง The soundtracks of my Love ดีกว่า

ขอประกาศ ณ ที่นี้ อีกครั้ง ว่าขอยกให้หนังสือเล่มนี้เป็นที่หนึ่งในสากลโลกที่เราเคยผ่านตามาทั้งหมด หาก "เพื่อน กูรักมึงว่ะ" เป็นหนังรักที่ดีที่สุดของ พจน์ อานนท์แล้วล่ะก็ "The soundtracks of my Love" ก็จะเป็นหนังสือรักทื่ดีที่สุด(ในสายตา)ของเรา(แต่ว่าเราไม่ได้เขียน ฮ่าๆ)


ชีวิตนี้ก็อ่านหนังสือมาเยอะอยู่ นับตั้งแต่เรื่องแรกที่คุณพ่อขาได้แนะนำให้ลูกสาวตัวน้อยคนนี้ได้รู้ว่า โลกกว้างมิได้สิ้นสุดเพียงแค่ประตูบ้านหรือขอบรั้ว และชีวิตก็มิได้ยาวแค่เพียงถนนที่ทอดจากบ้านไปโรงเรียนเท่านั้น โลกใบเล็กอันกว้างใหญ่ ผู้คนมากมายที่เราไม่รู้จัก เรื่องราวมากมายเล่าๆต่อกันมา รอที่เราจะเข้าไปฟัง เข้าไปเปิดหู เปิดตา เปิดกะลา ง่ายเพียงแค่เปิดหน้าหนังสือ


จากหนังสือชุดบ้านเล็กที่เคยอ่าน นำสู่เรื่องอื่นๆ เล่มแล้วเล่มเล่า จนมาถึงเล่มนี้...


เราไม่ได้บอกว่ามันเป็นเล่มที่ดีที่สุดในโลกนะ อ้างอย่างนั้นไม่ได้หรอก เพราะยังไม่ได้อ่านทุกเล่มในโลกสักหน่อย


แต่ว่า ณ บัดนาว นับแต่แปดขวบจนจวบปัจจุบัน นี่เป็นหนังสือรักเล่มที่ กินใจ ที่สุดที่เราเคยอ่าน


เปรียบหนังสือคืออาหาร ก็คงต้องบอกว่า หนังสือเล่มนี้อร่อยถูกปากเรา เพราะส่วนผสมเข้ากันได้ลงตัวกับเรา


*หนึ่ง นี่คือหนังสือรัก เราชอบอ่านเรื่องความรัก เรื่องความสุข อ่านอะไรก็ได้ให้เป็นสุข


*สอง นี่คือผลงานของนักเขียนในหัวใจของเรา บุคคลที่ไม่ว่าจะลากปากกาเป็นตัวบ้าบออะไร จะเขียนเอาตัว ฆ ฏ ฐ ฒ มาใช้แทนตัวอักษรปกติ หรือจะใช้ สระ อะ แทนสระอา มุกแปลกต่างๆนานาที่สรรหามาเขียน เราก็พร้อมจะกระโจนเข้าไปพยักหน้า เป็นลูกคู่ เห็นด้วย เป็นปี่เป็นขลุ่ยยังกะเป็นแฟนคลับระดับเทพ ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่ามันจะชอบอะไรได้ขนาดนั้น สิ่งที่เค้าเขียน สิ่งที่เค้าคิด หลายๆ อย่าง มันตรงกับที่เราคิด หลายๆครั้งมันก็เกินกว่าที่เราคิด จนต้องร้อง โห!! มันมีแบบนี้ด้วยเหรอวะ??


สาม พี่แกเขียนเรื่องรักในความจริง นี่สำคัญมากนะ เพราะว่าหลังจากน้ำตาตกใน (แน่นอนว่า ฉันไม่มีวันเสียน้ำตาให้คนไร้ค่าที่ไม่เห็นค่าของเรา)กับรักมาหลายหน คุณพี่นิ้วกลมได้ปลุกศรัทธาที่เรามีกับความรักขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
ทำให้เกิดความหวังใหม่ ที่มิใช่พรรคการเมือง (ไม่ขำ -*-) ว่าสักวัน เราอาจจะเป็นคนโชคดีคนนั้น หรืออาจจะทำให้ใครบางคน กลายเป็นคนโชคดีขึ้นมาได้เหมือนกัน


สี่ เราสัมผัสได้ถึงความจริงใจ ที่จะถ่ายทอดออกมา ความจริงใจอันเกิดจากความรักล้วนๆ คนอะไรก็ไม่รู้ เขียนให้ตัวเองเป็นพระเอกก็ได้ แถมยังไม่ได้พระเอก "ทำมะดาๆ" นะคะ เค้าดูเป็นพระเอก อืมม์ จะเรียกว่าในฝันก็คงไม่ผิดอะไรนัก ก็แหม ในนิยายรัก เราจะต้องการอะไรมากไปกว่ารักที่จริงใจล่ะ? พอเรื่องนี้มันเป็นเรื่องจริง มันก็เลยดูสมบูรณ์แบบ โห เกิดมาก็เพิ่งเคยอ่านไป อิจฉาไปก็คราวนี้แหละ ยิ่งฟังเพลง "ทฤษฎีสีชมพู" ซึ่งเขาไปทำเพลงกับแสตมป์ 7th scene ด้วย แล้วยิ่งตาร้อนไงบอกไม่ถูก


นิยายเล่มนี้ ไม่ใช่นิยายที่หวานเลี่ยน "แล้วเราก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป..." แบบนั้น จุดนั้นก็ยิ่งจับใจเราอีก เฮ้อ ในหนังสือ นิ้วกลมถามว่า เคยมั้ยที่เราเจอใครที่ทำให้เราประทับใจได้ซ้ำๆๆ ตลอดเวลา


อยากจะขอถามกลับเหมือนกันว่า เคยมั้ยที่เราเจอ(ตัวหนังสือของ)ใครแล้วก็ทำให้เราประทับใจได้ซ้ำๆๆ เรื่อยๆ ตลอดเวลา


>>> จนต้องถามตัวเองว่า ก่อนหน้านี้ เธอหายไปอยู่ที่ไหนมา??----------------------------------------------------------------

"
"
"
V
ไหนๆ ก็เขียนถึงนิ้วกลมแล้ว เอาที่เราเคยเขียนถึงเราในสเปซมาลงด้วยดีกว่า
(จาก สเปซค่ะ)

10 ตุลาคม 2550
อีกแล้ว
ฉันตกหลุมรัก(อีกครั้ง)แล้วล่ะ

โน...โน...โน
ต้องดักเอาไว้ก่อน
คราวนี้ ไม่ได้ไปตกหลุมรักนักดนตรีที่ไหนหรอกนะ
ไม่ได้บ้าคลั่งดาราหน้าตาดีด้วย
แล้วก็ไม่ได้กรี๊ดรุ่นพี่คนไหนเลยจริงจริ๊ง


อีกอย่างนะ
คนโชคร้ายคนนั้น ที่ฉันตกหลุมรัก
ฉันยังไม่เคยเห็นหน้าเขาสักครั้งเลยละค่ะ

อ้าว??
ฮะๆ ได้ยินตัวอะไรร้องอ้าวๆแถวนี้แฮะ
นายจะถามว่า แล้วอิฉันไปตกหลุมรักเขาเข้าได้ยังไงใช่ม้า

รักเพราะคำเล่าลือ?
หรือเพราเพื่อนกรั๊ด ฉันกรี๊ดด้วย?
เป็นหนุ่มคลีโอ?
เป็นพระเอกในนิยาย?
หรือว่าเป็นเจ้าชายสูงศักดิ์พลัดถิ่นอย่างแงซาย?


ฮะแอ้ม! กรุณาอย่าเดามั่วซั่วกันต่อไป

อิฉันในฐานะนักหัดเขียนตัวเล็กคนหนึ่ง จะขอประกาศว่า ที่รักแต่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตานั้น เป็นเพราะ
อิฉันหลงรักตัวหนังสือของผู้ชายคนนั้นค่ะ



งานของใคร?
ทำไมถึงหลงรัก?

อ๊ะๆ ได้ยินนะ ว่าแอบถามเรากันอยู่ในใจน่ะ
ใจเย็นๆ จะเล่าให้ฟังเดี่ยวนี้แหละ

ใช่ว่าไม่เคยอ่านงานของเขามาก่อน
เคยน่ะมันเคยแน่
เวลาซื้ออะเดย์ คอลัมน์เขาจะเป็นคอลัมน์แรกสุดที่พลิกอ่านด้วยซ้ำไป
ตื่นเต้นว่า เดือนนี้ เขาจะมามุกไหน(อีก)วะ

...หึหึ แต่ตอนนี้ไม่ได้อ่านอะเดย์แล้วล่ะ หึหึ...



เมื่อวาน ดึกๆหน่อย ไม่มีอะไรทำ
หยิบผลงานรวมเล่มของเขาคนนั้นมาอ่าน
แล้วก็โดนกระแทกอย่างจัง!
ก็ใช่ว่าจะไม่เคยอ่านแล้วกระแทกใจอย่างนี้
หากปกติอ่านทีละหน้าในนิตยสาร แรงก็ย่อมมีน้อยกว่าอ่านหนังสือรวมเล่มจริงป่ะ?

ทุกหน้าที่พลิกผ่าน ตัวอักษรที่เรียงรายมีอานุภาพมหาศาลจนหัวใจดวงน้อยๆนี้มิอาจต้านทานไหว
รัก(ตัวหนังสือของ)เขาเข้าแล้ว ...จริงๆ


อ่านคำอุทิศที่หน้าปก
ก็เพิ่งได้รู้ว่า ผู้ชายคนนี้ ...."นิ้วกลม"
เขาเป็นศิษย์เก่าบดินทรเดชาซะด้วย
ไม่น่าเชื่อว่า เรามีบางอย่างเชื่อมถึงกันด้วย!



p/s
ฉันเขียนเหมือนคนโรคจิตเลย 55+
นิ้วกลมมาเห็นเข้าก็คงกลัวแหงๆ
เด็กอะไรวะ โรคจิตชะมัด เขียนพร่ำเพ้อเป็นบ้าเป็นบอ
แต่ฉันไม่กลัวหรอกเพราะเขาคงไม่เข้ามาอ่านในนี้แน่ๆ ไม่มีทางแจ๊กพอตขนาดนั้น
อีกอย่าง คนเรามันก็โรคจิตด้วยกันคนละอย่างสองอย่างอยู่แล้วนี่
...แล้วฉันจะกลัวไปทำไม




 

Create Date : 05 เมษายน 2551    
Last Update : 7 เมษายน 2551 0:20:05 น.
Counter : 169 Pageviews.  

อ่านแล้วชอบ "เลื่อมพรายลายรัก"






อ่านเสร็จมานานแล้วค่ะเล่มนี้ แต่ว่าเพื่อนยืมไปอ่านแล้วคุณเธอก็ดองเอาไว้ชาติหนึ่ง เพิ่งเอามาคืนเมื่อวันก่อน คือเราทั้งลืมว่าเพื่อนเอาไป แล้วก็ลืมว่าเนื้อเรื่องเป็นยังไงไปแล้ว จำได้แต่ชื่อกับบุคลิกของพระเอกกะนางเอกแค่นั้น เมื่อวานก็เลยได้ฤกษ์อ่านซ้ำอีกรอบ

.. แหะๆ เวลาอ่านนิยายนี่ ดึกแค่ไหนก็สู้ไหว ไม่เหมือนอ่าน Text เล้ยยย


ใน เลื่อมพรายลายรัก นี้ ถ้าจะถามว่าชอบอะไรมากที่สุด ก็คงต้องตอบว่าเป็น นางเอก แม่สาวนิกกี้มั่นอกมั่นใจเป็นตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่ได้ดีมากเลยทีเดียว เสริมหน่อยว่า อ่านของดวงตะวันมาหลายเล่มแล้ว(ที่จริงต้องบอกว่าทุกเล่มมากกว่า) นางเอกส่วนใหญ่มักจะมีบุคลิกคล้ายๆยังงี้นะคะ แนวมั่นใจในทางชีวิตตัวเอง ซึ่งชอบมากเลย เพราะว่าเราก็อยากเป็นให้ได้อย่างนั้นเหมือนกัน

แต่ว่าจะแสบสันต์ขนาดแม่นิกกี้นางเอกของเราก็คงไม่ไหวอ่ะค่ะ อย่างถนนข้าวสารนี่เราเคยไปแค่ครั้งเดียว ยิ่งช่วงสงกรานต์ยิ่งไม่เคยคิดว่าจะเหยียบย่างเฉียดกรายไปแถบนั้น บอกตรงๆ ว่ากลัวจริงๆ ไอ้ที่เคยได้ไปก็เพราะว่ารับรองแขกเพื่อนต่างชาติ ชาวเกาหลี แล้วเขาอยากเห็น คาว-สาน-โรด ก็เลยมีโอกาสไปข้าวสารกะเค้าซักที 55+



ตัวเนื้อเรื่องผูกได้ดีมากค่ะ เป็นเรื่องราวเกี่ยวพันกับความขัดแย้งของสองตระกูลใหญ่ "จักราวุธ" และ "รังสฤษฎ์" ที่มีมานมนาน น้าน นาน นานแล้ว พอสองตระกูลนี้ทำท่าว่าน่าจะต่างคนต่างอยู่ได้ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก ก็ดันเกิดเหตุการณ์ลึกลับ อารมณ์ "ค่ำคืนหนึ่งในแมนชั่นหรู" ดึงให้ นิกกี้ กับ แสนยากร ต้องมาอยู่ด้วยกัน ช่วยแก้ไขปัญหาว่า ใครเป็นผู้บงการให้เหตุการณ์รอบตัวมันเกิดขึ้น จะเป็นคนใน คนนอก หรือคนที่ฉวยโอกาสจาก "ความขัดแย้งสองตระกูล" ให้เป็นประโยชน์กับตนเอง


อ่านแล้วน่าติดตามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่(วะ)? อ่านซ้ำรอบสองเลยได้มาเห็นคำพูดหลายประโยคที่ดวงตะวันเขียนลวงเอาไว้ คือมันไม่เหมือนนิยายทั่วไปอ่ะ ที่เราจะสามารถไว้ใจคนนี้ได้นะ ส่วนคนนี้น่าสงสัยจังคนร้ายแหงๆเพราะในเล่มนี้ เว้นไว้แต่พระเอกกับนางเอกแล้ว คนอื่นๆเค้าน่าสงสัยไปหมดเลย แต่ละคนมีซอกมีมุมอะไรบางอย่าง ดูมันจับต้องได้ เหมือนคนจริงๆที่ เออ มีความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง อ่านแล้วแทบวางไม่ลงเลย


แล้วก็ชอบพัฒนาการของตัวละครด้วย คือ นางเอกเป็นคนแบบ ไม่ยอมให้พลาดโอกาสสักอย่างที่ผ่านมาในชีวิต ใช้ชีวิตได้คุ้มค่ามาก สนุกสุดเหวี่ยง กฏเกณฑ์ใดๆ ก็ขวางชีไม่ได้หรอกค่ะ แต่ว่าพระเอกนี่ตรงข้ามกับอย่างมากเลย แสนยากรเป็นผู้ชายเนี้ยบไปทั้งตัว จะทำอะไรต้องมีแบบมีแผน คิดให้รอบคอบสองรอบถ้วนก่อนลงมือทำ สาวนิกกี้ยังค่อนขอดเลยว่า จะผูกเชือกรองเท้านี่ต้องวัดด้วยหรือเปล่า ถ้ามันไม่เท่ากัน แสนคงออกจากบ้านไม่ได้ใช่ไหมล่ะ


ดูเอาเถอะว่า สองคนนี้มันแตกต่างกันขนาดไหน แล้วเค้าจะทำยังไงให้ความแตกต่างเนี่ย มันเติมเต็มอีกฝ่ายได้ มันแอบลุ้นน่ะว่าสุดท้ายเค้าจะปรับตัวเข้าหากันยังไงดี จุดตรงกลางมันอยู่ที่ไหนกันแน่



ชอบฉากหวานๆ หลายฉาก ทั้งที่นิกกี้ยั่วแสนช่วงแรก หรือหลังๆที่แสนเริ่มจะยั่วเอามั่ง แต่ละคำพูด แต่ละประโยคมันจี๊ดมาก จนอยากจะเก็บไปใช้มั่ง 55+ แต่แหม ผู้ชายตามท้องถนนทั่วไปไม่ได้เป็นเหมือนแสนทุกคนนี่นา ส่วนอิฉันก็ไม่ใช่แม่นิกกี้ด้วย


ไม่เล่ามากและ เดี๋ยวจะเผลอหลุดอะไรออกไป


สรุปว่า นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่อ่านแล้วคุ้ม ค่ะ เป็นเล่มโปรด ที่เก็บใกล้ตัวตลอดเวลาอีกเล่มหนึ่งแหละ




 

Create Date : 20 มีนาคม 2551    
Last Update : 20 มีนาคม 2551 19:53:53 น.
Counter : 117 Pageviews.  

งานหนังสือปีนี้ จะซื้ออะไรดี??

คาดว่าจะได้มีเวลาไปเดินงานหนังสือแน่ๆปีนี้ ก็ต้องวางแผนหน่อย
(เอาอีกละ ชอบวางแผน เดี๋ยวก็ไม่ได้ทำอ่ะเธอ)


หลังจากคิดได้แล้วว่า หนังสือที่เราอ่าน ส่วนใหญ่ก็มักจะอ่านครั้งเดียวแล้วก็เก็บ
เล่มที่มีค่ายิ่ง หรือว่าชอบจริงๆ จะเก็บใกล้ตัวมากอย่างถนอมด้วยนะ แล้วก็หยิบมาอ่านบ่อยกว่าเล่มอื่น นอกนั้นก็วางทิ้งไว้จนฝุ่นจับหนาเตอะ ทำให้เจ้าแม่โวยวายว่าหนังสือของเราเป็นตัวการทำให้บ้านรก สกปรก


เราและเจ้าพ่อผู้ซึ่งเป็นหนอนหนังสือตัวอวบอ้วนทั้งคู่ พยายามเถียงเจ้าแม่ตลอดมา แต่ทว่าบ้านที่ปกครองด้วยระบอบมารดาธิปไตย ไม่มีใครสู้เจ้าแม่ได้สักคน ทั้งพ่อและเราก็เลยต้องแอบๆซื้อหนังสือ ทยอยเอาเข้าบ้าน ประหนึ่งบุกถิ่นศัตรู


ทั้งหมดนี้มันวนเวียนเป็นวัฏจักรมานานเกินไปแล้ววว


พอคิดได้อย่างนี้ ประกอบตังค์ในกระเป๋าชักร่อยหรอลงทุกวันๆ เนื่องจากต้องแบ่งมาบำรุงเนื้อตัวน้องหนอนให้อวบอ้วนต่อไป เราก็เลยปิ๊งไอเดียว่า


ต่อจากนี้ จะไม่ซื้อหนังสือก่อนอ่าน เว้นแต่ว่าของเค้าจะดีจริงๆ
ร้านเช่าหนังสือจึงกลายเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด!!!


อยากจะบอกว่า เจ้าแม่ชมเชยเป็นอย่างมาก จากหนอนหนังสือหัวเน่ากลายเป็นลูกรักไปทันที ท่ามกลางสายตาหมั่นไส้จากเจ้าพ่อ 55+


อ้าว แล้วแปลว่า งานหนังสือปีนี้จะไม่ซื้ออะไรเลยเหรอ???



แหม ก็ งานหนังสือมันไม่ได้มีทุกวันนะ
ซื้อนิดซื้อหน่อยไม่เป็นไรหรอก ได้ของแถมด้วย เอาไว้เป็นที่ระลึก (ที่จับฝุ่นในบ้าน) แต่คงไม่ถลุงเหมือนปีก่อนๆแล้ว เก็บตังค์เอาไว้เรียนหนังสือดีกว่า เผื่อสอบ ศรว.ไม่ผ่าน จะได้มีกะตังค์สมัครใหม่รอบสอง (แบบว่า ถ้าไม่ผ่าน สอบรอบสองค่าสอบจะแพงกว่า จากสามพันเป็นห้าพัน ไรเงี้ย)


อ้อ ไปดู Text ด้วย เผื่อจะมีลดนิดๆหน่อยๆ ed เก่าน่าสนใจ จะได้ไม่ต้องยืมรูมเมทอ่านเหมือนที่เป็นอยู่ทุกวัน



แถมตอนนี้ เจ้าแม่ไปเที่ยวจีนล่ะ นับเป็นโอกาสดีของเรากะพ่อ เพราะเจ้าแม่ไม่รู้หรอกว่าเราซื้ออะไรเข้ามามั่ง ^^




 

Create Date : 19 มีนาคม 2551    
Last Update : 19 มีนาคม 2551 20:16:25 น.
Counter : 150 Pageviews.  

1  2  

หวานจ๋อยหยอด
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เด็กผู้หญิงหน้ากลมชื่อหวานแต่เปรี้ยว
รักจะมองโลกผ่านเลนส์สีกุหลาบ
รักงานเขียนมากกว่าอะไร
รักคนไข้...หรือเปล่านะ?
รักและแคร์เพื่อนๆรอบตัว
รักครอบครัวที่สุด
Friends' blogs
[Add หวานจ๋อยหยอด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.