เวียงเชียงรุ้ง...เชียงราย...
Group Blog
 
All Blogs
 

เรียนรู้ดูงานการทำบ่อหมักก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์

เมื่อ วันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ นายสุพล ปานพาน ปศุสัตว์อำเภอเวียงเชียงรุ้งได้นำทางให้ นายสุระ สุขใส ปศุสัตว์อำเภอเวียงชัย ซึ่งพาเกษตรกร จากกลุ่มเลี้ยงสัตว์บ้านเนินศิวิไลย์ มาดูงานการทำบ่อหมักก๊าซชีวภาพจากถุงพีวีซี จำนวน ๓ แห่งในรูปแบบต่างกันที่อำเภอเวียงเชียงรุ้ง ได้แก่ที่สวนนายสมัย สาวงษา นายวันชัย ครีพรม นยหมั้น ถาคำ เพื่อนำไปใช้ สร้างกิจกรรมผลิตก๊าซจากมูลสัตว์ในพื้นที่อำเภอเวียงชัยต่อไป มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างเต็มที่
ลักษณะบ่อหมักก๊าซที่้บ้านนายวันชัย ศรีพรม ต่อท่อล้างมูลสุกรลงบ่อโดยตรง
ลักษณะบ่อหมักก๊าซของนายสมัย สาวงษา เป็นแบบตักมูลโคมาละลายน้ำแล้วเทลงท่อสู่บ่อหมัก
ภาพรายละเอียดการทำบ่อหมักก๊าซชีวภาพ คลิกไปที่นี่เลยครับ//waingchaingroung.blogspot.com/2009/10/blog-post_7009.html


ทีโรงฆ่าสัตว์ของเทศบาลนครเชียงราย ปศุสัตว์อำเภอเวียงเชียงรุ้งมีโอกาสไปเยี่ยมดูของใหม่ที่ใช้แก้ไขสภาพแวดล้อมด้านกลิ่นจากมูลสัตว์ที่นำมาขังรอการเชือด เดยการแนะนำของพี่หมอต้อมหัวหน้างานสัตวแพทย์ของเทศบาลนครเชียงราย พาเดินชมอธิบายอย่างละเอียด ถังหมักแก๊สขนาดใหญ่ๆ ๑๗๐ ตัน ที่มีพร้อมทั้งที่เก็บแก๊ส ที่กรองแก๊สให้ได้มีเทนบริสุทธิ์นำมาต้มน้ำสำหรับลวกเครื่องในได้ดีมาก ของโรงฆ่าสัตว์เทศบาลนครเชียงราย งบประมาณสามล้านบาท นอกจากนี้พี่ต้อมยังทำถังหมักแก๊สขนาดเล็กจากถังพลาสติกขนาด สองร้อยลิตรสำหรับสาธิตสอนให้เกษตรกรรายย่อยด้วย เราก็เลยขอเชิญพี่ไปเป็นวิทยากรบรรยายให้ด้วยที่เชียงรุ้ง พี่หมอตอบรับด้วยความยินดี พี่บอกว่าความสุขที่ได้ให้ความรู้ที่เปนประโยชน์จริงกับชาวบ้าน



แบบเล็กๆสำหรับเลี้ยงสัตว์ในครัวเรือน ๓-๕ ตัว ห้าพันบาท



คณะของสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเวียงเชียงรุ้ง นำโดยปศุสัตว์อำเภอ นายสุพล ปานพาน เจ้าหน้าที่สัตวบาล นางสาวรัชนีกร บั้งเงิน นักวิชาการส่งเสริมการเษตร นายสมบัติ สุรัตน์ และเกษตรกรเจ้าของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนของตำบลป่าซาง นายหมั้น ถาคำ เดินทางไปดูการทำบ่อแก๊สชีวภาพ ของโรงเรียนบ้านด้ายแต่โรงเรียนปิดเทอมเลยไปดูของคุณลุงธนิต เจริญสุข ซึ่งอยู่หน้าโรงเรียนแทน ได้แนวทางที่จะนำมาพัฒนาทำที่ศูนย์ฯของลุงหมั้นต่อไป ตอนนี้อุปกรณ์พร้อมแล้วเดือนหน้าได้ใช้แก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์แน่นอน เป็นการสร้างประโยชน์จากสิ่งเหลือใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด รักษาสิ่งแวดล้อมด้านกลิ่นเหม็นจากมูลสัตว์ที่จะไปรบกวนเพื่อนบ้านได้ กากที่เหลือก็นำไปใช้เป็นปุ๋ยปรับปรุงบำรุงดินใสพืชผักได้อีก มีความก้าวหน้าอย่างไรจะมีข่าวมาแจ้งเพิ่มอีก ทั้งนี้ก็เป็นการต่อยอดที่ได้เข้าอบรมปศุสัตว์อินทรีย์ของ สสอ.๕ ที่มีอาจารย์จากคณะเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาแนะนำการทำบ่อแก๊สแบบใช้พลาสติกขนาดเล็กสำหรับเกษตรกรรายย่อยแบบนี้




 

Create Date : 06 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 12 พฤษภาคม 2556 17:01:40 น.
Counter : 2185 Pageviews.  

ข้าวและปัญหาเล็กๆ?


จะมีใครแปลกใจแบบนี้บ้างครับทำไมชาวนาต้องประท้วงปิดถนน ใครอยู่เบื้องหลัง หรือว่าชาวนาเขามีปัญญาเรียนรู้ได้จากความเดือดร้อนหรือปล่าว?
ผมแปลกใจที่เห็นเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ หรือแม้แต่ในภาคอีสานที่ขายข้าวให้พ่อค้าคนกลาง หากเป็นสมัยก่อนพอจะเข้าใจว่าระบบขนส่งไม่ดี แต่ปัจจุบันนี้ดีมากแล้ว ชาวนายังคงขายข้าวให้พ่อค้าคนกลางทั้งที่เพื่อนบ้านซื้อข้าวสารกิน จากข้อสงสัยดังกล่าวทำให้ผมสนใจที่อยากจะเห็นเส้นทางของข้าวในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีพื้นที่ทำนาไม่มาก ปลูกข้าวแทบจะไม่พอบริโภคภายในจังหวัด บางหมู่บ้านทำนาเพียง 10% แน่นอนที่สุดว่าครอบครัวอื่นๆจะต้องซื้อข้าวกิน เส้นทางของข้าวกว่าจะมาเป็นข้าวบนจานแบ่งออกเป็นสองเส้นทางคือเส้นทางข้าวเปลือก และเส้นทางข้าวสาร
เส้นทางข้าวเปลือก เกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าว แล้วขายข้าวให้พ่อค้ารถเร่ พ่อค้ารถเร่นำไปส่งให้กับโรงสี ในชุมชน โรงสีในชุมชนรวบรวม บางส่วนสีเป็นข้าวสาร และบางส่วนส่งไปขายให้โรงสีใหญ่ แปรว่าเส้นทางข้าวเปลือกจะต้องมีรายจ่าย สำหรับพ่อค้าคนกลางสองคน บวกด้วยค่าขนส่ง ทำให้ต้นทุนราคาข้าวเปลือกขึ้นไป 1-2 บาท
เส้นทางข้าวสาร เมื่อโรงสีใหญ่รับซื้อข้าวเปลือก ก็ทำการสี และขายให้ตัวแทนจำหน่าย ตัวแทนจำหน่ายขายให้พ่อค้าขายย่อยตามตลาดต่างๆ และพ่อค้าขายย่อยขายปลีก และส่งให้ร้านค้าในชุมชน ร้านค้าในชุมชนขายให้ผู้บริโภค (ซึ่งบ้านอยู่ข้างๆกับเกษตรกร) เส้นทางข้าวสารนี้ทำให้ต้องผ่านมือคนกลางอีก 3 คน รวมแล้วกว่าข้าวเปลือกจะเป็นข้าวสาร และกว่าข้าวสารจะเข้าปากผู้บริโภค ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางอย่างน้อย 5 คน แน่นอนที่สุดว่าพ่อค้าคนกลางได้กำไรทุกคน
เห็นว่าราคาข้าวช่วงตุลาคมซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวหอมมะลิยังไม่ได้เก็บเกี่ยว ราคาจะยังทรงตัวอยู่ที่ 13,000 บาท แต่พอต้นเดือนพฤศจิกายน ราคาก็เริ่มลดลงมาเหลือพียง 11,000 บาท หมายความว่าช่วงที่ข้าวมีในมือพ่อค้าคนกลางมากราคาจะสูง แต่พอถึงเวลาที่เกษตรกรต้องการขายข้าวราคาจะลดลง
สงสัยไหมครับ?




 

Create Date : 05 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 5 กรกฎาคม 2552 5:59:13 น.
Counter : 333 Pageviews.  

เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่แบบเดิมๆกลายเป็นปศุสัตว์อินทรีย์ได้นะครับ

หมอน้อยเวียงเชียงรุ้ง ติดตามเกษตรกรเครือข่ายปศุสัตว์อินทรีย์หลายรายมีรายหนึ่งที่น่าสนใจ
ลุงหมั้น ถาคำ
๑๔๙ หมู่ ๑๐ บ้านประชาร่วมใจ ตำบลป่าซาง อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย

รูปแบบการผลิต-เกษตรผสมผสานตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
ที่นา ๕ ไร่ ที่สวน ๑๐ ไร่
ผลไม้และยืนต้นที่ปลูก เงาะ ส้มโอ แก้วมังกร มะม่วง ลำไย มะพร้าว มะกอกน้ำ มะนาว มะกูด หวาย ไผ่หวาน กะท้อน มะละกอ ชอม ดอดแค กล้วย น้อยหน่า
ผักสวนครัว ผักกาด ผักชี พริก ขิง ข่า ตระไคร้ สาคู สะระแหน่ มะเขือ หอมแดง มะเขือ แตงกวา กระเพรา ผักฮาก จักค่าน
สมุนไพร ไพล (ว่านไฟ) ขมิ้น ฟ้าทะลายโจร หญ้าหนวดแมว ผักแปม ผักคาวตอง ว่านพญาวานร
การเลี้ยงสัตว์
เลี้ยงวัว ๕ ตัว เลี้ยง เพื่อใช้มูลแทนปุ๋ยเคมี ให้สวนเป็นเกษตรอินทรีย์ปลอดสารเคมี และนำมูลบางส่วนใส่บ่อหมักแก๊สชีวภาพ ใช้แทนแก๊สหุงต้มในครัวเรือน ลดต้นทุนประหยัดค่าใช้จ่าย
ไก่พื้นเมืองแบบอินทรีย์ประมาณ ๑๘๐-๒๐๐ ตัว ฟักออกทุกอาทิตย์ เป็นรายได้ประจำขายไก่ ๔-๕ ตัวต่อสับดาห์ รายได้ฉลี่ยอาทิตย์ละ๖๐๐บาท
เลี้ยงหมูป่า ๒ ตัว เพื่อเก็บผักที่ไม่สามารถเก็บขายมาสับผสมรำ น้ำหมักชีวภาพ เลี้ยงเป็นอาหารใช้ผลผลิตเหลือใช้อย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
ลุงหมั้น ถาคำ และภรรยา ประกอบอาชีพการเกษตรมาตลอดชีวิต มีรับจ้างเป็นช่างไม้ในช่วงฤดูแล้ง ฐานะยากจนแต่ด้วยความเป็นคนมีน้ำใจ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ชอบช่วยเหลือเพื่อนบ้าน ประกอบกับความขยันมุมานะจึงเก็บออมเงินชื้อที่ดินเพิ่มจากที่นาอีกประมาณ ๑๐ ไร่ เมื่อมีอายุมากขึ้นประกอบกับลูกๆก็ออกเรือนไปมีครอบครัวต่างจังหวัด ไม่มีภาระในการส่งเสียเล่าเรียน ปี๒๕๔๐ จึงริเริ่มปลูกต้นไม้ต่างๆไว้หลากหลายชนิด แบ่งที่นาเดิม ๖ ไร่ ขุดสระ ๑ ไร่ ทำให้มีกิจกรรมทำในสวนในนาตลอด ทำให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้นเรื่อยๆมีเวลาช่วยเหลือชุมชน ได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการกองทุนต่างๆของหมู่บ้าน เป็นประธานอสม เป็นอาสาปศุสัตว์ เป็นอาสาหมอดิน เป็นกรรมการศูนย์บริการละถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล และ เป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าซาง ทำให้มีโอกาสได้ไปศึกษาดูงานหลายๆแห่งนำมาปรับใช้ในสวนอย่างมาก เพิ่มกิจกรรม การเลี้ยงปลา เลี้ยงกบ ในกระชัง
สวนลุงหมั้นได้รับความไว้วางใจจากองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงนำร่อง และสนับสนุนโครงการฟาร์มสาธิตปศุสัตว์อินทรีย์ของตำบลป่าซาง มีเกษตรกรเข้าอบรมจำนวน ๒ รุ่น ๆละ ๓๐ คนทำให้มีเครือข่ายเรียนรู้การเลี้ยงไก่พื้นเมืองอินทรีย์เพิ่มในหมู่บ้าน สร้างรายได้และมีอาหารโปรตีนที่ปลอดภัยไว้รับประทานอย่างต่อเนื่องพอเพียง
การเลี้ยงไก่อินทรีย์ลุงหมั้นเลี้ยงไว้ในสวนห่างจากหมู่บ้าน ทำให้ปลอดภัยจากการรบกวนติดต่อโรคจากพาหะต่างๆ อาหารก็ใช้รำข้าว กับปลายข้าว ที่ทำสีจากข้าวอินทรีย์ของลุงหมั้นเอง ผสมกับผักต่างๆในสวนที่แก่ขายไม่ออก หยวกกล้วย ที่ตัดกล้วยไปแล้ว หมักกับน้ำหมักชีวภาพ ๑ คืน เอามาไห้ไก่กิน เสริมสมุนไพร ไพล ขมิ้น บรเพ็ดและฟ้าทะลายโจรทุบแช่น้ำไห้กินอาทิตย์ละครั้ง ไก่จะแข็งแรงมีความต้านทานโรค โตเร็ว
ตลาดขายไก่อินทรีย์ลุงหมั้น มีลูกค้ามารับที่บ้านชั่งน้ำหนักขาย ขายในราคาเพื่อนบ้านช่วยเหลือเจือจุนกัน ไม่ต้องเปลืองค่าขนส่ง และไม่ต้องลงมือฆ่าเองขายไก่ขนาด ๑.๒-๑.๕ กก. ผลิตไม่พอขาย




 

Create Date : 24 มกราคม 2552    
Last Update : 24 มกราคม 2552 17:36:46 น.
Counter : 823 Pageviews.  

การเลี้ยงหมูหลุม

ที่ทำงานของเราจัดอบรมเสวนาเรื่องเส้นทางการเลี้ยงหมูหลุมอาชีพเพื่อความพอเพียง มีอาจารย์โชคชัย สารกิจ เจ้าของแนวคิดเริ่มแรกที่นำมาเผยแพร่มาบรรยายความเป็นมา และอนาคตที่จะก้าวไปของหมูหลุม อาจารย์โชคชัย เล่าว่าที่ส่งเสริมหมูหลุมเริ่มแรกสงสารดินอยากทำปุ๋ยทีละมากๆไปปรับปรุงดิน และหมูหลุมตอบคำถามนี้ได้มาก และผลพลอยได้ทำให้ท่านอาจารย์มีรายได้จากการขายหมูปลดหนี้แค่ สองปี แต่ที่สุดของการบรรยายที่สนุกและได้ความรู้ผมจับประโยคเด่นได้สองสามประโยค ท่านว่า "พยายามทำกิจกรรมเล่นๆ จะเห็นผลดี แต่ถ้าตั้งใจเกินไปมักไม่สำเร็จ "
"คนไทยชอบทำใหญ่ไปหาเล็ก เจ็กชอบทำเล็กไปหาใหญ่"
"ถ้าเราหาเงิน เงินจะห่างเราไปทุกที แต่ถ้าเราหยุดหาเงินจะมาหาเราเอง"
ที่เด็ดสุดท้ายมีผู้เข้าอบรมสอบถามว่าจะไปดูงานที่ศูนย์เรียนรู้ของท่านที่เวียงป่าเป้าท่านตอบว่า "ที่จะไปถามก่อนว่าใจเขาเปลี่ยนหรือยัง ถ้ายังไม่ต้องไปจะเสียเวลาเสียเงินปล่าๆ" แค่เปลียนความคิดชีวิตก็เปลี่ยนประมาณนั้น เราได้แนวคิดมีไฟอยากทำงานขึ้นมาทันทีเลย




 

Create Date : 12 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 12 กรกฎาคม 2551 18:40:01 น.
Counter : 1409 Pageviews.  

สมุนไพรพิศดาร

ที่เขียนไว้ว่าพิศดารเพียงเรียกร้องความสนใจนะครับ สมุนไพรปกติใครๆก็จะคิดถึงแต่พืชสมุนไพร ซึ่งจริงๆมีอย่างอื่นอีกไม่ว่า สัตว์ หรือธาตุ เปลือกหอยก็ยังเป็นสมุนไพรได้ เห็นสมัยยายเป็นอัมพาฒแม่เอามาฝนให้กินอยู่
ที่จะมาแนะนำนี้แปลกประสบมาด้วยตัวเอง คราวที่ไปออกท้องที่ไปรักษาวัวเป็นหูดตามตัว ซึงวิชาการเขาบอกว่าเป็นเชื้อไวรัส ไม่มียารักษา ส่วนใหญ่จะหายเองแต่เป็นเวลานานเป็นปีกว่าจะหาย เจ้าของจะไม่สบายใจจะขายก็ถูกตัดราคา จำใจเลี้ยง การที่จะทำให้มันหลุดไวขึ้นก็ต้องทำวัคซีนหูดแล้วเอาไปฉีดวัวที่เป็นหูด วิธีการก็ไยกอะไรเพียงมีอุปกรณืครบก็ทำได้ จะใหห้ดีก็ตัดเอาหูดไปให้สำนักงานปศุสัตว์เพื่อให้เขาเอาไปทำวัคซีน ในห้องแลปจะได้สะอาดปลอดเชื้อแล้วจึงเอามาฉีดวัว ประมาณเดือนก็หาย ผมได้ยินคนเลี้ยงวัวเล่าให้ฟังว่าเอาตุ๊กแกมาให้กินก็หายแต่ไม่เชื่อก็เลยให้หมอมารักษา ผมก็จำเอาไว้ ที่นี้อาสาปศุสัตว์ที่สนิทกันที่อำเภอเวียงเชียงรุ้งก็มาแจ้งให้ไปรักษาวัวเป็นหูดผมก็เลยให้เขาลองทำดู เอาตุกแกมาสองตัวปิ้งให้สุกแล้วบดให้ละเอียดผสมแกลบกับเกลือให้วัวกินก็ปลากฎว่าหายจริง ในเวลาหนึ่งเดือนมันก็พิศดารอย่างผมว่านั่นแหละ ไม่ได้มีรายเดียวมีอาสาผมสองสามรายที่ผมให้ทำดูแล้วหาย ผมก็เลยนำมาบอกต่อบางคนก็เชื่อบางคนไม่เชื่อ แต่ที่ลองไปทำกลับมาบอกว่าหายทุกราย ผมก็ยังงงอยู่ว่ามันหายได้อย่างไร ก็นำมาฝากกันเผื่อว่าเกษตรกรที่เลี้ยงวัวอยู่เจอวัวเป็นหูดจะได้ทดลองดู นะครับ




 

Create Date : 09 มีนาคม 2551    
Last Update : 9 มีนาคม 2551 20:10:00 น.
Counter : 361 Pageviews.  

1  2  3  

หมอน้อยเวียงเชียงรุ้ง
Location :
เชียงราย Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




....ไปๆมาๆทุกวันเมืองเชียงรายและเวียงเชียงรุ้ง ช่วยเหลือแนะนำเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ให้มีความอยู่ดีกินดีตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง....
Friends' blogs
[Add หมอน้อยเวียงเชียงรุ้ง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.