มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือเปล่า?
อยากลองเขียนเรื่องแนวๆนี้้ดูบ้าง เรื่องนี้เป็นอะไรที่อยู่ในจินตนาการมาตั้งแต่สมัยเป็นเด็กๆแล้ว เมื่อก่อนก็คิดไปเรื่อยเปื่อยว่ามีมนุษย์ต่างดาวอยู่บนดาวอังคารบ้าง ดาวศุกร์บ้าง พอโตมาหน่อยเริ่มศึกษาข้อมูลดูก็รู้ว่าไม่มี แต่ก็ยังติดตามมาตลอดจนได้ดูสารคดีเกี่ยวกับจักรวาลเรื่อง supsercluster of galaxies. ทำให้ตระหนักเลยว่าจักรวาลมันกว้างใหญ่ขนาดไหน




เมื่อดูแล้วทำให้คิดเลยว่า มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีสิ่งมีชีิวิตเฉพาะที่โลกเราเท่านั้น เคยมีนักวิทยาศาสตร์ได้คิดสูตรคณิตศาสตร์ที่ใช้ค่าจำนวนของอารธรรมต่างดาวว่ามีจำนวนเท่าไร สูตรเป็นดังนี้
N = R^{ast} cdot f_p cdot n_e cdot f_{ell} cdot f_i cdot f_c cdot L

where:

N = the number of civilizations in our galaxy with which communication might be possible;

and

R* = the average rate of star formation per year in our galaxy
fp = the fraction of those stars that have planets
ne = the average number of planets that can potentially support life per star that has planets
f = the fraction of the above that actually go on to develop life at some point
fi = the fraction of the above that actually go on to develop intelligent life
fc = the fraction of civilizations that develop a technology that releases detectable signs of their existence into space
L = the length of time for which such civilizations release detectable signals into space[5]

เมื่อได้สูตรมาแล้วนักวิทยาศาสตร์ก็ลองเอาค่าตัวแปรต่างๆมาใส่ในสูตรตัวเลขที่ได้มามีค่าน้อยมากๆที่จะทำให้เราพบกับอารธรรมต่างดาว แต่เมื่อเอาข้อมูลในปัจจุบันมาใส่เป็นตัวแปรในสูตรนี้ปรากฎว่าแค่ในแกแล็คซี่ทางช้างเผือกของเราก็น่าจะมีอารธรรมต่างดาวเป็นจำนวนหมื่นแล้ว นี้ยังไม่ต้องพูดถึงแกแล็คซี่อื่นๆนับล้านล้านแกแล็คซี่ที่มีอยู่ในจักรวาล เคยมีนักวิทยาศาสตร์พูดว่าจำนวนดาวในจักรวาลมีจำนวนมากกว่าเมล็ดทรายทั้งหมดในโลกรวมซะอีก นั้นก็คงพอจะทำให้มองเห็นภาพได้ว่าไม่มีทางเลยที่เราจะเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวในจักรวาลนี้

แล้วทำไมเรายังไม่สามารถติดต่อกับอารธรรมต่างดาวได้ละ? คำตอบก็คือเนื่องจากระยะที่ห่างไกลมันเป็นอุปสรรคที่ใหญ่มาก แกแล็คซี่ทางช้างเผือกมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 แสนปีแสง (ระยะที่แสงต้องใช้เวลา 1 แสนปี ถึงจะวิ่งผ่านได้ และแสงมีความเร็ว 299,792,458 เมตรต่อวินาที) คลื่นวิทยุมีความเร็วเกือบเท่าความเร็วแสง  โลกเราเพิ่งมีการคิดค้นคลื่นวิทยุครั้งแรกเมื่อประมาณปี คศ. 1900 ประมาณ 100 กว่าปีมาแล้ว นั้นหมายความว่าคลื่นวิทยุแรกสุดก็ยังเดินทางไปแค่ 100 ปีแสงเท่านั้น ยังไม่ถึง 1% ของพื้นที่แกแล็คซี่ทางช้างเผือกเลย และยิ่งห่างออกไปคลื่นวิทยุก็จะจางหายไป นี้ก็คือปัญหาใหญ่ที่เรายังไม่สามารถข้ามผ่านไปได้

แล้วเคยมีอารธรรมต่างดาวเคยเดินทางมาบนโลกหรือยัง? อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคล ผมก็เคยดูสารคดีที่พูดถึงมนุษย์ต่างดาวเคยมาทีีโลกเราในสมัยโบราณและเป็นผู้สร้างอารธรรมให้กับโลก


แต่โดยส่วนตัวยังสงสัยว่าถ้ามีมนุษย์ต่างดาวเคยมาที่โลกเราแล้ว ทำไมอยู่ดีๆแล้วก็จากเราไปโดยที่ไม่ทิ้งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเอาไว้เลย เพราะถ้ามีมนุษย์ต่างดาวมาที่โลกจริงๆผมว่าคงไม่ได้มาแค่ไม่กี่คน จะต้องมาเป็นหลักพันคนขึ้นไปเพราะะระยะที่มันไกลมากๆ และถึงแม้มนุษย์ต่างมีเทคโนโลยีสร้างรูหนอนมาได้ก็จะต้องใช่พลังงานเป็นจำนวนมาหาศาลอยู่ดี ซึ่งต้องใช้กำลังคนมาช่วยจัดการในเรื่องนี้เช่นกัน

สรุปก็คือในความเชื่อของผม ผมเชื่อว่ามีอารธรรมต่างดาวอยู่แน่นอน แต่ที่ยังไม่แน่ใจก็ที่ว่าอารธรรมต่างดาวนั้นเคยมาที่โลกเราหรือยัง...





Create Date : 30 สิงหาคม 2555
Last Update : 30 สิงหาคม 2555 2:15:08 น.
Counter : 1559 Pageviews.

2 comment
ระเบียบทางวิทยาศาสตร์
ก่อนที่อ้างว่าสิ่งใดเป็นหลักวิทยาศาสตร์ เราควรคำนึงถึงข้อกำหนดทางสากลด้วยระเบียบทางวิทยาศาสตร์คือ
  1. การกำหนดคำถาม
  2. การตั้งสมมุติฐาน
  3. การทำนายผล
  4. การทดลอง
  5. การวิเคราะห์

การกำหนดคำถาม

เรากำหนดคำถามเพื่อสร้างความสัมพันธ์ของคำอธิบายไปยังปรากฎการณ์หรือสิ่งใดใดที่มีอยู่ ยกตัวอย่างเช่น เปลวไฟของเทียนมีกี่สี มีสีอะไรบ้าง และทำไมถึงเป็นอย่างนั้น

ที่มาของรูป //www.athingbook.com/content/view/22E34CA1827E4B2EB78CB83407F04900

การตั้งสมมุติฐาน

เป็นการคาดเดาคำตอบจากคำถามที่กำหนดไว้ตอนต้น ซึ่งสามารถนำความรู้เดิมที่มีอยู่มาช่วยในการคาดเดาครั้งนี้ได้ เช่นคำถามถามเรื่องสีของเปลวเทียน เราก็อาจจะเดาว่าน่าจะมีมากกว่า 1 สี และที่มีสีแตกต่างเพราะอุณหภูมิของเปลวไฟไม่เท่ากัน

การทำนายผล

เป็นการกำหนดตรรกะหรือเหตุผลจากสมมุติฐานที่เราได้คาดเดาไว้แล้ว เช่นถ้าอุณหภูมิของเปลวไฟมีผลต่อสี ก็แสดงว่าถ้าเปลียนไส้เทียนก็น่าจะทำให้สีของเปลวไฟเปลี่ยนไปได้เช่นกัน

การทดลอง

เป็นการสังเกตผลจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เพื่อดูว่าสิ่งที่เราสมมุติฐาน และทำนายผลไว้ก่อนหน้านี้เป็นไปตามนั้นหรือไม่จากตัวอย่างเรื่องสีของเปลวเทียน ก็อาจจะจุดเทียนขี้นมาแล้วสังเกตุดูว่าเปลวไฟมีกี่สี  จากนั้นใช้เครื่องตรวจจับความร้อนของเปลวไฟแต่สี สุดท้ายก็ลองเปลี่ยนไส้เทียนใช้เครื่องมือตรวจสอบอุณหภูมิอีกครั้ง แล้วบันทึกผลการทดลอง

การวิเคราะห์

เป็นการนำผลการทดลองที่บันทึกทั้งหมดไว้มาเปรียบเทียบกับสมมุติฐานและการทำนายผลที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ โดยดูว่าผลการทดลองสนันสนุนหรือสอดคล้องกับสมมุติฐานและการทำนายหรือเปล่า สุดท้ายก็สรุปผลการทดลองออกมา

ถ้าการทดลองออกมาไม่สอดคร้องกับสมมุติฐานหรือการทำนายผล ก็ต้องกลับไปเริ่มขบวนการสมมุติฐาน->ทำนายผล->ทดลอง จนกว่าจะได้ผลที่สอดคล้องออกมา




Create Date : 23 สิงหาคม 2555
Last Update : 23 สิงหาคม 2555 15:41:04 น.
Counter : 1371 Pageviews.

1 comment

vrod
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ทำงานด้านคอมพิวเตอร์ เข้ามาในพันทิพส่วนมากเข้าห้องศาสนาและหว้ากอ อาจจะเห็นชื่อนี้อยู่ในห้องชานเรือนบ้างแต่นั้นเป็นเพราะแฟนผมขอพ่วงใช้ด้วยเพราะไม่อยากตั้งชื่อใหม่ครับ




New Comments