มีสติกันหน่อย

สติ แปลว่า ความระลึกได้ ความนึกขึ้นได้ ความไม่เผลอ ฉุกคิดขึ้นได้ การคุมจิตไว้ในกิจ หมายถึง อาการที่จิตนึกถึงสิ่งที่จะทำจะพูดได้ นึกถึงสิ่งที่ทำคำที่พูดไว้แล้วได้ เป็นอาการที่จิตไม่หลงลืม ระงับยับยั้งใจได้ ไม่ให้เลินเล่อพลั้งเผลอ ป้องกันความเสียหายเบื้องต้นยับยั้งชั่งใจไม่บุ่มบ่าม เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ความไม่ประมาท ที่มา //th.wikipedia.org/wiki/สติ



เวลาพูดถึงสตินี้ผมจะนึกถึงว่า "สิ่งที่จิตกำลังบอกเราคืออะไร" เมื่อ 2-3 วันมานี้แฟนผมบอกว่ามีคนมาบอกว่าข้างบ้านมาด่าลูกเรา แว็บแรกความโกรธขึ้นมาทันที สักครู่พอตั้งสติได้ผมก็ลองมานึกๆดูว่าตอนที่ผมโกรธและขาดสติอยู่นั้นมันเกิดอะไรขึ้น  ตอนนั้นจิตมันบอกผมว่า "แกต้องโกรธนะเพราะไอ้ข้างบ้านมันด่าลูกของแก" แล้วผมก็โกรธขึ้นมาทันทีเลย มันเลยเป็นประเด็นที่รู้สึกอยากจะเขียนใน blog นี้ ผมว่ามันเป็นเรื่องปกติของคนทั่วไปเลยนะที่สติไม่แข็งพอ เมื่อจิตมาบอกอะไรเราแล้วเราเชื่อจิตแล้วทำตามทันทีโดยไม่รู้ตัว และบางทีก็ลืมว่าเรากำลังจะทำอะไร เหมือนกับตอนที่เราขับรถกลับบ้าน จุดประสงค์คือกลับถึงบ้านด้วยความปลอดภัย แต่พอขับรถไปเจอคันอื่นปาดหน้าเราจิตบอกเราว่า "มันกวนทีน ยอมไม่ได้" แล้วเราก็ทำตามหาเรื่องปาดกลับหรือทำอะไรก็แล้วแต่ โดยลืมจุดประสงค์ตอนแรกไปแล้วว่าเราต้องการแค่กลับบ้านด้วยความปลอดภัยเท่านั้น


อีกกรณีหนึ่งผมอ่านในห้องศาสนานี่แหละเรื่องสิ่งบอกเหตุว่าจะเกิดภัยพิบัติ อันนี้ผมตอบในกระทู้นึงว่าให้ดูตัวอย่างนิทานอีสปเรื่องกระต่ายตื่นตูม เพราะก่อนหน้าได้ฟังเทศน์จากเจ้าอาวาสวัดวังไทร จ.นครฯ ท่านเทศน์เรื่องสติแล้วก็ยกตัวอย่างประมาณนี้แล้วเล่านิทานอีสปเรื่องนี้ให้ฟัง นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของคนที่สติแตกเจออะไรนิดอะไรหน่อยแล้วก็แปลว่าเป็นลางบอกเหตุว่าโลกใกล้ถึงกาลอวสาร - -"


ลองฟังที่จิตบอกเราแล้วคิดนิดนึงว่าจิตกำลังบอกคืออะไร แล้วเราควรทำตามหรือไม่ นั้นแหละคือการทำให้เรามีสติอยู่กับตัว







Create Date : 03 กันยายน 2555
Last Update : 3 กันยายน 2555 2:35:33 น.
Counter : 517 Pageviews.

1 comment
ศีลข้อ 4 สร้างความเจริญให้กับชีวิต
ศีลข้อที่ 4 รับรู้กันทั่วไปคือ การละเว้นจากการพูดปด,พูดไร้สาระ และพูดหยาบ ศีลข้อนี้เป็นข้อที่คนส่วนใหญ่ละเลยได้ง่ายที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับข้ออื่นๆ



วันนี้อ่านกระทู้ในห้องศาสนาถามประมาณว่า "ถ้าแม่โกหกลูกเพื่อให้ลูกปรับปรุงตัวเองจะบาปหรือเปล่า?" คำถามข้อนี้คงไม่เอาเรื่องประเด็นบาปหรือไม่บาปมาพิจารณา แต่อยากให้มองว่าเมื่อใดก็ตามแม่ได้โกหกลูกไปสิ่งเกิดขึ้นก็คือความเชื่อมั่นของลูกที่มีกับแม่ก็จะลดลงไป นี้คือราคาที่จะต้องแลกกับความต้องการของคุณแม่

นั้นเป็นสิ่งที่แน่นอนที่สุด เมื่อคนเราโกหกมันจะมีผลตามมาก็คือ ความหน้าเชื่อถือของเราก็จะลดลงไปด้วย ยังไม่ต้องไปมองถึงคนอื่นๆรอบตัวนะ ลองมองที่ตัวเราเองผมว่าทุกๆคนก็น่าจะเคยบอกกับตัวเองว่าจะต้องประสบความสำเร็จมีชีวิตที่ดีีมีความสุข คนที่รักษาศีลข้อนี้และซื่อสัตย์กับคำพูดที่บอกกับตัวเองก็คงพอคาดเดาได้ว่าชีวิตของเค้าจะเป็นอย่างไร ถ้าเทียบกับคนที่ไม่ได้ทำ






Create Date : 31 สิงหาคม 2555
Last Update : 31 สิงหาคม 2555 1:13:21 น.
Counter : 875 Pageviews.

2 comment
ทุกข์แปลว่าอะไร
ทุกข์ หรือ ทุกขัง (บาลี: ทุกฺขํ) เป็นหลักธรรมสำคัญในพระพุทธศาสนา แปลว่าทนอยู่ในสภาพเดิมได้ยาก (ที่มา //th.wikipedia.org/wiki/ทุกขัง) เป็นคำแปลที่ชอบที่สุด เนื่องจากทำให้ผมไปเชื่อมโยงกับคำว่า "ไม่แน่นอน" ที่ทำให้คิดถึงสภาพที่ไม่คงที คล้ายๆกับความหมายของคำว่า "ทุกข์" ทุกสรรพสิ่งเป็นทุกข์เพราะทุกสรรพสิ่งมันไม่คงสภาพเดิมตลอด




และด้วยความที่ทนอยู่ในสภาพเดิมได้ยากหรือเปล่า ที่ทำให้เราต้องดิ้นรนไม่รู้จักจบสิ้น...



Create Date : 27 สิงหาคม 2555
Last Update : 30 สิงหาคม 2555 0:12:36 น.
Counter : 470 Pageviews.

2 comment
ศาสนา الدين religious
ผมได้ลองไปหาข้อมูลจาก internet และในห้องศาสนาเพื่อหาความหมายและนัยยะแฝงคำว่า "ศาสนา" ของแต่ละภาษา ซึ่งในที่นี้จะพูดถึง 3 ภาษาคือไทย, อาหรับ และอังกฤษ แทนศาสนาพุทธ, อิสลาม และคริสต์ ผลจากการหาข้อมูลก็ได้สรุปเป็นดังนี้

คำว่า "ศาสนา" มาจากภาษาสันสกฤตว่า "สาสนํ" ถ้าเป็นภาษาบาลีว่า "สาสนํ" มีความหมายตามรูปศัพท์ว่า "คำสั่งสอน" ประมาณว่าเป็นการถ่ายทอดความรู้ระหว่างอาจารย์ไปถึงลูกศิษย์

คำว่า "الدين"
อ่านว่าอัดดีน หมายถึง ระบอบการดำเนินชีวิต,วิธีชีวิต แฝงด้วยนัยยะความหมายของรากศัพท์ว่า "ดานะ" (ยืม, กู้ยืม, เป็นหนี้, คล้อย, เอื้อ, อยู่ภายใต้อำนาจ, ผูกพันเป็นพรรคพวก, ชดใช้, ปฏิบัติตาม, ตำหนิ, ตัดสินพิพากษา)

คำว่า "Religion" ซึ่งมีศัพท์เดิมมาจากภาษาละตินว่า Religis คำนี้สันนิษฐานว่ามาจากคำ 2 คำ คือ Relegere ซึ่งแปลว่า การปฏิบัติต่อ หรือการเกี่ยวข้องด้วยความระมัดระวัง และ Religare ซึ่งแปลว่า ผูกพัน เพราะฉะนั้นคำว่า Religion จึงมีความหมายตามรูปศัพท์ว่า การปฏิบัติต่อ/การเกี่ยวข้องต่อพระเจ้าอย่างระมัดระวัง (เคารพ)

สำหรับผมที่นับถือศาสนาพุทธ เคยคิดว่าศาสนาอื่นๆก็จะคล้ายๆกับศาสนาพุทธแตกต่างเพียงแค่ศาสดา,คำสอนและการปฏิบัติ แต่พอเริ่มศึกษาพุทธศาสนา และศาสนาอื่นประกอบกัน ก็พบว่าในแนวคิดเบื้องหลังมันมีความแตกต่างกันแต่ตอนนั้นยังบอกไม่ได้ว่าคืออะไร

พอมาศึกษาเรื่องภาษาบาลี และภาษาสันสกฤตก็เป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจสิ่งที่คนสื่อสารกันผ่านภาษา ซึ่งคำบางคำมันมีนัยยะ
แฝงอยู่ซึ่งเราใช้ไปเหมือนไม่ได้สนใจกับนัยยะนั้น แต่จริงๆแล้วความคิดของเรากลับสอดคล้องกับนัยยะที่มันแฝงอยู่

ยกตัวอย่างคำว่า "ศาสนา" มาจากภาษาสันสกฤตคือ
"สาสนํ" ที่แปลว่าคำสั่งสอนสำหรับผมไม่เคยสนใจกับความหมายนี้มาก่อน แต่พอมานึกๆดูลักษณะของศาสนาพุทธเหมือนกับการเรียนหนังสือ คือศึกษาคำสอนจากพระ/อาจารย์/ตำรา แล้วนำความรู้ที่ได้นั้นไปปฏิบัติโดยไม่ได้บังคับ ถ้าติดปัญหาก็สามารถนำปัญหานั้นไปพบพระหรืออาจารย์เพื่อขอคำปรึกษา ถ้าอ่านจากพระไตรปิฏกก็จะเห็นได้ว่าพระพุทธเจ้าก็สอนเหล่าสาวกในแนวทางนี้ ส่วนปัจจุบันก็จะเห็นได้ในวัดหรือสำนักปฏิบัติธรรมที่สอนหลักปฏิบัติธรรมหรือการนั่งสมาธิให้กับคนทั่วไป

ที่นี้เมื่อเทียบกับศาสนาอื่นเช่น อิสลาม หรือคริสต์ เราก็ใช้คำว่า "ศาสนา" ด้วยเช่นกันซึ่งนัยยะของภาษาแล้วมันไม่ใช่เช่นภาษาอาหรับที่เรียกศาสนาคือคำว่า "อัดดีน" นัยยะของคำนี้หมายความว่า "ระบอบการดำเนินชีวิต, การอยู่ภายใต้อำนาจ, ความผูกพันเป็นพรรคพวก, การปฏิบัติตาม, การพิพากษา,..." หรือคำว่า "
Religion" ก็มีนัยยะความหมายว่า "ความผูกพัน, การปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง ต่อพระเจ้า"

ซึ่งนัยยะที่ซ่อนอยู่มันแทบจะคนละเรื่องกัน ศาสนาพุทธไม่ได้มีข้อบังคับ ไม่อยู่ใต้อำนาจของสิ่งใด ไม่มีการพิพากษา ไม่มีการปฏิบัติต่อเทพเจ้าใดใด มีเพียงคำสอนเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติเท่านั้น ส่วนจะปฏิบัติหรือไม่ขึ้นอยู่กับแต่ละคน

ที่เขียนมาไม่ได้จะบอกว่าอะไรจะดีกว่ากัน เพียงแต่จะบอกว่าเวลาที่มีใครเปรียบเทียบศาสนากัน อยากให้รู้ว่า "ศาสนา" ไม่ใช่ "religion" และไม่ใช่ "อัดดีน" มันเปรียบเทียบกันไม่ได้ครับ






Create Date : 22 สิงหาคม 2555
Last Update : 23 สิงหาคม 2555 15:48:21 น.
Counter : 1499 Pageviews.

305 comment

vrod
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ทำงานด้านคอมพิวเตอร์ เข้ามาในพันทิพส่วนมากเข้าห้องศาสนาและหว้ากอ อาจจะเห็นชื่อนี้อยู่ในห้องชานเรือนบ้างแต่นั้นเป็นเพราะแฟนผมขอพ่วงใช้ด้วยเพราะไม่อยากตั้งชื่อใหม่ครับ




New Comments