Group Blog
 
All Blogs
 

- กฎหมายว่าด้วยสุราของประเทศไทย

หน่วยงานที่ดูแลการผลิตสุราเพื่อจำหน่ายของประเทศไทย คือ กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง โดยอาศัยกฎหมายควบคุมสุรา พ.ศ. 2493 ซึ่งตามกฎหมายดังกล่าวแบ่งสุราเป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ


1. สุราแช่หรือเมรัย เป็นสุราที่ไม่มีการกลั่นในกระบวนการผลิต อาจเติมแอลกอฮอล์กลั่น สุรากลั่น เช่น เหล้าโรงลงไปปรุงแต่งได้ แต่ผลิตภัณฑ์ต้องมีแรงแอลกอฮอล์ไม่เกิน 15 ดีกรี เช่น ไวน์ เบียร์ แชมเปญ สาโท สาเก น้ำขาว น้ำแดง อุกะแช่ น้ำตาลเมา เป็นต้น


2. สุรากลั่น เป็นสุราที่มีการกลั่นในกระบวนการผลิต อาจเติมสุราแช่ลงไปปรุงแต่งได้ แต่ผลิตภัณฑ์ต้องมีแรงแอลกอฮอล์เกินกว่า 15 ดีกรี เช่น วิสกี้ บรั่นดี วอดก้ารัม แม่โขง แสงโสม เหล้าโรง เป็นต้น

ชนิดของเหล้าพื้นเมืองของไทย

1. ชนิดที่ไม่มีการกลั่น ได้แก่


1.1 สาโท เหล้าโท น้ำขาว น้ำแดง มีลักษณะเป็นของเหลวสีขุ่น รสหวาน หอม เฝื่อนเล็กน้อย ทำจากการหมักข้าวเหนียวขาวหรือข้าวเหนียวดำ (นิยมใช้ปลายข้าวเหนียวขาวมากกว่าข้าวเหนียวดำ เพราะราคาถูก แช่น้ำใช้เวลาไม่ถึง 30 นาทีก่อนนึ่ง) นึ่งให้สุก แล้วคลุกกับลูกแป้งเหล้าช่วง 3 วันแรกจะหมักแบบไม่เติมน้ำ จะเติมน้ำในวันที่ 4 ของการผลิต ใช้เวลาในการหมัก 1-3 สัปดาห์ แล้วกรองผ่านผ้าขาวบางบรรจุภาชนะพร้อมบริโภคต่อไป


1.2 อุ มีลักษณะเป็นของเหลวสีชาหรือน้ำตาลอ่อน รสหวาน เฝื่อนเล็กน้อย ทำจากการหมักข้าวเหนียวผสมแกลบ (ต้องใช้แกลบใหม่จะได้ไม่มีกลิ่นสาบ) นึ่งให้สุกด้วยลูกแป้งเหล้า หมักชนิดไม่เติมน้ำในโอ่งหรือไหที่ปิดฝาค่อนข้างสนิท เป็นเวลา 2-3 สัปดาห์ เวลาดื่มมักจะดื่มโดยใช้หลอดไม้ไผ่หรือไม้ซางดูดจากโอ่งเลย


1.3 น้ำตาลเมา มีลักษณะเป็นของเหลว ขุ่น มีฟอง ดื่มแล้วซ่าลิ้นเล็กน้อยรสหอมหวาน มีรสเฝื่อนเล็กน้อย ทำจากน้ำตาลสด เป็นน้ำตาลสดที่เกิดจากการหมักน้ำตาลสดที่ได้จากต้นตาลหรือต้นมะพร้าว มีการเติมเศษไม้มะเกลือหรือไม้บางชนิดลงไปหมักด้วย ใช้เวลาหมักไม่เกิน 7 วันก็ใช้ดื่มได้ บางท้องที่เรียกน้ำตาลเมาว่ากะแช่ บางแห่งเรียกกะแช่ว่า สาโทหรือน้ำขาว น้ำตาลเมานิยมดื่มแบบสด


2. ชนิดที่มีการกลั่น เรียกว่า เหล้า ขาว ลักษณะใสคล้ายน้ำดื่ม น้ำกรอง หรือน้ำกลั่น รสร้อนแต่ออกหวานเล็กน้อยและหอมกลิ่นข้าวหมัก ปกติมีแรงแอลกอฮอล์ 45-50 ดีกรี บางแห่งอาจแรงมากจนจุดไฟติด ทำจากการกลั่นสาโทหรือน้ำขาวด้วยอุปกรณ์ง่ายๆ ในท้องถิ่น

ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการผลิตเหล้าพื้นเมือง แม้จะมีมติ ครม. อนุญาตให้ชุมชนรวมตัวเป็นสหกรณ์หรือกลุ่มบุคคล ขออนุญาตผลิตสุราแช่ผลไม้หรือสุราพื้นเมืองชนิดมีแอลกอฮอล์ไม่เกิน 15 ดีกรี อย่างไม่ผิดกฎหมายแล้วก็ตาม ในกฎหมายยังมีการกำหนดไว้ด้วยว่า เหล้าพื้นเมืองที่ผลิตจำหน่าย ต้องมีคุณภาพและความปลอดภัยด้วย ดังนั้น ในการผลิตควรพิจารณาปัจจัยสำคัญดังต่อไปนี้ด้วย


1. วัตถุดิบที่ใช้ ต้องสะอาดก่อนนำไปหมัก ไม่ว่าจะเป็นข้าวเหนียวหรือแกลบ ต้องล้างและ นึ่งเพื่อทำลายเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนมากับวัตถุดิบก่อนนำไปหมัก


2. ลูกแป้งเหล้า ลูกแป้งเหล้าที่ใช้ผลิตในแต่ละชุมชนจะต่างกันไป จุลินทรีย์ในลูกแป้งเหล้า ที่สำคัญมี 2 ชนิด คือ เชื้อราซึ่งทำหน้าที่ย่อยจากข้าวเหนียวนึ่งให้เป็นน้ำตาล อีกชนิดหนึ่งคือ ยีสต์ เชื้อยีสต์จะทำการหมักน้ำตาลจากข้าวให้เป็นแอลกอฮอล์หรือเหล้า นอกจากนี้ยังมีการใช้สมุนไพรและเครื่องเทศในลูกแป้งเหล้า เพื่อทำหน้าที่คัดเลือกและยับยั้งจุลินทรีย์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการหมักเหล้าจากข้าว โดยสมุนไพรจะยอมให้จุลินทรีย์ที่ต้องการเติบโต และยับยั้งจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการซึ่งจะทำให้เหล้าเสียหรือเปลี่ยนรสชาติไม่ให้เติบโตในขณะหมักดังนั้น การใช้สมุนไพรและเครื่องเทศในลูกแป้งเหล้าจะต้องมีประสิทธิภาพในการยับยั้งจุลินทรีย์ที่ทำให้สาโทมีรสเปลี่ยนหรือเสีย


3.สุขลักษณะการผลิต ต้องเหมาะสม ยิ่งจะผลิตเพื่อจำหน่ายคนหมู่มากหรือจะเป็นผลิตภัณฑ์เด่นของชุมชน ต้องพิจารณาในเรื่องนี้เป็นสำคัญ เรียกว่าถ้าจะผลิตจำหน่ายทั้งที ต้องให้ได้ GMP กล่าวคือ ที่ตั้งและอาคารผลิต เครื่องมือเครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิตต้องเหมาะสม มีการควบคุมการผลิตที่ดี เพื่อให้ได้อาหารที่ปลอดภัย มีการสุขาภิบาลที่ดี มีการบำรุงรักษาและทำความสะอาดสถานที่ผลิตให้อยู่ในสภาพที่สะอาด ถูกสุขลักษณะสม่ำเสมอและมีบุคลากรหรือพนักงานผลิต ที่มีสุขภาพดี แต่งกายสะอาดและถูกต้อง มีความรู้ความเข้าใจในการผลิตอาหารให้ถูกสุขลักษณะได้อย่างดี

แหล่งข้อมูล ดร.ปราณี เกียรติสุระยานนท์ . "การผลิตเหล้าพื้นบ้าน:ปัจจัยที่ควรพิจารณา," จดหมายข่าวผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน
จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (พฤศจิกายน-ธันวาคม 2544) หน้า 8,10.

คำไข : สาระน่ารู้ การผลิตเหล้าพื้นบ้าน การผลิตเหล้า

* หมา(ย)เหตุ - - เจ้า ของ blog หา รูป ไม่ เจอ ง่ะ โทษ ที..




 

Create Date : 02 มีนาคม 2548    
Last Update : 8 มีนาคม 2548 18:31:18 น.
Counter : 1296 Pageviews.  

- คุณว่าช่องไหนรายงาน" ข่าวเลือกตั้ง 48 " ดีกว่า กัน

ช่อง 3.

ช่อง 5.

ช่อง 7.

ช่อง 9.

ช่อง 11.

ช่อง itv.

ช่อง เนชั่น.

ช่อง ยูบีซี.


//www.pantip.com/cafe/isolate/topic/M3281103/M3281103.html#4 ทำ ลิง แล้ว มัน ไม่ ไป มี คน ลบ กระ ทู้ ตัว ใหม่

ตัว นี้ เปน กระ ทู้ ที่ สม บรูณ์ แต่ ไม่ รู้ ใคร ลบ.. //www.pantip.com/cafe/isolate/topic/M3281138/M3281138.html




 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2548    
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2548 21:27:03 น.
Counter : 258 Pageviews.  

- ''ซาดาโกะ''กับตำนาน''พับนก''

ซาดาโกะ ซาซากิ เด็กหญิงชาวญี่ปุ่น

ที่รอดชีวิตจากการทิ้งระเบิดถล่มเมืองฮิโรชิม่าเมื่อตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่ออายุได้เพียง 2 ขวบ เธอเติบโตขึ้นอย่างมีสุขภาพดี และรักกีฬาเป็นชีวิตจิตใจ จนกระทั่งอายุได้ 12 ปี อาการของโรคมะเร็งในเม็ดโลหิตจึงเริ่มปรากฏ... ซาดาโกะต่อสู้กับโรคร้ายนานถึง 8 เดือน โดยปราศจากคำพร่ำบ่นใดๆ เธอมุ่งมั่นพับนกกระเรียนให้ครบหนึ่งพันตัว ด้วยเชื่อว่า เทพเจ้าจะให้พรแก่เธอให้เธอกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ทว่า พับได้เพียง 644 ตัวเท่านั้น หลังจากที่ซาดาโกะเสียชีวิต...

คอลัมน์ ร้อยสรรพรส
โดย รุ้งตวัน เมื่อตอนที่ บิ๊ก-ดีทูบี โคม่า เกิดปรากฏการณ์หนึ่งที่สร้างความประหลาดใจไปทั่ว นั่นคือ การพับนก รวมทั้งพับดาว

เด็กๆ รวมทั้งผู้ใหญ่ที่เป็นแฟนของพี่บิ๊ก และที่มีลูกเป็นแฟนพี่บิ๊ก ช่วยกันพับนก ส่งไปอวยพรให้พี่บิ๊กหายวันหายคืน

หลายคนบอกว่าเรียนหนังสือเสร็จกลับบ้าน อาบน้ำกินข้าวแล้วก็นั่งพับนกจนเที่ยงคืนตีสอง เพื่อว่าตอนเช้าจะได้เอาไปเยี่ยมพี่บิ๊ก

จนนกพับล้นบริเวณเซ็นเยี่ยมไปหมด แล้วยังพับส่งไปตามไปที่บ้านอีกกองพะเนินเทินทึก...นั่นเป็นความห่วงใยในระดับนักร้องซุปเปอร์สตาร์ขวัญใจวัยรุ่น

แล้วนกพับก็ถูกเลือกอีกครั้ง เมื่อวันหนึ่งมีนักวิชาการกลุ่มหนึ่งเข้าพบนายกฯ ทักษิณ และพับนกให้ตัวหนึ่ง โดยอยากเห็นสันติภาพ ความคิดเรื่องพับนกดับไฟใต้จึงเกิด พร้อมกับเรียกร้องให้คนไทยทั่วประเทศช่วยกันพับนก เพื่อแสดงถึงความรักความห่วงใยต่อพี่น้องใน 3 จังหวัดภาคใต้ และจะนำไปโปรยในวันที่ 5 ธันวาคมที่จะถึง

โดย ฯพณฯ นายกฯ ได้ประเดิมพับนกเป็นตัวแรก(เขียนที่ปีกว่า "คนไทยทุกคนรักสันติภาพ") ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลก่อนจะออกเดินทางไปร่วมประชุมเอเปคที่ชิลี

นกสันติภาพในบ้านเราที่ผ่านมาจะใช้ "นกพิราบสีขาว" เป็นสัญลักษณ์...ที่ไม่ใช่นกกระดาษ

ส่วน "นกพับ" นั้นมาจากวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซึ่งหมายถึง "นกกระเรียน"

นกกระเรียนในความเชื่อของชาวญี่ปุ่น เป็น "นกแห่งความสุข" และบ่อยครั้งก็อ้างไปถึง "เจ้าแห่งนกกระเรียน" ที่เชื่อกันว่าถ้าคนป่วยพับนกกระเรียนได้หนึ่งพันตัว เทพเจ้าจะรับคำอธิษฐานและอวยพรให้เขาแข็งแรงอีกครั้ง

ซาดาโกะ ซาซากิ เด็กหญิงชาวญี่ปุ่น ที่รอดชีวิตจากการทิ้งระเบิดถล่มเมืองฮิโรชิม่าเมื่อตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่ออายุได้เพียง 2 ขวบ เธอเติบโตขึ้นอย่างมีสุขภาพดี และรักกีฬาเป็นชีวิตจิตใจ จนกระทั่งอายุได้ 12 ปี อาการของโรคมะเร็งในเม็ดโลหิตจึงเริ่มปรากฏ

ซาดาโกะต่อสู้กับโรคร้ายนานถึง 8 เดือน โดยปราศจากคำพร่ำบ่นใดๆ

เธอมุ่งมั่นพับนกกระเรียนให้ครบหนึ่งพันตัว ด้วยเชื่อว่า เทพเจ้าจะให้พรแก่เธอให้เธอกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ทว่า พับได้เพียง 644 ตัวเท่านั้น

หลังจากที่ซาดาโกะเสียชีวิต เพื่อนๆ ร่วมชั้นของเธอช่วยกันพับนกกระเรียนอีก 356 ตัว เพื่อให้ครบหนึ่งพันตัว แล้วฝังไปพร้อมกับร่างของซาดาโกะ

นกที่ซาดาโกะพับมีข้อความเขียนบนปีกว่า "ฉันจะเขียนสันติภาพบนปีกของเธอ และเธอจะบินไปทั่วโลก"

เหตุการณ์อันเศร้าสะเทือนใจ ของ "ซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัว" ส่งผลให้รัฐบาลญี่ปุ่นจัดสร้างอนุสาวรีย์ของเธอ ในลักษณะยืนชูแขนทั้งสองข้างไปข้างหน้า โดยมีรูปนกกระเรียนกระดาษ อยู่ในอุ้งมือทั้งสอง เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ชาวญี่ปุ่น และชาวโลกตระหนักถึงพิษภัยของสงคราม

ทุกวันที่ 6 สิงหาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันสันติภาพ จะมีผู้คนพับนกกระเรียนมาวางไว้ที่ฐานอนุสาวรีย์ของซาดาโกะ ที่ตั้งอยู่ภายใน สวนสันติภาพ หรือพีช เมมโมเรียล พาร์ค ที่เมืองฮิโรชิมา เป็นพันเป็นหมื่นตัว เพื่อระลึกถึงเธอ และเป็นเครื่องหมายขอให้สันติภาพจงมีแด่โลก

วันนี้คุณดื่มนม เอ๊ย พับนกแล้วหรือยัง!

----------มติชน วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 ปีที่ 27 ฉบับที่ 9752




 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2548    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2548 19:44:06 น.
Counter : 482 Pageviews.  

- ความรักมีกี่แบบกัน...

มีคนมาถามฉันว่า "ความรักมีกี่แบบ" แล้วที่เขาว่า "รักออกแบบไม่ได้" คิดว่าไง

ฉันขอตอบคำถามแรกก่อนว่า
โลกนี้มีคู่รักกี่คู่..ความรักก็มีจำนวนแบบเท่านั้นล่ะ

ฉันไม่เห็นว่า..ความรักของคนคู่ไหนจะเหมือนกันเลย

แม้จะดูเหมือนกันในเรื่องใหญ่ๆ หรือปัญหาหลักๆ ที่เขาเจอ
แต่ในรายละเอียดตั้งแต่เริ่มรัก..
วิธีที่พบเจอกัน..การพัฒนาความรัก
ระยะเวลา..และการเดินทางของความรัก..
ไม่มีใครเหมือนกันเลยซักคู่

เราอาจจะพอจัดคู่แต่ละคู่เข้ากลุ่มแต่ละกลุ่มได้..ตามปัญหาที่เกิด
แต่ทุกๆ คำแนะนำ..
ก็ไม่ได้สามารถช่วยเหลือแก้ไขปัญหาได้ทุกคู่ในกลุ่ม

คนสองคนเท่านั้นที่จะแก้ไข
หรือบอกได้ว่าจะต้องทำยังไงกับเรื่องรักของเรา
เพราะเราสองคนเท่านั้นที่รู้ว่า..ทั้งหมดมันมีรายละเอียดอย่างไร
คนอื่น..ก็รู้เฉพาะที่เขาเห็น..และที่เราเล่าให้ฟังเท่านั้น

ความรักของเรา..
มีเราสองคนที่ใกล้ชิดและอยู่กับมันตลอดเวลา

ความคิดเห็นของคนอื่น..
ก็เป็นเพียงแค่คำแนะนำมาประกอบการตัดสินใจ
หรือเป็นเพียงมุมมองอื่นให้เรามองเห็นทางเลือกอีกมากมาย..
ให้คิดอย่างรอบคอบขึ้น

เพราะฉะนั้นรูปแบบของความรัก..
คนที่จะจัดมัน..ก็คือคนสองคนที่กำลังดูแลมันร่วมกันนั่นเอง

มันก็เลยโยงมาถึงคำถามที่ว่า
"รัก..ออกแบบไม่ได้"

ความรักสำหรับฉัน..
เราสามารถสร้างมันในจินตนาการได้
เหมือนการวาดวิมานในอากาศ
ว่าอยากได้บ้านเป็นแบบนี้ เป็นอย่างนี้

แต่ในความเป็นจริงแล้ว..
มันไม่เหมือนอย่างที่เราสร้างไว้หรอก

ถ้าเปรียบกับงานสถาปัตยกรรม..
เธอไม่สามารถออกแบบบ้านไว้ได้ก่อน
เพราะคนที่เดินเข้ามาร่วมชีวิตกับเธอ..
จะทำให้บ้านแบบนั้นเพี้ยนไป

เขาจะต้องมีส่วนร่วมในการออกแบบร่วมกับเธอด้วย
ต่อให้เธอเตรียมความพร้อมอย่างไร..
ถ้าเธอไม่ได้คิดจะอยู่คนเดียว
ก็ต้องรออีกคนมาแชร์ความคิดกับเธออยู่ดี

คนรัก..มักเข้ามาโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว
เขาเลยมักพูดว่า "รัก..ออกแบบไม่ได้"

เพราะถึงจะออกแบบไว้อย่างไร..
ความรักมันก็ไม่สามารถเป็นไปตามแบบที่เราต้องการ

เหมือนที่เขาว่า..เนื้อคู่ในความฝัน..ไม่เหมือนกับในความจริง
บ้านจริงๆ ..จะให้เคลื่อนไหวไปในทิศทางไหน..เธอควบคุมได้
แต่จิตใจของคนอีกคน..ที่เป็นคู่ของเรา..
มันเป็นสิ่งที่เหนือการควบคุม

เธอไม่สามารถจัดการได้ฝ่ายเดียว..คนสองคนต้องร่วมมือกัน
แต่ฉันเชื่ออย่างหนึ่งว่า..
"รัก..ตกแต่งภายในได้"

ในเมื่อเราเปลี่ยนแปลงรูปทรง แบบแปลนไม่ได้
แต่เราปรับแต่งบ้านเองได้

ถึงเธอจะไม่ได้บ้านอย่างที่เคยฝันเอาไว้..
เมื่อความรักเดินทางมาถึงเธอ..
แต่มันก็เป็นบ้านของเธอ..
เธอเลือกได้ที่จะตกแต่งมันยังไงให้น่าอยู่
ทำยังไงให้เธอและเขาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข..
จัดสรรมุมต่างๆ ของชีวิตให้สมดุล

ห้องทุกห้อง..ก็เหมือนชีวิตรัก..
ที่ต้องทำให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมน่าอยู่

แต่หากเธอและเขา..ตกลงกันไม่ได้..ตกแต่งได้ไม่สมดุล
ทำให้ตัวบ้านที่ปลูกสร้างคลอนแคลน..บ้านก็อาจจะล้มครืนลงมา

เพราะฉะนั้น..การที่เธอจะเข้าไปอยู่ในบ้านซักหลัง..
ที่เธอไม่เคยฝันถึงมันมาก่อน
เธอก็ยังเลือกได้..ที่จะตรวจสอบก่อนว่า..

โครงสร้างเป็นยังไง..ปลอดภัยแค่ไหนที่จะอยู่
อย่างน้อยๆ ถ้าเจ้าของบ้านอีกคนใจดี..
ให้เธอมีสิทธิ์เลือกเฟอร์นิเจอร์เองบ้าง
ถึงเธอจะไม่ได้ออกแบบมันเอง..

แต่ความสำคัญ..
มันอยู่ในบ้านต่างหาก


---------- จาก Life Lotion โดย ว.แหวน




 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2548    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2548 19:40:02 น.
Counter : 542 Pageviews.  

- เงิน 6 บาทช่วยเด็กได้ 1 คน

เงินที่ท่านซื้อ = ค่าอาหารเด็ก?

·น้ำอัดลม 1 กระป๋อง = 2 คน/มื้อ
·ขนมกรุบกรอบ 1 ห่อ = 2 คน/มื้อ
·การ์ตูนญี่ปุ่น 1 เล่ม = 5-6 คน/มื้อ
·บุหรี่ 1 ซอง = 5-6 คน/มื้อ
·ฟาสท์ฟู้ด-พิซซ่า 1 ชุด = 8 คน/มื้อ
·หนัง 1เรื่อง = 14-15 คน/มื้อ
·ซีดี 1 แผ่น = 21-22 คน/มื้อ
·ถ่ายรูปStudio 1 ครั้ง =30 คน/มื้อ

ช่วยค่าอาหารกลางวันเด็กยากจน
และโครงการอื่นๆเพื่อเด็กได้ที่
มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน 02-465-6165




 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2548    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2548 19:38:21 น.
Counter : 191 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

vr1428
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add vr1428's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.