Group Blog
 
All Blogs
 

เตรียมพบกับ วิธีลดหน้าท้องให้แบนราบ

สาวๆ หลายคนเวลามีน้ำหนักเพิ่ม มักจะมีปัญหาไขมันส่วนเกิน หน้าท้องยื่น พุงออกเป็นหมูสามชั้น แต่ก็ไม่รู้จะหาทางหรือวิธีออกกำลังกายอย่างไรให้ตรงจุดใช่มั๊ยล่ะคะ ยิ่งช่วงนี้แฟชั่นเสื้อเอวลอย เสื้อครอปตัวสั้นกำลังมาแรง เราก็ได้แต่นั่งมอง ขืนจะให้ใส่ทั้งๆ ที่ยังมีห่วงยางรอบเอวแบบนี้ล่ะก็ น่าอายแย่เลย...

วันนี้เกร็ดดี้จึงขอพาคุณสาวๆ ไปดูวิธีลดหน้าท้องจากพลอยระรินทร์ หรือ 
Ployrarin Beauty Blog สาวน้อยที่กำลังโด่งดังในโลกออนไลน์ ที่พร้อมจะพาทุกคนไปบอกลากับเจ้าห่วงยางสุดดื้อ ตามมาดูกันเลยดีกว่า !

routine ท่าบริหารที่เอามาโพสวันนี้ แม้จะไม่ใช่คาถาพิเศษที่เห็นผลในหนึ่งวัน อาจจะเจ็บและท้อ แต่ด้วยความพยายาม มันจะต้องเห็นผลค่ะ

*สำหรับทุกคนที่อยากจะลดหน้าท้อง/สุขภาพแข็งแรงขึ้น และมีความตั้งใจ พร้อมที่จะทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ
*สาวๆที่รักในหน้าตาและหุ่นของตัวเองอยู่แล้ว เริ่ดค่ะ ขอชมจากใจ ฮาวทูนี้ก็ดูเล่นขำๆแล้วกันเนอะ
*นี่เป็นroutineของพลอย ที่ปรับลงมาเพื่อทุกคนที่เริิ่มต้น อาจจะมีผิดบ้าง ทำท่าไม่ถูกอะไรยังไง บอกพลอยได้นะคะ

BIKINIbody: MISSION BEGIN

- ก่อนเริ่มออกกำลังกาย ยืดเส้นก่อนนะคะ ยิ่งนานยิ่งดี พลอยทำ 10-15นาทีค่ะ นานกว่านี้ก็ดีเป็นการเตรียมกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกายที่ดี ป้องกันอาการบาดเจ็บต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้

- วอร์มอัพ แอโรบิค 20นาทีค่ะ ณ ที่นี้ พลอยวิ่งเหยาะๆต่อเนื่องจนครบเวลา

THE CORE ROUTINE

ชี้แจง : 3x20 reps แปลว่า ทำซ้ำกัน 3เซ็ท เซ็ทละ20ครั้ง ,, ถ้า 3x1min คือ 3เซ็ท เซ็ทละ1นาทีนะคะ


มาต่อกันที่ท่าบริหารหน้าท้องกันค่ะ

1. บริหารกล้ามเนื้อด้านข้าง 3x20 reps

นำมือมาประกบกันเหนือหัว แขนเหยียดตรง เหมือนจรวด (ฮ่าาๆ) แล้ว*ค่อยๆ*เอนซ้าย-ขวา สลับกัน



2.ซิทอัพ (Crunch) 3x50 reps

เริ่มด้วยการนอนราบ ขาเหยียดตรง90องศา แล้วทำซิทอัพ ขึ้้นช้าๆ พอขึ้นมาแล้วค้างไว้ 1วิแล้วลงช้าๆค่ะ

3. PLANK & SIDE PLANK 3x1min each

ท่านี้ชื่อคุ้นๆ หรือเปล่าเอ่ย ฮ่าๆๆ ทำแพลงค์โดยให้ตัวเป็นเส้นตรง ค้างไว้  1นาทีทั้งด้านหน้าและด้านข้างค่ะ อย่างอหลังนะคะ เดี๋ยวจะปวดเอา แล้วก็อย่าทำหลังโก่งๆ ด้วย เพราะมันจะไม่ช่วยมากนะคะ

4.ยกขาคู่ ขึ้นลง บริหารกล้ามเนื้อท้องด้านล่าง 3x20 reps

รู้สึกท่านี้จะเรียกว่า HIP LIFT นะคะ ดังรูปเลยค่ะ ค่อยๆยกขึ้น-ลงช้าๆ พอลงแล้วขาไม่ต้องแตะพื้น แต่ค้างไว้5วินาที แล้วยกขึ้นช้าๆ ทำซ้ำ

5. Squat 3x1min / 3x20 reps

ท่านั่งชักโครก อายเหลือเกินนนนน !! ทำเหมือนมีเก้าอี้ล่องหนอยู่แล้วค่อยๆนั่งลงไป แขนยืดตรง หลังตรง (ท่าเริ่มต้นคือยืนตรง เท้าชี้ตรง shoulder width นะคะ) สำหรับท่านที่ไม่อยากลุกๆนั่งๆก็นั่งค้างเลยค่ะเซ็ทละ 1 นาที

6. AIR BIKE 3x20 reps

จักรยานหรรษา คล้ายๆซิทอัพค่ะ แต่ขาเราจะลอยตลอด พอซิทขึ้นมาแล้วเอาศอกซ้ายแตะเข่าขวา ศอกขวา แตะเข่าซ้ายสลับกัน ทำช้าๆ ค่ะ



7. BRIDE 3x1.5min

ท่านี้ง๊ายง่ายเริ่มจากนอนราบ แล้วยกก้นขึ้นมาค่ะ หลังตรง ค้างไว้ 1นาทีครึ่ง

การออกกำลังกายไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าทุกคนแบ่งเวลาและอดทน เพื่อให้ตัวเองมีสุขภาพที่แข็งแรงและรูปร่างที่ดี เห็นสาวพลอยหุ่นเป๊ะแบบนี้แล้ว เกร็ดดี้คงต้องขอตัวนำไปลดหน้าท้องกับเค้าก่อนดีกว่า บายยยยย^^

ติดตามผลงาน ployrarin ได้ที่ www.facebook.com/PloyrarinBlog










ที่มาของข่าว women.sanook.com/1406623/เตรียมพบกับ-วิธีลดหน้าท้องให้แบนราบ/




 

Create Date : 06 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 6 กรกฎาคม 2556 8:51:45 น.
Counter : 2412 Pageviews.  

“ทุเรียน มังคุด“ กินอย่างไรได้ประโยชน์













ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิม ส่งผลให้คนจำนวนไม่น้อยตัดสินใจเลือกวิธีการดูแลและป้องกันตัวเองจากโรคภัยไข้เจ็บ บางคนเลือกซื้อวิตามินในรูปของเม็ดยามารับประทานบำรุงร่างกาย แต่หากรับประทานไม่ถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้

ดังนั้น การเลือกรับวิตามินเต็มๆ จาก "ผลไม้ไทย" ที่มีให้รับประทานหลากหลายตลอดทั้งปี ย่อมเป็นวิธีที่ปลอดภัยและง่ายกว่าสำหรับคนรักสุขภาพ ท็อปส์จึงจัดงาน "TOPS Fresh Fair 2013" ต้อนรับสีสันผลไม้เมืองร้อนขึ้น

พีระพรรณ โพธิ์ทอง นักโภชนาการประจำโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แนะนำการเลือกรับประทานผลไม้เมืองร้อนอย่าง "ทุเรียน" ราชาผลไม้ไทยที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และยังมีเส้นใยอาหารและธาตุเหล็กสูงมาก สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้

แต่การบริโภคทุเรียนควรอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะมีพลังงานสูง โดยกินครั้งละไม่เกินครึ่งพู หากกินมากกว่านั้น จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานมากถึง 400 กิโลแคลอรี เทียบเท่ากับกินข้าว 1 มื้อเลยทีเดียว

ส่วน "มังคุด" ราชินีผลไม้ไทยที่มีคุณสมบัติช่วยลดอาการร้อนใน ส่วนกากใยในเนื้อมังคุดจะช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามังคุดอุดมไปด้วยไฟเบอร์ช่วยลดอาการท้องผูก อีกทั้งยังมีวิตามินซีสูงช่วยให้ไม่เกิดอนุมูลอิสระ และยังมีฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ที่ช่วยให้ระบบเผาผลาญพลังงานเป็นปกติ

เลือกรับประทานผลไม้ไทยตามฤดูกาล นอกจากมีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรไทยอีกด้วย









ที่มา women.sanook.com/1406506/ทุเรียน-มังคุด-กินอย่างไรได้ประโยชน์/




 

Create Date : 17 มิถุนายน 2556    
Last Update : 17 มิถุนายน 2556 13:46:34 น.
Counter : 484 Pageviews.  

น้ำตาลหวานซ่อน...อ้วน




คำหวาน ของหวาน ชีวิตที่หวานชื่น เป็นสิ่งที่มนุษย์ปุถุชนทุกคนชื่นชอบและอยากได้ แต่ความหวานที่มาจากน้ำตาลที่ใคร ๆ เคยหลงใหลมักจะเริ่มเป็นที่รังเกียจสำหรับผู้ที่รักและดูแลสุขภาพ

บางคนมีวินัยกับตนเองในการควบคุมอาหาร ไม่กินแป้งมากเกินไป ไม่กินดึกเกินไป น้ำหนักลดลงอย่างน่าพอใจ แต่ทว่าพุงของหนุ่มสาวหลายคนไม่เคยลดลงตามน้ำหนักที่หายไป อะไรคือสาเหตุ

มีข้อถกเถียงกันในหมู่นักวิชาการว่าการบริโภคน้ำตาลนั้น หากคุณกินน้อยเกินไปก็ไม่ดี
เพราะร่างกายเราต้องการพลังงานโดยเฉพาะหากคุณเป็นคนออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีน้ำตาลแล้วร่างกายจะเอาพลังงานมาจากไหน สำหรับบางคนก็ปฏิเสธความหวานประเภทนี้อย่างเด็ดขาด เพราะรู้ว่านี่คือสาเหตุใหญ่ของน้ำหนักที่ไม่เคยลดลง

แต่วันนี้เราจะมาเลือกน้ำตาลที่ดีให้กับร่างกายของเราที่ทำให้เราไม่อ้วน หุ่นดี และสามารถเสริมสร้างกล้ามเนื้อ รวมไปถึง Six pack ของหนุ่ม ๆ และดีต่อสุขภาพของเราโดยรวม
น้ำตาลในบทความที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงน้ำตาลที่เป็นก้อนเป็นเกล็ดแต่เป็นเรื่องราวของอาหารที่มีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบสำคัญ


พื้นฐานวิทยาศาสตร์ของความหวาน
วิทยาศาสตร์สมัยเด็กบอกเราว่า น้ำตาลก็คือ คาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งที่เราเรียกว่าคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว เช่นตัวอย่างฉลากข้างกระป๋องน้ำอัดลมเขียนว่ามีคาร์โบไฮเดรต 41 กรัม และมีน้ำตาลผสมอยู่ 41 กรัม ก็แปลว่าทุก ๆ หน่วยของคาร์โบไฮเดรต เราได้มาจากน้ำตาลทั้งหมด เปรียบเทียบอาหารอย่างธัญพืชข้าวโอ๊ตฉลากเขียนไว้ว่ามีคาร์โบไฮเดรต 18 กรัม แต่มีน้ำตาลแค่ 1 กรัม หมายความว่าคาร์โบไฮเดรตส่วนใหญ่ในซองข้าวโอ๊ตจะมาจากคาร์โบไฮเดรตในรูปแบบเชิงซ้อนเหมือนกับคาร์โบไฮเดรตที่มาจากมันฝรั่ง ข้าว ข้าวโพด ขนมปังธัญพืช ซึ่งเราเรียกอาหารกลุ่มนี้ว่า แป้ง นั่นเอง

ทบทวนกันอีกครั้ง น้ำตาลเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวส่วนแป้งเป็นเชิงซ้อน แต่นิยามแบบนี้จะไม่มีส่วนสำคัญต่อการดูแลสุขภาพเหมือนกับนิยามแนวใหม่ที่เรามองคาร์โบไฮเดรตในการช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อไปพร้อม ๆ กับการลดไขมันในร่างกาย ( อย่าสับสนกับการลดน้ำหนักแต่เพียงอย่างเดียวเพราะการลดน้ำหนักอาจทำให้คุณดูแย่ลงถ้าคุณไม่เสริมกล้ามเนื้อไปทดแทนไขมันที่หายไป)

คาร์โบไฮเดรตในเชิงเพิ่มกล้าม (เนื้อ)ลด (ไข)มันนี้ เราจะให้ความใส่ใจไปที่คาร์โบไฮเดรตที่ไม่แปรรูป หรือไม่ผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรม เช่น ผลไม้ ผักสด น้ำผลไม้ กลุ่มอาหารเหล่านี้ยังคงสภาพธรรมชาติที่มีใยอาหาร น้ำตาล วิตามิน เกลือแร่ และสารสำคัญจากธรรมชาติ Phytochemical 
แตกต่างจากอาหารที่ผ่านการดัดแปลง อาทิ ขนมปังขาว น้ำหวาน ลูกอม (ที่แต่งกลิ่น และแต่งรสหวานทางเคมี) ขนมปังกรอบ คุกกี้ อาหารบางประเภทก็อ้างว่าปราศจากไขมัน (Fat free) แต่ก็เทียบไม่ได้กับอาหารธรรมชาติ เช่น ขนมปังกรอบ 1 กรัม เขียนว่ามีแค่ 4 แคลอรี่ เทียบกับส้ม 1 กรัม มีแค่ 0.2 แคลอรี่เท่านั้น เพราะส่วนประกอบหลักเต็มไปด้วยน้ำและใยอาหาร


น้ำตาลก็มีประโยชน์ไม่ใช่มีแต่โทษ
เราท่านมักได้อ่านแต่ความเลวร้ายของน้ำตาล แต่อย่ามองเพียงด้านเดียว ทุกสิ่งมีสองด้านเสมอ น้ำตาลที่ชื่อเสียงไม่ดีส่วนใหญ่เป็นน้ำตาลแปรรูป แต่อาหารที่มีองค์ประกอบของน้ำตาลที่มาจากธรรมชาติจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเราที่จะดึงเอาน้ำตาลในอาหารเหล่านั้นมาเป็นพลังงานให้กับกิจกรรมต่าง ๆ ของร่างกายเรา ไม่ว่าจะเป็นกิจวัตรประจำวัน พลังงานในการต่อสู้ในที่ทำงานหรือใช้ในการออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากเราใช้พลังงานจากน้ำตาลที่ได้มาไม่หมดร่างกายก็จะมีวิธีสำรองเอาไว้ใช้โดยเก็บไว้ที่ตับและกล้ามเนื้อในรูปแบบของกลัยโดเจนและดึงออกมาใช้ในยามขาดแคลน แต่การเก็บสำรองก็มีข้อจำกัด เพราะร่างกายมีที่เก็บน้อย ส่วนเกินจากความจำเป็นร่างกายก็จะเปลี่ยนเป็นไขมัน

Dr.John Ivy ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเท็กซัส บอกว่า การรับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตในระหว่างออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกายหรือการแข่งขันกีฬาที่ใช้ระยะเวลายาวนาน

ที่มา never-age 










จาก //news.sanook.com




 

Create Date : 29 ธันวาคม 2555    
Last Update : 29 ธันวาคม 2555 7:46:13 น.
Counter : 635 Pageviews.  

อร่อยได้สุขภาพ กับไอศกรีมตามกรุ๊ปเลือด




หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องของการกินอาหารและเครื่องดื่มตามกรุ๊ปเลือดมาบ้าง แล้วคุณทราบหรือไม่ว่าการเลือกกินไอศกรีมก็สามารถกินตามกรุ๊ปเลือดได้เช่นเดียวกัน เพราะหนึ่งในบรรดาอาหารหวานที่ครองใจสาวๆ หลายคน คงหนีไม่พ้นไอศกรีม ที่นอกจากรสชาติจะหอมหวาน นุ่มละมุนลิ้นแล้ว ความเย็นของไอศกรีมก็ทำให้ร่างกายสดชื่นตื่นตัวตามไปด้วย

A
จะมีเลือดค่อนข้างเหนียวข้น และกระเพาะอาหารของคนกลุ่มนี้จะมีกรด ต่ำกว่าเลือดกรุ๊ปอื่นๆ ไอศกรีมโดยทั่วไปที่ทำมาจากนมวัว ไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนกลุ่มนี้ เพราะไขมันในนมวัวจะไปช่วยเพิ่มความเข้มข้นของเลือด ทำให้เลือดไหลเวียน ช้า ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้น หากจะเลือกรับประทานไอศกรีมให้เหมาะที่สุด ควรเลือกไอศกรีมที่ทำมาจากนมถั่วเหลือง และไอศกรีมผลไม้ตระกูลเบอร์รีต่างๆ เช่น สตรอว์เบอร์รีราสป์เบอร์รี บลูเบอร์รี เรดเบอร์รี ลูกพลัม ลูกพรุน มะเดื่อ กระท้อน สับปะรด เป็นต้น และควรหลีกเลี่ยงไอศกรีมรสมะม่วง มะละกอ กล้วย ส้ม แคนตาลูป มะพร้าว วานิลลา เพราะจะทำให้ระคายเคืองกระเพาะ และเป็นตัวการขัดขวางการดูดซึมของวิตามิน

O
ส่วนใหญ่มีปัญหาเลือดแข็งตัว ช้า นอกจากนี้ยังมีปัญหาระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบดูดซึมในร่างกาย จึงไม่ต้องสงสัยว่าเหตุใดคนเลือดกรุ๊ปนี้ถึงอ้วนง่ายกว่าคนปกติ ควรงดไอศกรีมที่ทำจากนมวัวทุกประเภท แล้วหันมารับประทานไอศกรีมที่ทำจากผลไม้หรือนมถั่วเหลืองแทนจะดีที่สุด ไอศกรีมที่เหมาะคือไอศกรีมที่ทำมาจากผลไม้สีแดงเข้มหรือสีม่วง ได้แก่ ลูกพรุน ลูกพลัม มะเดื่อ แบล็กเชอร์รี สตรอว์เบอร์รี เปปเปอร์มินต์ สับปะรด แต่ที่ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาด คือ ไอศกรีมรสกาแฟ ส้ม วานิลลา เกรปฟรุต มะพร้าว แคนตาลูป เพราะหากกินเข้าไปจะไปเพิ่มปริมาณกรดในกระเพาะอาหาร

B
เป็นกลุ่มเลือดที่มีความสมดุล ไม่ข้นหรือเหลวจนเกินไป นมจึงไม่มีผลต่อร่างกายของคนเลือดกรุ๊ปนี้ รสชาติไอศกรีมที่เหมาะสมได้แก่ ส้ม กล้วย แครนเบอร์รี องุ่น ทุเรียน สับปะรด กระท้อน ช็อกโกแลต วานิลลา สตรอว์เบอร์รี ชาเขียว และเปปเปอร์มินต์ เพราะมีไฟเบอร์ และเอนไซม์สูง ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงาน ได้ดียิ่งขึ้น และควรหลีกเลี่ยงไอศกรีมรสมะพร้าว มะเฟือง ทับทิม ข้าวโพด และกะทิ เพราะเป็นตัวการ ที่ทำให้น้ำหนักขึ้นได้ง่ายกว่าอาหารอย่างอื่น

AB
เป็นพวกลูกผสม ลักษณะอาหารการกิน จึงคล้ายกับทั้งคนเลือดกรุ๊ปเอและบี แต่ สามารถรับประทานนมได้ เพราะคนในกรุ๊ป นี้จะมีระบบการย่อยที่ซับซ้อนกว่า รสชาติไอศกรีมที่เหมาะคือ องุ่น กีวี เชอร์รี แครนเบอร์รี มะเดื่อ สับปะรด ทุเรียน กระท้อน ชาเขียว ช็อกโกแลต สตรอว์เบอร์รี วานิลลา และควรหลีกเลี่ยงไอศกรีมที่ทำจากผลไม้เมืองร้อน ทั้งหลาย อาทิ มะม่วง มะพร้าว กล้วย ฝรั่ง เพราะจะย่อยยาก สำหรับรสส้มนั้นจะทำให้กระเพาะระคายเคือง แต่ไอศกรีมรสมะนาวสามารถช่วยย่อยและล้างระบบลำไส้ได้ดีเลย ทีเดียว








ขอบคุณข้อมูลจาก //women.sanook.com/




 

Create Date : 08 ธันวาคม 2555    
Last Update : 8 ธันวาคม 2555 9:55:38 น.
Counter : 685 Pageviews.  

หนังสยองขวัญ ช่วยเผาผลาญแคลอรีได้




ผลวิจัยชี้ "หนังสยองขวัญ"ช่วยเผาผลาญ"แคลอรี" และ 10 สุดยอดหนังลดอ้วน

ผลวิจัยล่าสุดของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวสมินสเตอร์ ของอังกฤษ เปิดเผยว่า การชมภาพยนตร์สยองขวัญ สามารถเผาผลาญแคลอรีได้เทียบเท่ากับแท่งช็อคโกแลตหนึ่งแท่ง

โดยผู้ที่ชมหนังสยองขวัญความยาว 90 นาที จะช่วยเผาผลาญพลังงานได้ถึง 113 แคลอรี หรือมีตัวเลขใกล้เคียงกับการเดินเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง และหนังสยองขวัญแต่ละเรื่องก็ให้ผลไม่เท่ากัน อย่างไรก็ดี การศึกษาภาพยนตร์สยองขวัญ 10 เรื่อง พบว่า "The Shining" ของผู้กำกับสแตนลีย์ คูบริก สามารถเผาผลาญแคลอรีได้สูงสุดถึง 184 แคลอรี ภาพยนตร์ฉลามเพชฌฆาต "Jaws" (161 แคลอรี) และ The Exorcist (158 แคลอรี)

ผลการศึกษาพบว่า หนังที่มีช่วงเวลา "สยองขวัญจนต้องสะดุ้ง" จะช่วยเผาผลาญแคลอรีได้ดีกว่า เนื่องจากจะช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจอย่างมาก

ดร.ริชาร์ด แมคเคนซี อาจารย์และผู้เชี่ยวชาญกระบวนการเผาผลาญอาหารในเซลล์และสรีรศาสตร์ เปิดเผยว่า ขณะที่จังหวะการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น เลือดสูบฉีดไปทั่วร่างกายเร็วขึ้น ร่างกายจะทำการหลั่งอะดรีนาลีน ที่เกิดขึ้นระหว่างการตกใจหรือสะดุ้งที่เกิดจากความกลัว ที่ทราบกันดีว่าทำให้เกิดการอยากอาหารน้อยลง ตัวอะดรีนาลีนดังกล่าวนี่เองที่จะเพิ่มอัตราการเผาผลาญพื้นฐาน และทำให้แคลอรีถูกเผาผลาญในระดับสูงสุด

นักวิทยาศาสตร์ ทำการบันทึกอัตราการเต้นของหัวใจ ปริมาณออกซิเจน รวมทั้งการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในการศึกษาโดยได้รับความร่วมมือจากบริษัทเช่าภาพยนตร์เลิฟฟิล์ม และค้นพบว่ามีการใช้แคลอรี่ที่เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยในขณะชมภาพยนตร์ ราว 1 ใน 3

เฮเลน คาวลีย์ ผู้บริหารเลิฟฟิล์ม กล่าวว่า เราต่างทราบกันดีว่าความรู้สึกต้องการปิดตาหรือเบือนหน้านี้ระหว่างการชมหนังสยองขวัญเป็นอย่างไร แต่การศึกษาชิ้นนี้ได้ให้คำแนะนำที่ดีว่า หากต้องการเผาผลาญแคลอรี ก็ควรกล้าที่จะดูหนังอย่างตั้งใจ

 

10 ภาพยนตร์สยองขวัญลดแคลอรี่:

1. The Shining: 184 แคลอรี่
2. Jaws: 161 แคลอรี่
3. The Exorcist: 158 แคลอรี่
4. Alien: 152 แคลอรี่
5. Saw: 133 แคลอรี่
6. A Nightmare on Elm Street: 118 แคลอรี่
7. Paranormal Activity: 111 แคลอรี่
8. The Blair Witch Project: 105 แคลอรี่
9. The Texas Chain Saw Massacre: 115 แคลอรี่
10. [Rec]: 101 แคลอรี่






ขอบคุณข้อมูลจาก //women.sanook.com




 

Create Date : 02 ธันวาคม 2555    
Last Update : 2 ธันวาคม 2555 16:11:19 น.
Counter : 739 Pageviews.  

1  2  3  4  

เหนื่อย กว่าจะตั้งชื่อได้
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




Friends' blogs
[Add เหนื่อย กว่าจะตั้งชื่อได้'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.