Group Blog
 
All Blogs
 

พุทธศาสนสุภาษิต ๓๓.เสวนาวรรค คือ หมวดคบหา ( ๒ )

พุทธศาสนสุภาษิต

เรียบเรียงจาก หนังสือพุทธศาสนสุภาษิต ของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรณาณวโรรส
และ พระมหาทองสืบ จารุวณฺโณ พร้อมด้วยคณะกรรมการ


--------------------------------------------------------------



๓๓. เสวนาวรรค คือ หมวดคบหา ( ต่อ )

ปาปมิตฺเต วิวชฺเชตฺวา
ภเชยฺยุตตมปุคฺคเล
โอวาเท จสฺส ติฏฺเฐยฺย
ปตฺเถนฺโต อจลํ สุขํ.

ผู้ปรารถนาความสุขที่มั่นคง พึงเว้นมิตรชั่วเสีย
คบแต่บุคคลสูงสุด และพึงตั้งอยู่ในโอวาทของท่าน.
(วิมลเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๐๙.

ปูติมจฺฉํ กุสคฺเคน
โย นโร อุปนยฺหติ
กุสาปิ ปูติ วายนฺติ
เอวํ พาลูปเสวนา.

คนห่อปลาเน่าด้วยใบหญ้าคา แม้หญ้าคาก็พลอยเหม็นเน่าไปด้วยฉันใด
การคบกับคนพาลก็ฉันนั้น.
(ราชธีตา) ขุ. ชา มหา. ๒๘/๓๐๓.

ยาทิสํ กุรุเต มิตฺตํ
ยาทิสญฺจูปเสวติ,
โสปิ ตาทิสโก โหติ
สหวาโส หิ ตาทิโส.

คบคนเช่นใดเป็นมิตร และสมคบคนเช่นใด,
เขาก็เป็นคนเช่นนั้น เพราะการอยู่ร่วมกันย่อมเป็นเช่นนั้น.
(โพธิสตฺต) ขุ. ชา. วีส. ๒๓/๔๓๗.

สทฺเธน จ เปสเลน จ
ปญฺญวตา พหุสฺสุเตน จ
สขิตํ หิ กรยฺย ปณฺฑิโต.
ภทฺโท สปฺปุริเสหิ สงฺคโม.

บัณฑิต พึงทำความเป็นเพื่อนกับคนที่ศรัทธา มีศีลเป็นที่รัก
มีปัญญาและเป็นพหุสูต, เพราะการสมาคมกับคนดี เป็นความเจริญ.
(อานนฺทเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๔๐๕.

อุทฺธโต จปโล ภิกฺขุ
มิตฺเต อาคมฺม ปาปเก
สํสีทติ มโหฆสฺมึ
อุมฺมิยา ปฏิกุชฺชิโต.

ภิกษุผู้ฟุ้งซ่าน คลอนแคลน อาศัยมิตรชั่ว
ถูกคลื่นซัด ย่อมจมลงในน่านน้ำใหญ่.
อญฺญาโกณฺฑญฺญเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๖๖.

ธมฺมกาโม สุตาธาโร
ภเวยฺย ปริปุจฺฉโก
สกฺกจฺจํ ปยิรุปาเสยฺย
สีลวนฺเต พหุสฺสุเต.

พึงเป็นผู้ใคร่ธรรม ทรงไว้ซึ่งสุตะ เป็นผู้สอบถาม
เข้าไปนั่งใกล้ผู้มีศีลและเป็นพหุสูตโดยเคารพ.
(พุทฺธ) ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๓๓๒.

นิธีนํว ปวตฺตารํ
ยํ ปสฺเส วชฺชทสฺสินํ
นิคฺคยฺหวาทึ เมธาวึ
ตาทิสํ ปณฺฑิตํ ภเช

ตาทิสํ ภชมานสฺส
เสยฺโย โหติ น ปาปิโย.

เห็นบัณฑิตใด ผู้มีปกติชี้ความผิดให้ ดุจผู้บอกขุมทรัพย์ให้
ซึ่งมีปกติกล่าวกำราบ มีปัญญา, พึงคบบัณฑิตเช่นนั้น,
เมื่อคบท่านเช่นนั้น ย่อมประเสริฐ ไม่เลวเลย.
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๒๕.

นิหียติ ปุริโส นิหีนเสวี
น จ หาเยถ กทาจิ ตุลฺยเสวี
เสฏฺฐมุปนมํ อุเทติ ขิปฺป
ตสฺมา อตฺตโน อุตฺตรึ ภเชถ.

ในกาลไหน ๆ ผู้คบคนเลว ย่อมเลว คบคนเสมอกัน ไม่พึงเสื่อม
คบหาคนประเสริฐ ย่อมพลันเด่นขึ้น เหตุนั้นควรคบคนที่สูงกว่าตน
(พุทฺธ) องฺ. ติก. ๒๐/๑๕๘.

ปสนฺนเมว
อปฺปสนฺนํ วิวชฺชเย
ปสนฺนํ ปยิรุปาเสยฺย
รหทํวุทกตฺถิโก.

บุคคลควรคบผู้เลื่อมใสเท่านั้น ควรเว้นผู้ไม่เลื่อมใส
ควรเข้าไปนั่งใกล้ผู้เลื่อมใส เหมือนผู้ต้องการน้ำเข้าไปหาห้วงน้ำฉะนั้น.
(โพธิสตฺต) ขุ. ชา. ปญฺญาส. ๒๘/๒๓.

ปิสุเณน จ โกธเนน
มจฺฉรินา จ วิภูตินนฺทินา
สขิตํ น กเรยฺย ปณฺฑิโต
ปาโป กาปุริเสน สงฺคโม.

บัณฑิตไม่ควรทำความเป็นเพื่อนกับคนส่อเสียด คนมักโกรธ คนตระหนี่
และคนเพลิดเพลินในสมบัติ เพราะการสมาคมกับคนชั่วเป็นความเลวทราม
(อานนฺทเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๔๐๕.

ภเช ภชนฺตํ ปุริสํ
อภชนฺตํ น ภชฺชเย
อสปฺปุริสธมฺโม โส
โย ภชนฺตํ น ภชิชติ.

ควรคบกับคนที่คบตน ไม่ควรคบคนที่ไม่คบตน
ผู้ใดไม่คบคนที่คบตน ผู้นั้นชื่อว่าไม่มีธรรมของสัตบุรุษ.
(โพธิสตฺต) ขุ. ชา. ปญฺญาส. ๒๘/๒๓.

สพฺภิเรว สมาเสถ
สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ
สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย
สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจติ.

พึงสมาคมกับสัตบุรุษ พึงทำความสนิทสนมกับสัตบุรุษ
ผู้นั้นรู้ทั่วถึงสัทธรรมของสัตบุรุษแล้ว ย่อมหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง.
(สีวเทวปุตฺต) สํ. ส. ๑๕/๘๐.

-------------------------------------------------------------

หมายเหตุ
บทความ พุทธศาสนสุภาษิต นี้มาจากการเรียบเรียงสุภาษิตในหมวดเดียวกันให้มารวมกัน จากหนังสือ พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑ ที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงเรียบเรียง และหนังสือพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒ และเล่ม ๓ ที่ พระมหาทองสืบ จารุวณฺโณ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้รวบรวมและเรียบเรียงไว้
ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประสงค์จะทราบได้อ่านสุภาษิตในหมวดเดียวกันจากหนังสือทั้ง ๓ ต่อเนื่องกันในครั้งเดียว

เนื่องจากบทความนี้ ผู้เขียนได้เรียบเรียงโดยคัดลอกเนื้อความมาจากเวปของวัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน โดยมิได้ตรวจทานความครบถ้วนถูกต้องจากหนังสือต้นฉบับที่ถูกกล่าวถึง ผู้ที่ประสงค์จะนำไปใช้อ้างอิง กรุณาตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง

คัดลอกจาก เวป //www.doisaengdham.org




 

Create Date : 23 มกราคม 2557    
Last Update : 23 มกราคม 2557 9:17:25 น.
Counter : 5345 Pageviews.  

พุทธศาสนสุภาษิต ๓๓.เสวนาวรรค คือ หมวดคบหา ( ๑ )

พุทธศาสนสุภาษิต

เรียบเรียงจาก หนังสือพุทธศาสนสุภาษิต ของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรณาณวโรรส
และ พระมหาทองสืบ จารุวณฺโณ พร้อมด้วยคณะกรรมการ


--------------------------------------------------------------



๓๓. เสวนาวรรค คือ หมวดคบหา

วิสฺสาสา ภยมนฺเวติ.
เพราะความไว้ใจ ภัยจึงตามมา.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๐.

อติจิรํ นิวาเสน ปิโย ภวติ อปฺปิโย.
เพราะอยู่ด้วยกันนานเกินไป คนที่รักก็มักหน่าย.
ขุ. ชา. เตรส. ๒๗/๓๔๗.

ยํ เว เสวติ ตาทิโส.
คบคนใด ก็เป็นเช่นคนนั้นแล.
ว. ว.

เอกรตฺตํ ทฺวิรตฺตํ วา ทุกฺขํ วสติ เวริสุ.
อยู่ในพวกไพรีคืนเดียวหรือสองคืน ก็เป็นทุกข์.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๔.

ทุกฺโข พาเลหิ สํวาโส อมิตฺเตเนว สพฺพทา.
อยู่ร่วมกับพวกพาล นำทุกข์มาให้เสมอไปเหมือนอยู่ร่วมกับศัตรู.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๒.

ธีโร จ สุขสํวาโส ญาตีนํว สมาคโม.
อยู่ร่วมกับปราชญ์ นำสุขมาให้เหมือนสมาคมกับญาติ.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๒.

สุโข หเว สปฺปุริเสน สงฺคโม.
สมาคมกับสัตบุรุษ นำสุขมาให้.
ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๕๕.

นิหียติ ปุริโส นิหีนเสวี.
ผู้คบคนเลว ย่อมเลวลง.
องฺ. ติก. ๒๐/๑๕๘.

ทุกฺโข พาเลหิ สงฺคโม.
สมาคมกับคนพาล นำทุกข์มาให้.
ขุ. ชา. นวก. ๒๗/๒๖๕.

น สงฺคโม ปาปชเนน เสยฺโย.
สมาคมกับคนชั่ว ไม่ดีเลย.
ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๖๑.

ภทฺโท สปฺปุริเสหิ สงฺคโม.
การสมาคมกับคนดี เป็นความเจริญ.
ขุ. เถร. ๒๖/๔๐๕.

น ปาปชนสํเสวี อจฺจนฺตสุขเมธติ.
ผู้ไม่คบหาคนชั่ว ย่อมได้รับสุขส่วนเดียว.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๔๖.

พาลสงฺคตจารี หิ ทีฆมทฺธาน โสจติ.
ผู้เที่ยวสมาคมกับคนพาล ย่อมเศร้าโศกสิ้นกาลนาน.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๒.

ยตฺถ เวรี นิวีสติ น วเส ตตฺถ ปณฺฑิโต.
ไพรีอยู่ในที่ใด บัณฑิตไม่ควรอยู่ในที่นั้น.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๔.

สงฺเกเถว อมิตฺตสฺมึ มิตฺตสฺมิมฺปิ น วิสฺสเส.
ควรระแวงในศัตรู แม้ในมิตรก็ไม่ควรไว้ใจ.
ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๕๗.

น วิสฺสเส อวิสฺสฏฺฐ วิสฺสฏฺเฐปิ น วิสฺสเส.
ไม่ควรไว้ใจในคนไม่คุ้นเคย แม้ในคนคุ้นเคย ก็ไม่ควรไว้ใจ.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๐.

อนตฺถา เยว วฑฺฒนฺติ พาลํ ปจฺจูปเสวโต.
เมื่อคบหาคนพาล ย่อมมีแต่ความฉิบหาย.
นัย. ขุ. ชา. นวก. ๒๗/๒๖๕.

นาสฺมเส กตปาปมฺหิ.
ไม่ควรไว้ใจคนทำบาป.
ขุ. ชา. ทสก. ๒๗/๒๙๐.

นาสฺมเส อลิกวาทิเน.
ไม่ควรไว้ใจคนพูดพล่อย ๆ.
ขุ. ชา. ทสก. ๒๗/๒๙๐.

นาสฺมเส อตฺตตฺถปญฺญมหิ.
ไม่ควรไว้ใจคนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว.
ขุ. ชา. ทสก. ๒๗/๒๙๐.

อติสนฺเตปิ นาสฺมเส.
ไม่ควรไว้ใจคนที่แสร้งทำสงบเสงี่ยม.
ขุ. ชา. ทสก. ๒๗/๒๙๐.

อเปตจิตฺเตน น สมฺภเชยฺย.
ไม่ควรคบกับคนสิ้นคิด.
ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๘๔.

น สนฺถวํ กาปุริเสน กยิรา.
ไม่ควรทำความสนิทสนมกับคนชั่ว.
ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๕๕.

มาสฺสุ พาเลน สงฺคจฺฉิ อมิตฺเตเนว สพฺพทา.
อย่าสมาคมกับคนพาลซึ่งเป็นดังศัตรูทุกเมื่อ.
ขุ. ชา. นวก. ๒๗/๒๖๕.

อสนฺเต นูปเสเวยฺย
สนฺเต เสเวยฺย ปณฺฑิโต
อสนฺโต นิรยํ เนนฺติ
สนฺโต ปาเปนฺติ สุคตึ.

บัณฑิตไม่พึงคบอสัตบุรุษ พึงคบสัตบุรุษ เพราะอสัตบุรุษย่อมนำไปสู่นรก
สัตบุรุษย่อมให้ถึงสุคติ.
(โพธิสตฺต) ขุ. ชา. วีส. ๒๗/๔๓๗.

ตครํ ว ปลาเสน
โย นโร อุปนยฺหติ
ปตฺตาปิ สุรภี วายนฺติ
เอวํ ธีรูปเสวนา.

คนห่อกฤษณาด้วยใบไม้ แม้ใบไม้ก็หอมไปด้วยฉันใด,
การคบกับนักปราชญ์ก็ฉันนั้น.
(โพธิสตฺต) ขุ. ชา. วีส. ๒๗/๔๓๗.

น ปาปชนสํเสวี
อจฺจนฺตสุขเมธติ
โคธากุลํ กกณฺฏาว
กลึ ปาเปติ อตฺตนํ.

ผู้คบคนชั่ว ย่อมถึงความสุขโดยส่วนเดียวไม่ได้,
เขาย่อมยังตนให้ประสบโทษ เหมือนกิ้งก่าเข้าฝูงเหี้ยฉะนั้น.
(โพธิสตฺต) ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๔๖.



-------------------------------------------------------------

หมายเหตุ
บทความ พุทธศาสนสุภาษิต นี้มาจากการเรียบเรียงสุภาษิตในหมวดเดียวกันให้มารวมกัน จากหนังสือ พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑ ที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงเรียบเรียง และหนังสือพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒ และเล่ม ๓ ที่ พระมหาทองสืบ จารุวณฺโณ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้รวบรวมและเรียบเรียงไว้
ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประสงค์จะทราบได้อ่านสุภาษิตในหมวดเดียวกันจากหนังสือทั้ง ๓ ต่อเนื่องกันในครั้งเดียว

เนื่องจากบทความนี้ ผู้เขียนได้เรียบเรียงโดยคัดลอกเนื้อความมาจากเวปของวัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน โดยมิได้ตรวจทานความครบถ้วนถูกต้องจากหนังสือต้นฉบับที่ถูกกล่าวถึง ผู้ที่ประสงค์จะนำไปใช้อ้างอิง กรุณาตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง

คัดลอกจาก เวป //www.doisaengdham.org




 

Create Date : 15 มกราคม 2557    
Last Update : 15 มกราคม 2557 20:08:32 น.
Counter : 1247 Pageviews.  

พุทธศาสนสุภาษิต ๓๒.สุขวรรค คือ หมวดสุข

พุทธศาสนสุภาษิต

เรียบเรียงจาก หนังสือพุทธศาสนสุภาษิต ของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรณาณวโรรส
และ พระมหาทองสืบ จารุวณฺโณ พร้อมด้วยคณะกรรมการ


--------------------------------------------------------------



๓๒. สุขวรรค คือ หมวดสุข

สพฺพตฺถ ทุกฺขสฺส สุขํ ปหานํ.
ละเหตุทุกข์ได้ เป็นสุขในที่ทั้งปวง.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๙.

อพฺยาปชฺฌํ สุขํ โลเก.
ความไม่เบียดเบียน เป็นสุขในโลก.
วิ. มหา. ๔/๖. ขุ. อุ. ๒๕/๘๖.

เตสํ วูปสโม สุโข.
ความสงบระงับแห่งสังขารนั้น เป็นสุข.
สํ. ส. ๑๕/๘. ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๑.

นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ.
ความสุข (อื่น) ยิ่งกว่าความสงบ ไม่มี.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๒.

นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ.
นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง.
ม. ม. ๑๓/๒๘๑. ขุ. ธ. ๒๕/๔๒.

สุโข พุทฺธานํ อุปฺปาโท.
ความเกิดขึ้นแห่งท่านผู้รู้ทั้งหลาย นำสุขมาให้.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๑.

สุขา สทฺธมฺมเทสนา.
การแสดงสัทธรรม นำความสุขมาให้.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๑.

อทสฺสเนน พาลานํ นิจฺจเมว สุขี สิยา.
จะพึงมีความสุขเป็นนิตย์ ก็เพราะไม่พบเห็นคนพาล.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๒.

สุขํ สุปติ พุทฺโธ จ เยน เมตฺตา สุภาวิตา.
ผู้เจริญเมตตาดีแล้ว ย่อมหลับและตื่นเป็นสุข.
ว. ว.

น เว อนตฺถกุสเลน อตฺถจริยา สุขาวหา.
การประพฤติประโยชน์กับคนไม่ฉลาดในประโยชน์ ไม่นำสุขมาให้เลย.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๑๕.

-------------------------------------------------------------

หมายเหตุ
บทความ พุทธศาสนสุภาษิต นี้มาจากการเรียบเรียงสุภาษิตในหมวดเดียวกันให้มารวมกัน จากหนังสือ พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑ ที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงเรียบเรียง และหนังสือพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒ และเล่ม ๓ ที่ พระมหาทองสืบ จารุวณฺโณ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้รวบรวมและเรียบเรียงไว้
ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประสงค์จะทราบได้อ่านสุภาษิตในหมวดเดียวกันจากหนังสือทั้ง ๓ ต่อเนื่องกันในครั้งเดียว

เนื่องจากบทความนี้ ผู้เขียนได้เรียบเรียงโดยคัดลอกเนื้อความมาจากเวปของวัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน โดยมิได้ตรวจทานความครบถ้วนถูกต้องจากหนังสือต้นฉบับที่ถูกกล่าวถึง ผู้ที่ประสงค์จะนำไปใช้อ้างอิง กรุณาตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง

คัดลอกจาก เวป //www.doisaengdham.org




 

Create Date : 09 มกราคม 2557    
Last Update : 9 มกราคม 2557 22:07:57 น.
Counter : 854 Pageviews.  

พุทธศาสนสุภาษิต ๓๑.สีลวรรค คือ หมวดศีล

พุทธศาสนสุภาษิต

เรียบเรียงจาก หนังสือพุทธศาสนสุภาษิต ของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรณาณวโรรส
และ พระมหาทองสืบ จารุวณฺโณ พร้อมด้วยคณะกรรมการ


--------------------------------------------------------------



๓๑. สีลวรรค คือ หมวดศีล

สีลํ ยาว ชรา สาธุ.
ศีลยังประโยชน์ให้สำเร็จตราบเท่าชรา.
สํ. ส. ๑๕/๕๐.

สุขํ ยาว ชรา สีลํ.
ศีลนำสุขมาให้ตราบเท่าชรา.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๙.

สีลํ กิเรว กลฺยาณํ.
ท่านว่าศีลนั่นเทียว เป็นความดี.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๘.

สีลํ โลเก อนุตฺตรํ.
ศีลเป็นเยี่ยมในโลก.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๘.

สํวาเสน สีลํ เวทิตพฺพํ.
ศีลพึงรู้ได้เพราะอยู่ร่วมกัน.
นัย-ขุ. อุ. ๒๕/๑๗๘.

สาธุ สพฺพตฺถ สํวโร.
ความสำรวมในที่ทั้งปวง เป็นดี.
สํ. ส. ๑๕/๑๐๖. ขุ. ธ. ๒๕/๖๔.

สญฺญมโต เวรํ น จียติ.
เมื่อคอยระวังอยู่ เวรย่อมไม่ก่อขึ้น.
ที. มหา. ๑๐/๑๕๙. ขุ. อุ. ๒๕/๒๑๕.

สีลํ รกฺเขยฺย เมธาวี.
ปราชญ์พึงรักษาศีล.
ขุ. อิติ. ๒๕/๒๘๒

อาทิ สีลํ ปติฏา จ
กลฺยาณานญฺจ มาตุกํ
ปมุขํ สพฺพธมฺมานํ
ตสฺมา สีลํ วิโสธเย.

ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้น เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย
เป็นประมุขของธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้น ควรชำระศีลให้บริสุทธิ์.
(สีลวเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๘.

อวณฺณญฺจ อกิตฺติญฺจ
ทุสฺสีโล ลภเต นโร
วณฺณํ กิตฺตึ ปสํสญฺจ
สทา ลภติ สีลวา.

คนผู้ทุศีลย่อมได้รับความติเตียนและความเสียชื่อเสียง
ส่วนผู้มีศีล ย่อมได้รับชื่อเสียงและความยกย่องสรรเสริญทุกเมื่อ.
(สีลวเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๗.

อิเธว กิตฺตึ ลภติ
เปจฺจ สคฺเค จ สุมโน
สพฺพตฺถ สุมโน ธีโร
สีเลสุ สุสมาหิโต.

ผู้มีปรีชา มั่งคงดีแล้วในศีล ย่อมได้รับชื่อเสียงในโลกนี้
ละไปแล้ว ย่อมดีใจในสวรรค์ ชื่อว่าย่อมดีใจในที่ทั้งปวง.
(สีลวเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๘.

อิเธว นินฺทํ ลภติ
เปจฺจาปาเย จ ทุมฺมโน
สพฺพตฺถ ทุมฺมโน พาโล
สีเลสุ อสมาหิโต.

คนเขลา ไม่มั่นคงในศีล ถูกติเตียนในโลกนี้
และละไปแล้ว ย่อมเสียใจในอบาย ชื่อว่าย่อมเสียใจในที่ทั้งปวง.
(สีลวเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๘.

กาเยน วาจาย จ โยธ สญฺญโต
มนสา จ กิญฺจิ น กโรติ ปาปํ
น อตฺตเหตุ อลิกํ ภณาติ
ตถาวิธํ สีลวนฺตํ วทนฺติ.

ผู้ใดในโลกนี้ สำรวมทางกายวาจาและใจ ไม่ทำบาปอะไร ๆ
และไม่พูดพล่อย เพราะเหตุแห่งตน, ท่านเรียกคนอย่างนั้นว่า ผู้มีศีล
(สรภงฺคโพธิสตฺต) ขุ. ชา. จตฺตาฬีส. ๒๗/๕๔๐.

ตสฺมา หิ นารี จ นโร สีลวา
อฏฺฐงฺคุเปตํ อุปวสฺสุโปสถํ
ปุญฺญานิ กตาน สุขุทฺริยานิ
อนินฺทิตา สคฺคมุเปนฺติ ฐานํ.

เพราะฉะนั้น หญิงและชายผู้มีศีล รักษาอุโบสถประกอบด้วยองค์ ๘
ทำบุญอันมีสุขเป็นกำไร จึงไม่ถูกติเตียน ย่อมเข้าถึงสถานสวรรค์.
(พุทฺธ) องฺ. ติก. ๒๐/๒๗๖.

น เวทา สมฺปรายาย
น ชาติ นปิ พนฺธวา
สกญฺจ สีลสํสุทธํ
สมฺปรายสุขาวหํ.

เวทมนตร์ ชาติกำเนิด พวกพ้อง นำสุขมาให้ในสัมปรายภพไม่ได้
ส่วนศีลของตนที่บริสุทธิ์ดีแล้ว จึงนำสุขมาในสัมปรายภพได้
(โพธิสตฺต) ขุ. ชา. ปญฺจก. ๒๗/๑๗๕.

พหุสฺสุโตปิ เจ โหติ
สีเลสุ สุสมาหิโต
อุภเยน นํ ปสํสนฺติ
สีลโต จ สุเตน จ.

ถ้าเป็นพหุสูต มั่นคงดีในศีล บัณฑิตย่อมสรรเสริญเขาด้วยคุณ ๒ ประการ
คือด้วยศีลและด้วยสุตะ.
(พุทฺธ) องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๙.

โย จ วสฺสสตํ ชีเว
ทุสฺสีโล อสมาหิโต
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย
สีลวนฺตสฺส ฌายิโน.

ผู้ไม่มีศีล ไม่มั่นคง พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี,
ส่วนผู้มีศีล เพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่วันเดียว ประเสริฐกว่า.
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๒๙.

สีลเมวิธ สิกฺเขถ
อสฺมึ โลเก สุสิกฺขิตํ
สีลํ หิ สพฺพสมฺปตฺตึ
อุปนาเมติ เสวิตํ.

พึงศึกษาศีลในโลกนี้ เพราะศีลที่ศึกษาดีแล้วเสพแล้วในโลกนี้.
ย่อมน้อมนำมาซึ่งสมบัติทั้งปวง.
(สีลวเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๗.

สีลํ รกฺเขยฺย เมธาวี
ปตฺถยาโน ตโย สุเข
ปสํสํ วิตฺติลาภญฺจ
เปจฺจ สคฺเค ปโมทนํ.

ผู้มีปัญญาเมื่อปรารถนาสุข ๓ อย่าง คือ ความสรรเสริญ
ความได้ทรัพย์ และความละไปบันเทิงในสวรรค์ ก็พึงรักษาศีล.
(สีลวเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๗.

สีลวา หิ พหู มิตฺเต
สญฺญเมนาธิคจฺฉติ
ทุสฺสีโล ปน มิตฺเตหิ
ธํสเต ปาปมาจรํ.

ผู้มีศีลย่อมได้มิตรมากด้วยความสำรวม
ส่วนผู้ไม่มีศีล ประพฤติชั่ว ย่อมแตกจากมิตร.
(สีลวเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๗.

อุนฺนฬสฺส ปมตฺตสฺส
พาหิราสสฺส ภิกฺขุโน
สีลํ สมาธิ ปญฺญา จ
ปาริปูรึ น คจฺฉติ.

เมื่อภิกษุมีมานะ ประมาทแล้ว มีความหวังในภายนอก,
ศีล สมาธิ และปัญญา ย่อมไม่ถึงความบริบูรณ์.
(โสณโกฬิวิสเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๖๐.

เตสํ สมฺปนฺนสีลานํ
อปฺปมาทวิหารินํ
สมฺมทญฺญา วิมุตฺตานํ
มาโร มคฺคํ น วินฺทติ.

มารค้นหาอยู่ ย่อมไม่พบทางของท่านผู้มีศีลสมบูรณ์
อยู่ด้วยความไม่ประมาท หลุดพ้นแล้ว เพราะรู้ชอบ.
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๒๒.

สีลํ พลํ อปฺปฏิมํ
สีลํ อาวุธมุตฺตมํ
สีลํ อาภรณํ เสฏฺฐํ
สีลํ กวจมพฺภุตํ.

ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด
ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์.
(สีลวเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๘.

สีลเมว อิธ อคฺคํ
ปญฺญวา ปน อุตฺตโม
มนุสฺเสสุ จ เทเวสุ
สีลปญฺญาณโต ชยํ.

ศีลเท่านั้นเป็นเลิศในโลกนี้ ส่วนผู้มีปัญญาเป็นผู้สูงสุด
ความชนะในหมู่มนุษย์และเทวดา ย่อมมีเพราะศีลและปัญญา.
(สีลวเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๘.

สีลํ สมฺพลเมวคฺคํ
สีลํ ปาเถยฺยมุตฺตมํ
สีลํ เสฏฺโฐ อติวาโห
เยน วาติ ทิโส ทิสํ.

ศีลเป็นคุณรวมกำลังอย่างเลิศ ศีลเป็นเสบียงทางอย่างสูงสุด
ศีลเป็นผู้นำทางอย่างประเสริฐสุด เพราะศีล (มีกลิ่น) ขจรไปทั่วทุกทิศ.
(สีลวเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๘.

สีลํ เสตุ มเหสกฺโข
สีลํ คนฺโธ อนุตฺตโร
สีลํ วิเลปนํ เสฏฺฐํ
เยน วาติ ทิโส ทิสํ.

ศีลเป็นสะพานอันสำคัญ ศีลเป็นกลิ่นที่ไม่มีกลิ่นอื่นยิ่งกว่า
ศีลเป็นเครื่องลูบไล้อันเประเสริฐสุด เพราะศีล (มีกลิ่น) ขจรไปทั่วทุกทิศ.
(สีลวเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๘.

-------------------------------------------------------------

หมายเหตุ
บทความ พุทธศาสนสุภาษิต นี้มาจากการเรียบเรียงสุภาษิตในหมวดเดียวกันให้มารวมกัน จากหนังสือ พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑ ที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงเรียบเรียง และหนังสือพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒ และเล่ม ๓ ที่ พระมหาทองสืบ จารุวณฺโณ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้รวบรวมและเรียบเรียงไว้
ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประสงค์จะทราบได้อ่านสุภาษิตในหมวดเดียวกันจากหนังสือทั้ง ๓ ต่อเนื่องกันในครั้งเดียว

เนื่องจากบทความนี้ ผู้เขียนได้เรียบเรียงโดยคัดลอกเนื้อความมาจากเวปของวัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน โดยมิได้ตรวจทานความครบถ้วนถูกต้องจากหนังสือต้นฉบับที่ถูกกล่าวถึง ผู้ที่ประสงค์จะนำไปใช้อ้างอิง กรุณาตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง

คัดลอกจาก เวป //www.doisaengdham.org




 

Create Date : 31 ธันวาคม 2556    
Last Update : 31 ธันวาคม 2556 6:56:55 น.
Counter : 5444 Pageviews.  

พุทธศาสนสุภาษิต ๓๐.สามัคคีวรรค คือ หมวดสามัคคี

พุทธศาสนสุภาษิต

เรียบเรียงจาก หนังสือพุทธศาสนสุภาษิต ของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรณาณวโรรส
และ พระมหาทองสืบ จารุวณฺโณ พร้อมด้วยคณะกรรมการ


--------------------------------------------------------------



๓๐. สามัคคีวรรค คือ หมวดสามัคคี

สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี.
ความพร้อมเพรียงของหมู่ ให้เกิดสุข.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๑. ขุ. อิติ. ๒๕/๒๓๘. องฺ. ทสก. ๒๔/๘๐.

สมคฺคานํ ตโป สุโข.
ความเพียรของผู้พร้อมเพรียงกัน ให้เกิดสุข.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๑.

สพฺเพสํ สงฺฆภูตานํ สามคฺคี วุฑฺฒิสาธิกา.
ความพร้อมเพรียงของปวงชนผู้เป็นหมู่ ยังความเจริญให้สำเร็จ.
ส. ส.

วิวาทํ ภยโต ทิสฺวา
อวิวาทญฺจ เขมโต
สมคฺคา สขิลา โหถ
เอสา พุทฺธานุสาสนี.

ท่านทั้งหลายจงเห็นความวิวาทโดยความเป็นภัย
และความไม่วิวาทโดยความปลอดภัยแล้ว
เป็นผู้พร้อมเพรียง มีความประนีประนอมกันเถิด. นี้เป็นพระพุทธานุศาสนี.
(พุทฺธ) ขุ. จริยา. ๓๓/๕๙๕.

สามคฺยเมว สิกฺเขถ
พุทฺเธเหตํ ปสํสิตํ
สามคฺยรโต ธมฺมฏฺโฐ
โยคกฺเขมา น ธํสติ.

พึงศึกษาความสามัคคี, ความสามัคคีนั้น ท่านผู้รู้ทั้งหลายสรรเสริญแล้ว
ผู้ยินดีในสามัคคี ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่คลาดจากธรรมอันเกษมจากโยคะ
(พุทฺธ) ขุ. ชา. เตรส. ๒๗/๓๔๖.

สุขา สงฺฆสฺส สมมคฺคี
สมคฺคานญฺจนุคฺคโห
สมคฺครโต ธมฺมฏฺโฐ
โยคกฺเขมา น ธํสติ.

ความพร้อมเพรียงของหมู่เป็นสุข และการสนับสนุนคนผู้พร้อมเพรียงกันก็เป็นสุข
ผู้ยินดีในคนผู้พร้อมเพรียงกัน ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่คลาดจากธรรมอันเกษมจากโยคะ
(พุทฺธ) ขุ. อิติ. ๒๕/๒๓๘.

-------------------------------------------------------------

หมายเหตุ
บทความ พุทธศาสนสุภาษิต นี้มาจากการเรียบเรียงสุภาษิตในหมวดเดียวกันให้มารวมกัน จากหนังสือ พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑ ที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงเรียบเรียง และหนังสือพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒ และเล่ม ๓ ที่ พระมหาทองสืบ จารุวณฺโณ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้รวบรวมและเรียบเรียงไว้
ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประสงค์จะทราบได้อ่านสุภาษิตในหมวดเดียวกันจากหนังสือทั้ง ๓ ต่อเนื่องกันในครั้งเดียว

เนื่องจากบทความนี้ ผู้เขียนได้เรียบเรียงโดยคัดลอกเนื้อความมาจากเวปของวัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน โดยมิได้ตรวจทานความครบถ้วนถูกต้องจากหนังสือต้นฉบับที่ถูกกล่าวถึง ผู้ที่ประสงค์จะนำไปใช้อ้างอิง กรุณาตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง

คัดลอกจาก เวป //www.doisaengdham.org




 

Create Date : 25 ธันวาคม 2556    
Last Update : 25 ธันวาคม 2556 11:33:18 น.
Counter : 10668 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

sirivajj
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




บทความในกลุ่ม ข้อคิด-ธรรมะ ได้ถูกเรียบเรียงขึ้น โดยบางบทความได้คัดลอกและสำเนาภาพมาถ่ายทอดจากหนังสือธรรมะต่างๆ หรือหนังสืออื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ด้วยเจตนาประสงค์จะให้ธรรมะอันเป็นสัจจะและมงคลของพระพุทธศาสนาได้รับการเผยแพร่และเข้าถึงพุทธศาสนิกชนหรือผู้ที่สนใจให้ได้มากที่สุด รวมทั้งให้บทความธรรมะได้ถูกรวบรวมไว้ในรูปแบบที่จะสะดวกแก่การสืบค้นและเข้าถึงในภายหลัง

ผู้ที่ประสงค์จะคัดลอกไปเพื่อประโยชน์ทางพาณิชย์ กรุณาตรวจสอบกับต้นฉบับหรือเจ้าของลิขสิทธิ์ ด้วยครับ
Friends' blogs
[Add sirivajj's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.