Group Blog
 
All Blogs
 

เสือหลวงพ่อนก วัดสังกะสี (๑๑)

๘๐ ปี หลวงพ่อนก ธมฺมโชติ วัดสังกะสี (วัดนาคราช)



ในวาระวันครบรอบ ๘๐ ปีของการละสังขารของหลวงพ่อนก ธมฺมโชติ ที่ได้จากไปเมื่อวันพุธที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ.๒๔๗๕ หรือวันแรม ๗ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีวอก



ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในหลวงพ่อนกซึ่งเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน และได้สืบทอดการสร้าง ปลุกเสกเสือแกะซึ่งเป็นสุดยอดวัตถุมงคลยอดนิยมของท่าน ผมจึงได้นำภาพเสือหลวงพ่อนกมาให้ชมเพิ่มเติมจากบทความที่ได้เคยเขียนไว้ เพื่อเป็นอนุสรณ์ ระลึกถึงและเผยแพร่กิตติคุณของหลวงพ่อในวาระดังกล่าวนี้



ชมภาพด้านหน้า - หลัง



เสือหลวงพ่อนก เต็มเขี้ยว สภาพสวย สมบูรณ์ (ขอขอบคุณ คุณวิทยา เสือปิดตา เจ้าของเสือและภาพ)



เสือหลวงพ่อนก เต็มเขี้ยว สวย สมบูรณ์



เสือหลวงพ่อนก เต็มเขี้ยว ที่ยังสวยสมบูรณ์ อีกตัว แกะจากเขี้ยวเสือ ซึ่งมีน้อย และหายาก ปรกติจะเจอที่แกะจากเขี้ยวหมีเสียเป็นส่วนใหญ่



เสือหลวงพ่อนก สภาพเขี้ยวตัด ซึ่งปรกติทั่วไป เขี้ยวที่ตัดจะไม่มีการจารหรือลงอักขระ อะไรในเขี้ยวด้านที่ตัด เข้าใจว่าคงจะมาตัดเขี้ยวภายหลัง



แต่เสือตัวนี้พิเศษ คือมีการแกะจารที่ด้านฐานด้วย พบเจอตัวนี้เป็นครั้งแรก เข้าใจว่าคงมีน้อยมาก



ชมภาพของเสือตัวนี้เพิ่มกันอีกในหลาย ๆ มุม

หมายเหตุ

ภาพประกอบจากเวปท่าพระจันทร์, เวปยูอะมูเลท และเวปเครื่องรางดอทคอม ผู้เขียนขออนุญาตนำมาใช้เพื่อประกอบบทความและขอขอบคุณมา ณ ที่นี้




 

Create Date : 19 กันยายน 2555    
Last Update : 19 กันยายน 2555 19:28:49 น.
Counter : 24032 Pageviews.  

เสือหลวงพ่อนก วัดสังกะสี (๑๐)

ข้อสังเกตุเขี้ยวเสือหลวงพ่อนก (ศิลป์นิยม)

ข้อสังเกตุของเขี้ยวเสือหลวงพ่อนก ในศิลป์แบบที่บทความได้แนะนำไว้มี ดังนี้
ศิลป์การแกะหน้าเสือ จะเป็นเอกลักษณ์ โดยมีจุดสังเกตุคือ



ตาแบบลูกเต๋า หูแหลมแบบหูแมว (ถ้าหูกลมแบบหูหนู จะไม่ใช่ศิลป์นี้ทันที)
กรอบปากจะเป็นสามเหลี่ยม ในปากนอกจากฟันและลิ้นแล้ว จะมีเขี้ยว ๔ ซี่เป็นฟันกรามหรือซี่ในสุด บนและล่าง
ส่วนมากจะมีแกะคล้ายลอยบั้งจมูกและเหนือลูกตา



ลายบนตัวเสือตรงขาคู่หน้า (ถ้าไม่ได้แกะเป็นอักขระ) ส่วนมากจะแกะเป็นแนวเดียวซ้อนๆ กัน แต่ ก็พบว่า มีแบบที่เป็น ๒ แนว หรือเป็นลายเล็กๆ ด้วย
การแกะลายอักขระและยันต์บนตัวเสือนี้ นับว่าเป็นจุดสังเกตุที่ดีได้ เพราะ การจะจัดวางอักขระและยันต์ ให้ลงตัวและสวยงามนั้น เป็นเรื่องทำได้ยาก จะเห็นว่าเสือหลวงพ่อนกแท้ๆ นั้น จะมีความประณีตในการแกะลายและยันต์ดูระยะห่าง ช่องไฟระหว่างอักขระและความลงตัวส่วนใหญ่จะพอดี มีความงดงามในเชิงศิลป์
ลายมือของช่างที่แกะไว้ ส่วนมากจะแกะโดยมีลายมือหนึ่งแบบคล้ายกันเป็นหลัก แต่ก็พบบ้างที่มีลายมือในแบบอื่น



ลายที่ฐานเสือ จะมีอยู่หลายแบบ หลายลาย ดังตัวอย่างที่นำมาประกอบจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีการนำลายหลายอย่างมารวมกัน และยังมีแบบพิเศษด้วย ผู้สนใจควรศึกษา หาตัวอย่างดู พร้อมกับพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ ไปด้วย

เขี้ยวเสือที่พบจำนวนเกือบ ๕๐ เปอร์เซนต์ จะอยู่ในสภาพ ที่ถูกฝนปลายเขี้ยวออก หรือถูกตัดปลายเขี้ยวออกไป เข้าใจว่า ผู้ใช้ฝนออกเพื่อให้สะดวกในการพกพา หรือนำไปเลี่ยม

เสือที่พบจะเป็นเขี้ยวหมี เสียส่วนใหญ่ มีเขี้ยวเสือบ้างในจำนวนน้อย ส่วนที่แกะด้วยกระดูกนั้น อาจจะมีบ้าง ให้พิจารณากับองค์ประกอบอื่นๆ เป็นหลัก (หมายเหตุ โดยทั่วไป เสือที่แกะด้วยกระดูก มักพบในศิลป์ และลายมือ ที่นักสะสมเขาว่า เป็นของหลวงพ่อสาย จริง เท็จ ประการใดโปรดพิจารณา)

บทสรุปความเห็น

จากกระทู้ที่ได้เขียนมา ตั้งแต่ต้น ผู้เขียนได้นำเสนอถึงเสือหลวงพ่อนก ในศิลป์ที่นิยม ทั้งนี้ ผู้เขียนไม่ได้ยืนยันและไม่ได้ให้ข้อสรุปว่า ศิลป์หรือลายมือ แบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น ที่เป็นเสือหลวงพ่อนก อย่างแท้จริง เพราะปัจจุบัน การเล่นหาเสือหลวงพ่อนก ในอีกหลายศิลป์ ก็ได้รับการยอมรับในกลุ่มนักสะสมเช่นกัน ดังปรากฏในหนังสือเกี่ยวกับเครื่องรางที่มีบทความเกี่ยวข้อง



(ภาพจากหนังสือเสือมหาเวทย์)

รวมทั้งแนวทางศึกษาและสะสมในอดีตที่ผ่านมา ก็ไม่มีความชัดเจน และไม่ได้มีการเก็บข้อมูลและเผยแพร่ให้ทราบกัน เป็นเพียงรู้อยู่ในผู้สะสมหรือผู้ได้รับถ่ายทอดความรู้ต่อเนื่องกันมาเท่านั้น



และถ้าพิจารณาในมุมมองจากผลการประกวดในการประกวดเครื่องราง ในรายการเขี้ยวเสือแกะหลวงพ่อนกในอดีต ก็จะพบว่า ตรงกับความเห็นข้างต้น กล่าวคือ การตัดสินของกรรมการได้ให้ตัดสินยอมรับเสือหลวงพ่อนกในหลายศิลป์เช่นกัน ดังนั้น ขอให้ผู้สนใจจะสะสมเสือหลวงพ่อนก พึงได้พิจารณาในเรื่องดังกล่าวในการตัดสินความนิยม หรือวิจารณ์ เก้ – แท้ ในเขี้ยวเสือ ที่พบเห็นด้วยตนเอง อย่างมีสติและยึดมั่นในเหตุผลทุกครั้ง

ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ติดตามบทความมาตั้งแต่ตอนที่ ๑ จนถึงตอนที่ ๑๐ นี้ซึ่งเป็นตอนจบ

ฝากคติไว้เตือนใจผู้รักเครื่องราง และภาพประกอบเสือหลวงพ่อนกที่ชนะรางวัลการประกวด ๑ – ๔ ที่ไบเทค บางนาปี ๒๕๕๒



(ภาพเสือติดรางวัลจากหนังสือรวมภาพพระชนะเลิศจากการประกวดที่ไบเทค บางนา ปี ๒๕๕๒)

๐ รักเครื่องราง ต้องเชื่อมั่น สิ่งที่เห็น
ต้องใจเย็น คิด ทบทวน เหตุ และ ผล
พิจารณาใน ความจริงเท็จ อย่าร้อนรน
ขออวยชัย เพื่อนทุกคน ให้โชคดี ๐


ภาพประกอบจาก

เวปท่าพระจันทร์ เวปยูอมูเลท จากหนังสือเสือมหาเวทย์ และจากหนังสือรวมภาพพระชนะเลิศจากการประกวดที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา วันอาทิตย์ที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๒ ซึ่งผู้เขียนขออนุญาติที่ได้นำมาเผยแพร่เพื่อการศึกษาและขอขอบคุณมา ณ ที่นี้อีกครั้ง

ข้อมูลในบทความที่เขียนตั้งแต่ต้นได้มาจากการรวบรวมที่ได้อ่าน รับฟังมา พบเห็นมา และอนุมานขึ้น หากมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ และสำหรับผู้ที่จะนำไปใช้ประโยชน์ประการใด กรุณาตรวจสอบในเรื่องความถูกต้องที่แน่นอนด้วยครับ




 

Create Date : 07 ธันวาคม 2553    
Last Update : 7 ธันวาคม 2553 7:31:41 น.
Counter : 9033 Pageviews.  

เสือหลวงพ่อนก วัดสังกะสี (๙)

ทีของเสือน้อย



เสือหลวงพ่อนกส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นเขี้ยวหมีแกะและจะเป็นแบบเต็มเขี้ยวจริงๆ ไม่มากนัก ดังที่เคยกล่วมา นอกจากนี้ ถ้าพิจารณาในด้านขนาดแล้ว ขนาดของเขี้ยวที่แกะส่วนใหญ่จะยาวกันอยู่ระหว่าง ๒.๕ – ๓.๒ นิ้ว หาที่ใหญ่เกินกว่านี้ได้น้อยมาก สำหรับเสือตัวนี้จะมีขนาดค่อนข้างเล็กหน่อย ยาวประมาณแค่ ๒ นิ้ว หัวด้านบนจะกร่อนเนื้อจริงตรงปากจะหายไป ผมได้เอาขี้ผึ้งมาแต้มไว้ เจ้าของเดิม ได้ใช้มาอย่างโชกโชน เชือกที่ร้อยเสือเก่าขาดคา อยู่กับตัวเสือ ลายที่แกะไว้ได้สึกไปมาก เหลือร่องรอยให้เห็นลายมือ เพียงลาง ลาง พอให้เห็นลายมือจารอักขระของช่างเดิม มีองค์พระ ๑ องค์ กับลายแกะหน้าเสือ บอกความเป็นศิลป์ได้อย่างไม่ต้องสงสัย
ลองชมดูในมุมอื่นบ้าง



ชมภาพบรรดาเสือขนาดเล็ก ที่ต้องขออนุญาติ เจ้าของตัวจริง นำภาพมาลงเพื่อการศึกษา ณ ที่นี้



และอีกตัวครับ



หมายเหตุ

ข้อมูลในบทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนโดยการอนุมานจากข้อมูลภาพ บทความ คำบอกเล่าเท่าที่ได้พบหรือรับฟังมา ผู้ที่จะนำไปใช้ประโยชน์หรืออ้างอิงใดใด กรุณาตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง




 

Create Date : 07 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2553 8:06:43 น.
Counter : 1836 Pageviews.  

เสือหลวงพ่อนก วัดสังกะสี (๘)

เขี้ยวเสือแกะหลวงพ่อนก



เขี้ยวเสือ หลวงพ่อนก วัดสังกะสี
กฤตยาคม ฤทธิ์ธีร์ ธ.ยิ่งใหญ่
สำนักเสือ หลวงพ่อปาน อันเกรียงไกร
เสกเสือให้ โดดจากบาตร กัดหมูกิน

ใครได้มา ยลงานสร้าง ในองค์เสือ
ต่างน้อมเชื่อ เชิงการช่าง สร้างยอดศิลป์
วางอักขระ จารอักษร สวยดั่งจินต์
ทั่วแผ่นดิน ต่างนิยม ชมบูชา


เสือแกะของหลวงพ่อนกนั้น ส่วนมากที่พบจะใช้เขี้ยวหมีทั้งเขี้ยวบนและเขี้ยวล่างมาแกะ อย่างไร ก็ดีเขี้ยวที่แกะด้วยเขี้ยวเสือ ก็มีอยู่จำนวนหนึ่งไม่มากนัก หายากกว่า วิธีสังเกตุเขี้ยวเสือหรือเขี้ยวหมีนั้น ผู้เชี่ยวชาญเขาบอกว่า ให้สังเกตุว่า เขี้ยวหมีนั้น รูปทรงจะมีโคนเขี้ยวอ้วนป้อม เมื่อถึงส่วนเขี้ยวจะเว้าเข้าในมาก และมีเส้นเลือดเป็นลายเหมือนวงแหวนในตัวเขี้ยว ในขณะที่ถ้าเป็นเขี้ยวเสือนั้น รูปทรงจะชลูดยาว ลายเส้นเลือดเป็นวงแหวนในตัวเขี้ยวจะไม่ชัดหรือมากเท่าเขี้ยวหมี และจะปรากฏร่องเลือด ในตัวเขี้ยว ซึ่งถ้าเป็นเขี้ยวหมีจะไม่มี ลองพิจารณาเปรียบเทียบดูจากภาพ



ภาพเขี้ยวหมี (ซ้าย) เขี้ยวเสือ (ขวา)



ภาพลายเส้นเลือดในเขี้ยวหมี (ซ้าย) และร่องเลือดในเขี้ยวเสือ (ขวา)

นอกจากนี้ยังมีการนำกระดูกเสือมาใช้แกะเสือด้วย ซึ่งจะสังเกตุได้ว่า ตัวกระดูกจะมีสภาพผิวที่เป็นเสี้ยนซึ่งจะแตกต่างจากเขี้ยวอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ดีในบรรดาเสือที่แกะด้วยกระดูกเสือที่พบและยอมรับโดยทั่วกันว่าเป็นของหลวงพ่อนก จะมีน้อยมาก กล่าวคือ ส่วนใหญ่ที่พบมักจะพบกระดูกแกะในศิลป์ที่แตกต่างจากเขี้ยวแกะศิลป์นิยมของหลวงพ่อนก ดังนั้น โดยทั่วไปมักนิยมเล่นหาเรียกกันว่าเป็นเสือของหลวงพ่อสาย พุทธเสฏโฐ ซึ่งเป็นศิษย์หลวงพ่อปานอีกท่านหนึ่งมากกว่า เรื่องนี้จะจริงเท็จประการใด ผู้เขียนไม่สามารถยืนยันได้ เพียงนำมาเป็นข้อมูลให้พิจารณาตรวจสอบกันเท่านั้น



ภาพหลวงพ่อสายและกระดูกแกะเป็นเสือ



ภาพเสือหลวงพ่อสาย

ชมภาพเสือหลวงพ่อนกที่เป็นเขี้ยวเสือแกะ ขนาดยาว ๘.๓ ซม. แกะองค์พระไว้ ๗ องค์



ชมภาพเสือหลวงพ่อนกที่แกะด้วยเขี้ยวเสืออีกตัวหนึ่ง ขออนุญาติ เจ้าของตัวจริง นำภาพมาลงเพื่อการศึกษา ณ ที่นี้



เพิ่มเติม : นอกจากการนำเขี้ยวหมี เขี้ยวเสือ และกระดูกมาแกะเป็นเสือแล้ว ยังมีการนำเขี้ยวหมูมาใช้แกะเป็นเสือด้วย ซึ่งโดยทั่วไปการนำเขี้ยวหมูมาแกะเป็นเสือแล้วตกแต่งหรือปิดบังว่าเป็นเขี้ยวเสือนั้น เสือที่พบมักจะแกะเป็นตัวเสือเท่านั้นจะไม่มีส่วนปลายเขี้ยวให้เห็น และการพิจารณาแยกแยะสามารถพิจารณาได้โดยการดูโพรงประสาทของเขี้ยวหมูนั้นจะแตกต่างจากเขี้ยวเสือหรือเขี้ยวหมีอย่างเห็นได้ชัด กล่าวคือ ถ้าเป็นเขี้ยวหมูรูกลวงของเขี้ยวจะมีรูปทรงโค้งบิดเบี้ยวไปตามตัวเขี้ยว ในขณะที่ถ้าเป็นเขี้ยวหมีหรือเขี้ยวเสือรูกลวงจะเป็นวงกลมหรือวงรี ดังภาพประกอบ



ภาพแสดงรูเขี้ยวหมู (ซ้าย) และเขี้ยวเสือ (ขวา)


หมายเหตุ

ข้อมูลในบทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนโดยการอนุมานจากข้อมูลภาพ บทความ คำบอกเล่าเท่าที่ได้พบหรือรับฟังมา ผู้ที่จะนำไปใช้ประโยชน์หรืออ้างอิงใดใด กรุณาตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง




 

Create Date : 09 ตุลาคม 2553    
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2556 14:14:54 น.
Counter : 9957 Pageviews.  

เสือหลวงพ่อนก วัดสังกะสี (๗)

ทีของเสือเหลียว



เสือหลวงพ่อนกนั้น จากบทความที่ผ่านๆ จะพบว่า การแกะอักขระและลวดลายในตัวเสือ นั้น จะมีศิลปและลายมือในแบบเดียวกัน อย่างไรก็ดีหากสังเกตุจะพบว่า การวางอักขระและลวดลายในแต่ละตัวนั้นไม่มีการซ้ำจนเหมือนกันไปหมดทั้งตัว กล่าวคือ ในเสือแต่ละตัวจะมีความแตกต่างกันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งในด้านการแกะอักขระและลวดลาย นอกจากนี้ ยังปรากฏที่มีพิเศษอีกก็คือ ในการแกะตัวเสือ ยังมีการแกะหน้าเสือแบบหันหน้าหรือเหลียวกลับ ซึ่งจะหายาก มีน้อยและได้รับความนิยมกันว่า จะเด่นพิเศษด้านเมตตา มหานิยมอีกด้วย



ชมภาพในมุมอื่นเพิ่มเติม

ตัวอย่างภาพประกอบเขี้ยวแกะแบบเหลียวหลัง จากหนังสือ เสือ มหาเวทย์ ผู้เขียนขออนุญาติ นำภาพมาใช้อ้างอิงเพื่อการศึกษา และขอขอบคุณมา ณ ที่นี้



และเสือเหลียวอีกตัวที่มีความสวยสมบูรณ์มากเป็นพิเศษ ผู้เขียนต้องขออนุญาติ เจ้าของตัวจริง นำภาพมาแสดงเพื่อการศึกษาและเป็นวิทยาทานแก่ผู้สนใจ ไว้ ณ ที่นี้ด้วย



หมายเหตุ

ข้อมูลในบทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนโดยการอนุมานจากข้อมูลภาพ บทความ คำบอกเล่าเท่าที่ได้พบหรือรับฟังมา ผู้ที่จะนำไปใช้ประโยชน์หรืออ้างอิงใดใด กรุณาตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง

ภาพประกอบจากหนังสือ เสือ มหาเวทย์ และเวป Uamulet.com ผู้เขียนขออนุญาติ นำภาพมาใช้อ้างอิงเพื่อการศึกษา และขอขอบคุณมา ณ ที่นี้




 

Create Date : 09 กันยายน 2553    
Last Update : 9 กันยายน 2553 6:03:27 น.
Counter : 2773 Pageviews.  

1  2  3  

sirivajj
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




บทความในกลุ่ม ข้อคิด-ธรรมะ ได้ถูกเรียบเรียงขึ้น โดยบางบทความได้คัดลอกและสำเนาภาพมาถ่ายทอดจากหนังสือธรรมะต่างๆ หรือหนังสืออื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ด้วยเจตนาประสงค์จะให้ธรรมะอันเป็นสัจจะและมงคลของพระพุทธศาสนาได้รับการเผยแพร่และเข้าถึงพุทธศาสนิกชนหรือผู้ที่สนใจให้ได้มากที่สุด รวมทั้งให้บทความธรรมะได้ถูกรวบรวมไว้ในรูปแบบที่จะสะดวกแก่การสืบค้นและเข้าถึงในภายหลัง

ผู้ที่ประสงค์จะคัดลอกไปเพื่อประโยชน์ทางพาณิชย์ กรุณาตรวจสอบกับต้นฉบับหรือเจ้าของลิขสิทธิ์ ด้วยครับ
Friends' blogs
[Add sirivajj's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.