อดีตของเราแม้จะไม่มีใครรู้ แต่มันก็จะอยู่กับเราตลอดไป...
 
 

ขอโทษที่ไม่ได้อัพเรื่องขายวิวต่อค่ะ

คือตอนแรกตั้งใจว่าจะอัพให้จบ พราะไม่อยากให้ รื่องมันค้างๆคาๆอย่างนี้ แต่ตอนที่เราพิมเรื่อง แล้วก็พิมยังไม่จบเพื่อนก็ดันมาบอกว่ารายงานที่ต้องพรีเซ้นพรุ่งนี้เกิดปัญหาขึ้นมาซะอย่างนั้น เลยต้องมานั่งแก้งานกันหัวปั่น ไม่อยากให้เรื่องขาดๆแบบนี้เลยน่ะค่ะ ต้องขอโทษจริงๆนะคะ แต่ต้องขอตัวจัดการรายงานซะก่อน สัญญาว่าจะรีบมาอัพค่ะ




 

Create Date : 04 มกราคม 2550   
Last Update : 4 มกราคม 2550 22:12:51 น.   
Counter : 853 Pageviews.  


เมื่อเราเริ่มขายวิว... 1

การวิวของเรามันเริ่มหนักข้อขึ้นเมื่อเราเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ถึงแม้ว่าชีวิตของเราในช่วงมัธยมจะทำในเรื่องแบบนั้น ถ้าหลายคนที่รู้ก็ต้องตั้งแง่กับเราแล้วว่าอย่างเราน่ะเหรอจะมีปัญญาเข้ามหาวิทยาลัยดีๆกับเขาได้ แต่เราทำได้ เพราะสิ่งหนึ่งที่เราไม่เคยเปลี่ยนนั่นก็คือเราไม่เคยทิ้งเรียน การเรียนมันกลายเป็นเกราะของเรา ไม่ว่าเราจะทำตัวน่าสงสัยสักเพียงใดแต่คะแนนที่ออกมา ผลการเรียนที่มีมันจะป้องกันตัวเราจากข้อครหาต่างๆได้ทุกครั้ง



กลุ่มของเรานั้นมีเราเพียงคนเดียวที่เข้ามหาวิทยาลัยได้ ส่วนเพื่อนที่เหลือเลือกที่จะเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากเราเลย ทำให้ความสัมพันธ์ของกลุ่มเรามันก็ยังดำเนินไปเรื่อยๆ และการเข้ามหาวิทยาลัยนี้ทำให้เราต้องมาอยู่หอ การอยู่หอทำให้ชีวิตเรามีอิสระมากขึ้น เราห่างไกลจากแม่และก็ไม่ต้องกลัวว่าท่านจะรู้อะไร เราเริ่มเที่ยวกลางคืน ก็ไปกับเพื่อนกลุ่มเดิมนั่นเอง


การเที่ยวกลางคืนทำให้เราได้เจอชีวิตที่แปลกใหม่ ได้เจอผู้คนมากมาย การไปเที่ยวของเรากับเพื่อน มันไม่ใช่แค่การไปกินเหล้าเต้นๆกันเป็นส่วนตัวแล้วก็กลับเท่านั้น แต่มันยังมีกิจกรรมที่เรียกว่า”ล่า”(ตามการจำกัดความของเพื่อนเรา) นั่นก็คือการออกไปเฟลิร์ตกับผู้ชายแล้วสุดท้ายก็จบที่เรื่องอย่างว่า ไม่ว่าจะที่หอของใครหรือโรงแรมไหนใกล้ๆก็ตาม แรกๆเราเองก็ได้แค่เฟลิร์ตไปทั่วกับเค้าด้วย เท่าที่คนหน้าตาธรรมดาอย่างเราจะหาได้ แต่เราในตอนนั้นต่างจากเมื่อก่อน ตรงที่เรามั่นใจในตัวเองมากขึ้น ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะการวิวที่ป้อนความมั่นใจและคำชมลวงโลกให้เราอยู่บ่อยๆ แต่สุดท้ายการเฟลิร์ตของเราก็ไปจบลงบนเตียงเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ เพราะเรากล้าพูดเลยว่าเมื่อคุณกล้าที่จะถอดเสื้อผ้าให้คนอื่นดูได้ เมื่อคุณเริ่มที่จะลืมว่าผู้หญิงที่ดีควรจะเป็นอย่างไร เรื่องพวกนี้มันก็ตามคุณมาได้เหมือนกับเงาตามตัว


การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายมากหน้าหลายตา กับกิจกรรมการวิวที่เราก็ยังทำอยู่ เราก็ไม่ใช่เด็กที่ไร้เดียงสาคนเก่าอีกต่อไป แต่กลายเป็นสาวที่เพื่อนต่างถูกใจ เราจะรู้สึกมีค่าก็เมื่อมีคนต้องการเรา ทุกครั้งที่เราเข้าไปในเนตแล้วมีคนรอเราอยู่ ทุกครั้งที่มีคนบอกว่าต้องการเรา หรือมีใครสักคนโทรมาบอกว่าต้องการเราเพียงแค่สักคืนเดียวก็ตาม เราจะรู้สึกว่าเราก็ยังมีคนต้องการ มีคนสนใจอย่างที่พ่อและแม่เราท่านไม่เคยพูดกับเราหรือใครก็ไม่เคยเลย




 

Create Date : 04 มกราคม 2550   
Last Update : 4 มกราคม 2550 21:07:39 น.   
Counter : 1085 Pageviews.  


เรื่องเล่าของสาวเคยวิว 2

เรายอมรับว่าเราอึ้งมาก เราเป็นคนที่เหมือนกับอยู่กะลา เราไม่เคยรู้เลยว่าจะมีคนทำแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้นไม่คิดว่ามันจะอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้ พวกเพื่อนเรามันพูดเหมือนกับว่าเรื่องเหล่านี้มันช่างง่ายดายเสียเหลือเกิน การที่เราไม่มีอะไรกับใครนั้นมันอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่การที่เรายังไม่เคยมีแฟนทั้งๆที่เรียนในโรงเรียนสหศึกษามันกลายเป็นเรื่องที่น่าดูถูกสำหรับเพื่อนเรา มันกลายเป็นเรื่องที่เราจะถูกล้อได้ทุกครั้งที่เพื่อนเรามีโอกาส มันเป็นเหมือนชนวนอันหนึ่งที่ทำให้เราเปลี่ยนตัวเอง


จากแรงยุของเพื่อน จากแรงดูถูก หรือจริงๆแล้วอาจจะเพราะจากตัวเราเองที่อาย ที่ขี้ขลาด ที่กลัวว่าจะต้องเสียเพื่อนไปอีกครั้ง เราก็เริ่มที่จะหาแฟนเพื่อให้เพื่อนยอมรับเราได้ เพื่อที่จะได้รู้สึกว่าเราก็เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเหมือนกัน เราเริ่มจากการเล่นchat แรกๆที่เล่นมันก็เป็นเพียงแค่การแชทธรรมดา เราหาเพื่อนคุยเพื่อพยายามสร้างความสัมพันธ์ พยายามสร้างให้มันกลายเป็นความสัมพันธ์อย่างอื่นที่นอกเหนือจากเพื่อนธรรมดา เราได้รู้จักและสนิทกับพี่คนนึงเป็นพิเศษ ตอนนั้นความสัมพันธ์ของเรากับพี่คนนี้เป็นไปได้ด้วยดี พอเริ่มสนิทกันมากๆเข้าพี่เค้าก็มีโทรมาหาบ้างให้เป็นที่แซวกันของเพื่อนๆ ตอนที่ทำตอนนั้นน่ะ มันจะไม่ได้คิดว่ามันจะเสียหายอะไรหรอก เพราะเรามองเห็นแต่สิ่งที่ดี มองเห็นแต่ความสุข ว่าเออ เวลาที่เราได้พูดคุยเรื่องเดียวกันกับเพื่อน ถ้าคุณๆมีเพื่อนที่เป็นคอเดียวกันก็คงจะทราบดี ว่าเวลาที่เราได้นั่งคุยนั่งเม้าท์กับเพื่อนเนี่ย มันจะเป็นช่วงเวลาที่แม้เวลาจะผ่านไปสักเท่าไหร่ เราก็จะยังคุยกันได้อยู่ เป็นวันเป็นคืนก็ยังคุยได้โดยเฉพาะถ้าเรามีสิ่งที่ร่วมกันอยู่


หลังจากที่เราคุยกับพี่คนนี้มาได้พักใหญ่ เราก็เริ่มเปลี่ยนมาคุยแบบเวบแคมบ้าง เริ่มที่จะเห็นหน้าค่าตากัน ความสัมพันธ์ของเรามันก็ดำเนินไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งพี่เค้าก็ชวนให้เราถอดเสื้อ บอกเราว่าไม่มีอะไร แล้วก็ไม่ต้องอาย เราจะอายทำไม ถอดออกก็เห็นแค่ชุดชั้นใน เหมือนกับว่าเราใส่บิกินี่ไปเที่ยวทะเลนั่นแหล่ะ ตอนแรกเราไม่ยอม เพราะเราเองก็อายที่จู่ๆจะให้เราถอด กลัวไปต่างๆนานาน ด้วยความที่เราไม่มั่นในตัวเอง แต่ในที่สุดเราก็ยอมถอด เพราะด้วยกลัวคำขู่ ตอนนั้นพี่เขาบอกกับเราว่าถ้าไม่ถอดก็ไม่คุยแล้วนะ แต่เราไม่สามารถที่จะปล่อยให้มันเป็นอย่างนั้นได้ เราไม่อยากโดนเพื่อนหัวเราะเยาะอีกแล้ว เราอยากเป็นคนที่เพื่อนยอมรับ ยอมรับว่าเราก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไปที่มีแฟน มีความรัก เราก็เลยตกลงที่จะถอดแต่ก็ถอดแค่เสื้อเท่านั้น เพราะมากกว่านั้นเราไม่กล้า แต่สิ่งที่ตอบรับกลับมา มันคือคำชม มันคือกำลังใจที่เราไม่เคยได้ มันเหมือนกับว่าเรากำลังกลายเป็นคนสำคัญ มันคือสิ่งที่จี้จุดที่ใจของเรากับคำถามที่ว่าทำไมเราถึงไม่มั่นใจในตัวเอง ทั้งๆที่เราก็น่ารัก ทั้งๆที่เราก็ไม่ได้น่าเกลียดเลย สิ่งเหล่านี้มันเลยกลายเป็นเหมือนของหวานทำให้เราติดใจ และกลับไปหามันทุกครั้งที่มีโอกาส จากเพียงเพราะกลัวว่าเพื่อนจะทิ้ง หลังจากที่ต้องให้เพื่อนลากไปทำเพียงไม่กี่ครั้งก็กลายเป็นตัวเราเองที่เลือกที่จะทำ จากที่เคยแค่ถอดเพียงหนึ่งชิ้นมันก็มากขึ้นๆไปทุกที มันเป็นความรู้สึกที่เราไม่เคยได้รับ กับการที่มีคนรอเราอยู่ทุกครั้งที่เราออนไลน์ กับคำหวานที่หลายคนป้อนให้ ทำให้เรามีความมั่นใจในทุกครั้งที่เราใช้ชีวิตอยู่บนโลกอินเตอร์เนตใบนี้ หลังๆเราก็เริ่มที่จะขังตัวเองอยู่ในห้อง แม่ไม่ได้สงสัยอะไรเพราะว่าเราก็ทำคะแนนได้ดีตลอด ไม่ว่าจะที่เรียนหรือว่าที่สอบเอนท์ออกมา จากที่เราเคยถอดดูกันแค่ตัวต่อตัว เราก็เริ่มกล้าที่จะถอดให้คนจำนวนมากขึ้นๆดูได้ ตัวเราก็เริ่มจะล่องลอยไปกับคำชม หลงมัวเมาอยู่กับโลกที่ไม่ใช่ความจริงมากขึ้นทุกที ชีวิตของเราจากที่เคยเป็นเด็กดี แต่การวิวของเรามันเริ่มหนักข้อขึ้นตอนเราเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย





 

Create Date : 04 มกราคม 2550   
Last Update : 4 มกราคม 2550 17:35:17 น.   
Counter : 1098 Pageviews.  


เรื่องเล่าของสาวเคยวิว 1(2)

แต่จุดพลิกผันมันก็มาถึง เราทะเลาะกับเพื่อนอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นเรื่องที่งี่เง่า เราทะเลาะกันทั้งๆที่ไม่รู้ว่าสาเหตุมันคืออะไร แต่มันกลับรุนแรงขึ้นๆ จนสุดท้ายเราก็แยกออกมาอยู่คนเดียว เพราะตอนนั้นเราไม่มีความกล้าพอที่จะขอโทษ เพราะเรามัวแต่คิดงี่เง่าว่าเราผิดเหรอ มัวแต่มองหาคนผิดจนลืมว่าเรากำลังจะเสียเพื่อนที่ดีไป เรากลับเลือกไปคบกับเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งแทน เพื่อนเรากลุ่มนี้ไม่เหมือนกลุ่มก่อน เรามีกัน 6 คน เพื่อนเรากลุ่มนี้ใช้ชีวิตต่างกับเราแบบฟ้ากับเหว เลิกเรียนแล้วก็ไปเที่ยวกันทุกวัน ต่างจากเราที่ดิ่งกลับบ้านทุกที วันหนึ่ง เพื่อนเราคนนึง(สมมุติว่า)ชื่อเปิ้ลถามเราว่าเราเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือยัง เราก็บอกไปว่าเราไม่เคยมี มันก็เลยถามเราอีกว่าแล้วเราเคยมีแฟนมากี่คนแล้ว เราก็ตอบไปเหมือนเดิมว่าเราไม่เคยมี เท่านั้นล่ะเพื่อนเราทั้งหมดก็ทำหน้าเหมือนเราเป็นตัวประหลาดแล้วก็หัวเราะเยาะเรากันใหญ่ ตอนนั้นเราอายมาก อายที่รู้สึกว่าตัวเองดูเป็นตัวตลกในสายตาเพื่อนๆ


เราก็เลยพยายามพูดติดตลกประมาณว่า ใครมันจะอยากได้เราไปเป็นแฟนล่ะ ขนาดพวกเพื่อนผู้ชายในห้องมันยังบอกเลยว่าอย่างเราน่ะใครได้ไปนะ ตื่นมาตอนกลางคืนคงหัวใจวาย นึกว่าที่นอนข้างๆน่ะไม่ใช่คน แต่แทนที่เพื่อนเรามันจะขำมันก็กลับบอกกับเราว่า”ทำไมแกต้องไปฟังไอ้พวกปากหมานั่น ฟังพวกนั้นก็มีแต่จะทำให้แกน่ะเสียความมั่นใจ ตัวแกน่ะมีดีกว่านั้นเยอะ” คุณรู้ไหมคะ ว่าคำพูดที่มันดูจะธรรมดาๆแบบนี้มันจะทำให้เรามีความมั่นใจขึ้นมาได้มาก มันเป็นเหมือนกำลังใจที่เราไม่เคยได้ ไม่ว่าจะจากพ่อแม่หรือว่าเพื่อนกลุ่มก่อน ตอนนั้นเรารู้สึกซาบซึ้งในความเป็นเพื่อนมาก เรารู้สึกว่าอย่างน้อยเราก็มีคนที่มาปกป้องเรานะ แต่ถึงอย่างนั้นเพื่อนๆในกลุ่มมันก็ยังไม่เลิกหัวเราะเยาะเรา แล้วก็พูดประมาณว่าเราน่ะหัวโบราณ เราก็เลยย้อนกลับไปว่าพวกแกเคยรึไงล่ะ คำตอบที่เราได้กลับไม่ใช่ว่า เคย หรือ ไม่เคย แต่เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรารู้ว่าเพื่อนเราเคยผ่านเรื่องแบบนี้มาแล้วทั้งนั้น




 

Create Date : 04 มกราคม 2550   
Last Update : 4 มกราคม 2550 15:56:27 น.   
Counter : 671 Pageviews.  


เรื่องเล่าของสาวเคยวิว 1

หลังจากที่เรานั่งคิดมานานว่าเราควรจะเริ่มต้นยังไงกับเรื่องราวมากมายของเราที่อยากจะเล่าผ่านโลกอินเตอร์เนตใบนี้เพื่อจะให้มันกลายเป็นประโยชน์ ให้มันเตือนใจผู้หญิงหลายๆคนที่อาจจะเต็มใจหรือหลงเข้ามาอยู่ในโลกไซเบอร์นี้ คนที่คิดจะวิวหรือคนที่กำลังวิวอยู่ เพราะสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราตัดสินใจมานั่งอยู่ตรงนี้เพื่อเล่าเรื่องของเรา นอกจากข่าวเรื่องcamfrogที่มันประดังประเดเข้ามาแล้ว นั่นก็เพราะเรารู้แก่ใจดีว่าการ”วิว”นั้น ไม่ใช่สิ่งที่ดี สิ่งที่สวยงาม ควรค่าแก่การทำแม้แต่น้อย เราจึงอยากจะบอกต่อ อยากให้หยุดทำ ก่อนที่มันจะสายเกินไป..... ก่อนที่มันจะกลายเป็นตราบาปไปชั่วชีวิตเหมือนกับเรา



หลายคนที่เราเคยเตือนย้อนถามเราว่าเรารู้ได้ยังไง .... ใครจะรู้จริงถ้าไม่เคยทำ ไม่เคยโดนเรื่องเหล่านี้มากับตัวเอง เราเลยขอตอบตรงนี้เลยว่าเพราะเราเคยโดนมากับตัวเอง เราจึงรู้แก่ใจว่าการวิวมันจะนำเรื่องเลวร้ายมาสู่ชีวิตได้ยังไง เรารู้ดี...ก็เพราะคนที่เคยวิว...ย่อมรู้ดี


เรื่องราวของชีวิตเรานั้นดูเผินๆก็ไม่น่าจะเป็นคนที่จะมาทำอย่างนั้นได้เลย แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่คนอื่นตัดสินเราจากภายนอกเท่านั้น เรื่องทุเรศของเราพวกนี้มันเริ่มตั้งแต่เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ตอนนั้นเราอยู่ม.6 โรงเรียนที่เราอยู่ก็เป็นโรงเรียนรัฐ เป็นโรงเรียนสหศึกษาทั่วๆไป วัยม.ปลายถ้าใครๆย้อนไปนึกถึง ก็จะนึกได้ถึงชีวิตที่สนุกสนาน ไม่ต้องมานั่งปวดหัวมากเหมือนเวลาอยู่มหาลัยที่ต้องปั่นงานยิกๆหัวบาน มีชีวิตอยู่กับเพื่อนหัวเราะงอหายได้กับเรื่องไร้สาระต่างๆที่เราจะคุดคุ้ยมาคุยกันได้ทุกเวลาพักเลยทีเดียว เราอยู่กลุ่มที่เรียกได้ว่าค่อนข้างจะเด็กเรียน เราเองยอมรับว่าเราเป็นคนหัวอ่อน...และอ่อนแอ เราเป็นคนไม่ค่อยพูดค่อยจา ไม่ค่อยขัดใจใคร มักจะเป็นคนที่เออออห่อหมกไปได้กับเพื่อนๆ และความอ่อนแอของเรานี่เองที่ทำให้เราไม่ค่อยกล้าที่จะตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง ต้องพึ่งเพื่อนเสมอ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเราเองก็ไม่ค่อยจะมีคนให้คำปรึกษา


สภาพที่บ้านของเรามักจะเย็นชาต่อกันเสมอ พ่อกับแม่เหมือนมีเรื่องระหองระแหงใจกันซึ่งเราไม่เคยรู้ และไม่อยากจะรู้ สภาพบ้านเราคล้ายสงครามเย็นตลอดเวลาที่พ่อกลับบ้านมาจากต่างจังหวัด แม้ว่าพ่อจะไม่อยู่ แม่เราก็จะดูมึนตึงและเฉยชาตลอดเวลา ท่านดูไม่ค่อยสนใจเราเลย เวลาที่เราไปปรึกษาอะไรท่านท่านก็มักจะไม่สนใจและว่าเราเสมอ ทำให้เราไม่กล้าที่จะคุยอะไรกับท่านนัก พ่อเราเองก็มักจะยุ่ง พ่อมักจะบอกกับเราว่ามีเรื่องอะไรก็ไปคุยกับแม่เขาสิ แม้เราจะอยู่กับแม่มากกว่า แต่เรากลับไม่สนิทกับแม่ ตั้งแต่จำความได้ท่านไม่เคยกอดเราแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยหอม ไม่เคยบอกว่ารัก ว่าภูมิใจในตัวเรา ทำให้บางครั้งเราก็คิดว่าท่านไม่รักเราเลยหรือ หรือที่ท่านทนเลี้ยงก็เพราะว่ามันเป็นหน้าที่ของท่านเท่านั้น เพื่อนเลยกลายเป็นทางเลือกของเราที่จะช่วยให้คำปรึกษาที่ดีได้

มันยาวมากขอไปขึ้นblogใหม่นะคะ..





 

Create Date : 03 มกราคม 2550   
Last Update : 4 มกราคม 2550 15:46:55 น.   
Counter : 727 Pageviews.  


1  2  

hirome
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ไม่รู้จะแนะนำตัวอะไรแต่อยากจะบอกว่า ก่อนที่เราจะตัดสินใจทำอะไรลงไป ขอให้คิดให้ไกล ถึงผลที่มันจะได้รับ คิดถึงคนที่รักเรา ถ้าคิดไม่ออกก็อย่าลืมว่าอย่างน้อยยังมีพ่อกับแม่เสมอ อย่าทำเหมือนเราเลยที่กว่าจะรู้ตัวมันก็สายไปแล้ว เราไม่สามารถกลับไปแก้ไขอดีตที่ไม่สวยงามได้ เพราะอย่างนั้นอย่าเลือกทำสิ่งที่จะทำให้คุณเสียใจภายหลังจะดีกว่า
[Add hirome's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com