|
|
เรื่องเล่าของสาวเคยวิว 1
หลังจากที่เรานั่งคิดมานานว่าเราควรจะเริ่มต้นยังไงกับเรื่องราวมากมายของเราที่อยากจะเล่าผ่านโลกอินเตอร์เนตใบนี้เพื่อจะให้มันกลายเป็นประโยชน์ ให้มันเตือนใจผู้หญิงหลายๆคนที่อาจจะเต็มใจหรือหลงเข้ามาอยู่ในโลกไซเบอร์นี้ คนที่คิดจะวิวหรือคนที่กำลังวิวอยู่ เพราะสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราตัดสินใจมานั่งอยู่ตรงนี้เพื่อเล่าเรื่องของเรา นอกจากข่าวเรื่องcamfrogที่มันประดังประเดเข้ามาแล้ว นั่นก็เพราะเรารู้แก่ใจดีว่าการวิวนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ดี สิ่งที่สวยงาม ควรค่าแก่การทำแม้แต่น้อย เราจึงอยากจะบอกต่อ อยากให้หยุดทำ ก่อนที่มันจะสายเกินไป..... ก่อนที่มันจะกลายเป็นตราบาปไปชั่วชีวิตเหมือนกับเรา
หลายคนที่เราเคยเตือนย้อนถามเราว่าเรารู้ได้ยังไง .... ใครจะรู้จริงถ้าไม่เคยทำ ไม่เคยโดนเรื่องเหล่านี้มากับตัวเอง เราเลยขอตอบตรงนี้เลยว่าเพราะเราเคยโดนมากับตัวเอง เราจึงรู้แก่ใจว่าการวิวมันจะนำเรื่องเลวร้ายมาสู่ชีวิตได้ยังไง เรารู้ดี...ก็เพราะคนที่เคยวิว...ย่อมรู้ดี
เรื่องราวของชีวิตเรานั้นดูเผินๆก็ไม่น่าจะเป็นคนที่จะมาทำอย่างนั้นได้เลย แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่คนอื่นตัดสินเราจากภายนอกเท่านั้น เรื่องทุเรศของเราพวกนี้มันเริ่มตั้งแต่เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ตอนนั้นเราอยู่ม.6 โรงเรียนที่เราอยู่ก็เป็นโรงเรียนรัฐ เป็นโรงเรียนสหศึกษาทั่วๆไป วัยม.ปลายถ้าใครๆย้อนไปนึกถึง ก็จะนึกได้ถึงชีวิตที่สนุกสนาน ไม่ต้องมานั่งปวดหัวมากเหมือนเวลาอยู่มหาลัยที่ต้องปั่นงานยิกๆหัวบาน มีชีวิตอยู่กับเพื่อนหัวเราะงอหายได้กับเรื่องไร้สาระต่างๆที่เราจะคุดคุ้ยมาคุยกันได้ทุกเวลาพักเลยทีเดียว เราอยู่กลุ่มที่เรียกได้ว่าค่อนข้างจะเด็กเรียน เราเองยอมรับว่าเราเป็นคนหัวอ่อน...และอ่อนแอ เราเป็นคนไม่ค่อยพูดค่อยจา ไม่ค่อยขัดใจใคร มักจะเป็นคนที่เออออห่อหมกไปได้กับเพื่อนๆ และความอ่อนแอของเรานี่เองที่ทำให้เราไม่ค่อยกล้าที่จะตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง ต้องพึ่งเพื่อนเสมอ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเราเองก็ไม่ค่อยจะมีคนให้คำปรึกษา
สภาพที่บ้านของเรามักจะเย็นชาต่อกันเสมอ พ่อกับแม่เหมือนมีเรื่องระหองระแหงใจกันซึ่งเราไม่เคยรู้ และไม่อยากจะรู้ สภาพบ้านเราคล้ายสงครามเย็นตลอดเวลาที่พ่อกลับบ้านมาจากต่างจังหวัด แม้ว่าพ่อจะไม่อยู่ แม่เราก็จะดูมึนตึงและเฉยชาตลอดเวลา ท่านดูไม่ค่อยสนใจเราเลย เวลาที่เราไปปรึกษาอะไรท่านท่านก็มักจะไม่สนใจและว่าเราเสมอ ทำให้เราไม่กล้าที่จะคุยอะไรกับท่านนัก พ่อเราเองก็มักจะยุ่ง พ่อมักจะบอกกับเราว่ามีเรื่องอะไรก็ไปคุยกับแม่เขาสิ แม้เราจะอยู่กับแม่มากกว่า แต่เรากลับไม่สนิทกับแม่ ตั้งแต่จำความได้ท่านไม่เคยกอดเราแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยหอม ไม่เคยบอกว่ารัก ว่าภูมิใจในตัวเรา ทำให้บางครั้งเราก็คิดว่าท่านไม่รักเราเลยหรือ หรือที่ท่านทนเลี้ยงก็เพราะว่ามันเป็นหน้าที่ของท่านเท่านั้น เพื่อนเลยกลายเป็นทางเลือกของเราที่จะช่วยให้คำปรึกษาที่ดีได้
มันยาวมากขอไปขึ้นblogใหม่นะคะ..
| Create Date : 03 มกราคม 2550 |
| Last Update : 4 มกราคม 2550 15:46:55 น. |
|
8 comments
|
| Counter : 728 Pageviews. |
|
 |
|
|
โดย: Dflatt วันที่: 3 มกราคม 2550 เวลา:23:33:42 น. |
|
โดย: hirome (hirome ) วันที่: 3 มกราคม 2550 เวลา:23:51:01 น. |
|
| โดย: jin IP: 210.246.160.2 วันที่: 4 มกราคม 2550 เวลา:14:23:34 น. |
|
| โดย: นัต IP: 125.24.62.249 วันที่: 4 มกราคม 2550 เวลา:17:52:25 น. |
|
| โดย: JJR IP: 61.7.174.232 วันที่: 4 มกราคม 2550 เวลา:21:38:10 น. |
|
| โดย: เนส IP: 58.9.94.34 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:9:25:08 น. |
|
| โดย: Peeds IP: 58.8.117.61 วันที่: 29 สิงหาคม 2551 เวลา:1:15:52 น. |
|
|
|
|
| hirome |
 |
|
|
Location :
กรุงเทพฯ Thailand
[Profile ทั้งหมด]
|
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

|
ไม่รู้จะแนะนำตัวอะไรแต่อยากจะบอกว่า ก่อนที่เราจะตัดสินใจทำอะไรลงไป ขอให้คิดให้ไกล ถึงผลที่มันจะได้รับ คิดถึงคนที่รักเรา ถ้าคิดไม่ออกก็อย่าลืมว่าอย่างน้อยยังมีพ่อกับแม่เสมอ อย่าทำเหมือนเราเลยที่กว่าจะรู้ตัวมันก็สายไปแล้ว เราไม่สามารถกลับไปแก้ไขอดีตที่ไม่สวยงามได้ เพราะอย่างนั้นอย่าเลือกทำสิ่งที่จะทำให้คุณเสียใจภายหลังจะดีกว่า
|
|
 |
|
เลือกคบเพื่อนดีทางเดินที่ดีสักวันหนึ่งสิ่งดีๆก็จะตามมาค่ะคิดดีๆนะค่ะถ้าจะทำอะไรแม่พ่อยังไงก็รักค่ะอย่าไปน้อยใจในสิ่งที่ท่านทำอาจเป็นเหตุผลของท่านซื้งเมื่อเรามีลูกเราจะรู้เองค่ะทำตัวเราให้ดีที่สุดขอเอาใจช่วยนะค่ะ