ความคิดสุกๆ ดิบๆ เรื่องเทคโนโลยีเกี่ยวกับการเรียนการสอน
Half baked reflections on technology in teaching and learning
Group Blog
 
All blogs
 
PowerPoint ทำเราเสียนิสัย?

สมัยก่อนอาจารย์โดนหาว่าปิ้งแผ่นใส สมัยนี้เขาก็เปิด PowerPoint แช่ไว้...

เมื่อต้องเลือกหนังสือเรียน อาจารย์หลายท่าน (รวมถึงผมเอง) เลือกหนังสือที่มี PowerPoint จากผู้แต่งหรือจากสำนักพิมพ์ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาทำเอง สิ่งที่ต้องทำคืออ่าน PowerPoint ก่อนไปสอน (upload) ถึงห้องก็เล่าให้เด็กฟัง (download) เท่านั้นแหละครับ เคยคิดไหมว่า PowerPoint บ่อนทำลายการศึกษา? โดยเฉพาะในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยที่มีเครื่องฉายโปรเจคเตอร์ติดในห้องเรียนแทบทุกห้อง ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ PowerPoint แพร่หลายเข้าไปสู่ระบบการศึกษา (ไม่ทราบว่าความนิยมต่อ PowerPoint ในโรงเรียนมีมากแค่ไหน) ในมหาวิทยาลัยแทบทุกแห่งจะมีระบบรองรับการใช้ PowerPoint ถ้าไม่มีคือเชย คือทำการเรียนการสอนไม่ได้! ผมเชื่อว่าอาจารย์หลายๆ ท่านถ้าขาด PowerPoint แล้วเหมือนเสียมือขวาในการสอน ต้องหยุด ต้องรอช่างเทคนิคมาตั้งเครื่อง (ผมก็เคยเป็นครับ) แล้วสอนไม่ได้เลยเหรอ ไม่มี PowerPoint เนี่ย?

ถ้ามี PowerPoint แล้วการเรียนการสอนจะดีขึ้นไหม? เด็กจะเข้าใจบทเรียนมากขึ้น หรือมีความสนใจในบทเรียนกว่าที่เคยเป็นมาไหม?
ถ้าในชั่วโมงหนึ่งต้องเรียนบทเรียนที่มีสไลด์ 40 แผ่น แต่ละแผ่นมีประมาณ 30-40 คำ และมีรูปประกอบตามสมควร ก็ต้องใช้เวลาเฉลี่ยหน้าละนาทีครึ่ง เป็นไปได้ไหมครับ? หลายคนเคยครับ ผมก็เคย เคยทั้งเป็นผู้สอนและผู้เรียนในสถานการณ์ที่ว่ามานี้ ระยะหลังนี้ถ้ามีโอกาสได้ยืนหน้าชั้น ผมจะลดการใช้สไลด์ เพิ่มการบรรยาย นั่นแหละครับ ต้องพัฒนาทักษะการบรรยายเพิ่มขึ้น และที่สำคัญ ผมไม่แจกเอกสารประกอบการสอน และย้ำเสมอว่าอย่าจดเด็ดขาด หัวใจของกิจกรรมคือการฟัง และมีส่วนร่วมในชั้น ไม่ใช่นั่งจด

ผมคิดถูกไหมครับนี่?


Create Date : 26 กรกฎาคม 2549
Last Update : 26 กรกฎาคม 2549 15:16:26 น. 5 comments
Counter : 543 Pageviews.

 
ปกติเวลาผมนำเสนอ power point ประมาณ 2 ชั่วโมง
ผมจะใช้ไม่เกิน 10 สไลด์เอง และจะพยายามไม่ใช้ตัวอักษรในการนำเสนอ
เพราะคนส่วนใหญ่มีความจำและความเข้าใจมากขึ้น
เมื่อได้เห็นภาพ มากกว่าตัวอักษร

หลายครั้งที่ผมเห็น power point ที่เป็นภาพ
ผมก็ถามตลอดว่า อ้าว แล้วมันต่างจาก word ยังไง

การนำเสนอด้วย power point เป็นการนำเสนอให้ผู้ฟังได้เห็นภาพรวม เชื่อมโยงสิ่งที่คนพูดต้องการสื่อได้ดีขึ้น
และเข้าใจเนื้อหาที่ต้องการเสนอได้ดีขึ้นครับ

การแจกเอกสารประกอบก็ควรเป็นภาพเช่นเดียวกับ power point ที่นำเสนอ
เพื่อให้คนฟังได้จดเพิ่มเติมในสิ่งที่เค้าไม่เข้าใจ
เพราะคนฟังคงจับใจความสำคัญได้ไม่ครบทุกคน
อีกอย่าง หากเอกสารประกอบเป็นเนื้อหา เป็น bullet
ยิ่งทำให้คนฟังไม่สนใจที่จะฟัง แล้วจะเอาแต่อ่านอย่างเดียวครับ
ซึ่งผมก็เป็นเหมือนกัน เหอๆๆ

แต่แน่นอนว่าเป้าหมายของการนำเสนอนั้น แตกต่างกันไป
อย่างผมนี่นำเสนอเรื่องงานวิจัยของตัวเองเป็นส่วนใหญ่
ก็ต้องสรุปสิ่งที่ตัวเองทำมา ให้เป็นสิ่งที่ง่ายที่สุด
ที่คนไม่เคยทำวิจัยสามารถเข้าใจได้อย่างง่ายๆครับ


โดย: TheShadow วันที่: 26 กรกฎาคม 2549 เวลา:17:05:21 น.  

 
ไม่เสมอไปมั้งคะ แล้วแต่การนำไปใช้มากกว่า
แต่ก่อนที่ไม่มี powerpoint เตรียมสอนแต่ละครั้ง
แสนจะยาก ยิ่งงานสอนที่ต้องเกี่ยวข้องกับรูปภาพ
ต้อง ถ่ายไสลด์ ทีละแผ่น ๆ ต้องอาศัยหน่วยโสต
ช่วยจัดการ ยากมากกว่าจะได้อย่างใจคนใช้งาน

พอมีเครื่องมือช่วย powerpoint ทำให้หลายอย่างง่ายขึ้นมาก ภาพบางภาพ load จาก net ก็ใช้งานได้เลย

ในกรณีของผู้เรียนมากกว่า ที่อาจเกิดปัญหา หากใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ ...บางกรณี ทราบว่ามีเอกสารประกอบ
นักศึกษา มักไม่สนใจเรียนเต็มที่นัก

ข้อเสีย power point ที่พบ คือเกี่ยวข้องกับ
การนำไฟล์ ที่แจกให้ไปส่งต่อ โดยไม่อ้างอิง
หรือมีการคัดลอกผลงาน ได้ง่ายขึ้น
นักวิชาการหลายท่าน ขาดจรรยาบรรณ
ลอกเลียนผลงานคนอื่น ได้ง่ายขึ้น


โดย: DJP IP: 202.28.180.130 วันที่: 26 กรกฎาคม 2549 เวลา:20:47:10 น.  

 
โดยส่วนตัว ไม่ชอบใช้ PowerPoint เท่าไหร่ เพราะทำให้สอนเร็ว ชอบใช้กระดานมากกว่า รู้สึกเซ็งเล็กน้อยที่เดี๋ยวนี้ไม่มีชอล์คให้ใช้แล้ว เป็น whiteboard ซะหมด

แต่มีอยู่วิชานึงต้องใช้แน่ ๆ เพราะสอนผ่าน video conference (โดย broadband internet) ถ้าเป็นภาพเคลื่อนไหวจะขาดเป็นช่วง ๆ ถ้าสัญญาณไม่ดี เลยต้องทำ PowerPoint แทนแล้ว upload ผ่านโปรแกรม Blackboard (ซึ่งตอนเริ่มใช้ก็งง ๆ นิดหน่อย แต่หลัง ๆ สะดวกมาก เหมาะกับคนที่ไม่อยากเขียน web เองเพื่อให้นักเรียนมา download เอกสาร)

เอาเข้าจริง ๆ PowerPoint มันเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างหนึ่ง ใช้มันมากไป พึ่งพิงมันมากไปก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ถ้าผมต้องใช้ ก็จะทำเป็นแบบ bullet point แล้วบรรยายเอาครับ ไม่ทำละเอียด เพราะนักเรียนจะอ่านและจด ไม่ฟังที่พูดเลย


โดย: Tony Almeida วันที่: 26 กรกฎาคม 2549 เวลา:23:46:32 น.  

 
ในตอนที่ผมเรียนปริญญาตรีปีสุดท้าย มีวิชาการทำซีเนียร์โปรเจ็ค ในหลักสูตรจะมีการให้นักเรียนแต่ละกลุ่มมาพรีเซ็นต์งาน อาจารย์จะแนะนำว่า สไลด์แบบไหนดีไม่ดี แบบที่ดีเป็นแบบที่แสดงเฉพาะหัวข้อหลักๆ ไม่มีรายละเอียด ผู้บรรยายจะนำเสนอในส่วนของรายละเอียด โฟกัสจะอยู่ที่ผู้บรรยาย ไม่ใช่สไลด์ สไลด์เป็นแค่เครื่องมือในการนำเสนอ

ส่วนแบบที่ไม่ดี ก็จะเป็นในทางตรงกันข้ามคือ มีรายละเอียด มีตัวหนังสือเต็มไปหมด ทำให้ผู้ฟังตาลาย หลงทิศได้ง่าย หรือไม่ก็มีทุกอย่างที่ผู้บรรยายต้องการพูด ผู้บรรยายบางท่าน อาจจะอ่านสไลด์ทุกคำทุกตัวอักษร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บรรยายไม่มีความสามารถในการบรรยาย ขาดความรู้จริงในสิ่งที่กำลังนำเสนอ ทำให้ผู้ฟังเบื่อได้ง่าย เพราะว่าอ่านเองจากสไลด์ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีคนบรรยายให้ฟัง

มีอาจารย์ท่านนึงสอนใช้สไลด์ประมาณ 90% ให้ นร. ดาวน์โหลดสไลด์ล่วงหน้าก่อนเข้าเรียน แต่สไลด์จะมีช่องว่างเป็นช่วงๆ ส่วนอันที่สอนในห้องจะเป็นแบบสมบูรณ์ ผมเคยถามว่าท่านทราบรึเปล่าว่าสไลด์ที่ให้ นร. มีปัญหาไม่สมบูรณ์ พอพิมพ์ออกมาแล้วมีช่องว่างแทบทุกแผ่น ท่านบอกว่า ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น นร. จะได้เติมคำในช่องว่างเอง จะได้ติดตามการสอน ไม่หลับในห้อง ค่อนข้างหน้าแตกเหมือนกันครับ อันนี้ก็เป็นอีกอันนึงที่ผมคงเอาไปใช้ หากโดนบังคับสอนใช้สไลด์เต็มรูป

ในส่วนตัว ผมชอบเขียนกระดาน (เมื่อยเหมือนกันในบางที) มากกว่า จะใช้สไดก็ต่อเมื่อต้องแสดงไดอะแกรม หรือรูปที่ค่อนข้างซับซ้อน

ส่วนในเรื่องที่จะให้จดไม่จดนั้น คิดว่าน่าจะแล้วแต่กรณี บางวิชาเนื้อหา การจดอาจจะไม่จำเป็น (นร. บางคนอาจจะมีความจำไม่ดี ก็อาจจำเป็นต้องให้จดบ้าง ไม่เช่นนั้นอาจเป็นการ discourage การเรียนรู้) อย่างวิชาที่มีการออกความคิดเห็นในห้องเรียน แต่อย่างวิชาด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ที่มีการแสดงวิธีทำ พิสูจน์ อาจจะจำเป็น เพราะบางทีข้อมูลที่สอนอาจจะมากมายจนไม่สามารถจำได้หมด ฉะนั้นการทบทวนจากสิ่งที่จดมา ก็เป็นสิ่งที่มีความจำเป็น


โดย: กะปิตาโน IP: 65.168.216.3 วันที่: 31 กรกฎาคม 2549 เวลา:15:45:11 น.  

 


โดย: พิงค์ IP: 124.157.237.225 วันที่: 16 ธันวาคม 2550 เวลา:17:16:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

vappeepeevap
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add vappeepeevap's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.