เน้นเนื้อ ไม่เน้นน้ำ



ต้นขับขี่ - พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ




ตั้งใจจะอัพบล็อคมาหลายรอบ แต่ก็ไม่ได้เขียนสักที

ได้แต่แวะไปเยี่ยมๆ มองๆ เพื่อนๆ บ้างเล็กน้อย

เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการเรียนและอ่านหนังสือ

ภาษานอร์ค นี่ยากมากๆ แต่ก็พยายามอย่างไม่ย่อท้อ

โดยส่วนตัวแล้ว เป็นคนที่เรียนหนังสือไม่เก่ง และไม่ค่อยจะจำ

ส่วนเรื่องขี้ลืมเนี่ย ขยั้น ขยัน .. ขยัน ลืม จริง .. ฮื้ม :(

โชคดีที่เพื่อนในห้องเรียน เป็นเพื่อนทีดี คอยช่วยเหลือกันเสมอ

ดิฉันมีปัญหาในเรื่องการออกเสียง โดยเฉพาะตัว r และ u

เพื่อนต่างแดน ต่างช่วยแนะวิธีการออกเสียง อันนี้ประทับใจมาก

เพราะเพื่อนพยายามช่วย และคอยเตือนให้ดิฉันหัดออกเสียงทุกวัน

จนตอนนี้ออกเสียงตัว U ในภาษานอร์คได้แล้ว

อันนี้ต้องขอบคุณเพื่อนต่างแดนจากอินโดนีเซีย

ส่วนตัว R ในภาษานอร์ค อันนี้เป็นปัญหาสุดๆๆ แต่ตอนนี้เริ่มดีขึ้น

ต้องขอบคุณเพื่อนต่างแดน ชาวชิลี และ อินโดนีเซีย

ส่วนคุณครูก็น่ารัก เป็นครูที่เอาใจใส่นักเรียนมาก

สอนด้วยความตั้งใจ แถมยังสอนพิเศษในเรื่องการออกเสียง

ให้ดิฉันและเพื่อนในห้องที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกันอีกด้วย

ครูจะให้การบ้านเยอะ เพื่อที่ทุกคนจะได้ฝึกได้มากๆ

และติดตามผลการเรียนของนักเรียนทุกวัน ซึ่งก็เป็นผลดีต่อนักเรียน

ระบบการเรียนที่นี่ไม่เน้นเรื่องการแต่งตัว ทั้งครูและนักเรียน

แต่ที่เน้นคือคุณภาพการสอน และ การเรียนจริงๆ

การเรียนที่นี่ ถ้าใครไม่เข้าใจ ยกมือถามเนี่ย ครูจะยินดีมาก

ที่จะให้คำตอบ หรือพยายามอธิบายให้เข้าใจ

ต่างจากบ้านเรามากเลยล่ะ

ดิฉันยังจำได้ เมื่อสมัยเรียนหนังสือ ตอนเด็กๆ

พอไม่เข้าใจหรือสงสัย พอยกมือถามครู

จะถูกมองว่าโง่ แค่นี้ก็ไม่รู้ จนครูและเพื่อนตั้งฉายาว่า

"เจ้าหนูทำไม" ... จนทำให้ไม่กล้าถามไปเลย

แต่ระบบการเรียนที่นี่ ถ้าใครยกมือถาม จะเป็นประโยชน์มาก

ทั้งต่อตัวเองและเพื่อนในห้องเรียน

และจะได้รับคำชมทั้งจากเพื่อนและคุณครูผู้สอน

สังเกตุได้ว่าเพื่อนจากแถบเอเชีย ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครยกมือถาม

ทั้งๆที่ก็ไม่เข้าใจน่ะแหล่ะ ต่างจากเพื่อนที่มาจากโซนยุโรป หรือ

อเมริกา เนี่ยจะยกมือถามครูโดยไม่ลังเลเลย..ถ้าเขาไม่เข้าใจ

อย่างเช่นการออกเสียง ครูที่นี่จะเน้นการออกเสียงที่ถูกต้อง

ซึ่งการออกเสียงที่ถูกต้องนั้นสำคัญมากๆๆ ต่อการสื่อสาร

เพื่อจะได้เข้าใจความหมายที่ถูกต้องได้เป็นอย่างดี

ยกตัวอย่างเช่นภาษาไทยมีตัว ร และ ตัว ล หรือตัวควบกล้ำ

การออกเสียงตัวอักษรหรือคำต่างๆที่ต่างกัน

ความหมายในการเขียนก็ต่างกัน

เมื่อดิฉันยังเด็ก ก็ออกเสียงตัว ร ไม่ได้ถูกต้อง

แต่ไม่เคยมีครูคนไหนมาจ้ำจี้ จ้ำไช หรือคอยบอกว่าต้องออกเสียง ร

ให้ถูกต้องแบบนี้นะ ......... ส่วนใหญ่จะปล่อยผ่าน แบบไม่เป็นไร

จนทำให้ชินกับการออกเสียงที่ไม่ถูกต้องเป็นเรื่องธรรมดา

หวังว่าเพื่อนๆจะโชคดีได้เจอครูที่เอาใจใส่นักเรียน

และเมื่อมาเรียนภาษานอร์คที่นี่ หรือ ภาษาอังกฤษก็ตาม

การออกเสียงที่ถูกต้องนั้น เจ้าของภาษาเขาให้ความสำคัญมาก

และถ้าออกเสียงไม่ถูก จะไม่ปล่อยผ่านเลย จะพยายามสอน

หรือแนะนำวิธีให้ทุกคนสามารถออกเสียงอย่างถูกต้อง

ครูบอกว่า ปัญหาของคนไทยที่เรียนที่นี่คือการออกเสียง

แต่ขอให้พยายาม...ทุกคนทำได้

และนี่คือสิ่งหนึ่งที่ประทับใจในการเรียนที่นี่



ขอบคุณป้ามดสำหรับการตกแต่งบล็อคค่ะ



Create Date : 29 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2551 21:09:29 น.
Counter : 755 Pageviews.

27 comment
เพื่อนเรียนสังคมวัฒนธรรมและกฎหมายของนอร์เวย์





Everytime We Touch - Cascada




วันนี้ไม่มีความรู้มาฝากนะคะ

แต่มีภาพน่ารัก ๆ และบรรยากาศการเรียนมาฝากค่ะ

คราวที่แล้วได้เกริ่นถึง ๓๐๐ ชั่วโมงที่สำคัญในการขอวีซ่าถาวร

โดยต้องเรียนภาษานอร์ค ๒๕๐ ชั่วโมง

และเรียนสังคมวัฒนธรรมและกฎหมายนอร์เวย์( Samfunnskunnskap ) อีก ๕๐ ชั่วโมง

ดิฉันก็เพิ่งได้เรียนสังคมฯ ไปแค่ ๒๕ ชั่วโมงแรก ซึ่งครูที่สอนเป็นคนไทยค่ะ

เธอชื่อคุณครู "อุ๋ย" พักอาศัยอยู่นอร์เวย์มาได้ประมาณ ๓ ปี

ได้ความรู้เพิ่มขึ้นมาบ้าง เนื้อหาแต่ละหัวข้อก็มีมากมายแต่เวลามีน้อยนิด

สัปดาห์แรกจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องการทำงานรวมทั้งสวัสดิการต่างๆ

เรื่องเกี่ยวกับครอบครัวและเด็ก รวมทั้งสวัสดิการที่ได้รับจากรัฐ

เรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมประเทศนอร์เวย์

เรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อม

เรื่องเกี่ยวกับการศึกษาในประเทศนอร์เวย์

นอกจากการความรู้ที่ครูให้แล้ว เพื่อนๆในห้องเรียนก็มีน้ำใจ

แบ่งปันประสบการณ์ที่มีให้ได้รับรู้กัน เรียนไปถามไปตอบกันไป

แต่เสียดายที่ความรู้ที่ได้รับมา ก็จำได้ไม่แม่นนัก จึงไม่ขอเอ่ยถึงดีกว่านะคะ

เพราะ ดิฉันเองอายุอานามก็ไม่ใช่น้อยแล้ว ความจำเลยไม่แข็งแรง

เอาไว้ประสบกับตัวเอง หรือจำได้แม่นเมื่อไร จะมาเล่าสู่กันฟังแล้วกันนะจ๊ะ

และนอกจากการเรียนรู้แล้วยังได้รับมิตรใหม่เพิ่มขึ้นอีกหลายคน

บางคนก็อยู่ไม่ไกลโรงเรียนมากนัก บางคนก็มาจากเมืองใกล้ๆ

เรียนไป หัวเราะไป พอพักกลางวันก็นำอาหารมาทานด้วยกัน

ที่ขาดไม่ได้เห็นจะเป็นน้ำพริก ซึ่งมีหลากหลาย อาทิ น้ำพริกกะปิ

น้ำพริกไตปลา น้ำพริกตาแดง และปลาร้าสับ

แถมด้วยอาหารไทยนานาภาคอีก แต่ละอย่างล้วนแต่อร่อยๆทั้งนั้น

เอาเป็นว่างานนี้อ้วนไปตามๆ กัน

แถมวันสุดท้าย ยังมีปาร์ตี้เล็กๆ รับประทานอาหารร่วมกัน

โดยน้องเอมมี่และน้องเบน อาสารับหน้าที่เป็นแม่ครัวในครั้งนี้

เมนูเด็ดก็มีลาบไก่ ลาบหมู ปีกไก่อบ แซบๆ ทั้งนั้นค่ะ

ส่วนพี่หนุ่ยรับอาสาตำส้มตำให้พวกเราได้แซบจนสะใจ

ผักแกล้มได้อภินันทนาการจากพี่รักษ์ค่ะ ที่บ้านปลูกเอง หอบมาทุกวัน

พวกเราก็หม่ำกันหมดทุกวันเช่นกัน

แถมท้ายด้วยขนมหวานบัวลอย แก้เผ้ด

ค่าเสียหายงานนี้ทุกคนร่วมด้วยช่วยกันค่ะ

เป็นการปิดท้ายการเรียนได้สนุกและอิ่มอร่อยมาก

ความรู้ ไม่รู้ได้กันเท่าไร แต่ที่รู้แน่ ได้อ้วนขึ้นกันทุกคน

มาชมภาพน่ารักๆ ของสาวไทยกันนะคะ :)



บรรยากาศการเรียน







พระเอกในรูปนี้ ชื่อน้องวิลเลี่ยมค่ะ ลูกของคุณแม่ยีนส์ ซึ่งเป็นขวัญใจของพวกเราทุกคน




ระหว่างรอเวลาอร่อย ก็ขอแชะเล่นกันสักหน่อยนะคะ















เวลาที่รอคอยก็มาถึง .. ได้เวลาหม่ำกันแล้ว











ผมขอชิมคนแรกนะคร๊าบ



พวกเราลุยกันเลย ;)







หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้วก็ถ่ายภาพหมู่รวมรุ่นเดอะและไม่เดอะกันหน่อย :)









ขอบคุณป้ามดมากนะคะสำหรับวิธีแต่งบล็อค และขอขอบคุณ คุณสุธาทิพย์ และ Pitsinee เพื่อนร่วมเรียนที่ส่งรูปน่ารักๆมาให้นะคะ




Create Date : 15 กรกฎาคม 2551
Last Update : 18 กรกฎาคม 2551 12:38:05 น.
Counter : 679 Pageviews.

70 comment
เริ่มต้นการเรียนภาษานอร์ค





๕ พฤษภา ๕๑ วันแรกของการกลับมาเป็นนักเรียนอีกครั้ง


แต่ครั้งนี้เป็นนักเรียนที่ต้องเริ่มต้นเรียนภาษาใหม่ ที่จำเป็นมาก


สำหรับการใช้ชีวิตในนอร์เวย์ เรียกว่า ภาษานอร์ค ค่ะ


ก่อนที่จะเริ่มเรียนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสักเท่าไร


ต้องไปติดต่อกับทาง Kommune ที่เราอยู่ก่อน


ว่าเราจะเรียนภาษานอร์คได้ที่โรงเรียนใด


(เพราะแต่ละ Kommune จะมีอำนาจในการบริหารจัดการเรื่องต่างๆ
ในท้องถิ่นหรืออำเภอของตนได้โดยอิสระ เช่นเดียวกับการปกครอง
ส่วนท้องถิ่นในบ้านเรา)


ซึ่งตัวดิฉันเอง พักที่เมือง Svelvik ซึ่งมีโรงเรียนแต่ไม่มีสอนภาษานอร์ค


ต้องมาเรียนที่ โรงเรียน Introduksjonsenter เมือง Drammen แทน


เมื่อทราบว่าต้องเรียนที่ใดแล้ว ขั้นตอนต่อมาก็ต้องไปติดต่อทางโรงเรียน


แจ้งความประสงค์ให้ทางโรงเรียนทราบ จากนั้นรอการติดต่อจากโรงเรียน


โดยโรงเรียนจะนัดไปสัมภาษณ์ ก่อนที่จะเริ่มเรียน


เพื่อจะทราบรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเรา ทั้งด้านกานศึกษา การทำงาน


และความมุ่งหวังในอนาคต ซึ่งเรื่องนี้เป็นประโยชน์กับเรามาก


เนื่องจากจะได้วางแผนการศึกษาให้ตรงตามความประสงค์ของเรา


และเพื่อที่เราจะได้ใช้ชีวิตในต่างแดนได้อย่างมีความสุข


ซึ่งประเทศนอร์เวย์ให้ความสำคัญในเรื่องสวัสดิการและความเป็นอยู่


ของประชากรไม่ว่าจะต่างชาติหรือคนนอร์เวย์เองเป็นอย่างมาก


เมื่อสัมภาษณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็รอจดหมายแจ้งวันที่ต้องไปเรียน


กรณีของดิฉันเป็นช่วงกลางเทอม จึงไปเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มเรียน


ซึ่งจะเรียนสัปดาห์ละ ๓ วันๆละ ๓ ชั่วโมง เมื่อจบครอส ครูประจำชั้นจะ


ประเมินความสามารถของเราว่าต้องไปเรียนในระดับใด


ตอนแรกที่คุยกับครูวันสัมภาษณ์ได้ขอเรียน ในระดับ ๑ เรียกว่า Spor๑


แต่ครูจัดให้อยู่ใน Spor ๓ ดิฉันจึงต่อรองขออยู่ใน่ระดับ Spor ๒


(เหตุที่อยากเรียนในระดับ ๑ เพราะว่าเป็นขั้นพื้นฐาน ที่สอนไปอย่างช้าๆ
ซึ่งน่าจะดีกับตัวดิฉันที่ไม่รู้ภาษานอร์คมาก่อน และไม่เก่งภาษาอังกฤษอีกด้วย
อีกทั้ง อายุอานามก็ไม่ใช่น้อย จะให้ตามน้องๆสาวๆ คงจะยากแน่ๆ)


เมื่อไม่สำเร็จก็ต้องตั้งใจเรียนต่อไป

และแล้ววันที่ปิดครอสเตรียมความพร้อม เมื่อ ๑๙ มิถุนา ก็มาถึง


ครูแจ้งว่าดิฉันได้เลื่อนไปเรียน Spor ๓ เนื่องจากดูแล้วดิฉันพอจะเรียนไหว


ซึ่งระดับ Spor ๓ เป็นระดับสำหรับคนที่เรียนมาพอสมควรและพอพูดภาษา
อังกฤษได้ เนื่องจาก Spor ๓ จะสอนเร็ว เนื้อหาในการเรียนค่อนข้างมาก


เนื้อหามากไม่หวั่น .. ที่หวั่นสอนเร็วนี่ล่ะค่ะ เพราะอายุปูนนี้แล้ว


ความจำปกติก็ไม่ค่อยจะดี ต้องพยายามอีกมากเลยล่ะ


เรื่องราวของการเรียนภาษาที่นี่ มีอะไรอีกมากมาย แล้วจะมาเล่าสู่กันฟังอีกนะคะ

ตอนนี้ขอตัวไปอ่านหนังสือก่อนน๊า ..










ปล. ข้อมูลข้างต้นเป็นประสบการณ์โดยตรงของ จขบ. ค่ะ
บางข้อมูลอาจจะแตกต่างจากเพื่อนๆที่อาศัยในนอร์เวย์ เพราะแต่ละ
โรงเรียนอาจมีข้อแตกต่างกัน





Lovin You - Jazzamor



ขอบคุณป้ามดนะคะ



Create Date : 06 กรกฎาคม 2551
Last Update : 14 กรกฎาคม 2551 4:12:36 น.
Counter : 764 Pageviews.

7 comment

valika
Location :
Thailand,  Norway

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



ชีวิตคือการเดินทาง