ดังตฤณ30

เหตุผลที่คนเราเหงา
และอยากได้ใครสักคนมาเคียงข้าง
ไม่ใช่แค่เพื่อให้อุ่นใจ
ไม่ใช่แค่เพื่อเป็นคู่คิด
ไม่ใช่แค่เพื่อได้ความรู้สึกอ่อนหวาน
แต่ยังเป็นไปเพื่อปรับสมดุลให้ตัวเอง
เอาความก้าวร้าวส่วนเกินออกไป
นำความอ่อนโยนที่ขาดหายเข้ามา
หรือลดความอ่อนแอลงไป
ด้วยการเพิ่มความเข้มแข็งขึ้นมาแทนด้วย


คนที่มีความสมดุลในตัวเอง
คือคนที่แข็งแกร่ง ไม่แข็งกร้าว
อ่อนโยน ไม่อ่อนแอ
เมื่อมีสมดุลในตัวเอง ย่อมไม่รู้สึกขาด
และพร้อมเป็นฝ่ายให้
จึงอยู่ตามลำพังได้ดี
และอยู่กับคนอื่นได้สำเร็จ

คู่ที่สมดุลกัน
คือคู่ที่สามารถถ่ายทอดความอ่อนโยน
และสามารถแลกเปลี่ยนความเข้มแข็
ในต่างกรรม ต่างวาระ
แล้วแต่ว่าใครอ่อนแอในเรื่องไหน
หรือเข้มแข็งได้ในสถานการณ์ใด

ยอมไปหมดจนอ่อนแอ
ในที่สุดจะไม่ถูกมองว่าแสนดี
แต่กลายเป็นดูโง่แทน
ถูกไปหมดจนแข็งกร้าว
ในที่สุดจะไม่ถูกต้อง
แต่กลายเป็นเผด็จการไป

การยอมรับไว้ล่วงหน้าว่าตนเองยังผิดได้
การเตรียมตัวเป็นที่พึ่งในเรื่องถนัด
ตลอดจนการมีจุดยืนที่ถูกต้องชัดเจน
กับการรู้จักขอความช่วยเหลือให้ถูกเวลา
จึงเป็นศิลปะทางความสมดุลที่ค่อยๆฝึกได้
ไม่ง่ายนักเมื่อยังต้องรู้สึกฝืดฝืน
แต่ไม่ยากเกินไปเมื่อนึกถึงความสบายใจในระยะยาว
ไม่ต้องหลงไปเป็นคนรู้ตัวว่าบกพร่อง
แต่กลับอยากได้ชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ

— แนะนำหนังสือ
ชื่อหนังสือ: เกิดใหม่ในสวรรค์

------------------------------------------------------------------------------------------------------




Create Date : 11 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2559 1:01:10 น.
Counter : 88 Pageviews.

1 comment
ดังตฤณ29

ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล
คนรอบข้างจะทนอยู่ด้วยไม่ไหว
เพราะเมื่ออารมณ์เป็นใหญ่
แนวโน้มคือคุณจะไม่อยู่กับร่องกับรอย
ชั่วโมงนี้อยากอย่างหนึ่ง ตัดสินใจอย่างหนึ่ง
อีกชั่วโมงเกิดอยากไปอีกอย่าง
ก็เปลี่ยนใจเลือกไปอีกอย่าง
ก่อความเสียหาย หรือทำลายความรู้สึกคนอื่น
จากการเอาแน่เอานอนไม่ได้บ่อยๆ

ที่สำคัญคือ หลังจากปล่อยให้อารมณ์เป็นใหญ่นานไป
ใจคุณจะเหมือนพอกไอร้อนหนาแน่นขึ้นทุกที
ตัวคุณเองยังไม่อยากทนกับความร้อนรนในตนเอง
ก็คงยากที่จะหวังให้ใครมาทนกับความร้อน
ที่คุณเผลอระบายออกสู่โลกภายนอกบ่อยๆได้

แต่ถ้าใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์
ก็อย่าเพิ่งนึกว่าจะดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นพวกตาไว
เห็นรายละเอียด
เห็นสาเหตุที่มาที่ไปของปัญหาได้มากกว่าคนอื่น
คุณจะออกแนวขุดคุ้ยเก่ง
และในที่สุด ความแข็งแรงในการใช้เหตุผล
จะพัฒนาเป็นความแข็งกระด้างของอัตตาอันใหญ่โตได้

การเป็นคนอยู่กับร่องกับรอย
และเป็นฝ่ายชี้ถูกชี้ผิดได้ทุกครั้ง
อาจเสริมให้อัตตาเจ้าเหตุผลของคุณใหญ่โตเท่าภูเขา
แล้วบดบังความรู้สึกละเอียดอ่อนได้แทบไม่เหลือ
เช่น ความสามารถในการเห็นอกเห็นใจคนอื่นอาจลดลง
ความสามารถในการเห็นหัวคนอื่นอาจน้อยลง
ความสามารถในการเห็นแก่ส่วนรวมอาจไม่เหลือเลย

เพื่อจะมีเหตุผลให้ได้ดุลกับอารมณ์
คุณไปสั่งตัวเองดื้อๆไม่ได้ว่า ‘จงพอดี’
เพราะเกิดมาไม่มีใครพอดี
ต้องเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง
ระหว่างเหตุผลและอารมณ์เสมอ

คุณจำเป็นต้องอาศัย ‘ความไม่พอดี’ ที่มีอยู่นั่นเอง
เป็นเครื่องสังเกต เป็นเครื่องทำสติให้เจริญขึ้น
กล่าวคือ เมื่อใดรู้สึกกระด้างเกินไป
ดูใจแล้วเห็นแต่เหตุผลข้างตัวเอ
ไม่สัมผัส ไม่ไยดีกับความรู้สึกของคนอื่นเลย
แม้เห็นหน้าเห็นตาคนเป็นทุกข์อยู่ทนโท่
ก็ไม่นึกสงสาร ไม่นึกอยากเห็นใจสักนิด
อันนั้นให้กระซิบกับตัวเองว่า
ตรรกะเอาถูกเอาผิดของคุณ
บีบอัดให้มนุษยธรรมของคุณเหลือน้อยลง
เห็นเช่นนั้น สติของคุณจะเจริญขึ้น
ลดระดับเหตุผลแข็งๆ
ลงมาเจออารมณ์อ่อนๆที่ครึ่งทางได้

หรือเมื่อใดรู้สึกอ่อนไหวยวบยาบเกินไป
ดูใจแล้วซัดส่าย เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้เลย
มองกี่ทีเห็นแต่ความผันผวน
เดี๋ยวอยากโน่น เดี๋ยวอยากนี่
ไม่มีการตัดสินใจที่เด็ดขาด
เพราะขาดเป้าหมายแน่ชัดว่าจะเอาอะไร เพื่ออะไรแน่
อันนั้นให้กระซิบกับตัวเองว่า
อารมณ์เหวี่ยงไปเหวี่ยงมาของคุณ
เป็นต้นเหตุรบกวนโลกให้ปั่นป่วนรวนเรแล้ว
เห็นเช่นนั้น สติของคุณจะเจริญขึ้น
เพิ่มระดับเหตุผลดีๆขึ้นมา
มีแก่ใจเปิดตาเล็งเป้าหมายให้ชัดขึ้นได้

การเจริญสติเพื่อปรับเปลี่ยนนิสัยนั้น
ต้องใช้เวลา ไม่ใช่ทำครั้งสองครั้งแล้วได้ผลเลย
เพราะอัตตาเดิมจะหาทางต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทุกท่า
คุณมักต้อง ‘เห็นความไม่พอดี’ อันเป็นภายในไปนานๆ
ผ่านความฝืดฝืน พัฒนาเป็นความเคยชิน
ก่อนจะย่างเข้าสู่ความเป็น ‘ปกติใหม่’ เต็มที่
กระทั่งรู้สึกว่ากลายเป็นอีกคนที่พอดีได้
ในวันที่ ‘เห็นโทษ’ ของเหตุผลอันแข็งกระด้างได้ทุกครั้ง
และ ‘เห็นภัย’ ของอารมณ์อันยวบยาบได้ทุกหน

— แนะนำหนังสือ
ชื่อหนังสือ: เซนในการทำงานอย่างเซียน

------------------------------------------------------------------------------------------------------




Create Date : 11 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2559 1:00:50 น.
Counter : 30 Pageviews.

0 comment
ดังตฤน28
 

การต้องทนอยู่กับคนเห็นแก่ตัว
ไม่ต่างจากการติดคุก ต้องโทษทรมาน
หรือจำต้องอยู่กับพงรกหนามแหลมแทงใจ
ปวดใจเหมือนมีแต่ความคิดทิ่มแทงอยู่ในหัว

ธรรมดาคนเราเมื่อติดคุกย่อมอยากออกจากคุก
เมื่อถูกทิ่มแทงย่อมอยากทำลายหนามแหลมทิ้ง
จึงไม่แปลก
หากอยากให้คนเห็นแก่ตัวตายๆไปเสียที
หรือถ้าคิดในทางมงคลกว่านั้นหน่อย
ก็อยากหาทางหลบลี้หนีหน้า
ฟุ้งซ่านแบบคนสิ้นหวังว่า
ต้องให้บนบานฟ้าดินท่าไหน
หรือใช้อุบายเด็ดของใคร
ถึงจะทำให้คนเห็นแก่ตัวเปลี่ยนแปลงได้

ก็ขนาดคนมีสามัญสำนึกปกติ
หรือกระทั่งคนมีแก่ใจแก้ไขข้อผิดพลาดของตัวเอง
ยังรู้สึกฝืนฝืด ยังรู้สึกยากเย็น
กับการต้องต่อสู้กับอัตตาเก่าๆของตัวเอง
แล้วคนเห็นแก่ตัว ที่พอใจในอัตตาของตนที่ไหน
จะอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง
เพียงเพราะใครออกอุบายพูดหว่านล้อม?
คุณจะยืมมือเทวดาองค์ไหน
ไปดลใจให้เขาอยากสู้กับอัตตาเดิมของตน?

เพื่อให้ใครคนหนึ่งเต็มใจแก้ไขตัวเอง
คุณต้องมีสิ่งล่อใจ
ที่เหนือกว่าความหวงอัตตาเดิมมาให้เขา
พูดง่ายๆต้องมีอัตตาใหม่
ให้เขารู้สึกคุ้มพอที่จะแลก เช่น
ถ้าเลิกเห็นแก่ตัวได้สามวันเจ็ดวัน
จะกลายเป็นมหาเศรษฐีทันตา
หรือได้แฟนแสนดีมาเคียงข้างทันใจ เป็นต้น

ข้อเท็จจริงคือ แม้แต่พระพุทธเจ้า
ก็ไม่ทรงพยายามแก้ไขคนพาลทุกคน
คนไหนที่ท่านเห็นว่าพูดได้ทีละนิดก็พูด
เหมือนทำใจไว้ว่า เหยาะน้ำลงหินทุกวันก็กร่อนได้
แต่คนไหนที่ท่านเห็นว่าพูดไม่ได้เลย
ท่านก็บอกพระอานนท์ว่า
เราเลือกที่จะเงียบ ไม่โต้ตอบให้เหนื่อยเปล่า

ทุกครั้งที่อยากเปลี่ยนข้อเสียของใคร
ให้หาข้อเสียของตัวเอง แล้วลองเปลี่ยนดู
เมื่อพบว่ายาก จะได้อยากเปลี่ยนคนอื่นน้อยลง
แต่ถ้าทำได้สำเร็จ คุณจะมีสัญชาตญาณ
หรือเกิดฤทธิ์ทางใจบางอย่าง
รู้แนวทางพูดจา ใช้น้ำเสียง หรือทำบางสิ่ง
เพื่อกระทบใจให้ใครบางคน
มีแก่ใจอยากเปลี่ยนตัวเองตามได้

แต่ถ้าคุณเองไม่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองเลย
เอาแต่หวังว่าใครบางคนจะเปลี่ยนแปลงตัวเขา
ก็เท่ากับฟุ้งซ่านเปล่า
ไม่มีเหตุปัจจัยเป็นคลื่นกระเพื่อม
ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆได้จริงแม้แต่น้อย

— แนะนำหนังสือ
ชื่อหนังสือ: เซนในการทำงานอย่างเซียน
ดาวน์โหลดอีบุ๊กฟรี:
//dungtrin.com/zen
สั่งซื้อออนไลน์: เล่มละ ๒๙ บาท //bit.ly/1gRNRUB

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------




Create Date : 30 ตุลาคม 2557
Last Update : 2 มีนาคม 2558 23:23:47 น.
Counter : 143 Pageviews.

0 comment
ดังตฤณ27

ความไม่แน่ใจในคุณค่าของตัวเอง
เป็นทางมาของหลายอารมณ์ลบ
ประมาณว่า อับอายง่าย น้อยใจง่าย ห่อเหี่ยวง่าย
อยู่ว่างๆก็รู้สึกเหมือนไม่มีใครเห็นหัว
และเมื่อทึกทักไปแล้ว ห่อเหี่ยวไปแล้ว
ก็ฟื้นฟูกลับเป็นปกติยาก จิตตกได้ครึ่งค่อนวัน

อารมณ์ห่อเหี่ยวเป็นมูลฐานของโทสะที่ควรระวัง
เพราะหลายครั้งมันทำให้คุณคิดอะไรมืดๆ
แม้รู้สึกอยู่ข้างในว่าตัวเองโง่ลง

แต่ก็สมัครใจยินยอม พร้อมจะเห็นผิดเป็นชอบ
อยากเพิ่มค่าให้ตัวเอง
ด้วยการลดค่าของคนอื่น
อยากลดปมด้อยที่ตัวเองถูกด่าทอ
ด้วยการด่าทอคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่
เพื่อหาทายาทรับปมด้อยไปอมบ้าง แบ่งๆกัน

แท้จริงแล้ว
วิธีที่ดีที่สุดที่จะเพิ่มค่าให้ตัวเอง
คือการหาทางเพิ่มค่าให้คนอื่น
วิธีที่ถูกที่สุดที่จะลดปมด้อยให้ตัวเอง
คือช่วยให้คนอื่นลดปมด้อยได้

อาการเห็นกงจักรเป็นดอกบัว
สร้างเหตุผิดแต่หวังผลถูก
อยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด
แค่ปล่อยให้อารมณ์ห่อเหี่ยวครอบงำ
ไม่ฝึกทำสติให้เจริญขึ้น
เราก็พร้อมจะก่อกรรมทำเข็ญวันละเป็นสิบรอบแล้ว

— แนะนำหนังสือ
ชื่อหนังสือ: เซนในการทำงานอย่างเซียน
 

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------




Create Date : 28 ตุลาคม 2557
Last Update : 20 มกราคม 2558 23:49:26 น.
Counter : 80 Pageviews.

0 comment
ดังตฤณ26

เมื่อให้ ‘พูดถึง’ ใคร
จริงๆคือให้บอกว่าเขา ‘ทำกับคุณอย่างไร’
หรือ ‘ทำให้คุณเกิดความรู้สึกแบบไหน’

เมื่อให้ ‘เล่ารายละเอียด’ เกี่ยวกับใคร
จริงๆคือให้สาธยายว่าคุณ ‘คิดถึงความเป็นเขา’ ตรงไหนบ้าง
หรือเผลอๆก็ ‘สันนิษฐานว่าน่าจะเป็น’ อย่างนั้นอย่างนี้

คุณไม่มีทางเอ่ยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับใครได้ครบทั้งหมด
ตอนพูด คุณอาจรู้สึกว่า พูดเท่าที่นึกได้

หรือแค่พูดตามอารมณ์พาไปแบบผ่าน
แต่ตอนเสียงพูดของคุณลอยลมไปถึงหูเขา
เขาอาจรู้สึกว่าคุณใจแคบมาก
ไม่เคยรู้จักตัวจริงของเขาเลย แต่กล้าวิจารณ์ซะขนาดนั้น

เมื่ออาศัยใจตัวเองเป็นแว่นส่องใจมนุษย์
เมื่อรู้ซึ้งว่าตัวคุณเองก็มีเวลาน้อยในการทำความรู้จักคน
เมื่อเข้าใจสาเหตุว่าทำไมคุณเองก็ด่วนตัดสินคนอื่นได้
คุณจะให้ความสำคัญกับ ‘เสียงลอยลม’ น้อยลง
ไม่ว่าจะลอยมาแบบต่อหน้าหรือลับหลังก็ตาม

— แนะนำหนังสือ
ชื่อหนังสือ: ติวพ่อขึ้นสวรรค์
เขียนโดย: วีริศ อุโฆษผล
ดาวน์โหลดอีบุ๊กฟรี:
//dungtrin.com/tutor
 

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------




Create Date : 26 สิงหาคม 2557
Last Update : 3 มกราคม 2558 21:02:27 น.
Counter : 98 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  

ลามูเต้
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



ไทป์ 5....การง่วนอยู่กับรูปแบบที่คุ้นเคยจนสามารถมองเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เคยเห็นมาก่อนได้