เมื่อคนไทป์ 4+5 ได้มาดูซี่รี่ย์เกาหลี You are beautiful. (ภาค 1)
ผู้เขียนเองเป็นคนเริ่มศึกษาศาสตร์วิชา Enneagram
ซึ่งเป็นศาสตร์เกี่ยวกับจิตวิญญาณหรือแผนที่เข้าถึงคนเข้าถึงตนมาได้สักระยะหนึ่ง
ก็พอประเมินว่าตัวเองมีความเป็นคนทั้งลักษณ์ 4 และ 5
ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าตัวเองเป็นคนลักษณ์ 4 ปีก 5 หรือลักษณ์ 5 ปีก 4
แต่ก็พอมองและวิเคราะห์ในกรณีที่ตัวละคร มีบุคลิกเหมือนตัวเอง
ก็เลยอยากแชร์ อยากแบ่งปันและแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจต่างๆ กับผู้อื่นบ้าง
เพราะเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่คิดทำบล็อกเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้
บวกกับตัวผู้เขียนเองก็ได้ฝึกดึงตัวเองจากสภาวะภายในออกมาเป็นคำพูดคำอธิบายด้วยค่ะ
(ลักษณ์ 4 และ 5 มีปัญหาเรื่องการอธิบายความคิดของตนเองให้คนอื่นเข้าใจ)
เหมือนกับเป็นเรียนรู้จักตัวเองอีกรูปแบบหนึ่งผ่านตัวละครเรื่องนี้ค่ะ
จึงเป็นที่มาของการทำบล็อกนี้
บล็อกนี้ถือเป็นบันทึกการเรียนรู้ส่วนหนึ่งของผู้เขียน
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การคิดวิเคราะห์เหล่านี้เป็นเพียงความรู้ความเข้าใจของตัวผู้เขียนเอง
ซึ่งถ้าเกิดข้อผิดพลาดประการใด ก็ขอน้อมรับผิดแต่เพียงผู้เดียวทุกประการค่ะ


และด้วยลักษณะนิสัยของคน 4 , 5 ส่วนใหญ่จะขี้อายและด้วยจริตอีกอย่าง
ที่เป็นอุปสรรคกับการทำอะไรอย่างโจ่งแจ้งต่อหน้าคนเยอะๆ ที่ตัวเองคอยแต่จะคิดว่า
มันจะดีพอไหม มันจะมีประโยชน์จริงๆ เหรอ
จะมีใครหัวเราะเยาะไหม กลัวคนหาว่าเราไร้สาระ
แบบเนี้ยแหละค่ะที่ทำให้เราไม่ได้ทำบล็อกซักที
เปลี่ยนใจไปมาเป็นร้อยครั้งแล้วค่ะ สุดท้ายก็บอกตัวเองว่าไม่ทำดีกว่า
ทั้งๆ ที่ดูซี่รีย์เรื่องนี้ตั้งแต่สงกรานต์แล้วและดูมา 3 รอบจนกระทั่งในทีวีนำมาฉายจนใกล้จะจบแล้ว
วันนี้ก็เลยคิดว่าเอาหน่า ! ลองดู......คิดว่าทำการบ้านผ่านละครก็แล้วกัน
ไม่งั้นคน 5 จะชอบแต่คิดโดยไม่ลงมือทำซะที ( นักคิดที่ไม่ใช่นักปฏิบัติ )


ขอเริ่มเข้าประเด็นเลยค่ะ........เริ่มจากที่ดูรอบแรกก็ชอบเรื่องนี้มาก
จนต้องดูรอบ 2 เพื่อเก็บรายละเอียดต่างๆ เพื่อความซาบซึ้งในบทละครอีกครั้ง
แต่มันกลับรู้สึกมีอะไรค้างคาใจ.....มีอะไรลึกๆ ที่อธิบายไม่ได้เหมือนกันว่าทำไม
เหมือนมันเจอแรงบันดาลใจบางอย่างที่ตัวผู้เขียนเองชอบฉากหลายฉาก
และบทพูดหลายๆ ตอนของพระเอกมาก จนต้องดูรอบ 3 เพื่อหาความหมายต่างๆ ในฉากนั้นๆ
จึงเป็นที่มาที่ว่าผู้เขียนเองเชื่อว่าบุคลิกพระเอกแทคยอง เรื่อง “ You are beautiful ”
ต้องมีความเป็นคนลักษณ์ 4 และ 5 แน่นอน
แต่ตอนที่ดูครั้งแรกนั้นผู้เขียนเองก็รู้แค่ตัวเองเป็นคนลักษณ์ 4
โดยที่หลังจากดูครบ 3 รอบแล้วถึงเพิ่งมาทราบว่าตัวเองก็มีลักษณ์ 5 ด้วย
ดังนั้นซี่รี่ย์เรื่องนี้มีส่วนอย่างมากที่ทำให้ผู้เขียนได้พบโลกใหม่แบบถูกที่ถูกเวลาที่สุด
และอะไรบ้างที่ทำให้ผู้เขียนเชื่อแบบนั้น..............ตามมาค่ะ


คนลักษณ์ 4 และลักษณ์ 5 เป็นคนประเภทที่ชอบอยู่กับตัวเอง ชอบจมดิ่งกับโลกภายใน
โดยคน 4 จมดิ่งด้วยอารมณ์ความรู้สึก แต่คน 5 ชอบดำดิ่งด้วยความคิด
แต่เรื่องนี้ผู้เขียนมองเห็นบคุลิกคน 5 ในตัวพระเอกแทคยองมากกว่าคน 4
และแผ่นซีรี่ย์ที่ผู้เขียนดูมีซับไทยโดย...วลัยภรณ์
ซึ่งผู้แปลท่านนี้ค่อนข้างเข้าใจและใช้คำพูดที่แสดงถึงความเป็น 4 และ 5 ในตัวพระเอกมากค่ะ
เพราะเมื่อผู้เขียนไปดูแอบดูเวอร์ชั่นที่แปลโดยท่านอื่น (ไปดูบ้านเพื่อน)
มันไม่อินเท่าซับไทยโดย...วลัยภรณ์
ดังนั้นผู้เขียนอ้างอิงซับไทยโดยวลัยภรณ์นะคะ

ตอนที่ 1

“ ฉันจะอธิบายกฎของที่นี่อย่างเร็ว ตั้งใจฟังให้ดี ”

เป็นฉากที่นางเอกโกมินัมแอบเข้าไปห้องพระเอกแล้วไปหลบในห้องน้ำ
แล้วไปโดนปุ่มชักโครกต่างๆ แล้วน้ำพุ่งเลอะเปรอะเปื้อน
พอนางเอกจะเอามือสกปรกไปแตะตัวพระเอก
แต่พระเอกแสดงท่ารังเกียจ จึงได้บอกกฎ 3 ข้ออย่างเร็ว

1. อย่าโดนตัวฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต  ( ฉันตกใจเวลานายเข้ามาใกล้ในทันที)
2. อย่าเข้าห้องฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต
3. อย่าแตะต้องของของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต

คำอธิบายของผู้เขียนคน 5 กฎข้อที่ 1 ที่พระเอกบอก มันสื่อถึงการกลัวการถูกจู่โจมแบบตั้งตัวไม่ทันของคน 5

“ อย่าโดนตัวฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต  ( ฉันตกใจเวลานายเข้ามาใกล้ในทันที) ”



คน 5 จะรู้สึกตกใจมากถ้ามีอะไรจู่โจมแบบตั้งตัวไม่ทัน มันจะเป็นความกลัวที่ไม่เหมือนคนปกติทั่วไป คน 5 บางคนกลัวแบบอาจช็อกได้ แบบอาจหมดสติได้ แบบอาจหัวใจวายได้ แต่กับผู้เขียนจะเป็นลักษณะกระวนกระวายใจอยู่ไม่เป็นสุขจริงๆ จนกว่าจะคิดว่าต้องจัดการเรื่องนี้อย่างไรจึงจะจบความกังวลใจนี้ได้ค่ะ....

เนื่องมาจากลักษณ์ 5 มีแรงขับดันภายใน***คือ ความกลัวโลกที่ไม่ปลอดภัย กลัวสิ่งที่ไม่รู้ กลัวสิ่งที่ไม่เข้าใจ กลัวอันตรายจะเข้ามา แต่เป็นความกลัวที่ทำให้คน 5 มีพฤติกรรมชอบควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในระดับที่ตัวเองไม่ตกใจ ต้องรู้ว่าจะตั้งรับอย่างไร คน 5 จะไม่ทำให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตัวเองควบคุมไม่ได้.......... เพราะคน 5 เวลาธรรมดาทั่วไปจะไม่มีอารมณ์ความรู้สึกใดๆ เลยแม้แต่นิดเดียว (ใช้ชีวิตด้วยข้อมูลเป็นหลัก แต่ตัวผู้เขียนก็มีอารมณ์สุนทรียะและความรู้สึกลึกซึ้งแบบคน 4 ในบ้างครั้งนะคะ) เหมือนคนตายด้านเย็นชาที่คนทั่วไปกล่าวหากัน แต่เวลาที่ถึงจุดๆ หนึ่งอารมณ์มันก็มาแบบน้ำเดือด 100 องศา มันจะปรี๊ดมาก จะมีลักษณะอารมณ์และความรู้สึกแบบพวยพุ่งแทบจะควบคุมไม่ได้ .......

เหมือนจิตใต้สำนึกทำการสะกดความบาดเจ็บทางใจที่คน 5 มีมากจนรับไม่ไหว ให้กลายเป็นไม่รับรู้ความรู้สึกใดๆ เหมือนคนไร้อารมณ์ .......... แต่ผู้เขียนรู้สึกได้เองว่าถ้าต้องเจอเหตุการณ์ใดบ่อยๆ จนความรู้สึกเกิดได้ก็แสดงว่า เรานั้นได้รับปริมาณการตอกย้ำจนถึงขีดสุดแล้ว อารมณ์มันทะลุขีดจำกัดออกมาเป็นพวยพุ่งห้ามไม่ได้ โดยเฉพาะเหตุการณ์การถูกรบกวนในเรื่องที่เรื่องเกี่ยวข้องกับเวลา , พลัง , พื้นที่ส่วนตัว นี่ปรี๊ดแตกจริงๆ ค่ะ แต่ถ้าเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปนี่แค่พอมีเวลาทบทวนบ้าง ก็จะรู้สึกได้ว่ารู้สึกอย่างไรกับเรื่องนั้นๆ โดยไม่พวยพุ่ง........เรียกว่าความรู้สึกช้าค่ะ.........


คน 5 กลัวอารมณ์และความรู้สึกที่รุนแรงมากจนควบคุมไม่ได้อันนี้มาก จึงใช้การถอยห่างแทนที่ความกลัว ซึ่งเรียกอาการอย่างนี้ว่า “ การถอยห่างทางอารมณ์ ”......แต่คน 5 ทั่วไปคงไม่มีใครรู้ข้อจำกัดตรงนี้ แต่มาพอผู้เขียนมาศึกษาเอ็นเนียแกรม จึงทำให้เข้าใจพฤติกรรมหลายอย่างที่ตัวผู้เขียนไม่เคยเข้าใจตัวเองมาก่อน และศาสตร์อื่นๆ ก็ไม่เคยอธิบายได้ ตัวผู้เขียนเองจึงทึ่งมากกับแผนที่วิชาเอ็นเนียแกรมนี้


กฎที่ข้อ 2 และ 3 ที่พระเอกบอก มันสื่อถึงการที่คน 5 ต้องการพื้นที่ส่วนตัวเพื่อให้เกิดความรู้สึกปลอดภัย เพราะสิ่งจำเป็นสูงสุด 3 อย่างของคน 5 คือ เวลา , พลัง , พื้นที่ส่วนตัว...


คน 5 เป็นคนชอบเก็บตัวมาก ชอบอยู่ในโลกของตัวเอง และจะรู้สึกหมดพลังได้ง่ายเมื่อต้องเกี่ยวข้องกับผู้อื่นมากเกินไป (อาจเพราะพูดจาสื่อสารกับผู้อื่นไม่ค่อยเข้าใจ จึงต้องหันเข้าหาตัวเองและอยู่กับตัวเองซะเยอะ) คน 5 กลัวถูกก้าวก่าย ต้องการความเป็นส่วนตัวและมีขอบเขตบริเวณที่ชัดเจน ซึ่งจะเป็นสถานที่ที่คน 5 เก็บตัวเพื่อเรียกพลังกลับคืนมาและคิดอะไรให้รอบคอบ

*** (ทุกลักษณ์จะมีแรงขับดันภายในรูปแบบต่างๆ ที่เป็นเหมือนกรรมเก่า มีพลังอำนาจมากมายทำให้เกิดเป็นพฤติกรรมบุคลิกภาพของแต่ละคน)***


_____________________________________________________________________________________



ตอนที่ 4

ฉากที่ พระเอกกำลังถูกส่งตัวขึ้นรถพยาบาลหลังจากที่ได้ช่วยนางเอกในสระว่ายน้ำแล้วนางเอกพลาดถีบพระเอกจนหมดสติในน้ำ ฉากนี้นางเอกกำลังจับมือพระเอกที่นอนอยู่บนรถเข็นเหมือนส่งกำลังใจให้ขณะกำลังจะขึ้นรถพยาบาล แต่พระเอกกลับเอามือนางเอกออกไปไม่ยอมให้จับ ด้วยความเกลียดความกลัวความเป็นตัวอันตรายของนางเอก

คำอธิบายของผู้เขียนคน5 ท่าทีของคน 5 ต่อสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้ จะมีความไม่ชอบใจบวกความกังวลใจอย่างมาก

ผู้เขียนเข้าใจพระเอกเลยค่ะ ว่าเวลาที่คนอื่นไม่เข้าใจเราคน 5 เนี่ยแล้วพยายามเข้ามาใกล้เรามากๆ โดยไม่รู้จังหวะของเรา คน 5 จะรู้สึกได้ถึงความยุ่งยากที่กำลังจะเกิดขึ้นและรู้สึกกลัวความตกใจที่กำลังคืบคลานเข้ามาแบบที่เราควบคุมมันไม่ได้ เช่น อาจช็อคแบบที่พระเอกเป็นลมตอนที่นางเอกเมาแล้วอ๊วก แล้วเกิดอุบัติเหตุถูกนางเอกจูบปากบนดาดฟ้า คือทั้งรังเกียจความสกปรกอย่างท่วมท้นและตกใจกลัวการถูกจู่โจมแบบไม่ทันระวังตัว

____________________________________________________________________________________

ตอนที่ 7 เป็น 1 ใน 2 ฉากที่ผู้เขียนชอบมากตั้งแต่ดูรอบแรก

คือฉากที่พระเอกหนีหมูป่าแล้วหลงอยู่ในป่าจนมืด จนกระทั่งนางเอกมาตาม แล้วมีบทพูดคุยใต้ต้นไม่ใหญ่ ท่ามกลางท้องฟ้ามืดมิด

นางเอก..........“ สวยจังเลย ดาวเต็มไปหมดเลย ”

พระเอก..........“ ฉันเกือบจะมองไม่เห็นเธอตรงนั้น แล้วคิดว่าฉันจะเห็นดาวเหรอ ”

นางเอก..........“ ถ้างั้นพี่เห็นพระจันทร์ไหม ”

พระเอก..........“ อยู่นั่นไง ”

นางเอก..........“ ดาวดวงเดียวที่พี่เห็นก็คือพระจันทร์ ”

พระเอก..........“ พระจันทร์ไม่ใช่ดาวฤกษ์นะ”

นางเอก..........“ สิ่งที่สว่างที่สุดในตอนกลางคืน ไม่ใช่ดาวฤกษ์เหรอ ”

พระเอก..........“ แค่แสงสะท้อนจากดาวอื่นๆ”

พระเอก..........“ มีเพียงดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงได้ด้วยตัวเองที่เป็นดาวฤกษ์”

พระเอก..........“ พระจันทร์ส่องแสงโดยใช้แสงจากดาวอื่นๆ”

นางเอก..........“ ถึงมันจะใช้แสงจากดาวอื่น พระจันทร์ก็มีคุณค่าของมันนะ”

นางเอก..........“ มากกว่าแสงที่ฟุ่มเฟือย ที่ส่องโดยพระอาทิตย์อีก”

นางเอก..........“ พระจันทร์ส่องแสงบอกทางในที่มืด ไม่มีประโยชน์กว่าเหรอ”

พระเอก..........“ โกมีนัม เหตุผลที่กลางวันสว่าง เป็นเพราะพระอาทิตย์ที่ไม่ไร้ค่านะ”

นางเอก..........“ อ๋อ! อย่างนี้เอง”

พระเอก..........“ ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน พระอาทิตย์ก็เป็นดาว”

นางเอก..........“ ถ้างั้นฉันก็เป็นเหมือนพระจันทร์ที่ใช้แสงจากดาวแบบพี่ ”

พระเอก..........“ แต่พระจันทร์ก็ไม่ไร้ประโยชน์ซะทีเดียว”

พระเอก..........“ถึงจะมีดาวมากแค่ไหนในตอนกลางคืน ”

พระเอก..........“สิ่งเดียวที่ฉันเห็นก็คือพระจันทร์ ” ........................................................

คำอธิบายของผู้เขียนคน 5 บทพูดตรงนี้ยาวมาก ตราตรึงความรู้สึกผู้เขียนได้มากจริงๆ รู้แต่ว่าตอนดูแรกๆ ชอบมากแต่ไม่รู้ทำไม จนกระทั่งสุดท้ายถึงรู้ว่ามันมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเป็นคน 5 แล้วก็ดึงความสัมพันธ์ออกมาได้สั้นๆ ที่เปรียบกับคน 5 แล้วเป็นดังนี้ค่ะ

พระอาทิตย์.................เปรียบ ความจริงปรมัตถ์
พระจันทร์...................เปรียบ ความจริงสมมุติ
ดวงดาว......................เปรียบ ???????? (ปริศนาที่สำคัญมากสำหรับคน 5 อีกอย่าง มันคืออะไรนะที่คน 5
................................ที่แม้จะเปิดไฟหรือเปิดการรับรู้โลกภายนอกแล้วแต่ก็ไม่อาจมองเห็นหรือเข้าใจตลอดไป............................โดยที่ไม่เป็นปัญหากับคนลักษณ์อื่น มันจะเป็นการค้นพบตัวเองที่สำคัญอีกอันเลยค่ะปริศนาอันนี้)

_____________________________________________________________________________________

ตอนที่ 10


(ช่วงที่ 1)

ฉากที่พระเอกส่งนางเอกที่ไม่สบายไปโรงพยาบาลเพราะไข้สูงมาก แต่นางเอกไม่ยอมเข้าโรงพยาบาล

นางเอก.........." ถ้าฉันถูกจับได้ จะเกิดอะไรขึ้น "

นางเอก.........." เพราะฉัน เพราะสิ่งมีชีวิตแบบฉัน "

นางเอก.........." ฉันกลัวเหลือเกิน ว่าจะทำให้คุณเจ็บปวด "

พระเอก.........." นี่ไม่ใช่เวลาที่เธอจะมาห่วงฉัน "

พระเอก.........." แล้วฉันก็รับรู้ถึงความเสี่ยงตั้งแต่ฉันอนุญาติให้เธออยู่แล้ว ฉันดูแลตัวเองได้ "

คำอธิบายของผู้เขียนคน 5

สิ่งที่คน 5 ยอมรับได้ก็แปลว่า ยอมรับได้จริงๆๆๆๆๆ ไม่ว่าตึกจะถล่ม โลกจะแตก ฟ้าจะทลาย จะเป็นจะตายก็ยอมรับได้จริงๆ เพราะว่าผ่านการรับรู้แล้ว จะว่าไปคน 5 นั้นมีบุคลิกที่ชัดเจนมาก พูดตรงมากๆ (จนคนฟังหลายคนบอกว่าเจ็บมาก) พูดอย่างไรก็แปลว่าอย่างนั้นจริงๆ ไม่มีความซับซ้อนเลย ซึ่งจะต่างจากคน 4 มากค่ะ

_____________________________________________________________________________________

(ช่วงที่ 2)

ฉากที่พระเอกอยู่บนดาดฟ้า หลังจากนางเอกหายป่วยและเตรียมตัวเปิดตัว MV พรุ่งนี้ (เป็นอีกฉากที่ชอบมากค่ะ.....เพราะได้คนพบความจริงบางอย่างจากฉากนี้ค่ะ สำหรับผู้เขียนมันจะเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังพลังพุทธะที่ผู้เขียนกำลังศึกษาอยู่ แต่ไม่สามารถทำความเข้าใจจากครูบาอาจารย์หลายๆ ท่านที่สอนไว้ได้เลย ทำยังไงผู้เขียนก็อ่านแล้วไม่เข้าใจ.....จึงต้องศึกษาด้วยตัวเองและหาวิธีของตัวเองให้เจอให้ได้เท่านั้น)

นางเอก..........“ มองเห็นดาวไม่ชัดเลย สงสัยจะมืดเกินไป ”

พระเอก..........“ เธอไม่เห็นเพราะสว่างเกินไปต่างหาก ”

พระเอก..........“ ถ้าเธออยากเห็นดาวก็ปิดไฟสิ เธออาจเห็นก็ได้ ”

นางเอก..........“ ฉันเห็นแล้วล่ะ”

พระเอก..........“ ตอนนี้มันมืด ฉันเลยมองไม่เห็นอะไร ”

นางเอก..........“ แต่เพราะมันมืด ฉันถึงเห็นดาวชัดขึ้น”

คำอธิบายของผู้เขียนคน 5 คนลักษณ์ 5 ชอบอยู่กับโลกภายใน แตกต่างจากคนลักษณ์อื่นๆ ที่ชอบส่งใจออกนอก และนางเอกก็คือตัวแทนคนลักษณ์อื่น

“ตรงนี้สว่างเกินไป ” ......... การส่งใจออกนอกมากเกินไปของคนทั่วไป ทำให้จิตใจวุ่นวายมองไม่เห็นจิตของตัวเอง

“ปิดไฟ” .........................การปิดการรับรู้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 เพื่อการสงบใจ , เพื่อให้ได้ยินเสียงจากภายใน , เพื่อจะได้อยู่กับตัวเอง , เพื่อจะได้สัมผัสกับธาตุรู้ภายในตัวเอง.......อาจด้วยการนั่งสมาธิให้จิตใจสงบ ตามวิถีพุทธ

_____________________________________________________________________________________

(ช่วงที่ 3)

พระเอก..........“ อย่าอยู่ในที่ที่ฉันมองไม่เห็นเธอนะ ”

นางเอก..........“ แต่ถึงแม้ตอนนี้ฉันจะอยู่ที่นี่ คุณก็มองไม่เห็นฉัน ”

พระเอก..........“ ฉันเห็น ฉันเห็นพอที่จะรู้ว่าเธออยู่ตรงนี้ ”

นางเอก..........“ คุณเห็นฉันจริงๆ เหรอ”

พระเอก..........“ ใช่ ฉันมองเธออยู่ ฉะนั้นเวลามืด ให้อยู่ในระยะที่ฉันมองเห็น ”

นางเอก.........“ ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ ”

คำอธิบายของผู้เขียนคน 5

รายละเอียดของเรื่องราวทำให้คนลักษณ์ 5 มองเห็นสิ่งนั้น คน 5 สัมผัสสรรพสิ่งด้วยข้อมูล ถ้าไม่มีข้อมูลในเรื่องนั้นก็เปรียบเหมือนคนตาบอดในที่มืดแบบที่พระเอกแทคยองเป็น...........แทคยอง มีโรคที่มีลักษณะอาการคล้ายสภาวะที่คน 5 อย่างผู้เขียนเข้าใจดี คือโรคตาบอดในที่มืด.........

เมื่อคน 5 ได้ยินได้ฟังใครบอกเล่าอะไรสักอย่างที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน มันจะมีแต่ความว่างเปล่า มองไม่เห็นอะไรเลย ถ้าอยากให้คน 5 รู้จักมัน มองเห็นมัน จะต้องค่อยๆ บอกรายละเอียดของมันมา ยิ่งมาก ภาพยิ่งชัด คนลักษณ์อื่นไม่มีวันเข้าใจสภาวะว่างเปล่าของคน 5 แน่ๆ คือเวลาไม่รู้เรื่องหรือไม่เข้าใจนี่จะโง่สุดๆ ซื่อบื่อสุดๆ ไม่รู้เรื่องจนเหมือนตัวตลกในสายตาคนอื่น......

( อืม....อันนี้ผู้เขียนวิเคราะห์เล่นๆ ความว่างเปล่าเกิดจากสาเหตุอะไร เพราะไม่ว่าใครจะบอกอะไรคน 5 ก็เชื่อหมด ลักษณะท่าทางอะไรก็ซึมซับหมด แบบcopy ทุกอย่างค่ะในกรณีที่ไม่รู้จักสิ่งนั้นนะคะ แต่ถ้ารู้จักสิ่งนั้นดีก็แบบอัจฉริยะไปเลยค่ะ (แบบไอน์สไตน์) ........น่าจะเป็นเพราะคน 5 ไม่สามารถรับรู้โลกภายนอกอย่างเป็นกลางได้....รึเปล่านะ ? แต่จะด้วยสาเหตุใด ผู้เขียนขอเวลาศึกษาเพิ่มเติม)

ยิ่งนางเอกแสดงออกถึงความรักที่มีให้พระเอก  รายละเอียดตรงนี้ทำให้พระเอกมองเห็นนางเอก แล้วเมื่อไหร่ที่พระเอกนางเอกต้องห่างกัน ก็ขอให้มีการส่งข่าวคราวหรือส่งข้อความถึงกันบ้าง เพื่อที่พระเอกจะได้มองเห็นนางเอกอยู่ตลอดเวลา เปรียบเหมือนการหายไปคือการมองไม่เห็นเลยของคน 5

_____________________________________________________________________________________


ตอนที่ 12 เป็นวิธีทบทวนเหตุการณ์เพื่อค้นหาความรู้สึกของตัวเองแบบคน 5


ฉากที่พระเอกวาดวงกลมหาความสัมพันธ์ ว่าทำไมตัวเองถึงโมโหนางเอก ?

พระเอกถามตัวเอง........“ ทำไมฉันถึงโมโห ? ”

...”... ตอบตัวเอง..........“ เพราะโกมีนัมจะไปพบกังชินอูเหมือนคนโง่ ”

...”... ถามตัวเอง..........“ ทำไมฉันถึงขวางไว้ ? ”

...”... ตอบตัวเอง..........“ เพราะฉันไม่อยากให้เขารู้สึกเจ็บปวด ”

...”... ถามตัวเอง..........“ ทำไมสิ่งนั้นถึงคอยรบกวนฉัน ? ”

...”... ตอบตัวเอง..........“ โกมีมัมเป็นอะไรกับฉัน ? ”

...”... ถามตัวเอง..........“ ซับซ้อน และสับสน ”

...”... ตอบตัวเอง..........“ ฉันต้องไปดูโกมีมัมให้ดี ในที่ที่สว่างแล้วคิดดูอีกครั้ง”

คำอธิบายของผู้เขียนคน 5

คน 5 ต้องการเวลาในการอยู่กับตัวเอง เพื่อทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร โดยการใช้ความคิดและการวิเคราะห์ดึงข้อมูลออกมาเป็นชั้นๆ แยกข้อมูลออกมาเป็นส่วนๆ แล้วไล่หาความสัมพันธ์อีกที เป็นวิธีค้นหาความรู้สึกของคน 5 ค่ะ..........ที่จริงในเรื่องนี้ยังมีหลายตอนที่แสดงให้เห็นวิธีการคิดวิเคราะห์แบบคน 5 ของพระเอกค่ะ แต่จะกลายเป็นยิ่งทำก็ยิ่งยาวยิ่งเยอะ ยังไงขอจบภาค 1 ในส่วนของลักษณ์ 5 นะคะ.....เดี๋ยวไปต่อภาค 2 กับพระเอกแทคยองในความเป็นลักษณ์ 4 ค่ะ

*************มาเพิ่มเติมตอนที่ 10 (ช่วงที่ 1)..........24/11/2553
*************มาลบตอนที่ 12 ช่วง 1 ย้ายไปตอนสรุปค่ะ 10/12/2553


จบภาค 1

____________________________________________________________________________________








Create Date : 19 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 10 ธันวาคม 2553 20:46:29 น.
Counter : 627 Pageviews.

7 comments
  
อ่านแล้วสนุก และได้ความรู้ลึกซึ้งดีจัง

รออ่านภาคต่อไป

ช่วยเขียนต่อเถอะนะ
โดย: ผ่านมา IP: 118.172.81.32 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:10:28:13 น.
  
ขอบคุณนะคะ ค.ห.1...เป็นกำลังให้อย่างมากเลยค่ะ

นึกกลัวอยู่ว่าคนอื่นจะอ่านไม่รู้เรื่อง

ภาค 2 รอนิดนะคะ คือทำไว้แล้วแต่ต้องขัดเกลาอีกหน่อยค่ะ
โดย: ผู้เขียนเจ้าของบล็อก (ลามูเต้ ) วันที่: 22 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:09:27 น.
  
อ่านแล้ว ชอบมากค่ะ ผู้เขียน เขียนได้ลึกซึ้ง โดยส่วนตัวดูหนังหรือซีรีย์มา แล้วก็ผ่านไป แต่ดูเรื่องนี้แล้ว กับชอบเนื้อหา ความละเอียดอ่อนของผู้เขียนบท และโดยเฉพาะนักแสดง สื่อสารได้อารมณ์กับเนื้อเรื่อง และได้ดูเรื่องนี้จะครบ 10 รอบแล้ว เหมือนอยากจะค้นหาอะไรบ้างอย่างในเนื้อหาของซีรีย์ เรื่องนี้เหมือนกันค่ะ ชื่นขมคุณลามูเต้นะค่ะ วิเคราะห์ได้ตรงประเด็นดีค่ะ
โดย: ชอบเหมือนกัน IP: 223.207.81.196 วันที่: 8 มกราคม 2554 เวลา:23:28:56 น.
  
ขอบคุณค่ะ.....คุณ ชอบเหมือนกัน

ขอบคุณที่ชอบสิ่งที่เราวิเคราะห์
มันเป็นเรื่องบังเอิญมากด้วยค่ะ
มันเป็นช่วงพอดีที่กำลังศึกษา Enneagram
ที่อธิบายถึงแรงขับดันและแรงจูงใจต่างๆ ที่ทำให้คนเรามีพฤติกรรมต่างๆ
แล้วได้มาดูซี่รี่ย์เรื่องนี้พอดี พอชอบประโยคไหนเราก็จดเอาไว้
สุดท้ายก็กลายเป็นแบบนี้ล่ะค่ะ...อธิบายได้เป็นเรื่องเป็นราว

ตอนนี้กำลังจะเอาคน 9 ไทป์ฉบับย่อมาลงต่อค่ะ
ถ้าสนใจก็ลองเข้ามาหาตัวเองดูนะคะ ว่าใกล้เคียงไทป์ไหน
แล้วค่อยไปค้นหาตัวตนต่อไป ให้ชัดเจนมากขึ้น คุณจะรุ้สึกทึ่งมากขึ้นด้วยค่ะ
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

โดย: ลามูเต้ วันที่: 9 มกราคม 2554 เวลา:21:24:35 น.
  
พึ่งได้มีเวลาดู ซี่รีย์เรื่องนี้... เลยได้อ่าน การวิเคราะห์มุมมองของคนดูที่เป็นวิชาการ ..ได้เห็นถึงการดู นอกจากสนุกแล้ว ยังมีมุมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีก....ขอบคุณที่ให้ความรู้ตัวละคร...ขอบคุณค่ะ
โดย: tai IP: 202.29.18.146 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:8:58:42 น.
  
ยินดีค่ะคุณ tai

เพราะคอมเม้นท์ของคุณ ทำให้ดิฉันได้กลับไปอ่านสิ่งที่ดิฉันได้เรียบเรียงไว้เมื่อ 3 ปีก่อน...เซอร์ไพส์ตัวเองเหมือนกันค่ะ ว่าทำได้ดีเหมือนกัน
โดย: ลามูเต้ วันที่: 19 มีนาคม 2557 เวลา:1:58:51 น.
  
ขอบคุณที่เขียนบทความนี้ขึ้นมานะคะ เพราะบอลกำลังสับสนอยู่เลยค่ะว่าตัวเองเป็น 4หรือ5 กันแน่ พอได้อ่านบทความนี้แล้วมันใช่เลยค่ะ ได้คำตอบที่ค้างคาใจ อ่านไปขำไปว่าอืมนี่มันใช่เลย! ขอบคุณมากๆอีกครั้งค่ะ :)
โดย: บอล IP: 101.108.117.56 วันที่: 25 มีนาคม 2557 เวลา:0:53:37 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



ลามูเต้
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]



ไทป์ 5....การง่วนอยู่กับรูปแบบที่คุ้นเคยจนสามารถมองเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เคยเห็นมาก่อนได้