Group Blog
 
All Blogs
 

ตัวตนที่แท้จริง ของสิ่งไม่มีชีวิต?

บางสิ่งที่ไม่มีชีวิต แต่กลับรู้สึกว่ามันมีชีวิต บางเวลา เหมือนมันมีอยู่จริง เหมือนกับว่า
มันทำให้เรารู้สึก สัมผัสได้จริง บางเวลา ที่เราคิดว่า เรามีชีวิต แต่กลับรู้สึกเหมือน
ไม่เคยมีชีวิต การหายใจ การเต้นของหัวใจ มันมีอยู่จริงรึเปล่า ? ทำไมบางครั้งที่เพลิน
กลับรู้สึกว่า เหมือนตัวเอง ลืมหายใจ ลืมที่จะกระทำสิ่งต่างๆ ทั้งๆ ที่เราควรจะรู้สึกตัวเสมอ
ว่าเรามีชีวิต เรากำลังหายใจ เรากำลังมีตัวตนอยู่......

ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปเรื่อยๆ ไม่มีหยุด เวลาเหมือนเป็นสิ่งสมมุติขึ้น
บางที เวลาผ่านไปไว ราวกับว่าเหมือนไม่เคยเกิดเหตุการณ์ใดๆ
แต่บางที เวลาก็เหมือนหยุดนิ่ง คล้ายๆ จะบอกเราว่า การรอคอย
เป็นสิ่งที่น่าเบื่อ เซ็ง เป็นความรู้สึกทางด้านลบ ที่บอกไม่ได้
แต่เมื่อการรอคอยสิ้นสุด เวลาก็ผ่านไปไวราวกับว่า การรอคอย
กับการได้พบ มันไม่เคยจะเท่ากันเลย มันไม่เคยเท่ากัน เพราะ
มันไม่เคยมีอยู่จริง มันเป็นเพียงแค่สิ่งที่เราคิดขึ้นเอง มันมีชีวิตอยู่ที่ไหนซักที่




ตัวของเราเองเหมือนสิ่งหนึ่งที่สมมุติขึ้น ชื่อ คือสิ่งที่ตั้งเพื่อเรียกตัวเรา
เหมือนเมื่ออยู่ในโลก Cyber ตัวเราก็เป็นนามสมมุติ แต่เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิด
กลับทำให้ตัวเรารู้สึกได้จริง รู้สึกได้เหมือนกับว่า เรามีชีวิตอยู่ในอีกโลก
ในเกมส์ ในหน้าต่าง Chat ในสิ่งที่เรากำลังกระทำอยู่ ความรู้สึกผูกพัน
ทำให้เราสมมุติตัวเองขึ้นในโลกเสมือน หรือตอนนี้ เราก็กำลังอยู่ในโลกเสมือน
ที่ใครซักคนสร้างเราขึ้นมา แล้วทำให้เรารู้สึกได้ และเค้าก็รู้สึกร่วมกับเรา รึเปล่า?




กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว มี Poring ตัวหนึ่ง อยู่ใน Poring Land ดินแดนที่
มีแต่ monster ประเภท Poring ตัว Poring จะเป็น monster ที่เริงร่า
เมื่อเดินผ่านใครก็จะทักทาย และยิ้ม ร้อง ลัลล้า~* เสมอๆ เมื่อใครที่เดินผ่านได้พบเจอ
เค้าก็จะทักทาย และพูด ลัลล้า~* ถึงแม้คนที่เดินผ่านเค้าไป จะตีเค้า ตบเค้า ทำร้ายเค้า
เค้าก็ยังคงยิ้ม และตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ตามหน้าที่ของ monster พร้อมทักทาย
ลัลล้า~* ไม่ว่าคนจะตีเค้าตายกี่ครั้ง เค้าก็กลับไปเกิดใหม่ และกลับมาทำหน้าที่ของเค้า
ทำหน้าที่แบบเดิม ซ้ำๆ แบบเดิมทุกวัน ลัลล้า~* ลัลล้า~* ลัลล้า~* ลัลล้า~* และยิ้ม
ตัวเค้าเองยังไม่เคยรู้เลยว่าหน้าตาเค้าเป็นยังไง รู้แต่คนเรียกชื่อเค้าว่า Poring
แล้วชื่อจริงเค้าหล่ะ ชื่ออะไร แล้วความจริง เค้าเป็นใคร แล้วหน้าที่จริงๆ เค้าต้องทำอย่างไร
เค้าไม่เคยรู้ถึงว่า เค้าจะทำอย่างไร เพราะเค้าต้องทำตามคนที่บงการเค้า เค้าไม่เคยรู้เลย
แม้แต่ความน่ารักของตัวเอง Poring เหล่านั้น ก็ยังคงทักทายคน แล้วพูดแต่
ลัลล้า~* ลัลล้า~* ลัลล้า~* ลัลล้า~*....... ลัลล้า~*....... ลัลล้า~*............ ลัลล้า~*




แล้วถ้าคุณเป็น Poring คุณจะรู้สึกอย่างไร คุณว่าเค้าเป็นคนมีคนรู้จักเยอะ มีเพื่อนเยอะ
รู้จักคนไปทั่ว หรือเค้าอยู่เพียงตัวคนเดียวลำพัง ความรู้สึกของเค้าเป็นยังไง ทำไม ทำไม
ทำไม เค้าถึงเริงร่า และร้องได้เพียงคำว่า ลัลล้า~* หรือทั้งชีวิต เค้าทำเป็นเพียงอย่างเดียวคือ
ยิ้ม แล้วร้องว่า ลัลล้า~* ไม่ว่าใครจะด่า ใครจะว่ายังไง เค้าก็ยังคงยิ้ม แล้วพูดว่า ลัลล้า~*
ลัลล้า~*...... ลัลล้า~* ........... ลัลล้า~*

ความรู้สึกของความเป็นจริง กับบางสิ่งที่เห็น อาจจะตรงข้ามกัน การที่เค้าไม่ได้พูด
หรือการที่เค้าพูด อาจจะไม่ได้บอกว่า เค้ารู้สึกตามอย่างนั้นจริงก็ได้ จริงหรือ หรือที่เค้าทำ
เค้าทำเพราะหน้าที่ของเค้าบังคับ หรือที่เค้าทำ เค้าทำจากใจของเค้ากันแน่ ความรู้สึกของเรา
ใจเรา ความคิด การกระทำ มันรู้สึกยังไงกันแน่ บางทีความสับสนของเรา ทำให้เรารู้สึกว่า
เหมือนกับมีใครซักคน บงการเรา ให้เราต้องกระทำตามรูปแบบ ทำตาม Pattern ที่ได้รับ
ทุกอย่างในโลกมี Pattern ของมันหมด และ Pattern ของมัน แม้จะบอกว่าไม่ได้ตายตัว
แต่สุดท้ายก็คือความลงตัวเสมอ ไม่มีสิ่งไหนไม่ลงตัว เหมือนทุกสิ่งถูกกำหนดมาให้มัน
สามารถมีทางของมันได้ แล้วอย่างนี้ ตอนนี้ ตัวผม มีชีวิตจริงรึเปล่านะ?




ชีวิตของผม อาจจะอยู่ที่ใดที่หนึ่ง หรือในทุกที่ หรืออาจจะไม่เคยมีชีวิตอยู่เลย
ความรู้สึกเหมือนเป็นสิ่งไม่มีชีวิต เกิดขึ้นเมื่อไหร่นะ อาจจะนานมาก นานมากๆ
มันบอกไม่ได้เลยว่าทำไม และการกระทำนั้น บอกว่าอย่างไร สีหน้าจะบอกความรู้สึกได้รึเปล่า
หรือสีหน้าที่แสดงออกไป เป็นแค่เพียงการเลียนแบบบางสิ่งที่เคยพบเห็น แล้วทำออกไป
ถ้าคุณรู้สึกเศร้า คุณเห็นคนยิ้ม คุณก็ยิ้ม ทั้งๆ ที่เศร้า เมื่อถึงคราวต่อไปเวลาคุณเศร้า
ตัวคุณก็บอกว่า หน้าที่เศร้า คือต้องยิ้ม อย่างนั้นเหรอ ทำไม Pattern ของมันเหมือนกันหมด
มันเหมือนกันเกินไป เหมือนจนไม่สามารถบอกได้ว่า ทำไมทุกอย่างถึงมีรูปแบบอย่างนั้น

แต่ยังไงก็ตาม Poring น้อยใน Poring's Land ก็ยังคงทำตามหน้าที่ต่อไป ลัลล้า~*..... ลัลล้า~*
ยิ้มแล้วก็ ลัลล้า~* ...... ลัลล้า~* ......... ถึงจะอยู่คนเดียวก็ยังคง ลัลล้า~*...... ลัลล้า~*

* ค น พ เ น จ ร *




ชื่อภาพ : Little Poring in Poring's Land




 

Create Date : 02 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2548 10:32:08 น.
Counter : 649 Pageviews.  

วันคล้ายวันเกิด วันที่น่ายินดี..... จริงหรือ?

ทุกครั้งที่ผมได้อวยพรวันคล้ายวันเกิดใคร ผมมักจะยินดีกับเค้าตลอดเวลา
ผ่านพ้นไปอีกปีแล้วสินะ ปีใหม่นี้ขอให้บุคคลนั้นได้มีสิ่งที่ดีกว่าเดิมเข้ามา
ให้มีโชคลาภ หมดทุกข์ หมดโศก หายจากโรคภัยทั้งหลาย เป็นคำอวยพร
ที่ติดปากคนหลายคน ซึ่งผมเองก็อวยพรแบบนี้เช่นกัน




แต่ในทางกลับกัน วันคล้ายวันเกิดผมปีนี้ ผมต้องนอนพักอยู่บนเตียงใน ร.พ.
แห่งหนึ่ง ความรู้สึกของผมคงไม่ต่างจากใครๆ ที่อยากให้มีคนมาอวยพร
ให้มีคนนำของขวัญมาให้ แต่พอนึกไปอีกที วันนี้เป็นวันสำคัญอะไรมากมายนักหรือ
ทำไมต้องมีสิ่งของเหล่านี้มอบให้แก่กันและกัน




วันคล้ายวันเกิดเป็นวันที่บุคคลผู้หนึ่ง ทุกทรมานมากที่สุดในชีวิต เพื่อให้อีกชีวิตหนึ่ง
ได้เกิดขึ้นมาดูโลก จริงๆ เราควรจะฉลองวันคล้ายวันเกิดให้กับใครกันแน่ ยังเป็นสิ่งที่
ผมยังคงสงสัยมาจนถึงทุกวันนี้




ยิ่งนับวันเวลายิ่งน้อยลง ยิ่งใกล้วันคล้ายวันเกิด ผมก็ยิ่งแก่ลงไปเรื่อยๆ ผมพูดตรงๆ เลยว่า
ผมเป็นคนกลัวความแก่ ผมกลัวที่จะจากโลกนี้ไป เวลามันดูสั้นยิ่งนัก เผลอแว๊บเดียวก็
ผ่านไปแล้ว 1ปี ชีวิตของผมจะเหลืออีกเท่าไหร่กัน ผมมักคิดเสมอว่า ถ้าหยุดเวลาได้ก็คงดี
ผมไม่อยากแก่ ผมไม่อยากตายไวขึ้น วันคล้ายวันเกิดบ่งบอกอะไรได้หลายอย่างรวมถึง
ความคิดของเราเองด้วย ผมมองกลับไปแล้ว บางทีกลับคิดว่า วันคล้ายวันเกิดผม
ผมควรจะกตัญญูต่อคุณแม่ กับคุณพ่อผมให้มากขึ้น เพราะผมอาจจะมีเวลาไม่เพียงพอ
ที่จะทำให้ท่านได้นานมากนัก บวกกับร่ายกายผมที่ไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้วด้วย ยิ่งนับวัน
ผมเองก็ยิ่งรู้สึกว่า ร่างกายตัวเองมันอ่อนล้าลงทุกที ร่างกายนี้ จะอยู่บนโลกนี้ได้อีก
นานเท่าไหร่กันแน่ ผมมักคิดอย่างนี้เสมอๆ ยิ่งตอนที่ผมป่วยและเข้า โรงพยาบาล ผมรู้สึกว่า
การอยากตายมันง่ายเสียเหลือเกิน แค่ผมฉีดยาอินซูลินลงไป แล้วไม่ต้องทานอะไร
ไม่ถึง 4 ช.ม. ผมก็หลับไปอย่างเป็นสุขแล้ว หลับแบบเงียบๆ และไม่เดือดร้อนใคร แต่
ทำไมผมถึงไม่ทำ เพราะเหตุผลเดียว ผมมีห่วง ผมห่วงหลายสิ่งที่ผมทำมา ผมยังคงต้อง
รับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเอง ผมไม่อยากจากคนที่ผมรักไป ผมไม่อยากจากเพื่อนของผม
และสุดท้าย ผมยังคงหวังไว้ว่า ผมจะพบกับคนรักของผม ถึงแม้จะไม่มีหวังแล้วก็ตาม




ทุกคราวที่คิดถึงวันคล้ายวันเกิด ผมมักจะบอกตัวเองเสมอๆ ว่า เวลาของผมใกล้หมดลงแล้วนะ
ถ้าต้องการทำอะไรให้รีบทำ ก่อนที่จะหมดโอกาสจะได้ทำ กระทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้ที่มีพระคุณที่สุด
ของผม(คุณพ่อ กับคุณแม่) กตัญญู และร่วมยินดีกับเพื่อนที่มายินดีให้กับผมในวันคล้ายวันเกิด
สิ่งทั้งหมดนี้คือกำลังใจที่ทำให้ผมอยากมีชีวิตอยู่ต่อบนโลกใบนี้......




แต่บางที การมีชีวิตอยู่ ก็ลำบากกว่าการทิ้งมันไป และไปเริ่มต้นใหม่กับสิ่งใหม่ ซึ่งผมเองก็ไม่อาจจะรู้ว่า
สิ่งเหล่านั้นจะมีจริงหรือไม่ ผมเองยังคงเชื่อว่า เมื่อเราดับสูญแล้ว คือการจากไปโดยที่ไม่มีทางกลับมา
บางสิ่งที่รับรู้กับบางสิ่งที่เป็นความจริง มันอาจจะมีบางส่วนที่อธิบายไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราทำได้คือ
อยู่กับมันอย่างมีความสุข

* ค น พ เ น จ ร * เขียนวันที่ 23-04-05 เวลา 22:15




ชื่อภาพ : Loss




 

Create Date : 24 เมษายน 2548    
Last Update : 24 เมษายน 2548 0:41:26 น.
Counter : 399 Pageviews.  

- จุดสิ้นสุดของจุดเริ่มต้นใหม่ -

บางสิ่งเราสามารถสัมผัส จับต้อง และรู้สึกได้
แต่บางสิ่งถึงแม้เราจะไม่ต้องสัมผัสมัน เราก็รู้สึกได้ว่ามีมันอยู่ตรงนั้น
ทุกสิ่งมีความรู้สึก สามารถสัมผัสผ่านความรู้สึกได้
เหมือนสายใยห่างๆ หรือสายลมเพียงแผ่วเบา พัดผ่านร่างกายที่หนาวเหน็บ
เพียงแต่สายลมนั้นมีความอบอุ่นอยู่เล็กน้อย ร่างกายที่หนาวเหน็บก็สดชื่นขึ้นได้
หากขาดน้ำเพียงหยดเดียวในทะเลทราย กะบองเพชรอาจตายได้
แต่หากมีน้ำมากเกินไปในทะเลทราย ต้นไม้ที่อยู่ในนั้นก็ตายได้เช่นกัน
บางทีความพอดีต่อสมดุลย์ คงจะเหมาะกับความรู้สึกมากที่สุด
ถ้าเราดีใจมาก จงรู้ไว้ว่า สมดุลของความเสียใจจะโต้กลับมารุนแรงเท่ากับความรู้สึกดีใจของเรา




Action = Reaction

ทุกอย่างมีความพอดีของมันเอง และทุกอย่างมีปลายทางของมันเสมอ
ปลายทางของบางสิ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของอีกสิ่ง แต่ปลายทางของหลายๆ สิ่ง
บางทีอาจจะไม่มีอะไรเหลือเลยก็ได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความคิด และการกระทำของเรา...... ที่จะสร้างมันขึ้นมา หรือจะจบมันเพื่อจะเริ่มต้นใหม่......

* ค น พ เ น จ ร * เขียนวันที่ 21-02-05 เวลา 00:11




ชื่อภาพ : The Begining




 

Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2548    
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2548 0:52:07 น.
Counter : 302 Pageviews.  

- อะไร......เหรอ ? -

ทุกสิ่งทุกอย่างมีจุดเริ่มต้น แต่ไม่มีใครบอกได้ว่ามันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่
วันเวลาผ่านพ้นไปเรื่อยๆ บางช่วงเวลาอาจนานเหมือนแรมปี
แต่บางเวลาสั้นกว่าที่เราอยากให้มันคงอยู่..... หรือสั้นกว่าที่เราต้องการให้มันคงอยู่
ความรู้สึกทุกอย่างมีจุดเริ่มต้น แต่เมื่อสิ้นสุดลง จะเกิดความรู้สึกใหม่ขึ้นเสมอ
เพียงแต่ว่า สิ่งที่เกิดใหม่ อาจจะหักล้างกับความรู้สึกเดิม หรือเสริมความรู้สึกเดิมให้มากขึ้น
แต่ยังไงก็ตาม สุดท้าย จะต้องกลับสู่สมดุลของมันอยู่ดี ไม่มีอะไรที่จะคงอยู่ตลอดไป
ความดีความชั่วเหมือนกระจกเงาสะท้อนกันเอง หากปราศจากข้อกำหนดใดๆ
อาจไม่มีสิ่งใดบอกได้เลย ว่าอะไรดี หรืออะไรเลว ใครเป็นผู้ตัดสินมัน?
สามัญสำนึกลึกๆ ในใจของคนอาจจะตัดสินได้ว่าดีหรือเลว จริงหรือ? ... สังคมจะตัดสินได้หรือ ?
หรือสิ่งที่ตัดสินมัน จะเกิดจากความต้องการลึกๆ ในใจที่ไม่มีอะไรสามารถบอกได้
ความต้องการของคนส่วนมาก มักจะมีอำนาจเหนือความคิดของคนอีกกลุ่มและทำบรรทัดฐานขึ้น
แต่หากยังคงมีความคิดหักล้างกันอยู่เสมอ แม้จะน้อยนิดก็ตาม ก็ทำให้เกิดสมดุลขึ้นได้ตลอดเวลา




ความรู้สึกที่อ้างว้าง ยังคงอยู่กับตัวของผมเอง ตลอดเวลา
มันคงอยู่ไปพร้อมๆ กับความรู้สึกที่อบอุ่นที่มีเพื่อนๆ อยู่เคียงข้าง
ที่มีญาติพี่น้อง พ่อ แม่ รวมถึงคนรัก แต่เมื่อเวลาหนึ่งที่อยู่คนเดียว
ความเหงา ความอ้างว้างมันก็เข้ามาแทนที่ได้เสมอๆ เหมือนเงาที่ตามตัวเรา
เงาที่ดูเหมือนมีเงาอื่นอยู่ข้างๆ แต่ไม่สามารถสื่อสารกันได้ เพียงแต่อยู่ข้างๆ กัน
ดูเหมือนไม่เหงาที่มีอะไรอยู่ใกล้ๆ แต่จริงๆ ไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกกันได้เลย

ถึงดูเหมือนจะบอกความในใจให้ใครสักคนรู้ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่า เราเผยความอ่อนแอของตัวเอง
ที่พยายามปกปิดมาตลอดเวลา อยากให้ใครซักคนได้รู้ความรู้สึกนั้น แต่เมื่อถึงเวลานั้น คนที่ได้รับรู้ความรู้สึก
กลับมองว่าเราอ่อนแอ และไม่มีคุณค่าพอที่จะคบหา หรือไม่มีค่าเพียงพอที่จะเดินร่วมทางด้วยกัน
เมื่อเค้าคนนั้น ค้นพบความอ่อนแอของอีกฝ่าย เมื่อความอ่อนแอของอีกฝ่ายแสดงให้เห็นว่า.......
มันไม่สามารถที่จะตอบสนองความรู้สึกที่อยากให้ใครซักคนที่เข้มแข็งกว่า มาปกป้อง ดูแล เอาใจใส่

ยังคงเก็บความอ่อนแอ ท้อแท้ สิ้นหวัง ในใจของตัวเอง ไว้กับตัวเอง
ปิดสิ่งที่อ่อนแอไว้ให้ลึกที่สุด เท่าที่จะทำได้ ไม่เผยให้ใครรู้ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
สิ่งเหล่านี้ จะต้องอยู่กับตัวเราไปตลอด ไม่สามารถหลบมันได้ และมันจะต้องอยู่กับเราเพียงคนเดียว
ไม่สามารถบอกให้ใครรับรู้ได้ เพราะเหตุผลที่ว่า " ไม่มีใครชอบคนที่อ่อนแอ ไม่เข้มแข็ง "
เพียงเก็บสิ่งเหล่านี้ไว้ และไม่แสดงให้ใครเห็น เราก็จะได้ชื่อว่า " คนเข้มแข็ง " จริงเหรอ ?

ตัวเราคงยังคงรู้จักตัวเองตลอดเวลา ฝืนทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่า จำเป็นต้องทำ
ทนอยู่กับความเหงาของจิตใจตัวเอง ทั้งๆ ที่ดูเหมือนมีทุกสิ่งที่ต้องการ
มีทุกอย่างที่อบอุ่น ให้ทุกคนอิจฉา ให้ทุกคนอยากดำเนินรอยตาม
แต่สิ่งที่ผมเองไม่สามารถปิดบังได้ และไม่อยากปิดบังตัวเอง คือ " ผมยังคงไม่เข้มแข็งพอ "

ตลอดไป........
* ค น พ เ น จ ร * เขียนเมื่อ 05/07/04 เวลา 03:25




ชื่อภาพ : Still Live with Cards




 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2548    
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2548 2:53:23 น.
Counter : 190 Pageviews.  

------ กำแพงที่มองไม่เห็น ------

บางที บางครั้งผมสับสนกับตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไม
ตัวผมเองต้องสร้างกรอบ หรืออะไรหลายๆ อย่างมา
เพื่อที่จะให้ตัวเองทำตาม เพื่อที่จะให้คนอื่นคล้อยตาม
หรือเพื่อที่จะสลัดทิ้งความรู้สึกบางอย่างที่มีต่อคนอื่น
เพื่อที่ผมจะลืม คนบางคนที่ผมชอบ ที่ผมรัก ทั้งๆที่
ผมต้องยอมรับว่า ไม่มีวัน และไม่มีทางที่ผมจะลืมเค้าได้
แล้วเมื่อถึงเวลา กำแพงในใจนั้น ได้ทำร้ายความรู้สึก
ของคนที่หยิบยื่นความรักมาให้กับผม ใช่ครับ ใจของผม
ทรยศความรู้สึกของตัวเอง ผมไม่รักเค้า ผมไม่ชอบเค้า
อย่างนั้นหรือ......

ไม่จริงเลย อีกใจหนึ่งของผม กลับคิดว่าตัวผมเอง
เป็นคนที่โชคดี ที่มีคนรัก คนห่วงโย คนดูแลเอาใจใส่
และผมเองนั้นก็รัก และชอบคนคนนั้นไม่น้อยไปกว่าเค้า
แต่พอผมคิดถึงความรู้สึกหนึ่งขึ้นมา ทำให้ผมเองไม่ต้องการ
ที่จะทำร้ายจิตใจ ความรู้สึกของคนที่ผมรัก ผมเองไม่อยากคิด
แต่ใจผมเองทุกครั้งจะย้ำให้ผมคิด ว่าผมไม่เหมือนคนอื่น
ผมมีเวลาไม่เท่าเทียมคนอื่น ผมไม่สามารถดูแลคนที่ผมรัก
ได้ตลอดไป และตัวผมเอง มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานในโลกใบนี้.....




ถ้าคุณเคยอ่าน Diary แรกที่ผมเขียนในนี้ คุณคงเข้าใจ
ความรู้สึกของผมอยู่บ้าง ที่ต้องเสียคนที่รักไปต่อหน้าต่อตา
แต่กลับกัน คนที่รักผม กลับยิ้มให้กับผม เค้าบอกว่า เค้าโชคดี
ที่จากผมไปก่อน เค้าไม่ต้องมานั่งร้องไห้เสียใจให้กับผม
ไม่ต้องทุกข์ทรมาน เหมือนผมที่ต้องทรมานกับการจากไปของเค้า
แต่เมื่อมาวันนี้ ผมกลับเข้าใจความรู้สึกของคนรักของผมคนนั้น
ที่ต้องจากไป ว่ามันทรมานแค่ไหน.....

ผมเองมันเจอกับคนหลายแบบ และเจอคนน่ารักเยอะมากพอสมควร
เมื่อเจอ ผมก็แอบจะแซว แอบจะหลงรักเค้าไม่ได้ ทุกครั้งที่ผมแอบรักเค้า
ผมมักเห็นเค้ายิ้ม และดูเหมือนว่าเค้าจะรู้ความรู้สึกผม ผมไม่อยากปิดบัง
ความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อคนที่ผมชอบ แต่มันก็เป็นแค่เพียงช่วงเวลาสั้นๆ
สำหรับผมเท่านั้น..... ผมเองเพียงต้องการเค้ามาฆ่าเวลาไปวันๆ วันที่ผมเหงา
เพียงเท่านั้นเองเหรอ......

เวลาที่ผมเหงา ผมมักถามตัวเองเสมอๆ ว่าตอนนั้นผมต้องการอะไร
ผมต้องการเพื่อน หรือต้องการใคร ต้องการคนรัก หรือใครซักคนมาคุยด้วย
หรือเพื่อนสนิทมาเล่นด้วยกัน ทุกครั้งเมื่อผมถามใจตัวเองและได้รับคำตอบ
ผมก็จะโทรหาเพื่อนผม หรือหาคนที่น่ารักไปเดินเล่นด้วย คุยด้วย สร้างความรู้สึกดีๆ
ให้เกิดขึ้นกับเค้า เพราะผมแอบชอบเค้า และอย่างที่บอกผมเองก็ไม่อยากปิดบังความรู้สึกของตัวเอง
แต่เมื่อผมได้รับความรักตอบกลับมา เหตุใด ตัวผมเองกลับหนีมัน ทำไมความรู้สึกผม
มันทรยศใจของตัวเอง มันทำร้ายหัวใจของตัวเอง และทำร้ายใจของคนที่ผมหลงรัก
ผมเป็นคนเลวคนหนึ่งในสายตาของตัวเองจริงๆ......

เมื่อผมรักใคร ผมเองคงไม่อยากเห็นใครคนนั้นเสียใจให้กับผม
ถ้าผมเองเป็นคนที่ต้องจากไปก่อน ในวันหนึ่งที่ผมต้อง
นอนอยู่บนเตียงคนไข้ และมองหน้าแฟนผมเป็นครั้งสุดท้าย
แต่สิ่งที่ผมได้เห็นคือ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา ใช่ครับ แฟนผม
กำลังเสียใจมาก และการที่จะทำให้เค้าหายเสียใจได้ดีที่สุด คือ
การปลอบใจครั้งสุดท้าย คือการต้องฝืนพูดคำว่า " ผมดีใจที่ผมได้จากไปก่อน "
ทั้งๆ ที่ในใจของผมเอง อยากจะอยู่กับเค้าให้นานที่สุด เท่าที่ตัวเองจะทำได้
อยากใช้ชีวิตกับเค้าอยู่นานๆ อยากอยู่เคียงข้างต่อไปอีกนานเท่านาน
แต่ผมไม่สามารถทำได้ สิ่งที่ทำได้เป็นครั้งสุดท้ายให้กับแฟนของผม
คนที่ผมรัก คนที่ผมสัญญาว่าจะอยู่กับเค้าให้นานที่สุด คนที่มีเวลาดีๆ ร่วมกัน
คือแค่คำปลอบใจที่เหมือนกับคนเห็นแก่ตัวคนหนึ่ง..... และนั่นคือความรู้สึก
ที่ผมรู้ได้ว่าแฟนเก่าผม คนที่ป่วยอยู่ มองผม และปลอบใจผมครั้งสุดท้าย
ด้วยคำพูดคำนี้ เค้ารู้สึกอย่างไร แต่คนที่ได้รับคำพูดนี้ตอนนั้น ซึ่งเป็นผมเอง
ตอนนั้นผมเด็กมาก ผมจึงไม่รู้ว่าแฟนเก่าผมคิดอย่างไร.....

ทุกครั้ง ก่อนที่ผมจะตัดสินใจรักใคร ผมจะถามตัวเองเสมอ
ผมทำถูกแล้วเหรอ ผมทำดีแล้วเหรอ ผมทนได้เหรอ
แล้วสุดท้าย สิ่งที่ออกมาจากใจของผมคือ ผมอยู่คนเดียวแหละ
ดีแล้ว นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด การมีคนที่เรารักเป็นเพื่อน ไม่จำเป็นต้อง
เป็นคนรักกัน เพียงแต่อยู่ด้วยกัน ดูแลกันได้ นั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่า
มันเพียงพอแล้ว(จริงหรือ).....

สำหรับผม ไม่ว่าจะเป็นคนเก่าที่เคยคบกัน หรือจะเป็นคนใหม่ที่คบกันอยู่
ผมเองก็ยังคงรักเหมือนกัน มั่นคงในรักกับแฟนคนปัจจุบัน
แต่ยังคงรักแฟนคนเก่าอยู่เหมือนเดิม คิดว่าผู้หญิงอาจดูเหมือนกับว่า
เป็นคนเจ้าชู้ แต่ไม่ใช่ เพราะถ้าเจ้าชู้ ผมเองคงกระทำตัวละลานไปทั่ว
แต่ไม่เจ้าชู้ เพราะคุยกับคนที่เป็นแฟนเก่าแค่เพียงเพื่อน การรักษาระยะห่าง
และการวางตัว จะทำให้รู้ได้ว่า ใจผมถึงแม้จะยังรัก แต่ผมเองก็มีแฟนแล้ว
และมั่นคงต่อแฟนคนปัจจุบัน หากผมเป็นคนที่ตัดความรักได้ง่ายๆ
ผมเจอผู้หญิงคนไหนก็รักได้ และเลิกรักได้ ผมคงจะรู้สึกดีกว่านี้.......

ผมเองยังคงต้องการคนรัก ยังคงอยากมีคนรักกับเค้าบ้าง
กำแพงแห่งความรักนี้ มันช่างสูงเหลือเกิน เกินที่หัวใจดวงน้อยๆ
จะข้ามพ้นไปได้ เกินกำลังของตัวเอง ผมเองคือ.... คนไม่เข้มแข็ง

ผมยังคงรอและหวังเพียงว่า ซักวันหนึ่ง จะมีปาฎิหารย์ให้กับผมเอง
ผมอยากจะเป็นคนโชคดี ที่ได้เจอกับความรัก เจอกับคนรักที่เข้าใจจิตใจผม
เจอกับคนที่ทำให้ผมเองสามารถก้าวข้ามกำแพงอันสูงลิบลิ่วนี้ไปได้
คนไม่เข้มแข็งคนนี้ ยังคงรอต่อไป เพื่อจะได้เจอกับความฝันครั้งสุดท้าย
ถ้าเค้าคนนั้นมีอยู่จริง.....


การจดจำสิ่งที่ดีๆ เอาไว้ เป็นสิ่งที่ดี อย่าลืมถ้าเราไม่อยากลืม
ถ้าเรารู้สึกว่ามีความสุข จงนึกถึงแต่ความทรงจำที่ดี ที่มีเค้า
แล้วสร้างความทรงจำใหม่ที่ดีกว่าที่ผ่านมา ให้กับคนรักคนใหม่
เพื่อที่จะทำให้ความทรงจำใหม่กับคนรักของเรา
เป็นความทรงจำที่มีความสุข........นิรันด์


ความรัก มักมีทางออกที่สวยงามเสมอ ผมเชื่อเช่นนั้น,
* ค น พ เ น จ ร * แต่งเมื่อ 04/06/04 เวลา 00:28




ชื่อภาพ : Invisible Wall




 

Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2548    
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2548 1:17:57 น.
Counter : 262 Pageviews.  

1  2  

* ค น พ เ น จ ร *
Location :
บนโลกแถวๆ Antarctica

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add * ค น พ เ น จ ร *'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.