Kampfer เล่ม 1 บท 2

เล่ม 1
บทที่ 2


ถึงผมจะพยายามวิ่งเต็มที่ไปยังห้องเรียนปี 2 ห้อง 4 สุดท้ายยังไงก็ไปสายอยู่ดี คาบเรียนแรกนั้นได้เริ่มไปแล้ว และเพื่อนร่วมชั้นทุกคนก็อยู่ในห้องเรียนกันทั้งหมดยกเว้นแค่ผมคนเดียว

ยังไงก็ตาม ผมก็ได้กลับมาเป็นผุ้ชายเช่นเดิมแล้ว ระหว่างที่กำลังรีบวิ่งมาโรงเรียน อยู่ๆก็เกิดแสงสว่างขึ้นรอบตัว แล้วชุดนักเรียนหญิงก็กลายเป็นชุดนักเรียนชาย กลับคืนสู่ร่างผู้ชายอีกครั้งโดยอัติโนมัติอย่างที่เจ้าเสือฮาราคีรีพูดเอาไว้จริงๆ

ซากุระซังจะเป็นไงบ้างนะ ไม่ว่าจะคิดยังไง ก็ต้องมาโรงเรียนสายเหมือนกันแน่นอน
ก่อนอื่นคงต้องอธิบายก่อน โรงเรียนของผมนั้น เด็กนักเรียนชายและหญิง ไม่ได้เรียนอยู่ในห้องเรียนเดียวกัน หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ตึกเรียนไม่

ได้อยู่ตึกเดียวกัน โรงเรียนมัธยมปลายเอกชนเซย์เทตซึที่ผมกำลังศึกษาอยู่นั้น ไม่ได้เป็นโรงเรียนสหที่เหมือนกับโรงเรียนสหทั่วๆไปโรงเรียนแห่งนี้เคยเป็นโรงเรียนหญิงล้วนมาก่อน และยังมีชื่อเสียงในฐานะโรงเรียนลูกคุณหนูอีกด้วย การเปลี่ยนเป็นโรงเรียนสหเปิดรับเด็ก
นักเรียนชายเข้ามานั้น ก็ตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อนเท่านั้นเอง 「เพื่อให้เท่าทันกับยุคสมัย และยังอยากได้ค่าเล่าเรียนเพิ่มอีกด้วย」 ซึ่งเหตุผลจริงๆนั้นก็คืออย่างหลังนั่นเอง และนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมถึงได้กลายมาเป็นโรงเรียนสหเหมือนทุกวันนี้

อย่างไรก็ดี ก็ได้เกิดเสียงคัดค้านจากบรรดาศิทย์เก่าอย่างมากมาย อย่างเช่น 「มาเปิดรับผู้ชายในเวลาที่พวกชั้นจบไปแล้วแบบนี้ ใจร้ายที่สุด.. ไม่ใช่สิ ถ้าหากให้เรียนร่วมกับเด็กผู้ชายแล้วล่ะก็จะเกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้างก็ไม่รู้」 และเมื่อเสียงคัดค้านการรับนักเรียนชายไม่ประสบความสำเร็จ ก็เลยต่อรองว่า 「ถ้าอย่างนั้นก็ให้แยกนักเรียนชายกับหญิงออกจากกัน」และสุดท้ายผลลัพท์ก็เป็นอย่างในทุกวันนี้ ตึกเรียนของนักเรียนชายกับนักเรียนหญิงนั้น ถูกแยกจากกันอย่างเด็ดขาด

เรื่องนอกเหนือไปจากนี้ ก็คือฝั่งชายนั้นได้ถูกเรียกว่า 「โรงเรียนเซย์เทตซึฝั่งมืดมน」 เนื่องจากทั้งๆที่เป็นโรงเรียนสหแท้ๆ แต่กลับไม่มีโอกาสได้พบเด็กผู้หญิงเลย และดุเหมือนว่าทางฝั่งหญิงเองก็มีเรื่องเล่าอะไรเช่นกัน 「ถึงแม้ประตูที่กั้นกลางระหว่างฝั่งชายหญิงจะเป็นเหมือนเส้นสีขาวที่พร้อมจะถูกตัดได้ทุกเวลา แต่ถ้าหากพวกเราร่วมแรงร่วมใจกันเส้นบางๆนั้นก็จะกลายเป็นรั้วหนามที่ไม่มีวันก้าวข้ามมาได้」 ..คือว่านะ..

ตัวผมเอง จนกระทั่งถึงเมื่อวานนั้น เพศประจำตัวตั้งแต่เกิดคือเพศชาย เพราะฉะนั้นจึงเข้าเรียนไปกลับอยู่ในฝั่งนักเรียนชายของโรงเรียนเซย์เทตซึ แต่ทว่าหลังจากนี้ไป จะเป็นยังไงต่อชักจะไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน แล้วก็เข้าสู่ช่วงพักเที้ยง

ผมหยิบเอาข้าวปั้นที่ซื้อจากซูเปอร์ขึ้นมา ( สุดท้ายคาบพักก็ไม่ได้หาอะไรกิน ) และตั้งใจว่าเมื่อกินเสร็จแล้วจะออกไปหาที่งีบที่ไหนสักแห่ง ผมชอบการนอนกลางวันที่สุด ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่มีเรื่องยุ่งยากลำบากใจขนาดไหน พอได้นอนกลางวันแล้วก็จะผ่อนคลายสุดๆ นี่แหละข้อดีในการนอนกลางวันสำหรับผม ส่วนข้อดีอื่นมีอีกมั้ยไม่รู้เหมือนกัน

ตอนที่กำลังจะลุกเอากระดาษห่อข้าวปั้นไปทิ้งถังขยะ อยู่ๆเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งก็ยกมือเรียกขึ้นมาด้วยท่าทางแปลกๆ หมอนี่มีชื่อว่าฮิกาชิดะ เป็นประธานกลุ่มวิจัยสาวน้อยน่ารักประจำโรงเรียนเซย์เทตซึ แน่นอนว่ากลุ่มที่ทำเรื่องเพี้ยนๆพรรค์นี้ย่อมไม่ได้รับการอนุญาตให้เป็นชมรมอย่างถูกต้อง จึงได้แต่เคลื่อนไหวอยู่ใต้ดินอย่างลับๆ ( ? ) 「ถ้าเป็นสาวน้อยน่ารักของโรงเรียนเซย์เทตซึของเราล่ะก็ เพียงแค่ได้ยินเสียงลมหายใจ ก็สามารถบอกได้เลยว่าคนนั้นคือใคร」 นั่นคือความสามารถพิเศษที่หมอนี่โม้เอาไว้ และผมเองก็เคยเจอกับตัว เมื่อหมอนี่สามารถบอกชื่อของสาวน้อยน่ารักได้หมด เพียงแค่เห็นด้านข้างของเธอเท่านั้น แต่จะว่าไป จะบอกชื่อได้ถูกต้องหรือเปล่า ผมเองก็ไม่รู้

「เซโนะ มีคนเรียกแน่ะ」
「ถ้าเป็นจารย์ล่ะก็ ฝากบอกทีว่าชั้นตายแล้ว」
「ไม่ใช่เฟ้ย !」
ฮิกาชิดะตอบกลับมาด้วยเสียงดัง
「ผู้หญิงล่ะ เด็กนักเรียนผู้หญิง」
อะไรนะ ผมอุทานออกมาในใจ

ฝั่งของนักเรียนชายและหญิงนั้นถูกแยกจากกันอย่างเด็ดขาด ซึ่งนั่นก็ทำให้การไปมาระหว่างทั้ง 2 ฝั่งนั้นทำได้อย่างจำกัด คนที่จะเข้าออกทั้ง 2 ฝั่งได้อย่างสะดวกนั้นก็มีแต่พวกสภานักเรียนกับพวกหัวหน้าห้องเท่านั้น ถ้าเป็นนักเรียนธรรมดาล่ะก็ จะต้องได้รับอนุญาตเสียก่อน

「ที่ว่าเด็กผู้หญิงน่ะ」
「เห็นว่ามีธุระกับนายน่ะ」
「ซากุระซังงั้นเหรอ ?」
「จะบ้าเหรอไง ถ้าซากุระ คาเอเดะมายังฝั่งชายล่ะก็ ข่าวไหญ่เลยนะเฟ้ย แล้วยิ่งถ้ารู้ว่ามาหานายด้วยล่ะก็ รับรองว่าต้องโดนพวกที่อิจฉาเก็บเอาอย่างแน่นอน」

ซากุระซังนั้นอาจจะบอกว่านอกจากที่จะเป็นสาวน้อยคนสวยอันดับต้นๆของโรงเรียนเซย์เทตซึแล้ว ยังเป็นเหมือนสมบัติของโรงเรียนด้วยก็คงไม่ผิด 「เข้ามาหาที่ฝั่งนักเรียนชาย ถึงแม้ว่าจะไม่มีธุระอะไร」 เรื่องแบบนั้นยังไงก็ไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ผมชักจะคิดอะไรในแง่บวกเกินไปหน่อยแล้ว นักเรียนหญิงที่นักเรียนชายจะเทิดทูนบูชากันขนาดนี้นั้นมีไม่เยอะ นอกจากซากุระซังแล้ว ก็คงจะมีประธานนักเรียน ซังโกะ ชิสุคุอีกคนเท่านั้นละมั้ง

「จะบอกไรให้ เมื่อเช้าชั้นเจอกับซากุระซังมานะเฟ้ย」
「อะ ดูเหมือนว่าซากุระซังก็จะมาโรงเรียนสายเหมือนกันนี่ ก็แค่บังเอิญน่า」
「ข่าวไวจริงๆนะ」
「ถ้าเป็นข่าวคราวของสาวน้อยน่ารักประจำโรงเรียนเซย์เทตซึละก็ ไม่มีทางที่ตูจะพลาด」
แล้วฮิกาชิดะก็ยืดอก ทำท่าภูมิกับเรื่องแปลกๆ
「จริงสิ เธอรออยู่ที่ระเบียงน่ะ」

ผมพูดขอบใจกับฮิกาชิดะ แล้วก็เดินไปยังระเบียง ที่ตรงนั้นมีนักเรียนหญิงคนหนึ่งยืนอยู่คนเดียว
เด็กปี 2 ล่ะ ไม่รู้ยังไงดูเหมือนจะเป็นเด็กสาวที่ไม่ค่อยจะสะดุดตาเอาซะเลย ตัวผมเองก็จืดๆอยู่แล้ว แต่เธอคนนี้ก็ดูจืดๆไม่ต่างกัน ผมยาวกลางๆ คาดที่คาดผมรูปทรงแปลกๆอยู่ เพราะสวมแว่นใบโตจึงมองเห็นหน้าไม่ชัดสักเท่าไหร่ ผมยืนอยู่ตรงหน้าเด็กสาวคนนั้นอยู่พักหนึ่ง โดยที่ไม่ได้พูดจาอะไรกันสักคำ เรียกมาแท้ๆแต่ไม่พูดอะไรด้วยแบบนี้ ลำบากแฮะ

「...คือว่า เธอเป็นคนเรียกงั้นเหรอ ?」
「ค่ะ...」
เสียงค่อยอย่างกับว่าจะหายไป
「มีธุระอะไรกับผมเหรอ ?」
「...ค่ะ...」
แล้วบทสนทนาก็หยุดเพียงเท่านี้อีกครั้ง

「คือว่า... คนที่มีธุระด้วยคือผมแน่ๆนะ」
「ค่ะ...」
「ชื่ออะไรเหรอ ?」
「อา.. เออ.. คือว่า.. เจ้าหน้าที่ห้องสมุดค่ะ」
「หา ?」
หลังจากที่ผมทำหน้างงๆ เธอก็พูดต่อ
「เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ห้องสมุด ถึงสามารถเข้ามายังฝั่งชายได้ค่ะ รุ่นพี่เคยบอกไว้ว่า ถ้าหากเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนแล้ว ยังไงก็ต้องลองเข้ามายังฝั่งชายให้ได้สักครั้งหนึ่ง.. อะ คือ..ว่า..」
พอพูดมาถึงตรงนี้ก็ดูเหมือนจะรู้สึกตัว แล้วเธอก็ก้มหัวลง
「ขอ ขอโทษค่ะ ฉะ ฉันพูดอะไรแปลกๆออกไป คะ คือว่าไม่ค่อยได้มีโอกาสคุยกับเด็กผู้ชายสักเท่าไหร่..」
ท่าทางจะเป็นเด็กเรียบร้อยน่าดู ดูเหมือนว่าเวลาอยู่ต่อหน้าผู้ชายแล้วจะตื่นเต้นตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

「ขอโทษค่ะ ขออภัยค่ะ ขอโทษค่ะ」
แล้วเธอก็ก้มหัวขอโทษไม่หยุด
「เอาน่าๆไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนั้นเลย」
ผมพยายามปัดมือบอกว่าไม่เป็นไร
「ไม่ได้คิดอะไรกับเรื่องที่พูดมาสักหน่อย เออ.. ชื่ออะไรเหรอ ?」
「...ค่ะ」
「เอ๋ ?」
「...มิชิม่า อาคาเนะค่ะ」
「...หา !?」
ผมตกใจจนลืมตัวหลุดปากอุทานเสียงดังออกไป อาคาเนะเอาแต่ก้มหน้าลงไปพร้อมใบหน้าที่แดงก่ำ




ผมกับอาคาเนะมายังห้องสมุด ที่นี่เป็นที่เดียวในโรงเรียนที่นักเรียนหญิงและชายสามารถมาอยู่ด้วยกันได้ เพราะฉะนั้นเมื่อนักเรียนฝั่งหญิงและฝั่งชายคนใดมีธุระที่จำต้องทำกับนักเรียนอีกฝั่งนึง ก็จะใช้ห้องสมุดแห่งนี้เป็นที่นัดพบ และห้องสภานักเรียนเองก็ยังอยู่ในห้องสมุดอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะเป็นที่ที่นักเรียนหญิงและชายสามารถมาอยู่ร่วมกันได้ แต่ทางเข้าออกของแต่ละฝั่งนั้นก็ถูกแยกไว้จากกัน และยังต้องใช่การ์ดประจำตัวในการผ่านเข้าออกอีกด้วย เพราะฉะนั้นถ้าคิดที่จะทำอะไรแปลกๆก็จะต้องถูกจับได้อย่างแน่นอน

และอาคาเนะได้บอกว่า 「ฉันอายมากในเวลาที่อยู่ที่ฝั่งของนักเรียนชาย..」 และยังเป็นเจ้าหน้าที่ของห้องสมุดเองอีกด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเป็นที่นี่ เธอคงจะสามารถคลาดความเครียดลงได้อย่างแน่นอน

แล้วเราทั้งคู่ก็นั่งลงที่เก้าอี้ตรงโต๊ะอ่านหนังสือ อาคาเนะยังคงทำท่าอึกอักๆไม่เปลี่ยน อย่างไรก็ตามที่นี่เป็นที่ๆที่เธอเคยชินอยู่แล้ว เจ้าตัวเองดูเหมือนว่าจะมีเรื่องที่อยากพูดด้วย ถ้าเป็นที่นี่ก็คงพอที่จะสื่อสารกันได้ละนะ

「ฉันเองก็เป็นแคมเฟอร์ค่ะ」
เธอคนนั้นพูดออกมา แล้วก็ยกกำไลแห่งพันธสัญญาให้ดู
「นี่คือ กำไลแห่งพันธสัญญาค่ะ」
「อือ.. ได้ยินเรื่องนี้มาล่ะ」
「เป็นสัญญาลักษณ์ที่แสดงความเป็นแคมเฟอร์ค่ะ」
「ผมเองก็มีเหมือนกัน... น่ะ」
แล้วผมก็จ้องไปยังหน้าของเธอ
「เป็นคนเดียวกับเมื่อเช้าจริงๆน่ะ ?」
「...ค่ะ」
อาคาเนะตอบแล้วก็ก้มหน้่าลงไปอีกครั้ง หน้าของเธอเป็นสีแดงก่ำ
「นั่นคือ ฉันเองค่ะ...」
「ดูเหมือนว่าจะพูดอะไรแต่ละอย่างได้เจ๋งไปเลยยังไงไม่รู้นะ」
「...ค่ะ」
「อย่างเช่นจะยิงให้พรุนบ้างล่ะ」
「...ค่ะ」
「อย่างเรียกว่านังนี่มั่งล่ะ」
「...ค่ะ」
「พอเป็นแคมเฟอร์แล้วจะเป็นแบบนี้ตลอดเลยเหรอ ?」
「...ค่ะ」
「นิสัยอย่างนั้นน่ะนะ ?」
「...หยุดแกล้งฉันได้แล้วค่ะ !」
อาคาเนะทำท่าเหมือนกำลังจะร้องให้ออกมา ไม่สิน้ำตาไหลออกมาแล้วนี่น่า

「ฉันตั้งใจที่จะมาขอโทษเซโนะซังค่ะ พอเป็นแคมเฟอร์แล้วก็จะพูดจาไม่ดีตลอด ขอโทษจริงๆค่ะ !」
「ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ไม่ต้องขอโทษหรอก แค่ตกใจเฉยๆเท่านั้นน่ะ」
ผมตั้งใจที่จะปลอบใจเธอ จึงพูดออกไปพร้อมรอยยิ้ม
「ผมเองพอเป็นแคมเฟอร์แล้วก็จะกลายเป็นผู้หญิง แต่ว่าถึงขนาดนิสัยเปลี่ยนไปด้วยแบบนี้ก็เพิ่งรู้นี่แหละ」
「อย่างนั้นเองเหรอคะ...」
อาคาเนะหยุดร้องแล้วเงยหน้าขึ้นมา

「แม้แต่ตัวของฉันเองก็ไม่ค่อยอยากที่จะเชื่อหรอกค่ะ ไม่รู้ทำไมถึงได้กลายเป็นคนที่มั่นใจ ไม่กลัวสิ่งใดทั้งสิ้นแบบนั้นได้ ตอนแรกก็ตกใจมากๆเลยค่ะ...」
「แล้วทำไมถึงมาสู้กับผมเหรอ」
「ระหว่างเดินทางมาโรงเรียน อยู่ๆก็แปลงร่างค่ะ แล้วก็รู้สึกอยากยิงขึ้นมา ระหว่างที่กำลังหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่นั้น พวกนัตซึรุซังก็...」
ดูเหมือนว่าอยู่ๆก็แปลงร่างเหมือนกับผม ที่ผมแปลงร่างในตอนนั้นเป็นเพราะพบกับอาคาเนะสินะ

「คู่ต่อสู้ของแคมเฟอร์ก็คือแคมเฟอร์ค่ะ เพียงแต่ตอนแรกนั้นนัตซึรุซังเป็นผู้ชายอยู่ ก็เลยรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย」
「แต่สุดท้ายก็หยุดสู้ไปเองเฉยๆนี่น่า」
「เพราะรู้แล้วว่าเป็นฝ่ายเดียวกันน่ะค่ะ」
「เอะ ฝ่ายเดียวกัน ?」
「กำไลน่ะค่ะ เป็นสีน้ำเงินเหมือนกัน เพราะฉะนั้นจึงเป็นฝ่ายเดียวกันค่ะ」
พอได้ยินแล้วก็มองไปที่กำไลของอาคาเนะ เป็นสีน้ำเงินเหมือนกันจริงๆด้วย

「เพราะฉะนั้นถึงได้รู้ว่าต่อสู้กันต่อไปไม่ได้น่ะค่ะ」
「เห... แล้วศัตรูล่ะ」
「กำไลสีแดงค่ะ」
「รู้ดีนะเนี่ย」
「คุณตุ๊กตาเป็นคนบอกมาน่ะค่ะ เป็นตุ๊กตาในซีรีย์สัตว์น้อยเครื่องในชื่อ กระต่ายคว้านท้อง น่ะค่ะ 」
ดูเหมือนว่าลุกน้องของผู้ดำเนินการอะไรนั่นจะไม่ได้มีเพียงแค่คน(?)เดียว แต่ยังไงก็ตาม ดูเหมือนว่าเธอคนนี้เองก็มีตุ๊กตาในซีรีย์สัตว์น้อยเครื่องในนั่นด้วย ว่าจะถามว่าทำไมถึงไปชอบเจ้าซีรีย์มืดมนแบบนั้นได้ แต่คิดอีกทีอย่าดีกว่า

「ว่าแต่แล้วทำยังไงถึงจะแปลงร่างได้ล่ะ」
「ฉันสามารถแปลงร่างได้ด้วยความตั้งใจของตัวเองค่ะ แล้วก็ในเวลาที่มีแคมเฟอร์คนอื่นอยู่แม้แต่คนเดียวก็จะแปลงร่างรวมทั้งเวลาที่รู้สึกอยากต่อสู้ขึ้นมาด้วยค่ะ เมื่อเช้าเป็นเพราะนัตซึรุซังอยู่ใกล้ถึงได้แปลงร่างขึ้นมาน่ะค่ะ」
「ตอนนี้เป็นปกติสินะ」
「เพราะไม่มีความต้องการที่จะต่อสู้ยังไงล่ะคะ」
เธอพูดจบแล้วก็ยิ้มให้เล็กน้อย โอ้ น่ารักใช้ได้เลยนะนั่น เด็กผู้หญิงยังไงก็เหมาะกับรอยยิ้มจริงๆด้วย เธอคนนี้เองก็เป็นคนสวยไม่น้อยเหมือนกัน

แล้วผมก็นึกถึงเรื่องนึงที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าขึ้นมาได้
「ถ้าเวลาผ่านไป ก็จะแปลงกลับคืนเป็นร่างเดิมสินะ」
「ถ้าหากชินแล้วจะสามารถคืนร่างเดิมได้ดั่งใจค่ะ ในช่วงแรกนั้นจะเป็นแบบสุ่ม บางครั้งก็ 5 นาที หรือบางครั้งก็กินเวลาถึง 2 วันเลยก้มีค่ะ」
เห.. เป็นอย่างนี้นี่เอง ตอนนี้ค่อยยังชั่วหน่อยที่เป็นผู้ชาย ถ้ายังเป็นผู้หญิงเหมือนเดิมล่ะแย่เลย จะเข้าห้องเรียนยังไม่ได้

「จะว่าไป มีอาวุธด้วยสินะ ปืนนั่นน่ะ」
「เพราะฉันเป็น เกเวอร์ น่ะค่ะ ส่วนเซโนะซังคือ เซาเบอร์ สินะคะ」
「ก็คงงั้น」
เรื่องนี้ไม่รู้อะไรเลยสักนิด

「ไอเท็ม.. อะ สำหรับฉันคือปืนน่ะค่ะ แคมเฟอร์นั้นจะมีไอเท็มประจำตัวแตกต่างกันออกไป แต่เซโนะซังใช้มือเปล่าสินะคะ ไม่จำเป็นต้องมีอาวุธอะไรก็สามารถต่อสู้ได้ เก่งจังเลยค่ะ」
「เห...」
ถึงจะชมมาว่าเก่งก็เถอะ จริงๆแล้วไม่ใช่เลย เรื่องที่ยิงลูกไฟอะไรนั่นออกจากมือได้ก็เพิ่งรู้ครั้งแรกเมื่อเช้านี่แหละ

「คุณกระต่ายคว้านท้องเล่ามาว่า แคมเฟอร์แบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ เกเวอร์ เซาเบอร์ แล้วก็ ชูเวิร์ท ค่ะ」
「ยังมีอีกเรอะ」
อาวุธคงเป็นพวกดาบสินะ ถึงจะยังไม่เคยเห็นมาก่อน จะว่าไปก็เพิ่งเห็นแคมเฟอร์คนอื่นครั้งแรกก็คืออาคาเนะนี่แหละ

「ว่าแต่เกเวอร์หรือเซาเบอร์อะไรนี่ ออกเสียงยากเหมือนกันนะ」
「ภาษาเยอรมันน่ะค่ะ」
「จริงเหรอ ?」
「ค่ะ แคมเฟอร์เองก็เป็นภาษาเยอรมันแปลว่านักรบค่ะ แต่จริงๆแล้วถ้าเป็นผู้หญิงจะใช้คำว่า แคมเฟอริน น่ะค่ะ แต่ไม่รู้ทำไมทุกคนถึงใช้คำว่าแคมเฟอร์กันก็ไม่รู้เนอะคะ」
โทษที ไม่รู้เรื่องภาษาต่างประเทศเลยแม้แต่นิดเดียว

「แล้วทำไมถึงไม่ต่อสู้ไม่ได้ รู้บ้างไหม ?」
「เรื่องนั้น... ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ」
อาคาเนะพูดด้วยน้ำเสียงเชิงขอโทษ

「เคยถามคุณกระต่ายคว้านท้องเช่นกัน แต่ไม่ยอมบอกเลยค่ะ ก็เลยยอมแพ้ไปแล้วล่ะค่ะ」
เธอคนนี้เองก็ดูเหมือนว่าจะไม่รู้เหมือนกัน ดูเหมือนว่าหลายเรื่องจะดูแปลกๆ แล้วก็แทบไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย นอกจากนี้ยังมีแคมเฟอร์อีกกี่คน อยู่ที่ไหนบ้าง ดูเหมือนจะมืดแปดด้านจริงๆ

อาคาเนะทำหน้าเป็นกังวล
「คือว่า... ฉันพูดมากไปหรือเปล่าคะ ?」
「เอ๋ ?」
「ขอโทษจริงๆค่ะ ที่ตัวเองพูดมากเกินไป คือคิดว่าน่าจะพูดเรื่องที่ตัวเองรู้ก็เลยเผลอ...」
「ไม่ใช่อย่่างนั้นสักหน่อย แค่กำลังคิดอะไรอยู่เฉยๆน่ะ โทษทีนะ」
「ค่อยยังชั่วค่ะ...」
เธอทำหน้าสบายใจขึ้นมา

「คะ คือว่า.. คือ.. คือ...」
อาคาเนะพูดตะกุกตะกัก จะขอตัวไปห้องน้ำก็ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ละมั้ง
「เซ... เซโนะซัง เรื่องของเซโนะซัง ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ」
「ครับ ?」
「ฉะ ฉะ ฉันเพิ่งเคยพบกับแคมเฟอร์ผู้ชายเป็นครั้งแรก แล้วก็ไม่ค่อยจะรู้จักเด็กผู้ชายมาก่อน.. ก็เลยอยากฟังเรื่องของเซโนะซัง.. ขะ ขอ ขอโทษค่ะ !」
อาคาเนะพูดเพียงเท่านี้แล้วก็ก้มหน้าลงไปต่ำกว่าเดิมแล้วยังหน้าแดงสุดๆ ผมเห็นแล้วก็แทบจะหลุดขำออกมา

「เสียมารยาทสินะคะ เสียมารยาทมากเลยสินะคะ กับคนที่เพิ่งเคยเจอกันแท้ๆยังมาขอให้เล่าเรื่องตัวเองให้ฟังแบบนี้ รุ่นพี่เองก็พูดเสมอๆค่ะว่า อาคาเนะไม่ทำความคุ้ยเคยกับเด็กผู้ชายให้มากกว่านี้ไม่ได้ ไม่งั้นแค่เห็นก็หน้าแดงอยู่แบบนี้ไปตลอด... แต่ว่าวันนี้ได้คุยกับเซโนะซังแบบนี้แล้วดีใจมากๆเลยค่ะ แต่ว่าอยู่ๆก็พูดเอาแต่ใจว่าอยากคุยกันให้มากขึ้นแบบนี้ เดี๋ยวต้องโดนรุ่นพี่ดุมาอีกแน่ๆเลย ขอโทษจริงๆค่ะ ลืมมันเสียเถอะนะคะ !!」
โฮ่... พูดรวดเดียวไม่พักหายใจเลย สุดท้ายผมก็กลั้นไม่อยู่ หลุดขำออกมาจนได้
「เปล่าน่า ไม่เห็นเป็นไรเลย เงยหัวขึ้นเถอะน่า มิชิม่าซังไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย」

「คุยกัน คุยกัน เรื่องอะไรก็ได้ อยากฟังเรื่องของผมใช่มั้ย อื่ม..」
แล้วผมก็เล่าเรื่องของผมให้เธอฟัง ชั้นเรียนของผม ( ปี 2 ห้อง 4 ) ครอบครัว ( ตอนนี้ย้ายไปทำงานที่คุมะโมโต้ ) รายการโทรทัศน์ที่ชอบ ( รายการตลก ) ผลการเรียน ( กลางๆ ) ความฝันในอนาคต ( ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ )

「สนุกจังเลยนะคะ」
「ชอบดูอนิเมะมั้ย ?」
「ค่ะ ไม่ใช่แค่อนิเมะ หนังสือก็ชอบค่ะ」
จะว่าไปก็เป็นเจ้าหน้าที่ห้องสมุดนี่นะ

「เอาล่ะ ถ้างั้นขอถามเรื่องของมิชิม่าซังบ้างนะ」
「เอ๋.. เอ๋..」
แล้วเธอก็หน้าแดงพร้อมทำหน้าอยากร้องให้ขึ้นมาอีกครัง

「ฉะ ฉัน... เป็นคนจืดๆน่ะค่ะ...」
「เปล่าๆไม่ได้ถามเรื่องนั้น เรื่องทั่วไปน่ะ」
「นักเรียนฝั่งหญิงปี 2 ห้อง 4 ค่ะ วิชาที่เก่งก็.. ไม่มี.. คือว่า.. ประมาณนี้น่ะค่ะ」
แล้วเสียงของเธอก็ค่อยๆเบาลงเรื่อยๆ

「เป็นแคมเฟอร์มาตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ」
「ครึ่งปีก่อนค่ะ พอลืมตาขึ้นมา ก้รู้สึกร้อนขึ้นมาแบบแปลกๆ แล้วก็พบว่ามีปืนอยู่ในมือค่ะ แล้วก็รู้สึกอยากยิงใครก็ได้ขึ้นมาจึงเก็บปืนเอาไว้เป็นของๆตัวเอง」
ที่นี่คือญี่ปุ่นนะครับ นอกจากตำรวจหรือยากูซ่าแล้ว ไม่ใช่ว่าใครๆจะมีปืนก็ได้ ไหงเกิดความรู้สึกแบบนั้นขึ้นมาได้กันล่ะ
「แล้วหลังจากนั้น คุณกระต่ายคว้านท้องก็พูดขึ้นมาค่ะ 「คุณได้กลายเป็นแคมเฟอร์แล้ว」 น่ะค่ะ」

「แล้วไม่รู้ทำไมพอได้ฟังแล้ว อยู่ๆฉันก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา แล้วอยู่ๆปืนก็มาอยู่ในมือ เกิดความรู้สึกว่าอยากยิงคุณกระต่ายคว้่านท้องให้พรุนไปเลย」
ผมได้แต่ถอนหายใจ จะใจร้อนยังไงก็ต้องมีขอบเขตกันบ้างสิ
「แล้วหลังจากนั้นก็ได้ฟังเรื่องราวต่างๆหลายๆเรื่องเลยล่ะค่ะ แต่ว่าเรื่องแคมเฟอร์คืออะไรนั้น ถามไปประมาณ 6 ครั้งก็ไม่ได้คำตอบสักที เลยจับคุณกระต่ายคว้านท้องโยนทิ้งออกนอกหน้าต่างไปน่ะค่ะ」
จะว่าเหมือนก็เหมือนอยู่หรอก แต่โยนทิ้งได้สุดยอดมากๆ

「แล้วครึ่งปีที่ผ่านมา เคยสู้กับแคมเฟอร์คนอื่นมั้ย ?」
「...เคยค่ะ」

「เคยสู้กับแคมเฟอร์ที่ใช้ดาบเป็นอาวุธ ไม่ชนะแต่ก็ไม่แพ้ค่ะ ถึงแม้สุดท้ายจะแยกจากกันไปเอง แต่ฉันก็หลุดคำพูดไม่ดีออกไปมากเหลือเกิน...」
นึกภาพออกเลย แต่ไม่ถามดีกว่าว่าพูดอะไรออกไปบ้าง

「ฉันพยายามที่จะห้ามตัวเองไม่ให้พูดคำพูดพวกนั้น แต่พอกลายเป็นแคมเฟอร์ทีไรก็ห้ามตัวเองไม่อยู่สักที」
「ก็คงเป็นแบบนั้นล่ะมั้ง」

「มิชิม่าซังนิสัยเปลี่ยนไป ส่วนผมก็เปลี่ยนเพศไปเลย พอเป็นแคมเฟอร์แล้วก็คงจะเป็นแบบนี้ละมั้ง เหมือนเป็นร่างเพื่อที่จะต่อสู้ยังไงล่ะ」
「...เป็นบททดสอบที่แย่จังเลยนะคะ」
「ก็นะ ลองคิดแบบนี้ดู ก็เหมือนกดสวิทซ์ปิดเปิดไฟนั่นแหละ」
「เหมือนเวลาเหล่าฮีโร่แปลงกาย เพื่อปราบเหล่าร้ายสินะคะ」
「แต่ใครเป็นฮีโร่ ใครเป็นตัวร้ายก็ไม่รู้เหมือนกันล่ะนะ」
ไอ้เจ้าตุ๊กตานั่น ก็ไม่เคยอธิบายอะไรให้ชัดๆซะด้วยสิ ส่วนอาคาเนะพอได้ยินแล้วก็ทำหน้ายุ่งขึ้นมา

「อะ ลืมไปก็ได้ ผมแค่พูดไปเรื่อยเฉยๆน่ะ」
「ไม่หรอกค่ะ เพราะฉันเองก็คิดคล้ายๆกันน่ะค่ะ」
「อะ มิชิม่าซังเองก็คิดเหมือนกันเหรอ」
「...คือว่า」
แล้วเธอก็สูดหายใจเข้าอย่างแรง

「เรียกอาคาเนะก็ได้ค่ะ เพื่อนในห้องเองก็เรียกอาคาเนะทุกคน ส่วนเด็กผู้ชายที่เรียกแบบนี้...ไม่มีน่ะค่ะ...」
แล้วก็หน้าแดงอีกครั้ง
「ถ้างั้นเรียกผมว่านัตซึรุก็ได้」
「เข้าใจแล้วค่ะ นัตซึรุซัง」

พอหันไปมองนาฬิกาที่แขวนอยู่ในห้องสมุด ก็ใกล้จะหมดเวลาพักเที้ยงแล้ว ผมจึงลุกขึ้นยืน
「ถ้างั้นขอตัวกลับก่อนนะ」
「ฉันมักจะอยู่ที่ห้องสมุดเสมอๆค่ะ ถ้าพบฉันล่ะก็อย่าลืมทักกันด้วยนะคะ」
「อื้ม ขอบใจนะ...อะ」
แล้วก็นึกถึงเรื่องที่เสือฮาราคีรีพูดเมื่อเช้าขึ้นมาได้

「ถ้างั้น มีเรื่องที่อยากจะขอร้องหน่อย ไม่รู้จะได้มั้ย」
「เรื่องอะไรเหรอคะ...」
「ช่วย*ออกไปด้วย*กันหน่อยได้มั้ย」

* ออกไปด้วย ในภาษาญี่ปุ่นคือ Tsukiau ซึ่งสามารถแปลว่า คบกัน ได้อีกด้วย เป็นมุกเล่นคำพื้นฐานที่มักจะเจอในเมะหรือมังงะอยู่เสมอๆ*

「เอ๋... คือว่า... คบกัน ( ไปด้วยกัน ) น่ะค่ะ...」
「อื้อ」
「แต่ว่า... เพิ่งได้พบกับนัตซึรุซังวันนี้วันแรกเท่านั้นเอง... คือว่า...」
「คือไปซื้อของน่ะ อยากให้ช่วยไปด้วยกันหน่อย」
แล้วเธอก็ทำท่าอึ้ง แล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างแรง อะไรของเธอกันน่ะ

「ไม่มีเสื้อผ้าสำหรับเด็กผู้หญิงน่ะ เลยอยากได้คนที่รู้เรื่องพวกนี้ช่วยเลือกให้หน่อย」
「อย่างนั้นเองเหรอคะ... ถ้าไม่รังเกียจล่ะก็ ฉันเองก็ยินดีที่จะช่วยค่ะ..」
「ฝากด้วยนะ」

ใกล้จะบ่ายโมงเข้าไปทุกที เมื่อเช้าก็มาสายไปแล้ว ถ้าคาบบ่ายยังสายอีก ได้ถูกจารย์เขม่นแน่ๆ
「แล้วเจอกันนะ อาคาเนะจัง」
「โย่- ไอ้ห่วยแตก ลงท้ายชื่อชั้นด้วย จัง เนี่ย กล้ามากเลยนะยะ」
ผมค่อยๆยกแขน 2 ข้างขึ้นช้าๆโดยอัตโนมัติ เพื่อที่จะเป็นการแสดงท่าว่าไม่อยากโดนยิง

「อาคาเนะจัง...เรอะ อย่ามาเรียกกันชุ่ยๆอย่างนั้นนะยะ คิดว่าชั้นเป็นลูกแมวเชื่องๆของแกหรือไงกันยะไอ้ห่วยแตกเอ้ย」
「เธอเป็นคนบอกให้เรียกอย่างนั้นเองไม่ใช่เรอะ !」
อาคาเนะไม่แสดงท่าทางว่าจะฟังที่ผมพูดเลยสักนิด

「สิ่งที่ชั้นไม่สามารถให้อภัยได้ในโลกนี้มีอยู่อยู่ 2 อย่าง อย่างแรกคือการทำขนมปังปิ้งด้านที่ทาเนยตกลงบนพื้น อีกอย่างคือการลงท้ายชื่อชั้นด้วย จัง เข้าใจมั้ยนัตซึรุ เฟรนด์น่ะ เขาไม่ใช้คำลงท้ายกันหรอกยะ」
「เฟรนด์ ? เพื่อนน่ะเหรอ」
「ลืมไปแล้วเหรอยะ ชั้นอุตส่าห์อธิบายไปแล้วแท้ๆ เรื่องสีของกำไลที่อยู่ในแขนลีบๆไม่สมประกอบของแกน่ะ รีบๆนึกให้ออก เดี๋ยวแม่ก็เตะกลิ้งลอยไปถึงฮาวายเลยนิ」
「เรื่องนั้นจำได้อยู่แล้ว ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย ถึงจะอยู่ฝ่ายเดียวกันก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ ?」
「ชั้นก็คิดงั้นแหละยะ แต่ว่านะ ยัยที่อยู่ในหัวชั้นพูดอยู่ได้ว่าให้ดีกับนายซะ เพราะงั้นก็เฟรนด์นั่นแหละยะ」
「ไม่คิดว่ามันไม่ค่อยสมเหตุสมผลมั่งเรอะ」

「อาคาเนะ...จัง」
「อยากตายสินะ」
「อาคาเนะ ทำไมถึงแปลงร่างล่ะ」
「เอะ ?」
「ทำไมถึงแปลงร่างเป็นแคมเฟอร์น่ะ เธอเป็นคนบอกผมเองไม่ใช่เรอะ ว่าคือตอนที่รู้สึกอยากต่อสู้ หรือไม่ก็-」
ทั้งๆที่อยู่ในห้องสมุดแท้ๆ แต่กลับรู้สึกเหมือนมีลมหนาวพัดผ่านตัวยังไงไม่รู้
「ตอนที่แถวนั้นมีแคมเฟอร์คนอื่นอยู่ด้วย」

แล้วอยู่ๆก็มีอะไรสักอย่างลอยผ่านหน้าไปอย่างที่แทบจะไม่รู้สึกตัว แล้วก็เกิดเสียงดังขึ้น ชั้นหนังสือตรงหน้าเละเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย นั่นคือมีดสั้นงั้นเหรอ !?
อาคาเนะยิงปืนตอบโต้ออกไป บรรยากาศอย่างกับอยู่ในหนังฮอลลีวูดของอเมริกาไม่มีผิด

「หมอบลงสิยะ นัตซึรุ !」
อาคาเนะตะโกนสั่งเสียงดัง
「มัวอืดอาดอยู่แบบนี้เดี๋ยวก็ได้ไปโผล่ที่แม่น้ำแห่งความตายหรอก ! แต่ถ้าอยากไปชั้นก็ไม่ห้ามนะยะ !」
「ขอปฏิเสธ!」
「ถ้างั้นตัวแกเองก็ทำไรสักอย่างสิยะ !」
พอได้ยินอย่างนั้นก็ตั้งสติมองดูตัวเอง ไม่รู้เมื่อไหร่ที่ผมได้แปลงร่างเป็นผู้หญิงไปแล้ว

นักเรียนคนอื่นๆตื่นเต้นตกใจ บ้างก็ตะโกนร้องพร้อมวิ่งหนีออกไป นักเรียนหญิงบางคนก็ร้องให้ไปวิ่งไปทำอะไรไม่ถูก ส่วนยัยหมาบ้าน่ะเหรอ นั่งหมอบกำปืนแน่นอย่างไม่มีอาการหวาดหวั่น รอจังหวะที่จะโจมตีสวนกลับไปอยู่

「รังสีฆ่าฟันรุนแรงสุดๆ นี่ถ้าแถวนี้มีคนแก่ล่ะก็สงสัยได้ช็อคตายไปแล้ว」
「โอย พวกเราถูกจ้องเล่นงานอยู่เหรอ」
「มันก็แน่นอนอยู่แล้วนี่ยะ แกเนี่ยต้องให้บอกตลอดหรือไง เห็นชั้นเป็นพี่เลี้ยงเด็กเหรอยะ !」
ไม่ว่าจะคิดยังไงก็เลี้ยงเด็กไม่ได้แน่ๆ แล้วทางนี้เป็นมือใหม่ไร้ประสบการณ์นะเฟ้ย ช่วยคิดถึงเรื่องนี้สักนิดเถอะ และแน่นอนว่าอาคาเนะไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลยสักนิด

「นัตซึรุฟังให้ดี เตรียมวิ่งไปหลบที่หลังชั้นหนังสือนั้นซะ」
ชั้นหนังสือนั้นเป็นชั้นที่ตั้งของหนังสือสารานุกรมเล่มหนาๆทั้งหลาย แล้วก็ไม่มีผู้ไม่เกี่ยวข้องอยู่แถวนั้นด้วย ถ้าไปถึงที่นั่น ชั้นหนังสือนั้นจะต้องเป็นโล่ป้องกันชั้นดีได้อย่างแน่นอน
「เดี๋ยวชั้นจะนับหนึ่งถึงสาม แล้ววิ่งกันเลยนะยะ」
ยัยนี่ในเวลาแบบนี้ยังจะมาเล่นมุกนับ 1-3 อยู่อีกเหรอ เป็นคนยุคไหนกันเนี่ย

「ถ้าไม่สนการนับถอยหลังล่ะก็ รับรองได้ถูกหั่นเป็นชิ้นๆแน่」
「ถูกหั่นเป็นชิ้นๆ.. รู้ได้ไงน่ะ」
「รู้ล่ะกันยะ คนที่โจมตีเราอยู่น่ะคือแคมเฟอร์สาย ชูเวิร์ท ยังไงล่ะ」
ยังไงยัยนี่ก็เป็นแคมเฟอร์มาครึ่งปี ส่วนผมเพิ่งเป็นมาไม่กี่ชัวโมง ช่วงเวลาที่ห่างกันกว่า 180 วัน ยังไงคำพูดของผู้มีประสบการณ์ก็เชื่อถือได้มากกว่า

「ชูเวิร์ทคืออะไรล่ะ ?」
「เดี๋ยวแม่ก็ฆ่าซะเลย」
「หมายถึงว่า ความสามารถเป็นยังไง」
「ไม่รู้ยะ เท่าที่เห็นตอนนี้เป็นของมีคมสองมือ ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ดาบคู่ขนาดใหญ่แต่เป็นขนาดเล็กเหมือนมีดมากกว่า ถ้าอยากรู้มากกว่านี้ล่ะก็ ก็ลองถามเจ้าตัวดูเองสิยะ」
ตัวคนโจมตีอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ จะให้ถามใครล่ะ

อาคาเนะหันมองซ้ายขวาไปมาอย่างระมัดระวังเหมือนหมาไม่มีผิด
「จะไปล่ะนะ」
เริ่มการนับถอยหลัง
「หนึ่ง สอง สาม !」
พวกผมทั้งคู่ออกวิ่งไปพร้อมกัน ถึงผมจะไม่ได้มีความมั่นใจเรื่องกีฬาสักเท่าไหร่ แต่ระยะแค่นี้ล่ะก็

แล้วพวกผมทั้งคู่ก็กระโจนมาอยู่หลังชั้นหนังสือได้อย่างที่ตั้งใจ แต่ที่ไม่ได้ตั้งใจก็คือพวกผมชนกันเองจนนัวเนียกันไปหมด พอตั้งสติได้ ตัวยัยหมาบ้าก็คร่อมทับตัวผมอยู่ซะแล้ว
หุหุ ตัวเบาเกินคาดแฮะ แถมยังนุ่มนิ่มอีกต่างหาก ไม่เพียงแค่นั้น หน้าอกเองก็มีไม่น้อยเหมือนกัน แล้วไหนจะกระโปรงตัวสั้นๆที่เลิกขึ้นจนเห็นขาขาวอ่อนๆอีก

เพียงแค่ไม่ถึงครึ่งวิที่ผมคิดเรื่องพวกนี้ อาคาเนะก็มองผมด้วยสายตาเหยียดหยามมา
「ชั้นไม่ใช่เลสนะยะ แล้วถึงข้างในจะเป็นผู้ชายชั้นก็ไม่สบรมณ์เหมือนกัน อยากตายนักหรือไง」
เปล่า ยังไม่อยากตาย

ผมรีบหลบสายตาจากร่างกายของอาคาเนะ เสียง กิ๊ง กิ๊ง กระทบกับชั้นหนังสือ แต่คราวนี้ชั้นไม่ได้ถูกตัดเป็นเสี่ยงๆเหมือนคราวก่อน
「ฮะ ฮะ」
อาคาเนะหัวเราะอย่างสะใจ
「อาวุธของยัยนั่น ทำไรชั้นนี้ไม่ได้ล่ะ สมน้ำหน้า」
ชั้นนี้แค่มองก็เห็นแล้วว่าต้องหนักมากแน่ๆ หนังสือแต่ละเล่มก็หนาสุดๆ ด้วยใบมีดเล็กๆแบบนั้นยังไงก็ฟันไม่ขาดแน่ๆ

「ถึงเวลาโต้กลับแล้วไม่ใช่รึ คู่หูเลส」
ไม่รู้เมื่อไหร่ที่ผมกลายเป็นคู่หูไปซะแล้ว ผมจำไม่ได้ว่าเคยตกลงยอมรับ และที่สำคํญผมไม่ใช่เลสสักหน่อย

「ที่ว่าโต้กลับน่ะ แล้วคู่ต่อสู้อยู่ที่ไหนกันล่ะ」
「ต้องหลบอยู่ที่ไหนสักแห่ง เหมือนพวกเรานั่นแหละ」
「มองไม่เห็นแบบนี้ จะโต้กลับยังไงกันล่ะ」
「นี่แหละคู่หู ถึงตาแกแล้ว」
อาคาเนะยังคงคร่อมตัวผมอยู่ แล้วมองจ้องลงมาข้างล่างที่หน้าของผม

「แกน่ะโผล่ออกไปล่อมันซะ พอมันโจมตีมาชั้นก็จะยิงสวนไปเอง สมบูรณ์แบบไปเลยใช่มั้ยล่ะ」
「เดี๋ยวก่อน มันจะดีเหรอนั่น」
「อย่ามาดูถูกเกเวอร์อย่างชั้นนะยะ จะเป่าหัวมันให้ดู」
「ไม่ใช่เรื่องนั้น ผมล่ะจะเป็นไง !」
แผนของยัยนี่ก็คือจะให้ผมเป็นเหยือล่อแล้วตัวเองคอยส่องอยู่ข้างหลัง แต่ถ้าดูจากจากโจมตีของศัตรูแล้ว ผมไม่กลายเป็นชิ้นๆไปก่อนเหรอนั่น

「เป็นคนที่เรื่องมากจริงๆนะยะ แล้วแกทำอะไรได้งั้นเรอะ」
「ทำไรได้ไม่ได้ไม่เกี่ยว ถึงผมตายไปก็ไม่คิดจะรับผิดชอบไม่ใช่เรอะ」
「แล้วไมชั้นต้องมารับผิดชอบการตายของแกกันด้วยละยะ」
ยัยบ้าเอ้ย ผมกำลังจะพูดคำนี้ออกไป แต่ยัยนี่ก็เอามิอทั้ง 2 ข้างมาปิดปากผมไว้ซะก่อน

「หุบปากซะ เดี๋ยวก็ความแตกหมดหรอก ว่าเรากำลังไม่ลงรอยกันอยู่」
「ความแตกไปก็ดีแล้วไม่ใช่เรอะ」
「ยังไงก็เถอะ แกโผล่ออกไปล่อซะ ยังไงแกก็เป็นเซาเบอร์อยู่แล้ว ด้วยการเคลื่อนไหวของแกต้องหลบได้แน่ๆ ศัตรูจะต้องเปิดเผยที่อยู่ออกมาแน่ๆ

แล้วชั้นจะเป่ามันเอง เชื่อมือได้เลย」
แล้วอาคาเนะก็ชี้นิ้วทำท่ายิงปืนใส่
「ฝากด้วยนะ คู่หู」
ผมเกิดความรู้สึกแปลกๆขึ้นมา ยัยนี่เวลายิ้มก็น่ารักดีไม่ใช่เหรอ

「อาคาเนะ ให้สัญญาณด้วย」
「จะออกไปตอนไหนก็ได้ตามใจเลย แล้วชั้นจะทำอะไรสักอย่างเอง」
พอดูเหมือนว่าจะได้รับการไว้วางใจแบบนี้แล้วก็รู้สึกดีอยู่หรอก แต่พอคิดขึ้นมาว่าศัตรูเองก็รอจ้องจังหวะที่จะโจมตีอยู่เหมือนกันแล้ว คนไร้ประสบการณ์แบบผมจะให้ตัดสินใจหาจังหวะเองแบบนี้มันก็ยากอยู่ไม่น้อย

แต่คิดไปคิดมา นิสัยอย่างอาคาเนะคงไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นแน่ๆ ผมจึงเลิกคิดแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ
「เอาล่ะนะ」
「รีบๆสิยะ」
ผมรวบรวมสมาธิครั้งสุดท้าย และกระโจนออกไป
แล้วในขณะเดียวกันก็รู้สึกตัวขึ้นมา ไอการเคลื่อนไหวแบบเซาเบอร์ที่ว่าน่ะ มันทำยังไงกัน

ยัยหมาบ้าเอ้ย ใช้ให้ทำอย่างกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา คิดจะให้ผมถูกแล่เป็นชิ้นๆ กลายเป็นซูชิหน้าปลาทูน่าหรือไง ไอคนที่ตอบรับแผนนี้อย่างผมเองก็บ้าไม่แพ้กัน งานนี้ตายแน่ๆ

แต่โชคดีที่เรื่องนั้นไม่เกิดขึ้น ศัตรูไม่ได้โจมตีเข้ามาที่ตัวผม ประกายไฟที่เกิดจากการโจมตีนั้น ปรากฏที่ข้างหลัง
ตัวผมเองนั้นไม่แม้แต่จะเห็นการโจมตี หันไปอีกทีอาวุธของศัตรูก็ผ่านตัวไปที่ชั้นหนังสือเรียบร้อยแล้ว

อย่างที่คิดกันเอาไว้ อาวุธของศัตรูคือมีดสั้นคู่ การใช้อาวุธทั้งสองมือพร้อมกันได้แบบนี้ต้องยอมรับเลยว่าเก่ง ปัญหาก็คือ ที่มีดนั้นมีโซ่อยู่ด้วย ทำให้สามารถโจมตีได้ทั้งนะยะใกล้ไกลอย่างอิสระ ยังไงก็ตามหมายความว่าศัตรูก็ไม่รู้ว่าพวกเราอยู่ตรงไหน จึงพยายามค้นหาจากระยะไกล

「หว๋า !!」
ชั้นหนังสือกำลังพังลงมา ผมกับอาคาเนะถูกแยกตัดขาดออกจากกัน ในเวลาเดียวกันนั้นมีดคู่ที่พังชั้นหนังสือลงมา ก็ตวัดไปที่ปืนของอาคาเนะจนเป็นรอยแผล
「อย่ามาดูถูกกันนะยะ ยัยสัตว์เอ้ย !」
แม้แต่สติก็ถูกตัดไปด้วยเรอะ อาคาเนะท่าทางเลือดขึ้นหน้าเต็มที่
「ไม่มีเมตตาอีกต่อไป ชั้นจะส่งแกไปโลกหน้าให้เอง」
「เออ เดี๋ยวก่อน ศตรูอยู่ที่ไหนยังไม่รู้เลย ที่ถูกเล่นงานอยู่น่ะมันพวกเรา」
「ไม่รู้เรอะไอ้ห่วยเอ้ย โอกาศหาตัวมันน่ะมาถึงแล้ว」

มีดสั้นถูกตวัดขึ้นแล้วเหวี่ยงมาอีกครั้ง คราวหนีเฉียดพวกผมไปนิดเดียว ยัง ยัง ยังรอดอยู่
「ศัตรูฉลาดแฮะ งั้นมันคือกิเลน ซาบีล่ะ คอยดูเหอะชั้นจะยิงจากข้างหลังให้หัวทะลุไปเลย」
「เรื่องนั้นก็นะ..」

แล้วพวกผมก้รู้สึกตัว ว่ามีใครคนหนึ่งอยู่ที่นี่ด้วย ผมรีบมุ่งไปทางนั้น ส่วนอาคาเนะก็กุมปืนพุ่งไปทีเดียวกัน แล้วหลังชั้นหนังสือที่พังลงชั้นหนึ่งก็มี

คนอยู่จริงๆ อะไรกัน ซากุระซังนี่เอง
ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ ? แม้แต่เวลาคิดเรื่องนี้ก็ไม่มี เมื่ออาคาเนะคว้าปืนขึ้นมาอย่างเร็ว
「ฝีมือของแกเองเรอะ !」
เหมือนกับเป็นฉากต่อเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อตอนเช้าไม่มีผิด

「ทำเป็นไม่รู้เรื่องดีนักนพะ ตายซะเถอะแก !」
ก่อนที่ลูกปืนจะไปถึง ผมก็คว้าตัวของซากุระซังได้ทันอย่างเฉียดฉิว

「หยุดก่อนอาคาเนะ !」
「ยังจะช่วยมันอีกเหรอ ไอ้หัวฟักทองเอ้ย !」
「ใครหัวฟักทองกันฟะ ! ฟังก่อน ซากุระซังไม่ใช่แคมเฟอร์สักหน่อย !」
「ว่าไงนะ」
「ดูที่ข้อมือสิ ไม่มีกำไล คนธรรมดา」
「ถึงอย่างนั้นก็เหอะ ไม่ได้หมายความว่าไม่ใช่ศัตรูนี่ยะ」
「รู้สิ ก็-」
แล้วมีดสั้นคู่นั้นก็ถูกเหวี่ยงเฉียวหัวไปอีกครั้ง พวกผมกระโดดหลบกันแทบจะไม่ทัน
แล้วโซ่ก็ดึงมีดสั้นกลับไปอีกครั้ง ไม่ใช่กลับมาที่มือของซากุระซัง แต่ไปที่ไหนสักแห่ง

「เห็นมั้ย」
「...ชิ」
อาคาเนะทำหน้าไม่สบอารมณ์
「บางทียัยนั่นอาจจะทำหน้าไม่รู้เรื่อง แล้วแอบควบคุมอยู่ก็ได้นี่ยะ」
「ไม่มีทาง มีดนั่นน่ะมาจากที่ไกลกว่านี้แน่ๆ」
อย่างน้อยที่สุดเท่าที่เห็น มีดนั่นก็มาจากนอกประตูเข้าออก ถึงจะมองไม่เห็นตัวคนที่ลงมือก็เถอะ

「ไม่สบรมณ์เลย คาเอเดะเป็นนังแคมเฟอร์ไร้ยางอายนั่นก็ดีแล้ว」
โอย โอย ที่ว่าแคมเฟอร์นั่นเป็นนังไร้ยางอายน่ะ รู้ได้ไงฟะ

สีหน้าของซากุระซังเริ่มดีขึ้น ดูเหมือนจะหายจากอาการช็อคแล้ว ผมจึงค่อยๆพูดกับเธอ
「ซากุระซัง ทำไมถึงอยู่ที่นี่กันล่ะ」
「อะ.. คือ.. ฉันมาหาข้อมูลที่ห้องสมุด.. แล้วก็เกิดเสียงดังขึ้น.. ตกใจมากจนก้าวขาหนีไม่ออก...」

ต้องบอกว่าโชคร้ายสินะ เป็นครั้งที่ 2 ของวันแล้วที่ต้องเข้ามาเกี่ยวพันกับเรื่องยุ่งๆโดยไม่รู้เรื่องรู้ราว
แล้วอาคาเนะก็เล็งปืนมาทางผมกับคาเอเดะ

「เฮ้ย คิดจะทำอะไรกันน่ะ」
「ไม่หยุดหรอกยะ ยัยคาเอเดะน่ะจะเป็นตัวถ่วงให้พวกเราหนีจากทีนี่ไม่ได้ ยิงทิ้งไปซะหมดเรื่อง」
ขืนปล่อยให้สาวน้อยคนสวยกลายเป็นศพอย่างไร้เหตุผลแบบนี้ ผมได้กลายเป็นศัตรูกับผู้ชายทั้งโลกแน่ๆ ผมจึงเอาตัวมากันซากุระซังเอาไว้

「ชักจะเอาใหญ่แล้วนะนัตซึรุ แกน่ะเป็นใคร เป็นสามีชั้นหรือไงยะ ?」
「ไม่ว่ายังไงนั่นก็เป็นเรื่องที่ผมไม่อยากเป็นมากที่สุดในโลก ยังไงก็เหอะ ลดปืนลงซะ」
「โธ่ว้อย หงุดหงิดสุดๆ」

ระหว่างที่ผมกับยัยหมาบ้าเถียงกันอยู่ พอรู้สึกตัวอีกทีซากุระซังก็หมดสติไปแล้ว
「น่าเบื่อจริง อะไรมันจะปอดขนาดนั้น」
เปล่าหรอก ถ้าตามปกติทั่วไปเด็กผู้หญิงม.ปลายที่อยู่ๆต้องเจอเรื่องแบบนี้ ก็สมควรที่จะเป็นแบบนี้ต่างหาก เธอนั่นแหละที่ไม่ปกติเหมือนคนอื่น

แต่ถ้าบอกว่าไม่ปกติ ผมเองก็ไม่ได้ต่างกันสักเท่าไหร่ ตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงตอนนี้ ผมกลับสามารถทำใจเย็นได้อย่างที่ตัวเองก็ไม่อยากจะเชื่อ หรือนี่คือผลจากการที่กลายเป็นแคมเฟอร์ละมั้ง

กิ๊งก่องกิ๊งก่อง ออดดังแสดงเวลาหมดช่วงพักเที้ยง
「ซวยล่ะ เดี๋ยวได้เข้าห้องเรียนสายกันพอดี」
อาคาเนะหลุดปากออกมา
「ขยันเหลือเชื่อเลยนะ」
「แน่นอนอยู่แล้ว ถึงจะไม่โดดเด่นก็เถอะแต่ชั้นก็ถูกมองเป็นเด็กดีเรียบร้อย ถึงจะเห็นแบบนี้แต่ชั้นก็ชอบการเรียนนะยะ」
「เสียที่ปากเสียไปไม่หน่อยล่ะนะ」
「ชั้นไม่ได้จะเข้าห้องเรียนด้วยร่างนี้สักหน่อย !」
อาคาเนะเล็งปืนมาทางผม อันตรายๆ

「แล้วแกล่ะเอาไง เด็กดีไม่ใช่เรอะ」
「เสียใจด้วย ผมน่ะจะเข้าห้องสาย 1 คาบในทุกๆ 3 คาบ ทุกคนเลิกสนใจไปแล้ว」
「ไม่ต้องมาภูมิใจเลย」
「ยังไงก็ไม่ใช่พวกตกเป็นเป้าสายตา แต่ก็ไม่ใช่เด็กดีอะไรอยู่แล้ว」
แล้วพวกผมก็หยุดคุย นี่ไม่ใช่เวลาจะมาต่อปากต่อคำ ศัตรูเองก็ยังอยู่

แต่ทว่า ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่เหมือนกันที่การโจมตีนั้นหยุดไป ทุกอย่างเงียบเชียบ ทั้งเสียงมีดคู่ติดโซ่เฉี่ยวไปมาบนอากาศ ทุกอย่างหายไปหมด
「...การโจมตีหยุดลงแล้วสินะ」
「ไม่รู้สึกถึงตัวตนเลย」
「ไม่รู้สึกตั้งแต่แรกอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ」
「หนวกหู ท่าทางจะไปที่อื่นแล้ว」
「ดูเหมือนจะเลิกสู้แล้วล่ะ」
「หึ รู้ตัวแล้วสินะว่าไม่ควรมายุ่งกับชั้น」
「คิดว่าไม่ใช่แน่ๆ」
「ว่าไงนะ」

ศัตรูท่าทางจะใจเย็น ไม่มีแม้สักครั้งที่จะเปิดเผยร่องรอยของตัวเองออกมาให้เห็น เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่จะรู้สึกกลัวจนหนีไปแน่ๆ ที่หยุดการโจม

ตีไป คงต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง
「ว้อย ถ้าไม่รีบไปล่ะก็แย่แน่ๆ จะสายอยู่แล้ว」
「นี่อาคาเนะ หรือว่าบางที ศัตรูก็เป็นพวกเด็กดีละมั้ง」
「หา ? พูดไรไม่เห็นรู้เรื่อง」
「เปล่าหรอก ก็เห็นเธอกังวลกับเรื่องเข้าห้องเรียนสายขนาดนั้น ก็เลยคิดว่าบางทีศัตรูเองก็กังวลเหมือนกันถึงได้หยุดการโจมตี」
「เพราะงั้นถึงบอกว่าเป็นเด็กดีเรอะ... นั่นก็หมายความว่า เป็นเด็กเซยเทตซึเหมือนพวกเราสินะ !?」
「ก็นะ」
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการคาดเดาของผมเท่านั้น จะถูกหรือผิดผมก็ไม่แน่ใจเช่นกัน แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกว่าคงจะไม่ผิดแน่ๆ ลางสังหรณ์นี้ก็เป็นอีก

1 ความสามารถของแคมเฟอร์งั้นเหรอ

「ชั้นกลับฝั่งหญิงล่ะนะ นัตซึรุ แกอยากทำไรก็ตามสบาย」
「ผมก็จะกลับเหมือนกัน แล้วซากุระซังล่ะ」
ข้างๆผมนั้น ซากุระซังยังคงสลบไม่ได้สติอยู่เหมือนเดิม อาคาเนะทำท่าเบื่อแล้วก็พูดขึ้นมา

「งานแบบนี้อย่ามาให้ผู้หญิงทำสิยะ แกนั่นแหละแบกไป」
「ผมก็เป็นผู้หญิง」
「แค่ได้ยินประโยคนี้ก็รู้สึกแย่ล่ะ」
「หนวกหูน่า อย่าเอาแต่ให้ตัวเองสบายคนเดียวสิ」
「ชั้นมันพวกใช้สมองยะ งานใช้แรงงานน่ะ มันงานของผู้ชายไม่ใช่เรอะ ?」

แล้วยัยหมาบ้าก็เดินจากไป ส่วนผมก็ได้แต่ถอนหายใจ ยังไงก็เถอะ รีบพาซากุระซังออกไปจากที่นี่ก่อนที่พวกอาจารย์จะมาดีกว่า




* บทต่อๆไปหลังจากนี้จะเขียนในรูปแบบสรุปแทนนะครับ แต่ก็ไม่ถึงกับตัดจนไม่เหลือรายละเอียดแน่ๆ ส่วนเหตุผลคืออยากให้เนื้อเรื่องมันไปไวๆหน่อย แล้วก็ขี้เกียจ ข้อหลังนี่แหละที่เป็นเหตุผลหลัก XD


Create Date : 10 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2552 1:42:38 น. 5 comments
Counter : 498 Pageviews.

 
ตามมาอ่านแล้ว ขอบคุณจ้า

ฉากท่านประธานขอละเอียดแบบนี้เหมือนเดิมได้มั๊ยอ้ะ เดี๋ยวกลัวไม่อิ่มใจ T-T

~แฟนคลับท่านประธาน~


โดย: sagitgirlth IP: 58.64.80.198 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2552 เวลา:3:10:25 น.  

 
ขอบคุณสำหรับบทที่2ครับ


โดย: ruripopz IP: 114.128.210.1 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2552 เวลา:12:29:20 น.  

 
ทำไมปากจัดยิ่งกว่าอนิเมะอีกฟะเนี่ย ยัยหัวแดงซึน


โดย: Alasthor IP: 58.11.19.32 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2552 เวลา:13:40:56 น.  

 
ย้ายที่แล้วน้อ

//ruicosta.exteen.com/

อยากใช้ชื่อรุย นี่แหละเหตุผล XD


โดย: Renesis วันที่: 10 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:44:29 น.  

 
ขอบคุณสำหรับการแปลให้อ่านกันนะครับ(ไม่มีอะไรพูดต่อแล้วเค้าพูเดไปหมดแล้ว)


โดย: wingaura IP: 125.25.24.78 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2552 เวลา:11:25:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
แมวหลับ46
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ย้าย Blog แล้วครับ ไปที่

http://ruicosta.exteen.com/

เหตุผลไม่มีไรมาก ชอบหน้าตาบล็อคที่นั่น + อยากใช้ชื่อประจำคือ ruicosta มากกว่า เหตุผลมีแค่นี้เอง XD
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แมวหลับ46's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.