۩♥ T r i l l i o n a i r e ♥۩
Group Blog
 
All blogs
 
...บริษัทหลักทรัพย์ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วต่ำกว่า 500 ล้าน...

บล. ทุนจดทะเบียน(ลบ.) ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว(ลบ.)
บล.บัวหลวง................360.......................360
บล.ดีบีเอสฯ................395.......................395
บล.CSFB...................331.......................331
บล.กสิกรไทย.............300.......................300
บล.ทีเอสอีซี...............360......................432
บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์..300......................300
บล.ไซรัส....................470.....................492
บล.ยูโอบีฯ..................325.....................400
บล.บีฟิท.....................400......................400
บล.ทีเอ็มบี แมคควอรีฯ...200.....................200
บล.กรุงศรีอยุธยา..........300.....................300
บล.อินเทลวิชั่น.............260....................395
บล.ฟินันซ่า..................450.....................450
บล.ฟิลลิปฯ..................250.....................392
บล.เจพีมอร์แกนฯ.........300........................300
บล.บีเอ็นพี พาร์รีบาส์ฯ...300........................300
บล.พรูเด้นท์ สยาม........340........................340

ที่มา : eFinancethai.com รวบรวม



Create Date : 21 ธันวาคม 2548
Last Update : 21 ธันวาคม 2548 20:02:53 น. 5 comments
Counter : 272 Pageviews.

 
เปิดโผ บล.มีแววถูกเขมือบ
"โต้ง"ตีฆ้องอยากรอดต้องเพิ่มทุน
* วงการ ระบุชัด รายไหนทุนต่ำ 500 ลบ.อยู่ยาก



"กิตติรัตน์" แนะ บล. ควรเพิ่มทุนให้สูงกว่าขั้นต่ำจากปัจจุบันที่มีทุน
ขั้นต่ำ 200 ลบ. รวมทั้งแนะ บลจ. ด้วยเหตุจะต้องทำเพื่อรองรับการทำธุร
กิจที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ระบุ ต้องเริ่มคิดตั้งแต่ตอนนี้ ด้านเซียนหุ้นฟันธง
โบรกเกอร์ที่มีทุนจดทะเบียนต่ำกว่า 500 ล้านบาทอยู่ยาก เหตุปีหน้าอุณห
ภูมิสนามค้าหุ้นระอุกว่าเดิม efinancethai สำรวจพบ 17 โบรกเกอร์ที่เข้า
ข่ายต้องเพิ่มทุนหรือถูกเขมือบจากการควบรวมกิจการเพื่อรองรับการแข่งขัน
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการหารือเบื้องต้นระหว่างหน่วยงานกำกับหน่วย
งานประสานงานและสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ ทุกฝ่ายมีความเห็นสอดคล้อง
กันว่าบริษัทหลักทรัพย์และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)ควรจะต้องเพิ่มทุนให้สูงกว่าทุนขั้นต่ำที่ทางสำนักงาน ก.ล.ต.กำหนดไว้ เพื่อรองรับปริ
มาณธุรกิจที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต ทั้งในส่วนการเป็นนายหน้าค้าหลักทรัพย์
การรับประกันการจัดจำหน่าย การเป็นมาร์เก็ตเมคเกอร์ ซึ่งก็หวังว่าประเด็น
ดังกล่าวจะถูกบรรจุอยู่ในแผนแม่บทพัฒนาตลาดทุนฉบับที่ 2
“ถ้าผมเป็นบริษัทหลักทรัพย์ในเวลานี้ ผมจะเริ่มคิดแล้วว่าจะเตรียม
การเพิ่มส่วนทุนอย่างไร ซึ่งก็มีหลายทางเลือกทั้ง การเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์, การควบรวมกิจการ หรือเพิ่มทุน ซึ่งเชื่อว่าเรื่องนี้ต้องใช้เวลาใน
การเตรียมการ”นายกิตติรัตน์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังไม่อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องลดจำนวนบริษัทหลักทรัพย์ในระบบเพราะในอนาคตปริมาณการทำธุรกิจจะเพิ่มขึ้น และมาร์เก็ตแคปจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ ปัจจุบันทางสำนักงานก.ล.ต.ได้กำหนดทุนขั้นต่ำของของ บลจ.ไว้ที่ 100 ล้านบาท ส่วนบริษัทหลักทรัพย์กำหนดทุนขั้นต่ำ 200 ล้านบาท




โดย: Bfit Fan Club (Trillionaire ) วันที่: 21 ธันวาคม 2548 เวลา:20:05:42 น.  

 
วงการฟันธงโบรกฯ ทุนต่ำกว่า 500 ลบ.อยู่ยาก
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์รายหนึ่ง ให้ความเห็นกรณีดังกล่าวว่า บริษัท
หลักทรัพย์จะต้องมีทุนจดทะเบียนอยู่ในระดับ 500-1,000 ล้านบาทจึงจะสามารถรองรับปริมาณการทำธุรกิจที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับ
ความต้องการของโบรกเกอร์แต่ละแห่ง มาร์เก็ตแชร์ และงานวาณิชธนกิจ
หากมีงานวาณิชธนกิจ หรือไอบีขนาดใหญ่ อย่างเช่น กฟผ., เบียร์ช้าง ก็อาจ
จำเป็นต้องใช้ทุนมาก แต่โบรกเกอร์เล็กๆบางแห่งที่ไม่มีงานไอบีก็ไม่จำเป็น
ต้องใช้ทุนในการทำธุรกิจสูงมากเช่นกัน
อย่างไรก็ดี บริษัทหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ขณะ
นี้ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นจะต้องเพิ่มทุนจดทะเบียนเพราะฐานทุนในปัจจุบันอยู่ในระดับที่สูงประมาณ 1,000 ล้านบาทขึ้นไปอยู่แล้ว
สำหรับแนวโน้มการดำเนินของอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ในปี49 การแข่งขันค่อนข้างจะรุนแรงและทุกรายจะต้องเตรียมตัวเพื่อรับการเปิดเสรีค่าคอมมิชชั่นที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2550 ซึ่งประเด็นดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน
จากทางการว่าจะเปิดเสรีค่าคอมหรือปรับลดค่าคอมมิชชั่นแบบขั้นบันได ซึ่ง
การเปิดเสรีค่าคอมฯเป็นประเด็นที่มีความเสี่ยงมากสำหรับอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ เพราะมีผลกระทบกับรายได้ของโบรกเกอร์ ซึ่งโบรกเกอร์อาจจำเป็นที่
จะต้องหาพันธมิตรหรือควบรวมกิจการเพื่อเพิ่มฐานลูกค้าและเพิ่มความแข็งแกร่งในการทำธุรกิจ




โดย: Bfit Fan Club (Trillionaire ) วันที่: 21 ธันวาคม 2548 เวลา:20:07:22 น.  

 
โบรกฯเล็กลำบากแน่หากไม่เพิ่มทุน
ด้านแหล่งข่าวจากวงการหลักทรัพย์รายหนึ่ง กล่าวว่า เห็นด้วยกับ
แนวทางดังกล่าวที่ทางผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯเสนอ เนื่องจากมีประโยชน์ต่อบริษัทหลักทรัพย์โดยรวมและยังเป็นการเตรียมทุนสำรองให้รองรับผลิต
ภัณฑ์ใหม่ในอนาคต
"ต่อไปจะมีธุรกรรมใหม่ในตลาดฯมากขึ้น อย่างเช่นในต้นปี 49 ก็จะมี
การเปิดตลาดอนุพันธ์ การเพิ่มทุนจึงถือเป็นการรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่ เพราะต้องใช้เงินทุนเยอะและถ้าหากบริษัทหลักทรัพย์ต้องการโตต่อก็น่ามีเงินกอง
ทุน NCP หรือ Net Capital Rule ให้เพียงพอ ซึ่งถ้ามีเงินไม่พอก็ลำบาก
เหมือนกัน"
ทั้งนี้ ประเมินว่า บริษัทหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะที่มีธนาคารเป็นส่วนสนับสนุนก็จะได้เปรียบในการเพิ่มทุนมากกว่าบริษัทหลักทรัพย์ที่มี
ขนาดเล็กหรือเจ้าของธุรกิจที่ดำเนินการในลักษณะครอบครัว (Family Business)เนื่องจากธนาคารมีฐานเงินทุนสนับสนุนที่แข็งแกร่งมากกว่า
อย่างไรก็ตาม หากบริษัทหลักทรัพย์ที่มีขนาดเล็กหรือดำเนินการธุรกิจลักษณะครอบครัวไม่ทำการเพิ่มทุนก็อาจได้รับผลกระทบ เนื่องจากฐานเงิน
ทุนไม่เพียงพอต่อการแข็งขันในอนาคต โดยบริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าวสามารถหาทางออกได้จากการควบรวมกิจการหรือการขายทิ้งกิจการไปเลย
"ส่วนตัวเห็นว่าคีย์สำคัญของธุรกิจหลักทรัพย์มาจากกำลังคนเป็นหลัก
เพราะแม้บริษัทหลักทรัพย์ใดมีทุนเยอะแต่คนไม่เก่งก็ไม่เอื้อกันซึ่งเทรนด์ควบรวมกิจการอาจเกิดไม่ง่ายนักเพราะคงไม่มีเจ้าของรายใดอยากให้กิจการตัว
เองถูกควบรวม แต่หากในที่สุดมีกฎให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องเพิ่มทุนอาจกระ
ทบกับบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็น Family Business ซึ่งอาจต้องควบรวมหรือยุบเลิกกิจการไปเลย"


โดย: Bfit Fan Club (Trillionaire ) วันที่: 21 ธันวาคม 2548 เวลา:20:09:34 น.  

 


โดย: loveme_loveu วันที่: 21 ธันวาคม 2548 เวลา:20:38:39 น.  

 
มาอ่านข้อมูลค่ะ


โดย: Batgirl 2001 วันที่: 21 ธันวาคม 2548 เวลา:22:09:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Trillionaire
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





Friends' blogs
[Add Trillionaire's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.