ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
Group Blog
 
All blogs
 

" แผนที่ทางเดิน เขตป่าปิด "

เมษาที่จะถึงนี้ ภูกระดึงก็จะเปิดให้ท่านเข้าไปชมน้ำตกในเขตป่าปิดแล้ว

เริ่มเปิดให้เข้า ตั้งแต่วันที่ 1 เมษา การเข้าไปชมต้องรวมกันเป็นคณะ

และต้อง ให้เจ้าหน้าที่นำทางเพราะ ป่าปิดเส้นทางจะไม่ชัดเจนอาจหลงมีได้

ผมจึงเอามาเล่าให้กันฟังคราวๆก่อน เรียกน้ำย่อยครับ



ดูเส้นทาง สายสีดำน่ะครับ แต่ช่วงนี้ จะเปิดเฉพาะ เส้นทางไป น้ำตกขุนพอง

น้ำตกพระองค์ น้ำตกสอใต้ ส่วนทาง เส้นไป ผ่าส่องโลกไม่เปิดครับ

เพราะต้องค้างคืนกลางป่า อันตรายเกินไปครับ

การเตรียมตัว ต้องมีถุงกันทาก ข้าวห่อ น้ำดื่ม

เริ่มจากวันที่จะไปต้องไปลงชื่อ จองว่าจะเข้า เขตป่าปิด เสียค่าธรรมเนียม

ประมาณ 50 บาท ต่อคน และค่านำทางเจ้าหน้าที่200- 400 บาท ก็หารกันในกลุ่มครับ



พร้อมแล้วเราก็ออกเดินทางกันเลยครับ เราเริ่มเดินไปที่องค์พระ ตรงผ่าน

ไปทางด้านหลังองค์พระ ไปถึงทางลงน้ำตก ถ้ำใหญ่ ตรงไปที่น้ำตกธารสวรรค์

ข้ามลำน้ำไป ขึ้นเนิน ออกกลางทุ่งสน บริเวณทางเดินช่วงนี้ เราจะได้เห็น

ดอกว่านมหาเมฆ ยี่โธปีนัง และยังพอมี ดอกหงอนนาคให้เห็นบ้าง



เดินไปได้สักพัก ผ่านทุ่งสนกลุ่มใหญ่ เราจะถึงทางแยก ซ้ายไปน้ำตก สอใต้

แยกขวา เข้าป่าปิด ไปน้ำตกขุนพอง เดินไปกลางทุ่งหญ้ารก จะได้เจอดอกข้าวก่ำ



มาช่วงเมษานี้จะขึ้นเยอะมาก ดอกสีม่วงสวยงามครับ ผ่านทุ่งสนสุดท้าย

เราก็จะลงเนิน เข้าเขตชื่น ต้นไม้สูงใหญ่ บังแสงแดดหมด อากาศเย็นสบาย

ช่วงนี้ทากจะเยอะแล้วครับ คอยระวังทากกัดไว้ด้วย เดินไปก็เเกะมันออกบ้าง



สำหรับตัวที่ขึ้นมาสูงเกินเข่า แต่อย่าจอดนานน่ะครับ มันจะมารุม

ผ่านช่วงนี้แล้วเราก็จะเดินไปตามสายน้ำแล้วครับ เล่นน้ำสบายไปเลย



ทากก็ไม่มีให้เห็นแล้ว เดินไปเจอหินรูปร่างแปลก เช่น หินเรือใบ

เดินไปตามสายน้ำ เราจะเจอ หินกลางน้ำก่อนหนึ่งบริเวณนี้เป็นที่รวมของ 3 ลำห้วย



ตามสายน้ำไป มีหินจานบินก่อนหนึ่งครับ มองทางขาเข้าจะไม่เหมือน

แต่ผ่านไปแล้วหันกลับมามอง มันจะเหมือนมากครับ แล้วเราก็ถึงน้ำตกขุนพอง




ตรงริมผานี้ มองไปทางทิศเหนือ จะเห็นโหลนฟ้าหล่มดินครับ



ทางลงน้ำตกขุนพองทางซ้ายมือ ทางชันพอสมควร ไต่ลงต้องระวังน่ะครับ



มาช่วงนี้ ถ้ามีฝนจะลื่นมากครับ แล้วเราก็มาถึงแล้วน้ำตก ขุนพอง

ด้านล่างของน้ำตกขุนพอง จะมีน้ำตกอีกชั้นสวยงามไม่แพ้กันแต่ทางลงไปยากครับ



ขุนพองปลายเดือนเมษา



น้ำเยอะแต่ขุนมากครับ เพราะฝนตกเยอะ



ใบเมเปิล ช่วงปลายเดือน พฤจิกา




และเมเบิล ช่วงเดือน ธันวา ต้นเดือน



ออกจากขุนพอง เราจะเดินย้อนกลับมา แล้วข้ามห้วยไปฝั่งตรงข้ามเดินขึ้นเนินไป



บนไหล่เขา แล้ววกตัดลงห้วยใหม่ ซึ่งจะอยู่ใกล้ๆกับห้วยเดิม




เรามาถึงน้ำตกหงส์ทองครับ น้ำจะน้อยสักหน่อย ต้องปลายเมษาครับน้ำเยอะ

น้ำตกหงษ์ทองเดือน เมษา -พฤษภา




น้ำตกหงษ์ทอง ช่วงเดือน ธันวา




เดินขึ้นมาตามลำห้วย หงส์ทอง ทางไปน้ำตก ผาน้ำผ่าแหละครับ

น้ำตกผาน้ำผ่า (แต่เราไปไม่ถึงน่ะครับ เพราะห้ามเข้าครับ)




แล้วจะตัดขึ้นทางขวาของห้วย เดินขึ้นทางชันไต่ระดับ แล้วเราก็ถึงกำแพงเมืองจีน




แวะถ่ายรูปกัน และพักขาก่อนครับ มองไปรอบๆจะเห็นหุบของขุนพองและหงส์ทอง

แล้วเราก็เดินกลับออกมาเจอกับทางเดิมที่เข้าป่าชื่น กลางทุ่งสน




ย้อนกลับมา เราเจอทางแยกอีกครั้ง ทางขวาจะไป สอใต้ และน้ำตกพระองค์

แต่เจ้าหน้าที่จะไม่ไปแล้วน่ะครับ เพราะมันเย็นแล้ว เราก็อดเก็บไว้ให้อยาก

เจ้าหน้าที่บางคน อาจนำท่านออกทางน้ำตกเพ็ยพบได้น่ะครับไม่มีกำหนด

แล้วแต่เจ้าหน้าที่ ออกทางนี้เราก็จะได้ดูโหล่นฟ้าหล่มดินอีกรอบ




น้ำตกพระองค์ เป็นน้ำตกใหญ่แห่งหนึ่งบนภูฯ แต่ทางลงไปดูยากครับ ลื่นด้วย

จึงไม่ค่อยให้เข้าไปชมกัน แล้วเราก็ออกจากเขตป่าปิด เดินกลับที่ทำการทางเดิม

หรือใครมีแรงเหลือก็ไปผานาน้อย หรือผาหล่มสักได้อีก แต่ก็ถึงค่ำล่ะครับ

ทางเดินกลับ เราก็จะได้ดู พวกข่า ดอกไพร สีสันสวยงามครับ




แถมด้วย ว่านใบพาย ขึ้นริ่มทางเดิน ให้ดูสวยงามเช่นกัน




ก็จบเส้นทาง สายน้ำตกในเขตป่าปิดครับ กับไปถึงก็ค่ำพอดี

ส่วนเส้นทางไปทางผาส่องโลก ไว้จะมาเล่าให้ฟังครับ เพราะโอกาส

ที่เราจะได้เข้าไปในตอนนี้ คงยากแล้วล่ะครับ เพราะช้างป่าดุแล้ว

นาย วิทจะมาเล่าให้ฟังน่ะคราบ




 

Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 30 ตุลาคม 2551 23:06:26 น.
Counter : 3663 Pageviews.  

" แผนที่ทางเดิน น้ำตกสอเหนือ "

เช้าวันที่สาม ใครปวดเมื่อยก็ไม่ไป ผานกแอ่น แต่ใครยัง กำลังดีก็ไปอีก

วันนี้ จะพาท่านไป เส้นทางทับกับ เมื่อวานบางช่วง คือเราจะไป น้ำตกสอเหนือ

แต่ทางจะทับกันตรงช่วง ที่เรา ขึ้นมาจากน้ำตก ถ้ำใหญ่ บรรยายกาศดีเหมือนเดิม



จาก ที่ทำการ ---> องค์พระ --->สระอโนดาด ระยะ 1.7 กิโล

เราออกเดิน ไปทางบ้าน พักกุหลาบแดงเช่นเคย ไปที่ องค์พระแล้วเดินตรงไป

หลังองค์พระ บริเวณนี้จะมี เอื้องเทียน ภูอยู่หลังองค์พระ แต่จะบานช่วง กุมภา



เดินมาได้ 1 กิโล เราก็จะมาพบกับทาง ที่ขึ้นมาจากน้ำตกถ้ำใหญ่ ทางขวามือ

ถ้าเราเดินตรงไปทางน้ำตก ถ้ำใหญ่ แล้วเลี้ยวซ้าย เราจะเจอน้ำตก ธารสวรรค์

ด้านบนของน้ำตก จะมีมอสเขียวขึ้นเต็มไปหมด (ช่วงปลายฝน)

และตรงนี้เป็นทางเดินไปน้ำตก พระองค์ อยู่ในเขต ป่าปิดปกติทางสายนี้จะปิด

ไม่เปิดให้เข้า จะเข้าไปได้คือเดือนเมษา ส่วนน้ำตก ธารสวรรค์นั้น

ด้านล่างลงไปยาก และอันตรายสักหน่อย จากตรงนี้เราจะเดินออกมาและ




ตรงไปทางถนนสายเมื่อวาน ขึ้นเนินไป ผ่านทุ่งหญ้า ป่าสน ลมเย็นๆ

แล้วก็มาถึงทางแยกไปผานาน้อย ที่เมื่อวานเราออกทางนี้แต่วันนี้เราจะไป สระอโนดาด



แยกตรงนี้ มาช่วงหน้าแล้งจะมีหญ้าบัวขึ้นเยอะ ถ้าโดนแสงแดดตอนเย็นมันจะสวยครับ

ก่อนถึงสระอโนดาดเราจะเจอ ลานกินนรีก่อน บริเวณนี้ จะมี จอกบ่วายเยอะครับ




และมี กระดุมเงินบ้าง แต่ดอกจะไม่ใหญ่โตมากเหมือนทางด้านริมผา

และแล้วเราก็มาถึง สระอโนดาด บริเวณนี้ เป็นดงสน ทางด้านเหนือ

มาช่วงปลายฝนน้ำเยอะ ทากก็เยอะ แต่ถ้ามาหน้าแล้ง น้ำในสระจะน้อย

แต่เราจะเห็นกุหลาบขาว เดินไปทางด้าน ขวาของสระ และที่สำคัญ



เห็นน้ำใส่ อย่าลงไปเล่นน่ะครับ เอาไว้ให้ช้างมันเล่นดีกว่า เดี๋ยวมันได้กลิ่นเรามันไม่ลง

อีกอย่าง กลัวจะติดเชื้อโรค ในน้ำมาด้วยแหละครับ เพราะสัตว์จะฉี่ลงด้วย




จาก สระอโนดาด ---> น้ำตกสอเหนือ ระยะ 1.5 กิโล

ทางช่วงนี้ จะเดินผ่านทุ่งสน สลับกับป่าดิบเขาแล้ว บางช่วงอากาศเย็นสบาย

แต่บางช่วงจะร้อน เราเดินไปเรื่อยๆจะเจอ พวกดอกหรีด หญ้าดอกคำ



พอถึงช่วงป่าดิบ ข้ามห้วยสุดท้ายมาแล้ว ตรงนี้จะมีต้น ดอกไข่ดาวเยอะ

เราจะได้เจอ พญากระรอกดำ มากินดอกไข่ดาว เส้นทางที่ตัดใหม่จะตรงไป

ส่วนไปน้ำตก สอเหนือ ต้องเดินไปทางขวามือ ก่อนถึงน้ำตก จะเจอ ดงเอื้องม้าวิ่ง

และจะมีดงกุหลาบแดง จะบานตั้งแต่ ต้นเดือนกุมภา - ปลายเดือน



เราจะเจอดงนี้ก่อน แล้วเดินต่อมาเรื่อยๆจะเจออีกดง



แล้วเดินไปยังน้ำตกก็จะเจออีกหลายต้น



ถ้าเรามาช่วง ปลายฝนจะไม่บานน่ะครับ จะปลายอยู่ช่วงเดียวเท่านั้น

และถ้ามาปลายเดือนก็จะได้เจอหล่นตามพื้นเยอะมาก



เดินตามสายน้ำ เราก็มาถึง น้ำตกสอเหนือแล้วครับ มองลงไปทางด้านบน

จะอันตรายครับ ให้เดินไปทางขวาของน้ำตกดีกว่าจะได้มุมสวยถ่ายรูป



ปลายฝนช่วงตุลา น้ำเยอะ สวยครับ หลังจากเดือนนี้แล้วน้ำจะน้อย

แต่ทางลงไปดูด้านล่างจะลงไปได้สะดวกครับ มองขึ้นมาจากด้านล่างสวยเช่นกัน

และด้านล่าง จะเจอ พวกปรง ขึ้นอยู่หลายต้นครับเราแวะท่านข้าวเที่ยงที่นี้ครับ

จาก น้ำตกสอเหนือ ---> ผาหล่มสัก ระยะ 4.5 กิโล

ออกเดินจาก สอเหนือ ทางจะแฉะ เพราะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระยะ 50 เมตรก็จะพ้น

และจะเริ่มเดินขึ้นเนิน สลับกับป่าสนสามใบ ระยะทางช่วงนี้จะไกลพอสมควร

เวลาเดินก็ให้ชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆครับ อย่าเร่งเดิน จะทำให้ล้า แล้วจะไปไม่ถึงหล่มสัก

เราเดินมาได้สัก 2 กิโล ก็จะถึง สถานีโทรฯ นั้นแหละครึ่งทางแล้วครับ

ถ้าช่วงเทศกาล เจ้าหน้าที่ทหารจะเอาน้ำมาขายตรงปากทางนี้ด้วยแหละครับ

เราก็เดินต่อไป ทางเป็นทรายเดินยากสักหน่อยครับ แต่จะเจอต้นสนสวยๆ

และดอก หงอนนาค (ช่วง ปลายฝน) ถ้าโชคดี เราจะได้โดยสารรถอิแต็กไปหล่มสัก

เดินกันมาสัก 1 ชม. เราก็มาถึงเสียที่ผาหล่มสัก เหนื่อยจังเลย



แวะกินน้ำแข็งไสเย็นๆ น้ำขวดให้ชื่นใจ พักหายปวดขากันตามสำบาย

แล้วก็ไปถ่ายรูปมามุม โปรด ที่เราพลาดไปตั้งแต่วันแรก มุมนี้ก็สวยครับ



มองเห็น ภูหอลิบๆ และอีกมุมที่ผมชอบ อยู่ทางด้านซ้ายของผาหล่มสัก




แล้วเราก็เดินกลับครับ ขากลับเราจะกลับทาง หน้าผา จุดหมายคือ ผาเหยียบเมฆ

เย็นนี้เราจะ ชมอาทิตย์ อัสดงที่ ผาเหยียบเมฆ แต่ถ้าใครเมื่อยๆมาก

ก็เดินไปดูที่ผาหมากดูก หรือไม่ก็เดินยาวไป ที่ทำการเลยแล้วแต่ตัดสินใจครับ




เพราะเราจะเดินไปเรื่อยๆ อากาศตอนเย็น ทำให้ไม่เหนื่อยมาก

ขากลับเราจะเจอดอก ดาวเรืองภูขึ้นตามทางให้ชมไม่เบื่อหรอกครับ



สำหรับคนที่รอชมที่ผาเหยียบเมฆ ก็ดูจนลับขอบฟ้าก็เตรียมเดินกลับได้เลย



เดินกลับมาถึงก็ราว สองทุมเช่นเคย ไปอาบน้ำกินข้าว พักให้สบายใจเลยครับ

เพราะพรุ่งนี้ เราก็ต้องกลับกันแล้ว งานนี้เรามาครบแล้วครับแต่...

นาย วิทจะพาท่านเข้าป่าปิด อีกตอน เดือนเมษาครับ โปรดติดตาม




 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 30 ตุลาคม 2551 23:05:29 น.
Counter : 1610 Pageviews.  

" แผนที่ทางเดิน น้ำตก "



เช้าวันใหม่ ใครยังผิดหวัง จากผานกแอ่นวันแรก เช้านี้ก็ไปแก้มือ

แต่ถ้าใคร เมื่อยจากการเดินเมื่อวาน ก็ตืนสายหน่อย แล้วไปกินข้าวเช้าให้เรียบร้อย สั่งข้าวห่อไปด้วย



จากลานกางเต็นท์ ---> น้ำตกวังกวาง ระยะ 1 กิโล

เราออกจาก ลานกางเต็นท์ เดินไปทาง ห้องน้ำด้านตะวันตกหลังห้องน้ำ

จะมีป้ายบอกทางไปน้ำตก วังกวาง เดินผ่านหลังห้องน้ำ บ้านพัก

ผ่านห้วยสายเล็กๆ หน้าฝนน้ำจะเยอะ ทากเยอะด้วย แต่หน้าแล้ง ไม่ค่อยมีน้ำ

ตรงล้ำห้วยสายนี้ จะมีดอกไข่ดาว จะบานช่วง เดือน พฤจิกา-ธันวา

เราเดินต่อไป ผ่านทุ่งสนและทุ่งหญ้า ค่อนข้างร้อน ถึงน้ำตก

มาช่วงปลายฝน น้ำตกสวยน้ำเยอะ แต่ถ้ามาช่วง ธันวา น้ำจะไม่มีแล้ว

จากน้ำตกวังกวาง ---> เพ็ญพบใหม่ ระยะ 1.6 กิโล

ทางเดินออกจาก น้ำตกวังกวาง เป็นทางขึ้น เนินเขาเหนื่อยพอสมควร

และจะมาเดินทางราบไปตามป่า แคระ ช่วงนี้มีร่มเงาของต้นไม้เดินไม่ร้อนแล้ว

เดินมาได้ ประมาณ 600 เมตร เราจะเจอทางที่มาจาก องค์พระพุทธ เราต้องเลี้ยวขวา

ทางช่วงนี้ จะมี ดอกดุสิตา ดอก ยี่โธปีนังให้ชม บานช่วงเดือน ธันวา



เริ่มเดินเข้าน้ำตก ช่วง 1 กิโลนี้ จะผ่านหินสวยๆ วิวงามๆให้ ถ่ายรูปกัน

ถ้ามา เดือน กุมภา-มีนา จะได้เจอกล้วยไม้ เอื้องม้าวิ่ง และเอื้องเทียน

และ เฟิร์นกระปรอกเล็ก มีให้เห็นแบบสวยๆ ทั้งที่แห้ง และยังสดอยู่




บริเวณลานหินนี้ ถ้าเรามองไปทางตะวันตก เราจะเห็นโหล่นฟ้าหล่มดิน

มองไปจะเห็น ดงต้น หมากดูกขึ้นจำนวนมาก ถ้าวันไหนฟ้าเปิดจะสวยงามยิ่ง

ถ่ายรูป จากลานหินเรียบร้อย เราออกเดิน ไปทางด้านซ้ายของลานหิน

ทางเดินจะเห็นชัดเจนมาก พ้นลานหินจะลงเนินไปกลางทุ่งหญ้า และผ่านก่อนหินใหญ่

ตรงบริเวณนี้จะมีดอก แววมยุราให้ชม แต่ต้องมาช่วงปลาย พฤจิน่ะครับ



แล้วเราจะเดินลงไปน้ำตกเพ็ญพบใหม่ กัน ทางลงจะเป็นป่าไผ่

ถึงน้ำตกเพ็ญพบใหม่ ทางด้านบนจะเป็นห้วยเพ็ญพบ มาช่วง ตุลา-ต้นพฤจิ น้ำเยอะ



แต่ถ้าเรามาปลาย พฤจิ ใบเมเบิลที่นี้จะแดงสวยงามยิ่ง ที่น้ำตกนี้

มีเมเบิล สามต้น อยู่ด้านบน ต้นหนึ่งใหญ่มาก อีกต้นอยู่ตรงน้ำตกดังรูป

ส่วนอีกต้นอยู่ปลายน้ำตก ต้นที่อยู่ปลายน้ำจะแดงเร็วกว่าเพื่อน ต้นพฤจิก็แดงแล้ว



เราต้องลงไปถ่ายรูปด้านล่างน้ำตก จะมีโขดหินให้นั่งสวยๆได้รูปสมใจแล้ว

ก็เดินไปตามน้ำที่ไหล เราจะไปน้ำตก โผนพบกัน

จาก เพ็ญพบใหม่ ---> โผนพบ ระยะ 600 เมตร

ทางเดินช่วงนี้จะเดินตามสายน้ำ ทางเดินเย็นสบาย มีพันธุ์ ไม้ให้ชมเยอะ

ถ้ามาช่วง ธันวา จะมีกล้วยไม้ดิน เอื้องพร้าวให้ชม จะบานดอก ข้างทางเดินเลย

ทางเดิน ขึ้นลงตามสายน้ำ เลาะไปตามลำห้วย มีมุมให้ถ่ายรูป ตามต้นไม้ล้มพาดสายน้ำ

แล้วเราก็มาถึง น้ำตก โผนพบ ด้าน บนจะเป็นน้ำตกชั้นหนึ่งมองมุมด้านบน ไม่สวยเท่าไหร่

แต่ถ้าลงมาอีกขั้นจะสวยงามมากครับ แต่ค่อนข้างอันตรายไม่มีทางลง และลื่นด้วย



เราเดินลงมาที่ตัวน้ำตกกัน ทางลงจะมีบันไดให้ลง (หน้าฝนลื่นมาก)

พอถึงตัวน้ำตก บริเวณนี้จะมี ปรงน้ำ สีเขียวสลับเหลือง ยิ่งช่วงแล้งจะมีสปอ สีเหลืองเต็มไปหมด




ที่น้ำตก โผนพบมี ต้นเมเบิลเช่นกัน แต่ต้นเล็ก จะแดงช่วง วันที่ 5 ธันวา ของทุกปี มีดอกไข่ดาวด้วย

คนที่มาช่วงเทศกาล ก็จะได้เจอ หรือมาก่อนหน้านี้ สักอาทิตย์ แต่น้ำตกนั้นไม่มีแล้ว



เหนำใจกับน้ำตกแล้ว เดินทางต่อ เราจะไป เพ็ญพบ

จาก โผนพบ ---> เพ็ญพบ ระยะ 600 เมตร

ทางเดิน จะแยกเป็นสองทาง คือ เดินขึ้นเนินไปทางเดิม กับเดินตามสายน้ำไป

ถ้ามาหน้าฝนแนะนำไปด้านบนครับ (ทากเยอะ) มาหน้าแล้งเดินสายล่าง(เย็นดี)

ทางเดินขึ้นลง ตามสายน้ำ สลับกับป่าไผ่ อากาศเย็นสบาย และมีต้นไม้พาดสายน้ำให้ถ่ายรูป

มาถึงที่นี้ เราก็หิวข้าวแล้วล่ะครับ เวลา ก็เที่ยงๆแล้ว หาทำเลกินข้าวกันก่อน

พักหายเหนื่อย แล้วเราเดินไปอีกนิดเดียวจะถึงทางเเยกไปน้ำตก ถ้ำใหญ่

ไปทางซ้ายมือ ทางขวามือ ลงไปดูน้ำตก เพ็ญพบ ต้องเดินตามสายน้ำไป



จากทางแยก เดิน 100 เมตร ถึงตัวน้ำตก เดินอ้อมลงไปดูน้ำตกทางขวามือ

ช่วงเดือน ตุลา - ต้นพฤจิกาน้ำเยอะ ถ้ามาปลาย พฤจิ - ธันวาน้ำน้อยมาก แต่มีใบไม้สีแดงสวยๆ

คนไม่ค่อยแวะเข้ามาดูน้ำตกนี้เท่าไหร่ เพราะเป็นมุมอับมักเดินผ่านไป ถ้ำใหญ่เลย

จาก เพ็ญพบ ---> น้ำตกถ้ำใหญ่ ระยะ 900 เมตร

ทางช่วงนี้ จะเดินตามสายน้ำ สลับกับเดินบนเขา มีบางช่วงจะชันบ้าง พอได้เหนื่อยกัน

ก่อนจะถึงน้ำตกถ้ำใหญ่ เราจะเจอต้นเมเบิล อีกหลายต้น ช่วงที่แดงคือ ปลายพฤจิกา



เมเบิลทั้งหมดจะแดงไล่กัน และจะหล่นลงตามสายน้ำสวยงามมากๆ

อีกทั้งยังมีมอสเขียวๆให้ดูตามทางเดิน อีกเฟิร์นหน้าตาแปลกๆ

เดินกันเหนื่อยนิดหน่อย เราก็ถึงน้ำตก ถ้ำใหญ่ ที่นี้มีต้นเมเบิลเช่นกัน และมีดอกไข่ดาวด้วย



ช่วงที่เมเบิล นี้จะแดง คือ ปลายพฤจิกา ถึงต้นธันวา ที่นี้จะมีเยอะที่สุดแล้วครับ

ถ้าต้นใหญ่แดงพร้อม กันจะทำให้ โขดหินที่นี้ แดงไปด้วยเมเบิล

ที่นี้ยังมี ต้นมหาสดำ(เฟิร์นชนิดหนึ่งขนาดใหญ่มาก) ขึ้นอยู่ 2- 3 ต้น ดังรูป



บางครั้งเราเดินเร็ว อาจมากินข้าวกลางวันที่นี้ กินข้าวกลางใบเมเบิล

ที่หล่นลงน้ำก็มี บนหิน บนใบไม้ ต้องมาดูเองครับ แล้วจะรู้ว่า ภูกระดึง สวรรค์ดีๆนี้เอง



แล้วก็ได้เวลาลงสวรรค์แล้วครับ เราเดินขึ้นเนินมา จะเจอสนสามใบอยู่กลุ่มหนึ่ง

ขึ้นเรียงกัน ไปถ่ายรูปไว้ครับ พอขึ้นมาถึงลานสน (เดือน กุมภา) ตรงนี้จะมี กุหลาบขาวให้ดู

และมีเอื้องเทียน จะแข่งกันบานดอก ส่งกลิ่นหอมฟุ่งไปทั่วบริเวณ กุมภาเท่านั้นน่ะครับ

มาถึงตรงนี้ เราต้องเลือกแล้วครับ ว่าจะไปทางไหน ทางซ้ายกลับ ลานพระพุทธเมตตา

ทาง ขวาไป สระอโนดาต สอเหนือ ถ้าตรงไปออกสระแก้ว และ ผานาน้อย ที่ไปมาเมื่อวาน

แต่นาย วิทจะพาท่านมาทาง สระอโนดาต สอเหนือ แต่เราจะไปไม่ถึง สระอโนดาตครับ

จาก ถ้ำใหญ่ ---> ครึ่งทาง สระอโนดาต ---> ผานาน้อย ระยะ 3.5 กิโล

ที่เลือกเส้นนี้ เพราะจะได้ไม่ทับเส้นทาง กัน เราออกเดินไปตามทางสายใหญ่

ช่วงแรกจะขึ้นเนิน ตากแดดร้อนซะหน่อย แต่พอพ้นเนินมาแล้วจะเย็นสบายด้วยลม

และเราจะเห็นต้นสน ต้นใหญ่ๆ หน้าตาสวยให้ชม แถมด้วยยี่โธปีนัง

และเอื้องนวลจันทร์ กล้วยไม้ดินหน้าตาแปลกๆที่ ผมไม่รู้จัก



เดินต่อไปตามทุ่งหญ้าสลับป่าสน ช่วงฟ้าเปิด ลมเย็นสบายเดินกันไม่เหนื่อยครับ

และเราจะพบ ดอกหรีด ดอกหญ้าคำ แต่ต้องเป็นคนช่างสังเกตุนน่ะครับ เพราะดอกเล็ก



อีกทั้ง กล้วยไม้ดิน ทางเส้นนี้ ผมเลยน่ะนำสำหรับ คนชอบดอกเล็กๆน่ะครับ




พอเดินมาได้ สัก กิโล กว่าเราจะถึงทางเเยกครับ ตรงไปสระอโนดาต เลี้ยวซ้ายไปผานาน้อย

เราจะต้องเดินไป ผานาน้อยอีกประมาณ 2 กิโลครับเส้นทางนี้อาจจะดูยาวแต่



ผมรับรองว่าจะไม่เบื่อเลย ยิ่งถ้าวันไหนลมดีๆ เดินสบายไม่ร้อน(แต่ถ้าไม่ลมก็แทบแย่ล่ะครับ)

ช่วงนี้จะเดินกัน กลางทุ่งสนแล้วครับ มีพวกกล้วยไม้ (เดือน กุมภา)บานให้เห็นสูงลิบๆ

บนต้นสน เป็นพวก เอื้องปากไก่ และแซะภูกระดึง



ที่สำคัญ ถ้าเรามาช่วง เมษา จะได้เห็นว่านมหาเมฆ แข่งกันออกดอก

แต่หน้าแล้งนี้จะไม่มีน่ะครับ มีแต่ต้นให้เห็น ดอกยังไม่มี




เดินกันจนขาอ่อน แล้วเราก็มาถึงผานาน้อนเสียที แวะกินน้ำกันก่อนครับ ถึงที่นี้ก็ บ่าย 3-4 โมงแล้ว

จาก ผานาน้อย ---> ผาจำศิล ระยะ 600 เมตร

หลังจากเดินเหนื่อยมาเสียนานเราก็ได้พักกัน เดินสบายๆไปตามริ่มผา

และชมดอก กุหลาบขาวไปด้วยครับ (แต่จะบานช่วง ปลายกุมภา - มีนา)




เดินกันกลางดง กุหลาบขาวเลยครับ จนถึง ผาจำศิลเลย แต่ทางเป็นทรายเดินยากหน่อย

ถึงเเล้วครับ ผาจำศิลที่นี้ไม่ค่อยมีทำเลให้ถ่ายรูปเท่าไหร่ เพราะมุมมันเเคบครับ



แต่ถ้าฟ้าเปิด เราก็จะได้เห็น ภูหอ สวยไปอีกแบบครับ

จาก ผาจำศิล ---> ผาหมากดูก ระยะ 600 เมตร

เดินช่วงออกจากผาจำศิล เราก็อยู่ในดงกุหลาบขาวเช่นเคยยิ่งช่วงมีนา จะบานเต็มไปหมด



เดินไปได้ค้อนทางเราจะเจอต้นหมากดูกครับ ที่เขาเรียกผาหมากดูกเพราะเมื่อก่อน

ที่นี้มีต้นหมากดูกเยอะครับ แต่ ณ วันนี้มันได้ตายไปเกือบหมดแล้ว

ถึงตรงนี้ เดินลัดออกไปทาง เส้นคู่ขนาน กับเส้นริ่มผาครับ ไปเส้นหลังสายตัดใหม่

เราจะไปดู ทุ่งกระดุมเงินกัน ทางสายนี้น้อยคนที่จะเดิน เพราะไม่มีอะรัยให้ดู

แต่คนที่รู้ เท่านั้นครับ (ผมไปดูมาแล้ว) ทุ่งกระดุมเยอะมากและมีดอกหรีดให้ชมด้วย(ตามรูป)



จากทุ่งกระดุมตรงนี้ เราไม่ต้องรีบแล้วครับ ผาหมากดูก อีก 100 เมตรก็ถึงแล้ว

เราถึงผาหมากดูก แวะไปกินอะรัยรองท้องก่อนเลยครับ ไข่ปิ้ง สูดยอด มันเผาอีก

พักขาให้สบาย กินน้ำเย็น แล้วเดินเลยร้านค้ามาหน่อย ทางซ้ายมือของป้ายบอกชื่อน่ะครับ

ขึ้นเนินไปนิดเดียว ตรงนี้ ไม่มีใครมาดูกันเท่าไหร่ คนจะเเห่ดูที่ต้นสนตรงป้าย(หน้าร้าน)

เลือกทำเล ตรงต้นสนคู่ครับ พระอาทิตย์ จะลับขอบฟ้าตรงนี้ครับ

สวยกว่าหน้าร้าน เสียอีกครับ ต้องไปพิสูตรดูน่ะครับ



ถ้าไม่อยาก ให้เหนื่อยมาก ก็ดูลับขอบฟ้าแล้วก็กลับเลยครับ

แต่ใครยังอยากเก็บบรรยากาศ ก็รอแสงสุดท้ายเลย แล้วกินข้าวเย็นเสียที่นี้

หรือก็รีบกลับ อีก 2 กิโล ไปที่ทำการ อาบน้ำกินข้าวเย็นกันครับ

เส้นทางนี้ถือว่าหนักเอาการทีเดียว สำหรับคนที่ เคยเดินหนักมาแล้วก็ไปได้ครับ

แต่ถ้าใครยังไม่เคยเดินหนักๆ ก็แนะนำให้ออกมาทางลานพระพุทธ น่ะครับ

แล้วกลับที่ทำการ เย็นค่อยออกมา ผาหมากดูก หรือไม่ก็พักเลย

วันนี้ ก็หมดไปอีกวัน วันพรุ่งนี้ นาย วิทจะพาท่านไป ดูน้ำตกสอเหนือกันครับ ตามนาย วิทไปครับ




 

Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2552 3:35:35 น.
Counter : 1873 Pageviews.  

" แผนที่ทางเดิน ริมผา "

เริ่มเดินกันเลยคราบ ลานกางเต็นท์--->องพระฯ




หลังจาก กินข้าวเช้าเสร็จแล้ว(ใครจะซื้อข้าวห่อไปด้วยก็ได้)

ถ้าติดใจรสชาติ ร้านโปรด แต่ถ้าง่ายๆ ก็ไปกินเอาข้างหน้าครับ ตามผามี

เราออกเดินจาก ลานกางเต็นท์ มาทาง เมื่อวานที่ มาดู พระอาทิตย์ตก

แวะที่สะพานก่อนครับ (ถ้ามาช่วง กุมภา)จะมีต้นกุหลาบแดงอยู่ที่นี้

อยู่ตรงหัวสระพาน และอีกต้นเดินไปทาง พระพุทธเมตตา ทางขวามือ




เดินมาได้ประมาณ 600 เมตร เราก็ถึงองพระฯ เข้าไปกราบพระก่อนครับ

เพื่อเป็นมงคลแก่ชีวิต ที่นี้จะมีพวกดอก ไม้ให้ชมด้วยครับเช่น เอื้องเทียน(เดือน กุมภา)

ดอกกินกุ้งน้อย ดอกหญ้าคำ และ ดอกกุ่ง




จากตรงนี้ หันหน้าหาองค์พระฯ ทางขวามือไปน้ำตกเพ็ญพบ โพนพบ วังกวาง

มองตรง จะไป น้ำตกถ้ำใหญ่ สอเหนือ สระอโนดาต ผาหล่มสัก

มองทางซ้ายมือไป สระแก้ว ผานาน้อย วันนี้เราจะไปหน้าผากัน

ออกจากองค์พระ --->สระแก้ว ระยะ 700เมตร

ทางเดินจะมีดอกหรีดให้ดู ต้นสนสองใบสวยมีจอกบ่วาย

ดอกเปราะภู (เดือน เมษา) ว่านมหาเมฆ (เมษา) มอสเขียวๆ




ที่สระแก้ว ถ้ามาช่วงหน้าฝนน้ำจะเยอะ ใส่ หน้าแล้งน้ำน้อยเดินเลย

มาทางด้านบน จะมีทุ่งกระดุมให้ชม และมีพวก หยาดน้ำค้าง




สระแก้ว ---> ผานาน้อย ระยะ 800 เมตร ทางเดินช่วงนี้จะเป็นต้นสนเล็กๆ

ช่วงต้นสนนี้จะมีนกหลายชนิดให้ชม จำพวกหัวขวาน และมีดอก เทียนภูให้ชม




เดินต่อไปกลางทุ่งหญ้า แดดแรงพอสมควรครับ แต่ถ้ามาช่วงฝน ลมเย็นดี

จากตรงนี้ไปอีกประมาณ 600 เมตร เราก็จะถึงผานาน้อยแล้ว



และแล้วเราก็มาถึง ผานาน้อย ที่นี้ มีร้านค้า สามร้านเลือกนั่งได้เลย

มีส้มตำด้วยน่ะคราบ เอาเสื่อจากร้านค้าไปปู นอนที่ ริมผา พักก่อนแล้วเดินต่อ



จากผานาน้อย ---> ผาเหยียบเมฆ ระยะ 2 กิโล

ช่วงนี้ เราจะเดินตามผาไปรับลมเย็น เสียงสนต้องลมดังหวิวๆ

ทางเดินจะมี ดอกผักปาบ ดอกดาวเรืองภู หม้อข้าวหม้อแกงลิง

กระดุมเงิน หยาดน้ำค้าง และวิวต้นสนสวยให้เก็บ (เมื่อก่อนฟิล์มผมหมดไปหลายม้วน)

ถ้าโชคดี เราอาจได้เจอ นกพญาไฟเล็ก บินกันเป็นฝูงใหญ่

เดินกันไปดู ความงามของต้นไม้ไป เราก็ถึง ผาเหยียบเมฆ



ณ ผาเหยียบเมฆ จะเป็นหน้าผาที่โลง มีหินยื่นออกไป ถ่ายรูปได้สวยงาม

มีหลายมุมให้เลือก ส่วนใหญ่จะเป็นก้อนหิน ก้อนนี้ครับ ถ้าเรามอง

ไปทางตะวันตก เราจะเห็น ภูผาจิตร หรือ ภูหอ ถ้าวันไหน ฟ้าเปิดจะเห็นชัดเจนมาก

ที่ผามีร้านขายของ สามารถ กินข้าวกลางวันได้ที่นี้ เพราะเวลาก็จะประมาณเที่ยง

จากผาเหยียบเมฆ ---> ผาแดง ระยะ 1.5 กิโล

เส้นทางเดินก็จะเหมือน ช่วงที่มาจาก นาน้อย แต่ช่วงนี้จะมีหม้อข้าวหม้อแกงลิงเยอะ

และมี กุหลาบขาว ดอกพวงชมพู ให้ดู มีพวกต้นไม้แปลกตาให้เห็น

สำหรับคนที่ชอบ ศึกษาเรื่องต้นไม้จะได้จากแถวนี้เยอะ




ถ้าสังเกตุดีๆ เราจะเห็น ดอกกุ่ง กระดุม และต้นไม้มีลูกสีขาวเล็กๆ ห้อยเป็นพวง

เรียกว่าส้มแปะ แต่ต้องสังเกตุกันดีน่ะครับ เอารูปให้ชมจะได้รู้จัก




ถึงผา แดงเสียที ที่นี้ก็มีร้านขายของครับ แต่มีเฉพาะช่วงไฮ ช่วงโล ไม่มี

ที่หน้าผา มีดอกหางเสือลาย ดอกดาวเรืองภู และมีผาหล่มสักน้อย



ผมชอบที่จะมานั่งดูพระอาทิตย์ตกที่นี้ เพราะคนไม่เยอะ และก็สวยด้วย

ที่เขาเรียกว่าผาแดงเพราะ ถ้าเรามองมาจากด้านล่าง ผาตรงนี้จะเห็นเป็นสีแดง

และใต้หน้าผา จะมีถ้ำ และมีน้ำซับ ชาวบ้านที่ขายของที่นี้จะไปเอาน้ำมาใช้กัน

จากผาแดง ---> ผาหล่มสัก ระยะ 2.5 กิโล

ทางช่วงนี้จะเหมือน กับทาง ผาเหียบเมฆมา ผาแดง แต่จะมี หม้อข้าวเยอะกว่า

และจะมี ทุ่งหญ้า ดอกสวยๆเยอะ ยิ่งแดดตอนเย็นๆ ทำให้เป็นสีทองสวย

จะมีก่อนหิน หน้าตาแปลกให้ดู ทางเดินจะเป็นถนนทรายเดินลำบากหน่อยครับ

แล้วเราก็มาถึง ผาหล่มสัก สุดฮิต ที่นี้มีร้านค้าเยอะครับ ช่วงโลก็ยังมีอยู่





เราจะใช้เวลาเดินทางมาถึงผาหล่มสัก ประมาณ บ่าย 3 โมง แล้วไปพักขากันที่ร้าน

หายเหนื่อย รีบไปเก็บภาพ ช่วงคนน้อยไว้ก่อนครับ ยิ่งเย็นๆคนเยอะ

ถ้าช่วงเทศกาลไม่ต้องพูด ต่อคิวกันยาว ถึงร้านค้าเลย อิอิอิ มีมุมถ่ายรูปให้เลือกเยอะครับ




เมื่อถ่ายรูปเสร็จ ก็หาที่ร่มๆ ปูเสื่อนอนเอาแรงกันก่อน ช่วงนี้คนที่มา ผาหล่มสัก

จะเริ่มทยอยกันมาถึง ทั้งที่มาจากริมผา และมาจากน้ำตก จะเริ่มเยอะ

เห็นว่าจะเยอะแล้วก็รีบไปจับจองทำเล ชมกันครับ ช่วงปลายฝน จะตกตรงต้นสน

ถ้าช่วง หน้าแล้ง จะตกหลังต้นสนน่ะครับ จำไว้จะได้ หาทำเลถูก



ชมกันจนหนำใจแล้วก็เดินทางกลับครับ ช่วงนี้แหละที่จะได้รู้จัก พูดคุยกับเพื่อนเดินทาง

เพราะเราต้องเดินไปเป็นกลุมๆ และต้องมีไฟฉาย ถ้าไม่มีแวะซื้อโคม ตามร้านได้

ทางเดินที่ ปลอดภัยที่ สุดคือ เดินตามทางหน้าผา มาที่ผาหมากดูก และไปที่ทำการ

ทางเส้นอื่นอันตรายครับ เพราะไม่แน่จะเจอหมาไน หรือช้างได้

เราจะมาถึง ลานกางเต็นท์ ประมาณ 2-3 ทุ่มแล้วแต่ความสามารถ

ไปอาบน้ำกิน ข้าว นอนเอาแรงไว้วันพรุ่งนี้ นาย วิทจะนำท่านไป น้ำตกกัน




 

Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 30 ตุลาคม 2551 23:03:09 น.
Counter : 1209 Pageviews.  

" แผนที่ทางเดิน บนภูกระดึงช่วงเช้า "

เราเริ่มเดินต่อ จากหลังแป

จากที่เรามาถึงหลังแปแล้ว เราต้องเดินต่อ อีกประมาณ 3.5 กิโล เส้นทางจะเป็น ทางราบ



เพื่อไปถึงที่ทำการ(ลานกางเต็นท์) ถึงที่ทำการ ติดต่อ เช่าเต็นท์ เช่าเสื้อ ผ้าห่ม หมอน




หรือติดต่อ รับบ้านพัก สำหรับผู้ที่จองบ้านมา และรอรับ สัมภาระ จากลูกหาบ

แต่ถ้าใครหิวก็ไปกินข้าวก่อน เพราะลูกหาบจะเดินมาช้ากว่าเรา ได้ของแล้วไปจับจองที่กางเต็นท์





จากศูนย์บริการ ---> ผาหมากดูก ระยะทาง 2 กิโล เดินไปตามป่าสนสองใบ เราสามารถ

ไปชมพระอาทิตย์ ตกได้ ในเย็นของวันที่ เราขึ้นมาถึงภูฯ หลังจากอาบน้ำเสร็จ พักหายเหนื่อย




สัก 5 โมงเย็นก็เริ่มเดินไปผา หมากดูกได้ สบายไม่ต้องรีบ ระหว่างทางจะมี ดอก ไม้ให้ชม

เช่น ใบพาย เอนอ้า ส้มแปะ จำปาภู(ช่วงธันวา) กุหลาบแดง(สะพานข้ามน้ำ เดือน กุมภาน่ะ)



ปกติ คนเราสามารถเดินได้ 1 ชม.ประมาณ 4 กิโล รอชมพระอาทิตย์ แสงสุดท้ายได้เลย

อย่าลืมเอา ไฟฉายไปด้วยน่ะครับ เพราะเดินกลับมันมืด

ศูนย์บริการ---> ผานกแอ่น ระยะทาง 1.1 กิโล เราควรออกจาก ศูนย์ประมาณ ตี่ 5 (อย่าลืมไฟฉาย)



ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวต้องไปรวมกันที่ ทำการก่อน แล้วเดินไปพร้อมกัน โดยมีเจ้าหน้าที่นำ

เมื่อก่อนไปกันเองไปใครไปมัน แต่มีเหตุการณ์ช้าง มาฆ่านักท่องเที่ยว เสียชีวิตหลายราย




ก่อนที่เราจะไปถึงผานกแอ่น เราจะผ่าน ลานพระแก้วก่อนแต่ยังไม่สว่าง

มองรัยไม่เห็น เราต้องไปดูพระอาทิตย์ก่อน แล้วค่อยกลับมาที่ลาน




เดินต่อไปอีก 500 เมตร จากลานพระ จะถึง ผานกแอ่น ก็เลือกทำเลกันเลย

ชมความงานของ พระอาทิตย์ขึ้น แล้ว ก้แวะมาดู จอกบ่วาย

บริเวณหน้าห้องน้ำ ที่ผา หรือชม กุหลาบขาว ข้างห้องน้ำ(เดือน มีนา)




แล้วกลับมาที่ ลานพระ แวะดู มอส ไลเคนสวย เดินออกมาจากผา

ประมาณ 200 เมตร ข้างๆทางเดิน เราจะเจอ พวก ไลเคนสีเขียว




และข้าวตอกฤาษี นุ่มน่านอน และพวกกระดุมเงิน มีจำปีภูฯให้ชมด้วย




เดินต่อมายังลานพระฯ ไปกราบพระเป็นศิริมงคล ในการเดินทาง

ตรงนี้จะมีพวก พองหิน มอส ไลเคนให้ชม และเดินไปหลัง ลานพระฯ

จะมีหน้าผาวิวสวยให้ ถ่ายรูปกัน ต้องไปดูน่ะครับ




และเดินออกจาก ลานพระนิดหน่อย เราจะเจอ ทุ่ง ดุสิตา
และสร้อยสุวรรณา

เดินผ่านทุ่งหญ้า มีพวกดอกแอนอ้าให้ดูอีก แล้วเราก็เดินกลับไปที่ทำการ

กิงข้าวเช้า แล้วเตรียมตัวไปเดิน หน้าผากัน นาย วิทนำทางเองครับ





 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 30 ตุลาคม 2551 23:01:51 น.
Counter : 3162 Pageviews.  

1  2  3  

นาย วิท
Location :
ระยอง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีครับ blog นี้นำเสนอสถานที่ท่องเที่ยว และข้อมูลเล็กๆที่ ข้าพเจ้าชอบ
เพื่อจะเป็นแนวทางให้บุคคลทั่วไปได้เอาไปใช้บ้างครับ
Friends' blogs
[Add นาย วิท's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.