เที่ยวสบายสไตล์ WiL
Group Blog
 
All blogs
 
Backpack Macau Part III

ภาคสามมาแล้วค่ะ ^_^

เดินผ่านโบสถ์ขึ้นไป เหมือนเป็น mansion สีสวย ๆ เรียงกันเต็มไปหมด จน
ไปสุดที่วัดเล็ก ๆ และเป็นทางตัน เราจึงเดินอ้อมกลับมาโดยอ้อมมาทางด้าน
หลัง ปรากฏว่าเป็นหมู่บ้านค่ะ มีเด็ก ๆ กะลังเล่นบาสกันน่าสนุก เดินทะลุออก
มาทางเดิมค่ะ







ไฮไลต์อีกจุดนึงของที่นี่คือ ทาร์ตไข่ ที่เป็นร้าน original ที่อร่อยที่สุดในมา
เก๊าค่ะ ชื่อว่า Lord Stow’s Bakery เราชิมทาร์ตไข่ที่ร้าน Tea Plus ใน
Senado Square มาแล้ว ถึงได้รู้ว่ารสชาติมันต่างกันจริง ๆ ทาร์ตไข่ที่ร้านนี้
แป้งกรอบ และหวานกำลังดี กินกับโค้กเย็น ๆ อร่อยมากทีเดียว แต่คงต้อง
ไปกินสด ๆ ที่ร้านเลยค่ะ ไม่งั้นไม่ได้รสชาติ















หายเหนื่อยแล้วเดินทางต่อโดยแท็กซี่ไปสักการะเจ้าแม่กวนอิมค่ะ จริง ๆ
แล้ว เรานั่งรถเมล์เลยมาลงที่โคโลอานเนื่องจากว่าลงไม่ทันค่ะ เลยแวะเที่ยว
โคโลอานก่อนแล้วย้อนกลับไปที่เจ้าแม่กวนอิมใหม่ พวกเราให้แท็กซี่จอด
ริมถนน และรอ shuttle bus ขึ้นเขาไปที่เจ้าแม่กวนอิม

ระหว่างทางคดเคี้ยวน่ากลัวทีเดียว เหมือนแม่ฮ่องสอน ยังไงยังงั้น อากาศ
ตอนสายร้อนมาก จนต้องถอดสเวตเตอร์ แต่อากาศแจ่มใส และฟ้าสวย
มาก ถ่ายรูปได้ขึ้นดีทีเดียว เจ้าแม่กวนอิมสีขาวสูงใหญ่ตระหง่านอยู่บนยอด
เขา เป็นภาพที่ดูแล้วน่าเกรงขาม แต่สีขาวตัดกับสีฟ้าใสของท้องฟ้า สวย
งามมากค่ะ ^_^















ขากลับนั่ง shuttle bus ออกมาที่เดิม เดินข้ามถนน นั่งรถเมล์กลับไปที่
venetian เพื่อจะเข้าไปดูในมอลล์ค่ะ เราเก็บภาพด้านนอกของ venetian
ตั้งแต่วันแรก วันนี้เลยเข้าไปข้างในเลย มีช็อบหรูมากมายที่หาได้ไม่ยากใน
เมืองไทย แต่สิ่งที่เราอยากเห็นคือ คลองเวนิซจำลอง มีเรือล่องด้วยนะ
ราคาคนละประมาณห้าร้อยบาท แต่ดูแล้วไม่คุ้ม และไม่น่าสนุก จึงได้แต่เก็บ
ภาพไว้













เดินวนไปวนมาจนเมื่อย เย็นแล้วค่ะ เดินกลับไปที่ food street เพื่อทานข้าว
เย็น เห็นร้านลูกชิ้นเสียบไม้แปลก ๆ ค่ะ ดูคล้ายร้านลูกชิ้นในเกาหลี ลองซื้อ
มากินค่ะ สั่งไม่เป็นเลยหยิบส่ง ๆ ให้อาแปะ อร่อยค่ะ น้ำจิ้มคล้าย ๆ กับซอส
พริกผสมกับกระเทียม กินร้อน ๆ ตอนหนาวเนี่ย ดีสุดค่ะ



พอได้อาหารรองท้องแล้วก้อถึงเวลาเมนูหลักค่ะ เดินเจอร้านอาหารไทยอีก
แล้ว เข้าไปกันเลย อาหารที่นี่อร่อยกว่าที่เมืองไทยอีก อาจจะเป็นเพราะว่า
ถ้าเค้าไม่ดีจริง คงไม่สามารถอยู่รอดในต่างแดนได้ละมั้ง เนื่องจากเราเข้า
ไปทานข้าวตอนหัวค่ำ จึงยังไม่ค่อยมีลูกค้า เล่นเอาสงสารเจ้าของร้านกัน
เลยทีเดียว แต่พอดึกหน่อย เริ่มมีลูกค้าทั้งชาวต่างชาติและคนไทยทยอย
เข้ามาค่ะ มีทั้งนั่งกินที่ร้าน และนำกลับด้วย โดยรวมแล้วร้านนี้ขายดีทีเดียว
ค่ะ ส่วนพนักงานเสริฟ พอรู้ว่าเราเป็นคนไทย ดูเค้าดีใจที่ได้เจอ คงเพราะ
เค้าอยากได้คุยกับคนไทยบ้างกระมัง ทานข้าวเสร็จ เดินกลับที่พักค่ะ หมดทริปวันที่สอง ^_^

เช้าวันสุดท้าย ตื่นเช้ามาเช็คเอาท์ และฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม เดินมากิน
ข้าวที่ร้านเก่า เราสั่งเมนูเดิม เพราะติดใจ อร่อยจริง กลั้วคอด้วยกาแฟร้อน
เค้าใส่นมสดมาเยอะมาก แต่ให้เติมน้ำตาลเอง ดีค่ะ เพราะเราไม่กินหวาน

ทานข้าวเสร็จแวะกลับไปที่ Senado Square เพื่อซื้อของฝาก มาเก๊าเป็น
เมืองเล็กจริง ๆ เที่ยวแค่สองวันก็หมดแล้ว โดยมากจะเป็นโบสถ์สวย ๆ
คล้ายกันหมด จึงไม่จำเป็นต้องเข้าทุกที่ (ดูรูปโบสถ์สวย ๆ กันค่ะ)














ก่อนเข้า Senado Square แอบ
เห็น ร้านขนมดังของฮ่องกงค่ะ ^_^ AJI CHIBAN นั่นเองค่ะ เค้ามาเปิดสาขา
เล็กที่มาเก๊าด้วย แต่ขนมไม่เยอะค่ะ ไม่มีแพ็คใหญ่ แต่ก็ได้ช็อคโกแลตมา
ฝากเด็ก ๆ แล้วล่ะค่ะ

เดินออกมาที่ Senado Square อีกรอบ ของฝากก็เป็น โก๋อ่อน / ถั่วตัด
(แบบนิ่ม) ที่มีทั้งแบบใส่งาดำ ใส่มะพร้าว และ แบบธรรมดา) และที่ขาดไม่ได้ ทาร์ตไข่ค่ะ ขนมขึ้นชื่อของมาเก๊า ถึงแม้จะไม่ใช่ร้าน Lord Stow’s แต่
ก็พอได้นะ ชื่อร้าน Tea Plus ค่ะ



ได้ของฝากเรียบร้อยเดินไปหาข้าวกลางวันทานในห้าง New Yaohan



การซื้ออาหารในฟู้ดเซ็นเตอร์ของเขาแปลกมาก เราไม่สามารถแลกคูปอง
แล้วเดินไปซื้อได้ตามปกติ ต้องเอาโค้ดของอาหารที่เราอยากกินไปบอกให้
เค้ากดราคา และนำมาซื้อ พอสั่งอาหารแล้ว เค้าจะให้บัตรคิว ดูตัวเลขตามที่
วิ่งอยู่ตรงหน้าร้าน ถึงคิวก็ไปเอา ถ้าไม่มีร้านอาหารไทยที่นั่น เราคงสั่งไม่
เป็นแน่นอน ดีว่าเค้าช่วยเขียนโค้ดและบอกวิธีการสั่งให้ เราเลยได้กินอาหาร
ไทยกันอีกมื้อ แถมด้วยข้าวผัดกิมจิ และเครปกล้วยหอม

นั่งพักผ่อนพอหายเมื่อย ก็นั่งแท็กซี่กลับที่พัก พร้อมเก็บกระเป๋าขึ้นเครื่อง
ตอนสี่โมง มาถึงสนามบิน เพิ่งสังเกตว่ามันเป็นสนามบินที่เล็กมาก ๆ เหมือน
สนามบินต่างจังหวัด บ้านเรา แปลกนะ ทั้ง ๆ ที่เป็นสนามบินสนามเดียวของ
ประเทศ เราคิดว่าคงไม่ค่อยมีคนเดินทางมาลงที่มาเก๊าโดยตรง ส่วนใหญ่จะ
ไปลงที่ฮ่องกงและนั่งเรือข้ามมาเที่ยวมากกว่า ซึ่งถ้าเราไม่ได้ไปฮ่องกงมา
แล้วสองรอบ คงได้นั่งเครื่องไปลงฮ่องกงเหมือนกัน ^_^ ได้เวลาขึ้นเครื่อง
โดยสายการบินมาเก๊าเช่นเดิม กลับเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ








โดยรวมแล้วมาเก๊าจัดเป็นเมืองที่โรแมนติก ประกอบกับตึกสไตล์ยุโรปสีสัน
สวยงาม เหมาะแก่การฮันนิมูนเป็นอย่างยิ่ง แต่การเดินทางท่องเที่ยวในมา
เก๊านั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด เนื่องจากไม่สามารถสื่อสารกันได้ และป้ายบอก
ทาง ก็ไม่มีภาษาอังกฤษ มีแต่ภาษาจีน / โปรตุเกส ทำให้ยากแก่การถาม
ทางและอ่านแผนที่การเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ในมาเก๊านั้น ถ้าสะดวกที่สุดก็
คือแท็กซี่ เราสามารถบอกให้เค้าไปส่งยังจุดท่องเที่ยวใหญ่ ๆ และเดินเที่ยว
รอบ ๆ ได้เนื่องจากสถานทีท่องเที่ยวมักจะต่อ ๆ กันไป เดินกันจนหนำใจ
แล้วค่อยเรียกแท็กซี่กลับ คนมาเก๊าทั่วไปดูอัธยาศัยดี (เว้นแต่คนขับรถ
เมล์) อาจจะเป็นเพราะเห็นเราเป็นนักท่องเที่ยว

สรุปแล้วทริปนี้เป็นทริปที่น่าประทับใจอีกทริปหนึ่งค่ะ แล้วเจอกันทริปต่อไป
ที่สมุยนะคะ


Create Date : 28 เมษายน 2552
Last Update : 1 กันยายน 2552 20:56:23 น. 1 comments
Counter : 559 Pageviews.

 
ตามไปเที่ยวด้วยคนค่ะ ท่าทางสนุกจัง


โดย: คบคนด้วยใจ วันที่: 3 พฤษภาคม 2552 เวลา:3:36:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

travelsaint
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add travelsaint's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.