"ความสามัคคีปรองดอง เป็นกำลังอย่างสูงสุดของชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ความสามัคคีของคนในชาติ จะทำให้บ้านเมืองผ่านพ้นอุปสรรค และทำให้สังคมไทย ร่มเย็นเป็นสุข" พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
สนใจลงโฆษณา ในพื้นที่ข้างบน ติดต่อ email : nana_sara1000@ymail.com
Home Lover’s Corner นานา สาระ๑๐๐๐ นานา สารพัด พระพุทธประวัติ ภาคพิเศษ
Travel Around the World Real Estate Buyer's Guide สุขภาพกาย สุขภาพใจ Pets & Animals
ปางพระพุทธรูปตามพุทธประวัติ Horoscope 12 ราศี พระพุทธศาสนา World of Beautiful Musics
ขุนทอง อสุนี ตอนที่ 2 : ชีวิตที่ลิขิตไม่ได้

ขุนทอง อสุนี : ชีวิตที่ลิขิตไม่ได้

กลับเมืองไทยด้วยดีกรี Bachelor of Science แนววิทยาศาสตร์เต็มตัว แต่งานแรกที่ไปสมัครและได้ทำงานที่นั่นเลยคือ สยามกลการ การดนตรีครับ ทำหนังสือ ดนตรีที่รัก เกี่ยวกับดนตรีล้วนๆ และในช่วงนั้น เขาก็เข้าประกวดร้องเพลงของสยามกลการ สยามป๊อบมิวสิคเฟสติวัล ด้วยแนวร็อคสุดๆเพียงคนเดียว กรรมการเลยให้คะแนนไม่ถูก แต่ก็ยังติด 1 ใน 10




อยู่สยามกลการได้สักพัก ก็มาอยู่กับ Blank International หรือที่นักฟังเพลงรู้จักกันดีในนาม Blank 107 นั่นเอง แต่ไม่ได้เป็นดีเจ เป็นบก.หนังสือ The Quiet Strom และมีคอลัมน์วิจารณ์เพลงไปด้วย นี่เป็นจุดเริ่มต้นของงานเขียนที่สร้างชื่อเสียง จากนั้นก็เริ่มงานวิจารณ์เพลงในนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ ด้วยลีลาคารมที่คมคาย ทิ่มแทงตามแบบฉบับของเขาเอง บวกกับสำนวนบรมครูของรงค์ วงษ์สวรรค์ ทำให้การวิจารณ์ ให้รสชาติผู้อ่านมาก ที่ดังๆ ก็เห็นจะเป็นตอนที่วิจารณ์เพลงของพงษ์พัฒน์ และของฉัตรชัย นี่!!! กลายเป็น talk of the town ทีเดียว เพราะคงไม่มีใครกล้าวิจารณ์ดาราดังได้ตรง และแรงขนาดเขาอีกแล้ว (เรื่องปากเขานี่ คนที่ดูไพ่กับเขา ถ้ามีอะไรไม่สบอารมณ์ก็โดนเหมือนกันครับ เพราะเขาปากกับใจตรงกัน ประจบไม่เป็น)



จากการเป็นนักวิจารณ์เพลง ก็เริ่มเป็นนักเขียน เขารู้จักสนิทสนมกับนักเขียนรุ่นเก่าๆมากมาย โดยเฉพาะนักเขียนในดวงใจ รงค์ วงษ์สวรรค์ และก็เขียนมาเรื่อยๆ มีผลงานเขียนอย่างสม่ำเสมอ และก็ยังไม่ได้ใช้วิชาที่ร่ำเรียนจบปริญญามาแต่อย่างใด ช่วงมาใหม่ๆนี่เขาเริ่มขยับดูไพ่ยิบซีบ้างแล้ว ดูให้ผมบ้าง ดูให้เพื่อนบ้าง แค่สนุกๆ ไม่ได้ซีเรียสอะไร และเมื่อเริ่มดูไพ่ ก็เริ่มมีการเขียนคอลัมน์ดูดวงตามมา ที่มีแฟนๆติดตามกันเยอะก็คงในแพรวสุดสัปดาห์ Image และอีกหลายเล่ม มากมายจนในที่สุด ก็ได้มีการไปตีพิมพ์รวมเล่ม และขายแบบระเบิดเถิดเทิงอย่างที่เห็น



ขุนทอง อาจเล่นดนตรีไม่โดดเด่นมากเหมือนคนอื่น เป็นนักร้องก็ไม่ดัง แต่หัวคิดเขาก็ชอบริเริ่มทำอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ มาคราวนี้เป็นผู้จัดการวงซะเลย เป็นผู้จัดการวงให้วง “โซดา” (มี โอ้ โอฬาร พรมใจ นำทีม โป่ง ปฐมพงษ์ พิทักษ์ ศรีสังข์และแตงโม ฉัตรพงษ์ นิยมไทย ) ขุนทอง จัดการทำเทปออกขาย โดยสังกัด แกรมมี่ ซึ่งตอนนั้นเพิ่งเริ่มก่อตั้ง ยังไม่มีใครรู้จัก ขุนทองติดต่อพี่เต๋อ ให้ทำเทปให้ โดยมีพี่เต๋อเป็นโปรดิวเซอร์ให้ด้วย แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะความใหม่ ทั้งนักดนตรีก็ใหม่ วงก็ใหม่ บริษัทแกรมมี่ก็เพิ่งตั้งใหม่ (ขุนทองเอามาให้ผมฟัง ผมเองได้ฟังแล้ว ก็รู้สึกว่าเฉยๆ ยังไม่มีอะไรติดใจ แต่เทปของโซดาก็ยังเก็บไว้อยู่อย่างดี ไม่ได้ทิ้งขว้าง)



ช่วงจังหวะหนึ่ง ขุนทอง ได้ไปเป็นดีเจที่พัทยา ตอนนั้นเรื่องดีเจ เปิดแผ่นก็ยังไม่ค่อยมีในเมืองไทย เป็นยุคของ “ดิสโก้” แต่เขาได้ประสบการณ์มาจากอเมริกา รู้เรื่องอุปกรณ์ เครื่องใช้เครื่องเสียงต่างๆอย่างดี จึงเป็นงานที่ไม่ยากสำหรับเขา แต่ด้วยความใหม่ในเมืองไทยของเพลง “ดิสโก้” นี่เอง คนฟังก็ยังไม่ค่อยรู้จักเพลง ยังไม่ค่อยแสดงออก เพลงมันๆก็ไม่กล้าเต้น รู้จักแต่เพลง billie gene ที่เปิดเมื่อไหร่ ค่อยลุกมาเต้น เหมือนว่าเป็นเพลงเปิดฟลอร์ ทำงานไปสักพักจึงเริ่มเซ็ง พอสมัครงานที่มาเก๊าได้ ก็รีบไปทันที ที่มาเก๊านี่เขาทันสมัยกว่าเมืองไทยมาก คนฟังเพลงเก่งกว่ามาก เปิดเพลงอะไรก็ขยับได้หมด

ชีวิตเริ่มเข้าวงจรของนักทำนาย ที่นี่นี่เอง เพราะงานดีเจ เป็นงานกลางคืน ใช้เวลาไม่มาก เวลาว่างช่วงบ่ายๆก็ไปนั่งเล่นร้านเสริมสวยที่มีสาวไทยไปใช้บริการกันอยู่ ไพ่ยิบซีที่ติดตัวไปแก้เหงา ก็ได้ออกมาใช้งาน มีลูกค้ามาดูกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะคำร่ำลือกันว่าแม่น แบบไม่ต้องออกแรงโฆษณา ดูจนกลายเป็นอาชีพอีกอาชีพหนึ่งไปเลย แม้กระทั่งปัจจุบัน ก็ยังมีชาวฮ่องกง ที่เป็นลูกค้าบินมาใช้บริการถึงเมืองไทย หลายสิบคนทุกปี ขณะเดียวกัน ขุนทองยังขยันเขียนเรื่องส่งกลับมาเมืองไทย ให้มติชนสุดสัปดาห์ ก็เรื่องเกี่ยวกับการดูไพ่ยิบซีที่นั่น และย่อมพาดพิงไปถึงบรรดาลูกค้าสาวไทย ที่ทำงานบริการ ทำให้ไม่พอใจและเลิกใช้บริการไปเลย เมื่อหมดสัญญาดีเจ จึงถึงเวลากลับเมืองไทย หาอะไรทำที่ท้าทายกว่างานดีเจ ที่เริ่มแก่เกินไปแล้ว กลับมาเมืองไทยขุนทองก็พักตัวเองด้วยการบวชทดแทนคุณบิดามารดา ตามธรรมเนียมไทย ที่วัดในนครสวรรค์อยู่ 1 พรรษาเต็ม เมื่อสึกแล้วจึงกลับเข้ากรุงเทพฯ



มาใหม่ๆยังไม่มีงานประจำทำเป็นหลักแหล่ง ก็รับดูไพ่ยิบซีไปก่อน ฆ่าเวลา วันหนึ่ง ได้ไปดูที่ร้านของพี่นิวัติ เกจินู้ด พอดีเป็นจังหวะที่ “ลัดดาซุบซิบ” เข้ามาทานอาหารพอดี ก็เลยได้โอกาสดูให้ด้วย และก็เลยไปเขียนข่าวใน “สกุลไทย” ทำให้มีคนอยากดูกันมาก คงเพราะดวงมันมาทางนี้จริงๆ ไอ้ที่อยากทำไม่ได้ทำ เมื่อเริ่มมีชื่อก็หาสถานที่ได้ไม่ยาก สักพักก็ได้เป็นหมอดูประจำโรงแรมมณเฑียร ที่มีระดับที่สุดในเวลานั้น ช่วงเวลาเพียง 6 เดือน คิวของขุนทองก็ยาวเหยียดเป็นหางว่าว จะว่าแม่นหรือไม่ ขุนทองก็มักจะออกตัวว่าอ่านไปตามไพ่ ผมก็เห็นว่า เขาว่าไปตามไพ่ที่ขึ้นจริงๆ แต่เขาสามารถบรรยายความหมาย และความสัมพันธ์ ของไพ่แต่ละใบได้อย่างต่อเนื่อง และบอกออกมาหมด ไม่เก็บงำอำพราง ไพ่ขึ้นยังไงก็ว่าไปตามนั้น ไม่กลัวใคร ไม่เกรงใจใคร เพราะเขาคิดว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นประโยชน์กับลูกค้า แม้ว่าบางเรื่องลูกค้าฟังแล้วจะไม่ชอบ แต่ถ้าลูกค้ารู้จักจัดการกับสิ่งที่ได้รับรู้ ลูกค้าจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่ขุนทอง ไม่ใช่คนพยากรณ์ เพราะไม่ว่าจะดูแม่นหรือไม่แม่น เขาก็ได้ค่าดูอยู่แล้ว ลูกค้าของขุนทอง จึงมีมาแบบปากต่อปาก แนะนำกันมา หรือดูแล้วก็ต้องกลับมาดูอีก อย่างสม่ำเสมอ ไม่ขาด และกลายเป็นอาชีพหลักมาจนทุกวันนี้



เมื่อขึ้นสูงสุด ก็ต้องมีต่ำสุด เป็นธรรมดา แต่ของขุนทอง มันมากกว่านั้น มันยิ่งกว่ากราฟที่วิ่งขึ้นลงของตลาดหุ้นเมืองไทย วันดีคืนดี เกิดเป็นปากเสียงกับภรรเมีย โดยมีพี่สาวภรรยาเป็นคู่กรณีด้วย และเรื่องก็บานปลายจนถึงกับขึ้นโรงขึ้นศาล ขุนทองอาจจะประมาทไปในเรื่องนี้ ไม่คิดว่าการทำร้ายภรรยา เพราะเหตุทะเลาะวิวาท จะต้องถึงกับติดคุก ติดตาราง ข่าวขุนทองขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ทุกฉบับ ไปหลายวัน แต่ขุนทองก็สู้คดีกันถึง 3 ศาลเลย ที่ผมว่าเขาประมาทนั้น เพราะเขาคงคิดว่าคดีแบบนี้เป็นคดีเล็กๆ ไม่น่ามีอะไรมาก จึงไม่ได้สนใจที่จะหาทนายเก่งๆมาว่าความให้ ทั้งๆที่เขาจ่ายค่าทนายไปในการสู้คดีนี้ถึง 4 แสนบาท แต่เขามารู้ภายหลังว่าทนายคนแรกที่ว่าความให้เขานั้น เป็นทนายที่ว่าความแต่คดีเช็คมาก่อน แต่ด้วยความที่เพื่อนแนะนำมาก็โอเค ดังนั้นเมื่อพลาดไปในศาลชั้นต้นแล้ว ศาลต่อๆไป ก็ตกเป็นรองตลอด เขามานั่งคิดดูภายหลัง หลังจากมีเวลาตั้งสติเยอะแล้ว (ติดคุก) ว่าถ้าเขาว่าความเอง และบรรยายเหตุการณ์ความเป็นจริงเองตั้งแต่ต้น ไม่ไปเชื่อทนายที่บอกให้พูดอย่างโน้นอย่างนี้ ป่านนี้ชนะคดีไปแล้ว (ขนาดหมอ ที่เอาไม้กอล์ฟหวดภรรยาตาย ยังไม่ติดคุกเลยครับ)

คนอย่างขุนทองเวลาดังก็ดังไม่เลิก แม้กระทั่งตอนติดคุก วิทวัส ตีสิบ ก็ยังตามไปสัมภาษณ์ ถึงในเรือนจำ แบบไม่เคยมีใครทำมาก่อน ชีวิตในเรือนจำ 20 เดือน ขุนทองต้องทำทุกอย่างเหมือนคนอื่นๆ ไม่มีอภิสิทธิ์ในความดังแต่อย่างใด คนไม่เคยลำบาก ก็ต้องมาใช้ชีวิตแบบนักโทษ ทำงานหนัก เขาเล่าว่า “ในคุกน่ะไม่มีวัฒนธรรม ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด” เขาต้องทำเวรตักอุจจาระ เก็บขยะ ต้องออกไปลอกท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นงานที่หนักที่สุด เวลาเข้าห้องน้ำก็ต้องเข้าแบบห้องครึ่งตัว เวลานอนก็ต้องเบียดเสียดกัน บางครั้งต้องนอนตะแคงเลยด้วย แต่อยู่ในคุกนี่ก็ยังพอมีเวลาเขียนหนังสือได้ มีเวลาคิดทบทวน ถึงเรื่องราวที่ผ่าน อย่างมีสติ อยู่นอกคุกดูหมอครั้งละ 1 พัน แต่อยู่ในคุกถ้าดูให้นักโทษกันเองก็เป๊ปซี่ 2 กระป๋อง ถ้าเป็นผู้คุมก็ดูฟรี ชีวิตช่างมีรสชาติเสียจริงๆ



อยู่ในคุกยังมีเวลาตั้งสติบ้าง อ่านหนังสือบ้าง ก็ได้หนังสือธรรมะของหลวงปู่ดุลย์ เป็นหลัก จนออกจากคุกมายังสามารถเขียน pocket book ได้อีกเล่ม คือ นิพพานเอกซ์เพรส แต่ไม่มีการโปรโมทอะไร หนังสือก็ไม่เป็นที่รู้จัก

ออกจากคุก ก็บวชอีกรอบที่วัดมะนาว จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นแบบล้างซวย เสีย 1 เดือน แล้วก็เริ่มกลับมาหาสถานที่ดูดวงใหม่ ที่แรกก็เป็นร้านสีฟ้า ที่ world trade (ตอนนี้เป็น Central world ไปแล้ว) แล้วก็ถึงเวลา ดวงเปลี่ยนอีกครั้ง จากหนังสือตำราไพ่ยิบซีที่เขาเคยเขียนไว้ มันขายดีเป็นเทน้ำเทท่า คำว่า Best Seller ยังน้อยไป จำนวนพิมพ์ถ้านับรวมตำราไพ่ยิบซีทั้ง 4 เล่มที่เขียนนั้น ไม่น่าจะต่ำกว่า 5 แสนเล่ม ดังนั้นเจ้าของสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรมที่จัดพิมพ์หนังสือ จึงมอบทาวน์เฮ้าส์ ให้ขุนทอง 1 หลังฟรีๆ เป็นโบนัส จนฮือฮากันไปทั้งวงการหนังสือ ที่ไม่เคยมีนักเขียนคนใด ได้รับมาก่อน และขุนทองก็ได้ใช้เป็นที่ปักหลัก ทั้งดูดวง ทั้งพักอาศัย มาอย่างสงบเงียบ ไม่ยุ่งชาวบ้าน ไม่ต้องเข้าสังคม เลี้ยงลูกเล็กๆจอมซน 2 คน ไปพลางๆ และรับลูกค้าอยู่ที่บ้านนี้เอง ชีวิตเขาจึงเข้าที่แบบไม่ต้องดิ้นรนอะไร สบายๆ แต่การรับลูกค้าอยู่กับบ้านแบบนี้ ก็ทำให้ข่าวคราวของเขาเงียบหายไปจากวงสังคม หรือข่าวซุบซิบทั้งหลาย งานเขียนเองเขาก็หยุดไปนานด้วยความอิ่มตัว เนื่องจากเขียนมานานเกือบ 20 ปี



แต่มีผมนี่แหละครับ เข้าไปจุดไฟเขาใหม่อีกรอบหนึ่ง เขาจึงมีไอเดียใหม่ๆ ที่จะทำให้ฮือฮากันอีกซักครั้ง แต่เราก็คงทำกันแบบง่ายๆ แต่ได้ใจความ นำเสนอใน blog ของผมนี่แหละครับ ผู้สนใจคอยติดตามต่อไป อย่าลืม add – friend link และ mail alert ไว้ด้วย กันพลาดนะครับ (กระซิบอีกนิด ชาวหุ้น ก็ไม่ควรพลาดด้วยเช่นกัน มีทีเด็ดแน่นอนครับ)

TraveLAround


หมายเหตุ : - ผมขออนุญาต สงวนเรื่อง ของขุนทอง อสุนี ณ อยุธยา เป็นลิขสิทธิ์โดยเฉพาะ เรื่องนี้นะครับ ห้ามนำไปโพส ต่อใน website ใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นส่วนตัว หรือสาธารณะ หรือพาณิชย์ ถ้าต้องการเชิงพาณิชย์กรุณาติอต่อที่ email - d_sign_place@yahoo.com ครับ




Create Date : 01 มิถุนายน 2551
Last Update : 2 มิถุนายน 2551 0:47:40 น. 8 comments
Counter : 6389 Pageviews.

 


โดย: สาวชนบท วันที่: 9 มิถุนายน 2551 เวลา:15:48:51 น.  

 
เข้ามาติดตามข่าวคะ


โดย: not a gilf IP: 117.47.203.83 วันที่: 10 มิถุนายน 2551 เวลา:16:18:07 น.  

 


โดย: แม่กิ๊ง วันที่: 18 มิถุนายน 2551 เวลา:13:20:21 น.  

 
ตอนแรกสงสัยว่าทำไมถึงเอาประวัติ และคำทำนายของ
คุณ ขุนทอง มาเขียนได้ไง ..อ่านแล้วหายสงสัยแล้วค่ะ

ขอบอกว่าได้ซื้อหนังสือ "วิธีดูหมอไพ่ยิซี" เล่มแรกตั้งแต่
ปี 2533 ..18 ปีแล้วค่ะ ยังเก็บไว้ไว้อ่านเล่น ๆ ค่ะ
ไม่มีพรสวรรค์เป็นหมอดู

ขอเป็นกำลังใจค่ะ


โดย: npmail วันที่: 30 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:34:48 น.  

 
ไม่มีที่อยู่หรือเบอร์โทรเหรอ อยากดูมั่ง แบบว่าอยากดูให้เป็นแนวทางในการตัดสินบางเรื่องในใจ


โดย: pgkpp1 IP: 125.24.72.169 วันที่: 6 สิงหาคม 2551 เวลา:13:52:19 น.  

 
สนใจอยากดูดวงค่ะ ถ้าน้าขุนยังรับดูอยู่ขอเบอร์ติดต่อได้ไหมคะ e-mail : pinball_a@yahoo.com ขอบคุณค่ะ


โดย: ฺBambi IP: 58.8.37.97 วันที่: 10 ธันวาคม 2551 เวลา:10:28:31 น.  

 
สมเป็นเพื่อนแท้ครับ


โดย: รองศักดิ์ IP: 103.29.93.1 วันที่: 25 ธันวาคม 2555 เวลา:11:13:07 น.  

 
ปีหนีจะประสบความสำเร็จป่าว


โดย: อ๋อย IP: 182.52.158.174 วันที่: 4 มกราคม 2556 เวลา:21:04:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

travelaround
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 164 คน [?]





ยินดีต้อนรับทุกท่านที่แวะเข้ามาชม blog มีข้อคิดเห็น เชิญ comment มาได้นะครับ ถ้าตอบได้ จะตอบให้ทันทีครับ แต่ถ้าไม่ทราบ ต้องขอเวลา จะค้นคว้ามาให้อ่านกัน ท่านที่จะถามคำถาม หรือติดต่อเรื่องบทความ ได้ทาง Email :- d_sign_place@yahoo.com ครับ


เรื่องต่างๆที่ผมได้เขียนหรือรวบรวม เรียบเรียงมานี้ ยินดีให้ทุกท่านได้อ่านเป็นวิทยาทานและเพื่อการศึกษา ถ้าจะนำไปโพสต่อใน website สาธารณะ หรือ website อื่นใดที่ไม่ใช่ทางพาณิชย์ กรุณาระบุที่มา คือ https://www.travelaround.bloggang.com และนามปากกาผู้เขียนคือ TraveLArounD ด้วย

แต่ขอสงวนสิทธิ์สำหรับการนำไปใช้ ในเชิงพาณิชย์ หรือโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง จะถูกดำเนินคดี ตามกฏหมายลิขสิทธิ์

ส่วนบทความหรือภาพถ่ายใดๆ ที่ได้นำมาจาก website อื่น เพื่อเป็นข้อมูลประกอบเรื่องนั้นๆ เป็นการถ่ายทอดจากวิจารณญาณแล้วว่า มีความถูกต้องเป็นจริง มากที่สุด และได้นำมาจาก website ที่เป็นสาธารณะ ถ้าเรื่องราวหรือภาพของท่านที่ได้นำมาถ่ายทอดนี้ ไปละเมิดลิขสิทธิ์ของท่าน กรุณาแจ้งมาทาง email :– nana_sara1000@ymail.com ผมจะทำการลบข้อมูลหรือภาพที่ละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าว ออกทันที

Acknowledges that I try to write or report accurately but postings may contain fact , speculation or rumor. I find images from the Web that are believed to belong in the public domain. If any stories or images that appear on the site are in violation of copyright law, please email to :- nana_sara1000@ymail.com and I will remove the offending information as soon as possible.


Website counter
: Users Online









ที่ดินเชียงใหม่ ทางไปแม่ริม ใกล้ศาลากลาง และสนามกีฬา 700 ปี ติดน้ำปิง ในหมู่บ้านเพชรริมปิง พื้นที่ 667 ตารางวา @ 14,000.- บาท สภาพแวดล้อมดี สนใจติดต่อ โทร. 0859559950



DESIGN PLACE CO.,LTD. รับออกแบบ และตกแต่งภายใน บ้านพักอาศัย ในแบบไทย และไทยร่วมสมัย



มรดก ฉบับที่ 1

มรดก ฉบับที่ 2

มรดก ฉบับที่ 3

มรดก ฉบับที่ 4

มรดก ฉบับที่ 5

มรดก ฉบับที่ 6

มรดก ฉบับที่ 7

ช่วยสนับสนุนการจัดทำ BLOG ด้วยการซื้อหนังสือ "มรดก" 1ชุด 7เล่ม (หนังสือเก่า) ในราคาชุดละ 700 บาท (รวมค่าส่งทางไปรษณีย์)

สนใจสั่งซื้อทาง E-mail :- nana_sara1000@ymail.com



New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add travelaround's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.