ที่ราบในขุนเขา

อรุณรุ่งประกาศชัยเหนือเทือกเขาทะมึน ลำแสงสาดส่องไล้ทู่งโล่ง ณ เบื่องล่าง แผ่วเพลงเอกภพเยือนเยี่ยมไม้ทุกใบผ่านสายลม

เธอจะไม่เห็นภาพนี้ หากมิได้อยู่ตรงนั้นเวลานั้น
หมอกนวลนุ่มหุ้มล้อมชะง่อนผาเวลาเช้า ทิวไม้ทาบตะวันเป็นชั้นแถว ระยิบแดดประดับแต่งพราวน้ำค้างบนเนินหญ้า ไออุ่นกรุ่นลอยออก
จากอณูดิน
แน่ละ เธอจะไม่มีวันเห็นภาพดังกล่าวเช่นกัน หากมิได้อยู่ตรงนั้นเวลานั้น

ยามเช้าในทุ่งโล่งกับยามเช้าบนสันภูย่อมให้ภาพที่ผิดแผกแตกต่าง ทว่าในความต่างมีความเหมือน เนื่องเพราะทั้งสองแห่งล้วนขับขานบทเพลงแห่งอนันตกาล เธอจักได้ยินท่วงทำนองนี้ หากในใจของเธอมีรุ่งอรุณ.. ใช่...หากเธอยินยอมและยินดีที่จะอยู่ยังที่ยืน

กระนั้นก็ตาม ในโลกมีกี่นามที่โอบกอดทุกขณะอย่างเท่าเทียม?
คนเราใช่หรือไม่ว่าทุกเวลานาทีย่อมอยู่ที่ไหนสักแห่ง
แต่มากมายเกินนับกลับไม่อยู่ในพื้นที่ที่ตัวองกำลังฝากเงา
ชีวิตจึงไม่สัมผัสสัมพันธ์กับสัจจะแห่งห้วงยาม
บางท่านไม่เคยเห็นอาทิตย์ลับขอบฟ้าทั้ง ๆ ที่นั่งอยู่เบื่องหน้าอัสดง
บางคนอยู่กับคู่สนทนาเป็นนานเนิ่น แต่ไม่เคยฟังผู้อื่นพูดจนหมดความ
พ้นจากนี้ยังมีไม่น้อยที่รอคอยเพื่อรอคอย
เธอชินใจในทุ่งราบ แต่กลับถวิลหายอดเขาสูง ทว่าเธอไม่เคยขึ้นไปเนื่องจากใจไม่คิดปีน เช่นนี้แล้วเธอจึงไม่เพียงพลาดรักกับทุ่งโล่ง
หากยังไม่เคยได้โอบกอดยอดขุนเขา
ในจินตนาการแห่งเธอ พื้นราบเป็นเพียงที่ต่ำ เธอมองไม่เห็นไร่นาธัญญาหาร และทุ่งธารแห่งชีวิต เธอเห็นภูดอยเป็นความสูงเมื่อวัดเทียบกับเรือนร่าง เธอไม่รู้ว่าสิ่งใดอยู่บนนั้น และอยู่บนนั้นเป็นเช่นใด
ถามว่า แล้วที่ราบไม่ดีตรงไหน ขุนเขามีอะไรเลิศล้ำ? บางที่เธออาจไม่มีคำตอบ เพราะแท้จริงแล้วเธอไม่เคยตั้งคำถามกับตัวเอง
เธอไม่รู้ว่าที่ราบกับขุนเขาคือคำไขปริศนาของปุจฉาร่วม
บางครั้งที่ราบป้อนคำถาม ขุนเขาให้คำตอบ ขุนเขามีคำตอบก็เพราะที่ราบตั้งคำถาม ขาดสิ่งหนึ่งก็ไม่มีอีกสิ่งหนึ่ง เพราะทั้งสองภูมิลักษณ์ล้วนเป็นหนึ่งวรรคในหนึ่งบทของลำนำฟ้า
เธอไม่รู้ว่าไร้ที่ราบก็ไม่มีขุนเขา หากปราศจากขุนเขาที่ราบย่อมไม่อาจปรากฎตัว
ในทางกลับกัน ถ้าเธอมองเห็นที่ราบอยู่ในความเป็นขุนเขา เธอย่อมเห็นขุนเขาอยู่ในที่ราบ ต่ำอยู่ในสูง สูงอยู่ในต่ำ และไม่ว่าทำอะไรอยู่ที่ไหนเธอย่อมป่ายปีนสู่ "ยอดเขา" ได้เสมอ อีกทั้งยามขึ้นเยือนยอดเขาเธอกลับเห็นความเปล่าโล่งของกาลเวลา
บางทีเธออาจหลุดจากเงื่อนปมรัดชีวิต หากมองเห็นที่ราบและขุนเขาพร้อม ๆ กัน
เธอมิอาจเพิ่มความสูงด้วยแผ่นดินที่เธอเหยียบ แต่อาจโบยบินถึงถิ่นดาวขณะเป็นหนึ่งเดียวกับทุ่งร้าง แม้เธอมิอาจสัมผัสน้ำหมอกบนภูผา
แต่ก็อาจท่องเมฆาได้ด้วยน้ำใจ
ขอเพียงเธออย่าหมิ่นแคลนหนองน้ำและกอหญ้าอันเป็นที่เขียดปลาได้อาศัย และเมื่อใดที่ตื่นตระหนัก ในข้อนี้ เธออาจมาถึงแล้วยังยอดเขาแห่งปัญญาญาณ
เธอทราบหรือไม่...
มีแต่ในสถานที่ต่ำต้อยและสถานการณ์ต่ำช้า
ความสูงส่งจึงปรากฎ ดั่งเช่นบัวงามผุดกำเนิดจากโคลนตม และศาสดากำเนิดจากวงวัฎแห่งกรรมเวร
เพราะผ่านแสงแดดแผดกล้าและสายฝนโชกชื้น
เธอจึงอาจสร้างวิมานจิตไร้ร้อนหนาว เพราะเคยผ่านสมรภูมิแห่งผิดถูก
เคยอาศัยเลือดน้ำตาล้างแผลใจ เธอจึงได้ผลิงามเป็นนักรบแห่งมหากรุณา
เพราะเคยลิ้มรสแส้อธรรม เคยชิมบาปของผู้อื่น เธอจึงได้เติบใหญ่เป็นคนของฟ้าดิน
สรรพสิ่ง สรรพสัตว์...สรรพคุณ...ล้วนถักทอเป็นสายใย
นึกภาพ...ธัญญาหารที่เลี้ยงดูเธอมาจากที่ใด หากมิใช่ซากเศษชีวิตที่ดับสูญ ฉะนั้นเฉกเช่นมหาพฤกษาซึ่งหยั่งรากใต้หญ้า เธอพึงหล่อเลี้ยงวิญญาณสูงด้วยความสมถะสำรวม
นกน้อยในป่าใหญ่ อาศัยไม้กิ่งเดียวเป็นบ้าน แต่มันต้องเชื่อมร้อยกับป่าไพรเพื่อให้ได้รู้สึกมีรวงรัง เธอเองก็เช่นกัน
พึงเชื่อมโยงกับเพื่อนมนุษย์เพื่อค้นหามาตุภูมิ
บางครั้งเธออาจร้องไห้ แต่ต้องรู้ว่าเธอมิได้โดดเดี่ยวดังที่คิด
แฉกแดดประกายดาวที่ปรากฎในหยาดน้ำตาของเธอจะเดินทางต่อไปในดาราจักร แล้ววันหนึ่งเธอจะรู้ว่าทุกข์รันทดเป็นเพียงคลื่นลมในทะเลใจ
มีใว้เพื่อให้เธอมองเห็นอนิจลักษณ์
บางครั้งเธออาจหัวเราะด้วยหฤหรรษ์ แต่ก็ควรรู้ว่าความรื่นรมย์เป็นพลัง รอยยิ้มของเธอไม่ได้เป็นเพียงของเธอ หากยังช่วยลบรอยโศกที่ติดแต้มอีกหลายดวงตา แม้เรื่องเศร้าของเธอจะสามารถดับดวงดาว
แต่ปิติแห่งเธอก็อาจให้กำเนิดเดือนดารา ทั้งนี้เนื่องเพราะดวงจิตคือที่สถิตของจักรวาล
เธอมิอาจฆ่าผีเสื้อโดยไม่ทำร้ายทุ่งบุปผา และทุกครั้งที่ป้อนปันให้นกกา เธอย่อมอวยพรให้ป่าดง...
ชีวิตอื่น ชีวิตเรา... ชีวิตเขา ชีวิตเธอ...ชีวิตเดียว

อรุณรุ่งประกาศชัยเหนือเทือกเขาทะมึน ลำแสงสาดส่องไล้ทุ่งโล่ง ณ เบื่องล่าง แผ่วเพลงเอกภพเยือนเยี่ยมไม้ทุกใบผ่านสายลม
เธอจะไม่เห็นภาพนี้ หากมิได้อยู่ตรงนั้นเวลานั้น
หมอกนวลนุ่มหุ้มล้อมชะง่อนผาเวลาเช้า ทิวไม้ทาบตะวันเป็นชั้นแถว ระยิบแดดประดับแต่งพราวน้ำค้างบนเนินหญ้า ไออุ่นกรุ่นลอยออกจากอณูดิน
แน่ละ เธอจะไม่มีวันเห็นภาพดังกล่าวเช่นกัน
หากมิได้อยู่ตรงนั้นเวลานั้น
อันที่จริง แม้เธอจะอยู่ที่นั้นเวลานั้น เพลงภาพแห่งรุ่งอรุณ
จะปรากฎขึ้นไม่ได้ หากในใจของเธอยังไม่พร้อมเป็นส่วนเสี้ยวของทิวากาล
ณ เส้นขอบฟ้าที่ตะวันฉายแสง คือที่ซึ่งดวงตะวันจากมา
คือรุ่งอรุณหรือสนธยา ขึ้นอยู่กับว่าเธอวางชีวิตไว้ในโลกซีกใด
ขุนเขาที่เธอถวิลหาจักไม่มีความหมาย หากในใจยังเต็มล้นไปด้วยพื้นที่รกร้างว่างเลือน ต่อให้เธอข้ามพ้นทุ่งหญ้าแห่งความเงียบเหงา
ก็อาจพบตัวเองอยู่บนขุนเขาแห่งความเหงาเงียบ เพราะสำนึกที่แยกส่วนคือเงามืดที่คอยทาบทับความพอใจ

......หัวใจข้างแรมไม่อาจส่องทางให้ใคร

อีกทั้งมันเองยังขาดอุ่นไอแห่งความรัก...

อ่านจากหนังสือค่ะและชอบเลยอยากให้เพื่อน ๆได้อ่านค่ะ ยาวหน่อยนะค่ะเพราะไม่อยากตัดออกเลย ต้องอ่านทั้งหมดถึงจะเข้าใจค่ะ

เรื่องและภาพ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล


Mars & Venus - 04 - ถ้าหาก.mp3 -







Create Date : 24 พฤษภาคม 2551
Last Update : 25 พฤษภาคม 2551 3:25:24 น. 3 comments
Counter : 139 Pageviews.

 
แหมกะลังจะถามเลยว่าเขียนเองอะป่าว น่าจะเป็นนักเขียนได้เเล้ว เพิ่งมาได้คำตอบตอนจบนี่เอง

หัวใจข้างแรมไม่อาจส่องทางให้ใคร
อีกทั้งมันเองยังขาดอุ่นไอแห่งรัก

อืมเข้าใจเขียนค่ะ โดนใจดีสงสัยต้องไปหาตะวันมาส่องใจแล้วหละ แบบว่าไม่ชอบอยู่มืดๆ มันน่ากลัว


วันนี้ดูหนังเกาหลีทั้งวันบ่ายๆ ก็ไปเปลี่ยนเลนส์แว่นค่ะ เพิ่งจะมานี่แหละ

วันนี้ไปเที่ยวไหนหรือเปล่าคะ


โดย: Summer Flower วันที่: 25 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:46:09 น.  

 
เรื่องที่ลงให้เนี่ยมันยาวไปหน่อยตัวเอง บางท่อนก็มิ่อยจะเข้าใจอะนะ ชอบอีตอนท้ายๆ จ๊ะ

คุยกะน้องมะปรางก็หนุกดีเหมือนว่าตัวเองเป็นเด็กขึ้น


วันนี้ท่าจะกลับดึกหละ ไปกินแถว Seafood market
บริษัทจ่าย ชอบๆๆ ไม่รู้จะกินอร่อยเปล่า เจอผู้บริหารมานั่งเหล่เนี่ย มิกล้าใส่เสื้อเหลืองเลย (ทุกทีใส่ทุกวันจันทร์) แบบว่าไม่ถูกโฉลก กลัวฝรั่งถามไรแล้วตอบไม่ได้ จะเครียดกินไม่ลงซะเปล่าๆ




โดย: Summer Flower วันที่: 26 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:51:05 น.  

 
วันนี้วันพระไปฟังเทศที่วัดโสมฯ มาจ้า เอาบุญมาฝาก


โดย: Summer Flower วันที่: 27 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:24:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

changdaew
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชอบท่องเที่ยวธรรมชาติ...
อ่านหนังสือทุกประเภท
รักเสียงเพลงเป็นชีวิตจิตใจ
เวลาว่างชอบทำอาหาร
สนุกสนานเฮฮา ไปตามประสาคนโสด....
เมื่อไหร่จะสวยเนี่ยยยยย *.*
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add changdaew's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.