Lilypie 4th Birthday Ticker
Group Blog
 
All Blogs
 

ขอขอบคุณผู้บริจาคเลือดให้



เกิดอะไรขึ้นในวันนี้ อยู่ ๆ หมอประจำหวอดก็บอกว่ามีญาติพี่น้องหรือเปล่าถ้ามีให้มาบริจาคเลือดด้วยเพราะเราต้องใช้เกล็ดเลือดเยอะ บังเอิญว่าเกล็ดเลือดที่ให้ไปเมื่อวานแล้วเลือดไม่สร้างขึ้นเพิ่มเติม หรืออาจจะต้องเตรียมไว้สำหรับการผ่าตัดครั้งต่อไป จากบทเรียนครั้งที่แล้วต้องเลื่อนการผ่าตัดออกไปเรื่อย ๆ อดข้าวอดน้ำเกือบวันหนึ่งเต็ม ๆ

ด้วยความเกรงใจและหวาดกลัว เลยโทรศัพท์หาตี๊คนแรกว่าจะทำไงดี หนูควรจะทำอย่างไรดี ตี๊บอกว่าไอ่ตูนไง เออเน๊าะโทรหาการ์ตูน ก็เปิดไล่ ๆ ๆ ไปเรื่อย ๆ แต่ไม่กล้าโทรออก เป็นอย่างนี้อยู่หลายรอบ เพราะเกรงใจไม่กล้าขออะไรให้ตัวเอง แต่ โทรหาอาแตนดีกว่าเผื่อจะช่วยอะไรได้ ก็เล่ารายละเอียดให้อาแตนฟัง

อาแตนโทรหาการ์ตูนให้ การ์ตูนเกณฑ์พนักงานในที่ทำงานมาให้ถึงกว่ายี่สิบคน เป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึงเหมือนกันว่าการ์ตูนจะทำได้ถึงขนาดนี้ เราเองกลับขี้ขลาดแค่กดหาน้องสาวเพียงปลายนิ้วยังไม่กล้า อาแตนพาติ๊กกับโด้และเพื่อนของติ๊กมาช่วยบริจาคเลือดให้ด้วย รวมทั้งตำรวจ ยาม รปภ.ที่อาวิทย์ อาดำจะหามาให้ก็สุดแล้วแต่

ส่วนอาหน่อยกับอาจุที่ต้องขอบคุณอย่างมากที่ต่างจังหวัดก็กระตือรือร้นน่าดูโทรหาเพื่อนที่อยู่ในกรุงเทพมาช่วยอีกแรงจนทำให้เราได้เกล็ดเลือดจากผู้บริจาคเพียงคนเดียวถุงเดียว

รวมทั้งกำลังภายในจากตี๊ภายในรั้วมหาวิทยาลัย รวมทั้งเหล่าเขย ๆ อากร และเขยพงษ์ อาแหม่มกับแต้วและผองเพื่อนก็กรุณามาต่อชีวิตให้ก่อนหน้านี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ขอบคุณจริง ๆ

วันนั้นคนมาบริจาคเลือดให้เราเยอะมาก จนไม่รู้จะขอบคุณอย่างไร หันไปทางซ้ายก็ขอบคุณ หันไปทางขวาก็ขอบคุณ คนข้างหน้าก็ต้องขอบคุณ คนข้างหลังก็ขอบคณเช่นกัน เราเมื่อรู้ข่าวก็นอนร้องไห้น้ำตาทะลักทะลาย ซึ้งใจทุกคนมาก ๆ คิดว่านี่คงจะเป็นยกแรกที่ต้องสู้กับโรคเลือด ระยะเวลาอีก 3 ปี 5 ปี ที่เหลือจะทำอย่างไร ก็จะขอลุยกับมัน ในเมื่อมีคนที่เราไม่รู้จัก และไม่รู้จักเราต่างก็เสียสละบริจาคเลือดให้กับเราถึงขนาดนี้แล้ว ไม่สู้ก็ไม่รู้จะทำยังไง แต่คุณหมอแนะนำอย่างเดียวว่า "ต้องกินให้ได้" ว่าแล้วก็เพิ่มยาโน่น นี่ นั่น น้ำตาลในเลือดขึ้นเลย ฮือ ๆๆๆ




 

Create Date : 09 มกราคม 2553    
Last Update : 9 มกราคม 2553 16:18:44 น.
Counter : 403 Pageviews.  

38 คืนที่โรงพยาบาล ทรมานสุด ๆ

38 วันของการอยู่โรงพยาบาล ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้อยู่ได้นานขนาดนี้ การนอนอยู่บนเตียงนาน ๆ ทำให้ก้นกบชา ขาอ่อนแรง จนบางทีก็เดินเซ เพราะกล้ามเนื้อขารับน้ำหนักไม่ได้ ต้องหมั่นทำกายภาพ ครั้งแรกที่รู้ว่าจะต้องนอนเป็นเวลา 10 วัน ก็ทำใจแล้วว่าสิบวันจะอยู่อย่างไร นั่งนับวันรอเมื่อไหร่จะครบสิบวัน พอครบสิบวันกลับยังไม่ได้กลับบ้านใจมันเหี่ยวเลย

25 ก.ย.52 คืนแรกมานอนรอสตาร์ทยาในวันรุ่งขึ้น

26 ก.ย. 52 หมอเริ่มให้ยาเคมี L-asparaginase ครั้งแรก โดยแบ่งเป็นสามช่วง ห่างกันครึ่งชั่วโมง เพื่อทดสอบดูอาการแพ้

27 ก.ย.52 ให้ยาเหมือนเดิม L-asparaginase วันละ 1 เข็ม พร้อมกับยาแก้แพ้ Dexamethasone เป็นเวลา 10 วัน จนครบสิบเข็ม แล้วปิดด้วย vincristine ในวันที่ 10 ต.ค.52 ต่อด้วยยาเคมีชนิดกินสองตัว จำชื่อไม่ได้ไม่แน่ใจว่าเป็น cyclophosphamide กับอะไรอีกตัวไม่แน่ใจ แต่เป็นตัวเดียวกับที่เคยได้ไปกินก่อนหน้านี้ที่บ้าน เดี๋ยวกลับไปค้นก่อน ซึ่งระหว่างที่ให้ยาเคมีบำบัด เกิดการติดเชื้อที่ปอด และติดเชื้อราที่ระบบทางเดินอาหาร หมอจึงให้ยาฆ่าเชื้อที่ปอดและยาฆ่าเชื้อราไปพร้อม ๆ กับการให้เคมีบำบัด เลยมีทั้งไข้เพราะติดเชื้อที่ปอด แล้วก็ท้องเสีย ถ่ายตลอดเวลา เป็นเวลา สิบกว่าวัน ท้องเสียทำให้ริดสีดวงบวม แสบก้น นอนไม่หลับ กว่าริดสีดวงจะยุบก็สิบห้าวันเข้าไปโน่นทรมานริดสีดวงมากกว่าการให้คีโมอีก เพราะไม่ได้แพ้อะไร นอกจากผมร่วง กับอาการแทรกซ้อน เพราะเม็ดเลือดขาวต่ำ หลังจากให้ยาครบในเฟสแรกแล้ว ก็นั่งๆ นอนๆ ขวางเตียงชาวบ้านไว้รอดูอาการ คุณหมอยังไม่ให้กลับบ้าน รอดูผลจากการให้ยาเคมีในระยะหลังให้แล้วประมาณเจ็ดถึงสิบสี่วัน

แต่คนไข้คนนี้มันดื้อ ใช้จิตวิทยาส่งสามีไปคุยกับคุณหมอ สามีก็ทำเป็นบ่นว่าคนไข้เครียดเพราะอยู่โรงพยาบาลนานเกินไป ตอนแรกคิดว่าจะได้อยู่แค่สิบวัน ไปๆ มาๆ ยี่สิบวันเข้าไปแล้ว คุณหมอเลยเห็นใจบวกกับยังไม่มีอาการแทรกซ้อนใด ๆ ผลเลือดก็ดีขึ้นบ้าน เลยให้ลากลับบ้านได้สองวันเสาร์อาทิตย์ ดีใจมากเลยจะได้กลับไปอยู่กับต้นหอมสองวัน ถึงแม้ว่าจะเป็นสองวันที่ต้นหอมกำลังจะลืมเลือนมะม๊าแล้ว
ระหว่างที่อยู่บ้านเหมือนสวรรค์โปรด หมะทำกับข้าวไว้ให้กินมากมาย อยากกินอะไรก็ได้กิน กินวันเจ็ดมื้อ กินทุกสองชั่วโมง กินทั้งหม้อไป กินทั้งกระเพาะปลา เครื่องตุ๋นยาจีน ผัดเห็ดกระป๋อง ผัดดอกกุ๊ยช่ายเครื่องในไก่ โดยเฉพาะหม้อไฟ อยากกินนักอยากกินหนากินมันทั้งวันเลย หายอยาก แต่ไม่ค่อยได้กอดต้นหอมเท่าไหร่ กลับมารอบนี้หนักกินอย่างเดียว เพราะอิทธิฤทธิ์ของ prednisolone แท้ ๆ เชียว ทำให้มะม้าหัวโล้นหน้ากลมกินได้ขนาดนี้

19 ต.ค. 52 ทีมงานหาดใหญ่พาคนไข้ส่งกลับโรงพยาบาลตามเดิม

23 ต.ค. 52 หลังจากกลับมาจากบ้านปรากฎว่าเกิดการติดเชื้อครั้งที่สอง มีไข้ ไอ มีเสมหะ หมอให้ยาฆ่าเชื้ออีกครั้ง รอจนอาการดีขึ้น จึงให้ยารอบสองเลย ระหว่างที่พักอยู่ที่โรงพยาบาลเกิดภาวะซีดหลายครั้ง เกร็ดเลือดต่ำ เม็ดเลือดขาวต่ำเป็นระยะอารมณ์ดีก็ขึ้น อารมณ์เสียก็ลงซะงั้น เกร็ดเลือดก็เหมือนกัน บางทีก็ลงมาเหลือหมื่นเดียว บางวันก็พุ่งปริ๊ดไปเป็นแสน ตามไม่ทัน เม็ดเลือดแดงนี่ค่อยโอหน่อย อยู่ระหว่าง 20 – 27 % วันไหนต่ำกว่า 22ก็เป็นแด๊กคิวล่าไป ตั้งแต่อยู่รพ.มาได้เลือดไปแล้ว 7 ยูนิต ได้เกร็ดเลือด 2 ยูนิต

30 ต.ค.52 หลังจากเจาะเลือดไปแล้วคุณหมอบอกว่าวันนี้จะเจาะไขกระดูกด้วย เป็นการเจาะครั้งที่ 3 ก็เตรียมใจคิดว่าไม่เป็นไรน่าคราวที่แล้วไม่เห็นเจ็บเลยเจาะที่สะโพก แต่พอไปถึงเขียง หมอบอกว่าวันนี้จะเจาะที่หน้าอก โฮะ ๆ ๆ ๆ ใจแป้ว เจาะหน้าอก คุณหมอให้กินเรตินอร์หนึ่งเม็ด พาราสองเม็ด ก่อนเชือดครึ่งชั่วโมง แล้วก็ไปนอนหงายที่เขียง ครั้งคุณหมอเป็นคนเจาะเอง เนื่องจากการเจาะไขกระดูกที่หน้าอกจำเป็นต้องเป็นผู้ที่ชำนาญการ ไม่พูดพร่ำทำเพลงค่ะ คุณหมอส่งน้ำอุ่นให้ดื่มครี่งแก้ว แล้วทำยาชาบริเวณหน้าอกที่จะเจาะ ไม่มียาชาเหมือนเจาะที่สะโพก ระหว่างที่เข็มแทงเข้าไปที่หน้าอกมันเจ็บแปล็บอยู่จนกระทั่งเข็มถึงกระดูก พอเข็มถึงกระดูกก็ไม่รู้สึกเจ็บอะไรแล้ว แค่ชา ๆ เสียว ๆ พอเจาะได้สักพักได้ยินคุณหมอบอกว่าเข็มเจาะไม่เข้าให้ผู้ช่วยเปลี่ยนเข็มมาใหม่ ระหว่างเปลี่ยนเข็มก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บ จนกระทั่งเจาะเสร็จเรียบร้อยใช้เวลาประมาณห้าถึงเจ็ดนาทีประมาณนี้แหละ สรุปการเจาะไขกระดูกไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตามถือเป็นความเจ็บปวดในระดับที่ทุกคนทนได้อยู่แล้ว ไม่ถึงกับเจ็บจนทนไม่ได้ เจาะคอเจาะปอดเจาะตับยังหนักหนาสาหัสกว่ากันเยอะ แต่หลังจากนั้นอาจจะปวดกล้ามเนื้อหน้าอกอยู่วันสองวันเหมือนที่สะโพกแหละ เดี๋ยวคงหาย พร้อมกับแผลเป็นรู ๆ เล็ก ๆ หนึ่งรู

วันเสาร์ 31 ต.ค.52 เช้าวันฮาโลวีนคุณหมอมาบอกถึงที่เตียงว่า ผลไขกระดูกดีขึ้น เป็นข่าวดี ดังนั้นเดี๋ยววันนี้เราเริ่มให้ยาต่อกันเลย ก็เลยได้ ยาเคมีสองตัว ติดต่อกันเป็นเวลาห้าวันตั้งแต่วันเสาร์ที่ 31 ต.ค. เป็นต้นไป ยาที่ได้วันแรกจะเป็น vincristine กับ cytarabine วันต่อ ๆ ไปก็เป็น cytarabine จนครบห้าวัน แล้วยังไงต่อก็ไม่รู้แล้วต้องรอคุณหมอมาดูอีกที วางแผนกันเฉพาะหน้าแบบนี้เลย ครบห้าวันแล้วจะมาโม้ใหม่ หลังวันลอยกระทง

ปล.1 เป็นโชคดีอย่างหนึ่งที่เกิดอาการแพ้ยาเคมีค่อนข้างหน้า นอกจากติดเชื้อกับผมร่วงแล้วก็ยังไม่มีอะไร รอดูต่อไป ปัญหาใหญ่คือช่วงเจ็ดถึงสิบสี่วันหลังให้ยาเคมีไปแล้ว ชะตากรรมอะไรรออยู่ยังไม่รู้เลย

ปล.2 ส่งลูกสาวไปอยู่กับคุณย่าที่หาดใหญ่เรียบร้อยแล้ว คิดถึงมากที่สุด แต่ไม่มีหนทางไหนที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว




 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2552 20:44:03 น.
Counter : 306 Pageviews.  

ภูมิแพ้ เพื่อนใหม่ของลูคีเมีย

หลังจากที่ได้ให้คีโมเข็มแรกไปเรียบร้อยแล้ว จากที่มีอาการเจ็บคอก่อนให้เคมี ก็พบว่ามีเสมหะปนเลือดออกมาบ้าง บวกกับอาการปวดเกร็งที่กลางหน้าอก เกรงว่าอาการปอดอักเสบจะกลับมาอีก เลยรีบแจ้นไปหาหมอที่โรงพยาบาลประกันสังคม คุณหมอเอ็กเรย์ปอด เจาะเลือด แล้วบอกว่า ปอดไม่เป็นไร เลยไม่ห่วง แต่หมอมีโจทย์ใหม่มาให้ บอกว่างานนี้คุยกันยาว

เมื่อคุณหมอทราบว่าคนไข้เป็น ALL จึงเกิดความสนใจเป็นพิเศษ อยากคุยอยากอธิบาย คุณหมอบอกว่าคุณหมอชอบค้นหาในสิ่งที่คนอื่นหาไม่เจอ

คุณหมอชื่อคุณหมอคงคา ซักประวัติซะถี่ยิบ ทั้งที่ทำงาน สภาพแวดล้อมที่ทำงาน บ้าน ห้องนอน

พบว่า รอบ ๆ ตัวเต็มไปด้วย เครื่องแฟกซ์ พริ้นเตอร์ กระดาษ หมึก หนังสือพิมพ์ วิทยุ เทป มือถือ ทีวี คอมพิวเตอร์ พรม เครื่องปรับอากาศ ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน อีกทั้งพฤติกรรมการนอนคือนอนอ้าปาก ทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้นอนกรน ตื่นเช้ามาแล้วไม่สดชื่น ปวดหัว จำความฝันไม่ได้ ปวดท้ายทอยและหัวไหล่เป็นประจำ (จากการที่ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอทำให้สมองส่วนที่กระตุ้นการทำงานของไขกระดูกทำงานได้น้อยลงหรือไม่ทำงาน ทำให้เม็ดเลือดขาวที่ดี ๆ ขี้เกียจทำงาน ... อันนี้ฟังไม่ค่อยชัด แต่ข้อมูลประมาณนี้แหละ)

คุณหมอบอกว่าเราป่วยเป็นโรคภูมิแพ้มานานนับสิบ ๆ ปี โดยไม่รู้ตัว และไม่ได้รับการรักษา เป็นสาเหตุให้เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน ที่เป็นอยู่ในขณะนี้

คุณหมอแนะนำว่าถ้าอยากหายจากโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว จะต้อง ลาออกจากงาน กลับสู่ธรรมชาติ หรือ ให้ไปคุยกับเจ้านายให้ขจัดสิ่งต่าง ๆ รอบตัวออกไป จัดพื้นที่ทำงานใหม่ ห้องนอนต้องไม่มีพวกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หนังสือ และอะไรต่าง ๆ ที่มีอยู่ขณะนี้ ให้ห่างไกลคอพิวเตอร์ซะ

แล้วก็ต้องรักษาอาการภูมิแพ้ ต้องพ่นจมูก และกินยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะเป็นอีกทางช่วยหนึ่งที่จะส่งเสริมให้การรักษ ALL ดีขึ้นไปด้วย

สุดท้ายเลยได้รู้ตัวว่าเป็นภูมิแพ้ มาเป็นเพื่อนกับลูคีเมียเลย




 

Create Date : 24 กันยายน 2552    
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2552 20:07:16 น.
Counter : 266 Pageviews.  

คำแนะนำหลังได้เคมีบำบัด


โรคของเม็ดเลือดขาว: คำแนะนำหลังได้รับเคมีบำบัด
ข้อมูลจาก สมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย


คำแนะนำหลังการให้เคมีบำบัด
เคมีบำบัดคืออะไร

เคมีบำบัด เป็นยาในกลุ่มซึ่งออกฤทธิ์ต่อการแบ่งตัวของเซลล์ ทำให้เซลล์ไม่สามารถแบ่งตัวได้ตามปกติ

เมื่อใดต้องได้เคมีบำบัด

ผู้ป่วยมะเร็ง เป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มักจะได้รับยาเคมีบำบัด เนื่องจากเป็นยาต้านมะเร็งที่ได้ผลดีที่สุดที่มีอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยด้วยโรคอื่นๆ ที่มีโอกาสจะได้รับยาเคมีบำบัดด้วย เช่น ผู้ป่วยที่มีโรคแพ้ภูมิตัวเอง เช่น SLE (โรคพุ่มพวง) หรือ เกล็ดเลือดต่ำ จากภูมิคุ้มกัน (ITP) เป็นต้น แต่เคมีบำบัดที่จะให้ในผู้ป่วยกลุ่มนี้จะเป็นยากิน และมีขนาดที่ใช้ต่ำกว่าที่ใช้ในผู้ป่วยโรคมะเร็ง ดังนั้นผลข้างเคียงจากยา จะไม่รุนแรงเท่าผู้ที่ได้รับยาเพราะเป็นโรคมะเร็ง



ผลข้างเคียงของเคมีบำบัด

ยาเคมีบำบัดเป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อการแบ่งตัวของเซลล์ ดังนั้น นอกจากเซลล์มะเร็งแล้ว เซลล์ชนิดอื่น ที่มีการแบ่งตัวก็จะได้รับผลกระทบด้วย ได้แก่

เซลล์เม็ดเลือด เม็ดเลือดมีกำเนิดอยู่ในไขกระดูก ซึ่งเป็นที่ที่มีการแบ่งตัวของเซลล์อยู่จำนวนมาก ดังนั้น หลังได้ยาเคมีบำบัด จำนวนเม็ดเลือดจะลดต่ำลง จะต่ำแค่ไหนขึ้นอยู่กับความแรงของยาที่ให้ ที่เห็นชัดที่สุดคือจำนวนเม็ดเลือดขาว หากยาแรงมาก ก็จะทำให้เม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือดต่ำลงด้วย เม็ดเลือดขาวที่ลดลง มักจะลดลงในวันที่ 7-10 หลังจากเริ่มได้ยา และจะฟื้นตัวขึ้นในวันที่ 18-25 หลังจากเริ่มได้ยา ในระหว่างที่จำนวนเม็ดเลือดขาวมีน้อยลงนี้ ผู้ที่ได้รับยาจะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆได้ง่าย เนื่องจากเม็ดเลือดขาว เป็นเม็ดเลือดที่ทำหน้าที่ต่อสู้เชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอม และหากเคมีบำบัดแรงมาก อาจทำให้เกล็ดเลือดต่ำลง ซึ่งมีผลทำให้เลือดออกง่าย เพราะเกล็ดเลือดเป็นสิ่งจำเป็นในการห้ามเลือด
เซลล์รากผม เป็นเซลล์ที่แบ่งตัวตลอดเวลา และทำให้ผมยาวขึ้น ดังนั้น หากเซลล์รากผมได้รับความกระทบกระเทือน ก็จะทำให้ผมร่วง โดยทั่วไปผมจะร่วงประมาณ 10-14 วัน หลังจากเริ่มได้ยา และก็ไม่ใช่ว่า ยาทุกชนิดจะทำให้ผมร่วงเท่าๆกัน ควรสอบถามแพทย์ผู้รักษาว่า ยาที่ได้รับจะทำให้ผมร่วงได้มากน้อยแค่ไหน และหลังจากสิ้นสุดการรักษาด้วยเคมีบำบัดแล้ว ผมจะกลับมาขึ้นใหม่
นอกจากนั้น ยาเคมีบำบัดทั่วไป มักทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน แต่อาการนี้มักป้องกันได้ด้วยยาแก้อาเจียน ซึ่งในปัจจุบันมียาแก้อาเจียนที่ดีมากๆอยู่หลายชนิด
การปฏิบัติตัวทั่วไป

ข้อแนะนำโดยทั่วไป มีดังนี้

รับประทานอาหารอ่อนๆ ไม่มัน และไม่เลี่ยน เพื่อไม่ให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียนมากเกินไป
หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ที่เป็นโรคติดต่อ เช่น ไข้หวัด หรือโรคติดเชื้ออื่นๆ เนื่องจากจะมีโอกาสเป็นโรคติดเชื้อง่ายขึ้น
รับประทานเฉพาะอาหารที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนจนสุกแล้ว อาหารที่ไม่สะอาด และปนเปื้อนเชื้อโรค จะทำให้ท้องเสีย และติดเชื้อได้ง่าย
ไม่เดินทางไปในที่ที่มีคนแออัด เช่นห้างสรรพสินค้าในวันสุดสัปดาห์
พักผ่อนให้เพียงพอ สามารถออกกำลังกายเบาๆได้
สามารถทำงานประจำได้ หากงานนั้นไม่ต้องทำให้ออกกำลังมากจนเกินไป
หาวิกผม หากยาทำให้ผมร่วงมาก
อาหารที่ควรรับประทานและละเว้น

ผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด ควรรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เช่นเดียวกับคนทั่วๆไป อาหารโปรตีนรับประทานได้บ้าง หากไม่มีข้อห้ามทางสุขภาพอื่นๆ

เมื่อใดต้องรีบกลับไปพบแพทย์

ผู้ที่ได้รับยาเคมีบำบัดแล้วมีอาการต่อไปนี้ ควรไปพบแพทย์ทันที หากแพทย์ที่รักษาท่านไม่ได้ออกตรวจในวันนั้น ให้ไปที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ท่านรับการรักษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ไข้ขึ้น โดยมีไข้มากกว่า 38 องศาเซลเซียส
มีจ้ำเลือดใหม่ๆ จำนวนมาก ขึ้นตามผิวหนัง หรือกระพุ้งแก้ม
ปวดศีรษะมาก หรือตามัว มองไม่เห็นชัด
แพทย์ที่ให้การรักษาท่านจะเป็นผู้ที่ให้ข้อมูลกับท่านได้ดีที่สุด เพราะจะมีข้อมูลการเจ็บป่วยของท่าน และชนิดของยาที่ให้อยู่ในมือ ดังนั้น หากมีข้อสงสัยใดๆ สามารถสอบถามกับแพทย์ที่รักษาท่านได้จนกว่าท่านจะพอใจ และหากมีคำถามใดๆ ควรจดใส่กระดาษไว้ เพื่อนำไปถามแพทย์เมื่อมีโอกาสในคราวต่อไป





 

Create Date : 18 กันยายน 2552    
Last Update : 18 กันยายน 2552 10:57:35 น.
Counter : 1904 Pageviews.  

มะเร็งเม็ดเลือดขาวกับคีโมเข็มแรก

17 ก.ย.52 คุณหมออนงค์นัดเข้าไปแอดมิท ได้เตียงที่โรงพยาบาลแล้ว ทั้งตื่นเต้น ทั้งกลัว กังวลนิดหน่อย กลัวต้นหอมไม่เข้าใจ เลยเตี๊ยมกันซะอย่างดิบดี ว่ามะม้าจะไปนอนโรงพยาบาลนะ หลายวันด้วย ต้นหอมไปเยี่ยมมะม้ามั่งนะ ต้นหอมบอกว่า ได้ แล้วหนูจะเอาของไปเยี่ยมมะม้านะ เอาอะไรดีล่ะม้า เอาแบรนด์กับรังนกแล้วกัน แล้วก็เอาของที่ไม่เย็น ม้าจะได้ไม่เป็นหวัดเน๊าะ...อืมม์ ใช้ได้ ๆ ไม่ห่วงแระ

เช้าวันที่ 17 ก.ย.เดินทางถึง รพ. คุณหมอเจาะเลือด รอผลเลือด จนเกือบเที่ยง คุณหมอบอกว่า ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลแล้ว เพราะดูจากผลเลือดและจากยาที่ให้ไปทาน(เพรดนิโซโลน) ทำให้เลือดดีขึ้น เกร็ดเลือดก้ดีขึ้น เม็ดเลือดขาวก็ดีขึ้น จากเมื่อครั้งก่อน แต่จำเป็นต้องได้รับยาเคมีบำบัด วันนี้ก็จัดการให้ซะเลยเข็มที่ 1 แล้วกลับบ้านได้ ....ก็ตอบรับค่ะ ๆ ๆ ๆ แอบดีใจไม่ต้องนอน

จากนั้นก็ไปดำเนินการจัดการซื้อยารับยาตามขั้นตอนของประกันสังคมโรงพยาบาล แล้วขึ้นไปที่หน่วยเคมีบำบัดเพื่อให้เขาฉีดยาให้

ที่หน่วยเคมีบำบัด ไม่น่าเชื่อ! บรรยากาศสบาย ๆ มีเก้าอี้โซฟา อุปกรณ์อะไร ๆ ก็ยังดูใหม่อยู่ มีห้องสำหรับผู้ป่วยนอนให้เลือดแยกเป็นสัดส่วนกับส่วนที่จะให้เคมีบำบัด

ในห้อง มีเก้าอี้สำหรับผู้ป่วยนั่งให้เคมีบำบัดเป็นเก้าอี้โซฟาอย่างดี ยกเท้าขึ้นได้ กว้างขวาง นั่งสบาย ๆ จริง ๆ เลย เนื่องจากเป็นการให้เข็มแรก ครั้งแรก เลยมีพยาบาลมีพูดคุยถึงผลกระทบที่จะได้รับหลังจากให้ยา ก็เป็นบรรยากาศสบาย ๆ พูดคุยกัน ให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับเรา บอกเราว่าจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง เกิดแล้วต้องทำอย่างไร ปฏิบัติตัวอย่างไรหลังจากได้รับยา

จากนั้นก็ฉีดยาเคมีให้ ใช้เวลา 5 นาที เสร็จแล้ววัดความดัน ปกติ ก็กลับบ้านได้ เป็นอันเสร็จพิธีฉีดคีโมครั้งแรก เข็มแรก ตื่นเต้นแทบแย่ คิดว่าจะต้องเจาะเส้นเลือดดำที่ไหปลาร้าเหมือนที่เคยอ่าน ๆ มา เตรียมตัวมาเจ็บเต็มที่นะเนี่ย (คงมีสักวัน)

สรุปวันนี้ที่ได้มา
- คีโม1เข็ม
- ได้ยาเคมีมาทาน 2 ชนิด endoxan 50mg (cyclophosphamide), mercaptopurine 50mg
- prednisolone 5mg
- วิตามินบี 2

ผ่านพ้นไปอีกหนึ่งวัน นัดครั้งหน้า 24 ก.ย.52


บางส่วนจากบทสนทนากับคุณ(ป้า)หมอ
วันแรกที่พบคุณหมอ
เรา : ตกลงหนูเป็นโรคอะไรคะคุณหมอ
คุณหมอ : เราพอจะทราบแล้วล่ะว่าเป็นอะไร แต่ยังบอกไม่ได้ เดี๋ยวรอผลที่มันชัด ๆ ก่อน
(ปล่อยให้อยากแล้วจากไป)

หลังจากเจาะไขกระดูกครั้งที่ 2
เรา : ที่หนูเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันเนี่ยมันประเภทไหนคะ
คุณหมอ : รู้แล้วจะได้อะไร (ห๊า!) รู้แล้วจะทำอะไร บอกว่าชนิดเฉียบพลันก็เฉียบพลันซิ ยังจะมาถามอีกประเภทไหน

วันที่ให้คีโมครั้งแรก
เรา : เอ่อ! คุณหมอคะการรักษาคือการให้คีโมอย่างเดียวหรือค่ะ?
คุณหมอ: ใช่ ๆ อย่างเดียว ถ้าไม่ให้ก็ไปโน่นเลย ยาต้มยาหม้อเลยไป (ตะแหง่ววว! ไอ้ที่จะถามเกี่ยวกับการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกเลยไม่กล้าเลย คงอีกไกล ไปทีละขั้นละกันเรา)

ด้วยความที่ไปหาข้อมูลมาเก็บไว้เยอะมันเลยซอกแซกถามมากไง แต่จริง ๆ อาจารย์ป้าหมอไม่ดุนะ ใจดีด้วยซ้ำ คอยโทรตามเราด้วยตัวท่านเองตลอดเลย แม้กระทั่งเรื่องเตียงนอนโรงพยาบาล เรื่องนัดหมาย อะไรต่าง ๆ คอยถามไถ่อาการเป็นระยะ ๆ ขอบคุณค่ะ




 

Create Date : 18 กันยายน 2552    
Last Update : 18 กันยายน 2552 9:41:31 น.
Counter : 1155 Pageviews.  

1  2  

ซิมเปี๊ยะกุน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นู๋ชื่อต้นหอมค่ะ spring onion
Friends' blogs
[Add ซิมเปี๊ยะกุน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.