Group Blog
 
All blogs
 
Work and Travel : Intro: แนะนำขั้นต้นสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจไปเป็นเด็กWork and Travel

สำหรับประสบการณ์ Work and Travel in USA ครั้งนี้ของเฟิร์นถือเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆค่ะ
สุดยอดแบบ มันเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ถ้าในวันนั้นไม่ลองตัดสินใจไป ไม่ลองflight ขอพ่อกับแม่
(ที่แรกๆก็ดูเหมือนจะไม่ยอมให้ไปเพราะดูถูกทักษะการเอาตัวรอดของลูกสาว
+กับที่เค้าเคยเห็นประสบการณ์แย่ๆของคนที่เคยไปมาแล้วและถูกลอยแพบ้าง
งานไม่มีให้ทำบ้าง บลาๆๆๆ) แล้วที่สำคัญคือถ้าในวันนั้นไม่กล้าออกไปเจอกับอะไรใหม่
ๆที่เราไม่เคยเจอ ก็คงไม่ได้ประสบการณ์ดีๆ มิตรภาพดีๆ และบททดสอบจากโลกกว้างมากมาย
มาบอกเล่าให้เพื่อนๆฟังในวันนี้

เฟิร์นอยากจะขอแชร์ประสบการณ์ต่างๆตั้งแต่เริ่มต้น ไว้เป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่ตัดสินใจจะไป
ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ไปในที่ที่เดียวกัน แต่เฟิร์นก็ยังคิดว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยไกด์หลายๆอย่าง
ที่เป็นประโยชน์ให้ หรือถ้าใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ หลังไมค์มาได้เลยนะคะ
ยินดีช่วยกับทุกๆคำถามอย่างสุดกำลังค่ะ

เริ่มกันเลยแล้วกันเนาะ.......



บทที่ 1 ก่อนตัดสินใจจะไป รู้เป้าหมาย หาข้อมูล(เอเจนซี่ ประเภทของงาน นายจ้าง รัฐ
ฯลฯ) และการติดต่อขั้นต้น


หลายคนคงมีสิ่งที่เป็นแรงกระตุ้นให้อยากไปเวิคแตกต่างกัน เช่น อยากไปเที่ยว อยากไปทำงาน
อยากได้ภาษา อยากได้ประสบการณ์ตรง และไม่น้อยเลยที่อยากได้เงิน (อันนี้เฟิร์นเป็นค่ะ)
แต่ไม่ว่าเราจะมีเป้าหมายไปทำอะไร นั่นก็คือเราก้าวขาไปครึ่งตัวแล้วล่ะเนาะ ซึ่งต้องขอบอก
ตามตรงจริงๆว่าหวังอะไรจากโครงการ Work and Travel นี้ หวังได้หมดค่ะ แต่ยกเว้นเรื่องเงิน
อย่าคาดหวังกับมันมากนักว่าเราจะต้องหอบกลับมาได้เท่านั้นเท่านี้ อย่าหวังว่าเราจะได้ชั่วโมงงาน
เท่าที่เราวางแผนไว้ อย่าหวังว่า Second Job ที่เราหลายๆคนหวังไว้ว่าจะได้ทำ มันจะได้มาโดยง่ายๆ
แบบนี้เป็นต้น เพราะตราบใดที่เรายังไม่เคยได้ไปอยู่ ณ ที่ที่นั้นมาก่อน เราก็จะไม่มีทางรู้ได้เลย
ว่าเราต้องไปพบเจอกับอะไร จะได้เจอกับเรื่อง ‘ผิดแผน’ ต่างๆเหล่านี้หรือเปล่า
(อ้อ! ยกเว้นกรณีที่มีคนที่เคยไปทำที่นั้นๆกลับมาเล่าให้ฟังนะคะ ยกตัวอย่างเช่น
เฟิร์นเคยเห็นเด็กเวิคที่เคยไปทำงาน Mc สาขานึงใน Massachuset (MA) เค้าก็เอากลับมา
บอกเล่าประสบการณ์กับคนที่กำลังจะไปเหมือนกันว่าที่ทำงานเป็นไง รายได้เป็นไง จ๊อบ2 หาได้ไหม
ตรงไหน ยังไง ซึ่งก็ดีมากๆเลยค่ะ แต่มันมีคนทำแบบนี้ไม่เยอะนี่สิ )

อีกอย่างหนึ่งที่เราต้องพร้อมนั่นก็คือ เราต้องไม่ลำบากในเรื่องการเงินหากเรื่องต่างๆเหล่านี้
เกิดผิดแผนขึ้นมา เพราะการลงทุนตอนแรกก่อนที่จะได้ไปนั้นไม่ใช่น้อยๆเหมือนกัน
เรียกได้ว่าไม่ต่ำกว่า 100000บาทค่ะสำหรับต้นทุน เฟิร์นเลยไม่อยากให้ทุกคนหวังมากว่า
‘โหย เราจะต้องได้เงินกลับมาเท่านั้นเท่านี้ กี่แสนๆ’ เพราะกลัวจะผิดหวังกับทั้งการหาเงิน
ตามที่หวังไม่ได้ ไหนจะขาดทุนเป็นแสนๆซ้ำซ้อนอีก เรียกว่าการจะไปทั้งทีก็ต้องพร้อมเรื่องเหล่านี้
ด้วยเนาะ (เรื่องค่าใช้จ่าย เฟิร์นจะบอกในบทหลังๆไปนะคะ)

แต่ในเมื่อเราไม่รู้ว่าจะมีเรื่องผิดแผนนั้นๆเกิดขึ้นกับเราหรือเปล่า การหาข้อมูลต่างๆให้ดีที่สุด
ก็เป็นเรื่องที่จำเป็นมากๆๆๆๆๆๆ เรื่องอะไรบ้างน่ะหรอ? ก็......


1 Agency เป็นด่านแรกสุดเลยที่เราจะเริ่มต้นประสบการณ์นี้ได้ เอเจนซี่ก็คือ บริษัทดูแล
โครงการแลกเปลี่ยนต่างๆ บางเจ้าก็ดูแลแค่โครงการ W&T อย่างเดียว บางเจ้า
ดูแลกันไปจนถึงแลกเปลี่ยนนักเรียนมัธยม(แบบAFS) Internship AuPair กันเลยก็มี
ขอบเขตหน้าที่ของเอเจนซี่มีแค่การ ‘อำนวยความสะดวก’ ให้กับเราในเรื่องเอกสาร
การทำเรื่องกับองค์กรในต่างประเทศ การดำเนินการวีซ่า รวมถึงการช่วย ‘ติดต่อ’
ไปหาองค์กรที่อเมริกาเวลาที่เรามีปัญหาอยู่ที่โน่นแล้วเท่านั้น
‘ ไม่ได้’ มีหน้าที่ ‘รับผิดชอบ’ ทุกๆเหตุการณ์ที่เกิดกับเราที่โน่น แต่เพียงช่วยส่งต่อ
ความเดือดร้อนของเราสู่องค์กรที่ประจำในอเมริกา ดังนั้น เราต้องมั่นใจว่าจะสามารถช่วยตัวเองได้
เวลาอยู่ที่โน่น เอเจนซี่ที่เปิดรับก็จะมีที่คุ้นๆหูกันอยู่ไม่กี่เจ้า แต่เจ้าเล็กๆจะมีมากเลยล่ะค่ะ
เฟิร์นจะขอบอกข้อดีข้อเสียของซัก 2 เจ้าใหญ่ที่สุดก็แล้วกันเนาะ เพราะคงจะเป็นประโยชน์
กับคนจำนวนมาก แต่นี่ไม่ได้เป็นการ promote หรือ discredit แค่ 2 ที่นี้นะคะ
เฟิร์นเลยจะบอกทั้งชื่อเสียงในด้านดี และเสียของทั้ง 2 ที่ให้แล้วกันเนาะ ส่วนที่เล็กๆที่อื่นๆ
อีกเยอะแยะมากมายค่ะ ลองเสิร์ชดูนะคะ หรือใครจะหลังไมค์มาถามก็ได้ยินดีค่ะ

1 ACADEX ข้อดี คือ อคาเด็กส์ถือเป็นเจ้าที่ใหญ่ที่สุดในด้านW&T ปีๆหนึ่งส่งเด็กเยอะที่สุด
มีงานให้เลือกเยอะที่สุด มีการประชาสัมพันธ์อย่างดีที่สุด และมีการดำเนินการขั้นตอนต่างๆ
เช่น การสัมภาษณ์งาน การขอสัมภาษณ์วีซ่า รวดเร็วทันใจมาก(ซึ่งดีต่อการจองตั๋วเครื่องบินของเรา)
แต่ข้อเสียก็มีเยอะไม่แพ้กันค่ะ คือ งานที่เราจะเลือกต้องเลือกเป็นอันดับๆไว้เลยค่ะ
ถ้าเราสัมภาษณ์ไม่ผ่าน(นายจ้างไม่รับ) เค้าจะโอนเราไปให้ที่อื่นที่เราเลือกไว้อันดับต่อมา
โดยอัตโนมัติซึ่งนั่นอาจทำให้เราไม่ได้ไปที่ที่เราอยากไปมากที่สุด อีกอย่างคือค่าโครงการ
ที่ค่อนข้างแพง (ราคาที่แน่นอนไม่แน่ใจนะคะ แต่เดี๋ยวจะไปหามาให้) และเนื่องจากเด็กเยอะนี่เอง
ที่ทำให้การดูแลไม่ทั่วถึง เวลาไปอยู่ที่นู่นจริงๆ เด็กจำนวนที่เยอะมากกก(แปรผันตามจำนวนเด็ก
ที่เค้าดูแล) ก็มีปัญหามากตามไปด้วย ทำให้เค้าประสบกับปัญหาการดูแลเด็กอย่างมากเหมือนกัน
(อ้างจากการบอกเล่าจากเด็กที่รู้จักในเมืองเดียวกัน และกระทู้จากห้องไกลบ้านค่ะ
เฟิร์นไม่ได้โม้เองน้า) อ้อ อีกเรื่องนึงค่ะ อคาเด็กส์ชอบมีแผนโปรโมทโดยการปิดรับสมัครเร็ว
มักมาก เป็นการทำให้เด็กต้องรีบตัดสินใจมาสมัครอย่างเร็วมากด้วยค่ะ

2 OEG หรือที่หลายๆคนเรียกกันว่า Oversea ค่ะ ข้อดี คือ ชื่อเสียงของเจ้านี้ค่ะที่ทำกิจการมา
น๊านนาน มีโครงการแลกเปลี่ยนหลายแบบที่เค้ารับผิดชอบค่ะ ทำให้มีความน่าเชื่อถือ
แล้วก็ระบบการแจ้งข่าวสารต่างๆที่เป็นระบบดีมากค่ะ เพราะเค้าจะมีเวปที่ให้เรา log in เข้าไปดู
ข้อมูลทุกเมื่อที่เราต้องการ มีการทดสอบต่างๆที่เป็นระบบดีมากค่ะ ทำให้เด็กแต่ละปี
สนใจเข้าร่วมกับเจ้านี้มากค่ะ
แต่ ข้อเสียก็คล้ายๆกับ ACADEX ค่ะ คือ เด็กเยอะ(ปานกลาง ไม่ถึงกับมากเท่าอคาเด็กส์)
ทำให้ดูไม่ค่อยทั่วถึง ค่าโครงการแพง แล้วก็ไม่ง้อเด็กด้วยค่ะ ปิดโครงการเร็วมาก
พอเต็มปุ๊บก็จะมี SMS มาบอกเด็กทุกคนว่า ‘ตอนนี้โครงการทุกตำแหน่งเต็มหมดแล้ว
ขอบคุณที่ให้ความสนใจเรา’ ประมาณนี้ หรืออีกกรณีนึงนะคะ ที่เพื่อนเฟิร์นเจอมา
คือความจริงเค้าก็ไม่ได้ทำข้อสอบไม่ได้นะคะ แต่พอดีวันนั้นเค้าง่วงๆเบลอๆ บวกกับเค้าก็คิดว่า
ข้อสอบอ่ะ ทำๆไปเถอะ ยังไงเค้าก็รับทุกคนอยู่แล้ว เพราะเอเจนซี่ทุกเจ้าก็อยากจะเอาเงินเด็กทั้งนั้น
แต่ เพื่อนคนนั้นสอบไม่ผ่านค่ะ แล้วเค้าก็ไม่ให้ดำเนินการต่อไปด้วย เรางงกันมากเลยค่ะว่า
เออ มีงี้ด้วย ไม่ง้อเด็กขั้นรุนแรงเลยนะเนี่ย

ปล. อย่าลืมนะคะ มีเจ้าเล็กๆอีกมากเลยค่ะ ซึ่งเจ้าเล็กๆก็จะมีข้อดีต่างๆแตกต่างกันเป็น
เช่น ด้วยจำนวนเด็กที่น้อย ทำให้มีการดูแลอย่างทั่วถึง เอาใจใส่เด็ก บางที่จำเด็กจำชื่อเด็กได้
ทุกคน บางที่โทรเช็คการเดินทางจนกระทั่งเราถึงมือนายจ้างในอเมริกาอย่างปลอดภัยเลยก็มี
อีกอย่างคือเจ้าเล็กๆมักมีค่าใช้จ่ายที่ไม่แพงนัก และมีโปรโมชั่นต่างๆมากมายมาล่อใจ
เช่น แถมนู่นแถมนี่เยอะแยะ แต่ก็ต้องแลกมากับการมีตัวเลือกของงานและรัฐที่น้อยตามไปด้วย
อะไรแบบนี้น่ะค่ะ

ยังไงลองค้นหาดูงานที่น่าสนใจจากทุกที่ก่อนนะคะ ยิ่งเราเตรียมตัวมากเท่าไหร่ก็ยิ่งได้เปรียบมาก
เท่านั้นค่ะ


ขั้นตอนต่อมาค่ะ เราจะดูเอเจนซี่ที่แนะนำและไม่ได้แนะนำข้างต้นไปทำไม นอกจากดูเรื่อง
ความน่าเชื่อถือแล้ว ที่สำคัญกว่านั้นคือเราต้องเข้าไปดูตำแหน่งงานและรัฐที่เราอยากไปทำ
และเราอยากจะไปค่ะ

ดูเรื่องประเภทของงานก่อนนะคะ ว่ามีงานลักษณะไหนที่เหมาะกับตัวเราบ้าง
งานทั้งหมดที่เราสามารถไปทำได้ก็จะแบ่งประเภทได้กว้างๆตามนี้ค่ะ

1 Hosekeeper/ Resort Worker/ ตำแหน่งงอื่นๆที่เกี่ยวกับทำความสะอาด
งานลักษณะนี้ต้องใช้แรงงานค่ะ ต้องทนกับความลำบากหน่อยค่ะ เหนื่อยค่ะในช่วงแรกๆ
ถ้ายังไม่ชิน แต่ถ้าชินแล้วจะสบายขึ้น แล้วก็ต้องไม่แพ้พวกสารเคมีด้วยนะคะ เพราะต้องอยู่ใกล้ๆ
กับมันทุกวัน ทั้งทางผิวหนัง สูดดม ทุกอย่างเลยค่ะ ค่าแรงงานประเภทนี้ก็ค่อนข้างสมน้ำสมเนื้อ
ไม่มากไม่น้อยค่ะ ขึ้นอยู่กับระดับของโรงแรม และการที่เค้าใช้งานเราค่ะ(อันนี้ต้องคิดหนักนะคะ
ยิ่งเค้าเอาเงินมากๆมาล่อเรา ก็แฝงความหมายไว้แล้วล่ะค่ะว่าเค้าก็คงจะใช้งานเราคุ้มเหมือนกัน)
ค่าจ้างที่เฟิร์นเคยเจอมีอยู่ตั้งแต่ 7-11$ ต่อชม.(ไอ้ตัว11$ เฟิร์นเคยเห็นเป็นของโรงแรมนึง
ใน MA หรือ NY นี่แหละค่ะ ซึ่งค่าครองชีพก็สูงไม่แพ้ค่าแรงเหมือนกัน เวลาดูค่าจ้างอย่าลืม
คิดถึงค่าครองชีพกันด้วยนะคะ) ส่วนทิปมีโอกาสได้ค่ะขึ้นกับนโยบายของโรงแรมค่ะ
ส่วนภาษาว่าจะได้ใช้เยอะใช้น้อยก็ขึ้นอยู่กับนายจ้างเหมือนกันค่ะ อย่างเพื่อนเฟิร์นไปทำ
ที่ รร.นึงใน Missouri ทางโรงแรมให้ทำงานคนเดียว แบบนี้ก็ไม่ได้ใช้ภาษา
แต่บางรร.(อย่างที่เฟิร์นไปทำ) จะกำหนดให้เด็กไทยทำคู่กับอเมริกันค่ะ อันนี้ก็ได้ใช้ภาษา
พอควรเลยคะ ทำงานไปเม้าท์ไป สนุกมากค่ะ บางทีทำงานเสร็จช้าเพราะเม้าท์นี่ล่ะค่ะ
เอาคร่าวๆแล้วกันเนาะ ใครสนใจงานลักษณะนี้ติดตามตอนต่อๆไปนะคะ เพราะเฟิร์นก็ไป
ทำงานประเภทนี้มา จะเอาประสบการณ์มาแชร์อย่างละเอียดให้ทราบกันค่ะ

2 Life Guard
เป็นงานยอดฮิตอีกเหมือนกันค่ะสำหรับคนที่ภาษาไม่เริ่ดเรอนัก แต่ต้องอาศัยกำลังกาย
อย่างแรงค่ะ มีบางที่เค้า require certification รับรองการว่ายน้ำด้วย ว่าว่ายเร็วเท่านี้ๆ
ไกลเท่านี้ๆ เฟิร์นเห็นบางคนมาสอบว่ายน้ำเพื่อเอาcer ที่ม.ธ.ศูนย์รังสิตก็มีค่ะ เห็นเค้าบอก
กันมานะคะว่าค่อนข้างเป็นงานที่น่าเบื่อค่ะ วันๆนั่งเฝ้าขอบสระหรือริมหาด กวาดตามองทั่วๆ
เผื่อคนต้องการความช่วยเหลือ มีบางที่นายจ้างจะทดสอบคุณด้วยค่ะโดยการปล่อยลูกบอล
ออกมาจากซักที่นึงเพื่อทดสอบว่าคุณจะสนใจจนเห็นมันไม้ พอเห็นแล้วจะรีบไปหยิบมันขึ้นมา
เหมือนกับรีบไปช่วยชีวิตคนได้ในกี่วินาที ถ้าทำไม่ได้ตามที่เค้ากำหนดกี่ครั้งๆ ก็โดนหมายหัวค่ะ
แต่ค่าตอบแทนสำหรับงานนี้ก็เรียกว่าคุ้มค่ะ เป็นงานที่รายได้ดีอีกที่งานนึงทีเดียวค่ะ

3 สวนสนุก
งานสวนสนุกนี่เป็นงานที่จะได้ทำงานน้อยนะคะ สวนสนุกส่วนมากเปิดแค่วัน ศ.ส.อา.
เพราะช่วงที่เราไปกันนั้น ถึงแม้จะเป็นSpringแล้ว แต่อากาศยังหนาวเย็นอยู่ค่ะ
เพิ่งจะอากาศสบายตัวตอนเราใกล้จะกลับกันแล้วค่ะ ทำให้งานสวนสนุกนี่รายได้
ยิ่งน้อยกันไปใหญ่ แต่สวนสนุกบางที่ก็จะมีสวัสดิการดีๆให้เราค่ะ เช่น Six Flags, Disney
อะไรแบบนี้ เช่น พนักงานได้เล่นเครื่องเล่นฟรีหรือมีส่วนลด มีส่วนลดอาหาร ประมาณนี้ค่ะ
สำหรับงานนี้เฟิร์นไม่ค่อยอยากแนะนำกับคนที่อยากไปหวังเอาทุนคืนกลับมาบ้าง
เพราะ 1 สวนสนุกก็มักอยู่ในเมืองใหญ่ๆใช่ไหมคะ นั่นก็หมายความว่าค่าครองชีพก็จะ
แพงไปด้วย
และ2 คืองานไม่ค่อยมีให้ทำค่ะ ไปถึงแล้วโดนลดชม. ลดวัน อะไรแบบนี้เยอะค่ะ

4 Fastfood เช่น KFC Mc. Burger King etc.อีกมากมาย งานประเภทนี้
ก็มีคนไปทำอีกมากเช่นกันค่ะ เพราะงานสบาย ลองนึกภาพร้านฟาสฟูดบ้านเราดูสิคะ
พนักงานก็จะสลับๆกันทำหน้าที่ต่างๆในแต่ละวัน ทั้งเตรียมอาหาร รับOrder ทำความสะอาดร้าน
อ้อ ที่จะเพิ่มมาก็คือรับออร์เดอร์ลูกค้า Drive-Thru ที่จะขับรถมาจอด เปิดกระจกรถ สั่ง
แล้วเราก็เอาอาหารออกมาให้เค้า รายได้พอประมาณค่ะสำหรับงานประเภทนี้ ไม่มากไม่น้อย
แต่เป็นงานค่อนข้างสบาย ภาษาได้ใช้บ้างปานกลาง ไม่มาก อาจเพราะงานประเภทนี้
มักจะรับเด็กเวิคเยอะๆค่ะ ทำให้ไม่เหงาค่ะ แต่บางอารมณ์ก็คงจะเบื่อเนาะ เดินไปไหน
ในร้านเจอแต่คนไทย อาจจะนึกภาพร้านMc.ที่อยู่ตามชิดลมเอาก็ได้ค่ะว่าลูกค้าทั้งร้าน
เป็นฝรั่ง แต่พนักงานหลังร้านแทบจะเป็นThai Town

5 Casino
งานประเภทนี้เฟิร์นต้องบอกเลยค่ะว่ามีข้อมูลน้อยมาก เพราะตอนที่เฟิร์นไปยังอายุไม่ถึง21 ปี
แล้วไปทำงานประเภทนี้ไม่ได้ (เค้าrequire อายุ21ขึ้นเท่านั้นนะคะ เป็นกฎหมายเค้าค่ะ)
ก็เลยไม่ค่อยมีข้อมูลประเภทนี้เลย แต่ที่รู้ๆคือ ได้ค่าแรงดี-ดีมาก ทิปเริ่ด แต่งานประเภทนี้
จะมีอยู่ในเฉพาะบางรัฐเท่านั้นนะคะ ที่เด่นๆเลยคือ Las Vegas รัฐ Nevada เป็นเมืองคาสิโน
ระดับโลกเลยค่ะ ขอโทษจริงๆนะคะ เฟิร์นมีข้อมูลเท่านี้จริงๆค่ะ

6 Restaurant Worker เฟิร์นขอแยก Restaurant Worker กับ Server
ออกจากกันนะคะ เพราะงานมันไม่เหมือนกันค่ะ Restaurant Worker เป็นงานหลังครัวค่ะ
ที่เห็นคนไปทำกันก็จะเป็นผู้ช่วยกุ๊กค่ะ เตรียมส่วนประกอบต่างๆของอาหาร บางคนเมพมากค่ะ
ได้เป็นถึงCook ซึ่งค่าแรงดีมากกกกกกกกกกกกกกกก สุดๆ แต่ค่ะแต่ แทบไม่มีเอเจนซี่ใด
มีงานลักษณะนี้เลยค่ะ แต่ที่เฟิร์นไปเจอมาคือเด็กไทยไปทำเป็นจ๊อบ2ค่ะ(ค่าแรงสูง
Cook 14$ ผช.กุ๊ก11$ เมพไหมล่ะ) อีกงานนึงคือเป็นงานทำความสะอาดร้านค่ะ
อันนี้ไม่ทราบค่าแรงค่ะ

7 Server/Hostess
เสิร์ฟนี่เป็นงานส่วนหน้าร้านค่ะ ไม่เหมือนฟาสฟู้ดนะคะ แต่นี่คือต้องเทคแคร์ลูกค้าตัวต่อตัว
โต๊ะต่อโต๊ะ ทำหน้าที่เสิร์ฟ และโฮสต์ คือดูแลลูกค้า ยิ่งทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตัวเองเป็นราชาเท่าไร
นั่นหมายความว่าทิปคุณจะฟูมากขึ้นเท่านั้น ค่าแรงงานลักษณะนี้น้อยค่ะ ประมาณ 3-4$
แต่อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ เพราะอย่างที่เฟิร์นได้บอกไปแล้วไง ทิปมันฟูมากจริงๆค่ะ
ธรรมเนียมฝรั่งก็งี้แหละค่ะ ถูกใจอะไรทิปหมด เฟิร์นไม่ได้ทำงานนี้นะคะ แต่ก็เคยไปนั่ง
ร้านอาหาร โต๊ะข้างๆนี่พอจะลุกวางทิปกันไม่ต่ำกว่า 10-20$ นี่โต๊ะนึงนะคะ แล้วคิดดูแล้วกัน
วันๆนึงเสิร์ฟกันกี่โต๊ะ คนที่เฟิร์นเคยรู้จักคนนึงเค้าทำงานนี้แล้วภาษาเขาดีมากๆ
ชวนแขกคุยเก่งค่ะ แบบ รู้จักพูด รู้จักเล่น รู้จักหยอด เค้าได้กลับมาเยอะมากค่ะ
ประมาณ 2 แสนกว่าบาท งานลักษณะนี้จะดีมากๆๆๆๆๆค่ะสำหรับคนที่ภาษาดี รู้จักพูด
รู้จักวิธีคุยกับแขก อ้อ สำหรับผู้หญิง ตู้มๆด้วยนี่ดีสุดๆเลยค่ะ ทิปเริ่ดแน่ๆ

8 Retail Shop
งานนี้เฟิร์นก็ไม่ค่อยรู้เรื่องมากมายเหมือนกันค่ะ แต่ภาษาต้องนำมาก่อนเลย
คือต้องสามารถเชิญชวนลูกค้าให้หยุดอยู่ที่ร้านคุณให้ได้ ทำให้เค้ามาลองนู่นลองนี่
ที่คุณจะเสนอขายให้เค้า แต่ค่าแรงพอประมาณค่ะ ไม่มากไม่น้อย มีบางที่นายจ้างเค้า
จะกำหนดให้เราต้องเคลื่อนย้ายไปตามมุมเมืองต่างๆ ตาม event สำคัญต่างๆด้วยค่ะ

9 Front Desk
งานนี้ภาษาต้องเริ่ดดดดดด สุดๆค่ะ เพราะนอกจากจะต้องเป็นด่านหน้าในการต้อนรับ
ลูกค้าของโรงแรมหรือบริษัทต่างๆ รับโทรศัพท์ ให้ข้อมูลลูกค้า แก้ปัญหาสารพัดอย่าง
แต่ยังต้องมีโอกาสทำงานเอกสารใน Office บางส่วน เช่น ข้อมูลBooking ด้วยค่ะ
ซึ่งถ้าภาษาไม่เจ๋งจริงนี่ไม่ได้เลยค่ะ

และ 10 งานประเภทอื่นๆ
ที่เฟิร์นไม่รู้ว่าจะจัดให้อยู่ในประเภทไหนค่ะ เช่น งานโรงงาน เช่น โรงงาน Chocolat Hershey
ที่PA งานดูแลโรงยิมส์ แบบนี้เป็นต้นค่ะ อันนี้ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่หลังไมค์มาถามได้นะคะ

พอเราเริ่มรู้แล้วว่าตัวเราเหมาะกับงานประเภทไหน ก็ลองไปเปิดในเวปเอเจนซี่ต่างๆดูค่ะ
ว่ามีงานที่เราสนใจเปิดรับสมัครอยู่ที่รัฐใดที่เราพอจะสนใจหรือเปล่า แล้วค่าจ้างเป็นยังไง
สมน้ำสมเนื้อกับค่าครองชีพของเมืองที่อยู่หรือเปล่า แล้วเค้าการันตีชั่วโมงงานแค่ไหน
คำนวณเล่นๆแล้วคิดว่าจะเพียงพอกับเรารึเปล่า ค่าเช่าบ้านเป็นยังไง แล้วก็ลองเอาชื่อนายจ้าง
กับชื่อรัฐเสิร์ชดูในกูเกิล หรือ pantip ห้องไกลบ้าน หรือ Blueplanet ก็ดีค่ะ ว่าเมืองนั้นเป็นยังไง
งานนั้นเป็นยังไง จ๊อบ2หาได้ไหม อะไรแบบนี้ค่ะ บางคนที่เคยไปมาแล้วก็อาจจะมาบอกเล่า
ประสบการณ์ให้ฟังก็ได้ค่ะ


ทีนี้ก็ถึงขั้นตอนติดต่อเจนซี่แล้วค่ะ ขั้นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วค่ะ พอเราเจอเอเจนซี่ไหน
ที่มีงานที่เราสนใจ และงานตั้งอยู่ที่รัฐที่เราอยากจะไป (โดยเราต้องหาข้อมูลขั้นต้นโดย
การถามคนที่เคยไปมาแล้วให้แน่ใจก่อนนะคะ หรือสำหรับบางคนที่หาจากในเนตไม่ได้
เฟิร์นแนะนำให้เข้าไปหาเอเจนซี่ที่มีงานนั้นๆเลยค่ะ ติดต่อเค้าว่าเราอยากไปที่นี่ๆ
ยังมีตำแหน่งเหลือไหม แล้วขอเบอร์/เมล/เฟส ของคนที่เคยไปมาแล้ว ทางเอเจนซี่เค้า
จะมีข้อมูลอยู่ค่ะ เพราะเอเจนซี่ก็มักจะส่งเด็กไปที่เดิมๆทุกปี ขอเค้ามาแล้วติดต่อไป
สอบถามคนที่เคยไปให้เค้าแนะนำให้แน่ๆเลยค่ะว่าการทำงานที่นั่นจะเหมาะสำหรับคุณ
จริงหรือเปล่า แล้วก็ถามมาเลยค่ะ ว่าต้องดำเนินการยังไงต่อไป เอกสารมีอะไรยังไงบ้าง
วีซ่าอะไรยังไง ถามให้หมดเลยนะคะ พอมั่นใจแล้วค่อยจ่ายเงินค่ะ


เรื่องเงินที่ต้องจ่าย จะแบ่งออกเป็นงวดต่างๆประมาณ 2-3งวดค่ะ คือ

1 เงินมัดจำ ขึ้นอยู่กับแต่ละที่ค่ะ มีตั้งแต่เก็บ 3000-9000บาท ซึ่งขั้นนี้พอเราจ่ายเงินไป
ยังไม่ได้เป็นการรับรองนะคะว่าเราจะได้งานนั้นจริงๆ คือจ่ายก่อนเพื่อจองน่ะค่ะว่างั้น
ซึ่งถ้าเราไม่ได้งานที่เราอยากจะได้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ (เช่น นายจ้างไม่เลือกเรา
นายจ้างปิดกิจการ บลาๆๆ) เอเจนซี่ก็จะแนะนำเราให้เลือกที่อื่นๆที่มีงานเหลืออยู่
และงานใหม่ๆที่กำลังทยอยเข้ามาไปจนถึงเกือบสิ้นปี แต่รับรองค่ะ ได้ไปแน่ๆ
แต่จะได้งานที่ถูกใจที่สุดหรือเปล่าก็ต้องติดต่อพี่เอเจนซี่เอาบ่อยๆให้เค้าดูงานที่เราอยากได้
รัฐที่เราอยากได้ให้

2 เงินงวดใหญ่ จ่ายที่เหลือหลังจากหักไอ้งวดแรกออกไปจากค่าโครงการทั้งหมดแล้ว
อันนี้จ่ายตอนที่เค้ารับรองงานเราแล้ว ว่าเรากำลังจะได้ไปที่นั่น ตำแหน่งนั้นจริงๆ
และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆอีก(ถ้าไม่จำเป็นสุดๆจริงๆ) ขั้นนี้จะจ่ายอีกประมาณ
30000-40000 ขึ้นกับว่าจ่ายงวดมัดจำไปแล้วเท่าไหร่ นี่ก็จ่ายที่เหลือเท่านั้น

และ 3 ค่าดำเนินการวีซ่าต่าง ๆ ประมาณ 7000 บาท อันนี้บางที่ให้จ่ายพร้อม
กับงวดที่2ไปเลย บางที่ให้จ่ายตอนใกล้ๆเราจะสัมภาษณ์วีซ่า แต่ยังไงเราก็ต้องจ่ายค่ะ

สรุปแล้ว ค่าที่เราต้องจ่ายทั้งหมดนี้(คือยังไม่รวมตั๋วเครื่องบินและ Pocket Money)
ประมาณ 42000-48000 บาท ขึ้นกับเอเจนซี่ที่คุณเลือกค่ะ(ซึ่งอย่างที่บอกไปตอนต้นค่ะ
แปรผันตรงกับชื่อเสียงและความนิยมของเอเจนซี่)

จบแล้วค่ะสำหรับบทแรก ติดตามการเตรียมตัวขั้นต่อไปนะคะ


Create Date : 13 ตุลาคม 2554
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2554 10:57:15 น. 12 comments
Counter : 7741 Pageviews.

 
waiting for you


โดย: nui IP: 180.215.113.101 วันที่: 13 ตุลาคม 2554 เวลา:18:43:54 น.  

 
พี่ก็ขอมาตั้งปี1 กว่าจะได้ไปก็ปาไปปีสี่ เพราะพ่อแม่กลัวพี่ไปตาย(เอาตัวรอดไม่ได้)อยู่ที่นั่น


โดย: pikapika_miki วันที่: 16 พฤศจิกายน 2554 เวลา:19:19:41 น.  

 
ฮ่าๆ พ่อแม่เฟิร์นขอค่อนข้างง่ายค่ะ แต่เค้าแค่ออกแนวดูถูกนิดหน่อย ว่าจะไปได้ร๊อ? จะอยู่ไหวร๊อ? อย่าร้องไห้ขี้มูกโป่งขึ้นเครื่องกลับมาก็แล้วกัน ประมาณนี้ค่ะ แต่ก็ให้ไป

แถมยังบอกซะอีกว่าซื้อของมาให้เค้าเยอะๆนะ สรุป ให้ลูกไปเพราะอยากฝากซื้อของถูกนี่เอง



โดย: ToGeTher_e วันที่: 16 พฤศจิกายน 2554 เวลา:19:51:37 น.  

 
ยังอ่านไม่จบเลย แวะมาให้กำลังใจก่อน อิอิ

เลือกของมาเซ่นไม่ถูกแล้วเนี่ย
ปล. แนนเองนะ


โดย: Felicianan (Feliz_Felicia ) วันที่: 17 พฤศจิกายน 2554 เวลา:0:39:59 น.  

 
เป็นกำลังใจให้นะ มาเขียนเยอะๆนะค่ะ
การไป work and travel ต่างสถานที่ต่างเมือง ต่างประสบการณ์ค่ะ
จะแวะมาอ่านเรื่อยๆนะค่ะ

ส่วนลิ้งนี้เป็นบล็อกของเรานะค่ะ
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=taeng-04&month=06-2011&date=12&group=1&gblog=1
ว่างๆแวะมาติชมได้นะค่ะ


โดย: นู๋แตง (Taengger ) วันที่: 20 พฤศจิกายน 2554 เวลา:11:44:37 น.  

 
อยากได้เมลล์เจ้าของบล๊อคอ่ะึีคร้าบ

อยากจะถามเรื่องที่พักราคาประหยัดใน Minot อ่ะคับ

พอดีไม่มี User ใน pantip เลยมาถามในนี้แทน

รบกวนด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

am_spears@hotmail.com


โดย: Am IP: 110.168.87.75 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2554 เวลา:23:43:04 น.  

 
เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ เรากำลังคิดว่าจะไปทำงาน fastfood ที่ ND ช่วงซัมเมอร์ พ.ค. พอดีอ่ะค่ะ แต่กลัวว่าไปแล้วจะไม่ค่อยได้ทำงาน เพราะเป็นช่วงหยุดเรียนของเด็กที่โน่นเหมือนกัน เฟิร์นไปแล้วเป็นยังงัยบ้างคะ ขอคำแนะนำหน่อยอ่ะคะ :D


โดย: PikasS IP: 124.121.183.69 วันที่: 27 ธันวาคม 2554 เวลา:13:11:43 น.  

 
สวัสดีครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูล
ผมกำลังจะไปครับเดือนหน้าครับ
kwailife.blogspot.com


โดย: Tom IP: 171.7.76.204 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:18:50:22 น.  

 
ขอบคุณมากๆเลยคร๊า เป็นประโยชน์เยอะแยะเลย ตอนนี้ก็คิดหนักมากเลยไม่รู้จะไปกะเอเจนซี่ไหนดี ที่คิดไว้ก็มี IEE Thailand และ american leaning. ยังไงถ้า จขกท พอมีข้อมูลด้านบวกและลบของเอเจซี่ดังกล่าว ช่วยให้ข้อมูลด้วยนะค๊ะ หรือถ้ามีเอเจนซี่ดีๆจะช่วยแนะนำ ก็จะขอบพระคุณเป็นอย่างสูงจร๊า ^^


โดย: mayong IP: 180.183.234.238 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2555 เวลา:15:03:29 น.  

 
คือหนูกับเพื่อนๆอยากไป W&T คิดจะไปตั้งแต่ปี1แต่ก็พลาดตอนนี้ปี2 ยังอยากไปอยู่ ไม่รู้จะไปกับเอเจนซี่ไหนดี คือหนูคิดจะสมัครตอนนี้ทันมั้ยค้ะ ถ้าไม่รบกวนฝากแอดเมลล์ kimkiiz_nan@hotmail.com #ขอบคุณค่ะ


โดย: zasanan IP: 124.121.193.226 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2556 เวลา:13:58:47 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ มีประโยชน์มากค่ะ
เรากำลังจะไป WAT ที่ Minnesota พอดี
ยังไงแอดเมลล์มาคุยกันนะคะ Belt-ss@hot mail.com


โดย: blabla IP: 111.84.132.9 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:17:15:28 น.  

 
ประชาสัมพันธ์โครงการ Work and Travel 2015 ค่ะ
ตอนนี้ บริษัท GSS Thailand (Global Student Service Co.,LTD.)

เปิดรับสมัครแล้ว สำหรับโครงการ Work and Travel 2015
ซึ่งช่วงนี้ GSS ของเรา ฉลองครบรอบ 12 ปี และ ออฟฟิตใหม่
จึงมีโปรโมชั่น มากมาย น้องๆที่สนใจสามารถศึกษารายละเลียดหรือข้อมูลได้ที่
www.gssthailand.com
facebook : GSS (Global Student Service THAILAND)
Line ID : GSSThailand

หรือหาก น้องๆต้องการสอบถามข้อมูล หรือ ขอรายละเอียดสามารถโทรสอบถามได้เลย ที่ 081-8123600, 094-9465452
พี่ GSS ยินดีให้คำปรึกษาค่ะ

"อบอุ่น...มั่นใจกับทีมงานมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 12 ปี"


โดย: GSSThailand IP: 115.87.33.47 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2557 เวลา:16:43:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ToGeTher_e
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ToGeTher_e's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.