Group Blog
ประสบการณ์แม่ถือ Green Card ขอให้ลูกโสดอายุเกิน 21 ปี นาน 8 ปี (2002-2010)
ไม่เคยคิดไม่เคยฝัน ว่าจะมาอยู่เมืองนอกเมืองนากะเค้าได้ รู้แต่ว่าจะไปเมืองนอก ต้องมีกะตังค์แค่นั้นเอง ย้อนความไป 20 กว่าปีที่แล้ว แม่ผมได้รู้จักป้าคนนึง แกชวนไปเป็นแม่ครัวในร้านอาหารที่อเมริกา แม่ผมน่ะฝีมือทำกับข้าวยอดเยี่ยมกะเทียมเจียว อร่อยรถไฟเหาะตีลังกามาก แห่ะ แอบเวอร์อีกแล้ว ก็มันหร่อยจิงนี่นา

พอจะจำได้ว่า อายุผมตอนนั้นประมาณ 9-10 ขวบได้มั้ง ในสมัยก่อนทำวีซ่าท่องเที่ยวไปอเมริกาไม่ยากเหมือนในปัจจุบันนี้ แม่ก็ทำวีซ่าไปเที่ยวก่อน แล้วไปถึงอเมริกาก็จ้างทนายทำกรีนการ์ด เพื่อจะอยู่ต่อทำงานเป็นแม่ครัว บ้านที่อยู่ตั้งแต่เกิด อ.บางปะอิน อยุธยา มี่พี่ชายสองคน พ่อก็ทำงานโรงงานเป็นช่าง บ้านมีสามหลัง บ้านผม บ้านปู่กะยา อยู่ตรงกลาง ริมสุดของอาอีกคนนึง

จำได้ว่าช่วงนั้น ผมต้องช่วยเหลือตัวเองทุกอย่าง ซักผ้า รีดผ้า ทอดไข่เป็น โตมาอีกนิด ก็ทำกับข้าวเองเป็น เมนูโปรดก็จะมีแต่ไข่ โตมาเพราะไข่ จะว่ากินยากก็ยากอยู่ตอนนั้น กินแต่ไข่ รับผิดชอบตัวเองค่อนข้างดี จะว่าดีก็ดี ที่ไม่มีแม่อยู่ รับผิดชอบตัวเองได้ ดูแลตัวเองได้

พ่อก็ทำแต่งานไม่ค่อยมีเวลาได้เจอกันเท่าไหร่ อยู่กับปู่กับย่ากับอาก็มีความสุขดี ไปตามประสาเด็กบ้านนอก จนโตมา ข้ามมาถึงมหาลัยเลยละกันครับ อุๆๆ เกริ่นมายาวเกินแล้ว

มาเรียนมหาลัย ก็อาศัยอยู่กับน้าที่กรุงเทพ เริ่มจะอยากไปอเมริกาแล้ว เริ่มเพ้อฝัน ในตอนนั้นตัวแม่เองก็ทำเรื่องจ้างทนายเสียตังค์ไปหลายแสนอยู่ แม่ก็ได้กรีนการ์ดทำงานอย่างถูกต้องเรียบร้อบแล้ว ก็เริ่มหาข้อมูลว่า เอ เราจะไปอเมริกาด้วยวิธีไหนบ้างนะ search หาในอากู๋กูเกิล ก็ไปเจอเว็บ //www.uscis.gov us citizenship and immigration service ของอเมริกา มีข้อมูลด้านวีซ่า กรีนการ์ด แม่ก็ไม่ค่อยรู้กฎหมาย

แต่ก็มีคนแนะนำว่าทำเรืองขอให้ลูกมาได้ ในตอนนั้นแม่ก็เพิ่งได้กรีนการ์ดมาไม่กี่ปี กรีนการ์ดหรือวีซ่าถาวรอเมริกาก็ไม่ใช่จะได้ง่ายๆ แม่ถือกรีนการ์ดขอให้ลูก ก็ต้องรอคิววีซ่าไม่ต่ำกว่า 5 ปีเลยทีเดียว โห้วว นานค่อดๆ แก่กันพอดี แม่ยื่นเรื่องที่อเมริกาไปตอนปี 2545 หรือ 2002 โดยจ้างทนายคนเดิมของแม่ ตอนนั้นเพิ่งเรียนจบมหาลัยพอดี

มาถึงลำดับเวลาและขั้นตอนทั้งหมด

ตอนยื่นเรื่องแม่ถือกรีนการด์ ตอนนั้นผมอายุเกิน 21 ปี ยังโสดคับ
เคสจะอยู่ในประเภท จำกัดลิมิตของวีซ่า ซึ่งจะมีโค้วต้าในแต่ละปี Family Second Preference (F2)B: Unmarried Sons and Daughters (21 years of age or older)

อ้างอิง: //travel.state.gov/visa/immigrants/types/types_1306.html#4

ยื่นแบบฟอร์ม I-130 ที่ USCIS จ่ายค่าธรรมเนียมและเอกสาร

ได้รับใบเสร็จรับเงิน Receipt notice หรือเรียกว่า NOA 1 ในเอกสารจะมี Receipt Number ขึ้นต้นด้วย SRC-xx-xxx-xxxxx เพื่อไว้เช็คเคสออนไลน์ที่ https://egov.uscis.gov/cris/caseStatusSearchDisplay.do

เอกสารที่จะต้องยื่น และ จะต้องจัดส่งเอกสารไปตามที่ไหน ก็ขึ้นกับพ่อหรือแม่ พี่หรือน้องที่ยื่นเรื่องให้อยู่รัฐไหน

ตามคำแนะนำนี้จะบอกไว้หมดนะครับ
//www.uscis.gov/files/form/i-130instr.pdf

26/08/2002 - Priority Date
28/08/2002 - Receipt Date

รอแล้วก็รอ ระหว่างรอ เช็คสถานะเรื่องของเคสว่าถูกพิจารณาหรือยัง ที่

https://egov.uscis.gov/cris/processTimesDisplay.doเลือก service center ที่รับรื่องเคสเราไว้ และกดปุ่ม service center processing dates โดยดูในหัวข้อ I-130 ช่อง Permanent resident filling for an unmarried son or daughter over 21 แต่ถ้าคนทำเรื่องให้เป็น U.S. citizen ก็ดูในช่อง U.S. citizen filing for an unmarried son or daughter over 21 (กรณีอายุต่ำกว่า 21 ให้ดู แถว under 21 ของ U.S. citizen หรือ Permanent resident )


แม่ผมสอบได้ Citizen ไปอัพเกรดเคสที่ได้ยื่นไว้ โดยถ่ายสำเนา Citizen ไปติดต่อที่ USCIS

09/2006 - Upgrade Case

ในช่วงนี้ก็หาข้อมูลไปเรื่อย ๆ จนเจอเว็บหลักใหญ่ usvisa4thai.com มีพี่ๆ เก่งๆ เยอะแยะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเคสแต่งงาน คู่หมั้น เคสพ่อแม่ลูกจะไม่ค่อยมี แต่กรอกฟอร์มก็จะคล้าย ๆกัน ก็ได้พี่ ๆในบ้านหลังนี้หร่ะ ช่วยเหลือ ตอบคำถาม หาอ่านข้อมูลที่ใกล้ๆเคียงกะผม กังวลใจไปหมด ถามแล้วถามอีก จนน่ารำคาญ นึกถึงแล้วยังขำ 555

เคสแบบพ่อแม่ลูกไม่ค่อยจะมี แต่ไม่เป็นไร ลำดับขั้นตอนมันก็คล้ายๆ กัน ก็ได้ความรู้ในขั้นตอนจากการที่ได้เข้าไปอ่านกระทู้ถามตอบอยู่เป็นประจำ

ในช่วงนั้น ทนายที่จ้างทำเรื่องผม ก็ได้แจ้งว่า ไม่นานหรอก เด้วก็ได้มา รอ ร้อ รอๆๆ นานมาก 6 ปีผ่านไป เหอๆ ไหนว่าไม่นาน รอจนจะลืมแล้วครับ

แต่แล้ว ทนายดันบอกว่า ไม่รับทำเรื่องต่อให้แล้ว เอ้า แจ้งว่าไม่ได้ทำเรื่องเคสเกี่ยวกับเด็กที่พ่อแม่จะทำกรีนการ์ดให้แล้ว งานเข้าแล้ว กฎหมายก็ไม่ค่อยรู้ ภาษาแม่ผมและตัวผมก็ไม่เก่ง

แต่ยังดี มีน้าคนไทยที่แม่รู้จักเค้ารับทำเรื่องพวกนี้ ช่วยแนะนำ กรอกฟอร์มติดต่อให้คนไทย คือน้าคนนี้เค้ารับจ้างทำให้คนไทยนั่นแหละครับ ก็โล่งใจไปได้บ้างว่า ค่าจ้างก็ไม่แพงมากไป คุยกันรู้เรื่องมากกว่า ส่วนทนายที่เคยจ้าง ตังค์ก็จ่ายไปแค่ช่วงแรกเท่านั้น แต่ตัวผมเองก็ต้องศึกษาขั้นตอนวิธีการในขั้นต่อไปเองอย่างหนักเลย

เคสอนุมัติ

09/06/2008 - Approval Date - ได้รับเอกสาร I-797C, Notice of Aciton หรือเรียกว่า NOA 2
จะแจ้งวันที่เคส Approval และ Section ของผมเป็นเคส Unmarried child (age 21 or older of U.S. Citizen)

หลังจากขั้นตอนนี้ เรื่องจะส่งต่อไปที่ NVC (National Visa Center) //travel.state.gov/visa/immigrants/info/info_3180.html จะติดตามเคสติดต่อ NVC ได้โดยตรง //travel.state.gov/visa/immigrants/info/info_3177.html

หลังจากเคส Approval จะได้ Case Number ขึ้นต้นด้วย BNK โทรเช็คเคสนัมเบอร์ได้ ที่ NVC เป็นระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ หรือจะคุยสายกับเจ้าหน้าที่ก็ได้ โดยใช้ เลข Receipt Number อ้างอิง Tel: (603) 334-0700

รอ แล้วก็รอ ที่รอคอยกันนานแสนนานก็ตรงขั้นตอนนี้ครับ ผมพยายามจะเล่าแบบกระชับ ให้เข้าใจง่าย ๆ หรือเปล่า แห่ะๆ

รอคิวประกาศจาก VISA BULLETIN ของกระทรวงจะประกาศทุกเดือนครับ ว่าคนที่ยื่นเรื่องถึงวันที่เท่าไหร่ ปีไหน จะสามารถเดินเรื่องเคสของตัวเองต่อไปได้ เช็คจาก //travel.state.gov/visa/bulletin/bulletin_1360.html


ลำดับชั้นในตาราง VISA BULLETIN ตามลิงค์ด้านบนตามนี้ครับ

First: (F1) : ลูกของซิติเซ่น ที่ยังไม่แต่งงาน อายุเกิน 21 ปี

Second:F2A : ลูกของกรีนการ์ด อายุไม่เกิน 21 ปี (ยึดอายุตอนที่ยื่นเรื่องไว้ ถึงเรื่องจะผ่านมาจน ณ ปัจจุบันอายุเกิน 21 ก็ถือว่าอายุตอนยื่นเรื่องไว้ยังไม่เกิน 21) และยังไม่แต่งงาน

Second:F2B : ลูกของกรีนการ์ด อายุเกิน 21 ปี และยังไม่แต่งงาน

Third: (F3) : ลูกของซิติเซ่นที่แต่งงานแล้วมีการจดทะเบียนสมรส (ถ้าไม่ได้จดทะเบียนก็ถือว่ายังไม่ได้แต่งงาน แต่ตอนสัมภาษณ์ไม่ต้องบอกว่ามีลูกมีสามีหรือภรรยาแล้ว) อายุต่ำกว่า 21 หรือ เกิน 21 ปี

Fourth: (F4) : พี่หรือน้องของซิติเซ่น

การที่เรายื่นเรื่องไว้คือการจองคิวไว้นั่นเองครับ เมื่อ VISA BULLETIN ประกาศถึงวันที่ และปีที่เรายื่นเรื่อง จึงจะสามารถดำเนินการยื่นเรื่องต่อขอกรีนการ์ดต่อไป ( หากตอนยื่นเรื่องขอไว้ อายุไม่เกิน 21 และพ่อหรือแม่เป็น ซิติเซ่น จะไม่มีคิวการรอคอยวีซ่าตรงส่วนนี้ครับ ไม่ต้องมาสนใจตรงนี้เลย สามารถส่งเอกสารดำเนินการไปได้เลย ใช้เวลาประมาณ 1 ปี )

เคสผมจากเดือน May 2009 ประกาศกลางดือน เมษายน มาถึวคิวแล้ว ดูจากช่อง 1st เคสแม่เป็น citizen ขอให้ลูกอายุเกิน 21 ปี ระยะเวลาคอยของผม 7 ปี ล่วงเลยมาเกือบ สองเดือน แม่ก็ไม่ได้รับเอกสารอะไรตอบกลับมา ก็เลยได้คุยกับน้อง Phanwasin ที่เคสเดียวกะผม รู้จักกันในบอร์ด usvisa4thai  น้องเค้ายื่นเรื่องไว้ september 2002  ณ ปัจจุบันตอนนี้เป็นทหารอเมริกันไปแล้วคับ เยี่ยมมากๆ

แต่น้องเค้าได้สัมภาษณ์เรียบร้อยแล้ว ผมเลยโทรบอกแม่ให้ไปติดต่อตามเคสครับ เพราะนานผิดปกติ แล้วน้องก็แนะนำให้เมลล์ไปถามที่ NVC อีกทาง

ตัวอย่างอีเมลล์ที่น้องแนะนำมาครับ ต้องขอบคุณน้อง Phanwasin ด้วยครับ ที่แนะนำและให้คำปรึกษาที่ดีมาก
---------------------------------------------------------------------------------------------------
To: NVCInquiry@state.gov

Subject:BNk2008xxxxxx

Dear Sir or Madam,

Please let me know the status of the following cases:

Case No. BNK2008xxxxxx

Name of Principal Applicant : ชื่อเราเอง
Principal Applicant's Date of Birth : เดือน/วัน/ปี

Name of Petitioner : ชื่อแม่หรือพ่อ
Petitioner's Date of Birth : เดือน/วัน/ปี

Thank you so much.

Respectfully,
ชื่อเราเอง
---------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่ผมเลยทำ Appointment infopass นัดติดต่อเข้าไปตามเรื่องเคสครับ

//infopass.uscis.gov/ เจ้าหน้าที่บอก เคสผมตกหล่น รีบดึงเรื่องขึ้นมาให้ จะส่งเอกสารให้ไม่เกิน 2 สัปดาห์

15/06/2009 - Appointment Date - ทำเรื่องนัดเข้าไปตามเคส

ได้รับเอกสาร I-864 AOS (Affidavit of Support) ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม $70 ,$400 และ เอกสาร DS-3032 (Choice of Agent form) ตัวนี้ผมได้รับทางอีเมลล์ด้วย และก็ได้รับอีเมลล์จากที่สอบถามสถานะเคสไป พร้อมกันพอดี

19/06/2009 - Receive AOS and DS-3032

 22/06/2009 - ส่งเอกสาร DS-3032 (Choice of Agent form) กลับไปที่ NVC จากเมืองไทย ด้วย EMS ไปรษณีย์ไทย

ปัญหาเกิด งานเข้าครับพี่น้อง ผมเช็ค Tracking เกือบ 2 อาทิตย์ เอกสารก็ยังไม่ถึง NVC เซ็งอย่างแรงครับ ทำเรื่องร้องเรียนไปที่ ไปรษณีย์ไทย ขอให้สอบสวน ร้องเรียนค่าส่งคืน ตั้ง 600 บาท

ใครเจอปัญหาล่าช้ามาก ๆ อย่างผม อย่าไปยอมนะครับ ต้องโทรตาม โทรเช็ค เอาค่าส่งคืนให้ได้ ทำเรื่องร้องเรียนไป 1 ก.ค. ได้เงินค่าส่งคืนมา 28 ก.ค. เกือบ 1 เดือน

ผมเลยต้องส่ง DS-3032 กลับไปใหม่ เข็ดเลยครับ ไปรษณีย์ไทย คงอาจเป็นโชคไม่ดีม้างครับ ไหงไปค้างที่ไหนก็ไม่รู้ เลยไปส่ง Fedex สบายใจกว่า ค่าส่ง 717 บาท แพงกว่ากันนิดหน่อยเอง

23/06/2009 - จ่ายค่าธรรมเนียม AOS (Affidavit of Support) Fees Bill $70 และค่าธรรมเนียม Visa Fees Bill $400 ทางแม่ผมจ่าย


ขั้นตอนที่พ่อหรือแม่ที่ทำเรื่องให้ ต้องทำหลังจากได้รับแจ้งจากทาง NVC คือ


เข้าไปจ่ายเงินค่าธรรมเนียม $70

1.การจ่ายค่าธรรมเนียมทำได้ 2 อย่าง ส่งเป็นMoney order ไปทางไปรษณีย์
หรือ จ่าย Online โดยเข้าไปที่ web https://ceac.state.gov/CTRAC/Invoice/signon.aspx

คำแนะนำเรื่องการจ่ายเงิน //travel.state.gov/visa/immigrants/info/info_3906.html

ส่วนใหญ่จะจ่ายเงินOnline เพราะจะช่วยให้ Case ไปขั้นต่อไปได้เร็วขึ้น

2.และกรอกแบบฟอร์ม I-864 //travel.state.gov/visa/immigrants/info/info_3197.html

3.เตรียมเอกสาร Tax return และ W2

4. หลังจากได้ Barcode จากการจ่ายเงิน พ่อก็รวบรวมเอกสารในส่วนของพ่อหรือแม่ ที่เตรียมไว้ส่งไป NVC (ทำ Cover letter แปะไปด้วย //www.visajourney.com/wiki/index.php/I-864_Cover_letter ) ส่งไปตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ในใบ Barcode

29/06/2009 - ไปทำใบรับรองความประพฤติที่กรมตำรวจ

18/07/2009 - ได้รับหนังสือรับรอง โดยรับทาง EMS ไปรษณีย์ไทย



ขอเล่าประสบการณ์การทำหนังสือรับรองหน่อยนะครับ

หลักฐานที่เอาไป ก็มี 1. สำเนา passport 2. สำเนาบัตรประชาชน 3. สำเนาทะเบียนบ้าน 4. สำเนา I-797C, Notice of Aciton (NOA 2) 5. สำเนาใบรับรองการเรียน รด.3 ปี

ออกจากบ้านไปเที่ยงๆ เดินทางด้วย รถไฟฟ้าสะดวกกว่าครับ ลงสถานีสยาม แล้วเดินดุ๊ก ๆ ตามทาง walking street ใต้รางรถไฟฟ้าไปเรื่อย ๆ ฝนดันตกพอดี = =" ไปยืนหลบฝนตรงทางเดินใต้รถไฟฟ้าก่อนจะลงเดินเข้าไป กรมตำรวจอยู่เกือบ 20 นาทีแน่ะครับ เหอๆ รอนานแล้ว ยังไม่หยุดซักที แต่เบาลงซา ๆ เลยรีบจ้ำอ้าวเข้าไปเลย ตรงไป เห็นป้ายอาคาร 24 เป็นทางเดินระหว่างตึกเล็ก ๆ ตรงไปเลี้ยวซ้ายก็เจอแล้ว มีพี่ตำรวจยืนอยู่ข้างหน้าห้องคนนึง ไม่พูดไรเลย น้อง ๆ เข้าไปเลย ชี้มือให้เข้าไป

เข้าไปแอร์เย็นเจี๊ยบ ด้านขวาพี่ตำรวจนั่งคุยกับคนที่มาทำเรื่องอยู่หลายคน ถ้าจำไม่ผิดเป็นโต๊ะประชาสัมพันธ์แนะนำก่อน ก็บอกพี่เขาว่ามาทำหนังสือรับรองความประพฤติขอวีซ่าถาวร พี่ก็ให้แบบฟอร์มมา 2 ชุด ผมโหลดมาจากในเว็บใช้ไม่ได้เป็นตัวเก่า ตัวใหม่จะเป็นตามลิงค์นี้ครับ //pcscenter.sb.police.go.th/service.php  อีกชุดเป็นเอกสารให้พิมพ์ลายมือ

ก็มีที่นั่งให้กรอก นั่งกรอก ๆ อยู่พัก พี่ตำรวจคนนึงก็เดินมาดู แนะนำ แล้วก็ถามว่าไปที่ไหน อะไร ยังไง ทำไรอยู่ตอนนี้ ชวนคุยว่างั้น เขียนเสร็จพี่เขา ก็จับมาพิมพ์นิ้ว ป๊าบๆๆ และส่งต่อให้พี่ตำรวจอีกคน ที่โต๊ะหน้าห้องล้างมือ จับพิมพ์นิ้วมือจนครบ 10 นิ้ว นิ้วดำเลย เสร็จก็ให้ไปล้างมือที่อ่างล่างมือ ห้องก็อยู่ข้าง ๆ โต๊ะ

แล้วก็ให้ไปถ่ายรูป ห้องก็อยู่ใกล้ ๆ กัน เขาไปก็เห็นโต๊ะคอมมีกล้อง ตั้งอยู่ เอ้า แล้วคนถ่ายไปไหนหว่า นั่งรอเกือบ 5 นาที นึกว่าพี่เขาไปห้องน้ำ แต่เอ เกือบ 10 นาที ก็เลยออกมาถามพี่หน้าห้องกำลังนั่งพิมพ์งาน เขาก็บอก น้องเขาไปนานยัง อ่อ พี่เกือบ 10 นาทีแล้ว อ้าว พี่เขาไม่อยู่หรอ ในห้องจะมีเจ้าหน้าที่ 2 คน พี่คนหน้าห้องเขาก็นึกว่าพี่อีกคนยังอยู่ในห้อง

ก็เลยรีบเข้ามาถ่ายรูปให้ นั่งป๊าบ พี่เขาก็พิมพ์คอม สะกดชื่อ สกุล ให้ฟังอีกครั้งเพื่อความชัวร์ แล้วก็ถ่ายรูปแชะๆ อย่างไว เพราะคงเห็นว่ารอนานแล้ว วันนั้นผมไป ไม่มีคนเท่าไรเลยครับ

เสร็จแล้วครับ ไปโต๊ะ 7 ต่อ เดินไป เจอพี่โต๊ะ 7 กำลังจะลุก ก็มองหน้าพี่เขา แล้วก็จะนั่ง พี่เขาก็จะนั่ง ผมก็ยังไม่แน่ใจ พี่เขาก็ลุกอีก คงคิดว่าไอ้เด็กนี่มันจะยังไงกันแน่ ก็เลยบอกพี่ครับ ถ่ายรูปมาแล้ว เขาก็บอก งั้นนั่งๆ มีค่าบริการ 2 ร้อยบาทครับ ลืมไปเลย ว่ามี จากที่อ่าน ๆ ในบอร์ด usvisa4thai บางคนก็ไม่โดนเรียกเก็บ ก็เลยแกล้งถามว่า เพิ่งเก็บเหรอพี่

พี่ตำรวจก็บรรยายเลย ค่าบำรุงน่ะน้อง แอร์ ไฟ กระดาษ โน่นนี่นั่น มีไทยนี่หละ ไม่เก็บ ฝรั่งมาทำตกใจ เหอๆ เมืองนอกเค้าเก็บหมด เราก็เลยต้องเก็บเป็นค่าบำรุง นี่ยังน้อยกว่าเมืองนอกเยอะนะ จ่ายเสร็จ พี่ก็ถามว่ามารับเอง หรือให้ส่ง EMS ก็บอก EMS พี่ให้ซองขาวมาแถมให้เอกสารมาดูด้วยว่า มีค่าธรรมเนียมเท่าไร อืม EMS 45 บาท แต่ตอนรับจดหมายที่บ้านเห็นหน้าซอง ค่า EMS แค่ 27 บาทเองนะพี่คร๊าบ ก็กรอก ๆ ๆ ที่อยู่เราเอง

แล้วจ่ายพี่เขาไป 45 บาท กำลังนั่งเขียน ก็มีผู้หญิงแขก ๆคนนึง มายืนรอด้านหลังผม ผมก็เลยรีบเขียน ๆ พี่ตำรวจโต๊ะ 7 ก็ถามว่ามาทำอะไร แต่ เธอพูดไทยไม่ได้ ฟังคงไม่รู้เรื่องเหมือนกัน พี่เขาก็ เรียกพี่อีกคนมาคุย และก็บ่น ๆ อย่างฮาว่า มาไทยก็ต้องพูดไทยดิ เออ ไม่พูดไทย แล้วน้องหล่ะ ไปเมืองนอก พูดอังกฤษกับเขาหรือเปล่า ผมก็ ครับ ไปนอกก็ต้องพูดอังกฤษดิครับ พี่เขาก็ให้ไปอีกโต๊ะ เดินไปอีกนิด ไปกรอกฟอร์มอีกตัวเรียกว่า บันทึกการให้ถ้อยคำเพื่อใช้ประกอบการยื่น คำร้องขอหนังสือรับรองความประพฤติ พี่ตำรวจก็จะบอกว่าให้เขียนไปว่ายังไงบ้าง เขียนเสร็จก็กลับมาโต๊ะ 7 พี่คนเดิม ก็ให้ใบนัดรับหนังสือเก็บไว้เป็นหลักฐาน รอ 20 วันตามใบนัด รับทาง EMS ครับ

04/07/2009 - ส่งเอกสาร DS-3032 (Choice of Agent form) กลับไปที่ NVC จากเมืองไทยอีกครั้ง ด้วย Fedex

 07/07/2009 -  NVC ได้รับ 3 วันเอง รวดเร็วมากๆ พร้อมกับที่ส่งด้วย EMS ไปรษณีย์ไทยที่ล่าช้า เลยกลายเป็นส่งซ้ำไป 2 ชุด

แม่โทรมาบอกว่า ติดรอเอกสาร join sponsor เป็นเพื่อนแม่ ก่อนสิ้นเดือน ก.ค.นี้คงได้ส่งกลับไป NVC และก็จ่าย ค่า Visa Process Fees $400

ทำไมต้องใช้ join sponsor เพราะรายได้แม่ต่อปีไม่เพียงพอ support ลูกที่จะทำเรื่องมาอยู่ด้วยน่ะครับ join sponsor จะเป็นใครก็ได้ ที่เค้าพร้อมจะเปิดเผยข้อมูล รายได้ การส่ง tax ภาษีของเค้าในแต่ละปี แต่ส่วนใหญ่ก็ใช้ญาติๆกัน แต่แม่ผมโชคดีมีคนไทยรู้จักกัน สงสารและช่วยครับ

14/08/2009 - ส่งเอกสาร sponsor ของแม่ และของ join sponsor เพื่อนแม่ มี tax return ย้อนหลังสามปี

18/08/2009 - NVC นำเช็คขึ้นเงิน Visa Process Fees $400


เราจะเช็คได้ว่า NVC ได้นำเงินไปขึ้นแล้วหรือยังตามลิงค์นี้

Immigrant Visa Invoice Payment Center Link: https://ceac.state.gov/CTRAC/Invoice/signon.aspx

โดยใช้ Case Number และ Invoice Identification Number เข้าไปในระบบตรวจสอบ ปกติก็ประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากส่งเช็คไป

26/08/2009 - ได้รับอีเมลล์แจ้งจาก NVC ให้ส่ง Packet 3 DS230

28/08/2009 - ส่ง Packet 3 กลับ NVC ด้วย Fedex


เอกสารที่ส่งกลับไปก็มี

-แบบฟอร์ม DS230 กรอกข้อมูลเรียบร้อย
-ใบเกิด พร้อมแปล
-ใบรับรองตำรวจ
-สำเนาใบพาสปอร์ต
-รูปถ่าย 2 นิ้ว 2 ใบ เขียนชื่อและเคสนัมเบอร์หลังรูป รูปถ่ายต้องเห็นหูชัดเจน เหมือนที่พี่โน๊ต อุดมบอกไว้

แบบฟอร์ม Ds-230 Part 1 และ Part 2 Link: //www.state.gov/documents/organization/81807.pdf

โหลดมาแล้วกรอก ข้อมูลครับ แล้วจึงพิมพ์ออกมา เซ็นต์ชื่อ เฉพาะ Part1 เท่านั้นนะครับ Part 2 เว้นไว้ไปเซ้นต์ชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในวันสัมภาษณ์

ตัวอย่างการกรอก Ds-230 พี่อ้อ ในบอร์ด usvisa4thai ได้แนะนำไว้ตามนี้นะครับ //www.usvisa4thai.com/board/viewtopic.php?t=4495&start=0

อาจะมีสลับข้อกันไปบ้างแต่ ก็ข้อมูลคงเดิมครับ

โทรเช็คเคสว่า Completed หรือยัง ติดต่อ NVC Tel: 1-603 334-0700
โดยใช้ Case Number เช็คในระบบโทรศัพท์

02/09/2009 - NVC ได้รับ Packet 3 และเคสได้เข้าระบบ รอ Completed


ตอนนี้ก็รอ ทาง NVC Review เอกสารและส่งเรื่องมาไทยเพื่อนัดสัมภาษณ์

ด้วยความไม่รอบครอบของผมเอง กรอกเอกสารใน DS-230 ไม่เรียบร้อยไป 1 ข้อ ทาง NVC ส่งเมลล์แจ้งมาวันที่ 14 ก.ย. 09

15/09/09 - ส่งเอกสารกลับไปใหม่ ด้วย Fedex
17/09/09 - เอกสารถึง NVC
24/09/09 - เคสเข้าระบบ
30/09/09 - เคส Completed

ได้รับอีเมลล์ Packet 4 จาก NVC นัดวันสัมภาษณ์ และให้ไปตรวจร่างกาย

Link หน้าเว็บสถานฑูตไทย เพื่อเช็คเอกสารและเช็คลิส Packet ต่าง ๆ มาถึงขึ้นตอนที่เรื่องถูกส่งมาไทย จะเป็น Packet 4 หัวข้อ “Immigrant Visa” Packages //bangkok.usembassy.gov/immigrant_visas/packets.html

Appointment Package for “IV” Visa Applicants (IV Packet 4) Link : //bangkok.usembassy.gov/immigrant_visas/iv_packet4.html

และดาวน์โหลดเอกสารและคำแนะนำในการตรวจร่างกาย และแบบฟอร์มที่จะต้องนำไปโรงพยาบาลเพื่อให้คุณหมอออกเอกสารรับรองการตรวจร่างกาย

ตามห้วข้อ Medical Exam Documents: Medical Instruction, Medical Forms Link: //bangkok.usembassy.gov/immigrant_visas/medinstructions.html

ดาวน์โหลดฟอร์ม มี 8 แผ่น Link: //bangkok.usembassy.gov/immigrant_visas/medforms.html

โทรนัดคุณหมอล่วงหน้าซัก 3 วันก็ได้ครับ เบอร์โทร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 02-667-1000 , 02-667-2000 จะมีเจ้าหน้าที่รับสายแล้ว ขอนัดคุณหมอตรวจร่างกายทำวีซ่าอเมริกาครับ

หลักฐานที่ต้องนำไปมี

1. แบบฟอร์มตรวจร่างกายจากสถานฑูต คลิกลิงค์นี้ เพื่อพิมพ์ออกมานะครับ มี 8 แผ่น
2. Passport ที่ยังไม่หมดอายุ
3. บัตรประชาชน ตัวจริง
4. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว ครึ่ง 1 รูป (ในเอกสารแนะนำบอกใช้ 3 รูป แต่ใช้จริงแค่รูปเดียว แต่ผมเอาไปหมดเลยเพราะถ่ายรูปมา ครึ่งโหล
5. ประวัติการฉีดวัคซีน หรือ ประวัติการรักษาที่โรงพยาบาลอื่น ๆ ขนไปให้หมดเลยครับ

ตอนโทรนัดคุณหมอ เด้วเจ้าหน้าที่จะแจ้งหลักฐานที่ต้องนำไปวันตรวจร่างกายอีกทีครับ

พี่ ๆ เพื่อน น้อง ๆ ใน usvisa4thai จะแนะนำคุณหมอวัชรพงษ์กัน หรือจะเลือกคุณหมอท่านอื่นก็ตามใจเลยครับ ไม่มีผลต่อการตรวจร่างกายใด ๆ






29/10/09 - ได้รับอีเมลล์แจ้งวันนัดสัมภาษณ์ จาก NVC
03/11/09 - forwarded to US. Embassy BANGKOK
16/12/09 - ได้วันสัมภาษณ์



ประสบการณ์ตรวจร่างกาย ณ. โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

ผมนัดคุณหมอวัชระพงษ์ ตามที่พี่ ๆ น้องๆ แนะนำมาว่า คุณหมอใจดี นัดศุกร์ 6 พ.ย. 52 เวลา 9.00 น. แต่ทางโรงพยาบาลให้ไปถึงก่อน 8.30 น. เพื่อลงทะเบียนประวัติคนไข้

เดินทางโดย รถไฟลอยฟ้า BTS สถานี เพลินจิต ออกประตู 3 ฝั่งซ้ายมือ แล้วเดินไปเรื่อย ๆ จะข้ามถนน ใต้ทางด่วนและทางรถไฟครับ จะเจอซอยแรก สุขุมวิทซอย 1 มีวินมอเตอร์ไซต์ 10 บาท

หรือจะเดินไปเรื่อย ๆ ก็ได้ครับ ไม่ไกลเท่าไหร่ ประมาณ 10 นาทีได้

หรือจะเดินทางมาด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินก็สะดวกเหมือนกันครับ แต่ต้องลงสถานี สุขุมวิท แล้ว ขึ้นมาทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้า BTS มาลงสถานีเพลินจิต

ผมมาถึงโรงพยาบาล 9 โมงเช้าพอดีเป๊ะ แห่ะ  เพราะตื่นสาย บึ่งแท๊กซี่มาลงรถไฟฟ้า หมอชิต ขึ้นไปลงทะเบียนชั้น 10

ก็มีแบบฟอร์มตรวจร่างกายที่โหลดมาจากเว็บสถานฑูต 9 แผ่น , passport ตัวจริง , บัตรประชาชนตัวจริง , รูปถ่าย 1 นิ้วครึ่ง 1 ใบ

เจ้าหน้าที่ก็จะให้กรอกฟอร์มประวัติคนไข้ และก็จะให้มองกล้องเว็บแคมเพื่อถ่ายรูปเราเก็บเป็นประวัติ มองกล้องยิ้มแฉ่ง ถ่ายรูปแฉ๊ะ

เจ้าหน้าที่ก็พาไปชั้น 15 Clinic C หรือเรียกว่า 15C จะเป็น clinic สำหรับตรวจร่างกายทำวีซ่า พยาบาลก็ให้ชั่งน้ำหนัก วัดความดัน วัดปรอท เช็คสายตาจากเครื่อง แล้วก็มานั่งรอพบคุณหมอ

พบคุณหมอก็ซักประวัติ เคยเข้าโรงพยาบาลไหม เคยเป็นอะไรร้ายแรงไหม กินเหล้า สูบบุหรีหรือป่าว ตัวผมแข็งแรงดี ไม่กินเหล้า สูบบุหรี่ เสร็จแล้วก็ไปนั่งบนเตียง คุณหมอก็ส่องดู หู ตา คอ จมูก เคาะหัวเข่า เคาะท้อง เคาะหลัง

แล้วก็บอกว่า แข็งแรงดีไม่มีอะไรผิดปกติ และพยาบาลก็พาไปฉีดวัคซีนอีกห้องนึง โดนไปสองเข็มครับ ด้านซ้ายเข็มแรก วัคซีนบาดทะยัก คอตีบ ด้านขวา เข็มสอง วัคซีนหัดเยอรมัน คางทูม
ส่วนอีสุกอีใส บอกคุณหมอไปว่าเคยเป็นแล้ว

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ก็พาไปเจาะเลือด ชั้น 12 แล้วก็ไป x-ray และก็กลับมาชั้น 15C ปล่อยให้ไปทานข้าวได้ บอกว่า อีก 1 ชั่วโมงมารับผล ผมตรวจทุกอย่างเสร็จประมาณ 10 โมงเช้า

เจ้าหน้าที่ก็โทรมาตามให้ไปฟังผลกับคุณหมอประมาณ 11.30 น.

เจอหน้าคุณหมอก็บอกเลยครับ ว่า ผมมีปัญหานะ ปอดมีจุด ทางสถานฑูตจะไม่ให้ผ่าน ต้องเช็คให้ละเอียด และหมอสัณนิษฐานว่ามีเชื้อ TB หรือวัณโรคในปอด ไอ้ตัวผมไม่เคยเป็นอะไรเลย และก็ไม่เคยตรวจสุขภาพที่ไหนมาก่อนด้วย

ก็ตกใจและอึ้งไปพักนึง  คุณหมอก็ว่า ต้องเก็บเสมหะ 3 ครั้ง คือ วันที่ผมไปตรวจ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และจันทร์ก็มาฟังผล แต่ที่สำคัญ มันต้องเพาะหาเชื้อ เพื่อความชัวร์ 8 สัปดาห์ หรือ 2 เดือนครับ

ทำให้แพลนที่ผมจะไปหลังคริสมาสต์ ก็ไม่ทัน ความฝันที่จะ count down ที่อเมริกาพังทลาย  และคิดไปต่าง ๆนาๆ ว่า ถ้าตรวจร่างกายไม่ผ่าน กรีนการ์ดที่เฝ้ารอมาร่วม 8 ปี ฝันที่จะไปอเมริกา ต้องพังทลายหายสิ้นไปเลยหรอนี่ โอ้ววว ไม่นะ 

ผมสัมภาษณ์ 16 ธ.ค. คุณหมอก็ว่าไม่มีปัญหาอะไร สัมภาษณ์ไปก่อน แล้วผลตรวจสุขภาพจะตามไปทีหลัง สถานฑูตเข้าใจดี ในตอนนั้นพยายามไม่คิด ทำไปตามสเตปที่หมอบอกแล้วกัน

คุณหมอวัชระพงษ์ ก็เลยทำเรื่องส่งต่อไป คุณหมอภิญโญ ที่ตรวจเช็คด้านปอดติดเชื้อ อยู่ชั้นเดียวกันครับ แต่เป็น 15A ฝั่งตรงกันข้าม นัดคุณหมอ 4 โมงเย็นวันเดียวกัน เพราะถ้านัดวันอื่น ผมกลัวว่าจะเสียเวลาไปอีก

พยาบาลก็มาบอกว่า จะเก็บเสมหะเลยไหมคะ ก็เอาเลยก็ได้ครับ ให้กะบอกเล็ก ๆ มา 3 กระบอก ครั้งนี้วันศุกร์ ครั้งแรก ก็เข้าห้องน้ำเลยครับ พยายาม
ขาก ๆ ๆ มันออกมา เหอๆ ปกติผมไม่ค่อยม่ เสลด ซะด้วยดิ นอกจากเป็นหวัด เอาฟร่ะ น่าจะใช้ได้นะ มีเนื้อหน่อย ๆ แหวะ 

เอาไปยื่นให้คุณพยาบาลฉุดฉวย เพื่อไปส่งห้องแลป หายไปซักพัก มาบอกว่า ใช้ไม่ได้นะคะ ง่ะ มันมีแต่น้ำลาย ให้กระบอกมาใหม่ ไปเก็บใหม่นะคะ  รอบสองนี้ จัดเต็มเลยครับ  ใช้ได้เลย

แล้วก็นั่งรอๆๆๆๆๆ จน 4 โมงเย็น เจอคุณหมอก็ให้ดูฟิลม์ x-ray ไอ้ตัวผมก็ใจคอไม่ค่อยดีคับ ว่าปอดเป็นจุดมันจะร้ายแรง หรือเป็นยังไง พอได้ดูหน้าจอคอมที่คุณหมอให้ดูฟิลม์ ก็ชี้ให้ดูว่า ปกติปอดคนเราจะต้องดำสนิท นี่ของผม

เป็นจุดขาว ๆ แต่ดูในจอ มันเป็นฝ้าขาว ๆ กระจายทางฝั่งปอดซ้าย ส่วนด้านขวาก็มีแต่บาง ๆ ผมก็ถามคุณหมอว่า เคสผมถ้ามีเชื้อจริงๆ รุนแรงหรือป่าว คุณหมอก็ว่า ถ้ามีเชื้้อก็เพิ่งระยะแรกได้รับเชื้อมา ถ้าหากรักษาก็กินยาต่อเนื่อง 6 เดือน

ไม่รุนแรงมาก สถานฑูตก็ไม่ว่าอะไร ให้ไปรักษาตัวต่อได้ที่อเมริกา คุณหมอพูดแบบนี้ก็โล่งใจไปนิดนึง

คุณหมอก็ว่าต้องทำ TB Skin Test คือการฉีดโปรตีนที่เป็นอาหารของเชื้อ TB ไว้ใต้ผิวหนัง หากเรามีเชื้ออยู่ ตรงบริเวณที่เราฉีด ก็จะบวมปูดขึ้นมา (ข้อมูลนี้ผมหาจาก internet เพราะตอนที่หมอฉีด มึนไปหมด ไม่รู้จะถามไรคุณหมอ  )

ถามผมว่าถนัดด้านไหน ผมถนัดขวา ก็ฉีดใต้แขน ด้านซ้าย กลางแขนเลยครับ และก็บอกว่า ถ้าคันก็ห้ามเกา โดนน้ำได้ แต่ให้เช็คเบา ๆ แล้วเก็บเสมหะมาส่งให้ครบ 3 วัน แล้ววันจันทร์ที่ 9 พ.ย มาฟังผล

โอ้ย ไม่อยากจะเล่าตรงเก็บเสมหะเลยครับ เป็นอะไรที่ หยึยๆ มาก ๆ
พยาบาลสั่งมาเลยว่าเอาเนื้อ ๆนะคะ ไม่น้ำ งอกไม่ใส่ พิเศษ อ่ะจึ้ย ไม่ใช่ ๆ 

กลับมาบ้าน ก็มาลุ้นครับว่าที่ฉีดเทส ใต้ผิวหนังมันจะปูดขึ้นมาไหม ผ่านไปนึงวัน มันก็บวมแดง แต่แดงไม่มาก บวมนิดหน่อย วันที่สองก็เหมือนเดิม ไม่บวมขึ้น วันที่สาม รู้สึกว่า มันจะยุบลงเล็กน้อย แค่แดงๆ บวมนิดเดียว

วันเสาร์ก็ต้องตื่นแต่เช้าๆ มาเก็บเสมหะ ใส่กระบอก เอาไปส่งโรงพยาบาล
วันอาทิตย์ ก็อีกวัน เก็บเสมหะเอาไปส่งโรงพยาบาล ครบ 3 วัน



ผลจากการทำ TB Skin Test ถ่ายวันจันทร์ ก่อนไปพบหมอฟังผล

ผมก็โล่งใจแล้ว เพราะที่หาข้อมูลใน internet หากมีเชื้อ TB เยอะ มันจะปูดขึ้นมาเด่นชัดเลย ประมาณว่าเป็นสิวอักเสบ ประกอบกับ แม่ผม เคยไปหาหมอที่อเมริกา คุณหมอที่โน่นก็ว่า คนเอเชีย ส่วนใหญ่มีเชื้อ TB กันอยู่แล้ว ขึ้นว่า จะมีมากมีน้อย

ถ้ามีเล็กน้อย ไม่เป็นระยะแพร่เชื้อ ก็ไม่น่ากังวลอะไร เลยทำให้ผมสบายใจขึ้นเยอะเลย

ถึงวันจันทร์ นัดคุณหมอ 10.15 น. พยาบาลก็พาไปชั่งน้ำหนักก่อน วัดความดัน วัดปรอท ปกติดี ไม่มีไข้อะไร เจอคุณหมอ คุณหมอก็ดูผลเก็บเสมหะในห้องแลป 3 ครั้ง ก็บอกว่า ไม่พบเชื้อ ดูที่แขนก็เอาไม้บรรทัดมาวัด ความบวม วัดได้ประมาณ 5 มิล

ก็บอกว่า เป็น positive คือมีนิดหน่อย ไม่ต้องรักษาอะไร แต่ก็ยังไง ก็ต้องรอผลแลปจากการเพาะเชื้อ 2 เดือน ครบกำหนด ผลออก 11 ม.ค 53 ให้มารับผลและ x-ray ปอดอีกครั้ง (จะx-ray ทำไมอีกรอบเนี้ย = = ) และก็เขียนยิก ๆ ในรายงานประวัติผม

คร่าวๆ ว่า ไม่มีปัญหาอะไร ไม่ต้องรักษาหรือกินยา และก็จะส่งเรื่องคืนให้หมอวัชระพงษ์ แล้วก็บอกว่า เด้วทางโรงพยาบาลจะรายงานสถานฑูตเอง ไปสัมภาษณ์ตามปกติ ทางสถาณฑูตเข้าใจดีเรื่องปอดมีจุด เพราะเจอเคสนี้แทบทุกวัน (=..=) ผ่านไม่มีปัญหา เห่อ โล่งอก ตลอด 3 วัน เครียดมากๆ 

ก็ค่อยโล่งใจหน่อยครับ ไม่ต้องกินยา รักษาอะไรให้วุ่นวาย จะโชคร้ายก็แค่ได้วีซ่าช้าไปอีก 1 เดือน แต่ยังไงก็ได้ไปอเมริกาแน่ๆ แว้วว

สรุปค่าใช้จ่าย

ตรวจร่างกาย เจาะเลือด x-ray ฉีดวัคซีน 2 เข็ม วัคซีนบาดทะยัก คอตีบ และ วัคซีนหัดเยอรมัน คางทูม ................ 3,718 บาท
เก็บเสมหะส่งห้อง lab ครั้งที่ 1 + TB Skin Test ................. 2,118 บาท
เก็บเสมหะส่งห้อง lab ครั้งที่ 2 .................... 420 บาท
เก็บเสมหะส่งห้อง lab ครั้งที่ 3 .......................... 420 บาท แต่มีส่วนลด 150 เหลือ 270 บาท
ฟังผล TB Skin Test ................. คุณหมอไม่คิดค่าใช้จ่าย

11 ม.ค. 53 มารับผลเพาะเชื้อเสมหะ 2 เดือน+ x-ray อีกรอบ .................. ประมาณค่าใช้จ่ายไว้ 3,000 บาท

รวม 9,526 (= =")

จากประสบการ์ณตรวจร่างกายครั้งนี้ ผมขอวิเคราะห์ และสรุปเพื่อเป็นแนวทางให้พี่ๆ เพื่อนๆ น้อง ๆ ที่อาจจะเจอเคสแบบผม

1. ควรจะ ไปตรวจร่างกาย โรงพยาบาลของรัฐ ให้มีประวัติไว้ก่อน ตัวผมไม่เคยเป็นอะไร ร่างกายแข็งแรงดี เลยไม่คิดจะไปตรวจร่างกายประจำปีเลยครับ อาจจะสงสัยว่าแล้วบริษัทที่ทำงานไม่เคยตรวจเลยหรือ ตอบว่า ผมทำงานส่วนตัวที่บ้านครับ

2. ถ้าวีซ่าถึงขั้นตอนได้รับ Packet 3 ทาง NVC ให้จ่ายเงิน 70 และ 400 ดอล และส่งเอกาสาร DS-230 แล้ว ควรจะรีบไปตรวจร่างกายเสียแต่เนิ่น ๆ เลยครับ หากโชคไม่ดี เจอ x-ray ปอด แล้วเหมือนเคสผม จะเสียเวลาไปถึง 2 เดือนเชียวครับ

3. หาก x-ray แล้ว เจอ ปอดมีจุด ต้องใจเย็น ๆ อย่าไปวิตกกังวลครับ แห่ะ ๆซึ่งผมกังวล และคิดมากมาย ก่ายกองไปก่อนแล้ว กลัวว่าจะเป็นขนาดไหน ต้องรักษายังไง จะได้วีซ่าไหมเนี้ย คิดไปต่างๆ นา ๆ ครับ

แต่ก็ยังแอบมั่นใจว่า ย้อนหลังไปเป็นปี ร่างกายเราแข็งแรงดี รู้ตัวเองดีครับ ว่า ไม่เคยเป็นอะไรร้ายแรง แต่ก็ต้องเผื่อใจไว้นิดว่า เราอาจจะโชคร้ายติดใครมาก่อนหน้าที่จะมาพบหมอก็ได้เหมือนกัน ฉะนั้น ทำใจให้สบาย อะไรมันเกิดก็ต้องเกิดครับ

ไม่มีไรแน่นอนจริงๆ เจอแล้วเหมือนผมก็ รักษาร่างกายให้แข็งแรงไว้ตลอดเวลาดีที่สุด แล้วทำตามคุณหมอแนะนำ ทุกอย่าง ว่ากันไปตามขั้นตอนที่มันต้องเป็นครับ

4. ผลสรุปแล้วหากมีเชื้อ TB จริง ๆ ถึงระยะแพร่เชื้อ ก็มีแค่ รักษาตัว กินยา ต่อเนื่อง 6 เดือน จนกว่าจะหาย ขึ้นอยู่กับคุณหมอว่า จะยอมให้ไปรักษาตัวต่อที่อเมริกา หรือต้องรักษาตัวให้หายขาดที่เมืองไทย

ถ้าโชคไม่ร้ายมาก เหมือนผม ก็ได้วีซ่าแน่นอนครับ แต่แค่เสียเวลารอผลแลปเป็นทางการจากโรงพยาบาล 2 เดือน + ค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง สำหรับคนรายได้ไม่มากเช่นผม


ประสบการณ์สัมภาษณ์วีซ่าถาวร วันที่ 16 ธ.ค. 52 เวลานัด 7.00 น.

นัดสัมภาษณ์ 7 โมงเช้า 16 ธ.ค. 52 ดันนอนดึกครับ อิอิ กะจะตื่นตีห้า นาฬิกาปลุกไม่ตื่น ตื่นอีกที อีก10 นาที 6 โมง วิ่งผ่านน้ำเลยคร๊าบบบ 5 นาทีเสร็จ

ถึงปากซอยอีก 5 นาที 6 โมงเช้าพอดี โบกพี่แท๊กอย่างไว ขึ้นทางด่วนโทลเวย์เลยพี่ บ้านอยุ่สะพานใหม่ครับ เป้าหมาย รถไฟฟ้าหมอชิต

กว่าจะพ้น แถวบ้านออกมาได้ บึ่งขึ้นทางด่วน ถึงรถไฟฟ้าหมอชิต 6.40 น. ก็ทันน่า ๆ ทันจิง ๆครับ ถึงรถไฟฟ้าเพลินจิต 7.00 เห็นมะครับ นัด 7.00 ก็ถึงทัน อิอิ พี่มอไซต์ ซิ่งแหลก ถึงหน้าสถานฑูต อย่างเนียนๆ 7.05

เจอด่านแรก ขอเอกสารด้วยค่ะ D ๆ ไรซักอย่างไม่ได้ฟัง หุๆ เอ่อ ผมสัมภาษณ์กรีนการ์ด อ่อ เข้าได้เลย เจอพี่ยามให้ฝากโทรศัพท์ ปิดเครื่อง เอาซองเอกสารใส่เข้าเครื่องสแกน เจอพี่ยามอีกคน ให้กางแขน ยกขาขึ้น ทำโทษมาสาย ๆ ค้างไว้ 10 นาที

ไม่ใช่นักเรียน อิอิ ให้กางแขน เอาเครื่องมาตรวจอาวุธ หุๆๆ ไม่มีไร เชิญได้ครับ เข้าไป เห็นแถวซ้ายคนต่อคิวตรึม เอาแล้วตู ยาวเหยียด เอ้ย ไม่ใช่นี่หว่า วีซ่าถาวร ลุยโล้ดด้านใน ดันสะเหร่อ ไปต่อคิวก่อนเข้าประตูข้างนอกอีก เห็นเค้าพิมพ์นิ้วมือกัน อุๆๆ

มอง ๆอยุ่แป๊บอ้าว เข้าดีกว่า โห ข้างใน คนรออยุแล้ว ประมาณ 10 -20 คน งง ๆ มึน ๆ ก็เห็น ช่องหมายเลข 5 อ่า วีซ่าถาวร ช่องอื่นไม่ใช่ เป็นวีซ่าชั่วคราว มีพี่ผุ้ชายคนนึงกำลังยื่นเอกสารอยุ่ ก็เลยรอแป๊บ ก็ไปยื่นต่อ พี่ช่อง 5 ก็ถามชื่อไรคะ

บอกชื่อไป ก็เอาใบสีขาวมีชื่อผมอยู่แล้วบอกว่า ระหว่างรอวีซ่าห้ามมีแฟน ห้ามแต่งงานนะคะ อุๆๆ เค้าพูดแต่ห้ามแต่งงานครับ จะห้ามมีแฟนได้ไง

ก็เซ็นชื่อส่งไป แล้วมีเอกสารอื่นอีกไหม ก็ไม่มีครับ ตัวจริงส่งไปหมดแล้ว ใบเกิด ใบเปลี่ยนชื่อ ใบรับรองกรมตำรวจ รูปถ่าย ให้หมดแล้ว ก็ไม่เอาไรเลย แล้วพี่เค้าก็ถามต่อ มีจดหมาย การ์ดหรือรูปถ่ายกะแม่มีไหม

ก็เตรียมไว้มี

1. การ์ดเบิรดเดย์แม่ส่งมาเกือบทุกปี
2. รูปถ่ายแม่ที่ร้านอาหารที่เพิ่งเปิดทำบุญร้านอาหาร
3. ใบหย่าของแม่
4. สำเนาพาสปอร์ตอเมริกัน ของแม่

ยื่นให้ไปหมดเลย ซักพักพี่คนเดิมก็เรียกชื่อ ถามว่า ผลตรวจร่างกายละคะ ก็บอกไปว่ารอผลหมอวันที่ 11 ม.ค ครับ ก็อ่อ ๆ นั่งรอต่อ

แล้วก็นั่งรอ ตั้งแต่ 7.30 -9.00 หลับไปหลายงีบ จนแหม่มสาวสวยเรียกคนอื่นไป 3 คน เห็นแต่ละคนก็ยกมือสาบาน ก็อยากรู้ว่าให้พูดว่าไร พอถึงคิวผม ก็เรียกชื่อแบบไม่ค่อยชัด แต่พอฟังรู้เรื่อง

ไปถึงหน้าช่อง 6 ก็บอกให้ยกมือสาบานว่า เอกสารและคำพูดจะเป็นความจริง ผมก็พูดว่า เป็นความจริงทุกประการครับ คุณแหม่มสาวสวยก็ให้ปั๊มนิ้วมือสี่นิ้ว ยกเว้นนิ้วโป้งทั้งสองข้าง
เสร็จแล้วก็ ปั๊มนิ้วโป้งพร้อมกันทั้งซ้ายและขวา แล้วก็ยื่นเอกสาร DS230 Part 2 ให้เซ็นต์

แหม่มสาวสวยก็ถามว่า คุณแม่ไปอยู่กี่ปีแล้วคะ ตอบไป อยุ่ประมาณ 13 ปีครับ กลับมากี่ครั้งครั้ง ตอบประมาณ 2-3 ครั้้งครับ รูปถ่ายนี่คุณแม่ใช่ไหมคะ ตอบใช่ครับ ถ่ายที่ร้านตอนทำบุญ เพิ่งเปิดร้านต้นปี ภุมภาพันธ์นี่เองครับ ที่ไหนคะ ตอบ spring lake north carolina ครับ

แล้วก็คืนรูปถ่าย การ์ด ใบเกิด ใบเปลี่ยนชื่อ แล้วก็เอกสารสเตทเม้นของ join sponsor เพื่อนแม่มา แล้วก็บอกว่า เรายังออกวีซ่าให้ไม่ได้นะคะ เพราะขาดเอกสาร ตรวจร่างกาย และสำเนาพาสปอร์ต ของ join sponsor และของภรรยา join sponsor ก็รู้อยู่แล้วครับ ว่าไม่ได้น้องวีแน่นอน แต่ เอกสารทีขาด + พ่วงมาอีกด้วย ไม่มีปัญหาไร

รอนะคะ แหม่สาวสวยก็พิมพ์ๆๆ ในคอม ออกมา ในใบก็แจ้งว่าให้มายื่นเอกสารเพิ่มมี

1. ผลตรวจร่างกาย
2. สำเนาพาสปอร์ต ของ join sponsor และของภรรยา join sponsor +
เอกสาร I864A Contract Between Sponsor and Household Member (Link: //www.uscis.gov/files/form/i-864a.pdf )ให้ภรรยากรอกเซ็นต์ส่งมาให้

เวลา 9.15 เผ่นแน๊บกลับบ้านเลย โล่งไป เรียบร้อยไปด้วยดี เหลืออีกทีก็เอาเอกสารสองอย่างไปยื่น น้องวีก็คงเร็วรี่มาให้กอดซะกะทีนะคร๊าบ

ถึงบ้านก็โทรหาแม่ ขอเอกสารเพิ่มตามที่สถานฑูตต้องการ

คำเตือน: ไปสัมภาษณ์ตื่นให้ไว ไปให้ถึง ซัก 6 โมงครึ่งหน้าสถานฑูต ดีที่สุดครับ อย่าเอาเยี่ยงอย่างไม่ดีแบบผม ไม่งั้นหัวใจจะเต้นแรง เลือดสูบฉีดดีเยี่ยม


11/01/53 - ฟังผลแลปที่เพาะเชื้อ TB เป็นระยะเวลา 2 เดือน ที่บำรุงราษฎร์ และนำผลตรวจร่างกาย + เอกสารเพิ่มเติมของภรรยา join sponsor ไปยื่นเพิ่มเติมที่สถานฑูต

คุณหมอนัดฟังผลเวลา 9.30 น. วันนี้ตื่นแต่เช้า 6 โมงครึ่ง ออกจากบ้าน 7 โมงเช้า บึ่งพี่แท๊กไปรถไฟฟ้า ไปถึงโรงพยาบาล 9 โมง 15 นาที ไปถึงชั้น 15 ก็ยื่นที่หน้าเคาเตอร์แต่ในใบนัดบอกให้ไปเอ๊กซเรย์ก่อนที่ ชั้น 12 x-ray ไม่ถึง 5นาที ก็กลับมานั่งรอคุณหมอที่ชั้น 15 เพื่อฟังผล คุณหมอเอาฟิลม์ x-ray ครั้งก่อนเมื่อ 6 พ.ย. 52 มาเทียบกับวันนี้ จุดที่ปอด ก็เท่าเดิม และผลเพาะเชื้อ TB 2 เดือนก็ไม่มี ผลสรุปไม่มีเชื้อ TB

ฟังคุณหมอจบ เหมือนยกภูเขาออกจากอกเลยครับ รอๆๆ มา 2 เดือน แบบลุ้นๆ ว่าจะเป็นไรไหมหว่าๆ แต่ก็พยายามไม่คิดไร ดีใจแบบสุดๆๆ คุณหมอภิญโญก็บอกจะส่งเรื่องคืนคุณหมอวัชระพงษ์
ก็กลับไปรอคุณหมอวัชระพงษ์เขียนรายงานในแบบฟอร์มตรวจร่างกายประมาณเกือบ ชั่วโมงแน่ะครับ เพระวันนี้คนไข้เยอะมาก แต่ก็ไม่ซีเรียสไรแล้วหร่ะคัรบ รอแบบชิวๆ พยาบาลบอกให้ไปทานข้าวก่อนก็ไม่ไป อิอิ

จนพยาบาลเดินมาอธิบายคร่าว ๆ ว่า ซองใหญ่ห้ามแกะให้ไปยื่นที่สถานฑูต ซองขาวเล็กเก็บติดตัวไว้ตอนเดินทางเพราะเจ้าหน้าที่จะขอดูที่อเมริกา แล้วก็มาดูประวัตที่ฉีดวัคซีนไว้เมื่อ 6 พ.ย. ครบ 2 เดือนพอดี ก็บอกจะฉีดวัคซีน บาดทะยักคอตีบไปเลยหรือป่าว

ให้ครบ 2 โด้ด ก็เอา ฉีดก็ฉีด ฮ่าๆ เบ็ดเสร็จ เสียกะตังค์ค่า x-ray ค่าหมอ ค่าวัคซีนไปวันนี้ 2,840 บาท ส่งท้ายที่บำรุงราษฎร์

ได้ผลตรวจร่างกายตอนเที่ยงนิด ๆ พอดี ว่าจะกินข้าว ก็กินไม่ลงหุๆ เพราะยังไม่ได้น้องวี ก็เลยเร็วรี่ เดินปรูดปร๊าดข้ามถนน กลางแดดเปรี้ยง ๆตอนเที่ยง ฝ่าพนักงานที่มาพักเที่ยงกินข้าวกัน เป้าหมายคือ สถานฑูตเมกา ลุยๆๆ

เดิน ๆ ไปถึงหน้าสถานฑูต เที่ยงครึ่งพอดี โห คนเพียบคิวรอหน้าสถานฑูตยาวเหยียด แบ่งเป็น 2 แถว วีซ่าถาวร กะชั่วคราว นักศึกษามาทำวีซ่ากันเพียบเลย แอบถามน้อง ๆมา บอกไปโครงการ work and travel เจอเจ้าปุ๊กกะลิงเอ๋ย เป็นน้องในบอร์ด usvisa4thai คิวหน้าสุดเลย อุๆๆ แต่ยังไม่ทัก

เพราะเจ้าปุ๊กก็ไม่เคยเห็นหน้าผม อิอิ แต่เราจำลิงเอ๋ยเจ้าปุ๊กได้ รอให้เข้าไปข้างในก่อน ก็เจอพี่อีกคนทำวีซ่าแต่งงานมายื่นผลตรวจร่างกายกับใบแจ้งความพาสปอร์ตหายเพิ่มเหมือนกัน ก็ได้คุยกะพี่เค้าไปพลาง ๆ คิดว่าเป็นพี่ในเว็บหรือป่าว แต่ไม่ใช่พี่เค้าจ้างทนายทำที่เมกามา

ถึงเวลาเข้า เจ้าปุ๊กลิงเอ๋ย พี่ที่ยื่นคุยได้เข้าไปก่อน ตัดที่ผมพอดี เหอๆๆ เล่นปล่อยให้นักศึกษาเข้าไปก่อน รอจนเหงื่อไหลพลั่ก ๆ เต็มหลัง อยากจะเข้าไปเป่าแอร์ใจจะขาด

พอได้เข้าก็รีบเดินเร็วรี่ เลยเดินไปทักเจ้าปุ๊กก่อนว่ายื่นยัง ฮ่า ๆ เจ้าปุ๊กก็ทำหน้างง ๆ แป๊บหนึ่งแล้วไหวตัวทัน สวนเรียกพี่เติ้ลทันที  เดินเข้าไปยื่นเอกสารช่อง 6 เจ้าหน้าที่ให้แกะซองผลตรวจร่างกายที่ติดกะฟิลม์ x-ray และกระดาษแผ่นนึงในซองออกมายื่น พร้อมเอกสารเพิ่มเติม ภรรยา join sponsor และก็ passport ยื่น แล้วก็ไปนั่งรอ

รอแป๊บเดียว เจ้าหน้าที่ก็เรียกไป ยื่นกระดาษเล็ก ๆให้แล้วบอกว่า มารับวีซ่าวันพุธบ่าย 3 โมงนะคะ อุๆๆ ดีใจอย่างแรงงงง  เข้าใจความรู้สึกคนที่ทำวีซ่าแล้วได้ยินประโยคนี้จริง ๆว่ารุ้สึกยังไง ฮ่าๆๆ แล้วก็มาช่วยลุ้นเจ้าปุ๊กกะลิงเอ๋ยต่อ ยื่นไปก่อนหน้าผมซะอีก

(เคส ปุ๊ก ทำเรื่องให้ลูกลิงเอ๋ย นี่ก็ไม่ธรรดานะครับ กว่าจะได้วีซ่า ตามไปอ่านลุ้นดูได้ >> //www.usvisa4thai.com/board/viewtopic.php?f=3&t=20474 )

แต่ไหง แหม่มใจร้าย พิจารณาเอกาสารเจ้าปุ๊กนานมากกกกกกก ลิงเอ๋ยก็ซนมากกกกกกก แม่ปุ๊กก็ปวดหัวเครียดมากกกกกก ทั้งลุ้นวีซ่า ทั้งลิงก็ซน ฮ่าๆๆ ก็เลยนั่งลุ้นเป็นเพื่อน เกือบ 2 ชั่วโมง คนมายื่นทีหลังได้วีซ่ากลับบ้านกันไปหมด นักศึกษาก็จะสัมภาษณ์กันหมดห้องแล้ว

นักศึกษามารอสัมภาษณ์กันเยอะมากกกกก เต็มห้องเลย จนเกือบบ่ายสามครึ่ง เจ้าหน้าที่ก็เรียกชื่อเจ้าลิงเอ๋ย และก็ได้วีซ่ามารับวันเดียวกัน พุธ 13 ม.ค. บ่ายสามโมง ไปๆมา ๆ ได้วีซ่าพร้อมเจ้าลิงเอ๋ย อิอิ


13/01/53 - รับวีซ่าถาวร


สถานฑูตอเมริกานัดรับวีซ่า พุธ 13 ม.ค. 53 เวลา บ่าย 3 โมงเย็น เวลาประมาณ 10 โมงเช้า มีเจ้าหน้าที่สถานฑูตโทรเข้ามาที่เบอร์บ้าน แจ้งเตือนว่า วันนี้คุณมีนัดรับวีซ่าเวลาบ่าย 3 โมงครึ่งนะครับ อุๆ ดีจัง เด้วนี้มีโทรแจ้งเตือนกันลืมด้วยแห่ะ

ผมเดินทางจากบ้านไปถึงหน้าสถานฑูต พอดีเวลาเป๊ะ เข้าไปในห้อง มีคนรอกันเพียบเลย 10 กว่าคน อุๆๆ เจอปุ๊กก็บอกว่าเค้ายื่นใบนัดรับวีซ่าไปกันหมดแล้ว ให้เขียนชื่อสกุล ภาษาไทยและอังกฤษด้านหลังใบนัด แล้วโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ จะมีโทรศัพท์ติดต่อภายในให้เจ้าหน้าที่ออกมารับใบนัด

เจ้าหน้าที่รับสายก็ถามชื่อ นามสกุลภาษาอังกฤษ แล้วบอกให้นั่งรอ ทุกคนที่มารอรับวีซ่าก็นั่งรอกันประมาณ บ่าย 3 โมงครึ่ง เจ้าหน้าที่ผู้ชายก็เข็นรถเข็นขนเอกสารซองน้ำตาลออกมาสิบกว่าชุด แล้วเรียกชื่อที่ละคน

ถึงคิวผมก็รับ เจ้าหน้าที่บอกว่า ห้ามแกะซองเอกสารจนกว่าจะถึงด่านตรวจที่อเมริกา และพร้อมทั้งรับพาสปอร์ตที่มีวีซ่าแปะอยู่ ผมนั่งดูอยู่นานเลย อิอิ หน้าตาน้องวีนี่หรอ สวยสดงดงาม ที่คนทำวีซ่าทุก ๆ คนเฝ้ารอและมารับน้องวีโบยบินลัดฟ้าสู่อเมริกา ลั้นลา ฮ่าๆๆ

วีซ่าชั่วคราวนี้จะมีอายุ 6 เดือนนะครับ จะต้องเดินทางเข้าอเมริกาก่อนหมดอายุ และสามารถเดินทางเข้าออกอเมริกาได้ภายในอายุวีซ่า

และเมื่อเดินทางไปถึงอเมริกาผ่านด่านตม. ก็ต้องเอาแพคเกจซองสีน้ำตาลที่ได้รับจากสถานฑูตให้เจ้าหน้าที่ ตม. ข้างในก็จะมีรายละเอียดเคสของเราประวัติข้อมูลต่างๆ เจ้าหน้าที่ก็จะให้กรอก ชื่อที่อยู่ คอนเฟิมการรับบัตรกรีนการ์ด และพิมพ์ลายนิ้วมือ และก็มีการสัมภาษณ์นิดหน่อย ง่ายๆ หลังจากนั้นประมาณ 2-4 สัปดาห์ ก็จะได้รับบัตรกรีนการ์ดตัวจริง

กรีนการ์ดที่ได้จากพ่อและแม่ จะมีอายุ 10 ปีครับ และจะต้องอาศัยอยู่ในอเมริกาไม่น้อยกว่า 6 เดือน พูดง่าย ๆก็คือ จะออกนอกเมกาไปอยู่ที่อื่นไม่ได้เกิน 6 เดือน  หากจำเป็นต้องกลับไทย มาเรียน หรือทำธุระเกิน 6 เดือน ก็ต้องทำเรื่องขอ Re-entry Permit ไม่งั้นเดี๋ยวจะโดนยึดกรีนการ์ดคืน อยู่อเมริกาครบ 5 ปี ก็มีสิทธิสอบซิติเซ่นได้ สอบผ่านก็ไปอยู่ที่ไหนก็ได้

รายละเอียดศึกษาได้ตามลิงค์นี้ครับ

//www.uscis.gov/USCIS/Resources/B5en.pdf



จบสิ้นกันซะที การรอคอยที่ยาวนาน 8 ปี ทรหดอดทน อุปสรรคต่าง ๆ ก็ผ่านพ้นไปได้ มันเป็ นประสบการณ์ที่จะจดจำไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว  เด้วนี้น่าจะเร็วกว่าแต่ก่อนแล้ว ขั้นตอนสเตปต่าง ๆก็คงจะประมาณเดียวกับผมน่ะหร่ะคับ

ถ้าหากกำลังขอกรีนการ์ดให้ลูกอยู่ ก็สู้ ๆนะครับ  ขอให้เรื่องผ่านได้วันสัมภาษณ์กันไวๆ ทุกคน (^-^)

** มาเพิ่มข้อมูล ** ท่านใจเสิดกูเกิลหาข้อมูลแล้วบังเอิญเจอบล๊อกผม หรือกำลังหาข้อมูลวีซ่าอเมริกา วีซ่านักเรียน วีซ่าท่องเทียวอเมริกา วีซ่าคู่หมั้น วีซ่าแต่งงานอเมริกา พูดคุยหาประสบการณ์เดินทางไปอเมริกา ท่องเที่ยวอเมริกา อยากรู้เรืองราวชีวิตในต่างแดน work and travel อเมริกา

การใช้ชีวิต ประสบการณ์ต่าง ๆ ข้อมูลเยอะแยะมากมาย พี่ ๆน้อง ๆ ที่ใช้ชีวิตในอเมริกา รวมตัวกันใน group facebook >> https://www.facebook.com/groups/807061845978342/  จากทีเคยรวมตัวกันในเว็บบอร์ดบ้านหลังใหญ่ //www.usvisa4thai.com ซึ่งจะปิดตัวในเดือนกันยายน 58 แล้ว เฟชบุคทันสมัยและอัพเดตข้อมูลต่าง ๆได้ดีกว่าบอร์ดครับ เข้าไป Join ร่วมพูดคุยสอบถามได้ในเฟชบุคนครับ ^^



Create Date : 26 พฤษภาคม 2554
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2558 0:34:13 น.
Counter : 18796 Pageviews.

83 comment

tle
Location :
Fayetteville, North Carolina  United States

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 102 คน [?]



New Comments