นิทานครูดอย ๑๐

หลังจากที่ลูกสาวคนโตต้องไปบรรจุรับราชการอยู่กลางป่ากลางเขา คุณพ่อของคุณครูคนงาม ก็เกิดความคิดถึงระคนเป็นห่วงเหลือประมาณว่าลูกสาวจะยู่จะกินอย่างไร จึงชักชวน ภริยา และลูกสาวคนเล็กกระโดดขึ้นรถตรงดิ่งไปหาให้หายคิดถึงทันที

เมื่อมาถึงเขตพยับหมอกก็พบป้ายสัญญาณจราจรป้ายหนึ่ง ลูกสาวคนเล็กไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ที่เคยเห็นอย่างมากก็แค่ป้ายให้เลี้ยวซ้าย หรือให้เลี้ยวขวา แต่ป้ายข้างหน้านี่มันแปลว่าอะไรหนอ คิดไม่ออกจริงๆ จึงถามพ่อผู้รับหน้าที่คนขับ

"พ่อๆ ป้ายนั่น ป้ายอะไร?"

ผู้เป็นพ่อเห็นแล้วก็งงๆอยู่ ถ้าบอกไม่รู้ก็แย่สิ เสียเหลี่ยมหมด แล้วที่ไหนลูกสาวจะมานับถือกันอีก จึงตอบมั่วๆไปว่า

"อ๋อ...ข้างหน้ามีงูน่ะลูก!"




 

Create Date : 13 มิถุนายน 2550    
Last Update : 13 มิถุนายน 2550 16:53:10 น.
Counter : 141 Pageviews.  

นิทานครูดอย ๙

ก็งานเลี้ยงมันน่ารื่นรมณ์ อาหารก็เลิศรส ที่ไหนลุงจอมซี้จะอดได้ ไม่ใช่พระอิฐพระปูนนี่นา เมื่อกลุ่มแม่บ้านผู้สำนึกผิดที่ไม่ได้มาดูแลแต่แรก ยกอาหารมาประเคนเอาอกเอาใจ นัยว่าเพื่อเป็นการไถ่โทษ กับข้าวกับปลาแต่ละอย่างมันก็น่ากินทั้งนั้น ชิมแล้วก็ติดใจ ติดใจแล้วก็สวาปามเข้าไปจนถึงขนาด

"นั่นอะไรน่ะ น่ากินนะ อ้าวนู่นก็น่ากิน เอ๊ะ นี่ก็อร่อย" ลุงแกเลยซัดเข้าไปเต็มคราบ หนังหน้าท้องตะแกนูนป่องขึ้นมาเต็มที่ ถ้าเอานิ้วดีดดู คงดังเปรี๊ยะๆ ปริแตกออกมาเป็นแน่แท้

คุณลุงผู้รู้จักประมาณตนในการบริโภคผู้นี้ ฉงนใจนักเมื่อเหลียวมองโต๊ะข้างๆ เห็นพวกคณะครู ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาแก่บุตรหลานตนในหมู่บ้านต่างดื่มกินกันอย่างเรียบๆร้อยๆ กินข้าวแล้วก็ยังดื่มน้ำตามได้อีก ด้วยความสนเท่ห์เป็นหนักหนา ตะแกจึงโพล่งออกมาว่า

"พวกคูนี่ง่าวแต๊ง่าวว่า กินข้าวแล้วยังกินน้ำได้อีก เป็นเฮานี่ กินม่ะได้ละ"

(ง่าว = โง่)




 

Create Date : 10 มิถุนายน 2550    
Last Update : 10 มิถุนายน 2550 21:57:51 น.
Counter : 126 Pageviews.  

นิทานครูดอย ๘

วันนี้อาจารย์ใหญ่จัดงานทำบุญโรงเรียน เพื่อความเป็นสิริมงคล มีการนิมนต์พระสงฆ์มาสวดชยันโต ประพรมน้ำมนต์ เชิญแขกเหรื่อมามากหน้าหลายตา สะพรักพร้อมด้วยชาวบ้านมาช่วยงานเป็นที่สนุกสนานเอมใจกันถ้วนหน้า ทั้งครูบาอาจารย์โรงเรียนอื่นที่รู้ข่าวก็มาร่วมงานโดยพร้อมเพรียง

เมื่อเสร็จพิธีสงฆ์ พวกชาวบ้านก็เอาสำรับกับข้าว เหล้ายาปลาปิ้ง ออกมาชวนกันกินด้วยความครื้นเครง งานนี้ชมรมแม่บ้านต้องเหนื่อยมิใช่น้อย ไหนจะเตรียมข้าวปลาอาหารตั้งแต่เช้าตรู่ ไหนจะต้องมาคอยบริการเติมสำรับมิให้ขาดตกบกพร่องอีกเล่า เหนื่อยกันขนาดนี้ มันก็ต้องขอซักหน่อยสิ เรื่องอะไรจะให้คนอื่นสนุกฝ่ายเดียว เวลาเดินเสริฟอาหารขากลับเข้าครัว ชมรมแม่บ้าน ก็แอบกระดกเสียแก้วหนึ่ง แล้วหยิบถาดอาหารออกมาให้บริการต่อ เป็นอยู่อย่างนี้หลายๆรอบเข้า กลุ่มแม่บ้านก็ชักเริ่มมึนๆ ประสิทธิภาพในการทำงานก็เริ่มลดลง จากที่เปิดประตูเขื่อนน้ำสีอำพันแก้วเดียว ก็เริ่มติดลมเป็นหลายๆแก้ว อยู่ไปๆ ก็ไม่ค่อยออกจากครัวเท่าใดนัก

พวกแขกที่มากันก่อนแล้วก็ไม่ค่อยมีผลกระทบเท่าไหร่ เพราะ สำรับเพียบพร้อมอยู่แล้ว แต่พวกที่มาใหม่นี่สิ นั่งทำหน้าเหรอหราอยู่ที่โต๊ะ ไม่รู้จะทำไงดี หิวข้าวก็หิว พนักงานเสริฟก็ละทิ้งหน้าที่หมด ไม่เห็นซักคน นานๆ ทีออกมาสองสามคนก็เดินเลยไปเสียเป็นแบบนี้อยู่นานโข แขกโต๊ะนี้จึงเดือดร้อนยิ่งนัก

ลุงจอมซี้คนเดิม ในฐานะที่อาวุโสและแก่ประสบการณ์กว่าเพื่อนในร่วมโต๊ะ จึงคิดอุบายได้อันหนึ่ง ตะแกหยิบเอาก้อนถ่านดำปี๋มาป้ายๆที่ริมฝีปากตัวเอง พอดี มีแม่บ้านคนหนึ่งเดินผ่านมาเห็นผิดสังเกตุ จึงเข้าไปถามลุงจอมซี้

"อ้าว..ปากเป็นอะไรน่ะลุง?"

ฮ่าๆๆๆ...เข้าทางล่ะ คุณลุงจอมอุบายชี้ที่ปากตัวเองแล้วพูดว่า

"อ้าว...นี่ก็เรียกว่าปากเหมือนกันเรอะ?"




 

Create Date : 31 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 31 พฤษภาคม 2550 21:05:08 น.
Counter : 177 Pageviews.  

นิทานครูดอย ๗

โรงเรียนนั้นนะแหละ

วันนี้ คุณครูสาวสวยรับหน้าที่สอนมาทั้งวัน จนตะวันบ่ายคล้อย ไกล้เลิกโรงเรียนเต็มที ก็คิดจะหาอะไรสนุกๆฆ่าเวลาเพื่อรอเสียงระฆังสัญญาณบอกเวลา

"เอาล่ะนักเรียน ต่อไปเราจะมาร้องเพลงกัน อยากร้องเพลงอะไร บอกครูซิจ๊ะ"

ทันใดนั้น ก็มีเสียงนักเรียนหญิง ตอบกลับมาว่า

"ร้องเพลงเบื่อแล้วค่าคุณครู"

"อ้าว..งั้นเหรอ แล้วเธออยากทำอะไรล่ะ?" คุณครูคนงามถามไถ่เด็กหญิงตัวน้อย

"หนูอยากเล่นทำมุนีค่า"

เอาละซี ยุ่งล่ะ แล้วเธอจะเล่นอะไรของเธอเนี้ยยย หรือจะเป็นการละเล่นประจำเผ่า เออแน่ะ! น่าจะใช่แฮะ เราก็มาอยู่ใหม่ อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันเล่นกันยังไง

"เอ้าก็ได้ ครูอนุญาตจ๊ะ แต่พวกเธอต้องเข้าแถวหน้าเสาธงตอนระฆังดังนะ"

"ค่า....คร้าบบบบ"

เมื่อคุณครูอนุญาต เด็กๆในชั้นเรียนก็เฮโลออกไปวิ่งเล่นรอบๆสนามหญ้า ยังความสงสัยให้แม่พิมพ์ของชาติผู้นี้ยิ่งนัก รอๆดูมาเป็นสิบนาทีแล้ว มันก็วิ่งเล่นกันเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวหยอกล้อกันธรรมดาๆ ไม่เห็นมีส่วนไหนคล้ายการละเล่นประจำเผ่าเลยนี่หว่า ถามให้รู้เรื่องดีกว่า คิดได้ดังนั้น

"เด็กหญิงบือพอ มานี่หน่อยซิ ไหนว่าเธอจะเล่นทำมุนีไง ทำไม่ไม่เล่นล่ะ?" คุณครูโฉมงามยิงคำถาม

"พวกหนูก็เล่นอยู่นี่ไงคะ" เด็กหญิงตอบน้ำเสียงซื่อใสไร้เล่ห์เหลี่ยม โอ้ยย งงเข้าไปใหญ่

"ครูไม่เห็นเข้าใจเลย ไหนเล่นยังไง?"

"ก็ทำมุนีไงคะ แค่นี้ทำไมครูไม่รู้" เด็กน้อยก็งงพอๆกับที่ครูงง ว่าแล้วก็ไปวิ่งเล่นต่อ ทิ้งความสงสัยไว้เบื้องหลัง แต่บังเอิญโชคดีที่นักการภารโรงพอดีผ่านมา ครูคนสวยเลยถามว่า "ทำมุนี" แปลว่าอะไร

นักการหัวเราะก๊ากใหญ่ แล้วตอบว่า

"อ๋อ..คุณครูครับ เด็กๆพยายามจะพูดไทยกลางน่ะครับ แต่ใช้ภาษาคำเมืองเหนือคำว่า ต๋ามหมู่นี้ ซึ่งมันก็แปลว่า แถวๆนี้นั่นแหละครับ"

"อึ้งจริงๆเลยค่ะ" นี่คือความคิดของคุณครูคนนั้น




 

Create Date : 29 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 29 พฤษภาคม 2550 1:06:34 น.
Counter : 139 Pageviews.  

นิทานครูดอย ๖

ที่โรงเรียนเดิม อีกละ ก็(ไม่รู้จะหาโรงเรียนไหนมาแล้ว)

ณ เวลาตกค่ำโพล้เพล้ วันนี้อาจารย์ใหญ่นึกสนุกขึ้นมาชวนกันจัดปาร์ตี้เล็กๆ มื้อค่ำ กับครูน้อย ครูสาวคนใหม่ อ้อนักการภารโรงอีกหนึ่ง รวมเป็นสี่คน ต่างคนก็ทำกับข้าวมาคนละอย่างสองอย่าง ระหว่างที่กินข้าวเย็นด้วยกันที่โต๊ะริมรั้วโรงเรียนก็ชมบรรยากาศทิวเขาแมกไม้ ชวนกันคุยโน่นคุยนี่เป็นที่ออกรสสนุกสนาน ก็มีลุงคนหนึ่งได้ชื่อว่าจอมตีซี้ที่สุดประจำหมู่บ้าน เดินผ่านรั้วหน้าโรงเรียนพอดี

ด้วยความที่รู้จักกัน อาจารย์ใหญ่จึงร้องทักเพื่อโอภาปราศัย

"อ้าว...ลุง ไปไหนมา?"

ลุงคนนี้แอบชำเลืองมองเห็นกับข้าวกับปลาน่าอร่อยเอร็ดยียวนชวนน้ำลายสอมาแต่ไกลแล้ว ก็กำลังนึกหาช่องอยู่พอดี ฮ่าๆ เข้าทางชะมัด เสร็จล่ะ

"อ๋อ...ไม่หิว ไม่เป็นไร กินกันตามสบายเถอะ"

อ้าว..ถามอย่างตอบอย่างอาจารย์ใหญ่ก็งงสิครับ

"ไม่ใช่อย่างนั้น!!!....ถามว่า ไปไหนมา.." อาจารย์ใหญ่รีบทำความเข้าใจเสียใหม่

"เอ๊า...บอกว่าไม่กินๆ เอ้อ...งั้นก็ได้ ไหนๆก็ชวนแล้วนี่" ว่าแล้วก็เข้าร่วมวงบรรเลงเพลงภัตตาหารเป็นที่สำราญอารมณ์ เอ้อที่สำราญน่ะ มีแต่ตะแกคนเดียวเท่านั้นนะ แต่คุณครูผู้ร่วมวงสิ ไม่รู้ว่ารู้สึกยังไง




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2550 22:18:32 น.
Counter : 121 Pageviews.  

1  2  3  

tirannor
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




===============================
งานประพันธ์ทุกงานในเวบบล็อกนี้เป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของเว็บบล็อกแต่ผู้เดียวเว้นแต่ผลงานที่ได้ระบุไว้โดยเฉพาะแล้วว่าผู้ใดเป็นเจ้าของหรือผู้สร้างสรรค์ ห้ามมิให้ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข หรือเผยแพร่ ไม่ว่าทางใด หรือประการใดใด โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้ทรงลิขสิทธิ์โดยชัดแจ้ง
(ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ให้ความร่วมมือ)===============================
NRCT.NET สารสนเทศการวิจัย
Google
อย่าลืมคอมเมนท์นะคร้าบ

บอก WEB นี้ให้เพื่อน :


คุณต้องการให้บล็อกนี้ลงข้อมูลด้านใดมากที่สุด

วรรณกรรม เรื่องสั้น บทความบันเทิงคดี
บทกลอน กวี ร้อยกรอง
วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณีพื้นบ้าน
กฎหมาย
รูปภาพ
แหล่งท่องเที่ยว การเดินทาง
การศึกษา (ในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย)
ประวัติศาสตร์ โบราณคดี
ทิปน่ารู้ภาษาไทย
ธรรมะ ปรัชญา


อันนี้กันลากแถบก็อปปี้จ้ะ อันนี้กันคลิ๊กขวา ไม่ให้เซฟรูป
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tirannor's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.