thank you for flying with the wing of HANG~
Group Blog
 
All blogs
 

317 ไฟล์ทเหี้ยม...เป็นปกติ...เหี้ยม (ตกม้า) เป็นปกติ

ขับรถรีบแทบตาย มาถึง OPC ฉิวเฉียดมากๆ

บินไฟล์ทนี้ทีไรเป็นอย่างนี้ทุกที

อาทิตย์ที่แล้ว ก็ฉิวเฉียดโคตรๆ ไม่พอครั้งนี้อีก มานั่งนึกๆ ก่อนหน้านั้นก็เป็นอย่างนี้

ทำไมนะ ไม่ถูกกับ Mumbai หรอ

Senior Y ครับ แต่ไม่ดีใจเลย เพราะคิดว่าคงเป็นเหมือนครั้งที่แล้ว...กล่าวคือ เป็น Steward ไป และกลับ

จริงๆตอนแรกมี Senior Y กว่ากรู 1 นาง ( 1 นาง เพราะว่า เป็นสจ๊วตสาว รุ่นพี่ที่ร็จักกัน) แต่...นางดัน Sick Steward 2007 เลยโดนเรียกมาแทน ก็เลยได้เลื่อนระดับเป็น Senior Y...ไม่ชอบเลย

ไม่เป็นดังหวังครับ ขาไปเป็น 3R (ตำแหน่งของ Air Hostess)

ขอแอบอธิบายนิดนึง...ตำแหน่งใน Economy Class ในเครื่อง 330-300 นั้น Steward จะมี 3L และ 4R เท่านั้น ที่ทำหน้าที่ Galley Manager กล่าวคือ ยืนหน้ามัน อยุ่ในครัว เตรียมอาหาร และอุปกรณ์ ที่ให้นาวแอร์เสิร์ฟ ส่วนที่เหลือ 2L, X3L, 3R, X3R, 4L, X4L และ X4R นั้น เป็นนางแอร์ มีหน้าที่หยิบไปเสิร์ฟ และถามทุกเรื่องกับ Steward ทั้งๆที่นาสามารถหาข้อมูลทั้งหมดเองได้ จากเวลาที่เรียมงานก่อนเข้า Briefing แต่...นางไม่เคย นาง Print เมนูว่าจะเสิร์ฟอะไรบ้างในไฟล์ทนั้นๆมา แต่...นางไม่เคยอ่าน นางจะถามตลอดว่าเสิร์ฟอะไรบ้าง อะไรเท่าไหร่ ยังไง...ให้ตายเหอะ มึง Print เมนูมาเพื่อนเอาไปห่อ Kotex ใช้แล้วหรอ...แอบเคือง...ไม่แอบอะ เคืองซึ่งๆหน้า
Flight แขกพวกนี้ จากประสพการ์ณ Air จะเหนื่อยกว่า Steward ฮะ เพราะต้อง พบปะผู้คน รักงงานบริการตรงๆจริงๆ กล่าวคือ เหนื่อยทั้งใจ และกาย ส่วน Steward นั้นเหนื่อยกาย เป็นกรรมกรในครัวอย่างเดียว ใจไม่เท่าไหร่ เพราะไม่ต้องพบปะฝูงชนเท่าไหร่

เรื่องเดิน Drink เป็นเรื่องใหญ่ของไฟล์ทพวกนี้ เพราะผู้โดยสารเป็นอูฐ แดกน้ำเยอะมาก น้ำทุกชนิด...กระหาย และคงเก็บใส่หนอกไว้ เพื่อนำมาให้ตอนอยู่ที่บ้านมัน ทั้งปี

เดิน Drink ไปได้ 3 แถว ไวน์แดงหมดแล้ว 1 ขวด Scotch Whisky หมดไปแล้ว ค่อนขวด เอากับเขาซิ

เดี๋ยวนี้ผู้โดยฯอินเดีย พัฒนาแล้ว กินแต่ไวน์ กับชาเขียว ขอกับเป็นของเล่นเลย

เดิน Drink เสร็จ หมด ไวน์ไป 4 ขวด Scotch Whisky ขวดครึ่ง ไม่นับ Gin, Vodka & Rum อีกอย่างกว่าครึ่ง หนักกว่าฝั่ง L มาก

เดิน Drink เสร็จ พลังหายไปกว่าครึ่ง เหนื่อยใจ และกาย

กำลังเดินเก็บแก้วใช้แล้ว

ผู้โดยฯ 1 : Hey, Mr. V----- (ชื่อจริงกรู) Apple
ผู้โดยฯ 2 : Hey, ไม่พูดอะไร ชี้ที่แก้ว Whiskey น้ำแก้วเดิม
ผู้โดยฯ 3 : Red Wine please (หลังจากมันกระเดือกไปแล้ว 4 – 5 แก้ว...ก็แม่งเล่นดื่ม เน้น...ดื่ม...ไม่ได้จิบ)
กรู : พยักหน้าทั้งหมด เพราะเหนือยใจ จนไม่อยากจะพูด
ผู้โดยฯ 1 : Hey, I said APPLE, dun you listen…
กรู : Yes sir, I heard that clearly but now I’m collecting the used glass.
ผู้โดยฯ 1 : You know the word SERVICE? You should be in SERVICE.
ผู้โดยฯ 1 เพื่อน : You should respond the call of passenger.
กรู : (ไม่ไหวแล้ว...มึง เดินไปหา ผู้โดยฯ เบอร์ 1) Sir, I know the word service very nice and YOU KNOW THE WORD WAIT? You should wait because now I collecting your used glass, if I’m not collect them now, on the time I’m serving you the new drink or the meal, you’ll ask me to clear them. I’d love to give the best service for the entire passenger, you’re important person, but you must know the word WAIT too. We should meet on the half.

จากนั้นก็เดินกลับ Galley ไปอย่างเหนื่อยใจ และเลือดในตัวเดือนปุดๆ แต่...ระหว่างเดินกลับไปนั้น ยังมีเสียงสั่ง Drink และ ขอนั้นขอนี่ตลอดทาง ไม่พอ...ท่านมีประคุณทั้งหลาย...พากันเรียกชื่อจริงของกรู ตามที่ ท่านผู้โดยฯ เบอร์ 1 นั้นเรียก

เดินออกจากจาก Galley พร้อมด้วย Drink ประมาณ 10 แก้ว ขวดไวน์อีก 1 ขวด

Madame honey moon : Mr. V---- can I’ve 1 more Red Wine.
Mr. V---- : Sure, mamm.
กรูเอาไวน์แดงมาให้ 1 แก้ว
Madame honeymoon : May I ask for another glass of Red Wine?
Mr. V---- : ฮึ่ม...Sure mamm.
เอาไวน์มาให้ Madame honeymoon นอนซุกจักกิเฮ้ ผัวตลอดเวลา พร้อมน้ำ 2 แก้ว
Mr. V---- : Here you are mamm…
Madame honeymoon : Thank you. May I’ve 1 Sprite without ice.
Mr. V---- : ฮึ่มๆ Madame, please ask for all your needs on 1 time, anything other than Sprite?
Madame honeymoon : ทำหน้าแอ๊บแบ๊วสุดพลัง Hmmm…I want Tea too.
Mr. V---- : OK, madame the COFFEE and TEA will be serve after MEAL, and now we’ll serve meal soon.
Madame honeymoon : OK, thanks
Mr. V--- : Anything else?
Madame honeymoon : No, thanks.
Mr. V----- : Thanks you too mammm…please wait a minute.

เฮ้อ...รู้นะว่ามันเป็นการกระทำที่เลวร้าย แต่มันไม่ไหวจริงๆอะ

เสริ์ฟเสร็จทั้งหมดกระบวน ทั้งอาหารแล้วน้ำ และชา กาแฟ สิริรวมใช้เวลาไป 2 ชั่วโมงเศษ แต่มันเหมือน 5 ชั่วโมงอย่างนี้ก็ไม่รู้

รอบสุดท้ายที่เดินผ่าน ผู้โดยฯ เบอร์ 1 ของผม...

Mr. V---- : You see, since the seat belt sign is off, I never stop any service and also walking through the cabin. Ever service of us has the step, what before and what after. Kindly make an understanding to them. You should wait for the service that pass or not yet coming. Every crew would love to make you and your friends feel most comfortable at all time with us.
ผู้โดยฯ 1 : Oh, yes. Thank you very much.
Mr. V---- : You too, and I very sorry about my action that made you feel bad.
ผู้โดยฯ 1 : Fine. Sorry to you too. May I’ve Apple more…

ไม่วาย...แต่เอาน่า

กรูบินพวกนี้มาเยอะ เข้าใจ Nature ของผู้โดยสารดี รุ้ว่าอะไรยังไง ผู้โดยสารพวกนี้ ถ้าปล่อยให้เขาพูดอย่างเดียว เรื่องเล็กๆ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ถึงใหญ่มาก ดังนั้นการที่เถียงกับเขา หรือเสียงดังกับเขาบ้าง หรือต่อล้อต่อเถียงกับเขา เป็นสิ่งดีกว่า

บินไฟล์ทพวกนี้...สำคัญที่ :-
1. Team
2. Purser
3. Attitude

ที่เหลือเป็นดวง

Thank you for flying with the wing of HANG~
100208




 

Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2551 7:45:56 น.
Counter : 239 Pageviews.  

โดนตัดไฟล์ท เลยได้วันพักร้อนยาวขึ้น...โดยไม่ได้ตั้งใจ 1

จากที่โดนตัดไฟล์ทโซล แล้วโดนเรียกไป Denpasar (Bali) ในวันแรก (03/02) และกลับมาในวันที่ 2 ของสเก็ต (04/02) นั้น ก็ปราศจากการเรียกอีกเลย นั้นก็หมายว่ากรูนั้น ได้หยุดตั้งแต่ 04 – 08/02 ยาวไป (สบายแต่...ไม่มีตังค์ฮะ)

ประจวบเหมาะกับ มีเพื่อนมาจากโซล มาเที่ยว โดยช่วงนั้นเป็นช่วงตรุษจีน ซึ่งถือเป็น Long Weekend ของเกาหลี เฮียเลยมาซะ

ขยับได้ไม่มาก เพราะว่า “กรู...ไม่มีตังค์เว้ย” เสียใจด้วยนะ

ก็ไม่มีอะไรมาก มาถึงวันแรก ก็พาไปกินผัดไท ประตูผี ร้านทิพสมัย ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าอร่อยอะไรนักหนา ทำไมทุกคนต้องตั้งหน้าตั้งตาไปร้านนี้ ไม่พอคนขายก็แสนจะหยิ่ง...หรือเป็นเคล็บลับของการทำร้านให้ดัง และมีชื่อเสียง คือ “ต้องดุ, หยิ่ง และ ยิ้มไม่เป็น” ดูง่ายได้จาก 1.ร้านผัดไททิพสมัยมดูเวลา 2.ร้านไก่เที่ยงคืน (ที่ เชียงใหม่) 3. ร้าน...อะไรไม่รู้แล้ว นึกไม่ออก แต่สังเกตุดูดิ ร้านที่แม่งดังๆพวกนี้ แม่งหยิ่งใจขาดทั้งหมดทั้งสิ้นแหละ ไม่เข้าใจจริงๆ

ถ้าจะเป็นร้านอาหาร กรูจะทั้งดุ หยิ่ง และ ไม่ยิ้ม พร้อมด้วยตวาดเอาๆดีกว่า ต้องดังคับฟ้า ทะลุทลายแน่ๆ

จากทิพสมัยเสร็จ ไปต่อที่มนต์ นมสดเสาชิงช้า ลืมดูเวลา วันธรรมดา มนต์ปิด 5 ทุ่ม ตอนแรกโง่ แอบดีใจ...แม่เจ้า...ที่จอดรถเต็มเลย...สบายกูไม่ต้องวนไปวนมา จอดเสร็จ มั่นใจสูง ไปเลยครับ เดินไปเลย ชิบหายละมึง ประตูม้วนถูกปิดลง พร้อมกับการขัดถูร้าน...เศร้าจิตผิดถนัด

ขับรถวนไปวนมา นึกไม่ออกไปไหนดี หันไปถามอยากไป DJ Station เปล่า...

OK ไปโล้ด

ไปถึงยังไม่เที่ยงคืนดี ยังมีโชว์กันอยุ๋ ไปยืนดู เป็นครั้งแรกที่ได้ดูว์ที่นี่ ไม่เค๊ย ไม่เคย

หลายๆคนอาจงงทำไมต้องเที่ยงคืน

คือ DJ Station ที่สีชมเนี้ยะ ถ้าไปช่วงก่อนเที่ยงคืน เขาจะมีโชว์สาระตะทั่วไป แต่พอหลังเที่ยงคืนนั้นก็...แดนซ์กันให้ตับแลบเลยครับ...จิกได้จิก หว่านข้าวเปลอกไว้เยอะๆละกัน จะได้มีคนมาจิกเยอะๆ...ถ้าอยาก

ไม่มันเลย ให้ตายดิ...กลับดีกว่า...เหนื่อยด้วย


วันถัดมา...แม่มกูล่อตื่นมาซะ บ่าย 3 เพื่อนกูไปไหนเนี้ยะ มันหายไปไหนวะ Key Card เข้าตึกก็ไม่ได้เอาไป เบอร์ห้องมันรู้รึเปล่าเหอะ ถ้ามาถึงแล้วมันขึ้นตึกไม่ได้ ไม่พอ...กลับห้องไม่ถูก ทำไงวะ ทำเหมือนเป็นห่วง...จริงๆ...ไม่เลย กรูก็กินกาแฟ นั่งเล่นเน็ทไปเรื่อย จนมันกลับมากันนะแหละ

สืบความได้ว่าแม่งเดินไปถึงเกือบหน้าราม ชิบหาย...แม่งไกลโคตรๆ ไป – กลับ ด้วยเท้า มีเหยียบๆ 10 ก.ม. นะนั้น (เดินจาก ร.พ. รามฯ ไปหน้าราม อะฮะ) ถามมัน เหนื่อยมะ ร้อนมะ

มันบอก...ร้อนชิบหาย เหนื่อยชิบหาย...แต่ต้องเดิน เพราะไม่รุ้จะบอก แท็กซี่ ว่ากลับมาหากรูได้ยังไง...เฮ้อ...เกาหลีมาเมืองไทย ก็กลายเป็นกระเหรี่ยงเหมือนกันแหละหน่า

วันนี้ไม่ได้ไปไหน ทำอะไรมาก พาแม่งไปแด๋ว ปูผักผงกระหรี่ ที่สามย่าน แล้วก็ไป เซ็นทรัล เวิล์ด จากนั้นต่อด้วย สวนลุม...หมดวัน

แม่งบอกอยากแดก “ปูผัดผงกระหรี่” เสือกพูดภาษาไทย นั่งฟังแทบตายกว่าจะรุ้เรื่อง ถ้ามึงพูดภาษาอังกฤษ หรือไม่ก็ภาษาเกาหลีตั้งแต่แรก กรูก็เข้าใจไปนานแล้ว นี่เสือก...กระแดะ

เซ็นทรัล เวิล์ด...

เดินกี่ทีก็หลง สงสัยมันออกแบบมาให้หลง เดินหา Karma Kamet แทบตายกว่าจะเจอ ทั้งๆที่ซื้อของร้านมันตั้งหลายทีแล้ว นี่ไปรอบหน้า ก็หลงอีกนะแหละ

แม่ง...ออกแบบมาให้หลงจริงๆ

สวนลุม ไนท์ฯ...

ชอบจริงๆ

เสียดาย...ที่อีกไม่นานก็จะไม่มีมันแล้ว...สร้างมันเข้าไปดิ ห้างสรรพสินค้านะ สร้างมาเจ๋งไงวะ เยอะแยะไปหมด แถวๆนั้น แม่มีห้างอยู่ทุกมุมแล้วนะ จะอะไรมากมายวะ...

กลับบ้าน...นอน...เหนื่อย...


สงสารเพื่อนจากต่างด้าว...มาเมืองไทยทั้งที อยู่ แต่ กทม. ไปแต่ห้าง มีแต่ช้อปปิ้ง ตัดสินใจพาไปชมโลกสวยซะหน่อย สบัดขนที่มีอยุ่บนตัวกู พาไปโล้ด..ไกลโคตร “สวนสามพราน” พาไปชมโชว์ซะหน่อย และด้วยความขี้เกียจขับรถไปมา ใกล้เมืองซะขนาดนั้น ยังไม่วายแอบขอนอนคืนนึงละกัน ไปโลด Rose Garden Riverside

กรูว่าโชว์ที่ “สวนสามพราน” นี่สนุกนะ คนไทย (อย่างกรู) ดูหลายรอบแล้ว ยังไม่เบื่อเลย กลับชอบและสนุกต่างหาก

เปิดฉากโชว์ด้วย อะไรไม่ร็จำไม่ได้ แต่สิริรวมแล้ว มันจะมี ลงแขกเกี่ยวข้าว, ขึ้นบ้านใหม่, รำ 4 ภาค, รำลาวกระทบไม้, งานแต่งงาน ฯลฯ เยอะหวะ จำได้ไม่หมด แต่แม่งแอบแพง

ถ้าซื้อสด หน้างานก็คนละ 420 บาท แล้วก็ 320 บาท สำหรับแขกพักที่โรงแรม ส่วนราคาผ่านเอเย่นต์นั้น ถูกกว่านี้เยอะมาก (แถมได้ค่าน้ำอีกด้วย อิอิอิ) รู้ก็เพราะว่าเคยเอาแขกมาลงที่นี่หลายครั้งอยู่ ถ้าจำราคาผ่าน Inbound ก็ประมาณ ไม่เกิน 200 นะ...ความจำสั้นอะช่วงนี้...แต่...อย่างอื่นไม่สั้นนะฮะ

ส่วนตัวโรงแรม...ก็เก่านะ แต่ไม่ดูโทรมเท่าไหร่ แล้วก็ดูอบอุ่นดี ชอบอะ แอบประทับใจ ไม่เหม็นอับด้วย อาจจะเป็นเพราะห้องมันไม่ได้ปูพรมมั้ง มันเลยไม่อับ

ดูโชว์เสร็จ แอบสด อยากว่ายน้ำ สักหน่อยละกัน ว่ายไปประมาณ 5 รอบมั้ง...ไม่ไหวละ แขนสั่น ขาสั่น ใจจะขาด...ขึ้นเฮอะ

อยากไปกินข้าวที่...น้ำเคียงดิน...ขับอยุ๋ฝั่งตรงข้ามร้าน เห็นลานจอดรถ ยังแอบงง แม่ง...มีงาน Motor Show เหรอวะ ลานจอดขนาดสนามฟุตบอล สนามครึ่งกว่าๆได้มั้ง รถแม่งจอดเต็มเอี๊ยด...

พอไปถง เพิ่งเข้าใจ แม่ง...ลานจอดน้ำเคียงดิน...นี่หว่า...แม่เจ้า...ตัดสินใจเดินลงไปดู พอว่ารอคิวประมาณ 70 กว่าคิว...ไปเหอะ รอขนาดนั้น กว่าจะได้กินก็คง 4 ทุ่มอย่างต่ำ

มาได้อีกร้าน บรรยากาศคือๆน้ำเคียงดิน แต่ว่า...อุปกรณ์ที่ใช้ทั้งหมด...ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ, เก้าอี้ จาน ชาว ช้อนส้อม และพนักงานนั้น เหมือนร้านข้าวต้มไม่มีผิด

ถ้าเขาลงทุนอีกนิดนะ มั่นใจเลยว่า แพ้น้ำเคียงดินไม่เยอะแน่นอน...เฮ้อ...ทำไมไม่คิดเพิ่มมูลค่าให้ตัวเองนะ


Thank you for flying with the wing of HANG~




 

Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2551 7:43:20 น.
Counter : 221 Pageviews.  

ตัด 658 กู ใส่ Stand by มาให้ 3 วัน...ซวยได้อีก

ไม่ได้เข้ามานานแสน...

เซ็ง...ไม่รุ้จะบ่นยังไงดี

เข้ามาบ่นในนี้ดีกว่า

ไม่มีอะไรมาก...โรคฮิท ตอนนี้ “โดนตัดไฟล์ท”

ออนเสก็ตเป็น 658 / 659 โซล ตรงไป ตรงกลับ ไม่เวีย ไม่แวะใดๆทังสิ้น

เป็นแพทเทิร์นเดียวในสาระบบเกาหลี ที่บินตรง นอนสท็อป

กำลังนอนพึ่งพุง สบายอารมณ์อยุ่ที่บ้าน OD โทรมาตอน 1200 กว่าๆ

OD : น้องคะ 658 ยกเลิกนะคะ น้องไป 431 แทน
กู : ฮะ...(ทำเสียงงง สุดพลัง)
OD : เครื่อง ดีเลย์ออก 1500 กลับมา ตี 2 วันรุ่งขึ้นนะคะ
กู : ฮะ...(หนักกว่าเก่า)
OD : น้องไม่ต้องเข้าบรีฟ ไปที่เครื่องเลย เครื่องออก 1500 คะ เป็นตัว X นะคะ
กู : ฮะ...เออ...ครับ
OD : ส่วนที่เหลืออีก 2 วัน พี่ใส่เป็น Stand by 3 (0800 – 1800) คะ OD ปนัดดา คะ
กู : ขอบคุณครับ (กัดฟันพูด ทั้งน้ำตา และเลือดที่ไหลซิบๆออกจากปาก เพราะเผลอกัดลิ้นเข้าไปด้วย)

เฮ้อ...แทนที่กูจะได้นอนพึ่งพุงกูต่อไปเรื่อย นี่แม่งกูโดนตัดไฟล์ท ไม่พอ ให้กูไปเดียวนี้ ดังนี้อีกต่างหาก แม่งหงุดหงิดเว้ย อุตส่าห์วาแผนอย่างดีว่าจะเข้าเมือง ไปซื้อนู้น ซื้อนี้ซะหน่อย แล้วเลยไปกิน คอหมูผัดกิมจิ เจ้าอร่อยที่สุดในโลก...

ทุกอย่างพังทลาย...จากเงิน 8,000 กว่าๆ เหลือแค่ 3,800 แถวด้วย Stand by 3 อีก 3 วัน...คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม...มึง...เฮ้อ...ชีวิต

หลังจากเพ้อรำพัน ต่างๆนาๆ ก็ต้องลากสังขารไป คิดในใจ แม่ง...หงุดหงิดเว้ย

เครื่องออก 1500 กูจะไปถึงเครื่องแม่งซัก 1430 จะได้ไม่ต้องเตรียมงาน ไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่ด้วยหมั่นไส้

ไปถึงเครื่องเวลาประมาณนั้น สภาพที่เจอ...ของเก่ายังไม่ได้ Off load ของใหม่...แน่นอน...ยังไม่มา

IM คนเดิมที่ไปบิน 409 ด้วยกันมา Purser ใจดีสุดๆ น่ารักสุดๆ เอาวะ ไม่พอ...ยังเจอรุ่นเดียวกัน อีก 3 นาง

เพิ่งรู้ โดนเรียกเพิ่ม 2 คน ที่เหลือ มา Check in เวลาปกติของ 431 (เวลา 0600 โดยประมาณ นั้นหมายความว่า นาง และนายทั้งหลาย ตื่นกัน อย่างต่ำๆก็ 0430) แล้วลองคิดดู เครื่องกลับมาถึง กทม. อย่างเร็วสุดๆก็ เที่ยงคืน ชิบหายละมึง ทำงานกว่า 20 ชั่วโมง สิริรวมแล้ว มากว่าไฟล์ท ตรง JFK ซะอีก...สงสาร

เร่งโหลดอาหาร เร่งทุกอย่าง พร้อมรบตอน 1515 โดยประมาณ สั่งบอ์ดทันที ได้ Push Back ตอน 1530 ถือว่าทำเวลาได้งดงามมาก

ผู้โดยสารแค่ 100 นิดๆ ในเครื่อง 772 ทำงานสบาย Purser สั่งตัด Service เป็น Drink with Meal แม่เจ้า สบายอะไรเยี่ยงนี้เนี้ยะ เสิร์ฟแค่ชั่วโมงเศาๆ ก็เสร็จ มี Rest อีกต่างหาก ตั้งคนละชั่วโมง ตอนแรกว่าไม่ง่วงๆ สุดท้าย ไปนั่งได้วั๊บเดียวเท่านั้นแหละ...ตื่นมาอีกที เครื่องเขย่าซะ ดูนาฬิกา...ตายห่าแล้ว กูหลับยาวขนาดนี้เลยหรือเนี้ยะ เกือบชั่วโมงพอดี ใกล้ลงแล้วด้วย

ถึง Denpasar ก็เร่งๆเหมือนเดิม แต่ไม่ไหวละ ยังไงก็ต้องไปสูบบุหรี่ก่อน ไม่งั้นทำงานไม่ได้ ขาด O2

จริงๆ ใกล้ๆ Gate ก็มีห้องสูบบุหรีอยู่ แต่ด้วยความกระเดะ จะไปดูรองเท้าของ แตะกิ๊บเก๊ แหล่มๆใส่สักกะหน่อย ปรากฎ เดินไกลมากๆๆๆๆๆ เพราะเครื่องเปลี่ยนมาจอดปีกขวาสุดของ Terminal ส่วนแหล่ง และห้องรมควันเดิมนั้นอยู่ฝั่งซ้ายสุด

สุดท้าย...เดินซะไกลเชียว...ไม่ได้อะไรกลับมาเลยแม่ต่อย่างเดียว...ออ...ได้มะเร็งกลับมาหน่อย...อิอิอิ

ขากลับ...เกือบเติม...ล่อไป 200 เศษๆ สารพัด...

คนไทยขึ้นมาโวย

ฝรั่งขึ้นมาโวย

ตอบฝรั่งไปว่า “You know, you so lucky that you know that flight delay when you fully wake up and you have da meal to eat, you have the place to stay but we (crew) wake up since 0400 and will be arrive on 0200! Almost 22 hrs; working”

เงียบจ๋อย ง่อยแดกไปเลย

คนไทยก็เช่นกัน “น้อง...delay ขนาดนี้ พี่ว่า มาพรุ่งนี้ไปเลยจะดีกว่า ทุเรศ”

กูเลยตอกกลับไปเล็กน้อยพองาม “พี่ครับ พวกผมตื่นกันตั้งแต่ ตี4 ครับ แล้วนี่กว่าจะถึงบ้าผมว่าก็คงประมาณ ตี2 อย่างต่ำ” พูดเสร็จ ก็เดินจากไป ทิ้งไว้ให้คิด จากประโยคนั้น นางก็กลายเป็นผู้โดยสารน่ารักไปเลย

สรุป เครื่อง Touch down ตอน 0015, Block in ตอน 0030

กลับมาถึงบ้าน นอนไม่หลับ นั่งดูคอมพ์ ฟังเพลงไปเรื่อย เกือบตี 5 กว่าจะนอนได้ ดูคอมพ์คิดถึงความซวยของตัวเอง...เฮ้อ

สัก 1100 โมงได้มั้ง OD โทรฯมาอีกแล้ว

OD : OD กรรณิกา นะคะ คุณ Stand by นะคะ เดี๋ยววันนี้ไปบิน 313 นะคะ
กู : เออ...คือ เมื่อวานผมกลับลงมา 0015 นะครับ
OD : คะ ก็ไม่เป็นไรหนิคะ เพราะ 313 ออกหลังเที่ยง
กู : เออ...ไม่ใช่อย่างนั้นครับ คือเมื่อวานผมโดนเรียกไป 431 แล้วดีเลย์ 432 เนี้ยะ กลับลงมา 0015 ขอวันนี้ เท่ากับว่า มันเป็น ไฟล์ท 2 วัน
OD : ออคะ...สักครู่นะคะ (หันไปบ่งเบ้งกับใครไม่รู้) เออ...งั้นไม่เป็นไรคะ
กู : เท่ากับว่า วันนี้ตัด Stand by ของผมแล้วใช่ไม๊ครับ
OD : ไม่คะ ก็ยังเป็น Stand by ติดดาวอยู่
กู : เออ...ครับ

เออ...ได้ยังไงวะ มึงโทรฯมาเรียกกูอีก กูก็พูดแบบนี้อีกนะแหละ ช่างมัน ไม่สนใจ ก็ไฟล์ทมันข้ามวันแล้วนี่หว่า แล้วกูจะไปได้ยังไง (จริงไปได้แหละ ถ้ามันหาไฟล์ทดีให้)

น้องพิม ชวนออกไปเจอกัน แอบขี้เกียจเพราะว่าใจนึงก็ยังพะวงกับ Stand by อยู่ ใจนึงก็อยากไปเจอเพื่อน สุดท้าย...ไปก็ไปวะ ขนข้าว ขนของ เตรียมตัวพร้อมบินไปด้วย

เม้าท์ เห่า แตก สารพัดตั้งแต่ 1700 จนถึง เกือบ 2200 แยกย้าย ยังเม้าท์ไม่มันเลย ให้ตายเหอะ

เจอกันคราวหน้าละกัน...

ฝนตกทั้งวันเลย ไม่ชอบเลย เฉอะแฉะ ไม่สบายตัวเลย

เฮ้อ...พรุ่งนี้ยังมี Stand by เป็นชนักติดหลังอีกวัน

อยากกลับบ้านจัง คิดถึงหมา

ไว้อาลัยให้ตัวเอง




 

Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2551 1:30:13 น.
Counter : 285 Pageviews.  

Oman day 3

The day in Oman 3

ตื่นมาด้วยเสียงปลุกจาก พี่แอร์ ถวงถามถึง Notebook เพื่อที่จะเอาไปฉายหนังต่อ เลยบอกให้ใช้คอมพ์ใน Crew Lounge ไปก่อน ขอนอนก่อน

น่าโมโหจริงๆ มาปลุกตอนประมาณ 1100 เห็นจะได้ ห่วงหนังจริงๆ

ตัวกูนะ ตื่นล่อเข้าไป 1500 บ้านโอมาน ก็ประมาณ 1800 บ้านเรานะแหละ นอนอย่างเต็มอิ่ม

ตื่นมาเสร็จ ก็โต๋เต๋ในห้อง ทำนั้นทำนี่นิดหน่อย แล้วก็ลงไป ด้วยความหิวโหย ไขว่คว้าหาอะไรต่อมิอะไรกินใน Crew Lounge ไปเรื่อย สักพัก ได้ข่าวว่ากินกันแล้ว แต่ก็มีผู้ร่วมอุดมการ์ณอีก 2 – 3 คน กิน นอน ดูหนัง แค่นั้น...ชีวิตลูกเรือไทย ในโอมาน

ดูหนังกันไม่รู้เดือนร็ตะวัน ทำงานกันเป็นทีมมากๆ 1730 ได้เวลาแดดร่มลมตก ออกไป Sport Day กันนิดหน่อย แยกย้ายกันไป เทนนิสบ้าง ยิมบ้าง สควอชบ้าง ดูสุขภาพดีมากๆ หลังจาก นั่งดากบานดูหนังกันมาค่อนวัน

กูละก็คัน สควอชมาก ตอนแรกชวนใคร ใครใคร่สนใจไม่...สักพักเริ่มหันเห

หลังจากไม่ได้ตีมานานนม...แอบไม่คล่อง แต่ก็ยังพอได้เหงื่ออยู่

หาใช่เหงื่อจากการตีไม่...แต่เป็นเหงื่อจากการวิ่งเก็บลูก!!

เล่นได้สักชั่วโมงมั้ง ไม่ไหวละ...หิว...หน้ามืด

ลืมบอก...ทำอะไรกันเป็นแฟชั่นมากๆ ลงมาเล่นกีฬา รักสุขภาพกันทั้งไฟล์ท จริงๆก็ไม่ทั้งหรอก แต่ลงมาทั้งห้องฉายหนังนะแหละ...ทำงานเป็นทีมจริงๆ

เลิกๆ...กลับมาตายรัง หุงหาอาหาร เติมพลังให้ชีวิต พร้อมด้วยดูหนังต่อ แต่หนังรอบดีเริ่มให้ความสนใจกันน้อยลงซะแล้ว เนื่องด้วย Climax ในเรื่องเผยออกมาเกือบหมดแล้ว ประเด็นเลยอยู่ที่การ เม้าท์ และเม้าท์มากกว่า

ใครอยู่ในห้องนั้น...อย่าเผลอ เดินออกไปละกัน หลังเลือดอาบแน่ๆ ฮาฮาฮา

เม้าท์ตั้งแต่รุ่นน้อง รุ่นพี่ และรุ่น Super Senior นะแหละ

ตายกันไปข้างหนึ่งซิหน่า

ไม่น่าเชื่อ DVD 9 แผ่น จวบจนตอนนี้ เหลืออีกแค่แผ่นเดียวเท่านั้น ดูกันชนิดไม่ทำอะไรเลย ตื่นมาก็ Crew Lounge กิน ดูหนัง จบแล้ว...ชีวิต

วันุ่นขึ้น เขานัดกันฉายหนังตอน 1030 บ้านโอมาน...กูขอบาย...นอนสบายๆดีกว่า

อุตส่าห์เอากระทงมา...ไม่ได้ลอยซะงั้น...แสนเศร้า

เฮ้อ...อยู่นี่ อดอยาดปากแห้ง เหลือเกิน ปากแตกแล้วกู (ไม่ใช่อาหารนะ) แต่เป็น... ละไว้ในฐานที่เข้าใจ...คนเดียว

ฮาฮาฮา...




 

Create Date : 25 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2550 1:25:00 น.
Counter : 230 Pageviews.  

Oman day 2

The day in Oman 2

หลังอาหารเช้าจบ...นั่งเม้าท์แตกสารพัดเรื่อง จนพนักานโรงแรมมาไล่...บอกเขาจะจัด Buffet Lunch แล้ว เลยลุกกันไปต่อที่ Crew Lounge สภาพ Crew Lounge ที่นี่ ไม่เหมือนที่ ดูไบ

ที่ ดูไบ จะเป็นห้องใหญ่มาก มีทีวีจอใหญ่บึ้มๆ แต่ด้วยโต๊ะสนุ๊กฯ โต๊ะบอลล์ แก้คัน

แต่...ที่นี่เป้นห้องเล็กๆ เหมือนห้องโรงแรมห้องนึง มีเก้าอี้วางล้อมรอบ โต๊ะเตี้ยๆ 1 ตัว ทีวี 24” เครื่องนึง คอมพ์อีกเครื่อง (คอมพ์เป็นของ Swiss Air อีกต่างหาก) เมื่อก่อน เราใช้ร่วมกัน กับ Swiss Air (จริงๆตอนนี้ก็ยังใช้ร่วมอยู่) แต่...Swiss Air หายไป ก็คงเป้นเพราะ ฤทธิ์ลูกเรือ ไทยนี่แหละมั้ง...

นั่งเม้าท์กันสักพัก ก็เริ่มฉายหนัง Coffee Prince ครับ ได้เรื่องเลย ติดกันงอมแงม ดูกันตั้งแต่ 1100 – 1615 ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่า...เรามีนัดกันเข้าเมือง...เมืองที่ไม่มีอะไรของมัสกัต

รถโรงแรมจะไปส่งที่ Sabco แหล่ง Shopping เล็กๆ ที่มีแค่ร้าน Fastfood 3 ร้าน ห้างด้อยๆเล็กๆ 2 ห้าง และแถมด้วย Supermarket อีก 1 แค่นั้น กับเวลา 2.30 ชั่วโมง...เริ่มต้นด้วยห้างแรก...ไม่มีอะไรเลย 2 ชั้น สิริรวมร้านแล้วไม่เกิน 15 ร้าน ทุกอย่างมีกลิ่นอายตัวันออกกลางอย่างเต็มเหนี่ยว...แฟชั้น...กลิ่น...

ห้างที่ 2 อันนี้เป็น Hi-Light เพราะนี่คือ SABCO แต่ก็นะ 2 ชั้น สิริรวมร้าน...ไม่เกิน 20 ร้าน (มากกว่าอันแรกหน่อย) สภาพก็ดูใหม่กว่าหน่อย แต่...กลิ่นอายตะวันออกกลางแรงมาก

ข้ามกันมาเดินที่ Safeer Supermarket ต่อ เห็นของขายแล้ว...ก็เลยคุยกันว่า...เรากิน สุกี้ กันมะ มีน้ำจิ้มสุกี้แล้ว พร้อมด้วยหม้อหุงข้าวอีก 1 ใบ และหญิงใหญ่อีก 2 ก็น่าจะพอไปได้อยู่

ซื้อผัก ผัก แล้วก็ผัก เพราะเนื้อสัตว์นั้นดูไม่น่าพิศมันเลยให้ตาย ได้ กุ้ง Frozen มาถุงนึง...เอาน่า โปรตีนนิดหน่อยพอ...ผักเยอะๆ ไม่อ้วน

ซื้อของเสร็จ มีเวลาเหลืออีกตั้ง 1 ชั่วโมง เลยไปนั่งฆ่าเวลากันที่ KFC สั่งของมากินแบบขอไปที แบบไม่ได้นั่งฟรีนะ ซื้อแล้ว

ส่วนผมนะอยากกิน Roast Beef Cheese Spread Burger ของร้าน Hardee’s ข้างๆกันนะแหละ ในร้านก็มีทางเดินเจาะ ให้เดินข้ามไปข้ามมาได้ แต่รวบรวมเงินแล้ว ยังขาดอยู่ เริ่มต้นการเป็นมาฟีย ไถตังค์ชาวบ้าน ขอได้มา 1.6 OMR (ประมาณ 160 บาท) แต่มันต้องใช้ 1.635 OMR นะซิ ทำไงดี ก็เลยถาม พนักงานว่า รับ USD ไม๊ ถ้าไม่รับก็กินไม่ได้ ไม่เอา (ดูด้อยมะ) มันก็เลยบอกว่าไม่เป็นไร...อิอิอิอิ...น่ารักจัง...

นั่งเห่า เม้าท์ กินไปเรื่อย ได้เวลาเดินไปขึ้นรถกลับโรงแรม รถมาเร็วกว่าที่คิด ขึ้นรถพร้อมมุ่งหน้ากลับโรงแรม ปรากฎว่าหายไป 1 พี่อ้วน สจ๊วตครัวหน้าหายไป รอสักพัก ตัดสินใจวิ่งไปตามที่ Pizza Hut เพราะเจ๊บอกว่า เจ๊สั่ง พิซซ่าไว้ที่นั้น วิ่งตามไปที่ร้านก็ไม่มี เลยวิ่งกลับมาที่รถ...กู...หารู้ไม๊ กูเกือบโดนทิ้งแล้ว...เขาจะไม่รอกูแล้ว...ซวยไม๊ละนั้น

สรุป...กลับโรงแรมมา โดยเจ๊อ้วนหายไป ทุกคนเป็นห่วง ยังไงละเนี้ยะ เที่ยงคืนแล้ว เจ๊ก็ยังไม่มา ปรากฎในที่สุด เจ๊ก็ปรากฎกายมา พร้อมกับสารภาพว่า...ก็มีรถกระพริบไฟ บีบแตรปี๊นป๊าน...เลยหลงแสงสี ไปกับเขา...เฮ้อ...เจ๊นะ เล่นเอาเป็นห่วงทั้งไฟล์ท...

หลับมาถึงโรงแรม ขอเวลา Sport Hour สักกะนิดละกัน ไปว่ายน้ำสักครึ่งชั่วดมง เริ่มหนาวและหิว เลิกดีกว่า มาถึง Crew Lounge หุงหาอาหาร ล้างผัก ล้างหญ้าทำอาหารกินกิน หม้อหญิงใหญ่ ใช้งานอย่างหนักในการทำสุกี้ เลี้ยงคน อร่อย...อิ่ม...และมีความสุข...

หลังอาหารก็ Continue เม้าท์ และฉายหนัง Coffee Prince ต่อ จนดึกดื่น อยากดูต่อกัน แต่ทุกคนไม่ไหวแล้ว ต้องลาโรงไป...

ส่วนผม...มเคย...ยังไม่ง่วง นอนไม่หลับ...เข้ามาที่ห้องนั่งเปลี่ยว อ่านหนังสือไปเรื่อย กว่าจะหลับได้ก็เกือบๆ ตี 3 บ้านโอมาน (ก็ประมาณ 6 โมงเช้าบ้านไทย!!)




 

Create Date : 25 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2550 1:25:08 น.
Counter : 234 Pageviews.  

1  2  3  4  

Sold-ouT
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Sold-ouT's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.