...Snow in Neldoreth...
Group Blog
 
All blogs
 

** นัดพบที่ดาดฟ้า (2) **

เช้าตรู่ของวันศุกร์ วันที่น่ายินดีสำหรับชาวออฟฟิศ เพราะวันรุ่งขึ้นจะได้ไปทำธุระที่อยากจะทำ ที่อยากเที่ยวก็เที่ยว ที่นัดแฟนก็จะได้ไปเจอแฟน แต่วันนี้ของฝ่ายบริหารอาคารตึกเทียมฟ้า กลับเครียดพิลึก จดหมายแจ้งอย่างเป็นทางการจากสำนักนายกฯ ส่งมาถึงแล้ว เจ้าหน้าที่อารักขาเข้ามาเตรียมการอย่างเต็มรูปแบบ คุณอาทิตย์ ผู้จัดการอาคาร และทัศนะ วุ่นอยู่กับการเตรียมงานตั้งแต่คืนวันพฤหัส จนกระทั่งเช้าวันนี้ สำนักนายกฯ จะมาเตรียมความพร้อมที่อาคาร ทีมงานต้อนรับถูกคัดตัวอย่างเข้มงวด ฝ่ายวิศวกรรมต้องร่วมกับทีมงานตำรวจนอกเครื่องแบบเพื่อวางกำลัง ณ พื้นที่สำคัญต่างๆ ของอาคาร ห้องควบคุมอาคาร ห้องเครื่องไฟฟ้าหลัก ห้องเครื่องลิฟต์ และพื้นที่ละเอียดอ่อนต่างๆ ถูกตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแทบจะทุกตารางนิ้ว


จีรันดายังมาไม่ถึง เธอยังอยู่บนถนนระหว่างทางจากบ้านมาที่ทำงาน ขณะที่จอดรอสัญญาณไฟ จีรันดาหยิบหูฟังสำหรับรถยนต์ขึ้นติดที่ข้างใบหู และกล่าวว่า “เรียก เคแอล”

เสียงโทรศัพท์ปลายทางดังอยู่สี่ครั้ง ห้าครั้ง จนจีรันดาเกือบจะวางสาย ก็พอดีมีคนรับสายส่งเสียงทักทายมาอย่างร่าเริง

“ว่าไง สาวน้อย”

สาวน้อยยิ้มออกมา ดร.กฤษณ์ มักจะเรียกเธอด้วยคำคำนี้เป็นประจำ จนเธอนำไปใช้เป็นนิกเนมในการท่องอินเตอร์เน็ต

“อาจารย์คะ พรุ่งนี้จีไปประชุมที่แล็บไม่ได้แล้วล่ะค่ะ”

“อ้าว ทำไมล่ะ”

“ประธานาธิบดีของอันเบติโน่จะมาที่ตึกค่ะ พี่นะให้จีอยู่”

“อะไรวะ ก็ให้ไอ้นะอยู่ไปเซ่ะ นัดพรีเซนต์ทีสิสไม่ไปได้ไง” แล้ว ดร.กฤษณ์ ก็หัวเราะฮ่าๆ “ตกแน่.. ตก”


จีรันดาเรียก ดร.กฤษณ์ ว่าอาจารย์ตั้งแต่แรกรู้จักกัน เพราะ ดร.กฤษณ์ เป็นอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่ง แล้วต่อมา ดร.กฤษณ์ ก็ต้องเป็น “อาจารย์” ของจีรันดาจริงๆ เมื่อเธอทนแรงยุจากเขาไม่ไหว

‘.. หัวดีอย่างนี้น่าจะเรียนต่อนะ ..’ ดร.กฤษณ์พูดกรอกหูเธออยู่เสมอ ในที่สุดจีรันดาก็สอบเข้าเรียนต่อปริญญาโทภาคพิเศษ ที่ดร.กฤษณ์สอนนั่นเอง ผลการเรียน course work ของเธอยอดเยี่ยม นั่นทำให้เธอยิ่งเป็นที่โปรดปรานของด็อกเตอร์หนุ่มยิ่งขึ้นไปอีก


“อื๋อ... อาจารย์ไม่เห็นนี่คะ เมื่อวานนี้พวกตำรวจมากันเต็มเลย พี่เอล้งเล้งใหญ่ พี่นะเลยต้องอยู่ดึก คุมช่างเช็คระบบไฟทั้งตึก จีแอบหนีกลับบ้านไปเสียก่อน” จีรันดาเล่าเสียงจ๋อยๆ “แต่เสาร์นี้คงต้องอยู่ช่วยพี่นะล่ะค่ะ งานใหญ่ เอ็มดีลงมาสั่งเองเลย”

“เหรอ...” ดร.กฤษณ์พูดเรื่อยๆ เหมือนไม่ตั้งใจฟัง “...วันนี้ผมมีสอบเด็ก ป.โท 2 กลุ่ม เสร็จซักบ่ายสาม เย็นๆ จะแวะเข้าไปละกัน”

จีรันดาวางสาย เธอรู้ว่าเย็นนี้จะไม่ได้เจอ ดร.กฤษณ์ หรอก เพราะเขามีงานยุ่งมาก ถ้าเขาบอกว่า ‘จะแวะมา’ ก็แปลว่า ‘ไม่แน่’ และถ้าบอกว่า ‘ไม่แน่’ ก็ไม่ต้องรอเลย สำหรับวันนี้เป็นความรู้สึกของเธอเองว่า เขาไม่เข้ามาหรอก แค่ได้คุยโทรศัพท์กันก็ดีแล้ว

ดร.กฤษณ์ ไม่รับโทรศัพท์ง่ายๆ เบอร์แปลกๆ โทรเข้าไปนี่จะโดนกดทิ้งเลย จนกระทั่งขึ้นชื่อว่าเป็นคนหาตัวยาก แต่จีรันดารู้ว่าเบอร์โทรศัพท์ของเธอได้รับการตั้งเสียงเพลงไว้โดยเฉพาะ และเธอไม่เคยโทรเก้อสักที

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

จีรันดานั่งจิบกาแฟกับครัวซองเป็นอาหารเช้าอยู่ที่ร้านกาแฟชั้นล่างของอาคารเทียมฟ้า ในมือมีเครื่องโน้ตบุคขนาดจิ๋วต่อเข้ากับโทรศัพท์มือถือ เธอกำลังตรวจสอบสถานภาพของอาคารอันเป็นกิจวัตรประจำวัน เมื่อตรวจสอบสถานะต่างๆ ตรวจสอบเมล์ใน inbox และดูรายงานการบำรุงรักษาประจำวันเรียบร้อยแล้ว จึงสั่ง disconnect และเปิดนิราศนรินทร์ฉบับ e-book ขึ้นมาอ่าน

เพิ่งเริ่มอ่าน โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ทันทีที่กดรับสาย เสียงทัศนะก็แว้ดลั่น

“ไอ้จี อยู่ไหนวะ”

จีรันดาเอาหูฟังถอยห่างออกไปทำหน้าเหยเก แล้วค่อยเลื่อนเข้ามาฟังใหม่

“กินกาแฟอยู่ข้างล่างนี่แหละค่ะ พี่นะ ธ่อ... ก็รู้อยู่แล้ว จีกินกาแฟที่นี่ทุกวัน”

“คุณเมธาเค้ามารอตั้งนานแล้วนะ”

จีรันดายกข้อมือขึ้นดู “ยังไม่เก้าโมงเลยนี่คะ”

“ขึ้นมาได้แล้ว” ทัศนะคำรามใส่ แล้ววางสาย

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ห้องควบคุมอาคารอยู่ที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นชั้นเดียวกันกับสำนักงานของฝ่ายวิศวกรรม ส่วนห้องเครื่องหลักทั้งหมดของอาคารตั้งอยู่ที่ชั้นใต้ดิน ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกของโอเปอเรเตอร์ในการลงตรวจสอบหรือซ่อมแซมอุปกรณ์ในห้องเครื่องหากเกิดไฟดับ นอกจากนี้ยังมีห้องเครื่องย่อยหรือที่พวกทีมช่างเรียกกันว่า ‘แพลนท์สอง’ ตั้งอยู่ที่ชั้น 25 สำหรับอาคารที่สูงขนาดนี้การวางตำแหน่งห้องเครื่องไม่ใช่เรื่องง่าย การวางห้องเครื่องไว้บนอาคารทำให้การเดินสายไฟย่อยทำได้ง่ายและประหยัดค่าสายไฟก็จริง แต่ค่าก่อสร้างเพื่อรับน้ำหนักอุปกรณ์ก็สูงขึ้น แล้วยังมีประเด็นเรื่องการบำรุงรักษาหรือการถอดซ่อมแซมที่ต้องพิจารณาอีก อย่างไรก็ดียังมีปัจจัยที่สำคัญยิ่งกว่าปัญหาทางด้านวิศวกรรม นั่นก็คือพื้นที่ทุกตารางเมตรของอาคารเทียมฟ้าสามารถขายได้เป็นเงินจำนวนมาก การเอาพื้นที่เป็นเงินเป็นทองมาตั้งเครื่องจักรคงไม่อยู่ในความคิดของเจ้าของอาคาร และสถาปนิกส่วนใหญ่ก็มองเห็นประเด็นสำคัญอันนี้


ปกติแล้ว อาคารเทียมฟ้ามีพนักงานโอเปอเรเตอร์อยู่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง แบ่งการทำงานออกเป็น 3 กะ กะละ 4 คน ถึงแม้จะมีพื้นที่ในความดูแลมากกว่า 400,000 ตารางเมตร แต่ระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติก็ช่วยแบ่งเบาภาระของโอเปอเรเตอร์ไปได้มาก ทุกๆ เช้าตรู่ คอมพิวเตอร์จะตรวจสอบสภาวะอากาศ อุณหภูมิ และความชื้นสัมพัทธ์ เพื่อคำนวณระยะเวลาเปิดเครื่องทำน้ำเย็นหลักของอาคารให้สามารถทำความเย็นในอาคารได้ทันก่อนถึงเวลาเปิดสำนักงาน ระบบไฟแสงสว่างและไฟในสำนักงานจะทำงานอัตโนมัติเมื่อพนักงานคนแรกของบริษัทนั้นๆ มาถึง ระบบจ่ายน้ำมีการตรวจสอบระดับน้ำในถังเก็บน้ำสำรองและเติมให้เต็มอยู่เสมอ รวมถึงการตรวจปริมาณการใช้น้ำในแต่ละพื้นที่และจัดสรรให้เหมาะสมเพื่อสนองนโยบายรัฐด้านพลังงานน้ำ สำหรับเทคโนโลยีของระบบระบายน้ำนั้นสามารถทำงานได้เป็นอัตโนมัติมาเป็นสิบปีแล้ว สิ่งที่โอเปอเรเตอร์ของอาคารนี้ต้องเฝ้าดูก็เพียงแค่ให้ระบบต่างๆ ทำงานตามที่มันควรจะเป็นเท่านั้น


เมื่อจีรันดาขึ้นมาถึงชั้น 3 และเดินผ่านห้องควบคุม ก็ได้พบว่ามีตำรวจในเครื่องแบบและพวกใส่สูท อย่างที่เธอเห็นในทีวีบ่อยๆ มาออกันอยู่เต็มไปหมด เมื่อกวาดตาดูจากภายนอกมองไม่เห็นทัศนะอยู่ในห้องนั้น เธอจึงเดินเลยไปยังสำนักงานฝ่ายที่อยู่ลึกเข้าไปอีก


ในสำนักงานฝ่ายไม่มีพวกตำรวจ แต่มีพวกใส่สูทอยู่ 2-3 คนกำลังคุยกับคุณอาทิตย์ ผู้จัดการอาคาร จีรันดาจึงเลี่ยงไปยังโต๊ะทำงาน ที่นั่นเธอได้พบว่าทัศนะกำลังคุยกับเมธาอยู่


“อ้าว... มาแล้ว” ทัศนะเอ่ยขึ้นแล้วลุกขึ้นยืน ทำให้เมธาพลอยลุกตามไปด้วย

“ทำไมคนเยอะยังงี้ละคะ” จีรันดาถามหน้าตาตื่นๆ เธอเองไม่ได้คาดคิดว่าการมาเยือนของแขกรัฐบาลครั้งนี้จะเป็นเรื่องใหญ่โตไปได้

เมธาหัวเราะหึหึ “ทีมอารักขา เขามายืดเส้นยืดสายกันน่ะครับ จะได้ดูดีมีผลงาน”

“มาดูงานตึกเราด้วย” ทัศนะกล่าวเสริม “จีไม่มา ไอ้ต่อมันเลยต้องรับหน้าไปก่อน ดีเหมือนกันฝึกมันรับแขกซะบ้าง”

“นี่คนของคุณเมธาหมดเลยเหรอคะ” จีรันดากล่าวอย่างทึ่ง ไม่นึกว่านายตำรวจหน้าละอ่อนคนนี้จะคุมกำลังคนเยอะแยะ สงสัยจะใหญ่ไม่ใช่เล่น

“ไม่ใช่หรอกครับ ผมบอกแล้วไงผมทำงานนอกเครื่องแบบ ที่มาวันนี้ก็ไม่เกี่ยวกับพวกเขา”

ก่อนที่จีรันดาจะถามอะไรต่อ ทัศนะก็ยกมือตบบ่าเธอ แล้วหันไปพูดกับเมธา “งั้นเดี๋ยวคุณคุยกับจีได้เลยนะครับ อยากได้อะไรก็บอกแล้วกัน ผมจะไปที่ห้องควบคุมหน่อย จี ฝากดูแลคุณเมธานะ พี่ไปดูไอ้ต่อมันหน่อย เดี๋ยวมันเป็นลมตาย”


ทั้งสองมองตามจนทัศนะออกจากห้องไป จีรันดาจึงหันมาทางนายตำรวจหนุ่ม

“อยากทราบอะไรคะ”

“ผมขอดูแบบอาคารหน่อยครับ”

จีรันดาเดินนำไปยังอีกมุมหนึ่งของห้อง ที่มีการกั้นฉากไว้เป็นห้องขนาดย่อมๆ พอไม่ให้เห็นความรกภายใน หญิงสาวเปิดเครื่องโปรเจกเตอร์และพรินเตอร์ที่วางอยู่ใกล้ๆ กัน แล้วเลื่อนเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะล้อเลื่อนให้เข้ามาใกล้เก้าอี้ตัวหนึ่ง เธอลงมือพิมพ์ก๊อกแก๊กๆ ครู่หนึ่ง ก็มีแบบแปลนปรากฏขึ้นบนจอขนาดใหญ่

“เอาภาพคร่าวๆ ก่อนนะคะ ถ้าอยากดูรายละเอียดตรงไหนค่อยไล่ดู”

เมธาหันหาเก้าอี้นั่ง แล้วเลื่อนเข้ามานั่งใกล้ๆ


อาคารเทียมฟ้าสูง 99 ชั้น มีชั้นดาดฟ้า 1 ชั้นเป็นจุดชมวิว เหนือชั้นดาดฟ้ามีลานเฮลิคอปเตอร์ ใต้แท่นเฮลิคอปเตอร์เป็นถังเก็บน้ำโซนสูง สำหรับจ่ายน้ำให้กลุ่มภัตตาคารลอยฟ้า ที่มีอยู่ตั้งแต่ชั้น 80 ขึ้นไป กลุ่มภัตตาคารลอยฟ้ารับไฟฟ้าจากแพลนท์สอง ผ่านทางแท่งตัวนำไฟฟ้า เป็นไฟแรงสูงที่มาแปลงเป็นไฟแรงต่ำสำหรับใช้งานทั่วไปที่หม้อแปลงชั้น 80 สถาปนิกจำยอมต้องเสียพื้นที่ตั้งหม้อแปลงที่ชั้น 80 หนึ่งตัว เพราะต้นทุนค่าตัวนำไฟฟ้าสำหรับไฟแรงต่ำที่ต้องวิ่งขึ้นมา 80 ชั้นสูงเกินกว่าที่เจ้าของอาคารจะยอมรับได้


“คาเฟ เดอ เทียมฟ้า อยู่ชั้นไหนครับ”

“ชั้น 93 ค่ะ นี่เป็นแบบรายละเอียดในชั้นนั้น”

เมธามองแบบอยู่พักหนึ่ง เพราะไม่คุ้นเคยเขาจึงต้องใช้เวลานานหน่อย จีรันดาช่วยอธิบายเสริม

“นี่ค่ะ ลิฟต์อยู่ตรงนี้ บันไดหนีไฟอยู่ตรงนี้ ถ้าเราออกจากลิฟต์มาแล้วเลี้ยวขวาก็จะเป็นทางเข้าร้านอาหาร ตรงนี้เป็นบริเวณที่ยกพื้นริมหน้าต่าง ที่จะจัดงานเลี้ยงส่งค่ะ”

“ระบบรักษาความปลอดภัยเป็นยังไง”

“วันนั้นเราจะล็อคลิฟต์ทุกตัวห้ามจอดชั้นนี้ ยกเว้นตัวที่มีคนขับให้ ที่ล็อบบี้มีกล้องวงจรปิดสองตัวครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ระบบไฟรับตรงจากห้องไฟฟ้าย่อยกลุ่ม 90-ล่าง ควบคุมผ่านคอมพิวเตอร์กลาง มีแบ็คโบนไฟเบอร์ออพติค เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองจะสับมาแบ็คอัพชั้นนี้ให้ 100% ก็ได้ ไม่ต้องกลัวเรื่องไฟดับหรือขาดการติดต่อ”

“แล้วห้องพักรับรองล่ะครับ”

“เราจัดห้องชุดเลอฟ้า ที่ชั้น 98 ไว้ให้ค่ะ จะดูแบบไหมคะ”

“ใครเป็นคนขับลิฟต์วันนั้น” จู่ๆ เมธาก็เปลี่ยนเรื่อง จีรันดาทำหน้างงๆ

“พี่เอคิดว่าจะให้จีขับน่ะค่ะ ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ จีเคยขับลิฟต์ถวายสมเด็จพระเทพฯ มาแล้ว จีขับเป็นค่ะ”

จีรันดารีบอธิบายเมื่อเห็นเขาทำท่าจะเอ่ยปากแย้ง


“อืมม์...“ เมธาเม้มปาก ครุ่นคิด จีรันดาเคาะแป้นพิมพ์เรียกเอาแบบแปลนชั้น 98 ที่เป็นห้องพักรับรองขึ้นมาบนจอ แต่เมธาลุกขึ้นยืนและบอกกับเธอว่า

“ขึ้นไปดูข้างบนกันได้ไหมครับ”

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

จุดชมวิวชั้นดาดฟ้าของอาคารเทียมฟ้าไม่เคยว่างเว้นผู้คนเลย ในยามใกล้ 10 นาฬิกาแสงแดดยังไม่แรงมากนักด้วยวันนี้มีเมฆค่อนข้างมาก ท้องฟ้าจึงไม่เป็นสีฟ้าสดนัก จีรันดาเคยขึ้นมาบนนี้เมื่อยังไม่ได้ก่อกำแพง ท้องฟ้าวันนั้นไม่มีเมฆ ฟ้าเป็นสีฟ้าสดแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ลมแรงมากขนาดที่เธอไม่กล้าลุกขึ้นยืนและต้องคลานไป แต่ไม่กล้าไปอยู่ริมขอบอาคารใกล้กว่า 2 เมตร กลัวว่าลมจะหอบเอาตัวปลิวลงไป เพราะครั้งนั้นเธอแอบขึ้นไปกับเพื่อนวิศวกรควบคุมงานโดยไม่ได้ขออนุญาตโปรเจ็ค และไม่ได้สวมสายนิรภัย


เมธาเดินปะปนไปกับกลุ่มนักท่องเที่ยว เข้าไปเกาะราวกั้นชั้นในแล้วเพ่งมองออกไปที่ขอบฟ้า พลางหันกลับมายิ้มให้หญิงสาว

“แหม... บนนี้สวยอย่างเขาว่าจริงๆ เคยเห็นในทีวียังไม่สวยเท่าไหร่ ต้องมาเห็นกับตาถึงจะเชื่อ”

จีรันดายิ้มให้กับเขา คำชมที่มีให้กับอาคารนี้ก็เหมือนคำชมที่มีให้บ้านของเธอ หญิงสาวผูกพันกับอาคารแห่งนี้จนมากเกินกว่าจะเป็นเพียงที่ทำงานเท่านั้น

เธอเดินตามเมธาที่เดินตามราวกั้นไปรอบๆ ท่าทางสบายๆ ไม่เหมือนเวลาที่มาประชุมเมื่อวานนี้เลย สำหรับคนภายนอกอาจมองเมธาเป็นเพียงนักท่องเที่ยวคนหนึ่งเท่านั้น

“คุณเมธามองหาอะไรหรือเปล่าคะ”

ชายหนุ่มหันกลับมา “อ๋อ... ครับ ก็อยากเห็นอยู่เหมือนกันว่าจากที่นี่จะมองเห็นอ่าวไทยไหม”

จีรันดาทำหน้าชอบกล เธอคิดไปเองว่าเขาอาจจะมองหาลู่ทางสำหรับวางกำลังสนับสนุน หรือมองหาทางหนีทีไล่อะไรอยู่ แต่ตอนนี้เธอคิดว่าเธอคงดูหนังฝรั่งมากไปหน่อยหรือมิฉะนั้นตำรวจไทยก็คงเป็นที่พึ่งไม่ได้มากนัก

ดูเหมือนเมธาจะรู้ว่าจีรันดาคิดอะไรอยู่ เขาหัวเราะและอธิบายกับเธอว่า

“แหม... คุณจีครับ จะมัวแต่เคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลาได้ยังไง มีโอกาสมาตึกเทียมฟ้าทั้งที ไม่ได้มาชมวิวก็เหมือนมาไม่ถึงนะซิครับ”

หญิงสาวยิ้มเจื่อนๆ “จีก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อยนี่คะ”

เมธายิ้มอย่างเปิดเผย อีกครั้ง ที่ได้เห็นลักยิ้มน้อยๆ บนแก้มข้างขวาของเขา จีรันดามองยิ้มนั้นเพลิน จนกระทั่งเมธาเอ่ยขึ้นว่า

“ผมได้ยินชื่อเสียงเรื่องอาคารอัตโนมัติมาตั้งนานแล้ว คุณจีจะแสดงให้ผมดูสักหน่อยได้ไหมครับ”

เมื่อนั้นสติจึงกลับคืนมา ยกมือขึ้นลูบผมโดยไม่รู้สึกตัว

“เอ้อ... ค่ะ... งั้นตามมาทางนี้เลยค่ะ”


จีรันดาพาเมธาเข้ามาในอาคาร ใช้กุญแจไขประตูบานหนึ่งที่เขียนไว้ข้างหน้าว่า ‘Staff Only’ เมื่อเข้าไปภายในมีทางแยกสองทาง เป็นบันไดสั้นๆ ไม่กี่ขั้น ทางหนึ่งแยกขึ้นด้านบน ทางหนึ่งแยกลงด้านล่าง หญิงสาวเดินนำไปทางที่แยกลงด้านล่าง เพื่อจะไปพบกับบันไดยาวๆ ทอดหนึ่ง เมื่อลงจนสุดบันไดและผลักบานประตูออก ก็ปรากฏว่าทั้งสองได้เข้ามาอยู่ในบันไดหนีไฟแล้ว ด้านขวามือมีประตูเปิดออกได้ แต่จีรันดาเดินนำลงบันไดไปอีกชั้นหนึ่ง แล้วเธอจึงล้วงเอาวัตถุอย่างหนึ่งออกมาจากเป้หลังอันเล็กๆ เมื่อนั้นเมธาจึงได้สังเกตว่า บันไดหนีไฟไม่มีมือจับจากด้านใน จีรันดาเอามือจับแบบถอดได้ชิ้นนั้นประกบเข้ากับรูที่บานประตู แล้วจึงเปิดออกพาเมธาเข้ามาภายในอาคาร ที่ชั้น 98 แล้ว


“โอ้โฮ... มาที่นี่ได้ยังไงกันล่ะครับ”

“หึหึ... ทางลับเฉพาะพนักงานค่ะ นักท่องเที่ยวจะลงมาที่ชั้นนี้ไม่ได้หรอกค่ะ ต้องขึ้นลงทางลิฟต์อย่างเดียว ไม่งั้นก็คุมความปลอดภัยกันไม่ได้สิคะ”

“บันไดหนีไฟคุณเปิดออกไม่ได้หรือ มันไม่มีมือจับนี่”

“ใช่ค่ะ” จีรันดาอธิบาย รู้สึกดีขึ้นที่นายตำรวจคนนี้ไม่รู้เรื่อง เธอจะได้อธิบายให้เขาฟังเหมือนเด็กๆ “ตามปกติแล้วบันไดหนีไฟจะเปิดออกได้ที่ชั้นล่างสุด ชั้นอื่นๆ จะเปิดเข้าได้อย่างเดียว สำหรับที่นี่บันไดยังเปิดออกได้ที่ชั้นดาดฟ้ากับชั้น 45 ที่มีทางเชื่อมไปอาคารเตี้ย ออกลานจอด ฮ. ได้”

“เป็นอย่างนี้ทุกตึกหรือ”

“ใช่ เว้นแต่เขาจะออกแบบบันไดหนีไฟไว้ให้ใช้เป็นบันไดธรรมดาด้วย นั่นก็อีกกรณีหนึ่งนะคะ”

“เอ... แต่เมื่อกี้ตอนที่เราเข้ามาจากชั้นดาดฟ้า เราไม่ได้เจอบันไดหนีไฟทันทีนี่ครับ คุณไขประตู สต๊าฟ เข้ามาต่างหาก”

จีรันดาชำเลืองมามองนิดหนึ่ง ขณะนี้เธอนำเขาเดินมาถึงห้องควบคุมย่อยประจำชั้น เนื่องจากชั้น 98 และ 99 เป็นห้องชุดพิเศษ ที่มีระบบแสงสีเสียงสำหรับห้องสำราญด้วย หญิงสาวเปิดไฟในห้องควบคุมย่อย แล้วจึงตอบเขาว่า

“แหม... ช่างสังเกตจัง ใช่แล้วค่ะ สำหรับบันไดหนีไฟตัวนี้ ชั้นบนสุดจะต่อขึ้นไปห้องเครื่องลิฟต์ได้ และมีทางแยกเฉพาะให้ออกมาที่ดาดฟ้าได้ ส่วนบันไดหนีไฟอีกตัวหนึ่งที่ข้างโน้นจะไม่มี”


จีรันดาวางเป้ใบเล็กลงบนโต๊ะ คุ้ยๆ ของในเป้แล้วหยิบโน้ตบุคตัวจิ๋วประจำตัวของเธอขึ้นมา กระเป๋าส่วนตัวของจีรันดาใบนี้ เธอตั้งชื่อให้มันว่า ‘กระเป๋าโดเรม่อน’ เพราะเวลาใครต้องการอะไร เธอก็มักจะบังเอิญมีติดกระเป๋าอยู่ทุกที ว่าที่จริงมันก็เป็นนิสัยมาตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรี เมื่อเพื่อนผู้หญิงค้นกระเป๋ากัน จะต้องเจอของแปลกๆ ในกระเป๋าจีรันดาทุกที เป็นต้นว่า เครื่องคิดเลข Scientific (ซึ่งคงรู้ว่าตัวมันใหญ่ขนาดไหน) ไม้บรรทัดอันเล็กๆ บางครั้งก็มีไม้ครึ่งวงกลม ยางลบดินสอ สมุดคู่ฝากธนาคาร กระดาษโน้ตที่เก่าแล้วแต่ลืมเอาไปทิ้ง บางครั้งก็มีไขควงวัดไฟติดมาด้วยเพราะเธอลืมเอาออกเก็บคืนที่

พอเธอเปิดโน้ตบุคออก ก็นึกขึ้นได้ว่ามีเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ในห้องนั้นชุดหนึ่ง จีรันดาจึงเอาโน้ตบุคเก็บเข้ากระเป๋า แล้วเปิดคอมพิวเตอร์ในห้องนั้นขึ้นแทน

หลังจากบูทเครื่องเสร็จ หน้าจอแสดงภาพกราฟิกของอาคารเทียมฟ้า และมีหน้าต่างให้ใส่ชื่อผู้ใช้งานกับรหัสผ่าน จีรันดากรอกรหัสส่วนตัวของเธอลงไป ครู่หนึ่งหน้าจอก็แสดงภาพจำลองอาคารเป็นฉากหลัง และมีปุ่มให้เลือกกดมากมาย

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

(จบตอนที่ 2)




 

Create Date : 10 มกราคม 2550    
Last Update : 11 มกราคม 2550 15:09:19 น.
Counter : 137 Pageviews.  

** นัดพบที่ดาดฟ้า (1) **

คุยกันก่อน

วันนี้บังเอิญเห็นกระทู้เชิญชวนให้เข้าร่วมงานสัมมนาเรื่อง "อาคารระฟ้ากับการก่อวินาศภัยข้ามชาติ" ทำให้นึกถึงนิยาย never ending เรื่องนี้ขึ้นมา ที่เริ่มแต่งไว้ตั้งแต่ปี 2544 จนป่านนี้ยังเขียนไม่จบเลย กร๊ากกกก กะว่าจะเลียนแบบ LOTR สักหน่อย เรื่องนั้นยังเขียนตั้ง 17 ปี เหอๆๆ ว่าแต่นิยายเรานี่ถือเป็นไซไฟได้มั้ยเนี่ย คาดการณ์ล่วงหน้าได้ตั้งหลายปีแน่ะ กร๊ากกกก (เหตุการณ์ในเรื่องจะอยู่ประมาณปี 2552)

อีกประการหนึ่ง ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้เรามีวิบากกรรมกับอุปกรณ์เก็บหน่วยความจำ ทั้งแผ่นซีดีและ thumb drive ต่างมีอันเป็นไปอย่างน่าอนาถ ทำให้ข้อมูลสำคัญในอดีตหลายอย่างเหลืออยู่แต่เพียงในความทรงจำ ดังนั้นเราจึงจะเอานิยายเรื่องนี้มาฝากเก็บไว้บนบล็อกนี้ละกัน

คำเตือน : สำหรับผู้ที่ชอบมาลอกนิยายในบล็อกเอาไปโชว์เป็นของตัวเอง อย่าลอกเรื่องนี้จะดีกว่า เพราะมันยังแต่งไม่จบ และคงไม่มีวันจบด้วย เสียเวลาลอกเปล่าๆ


+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +


นัดพบที่ดาดฟ้า ตอนที่ 1

สาวน้อยวัย 26 ปี กำลังคร่ำเคร่งอยู่กับการวางแผนในเกมสามก๊กเวอร์ชั่นล่าสุด พลธนู 7 นายกับพลทวน 7 นายจัดกลุ่มเข้าด้วยกัน เสร็จแล้วต้องสั่งผลิตม้าเพิ่มอีกเพื่อสร้างทหารม้า อ้าว.. ตานั่นตัดไม้เสียหมดป่าแล้ว ต้องไปหาป่าใหม่ให้ตัดเพิ่มอีก เสียงนายภาคภูมิ ลูกน้องคนสนิทร้องบอก

“พี่จี บ่ายโมงกว่าแล้วนา”

จีรันดากดเซฟเกม แล้วตอบว่า “เออ .. รู้แล้ว”

แต่แล้วก็ก้มหน้าก้มตาเล่นต่อ ชั่วพักหนึ่งก็มีเสียงรองเท้าที่คุ้นเคย ดัง กึก.. กึก.. ใกล้เข้ามา จีรันดาสั่งออกจากเกมทันที แล้วรีบเปิดโปรแกรมเอ็กเซลขึ้นมา หันมาคว้ารายการคำนวณค่าพลังงานไฟฟ้า ตามมาตรการอนุรักษ์พลังงานโดยการปรับเพิ่มจุดควบคุมของเครื่องทำน้ำเย็นตามสภาพอากาศภายนอกอาคาร หันกลับมาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อีกทีก็นึกขึ้นได้ รีบเปิดโปรแกรมวิชวลเบสิกที่เธอทำแบบจำลองระบบอาคารไว้เพื่อทดสอบค่าต่างๆ กำลังก้มๆ เงยๆ หาอยู่ว่าทำโปรแกรมไว้ถึงไหนแล้ว คุณทัศนะ หรือพี่นะ ของน้องๆ ในฝ่ายวิศวกรรมก็เดินมาถึงโต๊ะของเธอพอดี

“ไอ้จี”

“ขา...” จีรันดาถือเอกสารไว้มั่น หันมารับหน้าลูกพี่ตาแป๋ว ลืมยิ้มให้เพราะคิดไม่ทันมัวแต่ตกใจ

“ดร.กฤษณ์ เขาชอบที่จีพรีเซนต์เมื่อเช้านี้มาก บอกให้ทำรายละเอียดโครงการมาแล้วทำเพาเวอร์พอยน์ให้เค้าย่อๆ ซัก 5-6 หน้า จะเอาเข้าที่ประชุมกรรมการบริหาร”

“ค่ะ...” สาวน้อยรับคำ แล้วยืนหันรีหันขวาง งงๆ อยู่ว่าจะเริ่มงานตรงไหนดี

“อ้อ... แล้วเดี๋ยวบ่ายสองเข้าประชุมกับพี่ด้วย ทางสำนักนายกฯ โทรมาบอกว่าจะขอความร่วมมืออะไรก็ไม่รู้ว่ะ มีแขกมาด้วยเป็นฝรั่ง ประเทศอะไรโน่ๆ ก็ไม่รู้แฮะ จีเข้าไปช่วยพี่ฟังหน่อย”

“ตกลงแขกหรือฝรั่งนะคะพี่นะ” จีรันดาถามหน้าตาย ทัศนะแยกเขี้ยวทำท่าจะบีบคอ สาวน้อยจึงก้าวถอยหลังหัวเราะแหะๆ


อาคารเทียมฟ้าที่บริษัทของจีรันดาดูแลอยู่นี้ กลายเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทยเมื่อทำลายสถิติตึกใบหยกสองลงได้เมื่อปี 2549 เป็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัทข้ามชาติหลายแห่ง เพราะความสวยงามในการออกแบบสถาปัตยกรรม และมีระบบวิศวกรรมอาคารที่ทันสมัยครบวงจร ทั้งระบบรักษาความปลอดภัย ระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติ ระบบสำนักงานอัจฉริยะ นอกจากนี้ อาคารยังเป็นที่ตั้งของภัตตาคารลอยฟ้าชื่อดังจำนวนมาก ที่เป็นสาขาย่อยของร้านอาหารประจำโรงแรมห้าดาว ต่างก็พากันมาเปิดบริการที่นี่

จีรันดาจบการศึกษาวิศวกรรมไฟฟ้าด้านระบบอัตโนมัติ เมื่อปี 2546 อันเป็นปีที่เริ่มสร้างอาคารแห่งนี้พอดี ชื่อเสียงอันโด่งดังของโครงการที่จะสร้าง “อาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทย” ทำให้จีรันดาตัดสินใจสมัครงานที่นี่เพียงที่เดียว สาวน้อยได้มีโอกาสเห็นอาคารแห่งนี้ตั้งแต่ยังเป็นที่ดินว่างเปล่า เธอเดินตรวจกราวน์ร็อดหรือเสาดิน ที่ฝังอยู่ใต้พื้นฐานรากชั้นล่างสุด เธอเฝ้าดูอยู่ในวันที่เอาหม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูง และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองเข้ามาติดตั้ง เธอไล่ตรวจสอบแนวเดินท่อร้อยสาย ทั้งสายไฟฟ้ากำลังและสายสัญญาณ เธอเองเป็นคนวางคอนเซ็ปท์ระบบอาคารอัตโนมัติ และก็เธออีกนั่นแหละที่อยู่ในทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ควบคุมอาคาร ในฐานะผู้แทนเจ้าของอาคารเข้าไปร่วมทำงานกับผู้รับเหมา

เมื่อเปิดอาคารแล้ว เหมือนกับภารกิจของเธอสิ้นสุด จีรันดากำลังคิดจะหางานใหม่ที่ท้าทายยิ่งกว่านี้ แต่แล้วก็มีสิ่งหนึ่งมาทำให้เธอเปลี่ยนใจและตัดสินใจทำงานที่นี่ต่อไป

ในงานเลี้ยงเปิดอาคารนั่นเอง ที่จีรันดาได้มีโอกาสพบกับ ดร.กฤษณ์ วิศวกรหนุ่มไฟแรง เพิ่งจบปริญญาเอกหมาดๆ มาจากเอ็มไอที ทางบริษัทเชิญ ดร.กฤษณ์ มาเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร ทางด้านเทคโนโลยี ความฉลาดปราดเปรื่อง คล่องแคล่ว และมีอารมณ์ขัน อันผิดไปจากภาพของด็อกเตอร์มาดเข้มสูบไปป์ใส่แว่นอย่างที่จีรันดาเคยคิด ทำให้สาวน้อยวัย 23 หลงใหลได้ปลื้ม และเปลี่ยนความตั้งใจเดิมในอันที่จะเปลี่ยนงานไปเสียง่ายๆ เพียงเพราะหวังจะได้ทำงานอยู่ใกล้ๆ ด็อกเตอร์หนุ่มคนนี้เท่านั้น แม้ว่าเขาจะมีอายุมากกว่าเธอถึง 6-7 ปี และอาจจะมีแฟนอยู่แล้วก็ตาม

ความหลงใหลได้ปลื้มนี้กินเวลานานไม่ใช่เล่น จีรันดาสนุกสนานกับงานเพียงชั่วครู่เดียวก็ผ่านไปสามปี วิศวกรรุ่นพี่ที่เคยดูแลเธอในสมัยก่อสร้างได้ย้ายงานไปโครงการอื่นๆ แล้ว พี่นะได้เข้ามาดูแลงานด้านวิศวกรรมของอาคารแห่งนี้และนั่นหมายถึงมาดูแลเธอด้วย เพราะคำนิยามของเธอที่พวกพี่ๆ กำหนดให้ก็คือ

“ยายจี... ไอคิวสูง... อีคิวต่ำ...“

ทั้งนี้ก็เพราะจีรันดาเป็นเด็กหัวดี สอบเทียบมาถึงสองชั้น เธอเรียนจบปริญญาตรีขณะที่อายุยังไม่ครบยี่สิบปีเต็ม และด้วยวัยเพียง 26 ปี เธอสอบเลื่อนชั้นเป็นสามัญวิศวกรได้แล้ว พร้อมกับเป็นหัวหน้าทีมระบบควบคุมอาคารที่ได้ชื่อว่ามีความซับซ้อนมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ

และยิ่งถ้าเรื่องใจร้อนแล้ว เธอไม่มีแพ้ใคร...

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ก่อนบ่ายสองโมงเล็กน้อย จีรันดาก็ไปนั่งคุยกับพี่นะ เพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอทีมงานจากสำนักนายกฯ ที่ติดต่อมาว่ามีเรื่องด่วน เป็นเรื่องปกติที่จะมีหน่วยงานรัฐบาลติดต่อมาขอความร่วมมืออยู่เสมอๆ เพราะแขกของรัฐบาลมักจะพอใจที่จะมารับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารลอยฟ้าแห่งใดแห่งหนึ่งบนอาคารนี้ พลอยทำให้ทีมดูแลอาคารต้องเตรียมพร้อมทั้งด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายอยู่เป็นนิจ

ชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งประมาณ 4 คนเข้ามาติดต่อที่ประชาสัมพันธ์ แม่สาวอี๊ด ปชส. เสียงหวานโทรเข้ามาที่ห้องทัศนะ แจ้งว่า

“เจ้าหน้าที่จากสำนักงานตำรวจฯ มาแล้วค่ะ บอกว่านัดไว้กับคุณนะ”

ทัศนะขมวดคิ้ว หันมามองหน้าจีรันดาที่นั่งตาแป๋วอยู่เพราะไม่ได้ยินเสียงในโทรศัพท์ เขาจึงบอกกับอี๊ดว่าจะออกไปรับเอง แล้วสั่งจีรันดาว่า “รออยู่นี่แหละ”

อึดใจหนึ่ง จีรันดากำลังนึกถึงรายละเอียดโครงการที่จะทำส่ง ดร.กฤษณ์ ทัศนะก็โผล่หน้าเข้ามาตามว่า

“จี ไปห้องประชุม 1”


ชายหนุ่มทั้งสี่คนที่อ้างว่ามาจากสำนักงานตำรวจฯ นั่งรออยู่ในห้องประชุมแล้ว เมื่อทัศนะและจีรันดาเดินเข้าไป ทั้งหมดก็ลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มในวัยปลายยี่สิบ ผู้ที่ยืนเป็นคนที่สองจากซ้ายก็ยื่นมือออกมาจับกับทัศนะ และแนะนำตัวว่า

“สวัสดีครับ ผม เมธา ครับ”

“ครับ ทัศนะ ครับ”

จากนั้นชายหนุ่มหันไปจะจับมือกับจีรันดา สาวน้อยยืนมองเฉยอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยิ้มออกมา ค่อยๆ ยกมือขึ้นไหว้อย่างอ่อนช้อย ยืนมองตาแป๋ว เมธายิ้มเก้อๆ ค่อยๆ หดมือกลับ หันไปแนะนำเพื่อนร่วมงานว่า

“นี่ทีมของผม สบโชค เพิ่มพูน และนั่น ขจรเดช ครับ”

ทัศนะจึงแนะนำว่า “นี่จีรันดา ผู้ช่วยผมครับ เชิญนั่งเถอะครับ ผู้พัน เอ.. หรือผู้การ ผมจะเรียกคุณว่ายังไงจึงจะเหมาะล่ะครับ”

เมธายิ้มอย่างเปิดเผย ยามนี้จึงเห็นลักยิ้มที่แก้มขวาเป็นรอยบุ๋มน้อยๆ ดูมีเสน่ห์ไม่เบา “เรียกผมว่าเมธาดีกว่าครับ พวกผมทำงานนอกเครื่องแบบ อย่าเรียกตำแหน่งเลย”

“โอเคครับ คุณเมธา” ทัศนะกล่าว เริ่มเข้าเรื่อง “ผมคุยกับคุณประดิษฐ์ที่สำนักนายกฯ เมื่อครู่ เขาบอกว่ารายละเอียดคุณเมธาจะแจ้งเอง”

เมธาขยับตัวเล็กน้อย มือวางประสานกันบนโต๊ะลักษณะเป็นการเป็นงาน “คุณคงทราบแล้วว่า ตั้งแต่สองวันก่อน ท่านประธานาธิบดีประเทศอันเบติโน่ ได้มาเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของรัฐบาล ท่านมีกำหนดจะเดินทางออกจากประเทศไทยไปสิงคโปร์ต่อในวันที่เก้า คืออีกสามวันจากนี้ ก่อนจะไปสิงคโปร์ท่านอยากจะแวะมารับประทานอาหารที่ร้านคาเฟ เดอ เทียมฟ้า ทางสำนักนายกฯ ก็เลยจะจัดพิธีเลี้ยงส่งท่านที่นี่ ในวันมะรืนนี้”

“ครับ” ทัศนะรับคำ อย่างที่บอก พวกเขาเคยชินกับการต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองเสียแล้ว แผนปฏิบัติงานเวลามีแขกเมืองมา ก็มีพร้อมอยู่แล้ว แค่เรียกทีมงานมาซักซ้อมกันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ก็ทันถมเถ

“เอ่อ...” เมธายกมือลูบหน้า รู้สึกลำบากใจในการที่จะบอกข่าวไม่สู้ดีกับพลเรือน “...การเยือนประเทศไทยครั้งนี้สำคัญมาก มันมีผลกระทบต่อโครงการสันติภาพระหว่างทวีป แต่เมื่อวานนี้ เราได้รับคำเตือน...ที่ไม่สู้จะดี มีแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ แจ้งว่ากลุ่มกองโจรก่อการร้ายฝ่ายกบฏของอันเบติโน่ ได้ลักลอบเข้ามาในประเทศไทยแล้ว ฝ่ายข่าวกรองกำลังตามตัวอยู่ ยังไงก็ตาม ทุกฝีก้าวของท่านประธานาธิบดีขณะที่อยู่ในประเทศไทย ต้องได้รับความคุ้มครองจากเรา ซึ่งก็รวมถึงทุกก้าวของท่านที่อาคารเทียมฟ้าด้วย...”


จีรันดายังนั่งตาแป๋ว เป็นลักษณะเฉพาะตัวของเธออย่างหนึ่งที่ดวงตากลมโตและใส มีแววสะท้อนเหมือนลูกแมว นั่นทำให้ดวงหน้าของเธอแม้จะไม่สะสวยแต่ก็ดูน่าทะนุถนอมในแบบเด็กๆ ซึ่งในอีกแง่หนึ่งคือดูไม่ออกว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่

ทั้งห้องเงียบไปครู่หนึ่ง เมธาจึงเอ่ยขึ้นว่า “คุณทัศนะครับ ขอผมคุยกับคุณสักครู่ได้ไหม”


ที่หน้าห้องประชุม เมธาพยายามอธิบายกับทัศนะว่า งานนี้ไม่ควรให้เด็กผู้หญิงเข้ามาเกี่ยว เพราะไม่ใช่งานต้อนรับหรูหรามีหน้ามีตาอะไร แต่เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ทัศนะก็คิดหนักเช่นเดียวกัน เขาบอกกับเมธาว่า

“ครับ ผมเข้าใจ แต่จีรันดาไม่ใช่ฝ่ายต้อนรับประชาสัมพันธ์นะคุณ เธอเป็นหัวหน้าทีมระบบควบคุมอาคารที่นี่ ไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นในตึกนี้แล้วเธอจะไม่รู้ เธอเป็นคนถือพาสเวิร์ดระดับสูงสุดของอาคารนี้เชียวละ”

เมธาอ้าปากค้าง ที่จะพูดอะไรต่อก็เลยลืมไปหมดเลย ทัศนะเองก็กลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่

“ถ้าจะมีอะไรเกิดขึ้นละก็ คุณหวังพึ่งเธอได้เลย ผมกังวลอยู่อย่างเดียวว่าเราจะเห็นแก่ประโยชน์จากตัวเธอจนยอมปล่อยให้เธอเข้ามามีอันตรายด้วยหรือเปล่า ผมอยากจะขอคำรับรองจากคุณสักหน่อย จะมีอันตรายอะไรไหม”

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

(จบตอนที่ 1)




 

Create Date : 10 มกราคม 2550    
Last Update : 10 มกราคม 2550 12:29:02 น.
Counter : 116 Pageviews.  


สาวน้อยร้อยแปด
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




My Other Weblog
* @ Wordpress
* @ Facebook
* My Twitter

Shopping Area

หนังสือหนังหา
* Science Fiction eBooks
* Folklore & Mythology eBooks
* Technology eBooks
* Travel eBooks
* Business Book Summaries

เดินทาง-ท่องเที่ยว
* บัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์-มรดกโลก ในประเทศอังกฤษ
* ใบเดียว เที่ยวทั่วลอนดอน
* เที่ยวปารีส - Day Tours/Night Tours
* โรงแรม-ที่พัก ในกรุงลอนดอน
* โรงแรม-ที่พัก ในกรุงปารีส
* ที่พักอื่นๆ ในยุโรป
* Priority Pass : บัตรสมาชิก Airport Lounge ทั่วโลก

ของสะสม
* ตุ๊กตา, ดาบ, film cell, แอร๊ย... เยอะ บอกไม่ถูก >_< มีทั้ง LOTR และ Narnia
* ตุ๊กตาของ Twilight ก็มี
* และนี่สำหรับแฟน Star Wars
* ปฏิทินสวยๆ จากหนังและดาราที่ชื่นชอบ
Friends' blogs
[Add สาวน้อยร้อยแปด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.