Group Blog
 
All blogs
 

Imma do the things that I wanna do .. I ain't got a thing to prove to you


คำแนะนำก่อนอ่าน : บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสาระ มันจะมีแต่เรื่องมั่วๆที่อ่านไปก็รกสมอง ถ้าไม่ชอบกดปิดไปเลยนะจ๊ะ
- ฉัน คือ เจ้าของบล็อก
- ฉันเขียนอะไรหลายๆอย่างในนี้ และมันอาจจะไม่อยู่ในหมวดดนตรีเลยซะทีเดียว แต่เอาเหอะ ฉันอยากจะเขียนมัน มันเป็นบล็อกฉัน ฉันมีบล็อกไว้ทำอะไรล่ะ ตอนนี้อยากเอามันมาเป็นชักโครกชั่วคราว รองรับเอาความอุบาทว์โสโครกของฉันไปพลางๆก่อน

วันที่ 22 ก.ย. ถึง 3 ต.ค. เป็นเวลาที่ฉันอยู่ในช่วงของการสอบปลายภาค
นี่คือสิ่งที่ฉันควรทำ (Things I should’ve done…)
1. อ่าน Thai charac > วิชาปัญญาอ่อน ออกข้อสอบมาเพื่ออะไรฟะ ชั้นจะเรียนไปทำไมกัน
2. อ่าน W&D > essay อันเน่าๆของฉัน จะต้องมีรอยปากกาแดงๆเต็มไปหมด
3. อ่าน R&D > เรื่องข้อสอบอย่าหวังว่าอ่านไปแล้วจะทำได้ เป็นวิชาที่ไม่รู้จะอ่านอะไร อ่านไปก็ทำไม่ได้อยู่ดี และ ขอร้องล่ะ นั่งทำไปแทบจะเต้นแท็ปไปด้วยอยู๋แล้ว ปวดฉี่ตายชัก แถมแอร์ยังหนาวบรรลัยอย่างกับเอาขั้วโลกมาสุมไว้ใต้กระเพาะปัสสาวะฉัน
4. อ่าน Ger > ยากที่สุดในประวัติศาสตร์ข้อสอบวิชานี้
5. อ่าน Ger Reading > แหวะ
6. อ่าน Intro Philo
7. อ่าน Ger Writing
8. อ่าน Ger Conver



แล้วนี่คือสิ่งที่ฉันทำไป (Damn! But I did...)
1. ดูไรเดอร์คัพ > ตายแล้ว! ยุโรป
2. ดูเดวิส คัพ > แล้วคู่ชิงก็เป็นอาร์เจน – สเปน เซ็ง!
3. ดูบอล > เออ มันต้องดูอยู่แล้ว มีสอบวันรุ่งขึ้นก็ต้องแหกตาอยู่ดู อาทิตย์นี้ดีมาก เพราะผีชนะๆกับเขาเป็นซะที
4. ดูไทยแลนด์ โอเพน(ถ่ายทอด)
5. ไปดูไทยแลนด์ โอเพน (ที่อิมแพ็คฯ) > มีปัญญาดูได้แค่รอบชิงเท่านั้นแหละ มันยอดมากเลยจอร์จจจจจ เป็นแมตช์ที่เร้าใจ โดยเฉพาะเกมสุดท้าย แล้วตาโนเล่ก็โง่เอง เหล่าแม่ยกเลยใจสลายไปตามๆกัน โนเล่คงจะโดนซองกาชกไปจนมึนอย่างที่ว่า กร๊ากกก
6. ไปดักซาฟินที่โรงแรม แต่ไม่เจอ สวรรค์ไม่ค่อยเป็นใจให้ฉันหรอก ปีนี้แหม่งๆตั้งแต่พ่อคุณตกรอบชายเดี่ยวแต่หัววันแล้ว
7. ไป Bangkok International Film Fest. > นี่ก็เหมือนกัน ฉันมีปัญญาดูได้แค่เรื่องเดียวคือ Vicky Cristina Barcelona ทำใจเลือกที่อยากดูที่สุดเรื่องเดียว ซึ่งถือว่าคุ้มเกินคุ้มไปแล้ว ฉันชอบมาก ดูจบปรบมือให้ดังๆไปเลย นั่นแหละ หนังปู่วู้ดดี้มักจะเป็นแนวที่ฉันชอบอยู่แล้ว โดยเฉพาะบทสนทนา แต่ละอันเหมือนเข็มปลายเรียวคมๆที่พร้อมจะทิ่มแทงต่อมความขำและเซลล์สมอง เรื่องนี้ทั้งฉลาด แหลมคม ตลกและน่ารัก ถึงแม้ฉันจะไม่ได้ชื่นชมสการ์เล็ต(ฝีมือ ไม่ใช่หน้าอก)เป็นพิเศษ เรื่องนี้ฉันคงต้องซูฮกเธออีกที รวมถึงเพเนโลเป้ที่เธอตรึงใจ(และทำให้ฉันแอบขำไม่ได้)ตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอปรากฏกาย และไม่ต้องพูดถึงฮาเวียร์ บาร์เด็มที่พลิกบทบาทสุดขีดจากอีตาบ้าในNo Country อย่างไรไม่ทราบ ฉันว่าเขาคล้ายโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์เวอร์ชั่นละตินยังไงชอบกล
8. ไปทัศนา The Fall สองรอบ เพราะไม่ไหวแล้ววววววว ดูจบรอบแรก อารมณ์ยังตรึงใจ ออกจากโรงฉันจึงไปตีตั๋วอีกรอบทันทีเพื่อคุณทาร์เซ็ม ซิงและดื่มด่ำกับภาพสวยๆแปลกๆ เนื้อเรื่องมันไม่ได้อืดอยากที่บางคนไม่ชอบ เพราะฉันพิสมัยหนังแนวนี้อยู่แล้ว ชาตินี้ถ้าไม่ได้ดูเรื่องนี้ ฉันอาจจะไปกระทำอัตวินิบาตกรรมเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปก็ได้
เขาบอกว่าหนังเรื่องนี้ ควรบอกต่อ งั้นก็บอกต่อในบล็อกนี้นะ เข้าที่เฮ้าส์และลิโด้ คอหนังน่ะไม่สมควรพลาดด้วยประการทั้งปวงแน่ๆ คอเพลงคะ ผกก.คนนี้เขากำกับเอ็มวีอันไฉไลของREM เพลง Losing My Religion ส่วนไม่คอหนังก็ขอแนะนำ ชอบการเล่าเรื่องแบบBig Fish มั้ยล่ะ แต่นี่จะเป็นราวๆดาร์กแฟนซีกว่า
เรื่องนี้การันตีด้วยการภูมิใจนำเสนอโดยเดวิด ฟินเชอร์และสไปค์ จอนซ์ ส่วนเขียนบทนอกจากซิงก็มีแดน กิลรอย คือคนนี้เป็นพี่หรือน้องชายนี่แหละ ของโทนี่ กิลรอย
9. ไปดู Eagle Eye > อาจจะจัดไว้ในลิสต์หนังน่าผิดหวังที่สุดประจำปีของฉันได้ เทรลเลอร์อันบรรเจิด ยั่วยวนกระตุ้นความอยากขัดกันสิ้นดีกับตัวจริงหนัง และเผอิญตอนไปดูไม่ได้ค่อยได้เล่นเนตเลยมิรู้กระแสหรือคำวิจารณ์ใดๆ ดูจบฉันจึงอึ้งเล็กน้อย มันทำให้ฉันผิดหวังอย่างรุนแรง ระดับอยากจะเอาเวลาไปอ่านหนังสือสอบแทน(ยังจะคิดได้อีกนะยะ)
10. ไปไหนอีกล่ะ เยอะแยะ จะเป็นลมตาย เดินดู ลูบๆคลำซีดี ดีวีดี ซื้อบ้าง ไม่ซื้อบ้างที่ร้านต่างๆนานา ได้ Travis – Ode To J.Smith แล้ว อยากจะกรี๊ดชักดิ้นชักงอ ไม่นึกว่าจะมาไทยไวขนาดนี้ สั่งซีดี The Coral ชุดใหม่ไว้กับป้าโด และป้าแกวันนั้นชวนฉันคุยนานที่สุดในประวัติศาสตร์ ไม่รู้อัดอั้นข้อมูลอะไรของแกไว้



เอาล่ะ นั่นมันก็คือฉันนั่นเอง และฉันก็ยังคงเป็นแบบนี้ไม่เปลี่ยนแปลง แต่การอยู่ในช่วงสอบ คงเข้าใจดีว่ามันเครียดขนาดไหน ฉันว่ามันคล้ายๆกับการอึของมนุษย์ดีๆนี่เอง โดยเฉพาะถ้าท้องผูก ลองจินตนาการภาพและเสียงดูคงจะนึกออก คือ เราจะกักเก็บเจ้าทองก้อนแต่ละก้อน อันมีหลากหลายขนาด ต่างไซส์ไว้ภายในรูทวารหนัก จากนั้นจึงค่อยปลดปล่อยออกมาให้มันเห็นโลกภายนอกทีละเล็กๆ แต่ละครั้ง เบ่งทีก็สาหัส เมื่อสุดแต่ละก้อนเราก็โล่งไปที แต่อนิจจา เราก็ยังต้องรับมือกับก้อนใหม่ที่จะคืบคลานรอคอยการออกมาชื่นชมโลกภายนอกไปเรื่อย เมื่อไหร่ที่มันออกมาครบหมดแล้วนั่นแหละ เราถึงจะโล่งหมดจดจริงๆ ยกเว้นเสียแต่ว่าถ้ามันพรวดพราดพุ่งจี๊ดมาในคราเดียว จะรู้สึกราวกับโอววว เยส สำเร็จ ฉันทำแต้มได้ดีเยี่ยม!! เฮ้ออออออ การอึเป็นฉันใด การสอบก็คล้ายกันฉันนั้น แต่ขอโทษที ฉันไม่เคยเป็น ต่อมเครียดด้านนี้ตายด้าน แต่ถ้าสมมติแมนฯยูแพ้ คริส มาร์ตินตกส้วม ยังไม่ได้ฟังเพลงใหม่ของเขาคนนั้น ไม่มีตังค์ซื้อดีวีดีนั้นมาดู นั่นแหละต่อมเครียดฉันก็เกาะกุมจิตใจในระดับที่เหมือนคนเป็นมะเร็งเนื้องอกในเซ่งจี้


Imma do the things that I wanna do
I ain't got a thing to prove to you




เหมือนเพลงนี้ไหม ชีวิตฉัน Pork and beans ของ Weezer





They say I need some rogaine to put in my hair

Work it out at the gym to fit my underwear

Oakley makes the shades to transform a tool

You'd hate for the kids to think that you've lost your cool


Imma do the things that i wanna do

I ain't got a thing to prove to you

I'll eat my candy with the pork and beans

Excuse my manners if i make a scene

I ain't gonna wear the clothes that you like

I'm fine and dandy with the me inside

One look in the mirror and i'm tickled pink

I don't give a hoot about what you think


Everyone likes to dance to a happy song

with a catchy chorus and beat so they can sing along

Timbaland knows the way to reach the top of the charts

maybe if i work with him i can perfect the art


Imma do the things that i wanna do

I ain't got a thing to prove to you

I'll eat my candy with the pork and beans

Excuse my manners if i make a scene

I ain't gonna wear the clothes that you like

I'm fine and dandy with the me inside

one look in the mirror and i'm tickled pink

I don't give a hoot about what you think


No, I don't care

I don't care

I don't care

I don't care

I don't care

I don't care


Imma do the things that i wanna do

I ain't got a thing to prove to you

I'll eat my candy with the pork and beans

Excuse my manners if i make a scene

I ain't gonna wear the clothes that you like

I'm fine and dandy with the me inside

one look in the mirror and i'm tickled pink

I don't give a hoot about what you think




เพลงนี้คุณริเวอร์สตั้งใจเขียนสนองต่อสังกัดพวกเขาเองโดยเฉพาะ แหม มาบอกให้ทำเพลงตลาดๆหน่อย นี่เลยย่ะ วงพวกเราเป็นแบบนี้แหละ
และท่อน Timbaland ค่ะ โดนใจฉันมากค่ะ 555555555+

พูดถึง Weezer อัลบั้มใหม่ ซึ่งแน่นอน พวกมันกลับมาขี้เกียจตั้งชื่อกันอีกที แต่หน้าปกมันเป็นสีแดง ก็เรียกๆกัน Red Album นี่แหละ ฉันกลับมาประทับใจอัลบั้มนี้อีกทีหลังจากไปซื้อมาเก็บไว้ ตอนแรกว่าจะไม่ซื้อแล้วเชียว อยากจะเลวโหลดเอาอย่างที่เป็นกระแสฮิตกันอยู่ แต่ดันไปซื้อมาซะได้ เออ สำหรับฉัน ได้ฟังไปๆก็โอเค แต่ไม่ทั้งหมดอยู่แล้ว Weezer ทุกอัลบั้มที่ผ่านมาให้ผ่านหมด เพราะฉันชอบ แต่อย่างนึงคือไม่มีอัลบั้มไหนที่ฉันชอบไปหมดหรือเกือบทุกเพลง ต้องมีเพลงที่ฉันเกลียด ไม่ชอบ นี่เหรอ Weezer?! เช่นนี่แหละ อัลบั้มนี้เป็นต้น ฉันเกลียดที่บางเพลงคุณริเวอร์สมาร้องแร็ป ทำไม???

เอ็มวี Pork and beans ได้ใจฉันไปเต็มๆ ความฮาแบบน่ารัก อมยิ้มขำๆยังคงมีอยู่ในสไตล์ของWeezer ถึงฉันจะไม่ค่อยรู้จักพวก celebsใน youtube ที่โผล่ๆมาเท่าไหร่ แต่ท่วงทำนองประมาณWeezerบวกกับเนื้อหาที่ฉันว่าถึงจะแฝงความปัญญาอ่อนง่ายๆ แต่ในเมื่อมันแนวได้ใจและจงใจประชดประชันสุดฤทธิ์ ฉันจะยังรัก Weezer ต่อไปและคุณอยากจะ eat candy with pork and beans ก็เชิญตามสบายค่ะ


Recommended Album of the Month!!!
The Coral – The Singles Collection



The Coral เป็นอีกวงหนึ่งในอังกฤษที่ค่อนข้างถูกunderrate ไม่น้อย ยิ่งเทียบกัีบวงเพื่อนร่วมเมืองลิเวอร์พูลด้วยกันอย่าง The Zutons ที่ต่างก็มีหลายอย่างคล้ายคลึงกันทั้งแนวเพลงที่จำแนกยาก มีหลากหลาย
The Coral และ The Zutons ยังอยู่สังกัดเดียวกัน มีโปรดิวเซอร์คนเดียวกันทว่านับแต่ The Coral เริ่มก่อร่างสร้างวงมาตั้งแต่ปี 1996 และมีอัลบั้มแรกเมื่อปี 2002
ไม่น่าเชื่อว่าไม่กี่ปี พวกเขาจะมีงานเพลงออกมามากมาย นับรวมก็ได้ 5 อัลบั้มพอดีเรียกว่าทำงานกันมันทุกปี ไม่ต้องพัก และวงระดับแค่นี้ กับการทำงานทียังไม่ถือว่ายาวนาน เวลาแป๊บเดียวพวกเขาก็กำลังจะมีอัลบั้มรวมซิงเกิ้ลฮิตออกมาซะแล้วด้วย
ถ้าจะพูดถึงแนวดนตรีที่เป็นคำจำกัดความของ The Coral ยิ่งพูดก็ยิ่งได้ใจความกว้างคุณอาจจะได้กลิ่นอายแบบไซเคเดลิค ร็อค แต่ยังคงความเป็นป็อปแพลมๆบ้าง ขณะที่บางเพลงฟังแล้ว อาจจะหวนไปถึงโฟล์กร่วมสมัย บางเพลงก็ยังได้ความรู้สึกร็อค สมัยใหม่ รวมถึงการย้ำเตือนคุณถึง The kinks ได้เลยทีเดียว
มีข้อมูลน่าสนใจที่ฉันเคยได้ยินมา คือ ใครสักคนของ Oasis โนเอลหรือเลียม ฉันจำไม่ได้ ชื่นชอบ The Coral เอาการอยู่เหมือนกัน
สำหรับฉัน เมื่อก่อนรู้จักเพลงวงนี้อยู่ไม่กี่เพลง ที่จำไ้ด้แม่นคือ Dreaming of you คงด้วยความที่ไม่ได้ตามมากมั้ง เลยไม่ได้ใส่ใจ
มี็ก็ปีก่อนที่ได้ฟังบางเพลงจาก Roots and Echoes เริ่มชอบ แต่ยังไม่ติดและใส่ใจวงมาก ฉันชอบ Put the sun back กับ Jacquelineนะ เพราะจริงๆ
ทว่า...เวลาก็ล่วงเลยพร้อมกับการปล่อยทิ้งไปโดยไม่ใส่ใจ
เป็นอันว่า เหตุการณ์กระตุ้นต่อมมันก็เกิดขึ้นเมื่อสองเดือนก่อน นั่งเล่นเน็ต ฟังเพลงจากวิทยุของNME ไปเรื่อยๆ พลันก็มีเพลงนึงเปิดขึ้นมา เป็นเพลงที่มาแปลกๆกว่าแนวชาวบ้านที่เปิดมาก่อนหน้านี้ เซนส์ฉันบอกว่าเพลงนี้ first impression แท้ๆ กระทั่งดีเจบอกชื่อเพลงและศิลปินนั่นแหละ ฉันถึงบางอ้อ มันคือเพลง Being Somebody Else เป็นซิ้งเกิ้ลใหม่ที่จะมาพร้อมกันอัลบั้มรวมเพลงพิเศษของวง ฉันจึงกลับไปกรี๊ดและตามงานเพลงวงนี้ทันที แต่... อนิจจา ฉันรู้สึกว่าตัวเองจะหลังเขาไปไกลโข เพราะตลอดเวลาที่ผ่าน ไม่รู้ฉันไปเข้าป่า ไถนาที่ไหนอยู่ แทนที่จะฟังมันตั้งแต่ก่อนหน้านี้ งานเขาก็ออกจะดี พูดแล้วแค้นตัวเอง โง่บัดซบจริงๆ
หลังจากแสวงหาตามงานมัน ได้มาหนึ่งอัลบั้มคือ Magic and Medicine ที่ร้านแกรมฯ นอกนั้นฉันตะเกียกตะกายสุดฤทธิ์ บวกกับทุนทรัพย์ที่ไม่เอื้อ เลยไม่ได้มีแก่ใจจะอิมพอร์ต แต่ก็ยังแอบหวังจะมี Root and Echoes เป็นอัลบั้มที่อยากได้ที่สุด ถ้าหากหาไม่เจอจริงๆ ฉันอาจจะเฉือนเนื้อตัวเองด้วยการอิมพอร์ตก็ได้ คิดดูก่อน เฮ่อออออ
The Singles Collection นี้ เพิ่งrelease ที่อังกฤษไปวันที่ 15 กันยา ฉันเพิ่งสั่งไว้ที่ร้านโดเรมี ด้วยความไม่แน่ใจว่ามันจะมีลิขสิทธิ์ไทยหรือไม่ ขนาดป้าโดยังให้คำตอบไม่ได้ ฉันต้องจำใจยอมเสี่ยง ยังไงล่ะ ก็มันอยากได้นี่ฟะ





อัลบั้มนี้มีซิงเกิ้ลแรก คือ Being Somebody Else

รายชื่อเพลง มีสองซีดี โดยประกอบด้วยซิงเกิ้ลฮิตๆและเพลงที่ไม่เคยrelease มาก่อน


Disc one
1. "Dreaming of You"
2. "In The Morning"
3. "Pass It On"
4. "Don't Think You're the First"
5. "Jacqueline"
6. "Secret Kiss"
7. "Goodbye"
8. "Shadows Fall"
9. "Liezah"
10. "Who's Gonna Find Me"
11. "Bill McCai"
12. "Put the Sun Back"
13. "Something Inside Of Me"
14. "Being Somebody Else"
Disc two
1. "When All the Bird Have Flown" (Roots & Echoes outtake)
2. "The Golden Bough" (new song)
3. "Michael's Song" (new song)
4. "Cry of the City" (new song)
5. "Everybody's Talkin'" (live from Isle of Man)
6. "Far from the Crowd" (live from Elevator Studios)
7. "She's Got A Reason" (live from Elevator Studios)
8. "Return Her to Me" (Magic & Medicine outtake)
9. "Monkey to the Moon" (Invisble Invasion outtake)
10. "It Was Nothing" (Help Charity album recording)
11. "Cobwebs" (8-track demo)
12. "Simon Diamond" (original version)
13. "Shadows Fall" (instrumental)
14. "Calenders and Clocks" (demo)
15. "Seagulls" (previously unreleased track recorded in Ian's bedroom)
16. "Dreaming of You" (demo)
17. "It's In Your Hands" (early demo)
18. "Reward" (live at the Queen Liverpool)
19. "Bye Bye Love" (live from Isle of Man)


ตอนนี้กำลังฟัง(ที่ได้แผ่นมา)
Travis – Ode to J.Smith
The Verve – Forth (เฉือนเนื้อตัวเองไปแล้ว ซื้ออิมพอร์ตมันซะ)
Elbow – The Seldom Seen Kids (ฉันซื้อช้าไป แรกๆหามาฟังไม่กี่เพลง แต่พอดีเห็นได้Mercury Prize เลยรีบจัดการไปหามาประดับเป็นศรีแก่ตัวเฉยๆ เหอๆ)
British Sea Power – Do you like rock music?
อยากได้ King of Leon - Only By the Night เพิ่งจะฟังไปแค่ Sex On Fire คงต้องรอสักพัก

สรุปข่าวแวดวงดนตรีที่ผ่านมารอบเดือน
- ร็อบ โธมัสจะออกงานเดี่ยวอีกต้นปีหน้า ชื่อว่า Cradle Songs
- อัลบั้มใหม่ Franz Ferdinand ออกต้นปีหน้า
- ซูเปอร์โบวล์ปีหน้าจะมีน้าบรูซ สปริงทีนและ E Street Band
- อัลบั้มใหม่ลิลี่ อัลเลนเลื่อนไปต้นปีหน้า เดือนก.พ.โน่น
- โนเอลแห่งOasis โดนลอบทำร้ายระหว่างเล่น V Fest.ที่แคนาดา (ฮึๆ)
- Coldplay เลื่อนแสดงคอนเสิร์ตออกไป เพราะจะดูอังกฤษแข่งกับอันดอรา
- ผลMTV ... ก็นั่นแหละ Smiley
- ผล Mercury Prize : The Seldom Seen Kid ของ Elbow
- เคลย์ ไอเก้นยืนยันแล้ว ตัวเองเป็นเกย์จริงๆ
- มาร์ก รอนสันเลิกกับเดย์ซี่ อะไรสักอย่าง
- Travis คัฟเวอร์ I Kissed A Girl เอ่อ... ต๊าย ตาย
- ปัญญาอ่อนที่สุด หนังสือ John Lennon: The Life เขียนว่าจอห์นอยากเป็นมีความสัมพันธ์ทางเพศกับพอล
- Day And Age อัลบั้มใหม่The Killers มีจะเสียงแซคโซโฟน และธันวาคมนี้พวกเขาจะร่วมงานกับเอลตัน จอห์นออกคริสต์มาสซิงเกิ้ลชื่อว่า Joseph, Better Than You And Me
- วอร์เนอร์ มิวสิกจะเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายพวกอัลบั้มสังกัด EMI ในSEA ข่าวดีมากกกกกกก แล้วก็ที่เพิ่งทำมา มีรวมฮิตของRadiohead,Moby และ VLVODAAHF ของ Coldplay หวังว่ามันจะทำอันอื่นออกมาเร็วๆ
- BKK 100 Rock Fest. ปีนี้ มีHoobastank Melee Ash และ และ และ และ ......Manic Street Preachers!!! โอยยยยยยยยย อยากจะเป็นลมสักสิบรอบ ชาตินี้ไม่นึกไม่ฝันหรอกว่าฉันจะมีปํญญา โอกาส และหนทางได้ดู Manics กับเขาด้วย ไปชัวร์ๆวันที่สอง วันแรกฉันก็อยาก คงไปสองวันแหละ บัตรคุ้มมากนะ เหลือTBC อยู่สองที่ ลุ้นมาก ขอดีๆ
- คริส มาร์ตินตัดผม (-ฮา)


เฮ่อออ อะไรอีกล่ะ จบง่ายๆงี้และกัน บ่นพอแล้ว


เอวัง!!!






 

Create Date : 29 กันยายน 2551    
Last Update : 29 กันยายน 2551 16:56:55 น.
Counter : 253 Pageviews.  

ฟังเพลงไปบ่นไป – Politik ของ Coldplay บวกการเมืองและปรัชญา






เครียดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด


แฮะๆ เลยเปิดกลุ่มบล็อกใหม่เขียนไปงั้นๆแหละ อะไรไม่รู้ จะเอาเรื่องมีสาระก็เขียนไม่ได้ เรื่องไร้สาระถนัดเลยเอางี้ดีกว่า

*** ฟังเพลงไปบ่นไป ***

ทำไมชีวิตชั้นมันเน่าๆอย่างนี้ก็ไม่รู้นะ จะเป็นเด็กก็ไม่ใช่ จะโตก็ไม่เชิง อุตส่าห์เข้ามหา'ลัยมาเกือบปีก็ยังไม่โตสักที

นิสัยก็เดิมๆเหมือนตอนมัธยม ตอนนี้เลยเครียดโคตรเพราะจะสอบไฟนอลอยู่มะรอมมะร่อ
โอวววววววววววววววว แล้วไม่คิดจะทำอะไรเลยเหรอเนี่ย
จะว่าไปนะ ถึงใครจะว่าไอ้การใช้ชีวิตแบบเรามันไร้สาระมากก็เถอะ
ไม่สนซะอย่างค่ะ (เวรกรรม) ไม่รู้มีใครเคยใช้ชีวิตแบบนี้ไหม มันโลกส่วนตัวจัดมาก เพื่อนเราทุกคนก็ว่างั้น โลกรอบข้างไม่สนใจ ไปสนแต่โลกแห่งจินตนาการ ความฝันที่ตัวเองสร้างขึ้น เฮ้อ! พูดแล้วงง อะไรล่ะ

ก็บ้าบอล
บ้าหนัง
บ้าเพลง
การเมืองก็หัวรุนแรงไปหน่อย -*-
หนังสือไร้สาระ อ่านเข้าไป แล้วหนังสือเรียนล่ะ อ่านค่ะ อ่าน แต่อ่านตอนใกล้สอบอ่ะ
และอื่นๆอีกมากมายก่ายกอง ไร้สาระคือคำจำกัดความจากคนรอบข้าง

จริงๆคนที่เป็นแบบนี้มีเยอะแยะ แต่ทำไมชั้นจะต้องออกอาการเวอร์ จะเป็นจะตายวะ เห็นไรก็ขวางหูขวางตา ชั้นกรี๊ดคนโน้น ชอบคนนี้ ติดตามดูมันทุกฝีก้าว บ้าๆ โหย อคติรุนแรง เกลียดมัน ด่าไอ้นี่ คลั่งไอ้นั่น เอาเข้าไป
นิสัยห่วยๆอย่างนี้ เลยไปเปิดเผยทรรศนะกับใครไม่ได้ โลกจินตนาการสนุกกว่าเยอะ โลกในเน็ตด้วย เพราะเราชอบเพื่อนในเน็ตที่พูดคุยเรื่องที่เราชอบด้วยได้มากกว่าชีวิตจริง

เพื่อนมหา'ลัยมันไม่เหมือนมัธยมเลย ยังละโหยห้อยหาอดีตอยู่ ช่างเหอะๆ ว้อยยย พูดไปก็เซ็งอีก
เพราะไม่มีใครเข้าใจเราว่าเราก็เป็นอย่างนี้แหละ รับเราไม่ได้และเราปิดโอกาสตัวเองด้วย โอ เวรกรรม

บ่นต่อ เรื่องเรียน เป็นหน้าที่หลักตอนนี้
>> พูดอีกก็เครียดอีก <<<

ที่เครียดคงเป็นเรื่องที่กังวลอนาคตไปหน่อย
ไม่รู้จะเลือกเอกเลือกโทอะไรดี
ไอ้Basic German ที่เรียนไปแล้วถ้าเข้าเอกมันก็ต้องแพ้พวกที่มีพื้นฐานมาก่อนแล้วแหงๆ
ถ้าพยายามไว้มากๆอย่างที่เขาพูดๆกัน แล้วชั้นจะทำได้ไหมคะวะ

ส่วนEng ที่อยากจะเข้า ก็(สมมติ)ว่าเข้าได้ แล้วจะเอาเป็นเอกหรือโทดีล่ะ
แต่ความกังวลอีกอย่างคือเรามันไม่ได้เทพEng นะเว้ย ถ้าจะดีกว่านี้ก็ต้องขยันอีก คนอื่นๆเทพจัดเยอะแยะ

เครียดปรัชญาฯ ขอบอกว่าเรียนไม่รู้เรื่องเลย เหลือเวลาไม่มากที่จะอ่านหนังสือเป็นตั้ง ชีตเป็นกอง เล็คเชอร์เป็นปึก
วิชามันควรจะสนุก เพราะเป็นการวิพากษ์ วิเคราะห์ดีออก แต่รู้สึกได้เรียนทฤษฎีเกินไป อ.ก็บ่นไป(พวกปรัชญาเข้าใจยาก)เราเรียนก็นั่งเอ๋อ เออ เป็นวิชาที่แปลกมากๆ โลกของแบบ ทุกสิ่งมีความกลม มีภาวะแฝง พลังแฝง ฯลฯ

ตลกจังแฮะ

เครียดเว้ยเพราไฟนอลร้อยคะแนนเต็ม ตายไม่ตาย จะได้เกรดอะไรตัดสินกันตรงนี้แหละ เวลาสองแค่สองชั่วโมงจะเขียนทันไม่วะ โอ! อ้า! ไม่มีคำบรรยาย แค่เข็ดๆมากับยำไทย(อารยธรรมไทย)ไปแล้วฉัน

ฮ่าๆ ความจริงวิชานี้แอบโดดไปไม่ใช่น้อย ยิ่งคาบ อ.บุญส่งสุดโปรดแทบไม่เข้าเล้ย(ล่าสุดโดดไปดูEnchantedอ่ะ เวรกรรม -*-)

แล้วอย่างนี้จะอธิบายได้ว่าการไปดู Enchanted เป็นสุขนิยมได้มั้ย เพราะเราแสวงหาความสุข ถือเป็นการหามีสิ่งที่มาสนองความต้องการของตัวเราให้มากพอกับความต้องการ อืม เราก็เข้าถึงความสุขได้แล้ว เพราะEnchanted มันสนุกและทำให้เรามีความสุขมาก ฮ่าๆ (ทฤษฎีชั้นก็คือแสวงหาความสุขเฉพาะหน้านั่นเอง แหวะ)

เครียดต่อมา จะไปดูMaroon 5 วันที่สาม มีนาเนี่ย แต่ว่าต้องกลับมาสอบอารยธรรมตะวันออก(ยำออก)ให้ทัน โอววว เอากะมันดิ อันนี้ลุ้นสุดๆจะสอบไหวป่ะวะ

เครียดต่อมา ออสการ์ปีนี้ไม่ได้ดูหรอก โฮะๆ วันนั้นสอบพอดีเวลาเป๊ะ รีรันก็คงไม่มีโอกาสด้วย ปีนี้อยู่หอ นี่รวมถึงแกรมมี่ฯ ซูเปอร์โบลล์ ฯลฯอีก โบกมือลาอ่ะจ๊ะ บ๊ายบาย T_T

เครียดอีกที อยากรู้จังว่าเกียรตินิยมได้แล้วเอาไปทำอะไรมั่ง หน้าตามันเป็นไง เป็นแบบเหรียญๆรึป่าว ไม่เคยเห็นเลย
เอาล่ะ ฝันไว้เล็กน้อย ถ้าไม่ได้ ก็................................
เครียดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ไม่ใช่หรอก ช่างมัน ไม่สนเหอะ ก็ยังไม่รู้เลยหนิว่ามันมีไว้ทำอะไร
เวรกรรม


ความสุขอยู่ที่ตรงนี้แหละ ทฤษฎีสุขนิยมเฉพาะหน้าของชั้นเอง
ฟังเพลงดีกว่า ฟังไปบ่นไป


Politik ใน A rush of blood to the head(แทร็กแรกของอัลบั้มเลย ) ของColdplayวงสุดลิ่มสุดโปรดของเจ้าของบล็อกอีกวง
วงที่ทำให้แฟนๆรออัลบั้มในปีนี้จนคันยุบยิบไปหมด ได้โปรดออกมาไวๆๆๆๆๆ แฟนๆเขารอกันอยู่
อยู่ดีๆก็นึกถึงเพลงนี้ เพราะเพิ่งอ่านไอ้ปรัชญาๆมาพอดี
แล้วมันเกี่ยวกันตรงไหนฟะเนี่ย



ว่ากันตรงๆ Politik ไม่ใช่เพลงโปรดที่สุด แต่ก็โปรดไม่ใช่น้อยเลย เคยดูคอนเสิร์ต เพลงนี้จะเป็นไฮท์ไลท์และเพลงเปิดที่ยอดเยี่ยม เพราะเสียงกลองของวิล แชมป์เปี้ยน มันจะขึ้นมาเร้าอารมณ์ก่อนได้ใจมาก ขอบอก
ต้องลองดูเวอร์ชั่นที่เป็น DVD Coldplay live 2003 อันนี้สุดยอดจริงๆ มีแสง สี เสียงเร้าใจอีกต่างหาก อ๊ายยยยย
เห็นแบบนี้แล้วฝันเอาไว้สักวันว่าจะต้องไปดูColdplayให้ได้ เคยพลาดมาแล้ว ไม่อยากพลาดอีก
หลังจากเสียงกลองหนักๆ เสียงพี่คริสอันชวนฝันก็ขึ้นมา โทนเพลงแปลกๆแบบพวกเขาอ่ะแหละ โดยทั้งเพลงก็ประสานเสียงกีต้าร์และเปียโนได้ดีเหลือเกิน มีทั้งจังหวะนุ่ม จังหวะมันส์ๆ ขณะที่ท่อนจบเล่นเอาขนลุกไปเลย


Look at earth from outer space,
Everyone must find their place,
Give me time and give me space,
Give me real don't give me fake,
Give me strength and self control,
Give me heart and give me soul,
Give me time give us a kiss,
Tell me your own politik.

(Chorus)
Open up your eyes,
Open up your eyes,
Open up your eyes,
Open up your eyes.

Give me one, cause one is best,
You confuse your confidence,
Give me peace of mind to trust,
Don't forget the rest of us,
Give me strength reserve control,
Give me heart and give me soul,
Wounds to heal and cracks to fix,
Tell me your own politik.

(Chorus)
Open up your eyes,
Open up your eyes,
Open up your eyes,
Open up your eyes,
Just open up your eyes.

But give me love over,
Love over, love over this,
But give me love over,
Love over, love over this.


เพลงนี้นับว่าเนื้อหาสุดยอด เหมือนเป็นอีกด้านของพวกเขาที่แสดงความคิดเห็นแบบแรงๆ จริงใจออกมาสู่สายตาสังคม จริงๆตอนแรกก็เข้าใจว่าสงครามแหง แต่ในปกซีดีเขาบอกว่าเกี่ยวกับ Make trade fair ที่Coldplay ทำๆกันอยู่นะ ทั้งนี้แล้ว จะไปตีความถึงอย่างอื่นให้ได้รสชาติบ้างก็สนุกดี ตามประสาคนเรียนอักษรฯคิดมากและอาศัยความมั่ว ฮ่าๆ พาลคิดไปว่าถ้าเพลงนี้ใช้ต้านสงครามมันก็ดูเข้าทีเลยแหละ




...... 'open up your eyes'......

ท่อนนี้ชอบและทรงพลังมากสุดในเพลงเลย
แจ่มบรรเจิด เหมือนการส่งข้อความเป็นนัยๆป่ะล่ะ สิ่งร้ายๆทั้งหลายบนโลกนี้ที่เกิดขึ้น
เวรกรรม!
ตื่นเถอะ ตื่น! มองรอบๆตัวเราบ้าง
บอกมาถึงอุดมการณ์ ความเชื่อที่มี

ขณะที่ใช้คำว่า Politikหรือ การเมือง หรืออุดมการณ์ทั้งหลาย แล้วแต่จะความเป็นภาษาไทยได้
แสดงด้านที่จริงใจของตัวเองออกมาดิ พวกนักการเมือง พวกอุดมการณ์ ไม่ใช่โกหกหลอกลวงเพียงเพื่อแสวงหาความความประทับใจจากคนอื่น นะเว้ย
มนุษยธรรม....ชีวิต...... เพลงนี้ยังสื่อได้อีกนะ


ฮะๆ แล้วยังจบลงด้วย ความกระจ่างว่า อะไร สำคัญที่สุด

....... give me love over ........

แค่นี้! โอวววววววววววววววววว
คำว่า politik ที่ใช้ เลยอาจตีความได้มั่วๆไปว่า คือการอุปมาดั่งศีลธรรม ความเชื่อ ความคิดต่อโลกที่เป็นไปนั่นเอง


พูดเรื่องสงครามก็นึกถึง อันนี้ขึ้นมา เขาเคยมีการอ้างเอาถึงประโยชน์นิยม (Utilitarianism) มาเกี่ยวข้องสงคราม
ประโยชน์นิยม มันเป็นทรรศนะทางจริยศาสตร์ที่ถือเอาประโยชน์สุขเป็นเกณฑ์ตัดสินความผิดถูก ชั่วดี ก็เหมือนกับว่าจะบอกว่า การกระทำที่ก่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุดแก่คนจำนวนมากที่สุด ถือเป็นการกระทำที่ดี (เน้นความสุข) คือจะเจตนาดีหรือไม่ดีก็เหอะ

มีคำกล่าวที่สอดคล้องว่า‘Greatest happiness of the greatest number’
คราวนี้ การทำสงครามจะถูกต้องก็ต่อเมื่อการทำสงครามนั้น ๆ น่าจะนำมาซึ่งความสุขส่วนใหญ่-มหสุข (The greatest happiness principle )
ดังนั้น การรุกรานเค้า ก็สามารถเป็นสงครามที่ถูกต้อง หากนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดแก่คนที่เกี่ยวข้องจำนวนมากที่สุด การใช้ปรมาณูซึ่งมีผลการทำลายร้ายแรง หรือการอ้างเข้าไปนำประชาธิปไตยให้ ไปโค่นล้มเผด็จการก็สามารถทำได้ หากนำมาซึ่งมหสุข
อาาาาาาาาา ทุกอย่างมีเหตุนำให้ได้เสมอ
แต่สงครามจะเรียกว่าชอบธรรมได้หรือเปล่า...............................

มันมีความชอบธรรม ตามหลักอภิปรัชญาหลายแบบ

จขบ.ก็ตอบไม่ได้หรอก ที่เรียนปรัชญาพื้นๆไปวันก็งงจะตายอยู่แล้ว สมองกลวง
บอกแล้ว วิชานี้มันตลกมาก!!!


ดูColdplay Politik Live @ Glastonbury 2002
ดูColdplay - Politik - Grammys 2003









 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2551 12:53:41 น.
Counter : 875 Pageviews.  


Lucy in the sky with diamonds
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]







New Comments
Friends' blogs
[Add Lucy in the sky with diamonds's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.