^_^ vechagran dot com by tingnoy
Group Blog
 
All blogs
 

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ละเมิดของเจ้าหน้าที่

1.เมื่อข้าราชการกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก
ตอบ 1)หน่วยงานของรัฐจะต้องรับผิดชอบต่อผู้เสียหาย เฉพาะในกรณีที่เป็นการกระทำในการปฏิบัติหน้าที่
2)ถ้าเป็นการกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ให้ผู้เสียหายฟ้องหน่วยงานของรัฐโดยตรง
3)ถ้าการกระทำนั้นไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ ผู้เสียหายจะฟ้องหน่วยงานของรัฐไม่ได้
4)ถ้าการกระทำนั้นไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ ข้าราชการผู้นั้นต้องรับผิดชอบเอง

2.เมื่อเกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐในส่วนภูมิภาค ในชั้นต้นเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องต้องรายงานให้ผู้ใดรับทราบโดยไม่ชักช้า
ตอบ ผู้ว่าราชการจังหวัด

3. พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ปี 2539 มีผลบังคับใช้เมื่อไร
ตอบ 15 พ.ย. 2539

4. พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ปี 2539 ใครเป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.นี้
ตอบ นายกรัฐมนตรี

5. เจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ละเมิดฯ หมายถึงใครบ้าง
ตอบ ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเป็นกรรมการหรือฐานะอื่นใด

6. หน่วยงานของรัฐตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ปี 2539 หมายถึงอะไร
ตอบ กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น และมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้น

7. กรณีใดบ้างเป็นความผิดทางละเมิด
ตอบ จนท.ได้ละเมิดต่อผู้อื่น เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่

8. เมื่อเกิดความเสียหายทางละเมิดจะดำเนินการอย่างไร
ตอบ ให้ฟ้องรัฐ ไม่ต้องฟ้องหน่วยงาน

9. การตั้งกรรมการสอบ พ.ร.บ.ละเมิดตั้งสอบประเด็นใดบ้าง
ตอบ พิจารณาข้อเท็จจริง อันเกี่ยวกับการทำละเมิด รวบรวมพยานหลักฐานทั้งปวงที่เกี่ยวข้อง รับฟังพยานบุคคล หรือพยานผู้เชี่ยวชาญ และตรวจสอบเอกสารวัตถุหรือสถานที่

10. การฟ้องคดีละเมิดจะฟ้องบุคคลได้หรือไม่กรณีใด
ตอบ ฟ้องได้ถ้าเป็นความผิดที่ไม่ได้เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ



11. การรายงานความเสียหายทางละเมิด ใครรายงาน รายงานถึงใคร
ตอบ จนท.ผู้ทำละเมิด แจ้ง ผบช. ผบช.รายงานถึง หน.หน่วยงานของรัฐ หน.หน่วยงานของรัฐรายงานกระทรวงการคลัง

12. กรณีพิสูจน์ไม่ได้จะฟ้องละเมิดหน่วยงานใดให้ฟ้องที่ใคร
ตอบกระทรวงการคลัง

13. ทำไมจึงมีกฎหมายละเมิด
ตอบ เพื่อให้เยียวยา ผู้เสียหายจากการกระทำของรัฐก่อน




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2551 23:01:57 น.
Counter : 3213 Pageviews.  

แนวข้อสอบเกี่ยวกับพรรคการเมือง

1. พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มีผลใช้บังคับเมื่อใด
ตอบ มีผลบังคับใช้วันที่ 7 มิถุนายน 2541

2.ผู้ใดรักษาการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541
ตอบ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

3.ผู้ใดเป็นนายทะเบียนพรรคการเมือง
ตอบ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

4.การจัดตั้งพรรคการเมืองต้องประกอบไปด้วยบุคคลที่มีคุณสมบัติอย่างไร
ตอบ 1)ประกอบไปด้วยบุคคลที่มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
2)มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
3)ไม่มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ
4)มีจำนวนตั้งแต่ 15 คน ขึ้นไป

5.บุคคลที่จะเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
ตอบ 2)มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
3)ไม่มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ

6. ภายใน 150 วัน นับแต่วันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง พรรคการเมืองต้องดำเนินการให้มีสมาชิกไม่น้อยกว่าเท่าใด
ตอบ 5,000 คนขึ้นไป ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมีอยู่ในแต่ละภาค ตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัด ที่นายทะเบียนประกาศกำหนด และมีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละ 1 สาขา

7. กองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมือง สังกัดส่วนราชการใด และจัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใด
ตอบ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายในการสนับสนุนพรรคการเมือง และการดำเนินการอื่นใดเกี่ยวกับการพัฒนาพรรคการเมือง

8. พรรคการเมืองย่อมเลิกหรือยุบด้วยประการใด
ตอบ 1) มีเหตุต้องเลิกตามข้อบังคับพรรคการเมือง
2) มีจำนวนสมาชิกเหลือไม่ถึง 15 คน
3) มีการยุบพรรคการเมืองไปรวมกับพรรคการเมืองอื่น
4) มีคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญยยุบพรรคการเมือง





 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2551 22:58:01 น.
Counter : 541 Pageviews.  

แนวข้อสอบพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารทางราชการ

1.กฎหมายใดที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540
ตอบ ระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2517

2.ลักษณะสำคัญของข้อมูลข่าวสารที่สำคัญตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540
ตอบ 1) ข้อมูลข่าวสารของทางราชการที่ต้องเปิดเผย โดยลงการพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (ม.7)
2) ข้อมูลข่าวสารของทางราชการที่ไม่ต้องเปิดเผยแต่ต้องจัดไว้เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้
3) ข้อมูลข่าวสารที่ต้องเปิดเผยเมื่อมีคำขอของประชาชน
4) ข้อมูลข่าวสารของราชการที่หน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยด้วยเหตุผลเกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ ประโยชน์ของเอกชน และการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ (ม.15)

3.ผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 ซึ่งมีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ คือ
ตอบ นายกรัฐมนตรี (ม.5)

4.หน่วยงานของรัฐที่อยู่ในบังคับของ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 (ม.4)
ตอบ 1)ราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
2)รัฐวิสาหกิจ
3)ส่วนราชการที่สังกัดรัฐสภา
4)องค์กรควบคุมการประกอบวิชาชีพ เช่น สภาทนายความ

5.ข้อใดเป็นหลักการสำคัญของ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
ตอบ 1)ถือเป็นสิทธิ ของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของราชการ ส่วนข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผยถือว่าเป็นข้อยกเว้น
2)การให้ความคุ้มครองสิทธิของบุคคล ผู้ซึ่งมีข้อมูลข่าวสารบุคคลของเขาอยู่ในความควบคุมดูและของทางราชการ

6.ข้อใดเป็น ข้อจำกัดสิทธิ ในการรับรู้ข่าวสารของทางราชการ (ข้อมูลข่าวสารของทางราชการที่ไม่ต้องเปิดเผย)
ตอบ 1)ข้อมูลข่าวสารของราชการที่อาจก่อความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
2)ข้อมูลข่าวสารที่หากเปิดเผยจะกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
3)ข้อมูลข่าวสารที่หากเปิดเผยจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรือความปลอดภัยของบุคคลหนึ่งบุคคลใด
4)ข้อมูลข่าวสารที่มีผู้ให้มาโดยไม่ประสงค์ให้ทางราชการนำไปเปิดเผยต่อผู้อิ่น

7.ข้อใดเป็นคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
ตอบ 1)คณะ กก.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ 2)คณะอนุ กก.วินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
8.การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในลักษณะใดที่คนในชาติ (พลเมือง) มีสิทธิดีกว่าคนต่างด้าว
ตอบ ข้อมูลข่าวสารของราชการที่ไม่ต้องเปิดเผย แต่ต้องจัดไว้เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้

9.นิติบุคคลต่างด้าวตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 คือใคร
ตอบ 1)นิติบุคคลที่มีทุนเกินกว่า 50% เป็นของคนต่างด้าว
2)นิติบุคคลที่มีสมาชิกเกินกว่า 50% เป็นของคนต่างด้าว
3)นิติบุคคลที่มีผู้แทนนิติบุคคลเกินกว่า 50% เป็นของคนต่างด้าว
4)นิติบุคคลมีวัตถุประสงค์เป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนต่างด้าว

10.โครงสร้างและการจัดองค์กร อำนาจหน้าที่ ภารกิจกรมการปกครอง จัดเป็นข้อมูลข่าวสารของทางราชการประเภทใด
ตอบ ข้อมูลข่าวสารที่ต้องเปิดเผย โดยการลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

11. ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ต้องส่งมอบให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติ เมื่อมีอายุครบ กี่ปี
ตอบ 75 ปี

12.สัญญาสัมปทาน เป็นข้อมูลข่าวสารประเภทใด
ตอบ จัดให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้

13.องค์ประกอบของ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 (ไม่รวมฝ่ายเลขานุการ) มีจำนวนกี่คน
ตอบ 23 คน (มาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง คือไม่น้อยกว่า 12 คน)

14.อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของทางราชการ
ตอบ 1)สอดส่องดูแล และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ
2)ให้คำปรึกษาแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐ เกี่ยวกับการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ตามที่ได้รับคำขอ
3)เสนอแนะในการตรา พ.ร.ฎ. และออกกฎกระทรวง หรือระเบียบของคณะรัฐมนตรีตามพระราชบัญญัติ
4)พิจารณาและให้ความเห็นเรื่องร้องเรียน กรณีหน่วยงานของรัฐไม่จัดพิมพ์ข้อมูลข่าวสารที่ต้องเปิดเผย ไม่จัดข้อมูลข่าวสารไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้ หรือไม่จัดหาข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนร้องขอ และเรื่องร้องเรียนในกรณีที่มีการฝ่าฝืน ให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า หรือไม่อำนวยความสะดวกโดยไม่มีเหตุอันสมควร

13.องค์ประกอบของ คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 (ไม่รวมฝ่ายเลขานุการ) มีจำนวนกี่คน
ตอบ ไม่น้อยกว่า 3 คน อาจมีคณะหนึ่งหรือหลายคณะตามความจำเป็น ซึ่งคณะรัฐมนตรีจะได้แต่งตั้งตามข้อเสนอของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร

14.อำนาจหน้าที่ที่สำคัญของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
ตอบ 1)พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ (ตาม ม.14)
2) พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่กระทบกระเทือนต่อประโยชน์สาธารณะ ประโยชน์ของเอกชน และการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ (ตาม ม. 15)
3) พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฟังคำคัดค้านของผู้ซึ่ง หากมีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของทางราชการ จึงจะกระทบประโยชน์ได้เสียของเขา (ตาม ม.17)
4) พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่ง ไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือลบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ของบุคคล ซึ่งเห็นว่าข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนไม่ถูกต้องตามที่เป็นจริง

15.สิทธิที่สำคัญของบุคคลซึ่งข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ
ตอบ 1) สิทธิที่จะได้รับรู้ถึงข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตน
2) สิทธิที่จะได้ตรวจดู หรือได้สำเนาข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับตน เมื่อมีคำขอเป็นหนังสือไปยังหน่วยงานของรัฐ
3) สิทธิที่จะยื่นคำขอเป็นหนังสือ ต่อหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลให้แก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือลบข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง
4) สิทธิที่จะยื่นคำอุทธรณ์ไปยังคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร เมื่อหน่วยงานของรัฐไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือลบข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้องตามที่เป็นจริง เมื่อได้มีคำขอเช่นว่านั้น

16.การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลของหน่วยงานของรัฐ ข้อใดไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลนั้น
ตอบ 1)การใช้ข้อมูลตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ
2)การใช้ข้อมูลเพื่อการฟ้องคดี
3)การใช้ข้อมูลเพื่อการสำมะโนประชากร
4)การใช้ข้อมูลเพื่อการวิจัย โดยไม่ระบุชื่อเจ้าของข้อมูล

17. ข้อมูลข่าวสารฯ คืออะไร
ตอบ ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ หมายความว่า ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ

18. หน่วยงานของรัฐ คืออะไร
ตอบ หน่วยงานของรัฐ หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ศาลเฉพาะในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดี องค์กรควบคุมการประกอบวิชาชีพ หน่วยงานอิสระของรัฐ และหน่วยงานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
-ราชการส่วนกลาง มี 15 กระทรวง 173 กรม 11
-ส่วนภูมิภาค มี 75 จังหวัด 795 อำเภอ 81 กิ่งอำเภอ
-ส่วนท้องถิ่น 75 อบจ. 1129 เทศบาล 6,745 อบต. 1 พัทยา 1 กทม.
-รัฐวิสาหกิจ 58 แห่ง
-ส่วนราชการสังกัดรัฐสภา คือ สนง.เลขาธิการวุฒิสภา สนง.เลขานุการสภาผู้แทนราษฎร
-องค์กรควบคุมการประกอบวิชาชีพ เช่น สภาทนายความ แพทยสภา เนติบัณฑิตสภา ฯลฯ
-หน่วยงานอิสระของรัฐ 11 หน่วย

19. เจ้าหน้าที่ของรัฐ คืออะไร
ตอบ ผู้ซึ่งปฏิบัติงานให้แก่หน่วยงานของรัฐ

20. ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ได้แก่อะไรบ้าง
ตอบ ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล หมายความว่า ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของบุคคล เช่นการศึกษา ฐานะการเงิน ประวัติสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม หรือประวัติการทำงาน บรรดาที่มีชื่อของผู้นั้น หรือมีหมายเลข รหัส หรือสิ่งบอกลักษณะอื่นที่ทำให้รู้ตัวผู้นั้นได้ เช่นลายพิมพ์นิ้วมือ แผ่นบันทึกลักษณะเสียงของคนหรือรูปถ่าย และให้หมายความรวมถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของผู้ที่ถึงแก่กรรมแล้วด้วย

21. ข้อมูลที่เปิดเผยได้ มีอะไรบ้าง
ตอบ 1)ข้อมูลข่าวสารที่ต้องพิมพ์เผยแพร่ (ม.7) ได้แก่ข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานของรัฐต้องส่งลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา และรวบรวมนำเผยแพร่เพื่อขายหรือจำหน่ายจ่ายแจก ณ ที่ทำการของหน่วยงานของรัฐนั้น
2)ข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ (ม.9) ได้แก่ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องส่งลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา แต่หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีเพื่อประชาชนเข้าตรวจดูได้
ทั้งนี้ ผู้ขอเข้าดูจะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือไม่ก็ได้
3)ข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนอาจขอดูได้ (ม.11) ถ้าขอข้อมูลข่าวสารอื่นใดนอกจากข้อ 1 และข้อ 2 ต้องเป็นข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่แล้วในสภาพที่พร้อมจะให้ได้ มิใช่เป็นการไปจัดทำ วิเคราะห์ จำแนก รวบรวม หรือจัดให้มีขึ้นใหม่ ให้หน่วยงานของรัฐผู้รับผิดชอบ จัดหาข้อมูลข่าวสารนั้นให้แก่ผู้ขอในเวลาอันพอสมควร เว้นแต่ผู้นั้นขอจำนวนมาก หรือบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลสมควร

22. ข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้ มีอะไรบ้าง
ตอบ ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย มี 2 ประเภท ได้แก่
1.ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จะเปิดเผยมิได้
2.ข้อมูลข่าวสารของหน่วยราชการ ดังนี้
ก.เปิดเผยแล้วกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือการคลังของประเทศ
ข.เปิดเผยแล้วอาจทำให้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ หรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้
ค.ความเห็นหรือข้อแนะนำภายในหน่วยงานของรับในการดำเนินการเรื่องหนึ่งเรื่องใด
ง.เปิดเผยแล้วอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของบุคคลหนึ่งบุคคลใด
จ.รายงานทางการแพทย์ที่อาจจะรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร
ฉ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการที่มีกฎหมายคุ้มครองมิให้เปิดเผย
ช.กรณีอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

23. ข้อมูลส่วนบุคคล คืออะไร ใครมีอำนาจขอดู
ตอบ ข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยเป็นการเฉพาะ ได้แก่ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล และบุคคลในที่นี้หมายถึง บุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย และบุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทย แต่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย โดยให้หน่วยงานของรัฐเก็บข้อมูลเท่าที่เกี่ยวข้องและจำเป็น และจัดระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลตามความเหมาะสม ทั้งนี้กำหนดให้สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ และหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ซึ่งประเภทของบุคคลที่จะเก็บข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลไว้ เจ้าของข้อมูลอาจขอตรวจดูข้อมูลของตนเองได้

24. ข้อมูลประวัติศาสตร์ คืออะไร
ตอบ ข้อมูลข่าวสารที่คัดเลือกไว้ให้ประชาชน ศึกษา ค้นคว้า ได้แก่เอกสารประวัติศาสตร์ แบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1.ข้อมูลข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อมีอายุครบ 75 ปี
2.ข้อมูลข่าวสารที่มีลักษณะบางประการที่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อาจมีคำสั่งไม่ให้เปิดเผย เมื่อมีอายุครบ 20 ปี
ข้อมูลข่าวสารตามข้อ 1. และ 2. ที่หน่วยงานของรัฐไม่ประสงค์จะเก็บรักษาหรือมีอายุครบกำหนด ให้หน่วยงานของรัฐส่งมอบให้แก่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอื่น ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
แต่กำหนดเวลาข้างต้น อาจขยายออกไปในกรณีที่หน่วยงานของรัฐ ยังจำเป็นต้องเก็บไว้ใช้สอย หรือยังไม่ควรเปิดเผย ให้มีคำสั่งขยายเวลากำกับไว้เป็นการเฉพาะราย

25. ตามมาตรา 7 พ.ร.บ.ข้อมูล ปี 2540 ที่เปิดเผยต้องพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษามีอะไรบ้าง
ตอบ 1.โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน
2.สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีการดำเนินงาน
3.สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารหรือคำแนะนำในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ
4.กฎ มติคณะรัฐมนตรี ข้อบังคับ คำสั่ง หนังสือเวียน ระเบียบ แบบแผน นโยบาย หรือการตีความ ทั้งนี้ เฉพาะที่จัดให้มีขึ้นโดยมีสภาพอย่างกฎ เพื่อให้มีผลเป็นการทั่วไปต่อเอกชนที่เกี่ยวข้อง
5.ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด

26. สถานที่ขอดูข้อมูลข่าวสาร เช่นสำเนาบัตรประชาชนอยู่ที่ไหน
ตอบ สำนักทะเบียนจังหวัด สำนักทะเบียนอำเภอ สำนักทะเบียนท้องถิ่น

27. ตามมาตรา 15 หลักเกณฑ์การดำเนินการข้อมูลข่าวสารไม่เปิดเผยอย่างไร
ตอบ มี 7 กรณี คือ
ก.เปิดเผยแล้วกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือการคลังของประเทศ
ข.เปิดเผยแล้วอาจทำให้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพหรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้
ค.ความเห็นหรือข้อแนะนำภายในหน่วยงานของรับในการดำเนินการเรื่องหนึ่งเรื่องใด
ง.เปิดเผยแล้วอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของบุคคลหนึ่งบุคคลใด
จ.รายงานทางการแพทย์ที่อาจจะรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร
ฉ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการที่มีกฎหมายคุ้มครองมิให้เปิดเผย
ช.กรณีอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

28. คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารฯ มีอะไรบ้าง
ตอบ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ประกอบด้วย รัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
เป็นประธาน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กลาโหม เกษตรและสหกรณ์ การคลัง การต่างประเทศ มหาดไทย พาณิชย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สภาความมั่นคงแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ผู้อำนายการสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง อีก 9 คน โดยมีข้าราชการของสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง เป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ

29. ม.40 กำหนดความผิดถ้าไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารไว้อย่างไร
ตอบ จำคุกไม่เกินสามเดือน ปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

30. แนวคิดรัฐรู้อะไร ประชาชนรู้อย่างนั้น เกิด พ.ร.บ. อะไรขึ้น
ตอบ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540

31. กรณีขอดูข้อมูลข่าวสารพร่ำเพรื่อเจ้าหน้าที่สามารถปฏิเสธได้หรือไม่
ตอบ ได้

32. กรณีข้อมูลไม่ได้อยู่ในหน่วยงานจะบริการประชาชนอย่างไร
ตอบ ให้หน่วยงานของรัฐแนะนำให้ไปยื่น ณ หน่วยงานที่มีข้อมูลข่าวสาร หรือรับคำร้องและส่งไปให้หน่วยงานของรัฐที่มีข้อมูลพิจารณา




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2551 11:05:44 น.
Counter : 8406 Pageviews.  

แนวข้อสอบเกี่ยวกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง

1. พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งพ.ศ. 2541 มีผลใช้บังคับเมื่อใด
ตอบ มีผลบังคับใช้วันที่ 7 มิถุนายน 2541

2.ผู้ใดรักษาการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2541
ตอบ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

3.การประชุมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ต้องมีกรรมการการเลือกตั้งมาประชุมไม่น้อยกว่าเท่าใด จึงถือว่าครบองค์ประชุม
ตอบ ไม่น้อยกว่า 4 ใน 5 ของจำนวนกรรมการการเลือกตั้งที่มีอยู่

4.สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งใครเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด
ตอบ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

5. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจหน้าที่อย่างไร
ตอบ 1)ควบคุมและดำเนินการจัด หรือจัดให้มีการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ
2)ออกประกาศกำหนดการทั้งหลายอันจำเป็นแก่การปฏิบัติตาม กม.ประกอบ รธน.ว่าด้วยการเลือกตั้ง พรรคการเมือง การออกเสียงประชามติ และการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
3)มีคำสั่งให้ ขรก. พนง. หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าอื่นของรัฐ ปฏิบัติการตามความจำเป็น ตาม กม.ประกอบ รธน.ว่าด้วยการเลือกตั้ง พรรคการเมือง การออกเสียงประชามติ และการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
4)การออกแนวทางเป็นข้อกำหนดให้ จนท. ตามข้อ 3)
5) ดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้ง และจัดให้มีบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
6)สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปฏิบัติตาม กม.ประกอบ รธน.ว่าด้วยการเลือกตั้ง พรรคการเมือง การออกเสียงประชามติ และการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
7)สั่งให้มีการเลือกตั้ง หรือออกเสียงประชามติใหม่
8)ประกาศผลการเลือกตั้ง หรือออกเสียงประชามติใหม่
9)ให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข
10)จัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อรัฐสภา

6. คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ให้มีจำนวนเท่าใดต่อหนึ่งจังหวัด
ตอบ กกต.จว ที่มี ส.ว.ไม่เกิน 5 คน มี กกต.จว. ไม่เกิน 5 คน
กกต.จว ที่มี ส.ว. 6-15 มี กกต.จว. ไม่เกิน 7 คน
กกต.จว ที่มี ส.ว.เกิน 15 คน มี กกต.จว. ไม่เกิน 9 คน

7. คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
ตอบ 1)อำนวยการเลือกตั้ง และออกเสียงประชามติ ที่กระทำภายในจังหวัดนั้น
2)เสนอแนะแบ่งเขตเลือกตั้ง ต่อ กกต.
3)รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้มีสิทธิออกเลือกตั้ง หรือผู้มีสิทธิการออกเสียงประชามติ
4)เสนอแนะต่อ กกต. ในการแต่งตั้งบุคคลที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง หรือออกเสียงประชามติ
5)ปฏิบัติงานอื่นที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง หรือออกเสียงประชามติ

8. ในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.นี้ ให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัด และอนุกรรมการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายใด
ตอบ เป็น จพง.ตาม ป.วิอาญา




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2551 10:31:03 น.
Counter : 1274 Pageviews.  

แนวข้อสอบรัฐธรรมนูญ

1.ในการเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ถ้ามีผู้สมัครคนเดียว ผู้ที่จะได้รับการเลือกตั้ง
ตอบ ต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ร้อยละ 20 (ส.ว.ร้อยละ 5)

2. ตำแหน่งใดที่ รธน.กำหนดให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว
ตอบ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการ ป.ป.ช. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา (ส่วน ส.ว. ห้ามดำรงตำแหน่งในวาระติดต่อกัน)

3.เมื่ออายุสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ภายในกี่วัน
ตอบ 45 วันนับแต่วันสิ้นสุดลง (ที่น่าสนใจ คือ ส.ว.ครบวาระเลือกภายใน 30 วัน ส่วนยุบสภา ว่างลงเพราะเหตุอื่น เลือกภายใน 45 วันเหมือนกัน)

4. การแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งองคมนตรี ผู้รับสนองพระบรมราชโองการคือผู้ใด
ตอบ ประธานองคมนตรี

5. ตำแหน่งใดบ้างที่ ประธานรัฐสภา เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการหรือประกาศพระบรมราชโองการ
ตอบ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

6. ตำแหน่งใดบ้างที่ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการหรือประกาศพระบรมราชโองการ
ตอบ ผู้นำฝ่ายค้าน และนายกรัฐมนตรี

7. ตำแหน่งใดบ้างที่ ประธานวุฒิสภา เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการหรือประกาศพระบรมราชโองการ
ตอบ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการ ป.ป.ช. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

8.บุคคลกลุ่มใดบ้าง ที่มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือและบริการจากรัฐตามรัฐธรรมนูญ
ตอบ เด็กและเยาวชนที่ไม่มีผู้ดูแล ผู้ยากไร้ บุคคลซึ่งมีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ บุคคลซึ่งพิการหรือทุพพลภาพ

9.ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเวลากี่วัน
ตอบ 105 วัน (ส.ส.) และ 20 วัน (ส.ว)

10.การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีของสภาผู้แทนราษฎร จะต้องมีผู้เข้าชื่อจำนวนเท่าใด จึงจะเปิดอภิปรายได้
ตอบ ไม่น้อยกว่า 2 ใน 5 ของจำนวน ส.ส. เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร แต่ถ้าเป็นรัฐมนตรี ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5

11.สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีจะต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. ในวันใด
ตอบ วันถัดจากวันที่ครบ 30 วัน นับแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง
พระบรมราชโองการแต่งตั้ง |…… 30 วัน………| วันพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.

12.ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 1 ระบุไว้ว่า
ตอบ มาตรา 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้
มาตรา 2 ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

13.รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันประกาศใช้เมื่อใด
ตอบ 11 ตุลาคม 2540 นับเป็นฉบับที่ 16

14.ประธานรัฐสภา มาจาก
ตอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา เป็นรองประธานรัฐสภา

15.พระราชบัญญัติจะตราขึ้นได้โดยคำแนะนำ และยินยอมของใคร
ตอบ รัฐสภา

16.ตามรัฐธรรมนูญ 2540 กำหนดให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กี่คน
ตอบ 500 คน ประกอบด้วยมาจากแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 บัญชีรายชื่อ 100 คน

17. ตามรัฐธรรมนูญ 2540 กำหนดให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีวาระการดำรงตำแหน่งกี่ปี
ตอบ 4 ปีนับแต่วันเลือกตั้ง

18.การเลือกตั้ง การเปิดสมัยประชุมสภา และการยุบสภา ต้องตราเป็น
ตอบ พระราชกฤษฎีกา

19.หลังยุบสภาต้องเลือกตั้งใหม่ภายในกี่วันนับแต่วันยุบสภานั้น
ตอบ 60 วัน ครบวาระ 45 วัน

20.สมาชิกวุฒิสภามีจำนวนทั้งสิ้นกี่คน
ตอบ 200 คน วาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี

21.วุฒิสมาชิกต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า
ตอบ 40 ปี ส.ส. ไม่ต่ำกว่า 25 ปี รมต.ไม่ต่ำกว่า 35 ปี

22.คณะกรรมการการเลือกตั้งมีกี่คน
ตอบ 5 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 7 ปี ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว

23.การประชุมครั้งแรกนับแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องจัดให้มีการประชุมภายในกี่วัน
ตอบ 30 วัน


24.ผู้มีสิทธิเสนอร่างพระราชบัญญัติ
ตอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ คณะรัฐมนตรี

25.วุฒิสภาต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอมาให้แล้วเสร็จภายในกำหนดกี่วัน
ตอบ 60 วัน (ถ้าเป็นร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 20 วัน)

26.ตามรัฐธรรมนูญ 2540 กำหนดให้มีคณะรัฐมนตรีได้ไม่เกินกี่คน
ตอบ 36 คน (นายกรัฐมนตรี 1 คนและรัฐมนตรีไม่เกิน 35 คน)

27. เมื่อเรียกประชุมสภาครั้งแรกแล้ว จะต้องตั้งนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน
ตอบ 30 วัน

28.เมื่อได้เข้ารับหน้าที่รัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาภายในกี่วัน
ตอบ 15 วัน

29.ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยประธานและตุลาการอื่น รวมกี่คน
ตอบ 15 คน อายุไม่ต่ำกว่า 45 ปี ไม่เกิน 70 ปี วาระ 9 ปี และดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว

30.ตามรัฐธรรมนูญ 2540 กำหนดให้มีสมาชิกสภาท้องถิ่น มีวาระการดำรงตำแหน่งกี่ปี
ตอบ 4 ปี

31.การถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นจะต้องมีคะแนนเสียงเท่าไรของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาลงคะแนน
ตอบ ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4

32.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติดำรงตำแหน่งคราวละกี่ปี
ตอบ 9 ปี มี 9 คน อายุไม่ต่ำกว่า 45 ปี ไม่เกิน 70 ปี และดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว

33.การเข้าชื่อของประชาชนเพื่อถอดถอนข้าราชการการเมืองออกจากตำแหน่ง ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า
ตอบ 50,000 คน

34.ผู้ที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ 2540 คือ
ตอบ สภาร่างรัฐธรรมนูญ

35. รัฐธรรมนูญ 2540 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ
ตอบ 11 ตุลาคม 2540 และประกาศใช้ในวันเดียวกัน โดยมีประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

35. คณะองคมนตรี มีจำนวนเท่าใด
ตอบ 19 คน

36.ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้ง หรือให้พ้นจากตำแหน่งของประธานองคมนตรี คือผู้ใด
ตอบ ประธานรัฐสภา

37. การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นการทั่วไปต้องตราเป็น
ตอบ พระราชกฤษฎีกา (ภายใน 30 วัน)

38. การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา กรณีว่างลง เลือกตั้งภายใน
ตอบ ภายใน 45 วัน นับแต่วันที่มีเหตุให้ว่างลง

39. ร่างพระราชบัญญัติ จะเสนอได้โดย
ตอบ ผู้มีสิทธิเสนอร่างพระราชบัญญัติ คือ
1.ส.ส.(พรรคมีมติให้เสนอได้ ส.ส.20 คน ลงชื่อให้การรับรอง) /คณะ รมต.
2.สภาพิจารณา เมื่อสภาเห็นชอบแล้ว
3.ส่งให้วุฒิสภาพิจารณาร่าง ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน
4.แล้วส่งให้ นายก รมต. เสนอในหลวงภายใน 20 วัน หากไม่ทรงเห็นชอบภายใน 90 วัน หรือไม่ประทานคืนลงมา
5.สภาพิจารณาใหม่ และลงมติด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 แล้วเสนอเพื่อโปรดลงนามอีกครั้งหนึ่ง ถ้าพ้น 30 วันไม่ประทานคืนลงมา
6.นายก รมต.ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็น พ.ร.บ.ได้

40. หน่วยงานใหม่ตามรัฐธรรมนูญ ปี 2540 มีอะไรบ้าง
ตอบ สนง.กกต. สนง.ศาล รธน. สนง.ศาลปกครอง สนง.ปปช.

41.จำนวน ส.ส. มีอัตราส่วนเท่าไร ในการเลือกตั้งทั่วไปกับระบบบัญชีรายชื่อ
ตอบ 400 : 100 1 : 4

42. คนไทยมีสิทธิการเลือกตั้ง ส.ส.กี่เสียง
ตอบ 1 เสียง

43. สิทธิของคนไทยมีอะไรบ้าง
ตอบ ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพ โดยไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย
ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย
เสรีภาพในเคหสถาน การเดินทาง เลือกถิ่นที่อยู่ นับถือศาสนา
การสื่อสารถึงกันโดยทางที่ชอบด้วยกฎหมาย เสรีภาพในการประกอบการหรืออาชีพ
เสรีภาพในการคิดเห็น พูด เขียน พิมพ์ โฆษณา ได้รับบริการสาธารณสุขที่มาตรฐาน
เสรีภาพในวิชาการ 60 ปี ไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ
รับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี สิทธิได้รับข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะ
ชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ รวมกันเป็นสมาคม สหภาพ สหพันธ์ ฯลฯ
รวมกันจัดตั้งพรรคการเมือง สิทธิของบุคคลในทรัพย์สินย่อมได้รับการคุ้มครอง


44. วิธีการเลือกตั้ง ส.ส. มีอย่างไร
ตอบ แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ

45. จำนวน ส.ว. และวิธีเลือกอย่างไร
ตอบ 200 คน และใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง

46. คุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ส. มีอะไรบ้าง
ตอบ อายุ 25 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง จบปริญญาตรี ไทยโดยการเกิด สมาชิกพรรคการเมืองอย่างน้อย 90 วันก่อนวันสมัคร และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน 1 ปี หรือเคยเป็น ส.ส.ในจังหวัดนั้น หรือเคยศึกษาไม่น้อยกว่าสองปีการศึกษา หรือเคยรับราชการหรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตจังหวัดนั้นไม่น้อยกว่าสองปี

47.คุณสมบัติของรัฐมนตรีมีอะไรบ้าง
ตอบ ไทยโดยการเกิด อายุ 35 ปีบริบูรณ์ จบปริญญาตรี

48.รัฐธรรมนูญ ปี 40 กำหนดให้มีกี่ศาล อะไรบ้าง ศาลที่ตั้งใหม่คืออะไร
ตอบ 4 ศาล คือ ศาล รธน. ศาลยุติธรรม(3 ชั้น) ศาลปกครอง(2 ชั้น) และศาลทหาร

49.หน้าที่ของชนชาวไทยมีอะไรบ้าง
ตอบ -รักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข -ปฏิบัติตามกฎหมาย -ใช้สิทธิเลือกตั้ง
-ป้องกันประเทศ รับราชการทหาร เสียภาษีอากร อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
-ศิลปะวัฒนธรรมของชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2551 10:29:52 น.
Counter : 5276 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

tingnoy
Location :
มหาสารคาม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




สวัสดีคะผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมบล็อคแห่งสาระดีๆ และความรู้หลากหลายแห่งนี้คะ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวม และผู้ที่เตรียมตัวในการสอบที่มีเวลาน้อยสามารถนำแนวข้อสอบเหล่านี้ไปใช้ประกอบในการสอบได้นะคะ รวมทั้งเจ้าของบล็อคเอง ก็กำลังพยายามสู้ๆ กับการสอบคะ เป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะคะสอบได้กันทุกคนคะ*-*
ปล.จะพยายามอัพข้อมูลลงเรื่อยๆนะคะ ติดตามเข้ามาชมได้ตลอดคะ..........
สำหรับผู้ที่เข้าเยี่ยมชมบล็อคกันแล้วขอแค่คำขอบคุณนะคะผู้ทำจะได้มีกำลังใจหาเนื้อหามาลงให้ค่ะ
Wellcome to my blog
Friends' blogs
[Add tingnoy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.