Group Blog
 
All Blogs
 

ซ่อมบ้านก่อนขาย...ผลกำไรเกินควรเกินค่า

Repairs Before Selling Return Rewards
By Elizabeth Weintraub
Smiley
แปลและเรียบเรียงโดย : น้อมเศียรเกล้า




การซ่อมแซมบ้านก่อนการขาย นั่นทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นก็จริง และการซ่อมแซมอย่างไร จึงจะทำผลกำไรตอบแทนอย่างมหาศาล นั่นเป็นคำถามที่หลายๆคนอยากรู้คำตอบ อย่างไรก็ตามการทำผลกำไรที่คุ้มค่า นั่นก็อาจขึ้นกับหลายปัจจัยต่อต่อไปนี้ เช่น

-อายุของบ้าน
-ทำเลที่ตั้ง
-ความเฟื่องฟูหรือซบเซาของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ช่วงนั้น
-คู่แข่ง ฯลฯ

เหล่านี้ไม่ใช่ปัจจัยตายตัวแต่ เป็นแนวทางพื้นฐานที่ใช้คาดการณ์สำหรับบ้านทุกๆหลัง สำหรับในประเทศไทยลองศึกษาแนวโน้มและสถานการณ์ อสังหาริมทรัพย์ได้ที่ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ โทร 02-2021768
หรือ เว็บไซด์ //www.reic.or.th


การซ่อมพื้น


พื้นบ้านมีหลายประเภทเช่นพื้นไม้จริง พื้นไม้ลามิเนต พื้นกระเบื้อง หรือพื้นไม้ปาร์เก้ ฯลฯ พื้นไม้อัดอาจใช้เวลาอย่างรวดเร็วในการติดตั้ง อาจปูพรมเข้าไปเพิ่มเติมได้ และไม่เสียค่าใช้จ่ายเกินควร

พื้นไม้จริง
ถ้าบ้านของคุณเป็นพื้นไม้จริง นั่นคือสิ่งที่ลูกค้าจะต้องชื่นชอบ คุณอาจลงทุนในการขัดเงามันใหม่

พื้นไม้อัด

ถ้าบ้านของคุณมีพื้นไม้อัดที่ถูกปูทับด้วยพรม ลองพิจารณาเปลี่ยนพรมใหม่ เลือกสีโทนกลาง อย่างสีน้ำตาลอ่อน หรือสีโทนกลางอื่นๆ จะช่วยทำให้บ้านน่าซื้อมากขึ้น

พื้นกระเบื้อง

ให้นำกระเบื้องแผ่นที่แตกหรือเสียหายออก ทำความสะอาดและยาแนวกระเบื้องเสียใหม่ อย่าถึงกับรื้อกระเบื้องออกทั้งหมดเพราะนั่นจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายมาก ยกเว้นต้องการทำให้เกิดความสวยงามและ จุดเด่นบริเวณเฉพาะทางเข้าเป็นต้น

การทาสีเพดานและฝาผนัง

เชื่อไหมว่าผู้ซื้อมักมองแล้วมองเล่าไปยังเพดาน บ่อยครั้งเกินกว่าที่คุณจะคาดคิด พวกเขาคอยจ้องหารอยรั่ว และข้อบกพร่องบนเพดาน และคุณคงไม่อยากให้พวกเขาเจอกระเบื้องมุงหลังคาที่แตก หรือ ร้าวหรือสกปรกเป็นคราบแน่ๆ แม้รอยเปื้อน รอยด่างบนผนังก็เช่นกัน

อะไรก็ไม่ให้ความรู้สึกใหม่เท่ากับบ้านที่มีผนังซึ่งถูกทาสีใหม่สดใส !!! และนี่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุด ใช้เทปไฟเบอร์กลาสปิดรอยแตก ฉาบฉาบปูน และปิดมันด้วยสีทาบ้านโทนกลาง เช่น สีน้ำตาลสว่าง อย่างสีของกาแฟนม เป็นต้น

วอลล์เปเปอร์

ไม่ใช่ว่าลูกค้าทุกคนจะไม่ชอบ วอลล์เปเปอร์ เพียงแต่พวกเขาไม่ชอบวอลล์เปเปอร์ของคุณ เพราะนั่นมันแสดงออกถึงความเป็นตัวตนของคุณ ไม่ใช่ของพวกเขา นำวอลล์เปเปอร์ออก โดยใช้น้ำยาลอกวอลล์เปเปอร์ที่ราคาไม่แพง

กรอบหน้าต่าง

ถ้าไม่ใช่ไม้จริง คุณสามารถทาสีกรอบหน้าต่างของคุณใหม่ได้ โดยเลือกสีโทนกลาง

การปรับปรุงห้องครัว

ตู้คาร์บิเน็ตในห้องครัวส่วนมากมีราคาสูง ถ้าคุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมันนั่นจะทำให้คุณประหยัดขึ้นมาก

แต่คงจะไม่ดีแน่ ถ้าตู้คาร์บิเน็ตเก่าจนไม่ได้ความ แล้วคุณยังมันขายพร้อมกับบ้าน เพราะนั่นอาจจะทำให้บ้านของคุณขายไม่ได้..ก็ได้

การปรับปรุงห้องครัวใหม่ ทำกำไรเกือบ 100 % แต่ห้องครัวแบบ HIGH END อาจจะได้กำไรไม่คุ้มค่าเท่า ห้องครัวขนาดเล็กหรือขนาดปานกลางและแน่นอนลูกค้าคงไม่อยากจ่ายเพิ่มสำหรับค่า ตู้เย็นบิวท์อิน พื้นหินอ่อนทราโวทีน เตาไฟ 8 หัว หรือ อ่างล้างจานสุดหรูแบบ HIGH END เป็นแน่

ตู้คาร์บิเน็ต

เปลี่ยนพื้นผิว คาร์บิเน็ตเป็นการลงทุนที่น่าสนใจ เช่นการติดไม้วีเนียร์บางๆบนพื้นผิวหรือ การเปลี่ยนอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เช่นมือจับ กลอน หรือประตูไม้

เคาน์เตอร์ อ่างล้างจาน หัวก๊อก

ไม่จำเป็นที่ต้องติดตั้ง เคาน์เตอร์หินแกรนิต เพียงติดตั้งอ่างล้างจานธรรมดาก็สามารถขายบ้านได้ แน่นอนว่าลูกค้าจะไม่สนบ้านที่อ่างตัน หรือหัวก๊อกรั่ว

การปรับปรุงห้องอาบน้ำ

การปรับปรุงห้องน้ำ เป็นสิ่งที่ให้ผลกำไรเกินควรเกินค่า พื้น ไฟ และอุปกรณ์ต่างๆ ต้องได้รับการเปลี่ยนใหม่

หลังคาและบริเวณรอบนอก

ถ้าจะต้องเปลี่ยนหลังคาใหม่ คุณจะต้องยอมรับเถอะว่าต้องเผชิญกับความเหนื่อยและยุ่งยาก

อย่างไรก็ตามมันอาจใช้เวลาแค่ 1-2 วัน ในการนำกระเบื้องหลังคาออก แต่ก็คุ้มค่าเพราะผู้ซื้อจะหลีกเลี่ยงบ้านที่ต้องปรับปรุง/ซ่อมหลังคา หลังจากซื้อขาย

ข้อแนะนำสำหรับภายนอก

-ซ่อมรอยแตกบนทางเดิน
-ราดยางถนน (เช่นบ้านที่เป็นคฤหาสน์)
-ปลูกดอกไม้
-เปลี่ยนลูกบิดประตู
-ซ่อมหรือทาสีรั้ว



โดยสรุป ผู้สนใจมักจะซื้อบ้านหลังที่ไม่ต้องซ่อมแซมอะไรเพิ่มเติมมากมาย รวมทั้งเพิ่งมีการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ๆ เช่นไฟ ปั้มน้ำ ยิ่งสะดวกสบายและ ยิ่งพร้อมอยู่เท่าใด ก็ยิ่งดีเท่านั้น

SmileySmiley




 

Create Date : 11 ตุลาคม 2555    
Last Update : 11 ตุลาคม 2555 23:10:56 น.
Counter : 2440 Pageviews.  

ไอเดีย การดัดแปลงโคมไฟระย้าเก่าๆ เพื่อการตกแต่ง โดย P. Allen Smith


คลิปวีดีโอ "ไอเดียการ ดัดแปลงโคมไฟระย้าเก่าๆ เพื่อการตกแต่ง โดย P. Allen Smith




 

Create Date : 28 กันยายน 2555    
Last Update : 28 กันยายน 2555 16:31:32 น.
Counter : 1072 Pageviews.  

การแต่งบ้านเพื่อต้อนรับ "สมาชิกน้อยๆคนใหม่"ของครอบครัว [DECORATION FOR NEWBORN]

Decortation for Newborn

รวบรวมเรียบเรียงโดย : น้อมเศียรเกล้า

SmileySmiley

Smiley

ปีนี้ปีมังกรค่ะ ครอบครัวเชื้อสายจีน และ ถึงไม่ใช่เชื้อสายจีน ส่วนใหญ่เชื่อว่า..ปีนี้เป็นปีดี หลายๆครอบครัวจึงเลือกที่จะให้น้องเกิดกันในปีมังกรนี้

การเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้นั้น มิใช่แค่อยู่ที่การเลือกปีเกิดให้กับน้องๆ อย่างที่หลายๆคนเข้าใจ แต่ขึ้นกับองค์ประกอบหลายอย่าง เช่นการเลี้ยงดูของผู้ที่เป็นพ่อ-แม่ และ สิ่งแวดล้อมเป็นต้น

การได้พักอยู่ในที่อาศัยที่เหมาะสม ถูกสุขลักษณะ สะดวก และปลอดภัยจัดว่าเป็นสัปปายะสถาน คือถิ่นที่เหมาะสมอันเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จะช่วยให้น้องๆ เจริญเติบโตอย่างมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี ผู้เขียนขอมอบของขวัญให้เด็กเกิดใหม่ทุกคน ด้วยบทความเรื่อง การแต่งบ้านเพื่อต้อนรับ สมาชิกน้อยๆคนใหม่ของครอบครัว ค่ะ

 

Smiley

 

 

Welcome Baby to our world

 how brave of you to come.

We are here to welcome you

   as your journeys just begun.

การตกแต่งห้อง หรือ บ้านเพื่อต้อนรับชีวิตน้อยๆคนใหม่ เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้ที่เป็นพ่อและแม่ เพราะว่าช่างมีทางเลือกในการตกแต่ง ที่หลากหลายเหลือเกินสำหรับชีวิตน้อยๆนั้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัย และความสบาย รวมทั้งจะต้องเป็นสถานที่ ที่สงบและให้ความรู้สึกผ่อนคลายแก่ทารกน้อย

สำหรับครอบครัวที่มีพื้นที่ในบ้านจำกัด ไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลในการเตรียมพื้นที่ ขนาดใหญ่เป็นห้อง แต่สามารถเลือกมุมใดมุมหนึ่งของบ้าน จัดแต่งไว้ใช้ต้อนรับ และเลี้ยงดูเขาได้เช่นกัน

สิ่งที่ต้องจัดเตรียม

  Smiley สีทาบ้าน

  Smiley ผ้าม่าน

 Smileyเฟอร์นิเจอร์ และ ของตกแต่ง 

 Smiley  ของเล่นเด็ก

 

วิธีการ

1.เลือกรูปแบบการตกแต่งให้น้อง

 เจ้าตัวน้อยแรกเกิดอาจจะยังไม่สามารถตัดสินได้เองว่า พวกเขาชอบสไตล์การตกแต่งแบบไหน ดังนั้นการตกแต่งห้องให้เจ้าตัวน้อยนั้น นอกจากต้องสามารถตอบสนองความต้องการในการใช้งานเป็นหลักแล้ว สุนทรียภาพที่เกิดจากการตกแต่งที่ดี จะช่วยให้ ทั้งคุณพ่อ คุณแม่รู้สึก และลูกรัก(ที่เริ่มใช้ประสาทสัมผัสได้ รู้สึกสบายตา และสบายใจ

คิดรูปแบบการตกแต่งที่เข้ากับ เจ้าตัวน้อย เป็นต้นว่า ถ้าเขาเป็นเด็กผู้หญิง ก็ให้เลือกลวดลายจำพวก ดอกไม้ ผีเสื้อ ดวงดาว นางฟ้ามีปีก สำหรับเด็กผู้ชายอาจจะเลือกลวดลายอย่าง รถไฟ สัตว์เลี้ยง เช่น ม้า ห้วงอวกาศ หรือทะเล เป็นต้น การคิดรูปแบบ (ธีม)การตกแต่งไว้ก่อนล่วงหน้า ย่อมสามารถทำให้สามารถเลือกของตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์อย่างอื่นได้ง่ายขึ้น

 

 

2. เลือกสีทาบ้านแบบวอเตอร์เบส และใช้โทนสีที่ ดูสงบ แต่อ่อนหวานน่ารัก เช่นสีเขียวอ่อน สีฟ้า ควรทาสีผนังไว้ล่วงหน้า ก่อนน้องกลับจากโรงพยาบาลเข้ามาอยู่ที่บ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงกลิ่นและสารเคมีซึ่งเป็นอันตราย

  

3.ทางเลือกพื้นห้องมีหลายแบบ เช่นพื้นไม้ หรือกระเบื้อง

4.คุณอาจตกแต่งเพดานให้ สวยงามและมีความพิเศษยิ่งขึ้น เช่นติดโมบาย เนื่องจากเจ้าตัวน้อยยังต้องนอนแบเบาะอยู่เป็นเวลานาน และการมองสิ่งที่อยู่บนเพดานจะกระตุ้นพัฒนาการของพวกเขา แต่ต้องเช็คให้มั่นใจว่ามันจะไม่หล่นร่วงลงมาด้วย

 ชมไอเดียที่นี่

 //www.flickriver.com/groups/1214638@N23/pool/interesting/

 

5.

5.ติดตั้งผ้าม่านที่มีความสะอาด และสีที่สบายตา

6.จัดหา /ติดตั้ง Night Light ที่น่ารักๆ

วิธีการเลือกเฟอร์นิเจอร์

เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่แข็งแรง ทนทาน และต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับเด็ก สิ่งที่หนูน้อยต้องการได้แก่

Smiley เตียงเด็กอ่อนพร้อมชุดกั้น

Smiley เก้าอี้สบายๆ ที่คุณแม่จะนั่งกับลูกน้อยยามให้นม

Smiley เก้าอี้โยกกล่อมลูก

Smiley ตู้เสื้อผ้า

 Smiley โต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อม ฯลฯ

 

เตียงเด็กนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดกว่าเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ เมื่อน้องๆโตขึ้นก็ต้องเปลี่ยนจากเตียงเด็กอ่อน เป็นเตียงสำหรับเด็กอายุ 1-3 ขวบ ซึ่งมีรูปร่างและฟังก์ชันการใช้งานที่ต่างออกไป เตียงเด็กอ่อน สมัยใหม่จำนวนไม่น้อยสามารถทำเป็นเตียงเด็ก อายุ 1-3 ขวบได้ไม่ยาก และที่นอนของน้องควรเลือกชนิดอย่างดี และเหมาะสมกับขนาดของเตียง

Tips

1.อย่าวางเตียงเด็กไว้ใกล้หน้าต่างแต่จัดวางเข้าชิดกำแพง ยึดเฟอร์นิเจอร์เด็กไว้ให้แน่นหนา เพราะเมื่อพวกเขาโตขึ้นอาจบาดเจ็บจากการที่เฟอร์นิเจอร์ล้มคว่ำ  

 2.พ่อแม่มือใหม่อาจคิดว่าเฟอร์นิเจอร์ของลูกน้อยคนแรก ต้องเป็นของใหม่ทั้งหมด และต้องมีสีสันสดใสแบบเด็กเท่านั้น  

....แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างนั้นเสมอไป การนำเฟอร์นิเจอร์ ที่มีอยู่แล้วในบ้าน เช่นเฟอร์นิเจอร์ไม้ มาประยุกต์ใช้ เช่น คาร์บิเน็ต ตู้เสื้อผ้า โคมไฟ กรอบรูป ฯลฯ สามารถช่วยให้ประหยัดได้ เพียงแต่ประดับพวกมันด้วยตุ๊กตาหรือผ้าสีสันสดใส สำหรับโคมไฟอาจทาสีใหม่

3. เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีฟังก์ชั่นการทำงานที่ปรับเปลี่ยนได้ เช่นโต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อม ซึ่งใช้เป็นที่เปลี่ยนผ้าอ้อมและวางของต่างๆของน้อง เมื่อน้องโตขึ้นสามารถนำเป็นตู้คาร์บิเน็ตเก็บของใช้ผู้ใหญ่

 

การจัดเรียงเฟอร์นิเจอร์ในห้องนอนของเจ้าตัวน้อย

By Eric Love.

Smiley

1.พิจารณาว่าผนังด้านใดได้รับเสียงจอแจจากนอกบ้าน หรือ จากห้องอื่นๆของบ้านน้อยที่สุด เลือกผนังด้านนั้น ไว้วางเตียงนอนของเจ้าตัวน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงเสียงดังที่จะปลุกเขาขึ้นมาจากการนอนฝันหวาน นอกจากนี้ต้องตรวจสอบว่า มีแสงสว่างที่จ้าเกินไป ส่องมายังที่นอนของเขาหรือไม่

2.วางตู้เสื้อผ้าไว้ใกล้โต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อม หรือเลือกซื้อวางถาดที่เปลี่ยนผ้าอ้อมไว้บนตู้เสื้อผ้า

3.วางโต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อมไว้ด้านที่สะดวกและใกล้กับประตู เพื่อให้คุณพ่อและคุณแม่เปลี่ยนผ้าอ้อมได้อย่างรวดเร็วเมื่อนำลูกน้อยมาจากห้องอื่นๆ  

4.วางเก้าอี้โยกไว้ใกล้เตียงเด็กพอประมาณ แต่ไม่ใกล้จนเกินไป เพื่อว่าจะได้อุ้มลูกน้อยลงเตียงได้เร็วและง่าย เมื่อเขาผลอยหลับ

5.ไม่วางโต๊ หรือ ตู้ใดๆ หรือโคมไฟตั้งพื้น ใกล้เตียงลูก เนื่องจากเมื่อเขาเริ่มยืนได้ จะได้ไม่คว้าสิ่งของที่อยู่บนตู้/โต๊ะ หรือที่ใกล้มือ

6.ไม่ติดตั้งหิ้งใดๆ ไว้เหนือเตียงนอนของลูกรัก

Smiley

การตกแต่งพื้นที่รอบๆบ้าน

เพิ่มความสดใส และประกาศให้ใครๆทราบว่า บ้านนี้มีเจ้าตัวน้อยแล้วนะ !!! Smiley โดยเลือกประดับของตกแต่งที่สดใสไว้หน้าบ้าน เช่น ติดกังหันลมสีสันสดใสไว้หน้าประตูรั้ว ติดป้าย/ช่อดอกไม้ WELCOME BABY ไว้ที่หน้าประตู(ไม่ค่อยจะเห่อเลย )ติดธงปลาคาร์ฟญี่ปุ่น ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ และมีความหมายเกี่ยวข้องกับเด็กชายและเด็กหญิง

  

ตัวอย่างแบบที่ 1 ติดหน้าประตูรั้ว

ตัวอย่างแบบที่ 2 ติดหน้าประตูรั้ว/ประตูบ้าน

ตัวอย่างแบบที่ 3 แขวนธงปลาคาร์ฟแบบญีปุ่น

 

อัลบั้มรูปให้แรงบันดาลใจ คลิก

 //www.inspirationalbum.com/ideas-for/nursery-4&page=3

 *************

Smiley ขอขอบคุณข้อมูลจาก ehow.com,  About.com etc.

และ ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

 




 

Create Date : 25 สิงหาคม 2555    
Last Update : 25 สิงหาคม 2555 17:52:37 น.
Counter : 5940 Pageviews.  

สารพัดเทคนิคการประดับฝาผนัง [ภาพถ่าย โคมไฟ กระจก หิ้งน้อยๆ ฯลฯ]


ต่อไปนี้ คือวิธีการประดับของตกแต่งบนฝาผนัง ซึ่งจะตอบคำถามเกี่ยวกับ วิธีการเลือกของประดับ ตำแหน่งการติดตั้งที่เหมาะสม เทคนิคการใช้ภาพเพื่อแก้ไขจุดด้อยในบ้าน ฯลฯ


From :Tips for Hanging Art
Author: Coral Nafie

แปลและเรียบเรียง : น้อมเศียรเกล้า


โดยทั่วไปการประดับของตกแต่งบนฝาผนังมีหลักเกณฑ์ง่ายๆ คือต้องให้จุดกึ่งกลางของภาพหรือกลุ่มภาพอยู่ในระดับสายตาของคนปรกติ พยายามจัดภาพทั้งหมดเป็นกลุ่มเดียว โดยทดลองจัดเรียงของตกแต่งเหล่านั้นลงบนโต๊ะขนาดใหญ่ หรือวางบนพื้น สลับตำแหน่งไปมา จนกว่าทุกอย่างจะดูลงตัวจนคุณพอใจ หรือลองร่างภาพบนกระดาษก็เป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถใช้ได้ดี หรือติดเทปใสที่พื้นสองจุด เพื่อจำลองความกว้างของผนัง และทดลองวางของตกแต่ง ระหว่างกลาง ตำแหน่งทั้งสอง (ในกรณีที่ผนังนั้นมีความกว้างไม่มาก นอกจากนี้เมื่อจะตอกตะปูเพื่อแขวนภาพหรือของตกแต่งให้ทำจุดสังเกตุ โดยใช้เทปใสติดไว้เป็นสัญลักษณ์บนผนัง ณ จุดที่ต้องการ



Smiley เทคนิค/ ข้อควรพิจารณาที่ใช้ในการตกแต่งผนัง



1. ขนาดภาพกับขนาดผนัง


วิธีนี้ เลือกขนาดของภาพที่จะใช้ประดับผนังให้มีความสัมพันธ์กับขนาดของผนัง กล่าวคือถ้าผนังใหญ่ควรเลือกภาพขนาดใหญ่ ถ้าผนังมีขนาดเล็กควรเลือกภาพขนาดเล็ก

จากภาพตัวอย่างเป็นการประดับผนังสูง ด้วยภาพขนาดเล็ก 6 ภาพที่เรียงในลักษณะ แนวดิ่ง




2. ขนาดของตกแต่งกับขนาดเฟอร์นิเจอร์


โดยทั่วไปภาพแขวนผนัง ที่แขวนไว้เหนือเฟอร์นิเจอร์ไม่ควรมีความยาวมากกว่าขนาดของเฟอร์นิเจอร์ ดังตัวอย่างภาพข้างล่างแสดงให้เห็นว่าขนาดของภาพติดผนังมีความยาวน้อยกว่าคอนโซลซึ่งอยู่ด้านล่างของภาพ

ขนาดของภาพที่เหมาะสมโดยปรกติ คือมีความยาวเป็น 75% ของความยาวโต๊ะที่อยู่ตำแหน่งด้านล่าง



3. เทคนิคการประดับโคมไฟผนังและหิ้งเล็ก

โคมไฟผนัง

ประดับโคมไฟผนังที่ทางเดินในห้องโถงจะช่วยเพิ่มความสว่างและทำให้ของตกแต่งผนังมีความสวยงามดึงดูดใจมากยิ่งขึ้น



หิ้งเล็ก

การประดับหิ้งเล็กบนผนังที่ความกว้างไม่มากนักเป็นสิ่งน่าสนใจ โดยสามารถติดภาพเหนือหิ้งและวางของตกแต่งบนหิ้งก็ได้



4.เทคนิคการเลือกสี

ตรวจสอบว่าสีห้องของคุณเป็นสีโทนกลาง สีพาสเทล สีสดใส สไตล์เป็นทางการ ทันสมัย หรือย้อนยุค จะช่วยทำให้การประดับผนัง ง่ายขึ้น

การใช้สี

เลือกสีที่ของภาพชุดที่กลมกลืนไปกับผนังและเฟอร์นิเจอร์ในห้องจะทำให้ดูสงบ แต่ถ้าเลือกสีที่ตัดกันจะเพิ่มความสนุกและน่าตื่นเต้น




5.เทคนิคการประดับผนังด้วยภาพทิวทัศน์

ขนาด

ภาพเขียนขนาดใหญ่จะทำให้ห้องดูเรียบง่าย และสามารถเป็นจุดดึงความสนใจ ตัวอย่างภาพการประดับผนังด้วยภาพเขียนเหนือเตาผิง




แก้จุดด้อย

เทคนิคการใช้ภาพทิวทัศน์ตกแต่งผนังซึ่งช่วยเปิดพื้นที่ห้องแล็ก

ภาพทิวทัศน์มุมกว้างจะช่วยเปิดพื้นที่ให้ห้องเล็ก สามารถทำให้เกิดจินตนาการ และการมองเห็นซึ่งเสมือนว่ากว้างไกล ตกแต่งภาพทิวทัศน์ในห้องที่ไม่มีหน้าต่าง จะช่วยทดแทนบานหน้าต่างที่ขาดหายไปได้




6.การตกแต่งฝาผนังด้วยเทคนิคการประดับตามแนวดิ่งและแนวนอน

โดยทั่วไปการประดับภาพตามแนวนอนจะทำให้ผนังดูกว้าง ให้ความรู้สึกแบบไม่เป็นทางการ สามารถใช้ตกแต่งห้องที่มีขนาดเล็ก ในขณะที่แนวดิ่งจะใช้ในการประดับตกแต่งแบบเป็นทางการ ทำให้เพดานดูสูงขึ้น ทั้งยังทำให้เกิดความหรูหรา

 






7. การตกแต่งฝาผนังด้วยเทคนิคการประดับตามแนวทแยง

การประดับผนังด้วยการตกแต่งตามแนวทแยงอาจไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก แต่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ ความตื่นเต้น ความสนุกสนาน เมื่อมีความแตกต่างระหว่างระดับความสูงของพื้นที่ เช่นแนวขั้นบันได เป็นต้น




8.เทคนิคการประดับของตกแต่งบนผนังด้วย การจัดเรียงตามสมมาตร

คำว่า "สมมาตร"หมายถึง การมีสัดส่วนที่รับกัน หรือการมีด้านตรงข้ามหรือมีเหลี่ยมตรงข้ามที่เหมือนกันเมื่อแบ่งครึ่งตรงกลาง

การจัดเรียงแบบสมมาตรจะให้ความรู้สึกเป็นทางการและความรู้สึกสงบ ในขณะที่การจัดเรียงแบบอสมมาตรไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก แต่สร้างความรู้สึกสนุกสนาน


สมมาตร

อสมมาตร



9.เทคนิคการประดับของตกแต่งบนผนังซึ่งมีรูปแบบต่างกัน

ภาพประดับขนาดเล็กถูกจัดเรียงเป็นคู่ในแนวทแยง โดยมีกรอบด้านนอกที่เสมอกัน ทำให้มองดูเป็น เป็น 1 หน่วย



ของตกแต่งที่ขนาดเล็กเช่นนาฬิกา เมื่อนำไปตกแต่งอย่างเดียวดายบนฝาผนังอาจทำให้ดูโหรงเหรงการเพิ่มของตกแต่งประเภทอื่น โดยพยายามจัดให้เข้ากลุ่มเดียวกันจะช่วยให้ดูมีความสมดุลมากยิ่งขึ้น



10.เทคนิคการประดับฝาผนังด้วยการเลือกธีม

ภาพที่นำมาประดับผนังอาจมีความแตกต่างกันก็ได้ซึ่งนั่นทำให้เกิดความดึงดูดสายตามาก การประดับเช่นนี้อาจต้องใช้ภาพขนาดเล็กจำนวนมาก และควรใช้กับบ้านที่ตกแต่งแบบร่วมสมัย หรือบ้านของคุณเอง การตกแต่งลักษณะแบบนี้นอกจากภาพ อาจนำโปสเตอร์ภาพยนตร์ หรือภาพชุดของศิลปินต่างๆ มาใช้ ก็ได้เช่นกัน




11.การประดับฝาผนังด้วยทางเลือกที่หลากหลาย

ลองใช้เครื่องประดับอย่างอื่น นอกเหนือจากกระจก ภาพและนาฬิกา เพื่อสร้างความหลากหลายในการตกแต่ง เช่นช่อมาลัยแบบตะวันตก




12.การประดับฝาผนังแบบต่ำ

ไม่จำเป็นต้องประดับตำแหน่งสายตาเสมอไป การแขวนภาพเหนือโต๊ะข้างเตียงนอนเด็กๆ เป็นต้น เป็นสิ่งที่สามารถทำได้




13.เทคนิคการเลือกรูปทรงและสี ของกรอบภาพ

เสริมลูกเล่นด้วยการใช้กรอบภาพที่หลากหลายเข้ามารวมเป็นกลุ่มเดียวกัน ทำให้ผนังดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น



การเลือกสีกรอบที่ตรงข้ามกับสีของผนัง หรือเลือกกรอบที่สีเข้มกว่า จะทำให้ภาพดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น



14.เทคนิคการประดับผนังด้วยสิ่งของตกแต่งทางสถาปัตยกรรม

ประดับผนังด้วยกรอบหน้าต่าง หรือลูกกรง โดยพยายามคัดเลือกรูปทรง ขนาด และสีสัน ให้เข้ากับผนังมากที่สุด จะทำให้เกิดความน่าสนใจ




15.เทคนิคเลือกของตกแต่งให้เข้ากับธีมของห้อง

วิธีนี้ เลือกของตกแต่งผนังให้เข้ากับสไตล์การแต่งห้อง




16.เทคนิคการตกแต่งแบบเป็นคู่

การเลือกภาพ ของตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์เป็นคู่ ยังคงเป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยม และผู้คนสนใจเสมอ




17.เทคนิคการประดับที่ให้แรงบันดาลใจ

เลือกภาพวาด ภาพถ่ายที่ให้แรงบันดาลใจ หรือทำให้รำลึกถึงสถานที่ๆน่าประทับใจ ซึ่งเคยได้ไปเยี่ยมเยือนในอดีต





18.เทคนิดประดับภาพ แบบ 3 in 1

นำภาพเล็กๆ 3 ภาพ มารวมในกรอบเดียวกัน ยิ่งทำให้การจัดตำแหน่งและแขวนภาพทำได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น




19.เทคนิคการประดับผนังด้วยภาพการ์ตูน หรือ ศิลปะที่สื่อถึงความสนุกสนาน

ใช้สีสันสดใสสำหรับเทคนิคนี้ ก็เป็นวีธีที่สร้างความสนุกสนานอยู่ไม่น้อย

 

THE END


 






 

Create Date : 08 สิงหาคม 2555    
Last Update : 8 สิงหาคม 2555 17:00:35 น.
Counter : 5417 Pageviews.  

กลวิธีเตรียมบ้านให้พร้อมขาย +++ [ํYOUR FAV]+++



Your Favorite กระทู้แนะนำจากพันทิพ
Smiley





เจ้าของบ้าน
ที่ต้องการขายบ้านทุกคน อยากขายบ้านให้ได้เร็วกันทั้งนั้น นอกเหนือจากการทำประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพแล้ว การเตรียมบ้านให้พร้อมรับแขกซึ่ ง ก็คือ”ว่าที่เจ้าของบ้านคนใหม่” ก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก เพราะถึงแม้การประชาสัมพันธ์จะดีแค่ไหน แต่ถ้าบ้านดูไม่น่าดึงดูดใจตั้งแต่แรก ผู้ซื้อจะไม่ลงจากรถ เพื่อลงมาเยี่ยมชมบ้านของคุณอย่างเด็ดขาด


ดังนั้น..... ใช่ว่าปล่อยบ้านไว้เฉยๆอย่างนั้น และเพียงติดป้ายขายไว้ข้างหน้าจทำให้ขายได้เสมอไป ความจริงแล้วมีกลยุทธ์มากมายเพื่อจะทำให้คุณขายบ้านได้เร็วและได้ราคาสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณต้องเรียนรู้


ลองสละเฟอร์นิเจอร์ไว้บางส่วน ซ่อมแซมบ้านให้ดูดี ขึ้น ทำในสิ่งที่คุณอาจไม่คิดว่าจะต้องทำ ฯลฯ ข้อแนะนำ จาก อลิซาเบธ เวนเทริ์บ (Elizabeth Weintraub) นักขายมือทอง/นักเขียน/ ที่ปรึกษาอาวุโส ในธุรกิจอสังหาริมททรัพย์ ผู้มีชื่อเสียงแห่งสหรัฐอเมริกา เธอเขียน กลวิธีปลีกย่อยมากมายเพื่อทำให้ขายบ้านได้ราคางาม...แล้วคุณจะต้องอึ้งว่ามันต้องขนาดนั้นเลยหรือ..แต่เชื่อเถอะทำตามแล้วขายได้เร็วแน่ๆค่ะ


How to prepare your house for sale
By Elizabeth Wientraub

แปลและเรียบเรียงโดย : น้อมเศียรเกล้า





คนขายทุกคนต้องการขายบ้านให้ได้เร็วและทำราคาได้งาม ฟังดูดีใช่ไหม แต่ความโชคดีแบบนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเสมอไป การวางแผนอย่างรอบคอบและการรู้วิธีที่จะทำบ้านของคุณให้ดึงดูดความสนใจต่างหากที่จะทำให้ผู้ซื้อบันทึกบ้านของคุณลงในรายการที่พวกเขาสนใจอย่างทันทีทันใด

ต่อไปนี้คือวิธีเตรียมความพร้อมให้กับบ้าน และเปลี่ยนมันให้เป็นบ้านที่น่าดึงดูดใจ ทั้งขายได้ราคาสูง


วิธีการ


1. ตัดใจจากมันเสียก่อน


• พูดกับตัวเองว่า นี่ไม่ใช่ “บ้านสุดซึ้งตรึงวิญญาณ” (Home) แต่เป็นที่พักอาศัย (House) ซึ่งก็คืออาคารเพียงหลังหนึ่ง ซึ่งคุณกำลังต้องการขายเหมือนอาหารเช้าซีเรียลบนชั้นวางสินค้าที่ร้านขายของ
• ทำใจแน่วแน่ว่า คุณจะต้องไป และอยู่กับความจริงที่ว่าที่แห่งนี้อีกไม่ช้า จะไม่ใช่ของคุณอีกต่อไป
• จิตนาการภาพตนเองมอบกุญแจบ้านและเอกสารสิทธิ์ให้กับเจ้าของบ้านคนใหม่
• บอกลากับห้องทุกๆห้อง
• อย่ามองหาความหลังเลย แต่จงก้าวต่อไปข้างหน้าเถิด






2. ลดสิ่งที่เป็นตัวคุณออกจากบ้านหลังนั้น


เก็บภาพส่วนตัวและภาพครอบครัวออก ผู้ซื้อมักไม่สนใจหรือเห็นคุณค่าของภาพเหล่านั้น และคุณคงไม่อยากให้พวกเขาวอกแวกกับภาพเหล่านั้น คุณต้องทำให้ให้ผู้ซื้อจินตนาการว่ามีภาพของเขาเองอยู่บนกำแพง ไม่ใช่ภาพของคุณ คุณคงไม่อยากให้ผู้ซื้อมาซักถามหรอกใช่ไหมว่า “คนที่เคยอยู่ในบ้านนี้เป็นอย่างไร มีนิสัยอย่างไร และอื่นๆ” แต่คุณคงอยากให้พวกเขาพูดว่า ...."ฉันเห็นภาพตัวเองอยู่ในบ้านหลังนี้เลย"






3. กำจัดข้าวของที่วางเรี่ยราดอยู่ในบ้าน


ผู้คนส่วนใหญ่สะสมขยะจำนวนมากไว้ในบ้าน ควรพิจารณาอย่างนี้ : อะไรที่คุณไม่เคยใช้มันเลยเป็นปีๆ คุณ อาจจะไม่มี ความจำเป็นที่จะใช้มันอีกเลย

• ถ้าคุณๆไม่ต้องใช้มันแล้ว ทำไมไม่นำไปบริจาค หรือทิ้งไปล่ะ ?
• ควรนำหนังสือทั้งหมดออกจากชั้นหนังสือ
• เก็บของกระจุกกระจิกทั้งหลาย
• นำอุปกรณ์ทั้งหลายออกจากเคาน์เตอร์ในครัว
• นำสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ทุกวันเก็บลงในกล่อง และนำไปวางในตู้ เมื่อไม่ได้ใช้งาน
• คิดเถิดว่า ขั้นตอนนี้อย่างไรเสียคุณก็ต้องทำอยู่ดี ตอนที่จะย้ายบ้าน





4.จัดตู้เสื้อผ้าในห้องนอนและคาบิเน็ตในครัวใหม่


ผู้ซื้อชอบเปิดดูนู่นนั่น และจะเปิดประตูตู้ดูอย่างแน่นอน ลองคิดดูว่าเขาจะจินตนาการเกี่ยวกับตัวคุณอย่างไร ถ้ามีข้าวของตกหล่นออกมา แต่ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย พวกเขาก็จะจินตนาการว่าคุณน่าจะจัดระเบียบและดูแลข้าวของเครื่องใช้ในส่วนอื่นของบ้านได้ดีตามไปด้วย นี่หมายความว่า


• ขวดเครื่องปรุงต่างๆ ก็ควรจะมีทำป้ายติดให้เรียบร้อย
• จานชามวางอยู่บนที่วางอย่างเป็นระเบียบ
• วางแก้วกาแฟหันหูแก้วไปทิศทางเดียวกัน
• แขวนเสื้อผ้าหันหน้าไปทางทิศเดียวกัน
• จัดเรียงรองเท้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อย






5. หาพื้นที่เก็บของ


บ้านที่จะขายได้ส่วนใหญ่ มักเป็นบ้านที่มีเฟอร์นิเจอร์และข้าวของน้อยที่สุด ย้ายเฟอร์นิเจอร์ที่กีดขวางทางเดินออกไปก่อน และเมื่อชั้นหนังสือว่างเพราะ คุณย้ายหนังสืออออกไปหมดแล้ว ก็ให้เก็บมันออกไปเสีย ย้ายสิ่งของต่างๆเพิ่มเติมจากห้องครัว เพื่อให้พื้นที่ ดูใหญ่มากขึ้น ทิ้งไว้เฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่แสดงว่าห้องนั้นๆ มีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ใด ลูกค้าจะได้ไม่ต้องสงสัยว่า เอ๊ะ ..ห้องๆนี้ มันไว้สำหรับทำอะไรกันแน่นะ ?






6. ย้ายของที่คุณรัก/ชื่นชอบออกไป


หากคุณอยากจะเก็บผ้าม่าน/ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่คุณรักและชื่นชอบไว้ ก็ให้เก็บมันเลย ณ บัดนี้ เช่นโคมไฟระย้าที่เคยเป็นของคุณย่า ก็ให้ถอดมันลงมา ถ้าลูกค้าไม่เห็นของรักของคุณเหล่านี้ พวกเขาจะไม่อยากได้มัน


แต่ถ้าคุณปล่อยให้เขาเห็นและบอกว่า ชิ้นนี้ยกให้ไม่ได้หรอก...เมื่อนั้นพวกเขาจะเกิดความโลภ และต่อรองกับคุณโดยทันที ดังนั้นรีบย้ายมันออกไปถ้ามันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคุณ





7. ซ่อมแซมบ้าน


• นำกระเบื้องที่แตกออก
• อุดรูตามฝาผนัง
• ซ่อมท่อน้ำที่รั่ว
• ซ่อมประตู บานที่ปิดได้ไม่สนิท หรือซ่อมลิ้นชักที่ติดขัด
• ทาสีผนังบ้านใหม่ให้เป็นสีโทนกลาง (อย่าให้ลูกค้าจำบ้านของคุณว่าเป็น บ้านที่มีผนังเก่าสกปรกสีส้มเลย)
• เปลี่ยนหลอดไฟดวงที่ไม่ติด
• เปลี่ยนผ้าคลุมเตียงที่ถูกใช้เสียจนเปื่อยขาด





8. ทำบ้านให้บ้านนิ๊ง !


• เช็ดกระจกทั้งด้านนอกและใน
• ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงทำความสะอาดบริเวณทางเดินและนอกบ้าน
• กำจัดใยแมงมุมทั้งหมด
• เช็คว่าท่อต่างๆ ฝักบัว อ่างล้างหน้า ไม่อยู่ในสภาพอุดตัน
• ขัดทำความสะอาดกระจกเงา หัวก๊อกน้ำ
• ทำความสะอาดตู้เย็น
• ดูดฝุ่นทุกวัน
• ลงแว๊กซ์ที่พื้น
• ปัดฝุ่นเฟอร์นิเจอร์ทุกตัว รวมทั้งพัดลมเพดาน และโคมไฟต่างๆ
• นำพรมเก่าๆออก
• แขวนผ้าเช็ดมือผืนใหม่ๆ
• ตกแต่งผ้าเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพที่น่าใช้เช่นผูกโบว์เป็นต้น
• กำจัดกลิ่นอับออกจากห้องให้หมด ไม่ให้มีกลิ่นใดๆ หลงเหลืออยู่





9. ตรวจอย่างพิถีพิถัน


• เดินออกไปหน้าบ้าน และยืนอยู่ที่หน้าประตู ดูสิว่าคุณรู้สึกอยากเข้าไปข้างในหรือไม่ บ้านหลังนี้ดูต้อนรับคุณดีหรือเปล่า ?
• เดินเข้าไปในห้องแต่ละห้อง คิดดูว่าห้องแต่ละห้องเป็นอย่างไรในสายตาของผู้ซื้อ
• ตรวจสอบการจัดเรียงเฟอร์นิเจอร์ ว่าเหมาะสมดีหรือไม่
• ตรวจสอบความเรียบร้อยของผ้าม่าน
• สัมผัสอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากการเข้าไปอยู่ ณ ห้องนั้นๆ ว่ามันก่อให้เกิดความรู้สึกดึงดูดใจบ้างหรือไม่
• มันดูเกือบหมือนว่าไม่มีใครอยู่ในบ้านหลังนี้ ตอนนี้งานของคุณใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ






10. ตรวจสอบบริเวณโดยรอบ



• เก็บสิ่งต่างๆที่กีดขวางทางเดินออกไป
• ดายหญ้าให้สั้น
• ทาสีขอบหน้าต่างที่ซีดจาง
• ปลูกดอกไม้สีเหลือง หรือนำกระถามดอกไม้สีเหลืองมาวางใกล้กันเป็นกลุ่ม สีเหลืองนั้นกระตุ้นความรู้สึกของผู้ซื้อ ดอกดาวเรืองเป็นตัวอย่างซึ่งราคาไม่แพง
• เล็มพุ่มไม้ให้เรียบร้อย
• เช็คให้แน่ใจว่า ผู้ซื้อสามารถมองเห็นบ้านเลขที่ของคุณอย่างเด่นชัด







…บ้านของคุณพร้อมแล้ว เอาล่ะขั้นต่อไป ก็..เตรียมปิดการขายได้เลย !!!

ขอขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต

SmileySmileySmiley




 

Create Date : 11 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 11 กรกฎาคม 2555 18:49:23 น.
Counter : 1935 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

น้อมเศียรเกล้า
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




Friends' blogs
[Add น้อมเศียรเกล้า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.