Group Blog
 
All blogs
 

สีสันแสงไฟในถนนราชดำเนิน

ช่วงเดือนธันวาคมนี้ ผมเดินผ่าน ถนนราชดำเนินเกือบทุกวัน
จะว่าไปแล้ว ก็ต้องเดินผ่านทั้งเช้า กลางวัน เย็น

แม้จะไม่ได้เดินผ่านทั้งเส้น ทุกวัน
แต่บางวัน ก็ลองไปนั่งรถเล่นรอบๆ เหมือนกัน


ซุ้มภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีอยู่เต็มสองข้างทางถนนราชดำเนิน
หลายวันก่อนนั้น ในช่วงวันเฉลิมพรรษา ผมลองเดินไปตามซุ้มต้างๆ ซุ้มเล็กๆ สีขาวที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมถนน มีคนหลายคนเดินเข้าคิวกัน ตอนแรกผมคิดว่าเขาทำอะไรกันนะ มีคนมายืนดูนิทรรศการเป็นร้อยเลยหรือ

เปล่าเลย
ที่แท้มาเข้าคิวรับของแจก ของแจกเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ในรูปแบบต่างๆ กันออกไป หลายแบบ บางคนเดินตามล่าให้ครบทุกซุ้ม ไม่ได้คิดจะอ่าน ไม่ได้คิดจะดูนิทรรศการ



อย่างไรก็ตาม เมื่อหลายวันก่อนได้รับโอกาสดีจากเพื่อน ชวนกันไปนั่งรถชมกรุงรัตนโกสินทร์ (สามารถไปติดต่อได้ที่กองการท่องเที่ยว กทม. มีรถบริการทุกเย็นวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ แต่ได้ข่าวว่า คิวเต็มไปถึงเดือนมกราคมแล้วครับ)

โดยรถจะวิ่งจากกทม. ออกผ่านป้อมพระสุเมรุ ถนนพระอาทิตย์ มาออกสะพานผ่านฝ้า ผ่านซุ้มประตูต่างๆ ไปวนรอบพระที่นั่งอนันต์ ผ่านวังจิตรลดา มาเข้าราชดำเนิน กลับไปผ่านสนามหลวง แล้ววนกลับเป็นรอบๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง



ซุ้มต่างๆ เหล่านี้ จะเปิดไฟ ในช่วงค่ำวันศุกร์-เสาร์ ไปจนถึงเดือนมกราคม และในช่วงปลายปี ก็จะเปิดไฟประดับถนนอีกในช่วงวันที่ 25 เป็นต้นไป

ใครอยากไปชมก็เชิญชวนกันนะครับ

สำหรับคนที่มาไม่ได้ ชมภาพของผม แทนของขวัญวันปีใหม่ไปก่อน

พร้อมกันนี้ขอ "สวัสดีปีใหม่" ไปพร้อมกันเลย
ปีนี้งานเยอะแถมขี้เกียจเขียนเรื่องกล้วยไม้ (เพราะไม่มีเวลาดูแล มัวแต่ไปขี่จักรยาน) ดังนั้นปีหน้าจะกลับมาประจำการทุกสัปดาห์ แน่นอนครับ

โชคดีปีใหม่ครับ







บริเวณถนนราชดำเนินนอกครับ



แล้วพบกันใหม่ปีหน้านะครับ




 

Create Date : 19 ธันวาคม 2550    
Last Update : 19 ธันวาคม 2550 14:34:05 น.
Counter : 927 Pageviews.  

"รอยเลื่อนและเปลือกโลก กับแผ่นดินไหวในเมืองไทย"

เมื่อสองสามวันก่อน ผมได้รับ sms จากเพื่อนกลุ่มหนี่ง ชื่อว่า "ชมรมนักนิยมธรรมชาติ"
ข้อความระบุว่า ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2550 นี้ เขาจะจัดให้มีการบรรยาย "ฟรี" เรื่อง

"รอยเลื่อนและเปลือกโลก รอยแยกและแผ่นดินไหว" ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

โดย อ. ตติยา ใจบุญ ซึ่งเป็นนักวิชาการคนเก่ง และอธิบายเรื่องราวทางธรณีวิทยา ยากๆ ให้เข้าใจง่ายๆ

เลยอยากชวนเพื่อนๆ ที่สนใจไปรับฟังกันได้ที่ ห้อง พีอาร์ 201ตึกพรีคลีนิค ภายในบริเวณคณะวิทยาศาสตร์ ม. มหิดล ใกล้ๆ กับ รพ. รามาธิบดี เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป บรรยายกันประมาณ ชั่วโมงเศษๆ เท่านั้นเอง

หรือเข้าไปดูที่ลิงก์นี้ครับ //www.naturethai.org


พอค้นไปค้นมา ก็เจอเรื่อง ความรุนแรงของแผ่นดินไหว ก็นำมาฝากกันครับ

ความรุนแรง ของแผ่นดินไหว
เมื่อเปลือกโลกเกิดการเคลื่อนที่นั่น จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว ในการวัดขนาดของแผ่นดินไหวนั้น จะบันทึกด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า เครื่องวัดความไหวสะเทือน (Seismograph) โดยผู้ที่เสนอมาตรที่กำหนดความรุนแรงของแผ่นดินไหว เป็นนักนักวิทยาแผ่นดินไหวสองคน คือ เบโน กูเทนเบิร์ก (Beno Gutenbrg) และ ชาลส์ ฟรานซิส ริคเตอร์ (Charles Francis Richter) โดยให้เรียกว่า มาตราริกเตอร์ ( : Richter magnitude scale) เสนอขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1935

แผ่นดินไหวที่มีขนาดน้อยที่สุดในเวลานั้นถือเป็นค่าใกล้เคียงศูนย์ มาตราดังกล่าวแบ่งเป็นระดับ โดยมีขนาดต่างกันระดับละสิบเท่า มาตราริกเตอร์ไม่มีขีดจำกัดว่ามีค่าสูงสุดเท่าใด แต่โดยทั่วไปกำหนดไว้ในช่วง 0 - 9

ภายหลังเมื่อเครื่องวัดความไหวสะเทือนมีความละเอียดมากขึ้น สามารถวัดขนาดของแผ่นดินไหวได้ละเอียด ทั้งในระดับที่ต่ำกว่า 0 (สำหรับค่าที่ได้น้อยกว่า 0 ถือเป็นค่าติดลบ) และที่สูงกว่า 9

นักธรณีวิทยาได้แบ่งระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวเป็น ๑๒ ระดับ
ดังนี้

๐.๐-๑.๙ ริคเตอร์
คนทั่วไปไม่รู้สึกว่าเกิดแผ่นดินไหว แต่วัดได้ด้วยเครื่องมือตรวจวัดแผ่นดินไหว วัตถุต่างๆ จะสั่นเล็กน้อง เช่น ผิวน้ำจะมีคลื่นเบาๆ

๒.๐-๒.๕ ริคเตอร์
คนที่อยู่ในอาคารจะรู้สึกว่าเกิดแผ่นดินไหว โดยเฉพาะคนที่อยู่ชั้นสูงๆ ของอาคาร วัตถุที่ห้อยแขวนอยู่จะแกว่ง

๒.๖-๓.๓ ริคเตอร์
คนที่อยู่ในอาคารจะรู้สึกว่าเกิดแผ่นดินไหวอย่างชัดเจน หรือรู้สึกสั่นสะเทือนเหมือนรถบรรทุกแล่นผ่านไปห่างๆ แต่คนที่อยู่กลางแจ้ง ยังไม่รู้สึก

๓.๔-๔.๐ ริคเตอร์
คนที่อยู่กลางแจ้งจะรู้สึกบ้างว่าเกิดแผ่นดินไหว ถ้าเป็นกลางคืน คนที่หลับอยู่อาจตื่น หน้าต่างและประตูสั่น รถยนต์โยกจนสังเกตได้ ความรู้สึกของคนที่อยู่ในอาคารเหมือนรถบรรทุกชนอาคาร

๔.๑-๔.๖ ริคเตอร์
คนที่อยู่กลางแจ้งส่วนใหญ่รู้สึกว่าเกิดแผ่นดินไหว ถ้าเป็นกลางคืน คนที่หลับอยู่ส่วนใหญ่จะตื่น สิ่งของที่แตกง่ายอาจแตก กระจกอาจร้าว สิ่งของที่ไม่มั่นคงอาจล้ม

๔.๗-๕.๒ ริคเตอร์
ทุกคนจะรู้สึกว่าเกิดแผ่นดินไหว ทั้งที่อยู่ในอาคารและอยู่กลางแจ้ง คนที่หลับอยู่จะตื่นและอาจวิ่งหนีออกจากอาคาร เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ จะเคลื่อนที่หรือล้ม อาจมีการหักพังบ้าง

๕.๓ -๖.๐ ริคเตอร์
ทุกคนจะรู้สึกตกใจวิ่งหนีออกจากอาคาร คนที่ยืนอยู่จะรู้สึกยืนยาก คนที่ขับรถจะสังเกตการณ์ การสั่นได้ถนัด ต้นไม้สั่น เกิดคลื่นบนผิวน้ำ น้ำขุ่น ฝั่งแม่น้ำอาจพังลง อาคารที่ไม่มั่นคงอาจพัง

๖.๑-๖.๙ ริคเตอร์
เริ่มเกิดความอลหม่าน ต้นไม้เขย่าอย่างแรงหรือหัก สิ่งก่อสร้างสูงๆ เช่นอนุสาวรีย์ ปล่องไฟ จะหัก ล้ม

๗.๐-๗.๔ ริคเตอร์
อาคารต่างๆ จะเกิดความเสียหาย แผ่นดินแยก ท่อที่ฝังอยู่แตกหัก โครงสร้างของสิ่งก่อสร้างต่างๆ จะเอียงจากแนวดิ่ง

๗.๕-๗.๙ ริคเตอร์
อาคาคและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ถูกทำลาย แผ่นดินแยก แผ่นดินถล่ม น้ำล้นจากฝั่งแม่น้ำ

๘.๐-๘.๔ ริคเตอร์
อาคารและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ส่วนใหญ่ถูกทำลายลง สะพานถูกทำลาย ทางรถไฟโค้งงอ แผ่นดินแยก และแผ่นดินถล่ม

ตั้งแต่ ๘.๕ ริคเตอร์ขึ้นไป
ทุกสิ่งแทบจะพังพินาศหมด อาคารและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ถูกทำลายราบ

แผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงที่สุดในโลก วัดได้ถึง ๘.๙. ริคเตอร์ เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๙ ที่พรมแดนโคลัมเบียติดต่อกับเอกวาดอร์ มีคนตาย ๗๐๐ คน




 

Create Date : 06 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 6 กรกฎาคม 2550 15:41:18 น.
Counter : 337 Pageviews.  

ป่าสวนผึ้ง ช้างโขลงใหญ่ กับชายคนนั้น

ราชบุรี เมืองชายแดนตะวันตก เจ้าของสัญญลักษณ์ โอ่งมังกร
ผมเคยผ่านไปกิน ไปนอน ไปขี่จักรยาน ล่วงเลยเข้าไปจนถึงเกือบสุดชายแดน ติดเทือกเขาตะนาวศรี
แต่นั้นก็นานเนิ่นมาแล้ว



ป่าต้นน้ำภาชีที่เคยไปเดิน ก็รกเรื้อ และชื้นแฉะ ป่าดงดิบกว้างใหญ่ ซึ่งผมเองก็นึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่าตอนนั้นเดินทางเข้าไปได้อย่างไร ในฤดูกาลที่คนยังไม่สนใจ ป่าตะนาวศรีเหมือนเช่นนี้

ได้รับเชิญจากเพื่อนพ้องให้ไปร่วมเดินป่ากับนิสิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตร กำแพงแสน ผมรู้สึกตัวว่า ตัวเองอายุมากขึ้นจริงๆ เมื่อเทียบกับเด็กๆ ที่กำลังจะจบ หรือจบใหม่ เหมือนกับว่าพลังงานในตัวน้อยลง แต่ก็อาจจะรู้สึกเหมือนผู้มีประสบการณ์ทุกคนว่า "ทำไมเด็กสมัยนี้ มันดูเหยาะแหะ ไม่เปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ อะไรบ้างเลยหรือเนี่ย"

ผืนป่าตะนาวศรีที่ได้ไปเดินคราวนี้เป็น "สถานีอนุรักษ์สัตว์ป่าและธรรมชาติ" ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนก็คือ สถานีศึกษาธรรมชาตินั่นเอง

อ่างเก็บน้ำห้วยอะนะ ยามเช้าอยู่ในสายหมอกเลือนๆ ฝูงนกนางแอ่นยังเกาะกิ่งไม้อยู่กลางน้ำ เพราะแสงแรกของอรุณรุ่งยังไม่แผ่มาถึง ผู้คนก็ยืนเรียงรายซึมซับบรรยากาศยามเช้าอันงดงาม






บ่ายวันเสาร์ ที่สวนกล้วยไม้แห่งนั้น
เต็มไปด้วยกล้วยไม้ตระกูลช้างที่ส่งกลิ่น หอมอบอวลไปทั่วอณูบรรยากาศ

ในฤดูกาลของปลายลมหนาว กล้วยไม้ที่เรียกกันว่า "ช้าง" จะออกดอกเบ่งบาน ทั้งในป่า และในบ้าน

ผมไม่ค่อยมีโอกาสได้สูดกลิ่นช้างป่าในป่า แต่ก็ดีใจที่ไม่ต้องสูดกลิ่นช้างป่า ที่"บ้าน"

สองสามปีมานี้ผมเริ่มหา "ช้างนิ้ว" มาเลี้ยง แล้วก็พบว่า ความสุขที่ได้เห็นช้างนิ้วนั้นเติบโตออกดอกเป็น "ช้างช่อแรก" นั้น ช่างเต็มอิ่มในหัวใจเหลือเกิน

ช้างสวนนี้ก็เช่นกัน ท่านเจ้าของสวนบอกว่า "ไม่ขาย" ถ้าขาย ก็คงราคาแพง แต่ที่เหนือไปกว่านั้น ท่านบอกว่า

"ถ้าผมขาย แล้วพวกคุณจะได้มาดูกันเหรอ ร้อยสองร้อยต้น ที่ออกดอกรุ่นเดียวกัน ไม้จากขวดเดียวกัน แต่คนละเมล็ด สีสันแตกต่างกันออกไปขนาดนี้"



ช้างส้ม และช้างเผือก ช้างกระ ช้างแดง ในสวนนั้นอาจจะมีเป็นหมื่นๆ ต้น ถ้านับรวมไม้นิ้วหลากหลาย

บางทีความฝันของคนคนหนึ่ง อาจจะไม่ใช่สิ่งที่หายากที่สุด ไม่ใช่จำนวนที่มากที่สุด ไม่ใช่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

แต่อาจจะเป็นเพียง กล้วยไม้"ช้าง" หลายร้อยต้นที่เบ่งบาน ไปทั้งสวน
เพื่อรอให้คนมาชื่นชมเพียงปีละครั้ง




 

Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2550 15:57:55 น.
Counter : 391 Pageviews.  

จะหายตัวไปในแมกไม้สีเขียวขจี

เปล่าครับ ไม่มีอะไรมาก แต่ช่วงนี้มีงานยุ่งนิดๆ

ประกอบกับที่ทำงานได้งานยากลำบากมา
ทำให้ต้องจรลี จากกรุงเทพเมืองฟ้าอมร ไปป่าตะวันออก
แถวๆ ทับลาน

อิอิ จะไปนอนเคล้าคลึงสายลมหนาว
ไปอาบอุ่นไอแดดกลางป่าทับลาน
แล้วแช่กายลงลำธารจากสายน้ำตก

จากนั้นจะแวบไปดูป่าเต็งรัง และฟังเสียงนกร้องกลางห้วยขาแข้ง

จึงเรียนมาเพื่อทราบ



หลายคนอาจแวะเข้ามา
จะได้ทราบว่า ผมลาไปทำกิจธุระอันจำเป็นต่ออาชีพการงานครับ

แล้วจะเอาเรื่องเล่าของสายลมหนาว ลมแรกมาเล่าสู่กันฟังนะครับ

ช่วงนี้ความคิดไม่ตกตะกอน ฟุ้งๆ ไงไม่รู้ครับ
แอบไปสมัครเรียนวาดภาพคลับ "เส้นสายลายพฤกษ์"
ก็ยังไม่รู้ว่าจะมีเวลา ทำการบ้านส่งงาน อาจารย์หรือเปล่า

ต้องเดินทางเกือบทั้งเดือน แต่ก็จะพยายามหาเวลาว่างในป่าวาดภาพ
เพื่อสร้างสมาธิ

เพราะขนาดจะเขียนเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ลงบลอก ความคิดยังไม่ลื่นไหลเลย

ถือโอกาส ไปสำรวจเส้นทางในความคิดอีกครั้ง

แล้วเจอกันครับ




 

Create Date : 13 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2549 7:11:36 น.
Counter : 340 Pageviews.  

ดอกไม้สักดอก เพื่อเป็นกำลังใจ มุทิตาสักการะแด่ อ. ระพี สาคริก

อย่างที่ทราบละครับ เรื่อง อ. ระพี ที่เป็นข่าว ผมลอกมาให้อ่านอีกครั้ง

มหกรรมพืชสวนโลก สวยแต่รูปจูบไม่หอม

เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน งานยิ่งใหญ่ มหกรรมพืชสวนโลก
จะได้ฤกษ์เปิดม่านให้คนไทยและชาวโลกได้ชื่นชม...แต่ความวุ่นวายก็ยังปรากฏ

ข่าวความสับสนออกมาทั้งสองด้าน ด้าน ศ.ระพี สาคริก อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เห็นการจัดงานไม่โปร่งใส ออกมาระบุ...ถูกแอบอ้างชื่อในการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก

ด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ออกมาตอบโต้ ศ.ระพี
ไม่มีชื่ออยู่ในคณะกรรมการจัดงาน จะมีการแอบอ้างชื่อมาจัดงานได้อย่างไร

ถ้าเช่นนั้น...ความจริงของเรื่องนี้อยู่ที่ไหน?

“อาจารย์ระพี ไม่มีชื่อเป็นคณะกรรมการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจริง เหมือนอย่างที่
คุณหญิงสุดารัตน์ ชี้แจง แต่งานมหกรรมพืชสวนโลก ถ้าไม่มีชื่อ ศ.ระพี อยู่ในเอกสารเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพ
ประเทศไทยก็อาจจะไม่ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานครั้งนี้

ในเอกสารที่ยื่นขอ ศ.ระพีเป็นประธานกิตติมศักดิ์ในการจัดงาน

ดร.อนันต์ ดาโลดม รักษาการ ส.ว.สุราษฎร์ธานี เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น
ชี้แจงความจริงในฐานะนายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ
เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้...ว่า

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้จัดงาน

เพื่อเข้าใจถึงปัญหานี้ ดร.อนันต์ บอกว่า
จำเป็นต้องลำดับเรื่องราวความเป็นมาของการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก...ก่อน

กลางปี 2542 กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์
เห็นว่าประเทศไทยมีความสามารถที่จะจัดงานยิ่งใหญ่ระดับโลกได้ ที่ผ่านมา
เป็นเจ้าภาพภาพจัดการประชุมธนาคารโลกมาแล้วและจัดได้ดีด้วย แต่งานระดับโลก ส่วนใหญ่จะจัดกันแค่ 7-10
วัน

งานระดับโลกจัดกันนาน 1-3 เดือน อย่างมหกรรมพืชสวนโลก ยังไม่เคยมี

เพื่อต้องการโฆษณาชื่อเสียงของไทยให้เป็นที่รู้จักของชาวโลก ประเทศเราได้ชื่อ
ทั้งเรื่องกล้วยไม้และเป็นราชาแห่งผลไม้เมืองร้อน ไม่มีประเทศไหนสู้ได้ ถ้าได้จัดงาน
ผลไม้เมืองไทยจะได้เป็นที่รู้จักมากขึ้น การส่งออกก็จะดีขึ้น

กรมส่งเสริมการส่งออกเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมหารือ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 42
ที่ประชุมก็ตกลงเห็นชอบในหลักการที่จะจัดงานนี้ขึ้น

แต่การจะได้เป็นเจ้าภาพนั้น...มีเงื่อนไข ประเทศที่จะเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพจัดงานพืชสวนโลกได้...
สมาคมพืชสวนของประเทศนั้นๆ จะต้องเป็นสมาชิกสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) เสียก่อน

พูดง่ายๆ จะเป็นเจ้าภาพได้ ต้องใช้ชื่อสมาคมออกหน้า...ราชการต้องอยู่เบื้องหลัง คอยออกเงินจัดงาน

ตอนนั้น ดร.อนันต์ มีตำแหน่งเป็นทั้งอธิบดีกรมวิชาการเกษตร
และนายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย...เกี่ยวข้องกับการจัดงานโดยตรง
การเจรจาทำงานอะไรก็เลยง่ายและคล่องตัว

“สมาคมพืชสวนไทยไปสมัครเป็นสมาชิก AIPH ให้เข้าเงื่อนไขเป็นเจ้าภาพ จัดงาน ส่วนภาครัฐ
รมว.พาณิชย์สมัยนั้นมีหนังสือให้กระทรวงเกษตรฯ เตรียมตัวเตรียมคนเตรียมงบประมาณ”

หลังจาก AIPH รับสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทยเป็นสมาชิก...30 พ.ย. 2543
สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทยจึงมีการแต่งตั้งคณะทำงานร่างเอกสารเพื่อขอเป็นเจ้าภาพ

การจะเป็นเจ้าภาพ นอกจากต้องเป็นสมาชิกแล้ว ยังมีเงื่อนไขคุณสมบัติอย่างอื่นๆอีก เช่น
ต้องยื่นใบเสนอตัวเป็นเจ้าภาพล่วงหน้า 4 ปี ประเทศที่เป็นเจ้าภาพต้องมีศักยภาพในการจัดงาน
มีผลงานดีเด่นทางวิชาการเกษตรเป็นที่ยอมรับ

“ที่สำคัญขาดไม่ได้ ประเทศนั้นจะต้องมีนักวิชาการด้านพืชสวนที่มีชื่อเสียงในระดับโลกด้วย
เงื่อนไขนี้ ทำให้เราต้องมีชื่อ ศ.ระพี สาคริก เข้ามาเกี่ยวข้อง

ศ.ระพี สาคริก เป็นนักวิชาการด้านกล้วยไม้ เป็นที่รู้จักในระดับโลก

คณะทำงานตกลงเชิญ ศ.ระพี มามีชื่อเป็นประธานกิตติมศักดิ์ในการขอใบอนุญาตเป็นเจ้าภาพจัดงาน และเชิญ
ดร.บรรเจิด คติการ ที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้านพืชผักมาเป็นที่ปรึกษา

โดยมีชื่อนายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทยเป็นประธานจัดงาน ในการยื่นขอต่อ AIPH

และได้รับอนุมัติเป็นเจ้าภาพจัดงานในระดับ A2B1...ไม่ใช่ระดับ A1

เวลาที่ได้รับอนุมัติ อยู่ในช่วงรัฐบาลเปลี่ยนผ่าน...จากรัฐบาล นายชวน หลีกภัย เป็นรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร

จากนั้นก็ต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดงานฝ่ายไทย...

ตรงนี้แหละ...ที่ทำให้เกิดปัญหา

“โดยมรรยาท ควรให้สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นทั้งผู้ที่รู้เรื่อง พืชสวนดี
ทั้งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์การจัดงานร่วมเป็นกรรมการจัดงาน แต่คณะกรรมการจัดงาน
เป็นข้าราชการและคนของนักการเมืองทั้งสิ้น จะมีคนของสมาคมฯ เป็นกรรมการจัดงานก็แค่นายกสมาคมฯเท่านั้น

ศ.ระพี, ดร.บรรเจิด ไม่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ”

เดิมนั้น คิดกันว่าจะใช้งบประมาณแค่พันกว่าล้าน

คณะกรรมการจัดงานคิดใหญ่คิดโต จ้างบริษัทเอกชนมาเป็นออร์แกไนเซอร์บริหารงานแบบธุรกิจ
วางโครงการสร้างโน่นสร้างนี่... งบพันกว่าล้าน บานไปเป็น 2,061 ล้านบาท

“งานยิ่งใหญ่ ความไม่โปร่งใสก็น้อย งานเลอะไปกันใหญ่
บริษัทออร์แก�ไนเซอร์เครือข่ายนักการเมือง สร้างเรื่องวุ่น
ทำหนังสืออ้างชื่อหน่วยงานราชการเชิญบริษัทเอกชน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศให้มาร่วมงาน

เงื่อนไขในการจัดงานระดับ A2B1 ไม่สามารถจะทำได้โดยพลการ จะเชิญบริษัทเอกชนมาร่วมงาน
ต้องได้รับการอนุมัติจากสำนักมหกรรมโลก หรือ BIE ก่อน

เกิดปัญหา ฝรั่งเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 8.9 ล้านบาท”

เพื่อไม่ให้ผิดเงื่อนไขถูกเสียค่าปรับ การจัดงานจึงต้องเปลี่ยนจากระดับ A2B1...ไปเป็น A1

เพราะระดับ A1 สามารถทำหนังสือเชิญต่างประเทศมาร่วมงานแบบ G to G ได้...ฉะนั้นอย่ามาอ้างว่า จัดงาน A1
เป็นผลงานที่น่าชื่นชม แต่เป็นผลงานอัปยศอุ้มเอกชนพรรคพวกให้พ้นผิดเท่านั้น

“การจัดงานไม่เพียงมีปัญหาความไม่โปร่งใส ยังมีปัญหาเรื่องไม่
สามารถบรรลุเป้าหมายเรื่องโชว์ศักยภาพของไทยในความเป็นราชาแห่งผลไม้เมืองร้อน

ตอนนี้งบประมาณบานไปเกือบจะ 3 พันล้าน การจัดงานทำไปแบบผิดวัตถุประสงค์เดิม เงินเสียไปมากมาย
เรากลับได้สวนสวยแบบสวนประดับบ้าน ไม่ใช่สวนผลไม้ บริษัทเอกชนคิดไปไกลจะสร้างสวนหิ่งห้อย สวนรัตติกาล
ทั้งๆที่ไม่เกี่ยวกับพืชสวนเลย คิดเพื่อจะเอางบประมาณมาถลุงกันเท่านั้น”

งานในส่วนประชุมด้านวิชาการ คณะกรรมการประชุมตกลงไว้แล้วว่าจะจัดที่โรงแรมอะไร เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรฯสั่งย้ายไปจัดประชุมในโรงแรมอีกแห่ง ที่เป็นของพรรคพวก...

ทั้งที่เหลือเวลาไม่กี่วัน เอกสารทำไว้เรียบร้อย เปลี่ยนใหม่ก็ต้องทำใหม่

กระนั้นก็ตาม ดร.อนันต์ บอกว่า งานมหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้ แม้จะมีความไม่โปร่งใสทุกหย่อมหญ้า
และไม่บรรลุวัตถุประสงค์ อวดผลไม้
อวดเทคโนโลยีผลิตผลไม้เมืองไทยให้ชาวโลกได้เห็นก็ตาม...แต่งานที่ใช้เงินไปถึง 3,000 ล้าน
คงจะออกมาสวยงามแน่นอน

งานในส่วนกล้วยไม้จะบรรลุเป้าหมาย เพราะเป็นงานเดียวที่สมาคมกล้วยไม้ได้ทำเอง คณะกรรมการจัดงาน
บริษัทออร์แกไนเซอร์ของรัฐบาล ไม่ได้ เข้ามายุ่มย่าม

หลังจากงานอวดชาวโลกนี้จบลง รัฐบาลเกิดการผลัดใบ...จับตาดูผู้เกี่ยวข้องกับการจัดงานครั้งนี้ให้ดี

“หมอผีเขมร จะช่วยให้รอดพ้นคุก จากข้อหาร่วมด้วยช่วยกันโกงได้หรือไม่?

ถ้าใครมีลอกอินพันทิป ช่วยไปโหวตกะทู้กันด้วยเถิดครับ

//www.pantip.com/cafe/jatujak/topic/J4702639/J4702639.html





 

Create Date : 13 กันยายน 2549    
Last Update : 13 กันยายน 2549 13:54:58 น.
Counter : 365 Pageviews.  

1  2  3  

เสือจุ่น
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add เสือจุ่น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.