The ticket in my heart.
Group Blog
 
All blogs
 

ดินสอพอง

Photobucket

ดินสองพองเป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่ผลิตจากดินธรรมชาติกับน้ำ คนไทยส่วนใหญ่ นิยมใช้กันมานาน โดยมักใช้ร่วมกับแป้ง หรือเครื่องหอม เพื่อประพรมตามร่างกาย

คำว่า ดินสอพอง ถ้าแยกเป็นคำๆ คำว่า "สอ" มาจากภาษาเขมร เป็นว่าขาว ต่อด้วยคำว่า "พอง" เพราะดินสีขาวชนิดนี้พิเศษกว่าดินอื่น คือเมื่อโดนน้ำจะพองตัวและแตกตัวอย่างรวดเร็ว แต่พอแห้งแล้วจะกลับสู่สภาพเดิม ถ้าพูดแบบภาษาเคมีดินสอพองเป็นสารประกอบแคลเซี่ยมคาร์บอเนท

ดินสอพอง ถือเป็นยาสมุนไพรอย่างหนึ่ง ซึ่งจัดอยู่ในสมุนไพรจำพวกแร่ธาตุ หรือเรียกว่าเครื่องยาธาตุวัตถุ ถ้าไปสืบค้นก็จะพบว่ามีการใช้ดินสอพองเป็นยาสมุนไพรตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งพิสูจน์ได้ในตำรา "ตำราพระโอสถพระนารายณ์" กล่าวถึงการใช้ดินสอพองดังนี้ "…ให้เอาชานอ้อย กำยาน แก่นคูน กรักขีถาก รมหม้อใหม่ใส่น้ำไว้ จึงเอาดินสอพองเผาให้สุก ใส่ลงในหม้อน้ำนั้นให้คนไข้กินเนืองๆ แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ หยุดแลฯ"


ดินสอพองกับความงามและการรักษาโรค

1. ดินสอพองถือเป็นสมุนไพรรสยาเย็น ใช้แก้พิษร้อนกับร่างกาย ถอนพิษอักเสบ แก้ผด ผื่น และคัน และที่พิเศษคือเป็นยาห้ามเหงื่อนอกจากไม่ทำให้ร่างกายเหนียวเหนอะจากอากาศร้อนแล้ว ยังทำให้ร่างกายเย็นสบาย

2. การใช้ดินสอพองประหน้า สามารถป้องกันแดดด้วยมีฤทธิ์คล้ายยากันแดดชนิดกายภาพ และนักวิจัยเพิ่งพบว่าเป็นยากันแดดได้ดี

3. มีสรรพคุณช่วยขจัดสิวเสี้ยน ลดอาการปวดบวมจากการอักเสบเขียวช้ำ ช่วยปรับสภาพผิวให้ดีขึ้น เมื่อนำมาผสมกับสมุนไพรแล้วนำมาขัดผิว ขัดตัว พอกหน้า จะได้ผลดียิ่งขึ้น เหมาะกับผิวมัน เพราะหากใช้กับผิวแห้งจะทำให้ผิวยิ่งแห้งไปกว่าเดิม

4. ใช้ขัดผิว คือ ดินสอพองผสมขมิ้นและมะขามเปียก ขัดหน้าขัดผิว ช่วยให้ผิวพรรณสดใสสวยงาม หรือใช้ดินสอพองผสมขมิ้น ลิ้นทะเล และพิมเสน ใช้ลอกฝ้า เป็นต้น

5. นำดินสอพองมาผสมกับใบทองพันชั่ง ก็มีสรรพคุณชั้นเยี่ยมในการรักษากลากเกลื้อนได้เช่นกัน

6. ใช้ดินสองพอง ขมิ้นชัน ไพล เหงือกปลาหมอ ผสมรวมกันถ้าใช้เต็มสูตรนอกจากได้สีออกเหลืองๆ แล้ว เมื่อนำไปทาตัวไปจะเป็นเหมือนการขัดผิวนั่นเอง

7. ใช้ทาแก้ผิวหนังแพ้ ลมพิษ และผื่นคัน ให้ผสมดินสอพองกับใบเสลดพังพอนตัวเมีย(พญายอ) สูตรนี้เป็นแป้งน้ำไทยหรือเรียกว่าคาลาไมน์สมุนไพร (จะมีสีเขียว) ถ้าจะเปลี่ยนเป็นสีสันฉูดตาขึ้นบ้าง เหยาะน้ำยาอุทัยใส่ดินสอพอง ละลายน้ำก็จะได้แป้งน้ำสีสวยๆ อีกขนานหนึ่งหรืออยากได้สีส้มแสด ก็เอาชาดอกคำฝอยมาชงน้ำร้อน ใช้น้ำมาผสมดินสอพอง หรือต้องการสีน้ำเงินม่วงเด็ดดอกอัญชันมาขยี้ละลายน้ำ ถ้าต้องการสีแดง ไปถากเอาเปลือกต้นสะเดาใส่น้ำต้มให้เดือด หรือที่หาง่ายๆก็ใช้ดอกกระเจี๊ยบแดงต้มน้ำก็ได้สีแดงเช่นกัน และที่ไม่น่าเชื่อ ถ้านำดอกมะลิวัลย์มาบดแล้วต้มน้ำจะให้สีแดง สูตรเย็นก็ต้องผสมพิมเสน การบูรลงไปนิดหน่อย

8. ช่วยดับพิษร้อน ถอนพิษเผ็ดที่โดนพริก ใช้ดินสอพองผสมน้ำทาบริเวณที่ร้อน

9. ผสมน้ำมะกรูด หรือน้ำมะนาว ทาแก้หัวโน

ด้วยคุณสมบัติเยี่ยมยอด ชาวไทยแต่โบราณจะนำเอาดินสอพองผสมกับน้ำหอม แล้วหยอดเป็นเม็ดเล็กๆ เก็บไว้ เมื่อต้องการใช้ก็นำมาละลายน้ำ แล้วใช้ทาตามเนื้อตัว เพื่อการประทินผิว ยังช่วยคลายร้อน และมีกลิ่นหอมติดตัวตลอดทั้งวัน

คำแนะนำหรือข้อควรระวัง เนื่องจากดินสอพองเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากดินธรรมชาติผสมกับน้ำแล้วนำมาตากแดดกลางแจ้ง ดังนั้นจึงมีโอกาสการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ ควรระมัดระวังในการใช้ อย่าใช้กับบริเวณที่มีบาดแผล รอยถลอก หรือเข้าปาก เพราะจะเป็นทางที่เชื้อจุลินทรีย์จะเข้าสู่ร่างกายได้ อาจมีผลให้เกิดการอักเสบรุนแรง โดยเฉพาะเชื้อ Pseudomonas aeruginosa อาจทำให้ตาอักเสบรุนแรงถึงตาบอดได้ สำหรับเชื้อ Escherichia coli, Salmonella spp. และ Clostridium spp ถ้าเข้าร่างกายทางปากอาจทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษได้

การดูแลผิวพรรณสูตรผสมดินสอพอง

สูตรผสมจากมะนาว และดินสอพอง
- ดินสอพอง 4-5 เม็ด
- มะนาว 2 ซีก
วิธีผสม
นำดินสอพองผสมกับน้ำมะนาวขยี้รวมกัน หากข้นเกินไป ให้เติมมะนาวลงไปอีกเมื่อ ผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกันแล้วจะได้เนื้อครีมข้นและเหนียว ใช้สำหรับนำมาพอกหน้าที่สะอาดแล้ว ก่อนเข้านอนพอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะรู้สึกผิวหน้านวลเนียน ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ภายในเวลาไม่ถึงเดือน จะสังเกตเห็นว่าผิวหน้าดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อทำได้ประมาณ 3 เดือนแล้วก็ให้ทำต่อไป เพียงสัปดาห์ ละ 1-2 ครั้งก็พอ เพื่อเป็นการรักษาความงามของผิวหน้า ให้คงอยู่ตลอดไป

สูตรดูแลผิวสวยด้วยถั่วเหลือง และดินสอพอง

- ถั่วเหลืองแช่น้ำจนนิ่ม 2 ถ้วย
- น้ำผึ้งแท้ 1 ถ้วย
- นมสด 1 ถ้วย
- ดินสอพอง 6-7 เม็ด
วิธีทำ.. ปั่นถั่วเหลืองที่แช่น้ำจนนิ่ม รวมกับน้ำผึ้งแท้ นมสด ดินสอพอง ปั่นให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน จนได้เนื้อครีมค่อนข้างข้น (ถ้าข้นเกินไปเติมนมสด หรือเหลวไปเติมถั่วเหลืองได้) จากนั้นนำมาพอกได้ทั้งผิวหน้าและ ผิวกาย ทิ้งไว้ประมาณ 20-25 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด เราจะรู้สึกถึงผิวพรรณที่สดใส นุ่มขึ้น เนียนขึ้น กระชับขึ้น

ข้อมูล //www.thaihof.org




 

Create Date : 15 มิถุนายน 2552    
Last Update : 15 มิถุนายน 2552 23:29:42 น.
Counter : 1107 Pageviews.  

มะนาว

มะนาว

 มะนาว เป็นผลไม้พื้นๆที่ใช้บริโภคกันในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่ามะนาวลูกเล็กๆนั้น มีประโยชน์ในการรักษาโรคต่างๆได้มากมายหลายโรคด้วยกัน ไม่เพียงแต่คนไทยเท่านั้นที่ใช้มะนาวรักษาโรค ประเทศเพื่อนบ้านของเรา เช่น มาเลเซีย จีน และอินเดีย เขาก็ใช้มะนาวกัน ประเทศเพื่อนบ้านที่ไกลออกไป เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส และประเทศแถบอเมริกาตะวันตกก็ใช้มะนาวแก้ไอและรักษาโรคอื่นๆเช่นเดียวกัน ประโยชน์ของมะนาวในแง่การนำมาใช้เป็นสมุนไพร มีดังนี้


* แก้ไอออกเลือด (ไอมีเลือดปน) ใช้น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา มะนาว 4 ลูก เกลือ 1 ช้อน หรือประมาณ 3-4 เม็ด ผสมให้เข้ากันดี ให้มีรสเปรี้ยวเค็มหวาน ใช้จิบทุกครั้งที่ไอ


ใช้มะนาว 108 ใบ เบี้ยจั๊กจั่น 11 ตัว ปูนขาวหนักประมาณ 4 บาท วิธีทำ คั้นน้ำมะนาว ใส่เบี้ยจั๊กจั่นและปูนขาวปนกัน ดองประมาณ 3 คืน รับประทานครั้งละจอกชา แก้ไอออกเลือดดี


* ต่อมทอนซิลอักเสบ เอาน้ำมะนาว น้ำผึ้งและปูนขาวผสมดื่ม แก้ทอนซิลอักเสบ


* แก้ซาง,ตุ่มในคอเด็ก,เสมหะ เมล็ดมะนาวขับเสมหะแก้โรคซางของเด็ก แก้เม็ดยอดในปากโดยเอาเม็ดมะนาวเผาไฟ บดให้ละเอียด ใช้น้ำมะนาวหรือรากของมะนาวฝนกันน้ำเป็นกระสาย ผสมเข้าด้วยกัน แล้วกวาดซางเด็ก ให้เอาน้ำมะนาว 1 ช้อนชา แล้วเอารากมะนาวฝนให้ข้นดี แล้วจึงเอาไปล้วงคอเด็กสัก 2-3 ครั้งก็หาย ใช้เม็ดมะนาวเคี้ยวกิน ขับเสมหะ ใช้ติดต่อกัน 7 วัน ได้ผลดี


* แก้เสียงแหบแห้ง มะนาวทำให้เสียงไม่แหบแห้ง ตื่นตอนตอนเช้าทุกครั้งให้ผ่ามะนาวครึ่งหนึ่ง จิ้มเกลือบีบน้ำลงคอกลืนกิน ทำทุกเช้าทุกวัน ทำให้เสียงไม่แหบแห้ง


* ก้างติดคอ เมื่อก้างปลาติดคอ เอามะนาว 1 ลูกคั้น เอาแต่น้ำ เติมเกลือ น้ำตาลนิดหน่อยกรอกลงไปให้ตรงก้างที่ติดคอ อมไว้สักครู่ แล้วจึงค่อยกลืน ก้างจะอ่อนตัวหลุดลงไปในกระเพาะ ก้างปลาติดคอซึ่งเป็นชิ้นเล็กๆ เมื่อกลืนน้ำลายจะทำให้รำคาญเท่านั้น ให้ผ่ามะนาวแล้วนำมาอมไว้ในปาก อมจนรู้สึกรสเปรี้ยวของมะนาวเจือจางสัก 2-3 หน จะทำให้ก้างหลุดออกไปได้


* แก้ไข้ นำใบมะนาวมาหั่นฝอยๆ ชงด้วยน้ำเดือด ดื่มแบบน้ำชาจะช่วยลดไข้และใช้อมกลั้วคอฆ่าเชื้อโรคได้อีกด้วย ประเทศในทวีปอาฟริกาตะวันตกนิยมใช้เปลือกรากมะนาวต้มเป็นยาแก้ไข้อย่างดี และใช้ใบทำเป็นยาชงกินแก้ไข้ที่มีอาการตัวเหลืองเล็กน้อย นอกจากนี้ยังใช้น้ำมะนาวดื่มแก้กระหายน้ำ แก้ไข้อีกด้วย ที่ประเทศอินเดีย ถ้าเป็นไข้หวัดใหญ่ นิยมรักษาโดยดื่มน้ำมะนาวแล้วพักผ่อน ถ้าเป็นไข้หวัดธรรมดา จะรับประทานผลอินทผลัมและดื่มน้ำมะนาวรักษา


* แก้ไข้ทับระดู เอาใบมะนาว 100 ใบ มาต้มกินแล้วหาย 
 
* แก้ปวดศีรษะ เอามะนาวมาฝานเป็นซีกบางๆ แล้วเอาปูนที่กินกับหมาก ละเลงด้านหน้าของซีกมะนาวนั้นบางๆ แล้วปิดตรงขมับ ทำอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ อาการปวดก็ค่อยหายดีขึ้นทุกวัน ใช้น้ำมะนาวผสมกับน้ำตาลสัก 1 แก้ว ดื่มตอนเช้า ช่วยให้หายจากโรควิงเวียนและปวดหัว ชาวมาเลเซีย ใช้ใบมะนาวผสมกับน้ำมะนาว บดทำเป็นยาใส่ผมแก้ปวดศีรษะ ประเทศในทวีปอาฟริกาตะวันตก ใช้ใบมะนาวตำให้ละเอียดถูศีรษะหรือเคี้ยวรากมะนาวแก้ปวดศีรษะ


* แก้เลือดออกตามไรฟัน เกิดจากการขาดวิตามินซี ทำให้เหงือกบวมและมีเลือดออกตามไรฟันเป็นประจำ หรือมีเลือดออกได้ง่าย เช่น มีเลือดกำเดาไหล มีจุดพรายย้ำขึ้นตามผิวหนัง อาจมีเลือดออกจนซีดได้ ถ้าอาการรุนแรง จะมีอาการปวดน่อง ข้อเท้าบวม การรักษาให้กินมะนาวหรือผลไม้เปรี้ยวๆ เช่น ส้ม จะแก้ได้ แก้โรคลักปิดลักเปิดหรือเลือดออกตามไรฟัน ใช้มะนาวถูฟันสักพักเลือดก็จะหยุด


* แก้เหงือบวม ใช้ลำสีชุบมะนาวเช็ดที่เหงือกวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น


* แก้ลิ้นเป็นฝ้า ใช้ลำสีชุบมะนาวเช็ดที่ลิ้นวันละ 3ครั้ง


* ขจัดคราบบุหรี่ ใช้มะนาวถูฟันที่มีคราบบุหรี่จับ เมื่อใช้มะนาวถู คราบนั้นจะหาย ถ้าฟันผู้ที่รับประทานหมากต้องถูกบ่อยๆ ถ้าจับมากหลายวันแล้วต้องถอดฟันแช่น้ำมะนาวไว้ค้างคืน ( หมายถึงผู้ใส่ฟันปลอมนะ) ฟันจะขาวสะอาดเงางาม


* ยาบ้วนปาก บีบน้ำมะนาวลงในแก้วสัก 2-3 หยดเท่านั้น บ้วนปากได้สะอาดยอดเยี่ยม


* แก้เป็นลมวิงเวียน อยากอาเจียน ใช้มะนาวผ่าซีก โรยเกลือป่น เหยาะน้ำตาลทรายขาวสักนิดบีบกินลงไปพักเดียวหายเป็นปลิดทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นอาการคลื่นไส้จากการตั้งครรภ์ เมารถ แพ้อากาศ มะนาวช่วยคุณได้ ใช้มะนาวจิ้มเกลืออมไว้ในปากสักครูจะรู้สึกสดชื่นจากการเป็นลมวิงเวียน หน้ามืดได้ ใช้เปลือกมะนาวแกะออกแล้วบีบหรือดมใกล้จมูก แก้เป็นลม วิงเวียน หน้ามืดตาลาย ด้านประเทศฟิลิปปินส์และประเทศจีน ใช้เปลือกลูกมะนาวขยี้ใก้ดมแก้คลื่นไส้หรือเป็นลม หมอพื้นเมืองชาวอินเดีย นิยมใช้น้ำมะนาวแก้อาเจียน


* แก้วิงเวียนเมื่อคลอดบุตร เอามะนาวปอกใส่ภาชนะ 2-3 ลูก เพื่อให้คนที่คลอดบุตรนั้นกินแก้วิงเวียน หน้ามืด ตาลาย เอามะนาว 3 ผล เกลือป่นและพริกไทยป่นพอควร ละลายด้วยน้ำร้อน แทรกเหล้าโรงประทาณให้ได้สักครึ่งถ้วยชา เวลาตกฟากรับประทาน 1 ครั้ง หรือรับประทาณต่อไปอีกก็ได้


* แก้เมาเหล้า เมายา ดื่มน้ำมะนาวหรืออมกับเกลือ สำหรับคนเมาเหล้าหรือวิงเวียนจะเป็นลม


* แก้ลมเงียบ เอาใบมะนาวมาต้มกินกับยาหอมประมาณ 1 อาทิตย์


* แก้ตาแดง เอามะนาวผ่า แล้วเอาเมล็ดในออกให้หมด แล้วก็บีบเอาน้ำมะนาวหยอดลงในตกทั้ง 2 ข้างหลายๆหยด สัก 1-2 นาที พอหายแสบแล้วล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด เช็ดหน้าเรียบร้อยแล้วก็สบาย และใช้มะนาวต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะหายตาแดง


* บำรุงตา ใช้มะนาวสดทั้งลูกฝานตามที่เห็นสมควร แล้วบีบใส่ตาประจำ ประมาณเดือนหรือสองเดือนครั้งก็ใช้ได้ ( เนื่องจากตาเป็นอวันวะที่บอบบางมาก และน้ำมะนาวนั้นหยอดลงไปแล้วจะรู้สึกแสบตา ดังนั้น เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นจึงไม่ควรใช้น้ำมะนาวนี้หยอดตา)


* บำรุงผิว เอาเปลือกที่บีบเอาน้ำออกแล้ว นำมาทาบริเวณข้อศอก คาง เข่า ฝ่าเท้า ส้นเท้า ช่วยให้ส่วนเหล่านั้นนุ่มนวลได้อย่างดี


 


 


 
 



* แก้ผิวแตก ใช้มะนาวทาผิวหนังทำให้ชุ่มชื้น ไม่แตกกร้านในช่วงอากาศแห้ง


* แก้สิวฝ้า ในกรณีที่สิวไม่มีการอักเสบติดเชื้อเป็นหนอง การรักษาอย่างง่ายที่ถูกวิธี คือ การทำความสะอาดใบหน้า เพื่อลดไขมันและกำจัดสิ่งอุดตันตามรูขุมขนบนใบหน้า หรือบริเวณอก คอ ที่มีสิวขึ้น ฉะนั้นมะนาวจะช่วยรักษาสิงให้ลดน้อยลงได้ เพราะน้ำมะนาวมีสภาวะเป็นกรดอ่อนๆจะทำให้เนื้อเยื่อที่ตามแล้วหลุกออกไป ทำให้ลดการอุดตันของรูขุมขน กรดอ่อนๆจะช่วยกำจัดเชื้อโรคและช่วยกำจัดไขมันได้บ้าง วิธีใช้ คือ ล้างหน้าด้วยสบู่ธรรมดาให้สะอาดแล้วผ่ามะนาวทาบริเวณที่มีสิวขึ้นให้เปียกชุ่มจนทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จึงล้างออกด้วยสบู่อีกครั้ง ทำเช่นนี้วันละ 1-2 ครั้ง เช้าและเย็น - ใช้แป้งดินสอพองกับน้ำมะนาวทาบริเวณที่เป็นสิวก่อนนอนทุกวัน สิวจะค่อยๆยุบหายไปในที่สุด ใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ไข่ขาว 1 ช้อนชา ผสมกันให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเอาไปแต้มที่ตุ่มสิว หรือผู้ที่ไม่มีสิว ใช้ทาบางๆทั่วไปประมาณ 30 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสบู่ หน้าจะนิ่มนวลอยู่เสมอ


* ลบรอยแผลเป็น รอยแผลเป็นจากอุบัติเหตุ ใช้น้ำมะนาวผสมดินสอพองทาบริเวณที่เป็น ทำให้หน้าไม่ดำ หรืออาจใช้ใบมะลิสดตำผสมเพิ่มเข้าไปอีกก็ได้


* แก้ขาลาย คนที่มีขาลายเป็นจุดด่างดำเม็ดเล็กๆนั้น แก้ได้โดยเอาน้ำมะนาวบีบใส่ดินสิพองหมาดๆ แล้วทาทุกๆคืนก่อนนอน พอรุ่งเช้าก็ล้างออก ทำอย่างนี้ทุกวัน ไม่นานวันรอยด่างดำก็ลบหายไปเอง


* แก้น้ำเหลืองเสีย ใช้ใบมะนาว 108 ใบกับเกลือหรือดีเกลือ 2 บาท หรือประมาณ 3 ช้อนคาวรวมกัน ต้มรับประทานเป็นยาระบายถ่ายน้ำเหลืองเสีย รับประทานครั้งละครึ่งถ้วยแก้วกลาง วันละ 1 ครั้งก่อนเข้านอน


* แก้ส้นเท้าแตก เอามะนาวสดผ่าซีกแล้วบีบมะนาวให้หยดลงบนบริเวณที่เป็นแผลนั้น เพียงวันละ 2-3 ครั้ ภายใน 7 วัน โรคส้นเท้าแตกจะหายไปเอง


* ดับกลิ่นเต่า ใช้น้ำมะนาวทารักแร้ป้องกันกลิ่นเต่า


* แก้โรคผิวหนัง ประเทศแถบทวีปอาฟริกาตะวันตกและประเทศอินเดีย ใช้น้ำมะนาวทาแก้โรคผิวหนัง แต่ของอินเดีย เวลาอาบน้ำ ห้ามฟอกสบู่บริเวณที่เป็น


* แก้กลาก เกลื้อน หิด นำกำมะถันตำให้ละเอียดบีบมะนาวใส่พอสมควร ทาบริเวณที่เป็นเกลื้อนหลังอาบน้ำและก่อนนอน ใช้มะนาวผ่าซีกแตะผงกำมะถันแล้วมาถูบริเวณที่เป็นหิด กลากเกลื้อนจะกายในเร็ววัน


* แก้หูด เอาเปลือกมะนาวหมักกับน้ำส้มสายชู 2 วัน ตัดเปลือมะนาวมาปิดที่หูด ปิดทับด้วยพลาสเตอร์ค้างคืนไว้ รุ่งเช้าจึงเอาออก ให้ทำเช่นนี้นาน 2 อาทิตย์


 


 


 



โดย : นาง วิไล นุ่มเฉย, บ้านจั่น, วันที่ 24 เมษายน 2545




Free TextEditor




 

Create Date : 14 มิถุนายน 2552    
Last Update : 14 มิถุนายน 2552 18:20:09 น.
Counter : 193 Pageviews.  

ว่านหางจระเข้

l

ว่านหางจระเข้ เป็นต้นไม้ยอดนิยมที่หลายๆ บ้านนำมาปลูกกัน แม้แต่กระทรวงสาธารณสุขยังส่งเสริมให้ประชาชนในท้องถิ่นปลูกตามโครงการสาธารณสุขมูลฐานเพื่อใช้เป็นยารักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก เลยทีเดียว ที่เป็นแบบนี้เพราะในใบว่านหางจระเข้ที่เราเห็นเป็นวุ้นใสๆ อยู่นั้นมีสารสำคัญจำพวก ไกลโคโปรตีน (glycoprotein) ชื่อ อะลอคตินเอ (aloctin A) และอะลอคตินบี (aloctin B) เป็นส่วนประกอบ มีสรรพคุณในการลดอาการอักเสบ ช่วยรักษาแผลที่เกิดจากการไหม้ แสบร้อน หรือแผลจากการฉายรังสี ช่วยลดอาการข้างเคียงสำหรับคนที่ทำรังสีบำบัด ทั้งช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย

        ที่เปลือกของว่านหางจระเข้จะมีน้ำเมือกหรือน้ำยาง เวลากรีดใบให้ขาดออกจากกันน้ำยางสีเหลืองจะไหลออกมา ในน้ำยางนี้จะมีสารพวกแอนทราควิโนนซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบาย หากนำน้ำยางไปเคี่ยวให้น้ำระเหยออกไปแล้วทิ้งให้เย็นจะได้สารสีน้ำตาลเกือบดำซึ่งนิยมเรียกกันว่า ยาดำ นำไปใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาแผนโบราณที่ต้องการให้มีฤทธิ์เป็นยาระบายหลายตำรับ ในแถบอัฟริกายังนำน้ำยางจากใบว่านหางจระเข้มาทาผิวสำหรับป้องกันไม่ให้ผิวไหม้เกรียมได้ด้วย โดยมีงานวิจัยพบว่า ในน้ำยางของว่านหางจระเข้นี้มีสารอะโลอิน (aloin) ซึ่งสามารถดูดแสงอุลตราไวโอเลต (UltraViolate) อันเป็นช่วงแสงที่มีผลทำให้ผิวหนังไหม้เกรียมได้ นอกจากนี้ยังพบว่าสารอะโลอิน และสารอื่นที่ได้จากเปลือกใบของว่านหางจระเข้มีฤทธิ์ยังยั้งเอ็นไซม์ไทโรซิเนส (tyrosinase) ใต้ผิวหนัง ถ้าเรามีเอ็นไซม์นี้มากไปก็อาจทำให้เกิดจุดด่างดำที่ผิวหนังได้ จึงมีการนำว่านหางจระเข้มาสกัดและผสมเป็นครีมกำจัดฝ้าและรอยด่างดำบนผิวหนังในรูปของเครื่องสำอาง นอกจากนี้ยังนำมาผสมในแชมพูสำหรับบำรุงผม ช่วยป้องกันผมร่วงได้ หากผสมในสบู่ก็จะช่วยทำความสะอาดผิวหน้า ให้ความชุ่มชื้นไม่แห้งตึง ใบสดของว่านนำมาฝานหนาๆ แล้วทาปูนแดงใช้ปิดขมับรักษาอาการปวดศีรษะ ดูดพิษ ทำให้เย็น แม้แต่รากและเหง้าของต้นก็ยังสามารถนำมาต้มกินรักษาโรคหนองในอีกด้วย


        ไม่เพียงเท่านี้ว่านหางจระเข้ยังนำมาทำเป็นอาหารพวกของหวานได้อร่อยไม่น้อย เช่น น้ำวุ้นมาทำลอยแก้ว หรือวุ้นแช่อิ่ม หรือนำมาปั่นทำเป็นน้ำว่านหางจระเข้ ดื่มเย็นๆ หอมหวานชื่นใจ วิธีการโดยนำใบที่โตเต็มที่มาปอกเปลือก ล้างน้ำยางสีเหลืองออกให้หมด ต้มให้สุกแล้วนำมาปั่นด้วยเครื่องปั่นให้ละเอียด เติมน้ำต้มสุกหรือน้ำต้มใบเตยหอม แล้วเติมน้ำเชื่อมเล็กน้อย ใส่น้ำแข็งดื่มได้ทันทีหรือกรองด้วยผ้าขาวบางเก็บใส่ขวดไว้ในตู้เย็น ดื่มให้หมดภายใน 2 วัน มีสรรพคุณช่วยบำรุงสุขภาพร่างกาย เพิ่มความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าเวลาอ่อนเพลียพักผ่อนน้อย แถมยังช่วยให้ขับถ่ายคล่องตัว ไม่ท้องผูกด้วย


 


        


ที่มา  : www.lifestyle.th.msn.com







Free TextEditor




 

Create Date : 14 มิถุนายน 2552    
Last Update : 14 มิถุนายน 2552 17:51:36 น.
Counter : 181 Pageviews.  

เริ่มต้นค้นหาธรรมชาติ

หน้าฝน แหล่งเที่ยวทางตะวันออก




 

Create Date : 23 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 23 พฤษภาคม 2552 16:33:01 น.
Counter : 91 Pageviews.  


นามฉัน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




การเดินทางของตั๋วรถไฟ

Friends' blogs
[Add นามฉัน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.