Group Blog
 
All blogs
 

Toffee Cake

เก็บสูตรค่า เนื่องจากได้ลองทำมาสองรอบแล้ว สูตรของคุณตรี Triny อร่อยจริงๆ ขออนุญาตเก็บสูตรไว้ใน blog ของตัวเองด้วยนะคะ


ส่วนผสมตัวเค้ก

1. แป้งเค้ก 125 กรัม
2. ผงกาแฟสำเร็จรูป 2 ช้อนโต๊ะ
3. ผงโกโก้ 2 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำตาลทราย 200 กรัม
5. ผงฟู 2 ช้อนชา
6. เนยจืดละลาย 150 กรัม
7. ไข่ไก่ 4 ฟอง
8. เกลือ 1/8 ช้อนชา

วิธีทำ

1. วอร์มเตา เราต้องการความร้อน 180 องศาเซลเซียสนะคะ
2. ร่อนแป้ง ผงฟู ผงโกโก้ และผงกาแฟ 3 รอบ พักไว้
3. ละลายเนยสดพักไว้
4. ตีไข่ไก่ด้วยความเร็วสูงสุด พอไข่ขึ้นฟูให้ใส่เกลือและค่อยๆ ใส่น้ำตาลลงไปจนหมด (แหม่มใช้เครื่องตีไข่แบบมือถือค่ะ)
5. ตีไข่จนฟูข้นเป็นฟองละเอียด ไม่ได้จับเวลานะคะ ใช้ความรู้สึกล้วนๆ เลย ถ้ามีประสบการณ์การตีเค้กไข่มาจะรู้ว่าประมาณไหนถึงจะหยุดค่ะ
6. นำส่วนผสมแป้งที่ร่อนแล้วใส่ลงไปในไข่ (ใส่คราวเดียว) แล้วตะล่อมด้วยพายยางให้เข้ากัน
7. นำเนยที่ละลายไว้ค่อยๆ ใส่ลงไปเป็นสาย คนไปด้วยระหว่างผสม (เนยควรอุ่นค่ะ)
8. เทใส่พิมพ์ที่รองด้วยกระดาษไข ใช้ไม้จิ้มฟันลากไล่อากาศ อย่ากระแทกพิมพ์เพราะไข่จะยุบ
9. เข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศา ประมาณ 30 นาที หรือจนกระทั่งสุก
10. ตั้งส่วนผสมให้เย็นในถาด เพื่อรอราดหน้าท็อฟฟี่



หน้าท็อฟฟี่

1. เนยจืด 150 กรัม
2. นมข้นจืด 60 กรัม
3. น้ำตาลทราย 140 กรัม
4. เกลือ 1/4 ช้อนชา
5. เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบหรือแอลมอนด์อบ 170 กรัม
6. ผงกาแฟ 1 ช้อนชา
7. แป้งเค้ก 3+1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. นำเนยสด น้ำตาลทราย เกลือ และนมข้นจืดผสมรวมกัน แล้วตั้งไฟอ่อนๆ กวนจนผสมเข้ากันด้วยตะกร้อมือ
2. ใส่ผงกาแฟและแป้งกวนให้เข้ากันอีก กวนจนส่วนผสมข้น
3. ใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบ รอจนส่วนผสมอุ่นแล้วจึงนำไปราดลงบนตัวเค้ก
4. อบถาดเค้กเข้าอบ เปิดเฉพาะไฟบนที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ประมาณ 10-12 นาที จนหน้าแห้งเป็นสีน้ำตาลสวย
5. นำออกจากเตาอบ ทิ้งให้เย็นแล้วใช้ตะแกรงพลิกตัวเค้กให้คว่ำหน้ากับกระดาษไข ควรติดแบ่งชิ้นจากก้นเค้กค่ะ


แหม่มลองทำสองครั้ง ครั้งแรกรู้สึกว่าเนื้อเค้กไม่ค่อยฟูเท่าไร แล้วอบหน้านานไปจนค่อนข้างแห้ง เวลาตัดจึงลำบากมาก แล้วเมื่อทิ้งให้เย็นหน้าจะเหนียวเคี้ยวยาก บางชิ้นหน้าหลุดออกจากตัวเค้กค่ะ นี่เป็นผลจากการอบประมาณ 15 นาที




พอทำครั้งที่สองเริ่มมีการเรียนรู้และพัฒนา หรือมีความกลัวว่าจะเหมือนเดิมด้วยก็ไม่รู้ ก็เลยลดเวลาอบหน้าลงเหลือแค่ 8 นาที ตอนเอาออกมาจากเตาแรกๆ ก็สวยดีค่ะ ไม่แห้งกรอบแล้ว แต่เมื่อตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องเป็นวัน ปรากฏว่าหน้ามันแฉะขึ้นซะงั้น แหม่มเลยคิดว่าครั้งต่อไปจะเพิ่มเป็น 10 นาทีน่าจะพอดีกว่านี้ แต่ถ้าเอาจัดใส่ตู้เย็นซะก็ไม่มีปัญหานะคะ หนึบๆ ดีค่ะ

อันนี้พัฒนาแล้วววว เนื้อเค้กฟูมากขึ้นด้วย ไม่แห้งแล้วค่ะ




ขอบคุณคุณตรี Triny สำหรับสูตรด้วยนะคะ




 

Create Date : 17 มีนาคม 2559    
Last Update : 17 มีนาคม 2559 10:44:41 น.
Counter : 8577 Pageviews.  

Double Chocolate Almond Cookies

ทำตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมแต่ยังไม่มีเวลา up blog เลย ขอเก็บสูตรไว้ทำอีกรอบนะคะ


ไม่ได้ถ่ายรูปขั้นตอนการทำไว้นะคะ เพราะคุกกี้ง่ายอยู่แล้ว ทุกคนทำเป็นหมดแล้วเนอะ เอาส่วนผสมไปก่อน

1. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 140 กรัม
2. ผงโกโก้ 5 ช้อนโต๊ะ
3. เนยสดรสเค็ม 100 กรัม
4. เกลือ 1/4 ช้อนชา
5. น้ำตาลทรายขาว 6 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำตาลทรายแดง 6 ช้อนโต๊ะ
7. ไข่ไก่ 1 ฟอง
8. เบคกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
9. กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
10. Semi Sweet ช็อกโกแลตชิป 1/2 ถ้วย
11. อัลมอนด์บดหยาบ 50 กรัม

วิธีทำ
1. วอร์มเตา เราต้องการอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสค่ะ
2. ผสมของแห้งเข้าด้วยกันด้วยตะกร้อมือ เริ่มจากแป้ง+ผงโกโก้+เบคกิ้งโซดา พักไว้
3. หันมาตีส่วนของเปียกที่เครื่องตี ใช้หัวตีรูปใบไม้ในการผสมนะคะ เริ่มจากตีเนยให้อ่อนตัว ค่อยๆ ใส่น้ำตาลทั้งสองชนิดลงไป ตามด้วยเกลือ จากนั้นจึงใส่ไข่ไก่และกลิ่นวานิลลาลงไป พยายามใช้พายยางช่วยให้ส่วนผสมเข้ากันไม่ติดก้นภาชนะ
4. เมื่อส่วนผสมของเปียกเข้ากันดีแล้ว สังเกตว่าน้ำตาลไม่เป็นเกร็ดจึงนำส่วนของแห้งเทลงไป พยายามใช้พายยางช่วยผสมก่อนเปิดเครื่องตีนะคะ ไม่อย่างนั้นฝุ่นแป้งจะฟุ้งทั่วห้องครัว แล้วตีด้วยความเร็วระดับปานกลางให้ส่วนผสมเข้ากัน ส่วนผสมที่ได้จะแห้ง จับกันเป็นก้อน
5. ค่อยๆ ใส่อัลมอนด์บด ตีจนเข้าเนื้อแล้วปิดเครื่อง จากนั้นนำชอคโกแลตชิปใส่ลงไปใช้พายยางช่วยผสม
6. ใช้ช้อนหรือที่ตักไอศกรีมขนาดเล็ก (แหม่มใช้ช้อนตักเมล็ดกาแฟของสตาร์บัคส์ค่ะ) ตักส่วนผสมเป็นก้อนลงบนถาดอบ ห่างกันเล็กน้อยได้ค่ะ เพราะส่วนผสมแน่นไม่ไหล จากนั้นจึงใช้ก้นช้อนกดลงตรงกลางเพื่อให้ได้คุกกี้เป็นชิ้นแบน


7. อบด้วยความร้อน 180 องศาเซลเซียส ไฟล่างอย่างเดียว นาน 10 นาทีค่ะ จากนั้นนำมาผึ่งบนตะแกรงให้เย็นแล้วเก็บใส่ขวดโหลไว้เป็นของขวัญหรืออาหารว่างได้เลยค่ะ



สูตรนี้เข้มข้นไม่หวานมาก แหม่มทำพร้อมกันทั้งแบบขาวและแบบดำ (แบบขาวมีสูตรอยู่ใน blog แล้วนะคะ) เก็บไว้ให้น้องทัณฑ์กิน เธอบอกว่าเดี๋ยวคริสต์มาสจะทำอีกครั้ง เพื่อไว้ให้ซานต้ากินด้วยค่ะ Merry Christmas & Happy New Year 2016 ทุกคนด้วยนะคะ







 

Create Date : 22 ธันวาคม 2558    
Last Update : 22 ธันวาคม 2558 14:17:53 น.
Counter : 4018 Pageviews.  

Apple Yogurt Cake

สวัสดีมิตรรักแฟนขนมอบค่า ^^

หายไปนานนนนนนนนเลย มัวแต่เลี้ยงลูก เขียนนิยาย แล้วก็เดินทางไปโน่นนี่ ไม่มีเวลานั่งอยู่นิ่งๆ ที่บ้านพอจะทำขนมได้เลย ตอนนี้น้องทัณฑ์ปิดเทอมแล้วเลยต้องหาโอกาสทำขนมซักหน่อย วันนี้จะลองเอาสูตรของคุณปุ๊ก dailydelicious มาลองทำ ต้นฉบับอยู่ที่นี่เลยนะคะ 

//dailydeliciousthai.blogspot.com/2013/12/apple-yogurt-cake-today-i-want-to-relax.html



เริ่มจากส่วนผสมกันค่ะ :-

1. แป้งเอนกประสงค์ 190 กรัม
2. อบเชยป่น 1/4 ช้อนชา
3. เกลือ 1/4 ช้อนชา
4. แอปเปิ้ลเขียว 250 กรัม หรือประมาณ 2 ลูก (ปอกเปลือกและเฉือนไส้ออกแล้ว หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ)
5. น้ำตาลทรายขาว 90 กรัม
6. เนยสดรสจืดละลายแล้วพักไว้ให้เย็น 200 กรัม
7. ไข่ไก่ 2 ฟอง
8. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 100 กรัม หรือประมาณ 1 กระปุก
9. ผิวเลมอนขูด 1 ลูก
10. น้ำตาลทรายแดงเม็ดหยาบ 60 กรัม



เริ่มทำกันเลยนะคะ

1. วอร์มเตา เราต้องการอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสค่ะ จากนั้นก็เตรียมพิมพ์ทรงกลมขนาดกลาง แต่แหม่มไม่มีเลยใช้ขนาดที่อบเค้กไข่แทน ตัดกระดาษรองพิมพ์ไว้นะคะ


2. ร่อนแป้งและอบเชยป่นเข้าด้วยกัน พักไว้


3. จากนั้นก็มาตีเนยละลาย ไข่ไก่ เกลือ น้ำตาลทรายขาว ผิวเลมอน และโยเกิร์ตเข้าด้วยกัน โดยใช้ตะกร้อมือค่ะ



4. เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้วก็ทยอยเทแป้งลงไปผสม โดยการแบ่งเป็นสามรอบ ขั้นตอนนี้ใช้พายยางนะคะ ผสมจนเข้ากันดี แป้งไม่เป็นเม็ด





5. ขั้นตอนสุดท้ายให้ใส่แอปเปิ้ลลงไปพร้อมกันเลยค่ะ



ุ6. เทส่วนผสมที่ได้ใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ทีละครึ่ง จากนั้นก็โรยหน้าด้วยน้ำตาลทรายแดง


7. เทส่วนที่เหลือลงไป เกลี่ยเล็กน้อยให้เสมอกันแล้วโรยน้ำตาลที่เหลืออีกครึ่งจนหมดค่ะ




8. นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 45-50 นาที หรือจนกระทั่งสุก เช็คสุกโดยการใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มลงไปในเนื้อเค้ก หากสุกดีจะไม่มีเนื้อเค้กติดขึ้นมาค่ะ



สำรวจรสชาติ....

อร่อยมากกกกก ไม่หวาน แต่ให้รสสัมผัสกรุบๆ จากน้ำตาลทรายแดง หอมซินนามอนกับผิวเลมอน มีรสเปรี้ยวนิดๆ ของแอปเปิ้ลเขียว ทานกับชาหรือกาแฟก็ได้ค่ะ แต่ถ้าให้ดีมีไอศครีมรสวานิลลาวางขนาบข้างก็จะเหมาะ ใช้เป็นของว่างไว้รับแขกบ้านแขกเมืองไม่อายใคร ดูหรูหราราคาแพง งานนี้แหม่มลงทุนไป 400 นิดๆ ยังเหลือของให้ทำอีกชุดสบายๆ ค่ะ หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ ขอบคุณคุณปุ๊กไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ สำหรับการแบ่งปันสูตรอร่อยๆ






 

Create Date : 02 ตุลาคม 2558    
Last Update : 3 ตุลาคม 2558 21:45:40 น.
Counter : 3620 Pageviews.  

วิธีแก้ไขสปองจ์เค้กเป็นไต

สวัสดีปีใหม่ 2558 แฟน blog tiara ทุกท่านค่ะ ปีใหม่แล้วขอให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง มีเงินมีทองใช้ไม่ขาดมือนะคะ ปีใหม่ได้ทำขนมให้คนในครอบครัวทานกันบ้างไหมเอ่ย วันนี้ tiara มีความลับบางอย่างจะมาบอกค่ะ



เนื่องจาก blog เค้กส้มจะครบ 10 ปีแล้ว หลายคนคงกลายเป็นเซียนเค้กส้มหรือเนื้อเค้กแบบบัตเตอร์สปองจ์กันไปเรียบร้อยแล้ว แต่มีหลายคนใช่ไหมคะที่ทำยังไงเค้กก็ยังเป็นไต หรือที่เรียกว่าเนยนอนก้นอยู่

ขอสารภาพเลยว่าตอนแรกๆ เจ้าของ blog ไม่เข้าใจเลยว่าเป็นไตยังไง จนกระทั่งมีคนถ่ายรูปมาให้ดู แล้วบอกว่าทำตามสูตรของเราทุกอย่างแล้วทำไมเค้กถึงออกมาเป็นอย่างนั้น tiara ก็พยายามคิดว่ามันจะเกิดจากอะไรได้บ้าง ความร้อนในเตาไม่พอรึเปล่า หรือกำลังของเครื่องตีไม่แรงพอที่จะทำให้เนื้อของส่วนผสมเข้ากัน ไข่ไม่สดเลยตีไม่ขึ้น หรือเนยละลายไม่อุ่นพอ ก็พยายามเดาทางกันไปจนกระทั่ง...หนูทำเป็นไตเหมือนกันค่า

ไม่มีคนแช่ง tiara ใช่ไหมคะ ถ้ามีสารภาพมาเลยนะคะ มันเริ่มจากทำเค้กกาแฟเป็นไตค่ะ แต่เนยกระจายเป็นหย่อม ไม่ได้เป็นแผ่นเหมือนที่หลายคนถ่ายรูปมาให้ดู ด้วยความที่ไม่ได้ทำบ่อย นานๆ ทำครั้งก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นปัญหาที่อุปกรณ์มากกว่า

จนกระทั่งเปลี่ยนเตาใหม่...แต่ก็ยังเป็น คราวนี้เนยนอนก้นเป็นแผ่นชัดเจน ความจริงรู้ตั้งแต่ก่อนเข้าเตาอบแล้วว่าส่วนผสมไม่พับเป็นชั้นเหมือนเคย ทั้งที่เราก็ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง มานั่งคิดอยู่หลายวันจนในที่สุดก็ตัดสินใจลองวิธีนี้ค่ะ

ในเมื่อส่วนผสมเหลวก็ต้องลองตัดส่วนผสมที่เป็นของเหลวออก อะไรที่ตัดแล้วจะมีผลต่อรสชาติน้อยที่สุด นั่นก็คือ "น้ำเปล่า" ค่ะ แต่จะตัดเท่าไรนี่สิ บอกแบบเจาะจงไม่ได้จริงๆ ค่ะ ต้องอาศัยประสบการณ์กันหน่อย

มาเริ่มจากวิธีตีกันเลย...โดยปกติเราจะตีแบบใส่ไข่ ใส่น้ำ น้ำตาลและเกลือลงไปก่อนเพื่อตีให้ละลายพร้อม SP ใช่ไหมคะ ลองวิธีใหม่ค่ะ คือดึงน้ำออกมาก่อน ยังไม่ต้องใส่น้ำเปล่าลงไปในอ่างผสม แแล้วตีตามขั้นตอนเดิม พอน้ำตาลกับไข่ละลายให้เติมแป้งลงไป ตีด้วยความเร็วปานกลาง 5 นาทีเหมือนเดิม แต่ประมาณนาทีที่ 4 ให้สังเกตว่าส่วนผสมจะข้นเหนียวมาก แสดงว่าของเหลวไม่พอ ตอนนี้แหละค่ะให้ค่อยๆ เติมน้ำลงไปทีละน้อย สังเกตว่าส่วนผสมเริ่มเหลวและเนื้อเป็นมันนิดๆ ให้หยุดใส่ ไม่จำเป็นต้องใส่ให้หมดนะคะ เมื่อวานตอนที่ทดลองนั้นน่าจะใส่ไปประมาณ 15-20 กรัมได้ค่ะ ประมาณครึ่งหนึ่งจากสูตรเดิม

จากนั้นก็ปาดอ่างแล้วใส่นมกับเนยละลายตามสูตร ทำแบบนี้แล้วส่วนผสมที่ได้ก็เกือบเต็มพิมพ์เลยค่ะ ตอนที่เทใส่ก็พับเป็นชั้นสวยงาม



อบไปประมาณ 10 นาที ลุ้นหน้าเตาเห็นส่วนผสมขึ้นดีก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย



อบเสร็จแล้ว หน้าเหี่ยวไปนิด เนื่องจากลดน้ำลงทำให้ความชุ่มชื้นของเนื้อเค้กไม่เท่าเดิมนะคะ มันจะกระด้างขึ้นมานิดหนึ่ง แต่ไม่เสียรสชาติ



ก้นไม่เป็นไต ผ่าเนื้อในแล้วสวยงามดี



เอามาแต่งก็ได้ปริมาตรเค้กที่สวยงาม ไม่เตี้ยค่ะ







ถามว่าทำไมถึงใช้วิธีนี้ เพราะเมื่อวานตอนที่ชั่งน้ำหนักส่วนผสม สังเกตว่าไข่ไก่เบอร์ 0 ที่ซื้อจากฟาร์มมามีขนาดใหญ่มากค่ะ พอตอกออกมาปรากฏว่าปริมาณของไข่ขาวเยอะมาก เราก็สงสัยเลยลองเทียบกับไข่ไก่เบอร์ 0 ที่ซื้อมาจากซูปเปอร์มาเก็ตดู ปรากฏว่ามีขนาดต่างกันอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ทีนี้ก็เลยกลัวว่าถ้าไข่ขาวเยอะเกินไปพอตีออกมาส่วนผสมจะฟูมาก จนเนื้อของส่วนผสมไม่สามารถรับน้ำหนักของเนยที่เราจะผสมไปในขั้นตอนสุดท้ายได้ ซึ่งนั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เนยนอนก้น หรือเค้กเป็นไตอย่างที่หลายคนเรียก ก็เลยลองหาวิธีที่จะลดของเหลวในส่วนผสมดู

แล้วอาจจะสงสัยว่าทำไม tiara ไม่ถ่ายรูปไว้ ก็เพราะหนูลองดูก่อนไงคะ หนูก็กลัวว่ามันจะไม่สำเร็จเหมือนกันแหละ แต่บังเอิญว่ามันออกมาดี ก็เลยเอาเคล็ดลับมาแบ่งปันกันนะคะ ใครมีประสบการณ์เรื่องนี้หรือมีวิธีตีแบบอื่น แก้ปัญหาแบบอื่นก็เอามาแชร์กันได้นะคะ เพราะแหม่มไม่ได้ทำบ่อย หากใครทำขายแล้วทำบ่อยก็อาจจะมีวิธีที่ดีกว่านี้

มีน้องๆ ที่คุยกันใน FB ว่าลดขนาดไข่ไก่เป็นเบอร์ 1 แต่ก็ยังเป็นไตเหมือนกัน งั้นมาลองวิธีลดน้ำเปล่าดูค่ะ ถือว่าเอาเคล็ดลับมาสวัสดีปีใหม่ก็แล้วกันนะคะ มีความสุขกับการทำขนมทุกคนค่า




 

Create Date : 02 มกราคม 2558    
Last Update : 2 มกราคม 2558 17:32:06 น.
Counter : 14358 Pageviews.  

Lemon Muffins

สวัสดีค่ามิตรรักแฟนขนม ไม่ได้ทำขนมใหม่ๆ ซะนาน แต่ก็ยังทำเค้กชอคโกแลตหน้านิ่มกับชอคโกแลตมัฟฟิ่นให้น้องทัณฑ์อยู่นะคะ วันนี้มีเมนูมัฟฟิ่นหอมๆ มานำเสนอค่ะ ปรับสูตรจากบลูเบอรี่มัฟฟิ่นนั่นเอง แต่ใช้วิธีผสมแบบไม่ต้องพึ่งเครื่องตีนะคะ




เริ่มเลยมะคะ :-

ส่วนผสม :-
1. แป้งเอนกประสงค์ 200 กรัม และแป้งเค้ก 80 กรัม
2. เกลือ 1/4 ช้อนชา
3. เบคกิ้งโซดา 3/4 ช้อนชา
4. เนยสดรสเค็มทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง 100 กรัม
5. น้ำตาลทรายแดง 150 กรัม
6. ไข่ไก่ฟองโต 1 ฟอง
7. ครีมเปรี้ยว 1 กระปุก (หรือ 145 ml.)
8. น้ำเลมอน 1/4 ถ้วย (ประมาณ 1 ลูกค่ะ)
9. ผิวเลมอนขูดฝอยประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
10. เลมอนสำหรับตกแต่งหน้าขนมและน้ำเลมอนคั้นอีก 1 ลูก
11. น้ำตาลไอซิ่งประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
*สูตรนี้ไดัมัฟฟิ่น 15 ถ้วยขนาดเล็กนะคะ*




วิธีทำ :-


1. ตั้งอุณหภูมิของเตาอบไว้ที่ 180 องศาเซลเซียส แล้วชั่งส่วนผสม

2. เอาของแห้งผสมกันในชามแห้ง ได้แก่ แป้งสองชนิด เกลือ น้ำตาล เบคกิ้งโซดา



3. ละลายเนย



4. ผสมของเปียกในชามอีกใบ ได้แก่ ครีมเปรี้ยว ไข่ไก่ และน้ำเลมอน





5. ใส่เนยละลายผสมลงไปในชามเปียก ผสมจนเข้ากันดี




6. กลับมาที่ชามแห้งค่ะ เอาผิวเลมอนที่ขูดไว้ผสมลงไปในชามแห้ง คนให้เข้าไปในส่วนผสม




7. ระหว่างนี้เตรียมเลมอนสำหรับตกแต่งหน้าขนมก่อนค่ะ ผ่าครึ่งแล้วสไลด์มาหนึ่งชิ้น ตัดแบ่งเป็นสี่ส่วนแบบนี้




8. เอาของเปียกเทลงในส่วนของแห้งแล้วใช้พายยางตะล่อมค่ะ






9. จากนั้นก็นำเอาส่วนผสมใส่พิมพ์กระดาษแล้วตกแต่งด้วยชิ้นเลมอนที่เตรียมไว้ค่ะ



10. เอาเข้าอบเลย ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสค่ะ



11. ระหว่างที่รอขนมสุก เรามาเตรียมไอซิ่งสำหรับราดหน้าขนมกัน ให้นำน้ำเลมอนที่เหลือจากลูกที่สองที่เราหั่นเมื่อกี้น่ะค่ะมาผสมกับไอซิ่ง ได้ประมาณนี้เตรียมไว้ก่อนนะคะ




12. เมื่อขนมสุกแล้วก็นำออกจากเตาแล้วราดด้วยไอซิ่งที่เตรียมไว้เลยค่ะ รสชาติจะตัดเปรี้ยว ตัดหวาน หอมอร่อยมาก



ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วค่อยเก็บใส่กล่องนะคะ หอมมมมมมมม...



เนื้อข้างใน



รสชาตินะคะ ไม่หวาน หอม มัน ได้กลิ่นมะนาวผสมเนย สูตรนี้ไม่ต้องใช้กลิ่นสังเคราะห์เลยค่ะ (ตอนแรกเตรียมกลิ่นวานิลลาไว้แต่ก็ไม่ได้ใช้) เลมอนธรรมชาติหอมมาก ใช้เป็นสูตรสำหรับบำบัดอารมณ์คนทำขนมได้ดีนะคะ ใครหงุดหงิดอยู่แนะนำทำขนมชนิดนี้ค่ะ เก็บไว้ทานได้หลายวัน แค่เอาแช่เย็นไว้ ก่อนทานใส่ไมโครเวฟสักครึ่งนาทีก็อร่อยเหมือนเดิมค่ะ







 

Create Date : 22 กรกฎาคม 2557    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2557 12:26:44 น.
Counter : 8359 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  

BlogGang Popular Award#13


 
tiara
Location :
ภูเก็ต Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 371 คน [?]




blog นี้ตั้งใจทำขึ้นเพราะต้องการให้ความรู้เรื่องการทำขนมอบเป็นวิทยาทานแก่คนทั่วไป ส่วนเรื่องลูกเป็นพื้นที่สำหรับเก็บบันทึกไว้ให้เกาทัณฑ์ และจะมีโฆษณางานเขียนของ tiara อีกเล็กน้อย หากสิ่งใดเป็นประโยชน์ในการนำไปปรับใช้ก็ยินดีที่จะแบ่งปันค่ะ

ปล. tiara ไม่ได้เปิดสอนคลาสชงกาแฟสดและทำเบเกอรี่แต่อย่างใด ความรู้มีอยู่ใน blog สามารถเรียนฟรีได้เลยค่ะ ^^
ผลงานของ tiara

...เรื่องยาว...

...เรื่องสั้น...

"จอมยุทธ์ผู้ตามหาหงส์ขาว"
"Don't read my mind!"
"ลิลลี่สีขาวกับสาวน้อยของผม"
"หนุ่มรับเหมากับสาวแบรนด์เนม"
Friends' blogs
[Add tiara's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.