เวลาที่ไม่ได้อยู่ในขวดแก้ว
Group Blog
 
All blogs
 

ความรู้สึกครั้งสุดท้าย

หากเวลากลับถอยหลัง สักครั้งเราคงไม่พรากกัน
ไม่มีวันต้องแอบเจอกัน เราคงเป็นของกันและกัน
แต่เวลาไม่ถอยหลัง จึงพลั้งไปที่เราเจอกัน
จึงสายไปที่จะดึงดัน ฉะนั้นฉันควรจากไป
ตัดใจและลืมฉันไปดีกว่า
กล่าวลาซึ่งกันและกัน
เธออยู่กับคนของเธอ ฉันจะอยู่ของฉัน
แค่มองเห็นเธอโชคดี ฉันก็สุขใจ

หากเวลากลับถอยหลังสักครั้งเราคงไม่พรากกัน
ไม่มีวันต้องแอบเจอกัน เราคงเป็นของกันและกัน
แต่เวลาไม่ถอยหลัง จึงพลั้งไปที่เราเจอกัน
จึงสายไปที่จะดึงดัน ฉะนั้นฉันควรจากไป
ตัดใจและลืมฉันไปดีกว่า กล่าวลาซึ่งกันและกัน
เธออยู่กับคนของเธอ ฉันจะอยู่ของฉัน
จากกันด้วยความเข้าใจก็พอ
เช่นฉันต้องลืมรักเธอเช่นกัน
ผูกพัน เหลือไว้แค่ฝัน
ยอมอดกดกลืนน้ำตา ดีกว่าโหยหา
สิ่งที่เหมือนเราไม่ใช่เจ้าของ
จะแอบมองเธอลืมเขาได้เมื่อไหร่
ก่อนใครโปรดนึกถึงฉัน
จะกลับมาเป็นของเธอไม่ห่างเหหัน
จะนานแสนนานเท่าไร
รู้ไว้ฉันจะคอย

___________________________


"เธออยู่กับคนของเธอ ฉันจะอยู่ของฉัน"

ไม่ว่าปรารถนาให้เวลาย้อนกลับแค่ไหน ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้
สิ่งที่เหลืออยู่คือ การยอมรับ และ ความหวัง

ในเมื่อสิ่งที่ต้องการเป็นไปไม่ได้ สำหรับปัจจุบัน คือการยอมรับ
สำหรับอนาคตคือความหวัง

ความหวังทำให้ชีวิตที่ไม่มีชีวา ยังคงอยู่ได้
เมื่อความหวังเป็นจริง ชีวิตก็กลายเป็น ชีวิตที่มีชีวา

การกำหนดใจวางไว้กับผู้อื่น บางครั้งเป็นไปด้วยตั้งใจ
บางครั้งเป็นไปด้วยพลั้งเผลอ
และ บางครั้ง ปนเปกันไปด้วยความตั้งใจและพลั้งเผลอ
...ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจ หรือ พลั้งเผลอ
ผลคือความเศร้า ความเสียใจ ความผิดหวัง ...รันทดนัก
เหมือนชีวิตไร้สิ้นซึ่งแล้ว ความสวยงาม... ไม่ต่างกัน
หากผู้อื่นนั้น มิได้มีใจกำหนดวางไว้ที่เรา
หรือผู้อื่นนั้นไม่อยู่ในกาลที่จะกำหนดใจวางไว้ที่เราได้

สิ่งที่เหลืออยู่คือ การ ละเลิก ทำใจ หรือรอคอย
แต่สิ่งที่เหลืออยู่นี้ไม่สามารถมาจากความพลั้งเผลอได้อีกแล้ว
ถ้าหากเลือกการ ละเลิกทำใจ ... ไม่มีใครเผลอทำใจได้
เพราะการทำใจต้องใช้ความพยายามในการละเลิก
และในระหว่างการเดินทางของการละเลิก หลายครั้งที่พลั้งเผลอรอคอย
จงต่อสู้กับความพลั้งเผลอนั้น หากไม่ต้องการจะรอคอยจริงๆ

เมื่อเลือกทางใดแล้ว จงมุ่งมั่นไปตามทางนั้น
จงมั่งคง และ เด็ดเดี่ยว หรือ อาจจะต้องเด็ดขาดในบางครั้ง
เพื่อสิ่งที่เราต้องการ

ไม่มีใครไม่นึกถึงตัวเอง
อย่าโกรธ เกลียด คนที่ทำให้เรารู้สึกกลายเป็นผู้ถูกกระทำ
เพียงเพราะเค้าทำเพื่อตัวเอง
เพราะธรรมชาติของคนธรรมดา ย่อมนึกถึงแต่ตัวเอง
และโปรดอย่าสงสัย หากจะมีใครซักคนนึกถึงแต่เรา
เพราะความรู้สึกที่เรียกว่ารัก (แม้ไม่มีใครนิยามความหมายได้)
เปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นคนไม่ธรรมดาได้

..........................................................











 

Create Date : 01 มิถุนายน 2552    
Last Update : 1 มิถุนายน 2552 5:51:52 น.
Counter : 308 Pageviews.  

เป็นอะไรก็ได้ที่อยากจะเป็น


พร้อมที่จะเข้าใจทุกอย่าง
และคิดว่าเข้าใจและรับได้ทุกอย่าง

แต่จริงๆแล้วมันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้น
หรือจริงๆแล้วมันอาจจะเป็นอย่างนั้น

ไม่มีใครรู้ ถ้าไม่มีใครให้โอกาส

...........................................

.......ทน ได้อีก......................




 

Create Date : 17 มีนาคม 2552    
Last Update : 17 มีนาคม 2552 1:27:07 น.
Counter : 266 Pageviews.  

เดือนนี้มีวันแห่งความรัก

เที่ยงคืนยี่สิบห้านาที ของวันแรก ในเดือนแห่งความรัก
เดือนที่สองของปี ที่มีวันที่สิบสี่ เป็นวันแห่งความรัก
....เดือนนี้มีวันแห่งความรัก

ขอให้รักจงบังเกิด กับทุกคน
และ ปรารถนาให้เธอมีความสุข

การร่ำลาเป็นสิ่งสุดท้ายที่อยากทำ
แต่ท้ายที่สุด การเริ่มต้นของจุดจบก็เริ่มขึ้น

เสียใจได้

รักก็ส่วนรักแต่ชีวิตต้องดำเนินต่อไป




 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2552 0:28:15 น.
Counter : 230 Pageviews.  

ความรักไม่ตายไปกับสิ่งที่รัก

กุ๊งกิ๊ง เป็นลูกของ นังยอด... นังยอดหรือชื่อเต็มๆว่ายอดสวาท จำไม่ได้แล้วว่าใครเป็นคนตั้งให้ ชื่อยอดนี่คงเป็นยายตั้ง แต่ยอดสวาท ก็คงเป็นแม่หรือน้าจิ๋มมั้งที่ ชอบตั้งชื่อหมาที่บ้าน ให้มีชื่อสุดเก๋และขำไปตามเรื่องตามราว ยอดเป็นหมาตัวเมีย ขนาดกลางๆ สีดำ ขนยาวพอประมาณ ตั้งแต่จำความได้ก็มียอดสวาทอยู่คู่บ้านมาแต่ไหนแต่ไร ตอนยอดท้องกุ๊งกิ๊ง ยอดแก่มากแล้วน่าจะอายุราวๆ สิบหรือสิบเอ็ดปี... ยอดคลอดลูกออกมาตัวเดียวสำหรับท้องสุดท้ายในชีวิตของมัน เมื่อลูกเกิด ยอดก็ตาย ทิ้งลูกหมาตัวเล็กนิดเดียว สีขาวลายน้ำตาลไว้ให้พวกเราดูต่างหน้า .. เราตั้งชื่อมันว่า กุ๊งกิ๊ง (เพราะตอนนั้นวุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูป ยี่ฮ้อนี้ กำลังฮิต ) ทุกคนเอาใจใส่ดูแลกุ๊งกิ๊งเป็นอย่างดี เพราะว่า กุ๊งกิ๊งกำพร้าตั้งแต่ตายังไม่แตก (ตายังไม่แตก... ไม่รู้เป็นศัพท์เฉพาะภาษาเหนื่อรึเปล่า แปลได้ว่า ลูกหมาเกิดมายังลืมตาไม่ได้ เปลือกตาของมันจะยังติดกันอยู่ซักประมาณเจ็ดวัน ) ประคบประหงมกันทุกทาง กุ๊งกิ๊ง มีกล่องกระดาษทีตัดฝากล่องออกและตัดด้านนึงให้เตี้ย ปูผ้าขนหนูอย่างดี เป็นที่นอน และมีตุ๊กตาหมีหนึ่งตัวเป็นเพื่อน พวกเราเลี้ยงมันด้วย นมผงเด็ก ใส่ขวดให้ดูด เหมือนมันเป็นเด็กทารกยังไงยังงั้น กุ๊งกิ๊งน่ารัก โตขึ้นเรื่อยๆ แต่เรียกไม่ได้ว่าโตวันโตคืน เพราะตัวมันเล็กๆ แต่ยังไงมันก็เป็นลูกหมาที่น่ารัก นอกจากเลี้ยงอย่างดีแล้ว พวกเราทุกคนในบ้าน ที่มี พ่อ แม่ ยาย น้าจิ๋ม พี่เอ๋ และ เรา ยังคลุกคลี เล่นกับมัน ตลอด ลามปามไปถึงเพื่อนบ้าน อย่างพี่มดแดง อั๋น และน้าเล็กที่เวลามาที่บ้านก็มักจะมาเล่นกับมัน....

เกือบสามเดือน ... ใกล้ถึงเวลาที่จะเอามันไปฉีดยา ป้องกันพิษสุนัขบ้า ..กุ๊งกิ๊งเริ่มมีอาการแปลกๆ มันดูไฮเปอร์ เล่นซนมากๆ กัดของกระจุยกระจาย เวลายายกวาดพื้นมันก็มาไล่กัดไม้กวาดอย่างเอาจริงเอาจัง.. เป็นอยู่วันสองวัน พวกเราก็คิดได้ว่ามันผิดสังเกต ..เลยจำเป็นต้องจับมันขังไว้... กุ๊งกิ๊ง อาการหนักขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นหมาก้าวร้าว เห่า เกรี้ยวกราดตลอดเวลา ...ลองนึกถึงภาพลูกหมาตัวเล็กๆ จากที่เคยน่ารักน่าเอ็นดู แต่เปลี่ยนเป็นหมาดุร้ายเพียงชั่วไม่กี่คืนดูซิ .. ตอนแรกทุกคนยังไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร แต่ดูจากอาการ แล้ว เราสงสัยว่ามันจะเป็นหมาบ้า แล้วอาการของกุ๊งกิ๊งก็ชัดขึ้นเรื่อยๆ มันเริ่มกินอะไรไม่ได้ ที่เรียกว่าโรคกลัวน้ำ จริงๆ แล้วคงมาจากการที่มันกินน้ำไม่ได้ กินอะไรไม่ได้มากกว่า เพราะหมาที่เป็นหมาบ้า ขากรรไกรจะแข็ง ไม่สามารถกินอะไรได้... น่าสงสารมาก ...หลังจากที่จับกุ๊งกิ๊งขังไว้ในตู้เก่าๆ ที่ตีเป็นไม้ระแนง (ตู้กับข้าวสมัยก่อนน่ะ ) อยู่ได้วันสองวัน พ่อก็ต่อกรง ใหม่เอาไว้ขังกุ๊งกิ๊ง เป็นเหมือนเปลเด็ก แต่ไม่มีพื่น เหมือนแค่ครอบมันไว้ เพื่อจะได้ยกได้เตี้ยๆแล้วย้ายกุ๊งกิ๊งให้เดินตามไปได้น่ะ (ลองจินตนาการดู ) พวกเราเลี้ยงมันอยู่ในนั้นได้ซักอาทิตย์นึง กุ๊งกิ๊งก็ตาย เพราะมันกินอะไรไม่ได้ และมีไข้... น้าจิ๋มหรือพ่อ ก็ไม่รู้จำไม่ได้แล้ว จับ(ศพ)กุ๊งกิ๊งใส่ถุง พลาสติกเอาไปให้ที่โรงพยาบาลลำปาง พิสูจน์ ว่ามันเป็นบ้ารึเปล่า...เค้าต้องตัดหัวมันเพื่อหาเชื้อในสมอง... พวกเราก็เลยให้เอาไปทั้งตัวน่ะ เพราะไม่มีใครยอมตัดหัวมัน... ปรากฎว่าไม่มีอะไรผิดความคาดหมาย กุ๊งกุ๊ง เป็นโรคพิษสุนัขบ้า ... และพวกเราที่สัมผัสกุ๊งกิ๊งก็มีสิทธิ์เป็นโรคนี้กันทุกคน... ภาวะวิตกเกิดขึ้นกับคนทั้งบ้าน รวมไปถึงพี่มดแดง น้าเล็ก และอั๋น ในที่สุด พวกเราทุกคนก็ต้องฉีดยากันคนละหกเข็ม เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นบ้าตามกุ๊งกิ๊งไป...ไม่มีใครโกรธกุ๊งกิ๊งเลย ...สิ่งที่เรามีให้มันตั้งแต่เกิด จนมันจากไปคือ ความรัก สงสาร และเวทนา...

กุ๊งกิ๊ง จากไปนานแล้ว และที่บ้านก็ยังมีหมาอีกหลายตัวในรุ่น่ต่อๆไปที่จากไปแล้ว...เรายังจำทุกตัวได้ แต่ที่เล่าเรื่องกุ๊งกิ๊งให้อ่านในวันนี้ ก็เพราะว่า ชะตากรรมของกุ๊งกิ๊ง น่าสงสารที่สุด ...

ไว้อาลัยแก่ทุกชีวิตที่จากไปในบ้านเรา




 

Create Date : 23 ธันวาคม 2551    
Last Update : 1 มิถุนายน 2552 5:51:12 น.
Counter : 216 Pageviews.  

นิทานดาวลูกไก่

รู้จักนิทานเรื่องดาวลูกไก่กันมั้ย

จำไม่ได้แล้วว่าตอนเป็นเด็กเล็กๆ ใครเล่าให้ฟัง
อาจจะเป็น ยาย แม่ หรือ น้าจิ๋ม (พ่อคงไม่เล่า คงชวนเล่นหมากรุก หมากฮอสกันมากกว่า) แต่จำได้ว่า ร้องไห้ทุกครั้ง ที่ฟัง

... ลองมาทบทวนดู ว่านิสัย รัก(และขี้สงสาร)สัตว์ นั้นต้องมาจากการเลี้ยงดู และ สภาพแวดล้อมในบ้าน ที่มี หมา มีไก่ เป็นสัตว์เลี้ยงแน่ๆ นอกจากนี้ ก็คงเป็นเพราะนิทานเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน...

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีตายาย คู่หนึ่ง เลี้ยงไก่ ไว้กินไข่
แม่ไก่แสนจะกตัญญู ออกไข่เป็นอาหาร ให้ตายาย ทุกวัน
ตายายก็เมตตา รักแม่ไก่ และเลี้ยงดูอย่างดี
จนแม่ไก่มีลูกเจี๊ยบ เจ็ดตัว ... ตายาย ก็ยังรัก ฟูมฟักทั้งแม่และลูก
จนวันหนึ่ง... มีพระธุดงค์ มาปักกลด ไม่ไกลนัก
ด้วยอยากจะทำบุญ ตากับยาย จึงปรึกษาว่า จะต้องตัดใจ ฆ่าแม่ไก่เอามาทำแกงไปถวายแด่พระภิกษุ แม่ไก่ได้ยินดังนั้น เสียใจเป็นอย่างมาก กก กอดลูก ร่ำไห้ สั่งลา บอกลูกทั้งเจ็ดว่า แม่ต้องเสียสละชีวิตเพื่อ ให้ตากับยายได้ทำบุญ....
หลังจากที่ตา ฆ่าแม่ไก่ เอาไปทำแกง ลูกน้อยทั้งเจ็ด เสียใจมากจนวิ่งเข้ากองไฟตายตามแม่ไก่ไป

เพราะผลบุญ ที่รู้กตัญญู และสละชีวิตเป็นอาหารแด่ภิกษุ
แม่ไก่และลูกไก่จึงได้ไปเกิดเป็น ดาวลูกไก่...

บนฟ้านั่นไง... แม่(หรืออาจจะเป็นยาย หรือน้าจิ๋ม) ชี้ให้ดู ดาวลูกไก่ บนฟ้า ที่ มีดาวดวงโตๆ หนึ่งดวง มีดาวดวงเล็กๆล้อมรอบ อีกเจ็ดดวง ...

แหงนมองฟ้าไปก็น้ำตาร่วง ร้องไห้ไป ไม่สนใจหรอก ว่าแม่ไก่และลูกไก่จะไปเกิดเป็นอะไร ... สนใจแต่ว่า... ฆ่ามันทำไม ฮือๆๆๆๆ

....การช่วยเหลือผู้อื่น การทำบุญกุศล
หากต้องเบียดเบียนใครแล้ว... นั่นย่อมไม่เป็นเรื่องดี



( ดาวลูกไก่ จริงๆ คือกลุ่มดาว M45 มีรวมๆกันทั้งหมด ประมาณห้าสิบกว่าดวง แต่ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มีอยู่เจ็ดดวง ต่างชาติเรียก seven sisters มีตำนานคล้ายๆของไทย หรือไทยคล้ายต่างชาติ อันนี้ก็ไม่รู้ได้ ว่า พี่น้องเจ็ดสาว ฆ่าตัวตายตามพ่อ พระเจ้าเห็นใจเลยส่งให้ไปเกิดเป็นดวงดาว เจ็ดดวง ... สรุป นิทานดาวลูกไก่ จริงๆ แล้ว ไม่มีแม่ไก่ไปเกิด มีแต่ลูกไก่ไปเกิดเป็นดาว เจ็ดดวง... แต่ที่เราเล่าไปข้างบน เป็นความทรงจำส่วนตัว ก็อยากจะจำให้มันมีทั้งแม่และลูกได้อยู่ด้วยกัน... นิทานออยและดาวลูกไก่ จึงเป็นไปด้วยประการฉะนั้น.. )




 

Create Date : 23 ธันวาคม 2551    
Last Update : 23 ธันวาคม 2551 17:22:12 น.
Counter : 4735 Pageviews.  

1  2  

thitioil
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ถนนมีทางตัน แต่ชีวิตไม่มี

เมื่อฉันบอกว่า ปรารถนาให้เธอมีความสุข
นั่นหมายความว่า ฉันปรารถนาให้เธอมีความสุข

เมื่อฉันบอกว่า ขอให้เธอมีความสุข
นั่นหมายความว่า ฉันขอให้เธอมีความสุข
Friends' blogs
[Add thitioil's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.