"ข้าพเจ้าอ่าน..ราวกับกลัวว่า ความกระหายในการอ่าน จะเหือดหายไปในวินาทีข้างหน้า"
Group Blog
 
All Blogs
 

"กำลังอ่านหนังสือเข้าใจม๊ายยยอย่ามาขัดจังหวะ"! / ใครคือ (Who is?) JULIAN SMITH - (เนื้อเพลง) I'm Reading a Book


เนื้อเพลง I'm Reading A Book (lyrics)

At home
sitting in my favorite nook
My girl's trying to get me eat some dinner she cooked
I'm reading a book, girl
I'm reading a book
dont you ever interrupt me while i'm reading a book

On the shoulder
I got pulled over
Pigs trynna get me, roll my window lower
I'm reading a book, pig
I'm reading a book
Don't you ever interrupt me, while I'm reading a book

Why are all these people always interrupting me?
What i gotta do to try to make them see?

(Don't you ever interrupt me while I'm reading a book)
I'm reading a book, I'm reading a book
dont you ever interrupt me while I'm reading a book
(Don't you ever interrupt me while I'm reading a book)
I'm reading a book, I'm reading a book
dont you ever interrupt me while I'm reading a book

I'm at the library, where they call me a crook
I never even pay for my library books
I take them from the shelf
and if anyone looks i say
I'm reading a book, man
I'm reading a book

At a stupid birthday party for some stupid kid
take a book from a present
That was supposed to be his
[ From: //www.elyrics.net/read/j/julian-smith-lyrics/i_m-reading-a-book-lyrics.html ]
Now i'm about to find out what happens to Captain Hook
Cause i'm reading your book, kid
I'm reading your book

Why are all these people always interrupting me?
What i gotta do to try to make them see?

(Don't you ever interrupt me while i'm reading a book)
Im reading a book, i'm reading a book
dont you ever interrupt me while i'm reading a book
(Don't you ever interrupt me while i'm reading a book)
Im reading a book, i'm reading a book
dont you ever interrupt me while i'm reading a book

If you ever interrupt me
you can bet your gonna see
the nasty me, the nasty me, the nasty me

Im reading a book, i'm reading a book
dont you ever interrupt me while i'm reading a book
(Don't you ever interrupt me while i'm reading a book)
Im reading a book, i'm reading a book
dont you ever interrupt me while i'm reading a book
Im reading a book, i'm reading a book
dont you ever interrupt me while i'm reading a book
(Don't you ever interrupt me while i'm reading a book)
Im reading a book, i'm reading a book
dont you ever inte...






เอาอะไรมาแชร์เนี่ย?

แล้วไอ้นายนี่มันเป็นใคร? 

และเกี่ยวอะไรกับคนรักการอ่านอย่างพวกเรา? 

มา...เชิญตามมาทางนี้ จะไขขานให้ฟัง 


มันก็คงไม่เกี่ยวหรอกถ้าว่านายคนนี้ ไม่มาร้องเพลงปาวๆ บ่นว่า ทำไมใครๆ ก็ชอบรบกวนเขาจังเวลาที่เขาอ่านหนังสือ!!

"กำ ลัง อ่าน หนัง สือ เข้า ใจ ม๊ายยย 

  อย่า  มา ขัด   จัง  หวะ"!!!!(แปลตรงตัวเดี๊ยะ)

เห็นว่าบทเพลงนี้เี่กี่ยวข้องกับการอ่าน และมีอารมณ์ขันดี จึงเอานำเสนอครับทั่น ส่วนนายคนนี้น่ะ เขาชื่อว่า Julian Smith

นาย Julian Smith คนนี้เป็นใคร? เขาเป็นนักแสดงและผู้กำกับชาวอเมริกันครับท่าน สำหรับใครที่เข้าเว็บ Youtube เป็นประจำอาจจะเคยเห็นหน้าค่าตานายคนนี้มาบ้าง เพราะว่านาย  Julian Smith นี้เขาโด่งดังมาจากคลิปวีดีโอ "5 Things I Hate About Facebok" ที่เผยแพร่ครั้งแรกในเดือนเมษายนปี 2009 ปรากฏว่าพออัพโหลดคลิปลงบน Youtube ปุ๊บ ยอดชมก็พรุ่งปรี๊ดไปแตะ 6 ล้านครั้งโน่น นอกจากคลิปสร้างชื่อ "5 Things I Hate About Facebok" แล้วเขาก็ยังทยอยปล่อย
คลิปออกมาเรื่อยๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นคลิปที่โด่งดังในโลกไซเบอร์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น "Malk", "Techno Jeep", "Hot Kool Aid", "Eat Randy", "Jellyfish", และ "Waffles" โดยมียอดชมมากกว่า 200 ล้านครั้งจากวีดีfอทั้งหมดของเขา และมีผู้ติดตามผลงานของเขามากกว่า 1,021,056 คน 

คลิปวีดีโอของ Julian Smith ประกอบไปด้วยนักแสดงที่มีชื่อเสียงมากหน้าหลายตา บ้างก็เป็นนักแสดงในสังกัดของเขาเอง และบ้างก็เป็นดาวดังบน Youtubeเช่น Joe Hanson, Ray William Johnson, Rhett and Link, iJustine เป็นต้น รวมถึงตัวเขาก็แสดงเองด้วย คลิปดีโอของเขายังถูกนำไปเผยแพร่ทางรายการชื่อดังของอเมริกามากมายหลายรายการ เช่น ABC News Funny or Die เป็นต้น 

ทางด้านครอบครัว Julian Smith เป็นลูกคนที่สองของครอบครัวจากทั้งหมดหกคน ได้แก่ Jessica, Julian, Jason, Jeorgi, Jude and Jenesis พ่อของเขาเป็นศิษยาภิบาลย์ชื่อว่า Chris และแม่ของเขาคือ Laura Smith พวกเขาอาศัยอยู่ใน Nashville Tennessee.

Julian Smith แต่งงานกับภรรยาของเขา Sarah Smith ในเดือนพฤษภาคมปี 2010 ปัจจุบันนี้เขาพักอาศัยอยู่ในลอสแองเจอลิส หลังจากย้ายออกจาก Nashville ในปี 2009 Julian Smith มีแมวสองตัวที่เขารัก ชื่อ Scout และ Pepper พร้อมกับห้องปฏิบัติการชื่อว่า Frank อีกด้วย

เอาเป็นว่าใครที่ดูแล้วฮา ดูแล้วชอบใจก็ตามไปเสิร์ชหาคลิปวีดีโอของ Julian Smith ใน Youtube ได้ครับทั่น!!

ข้อมูลจาก : wikipedia




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2555    
Last Update : 11 สิงหาคม 2555 18:06:40 น.
Counter : 811 Pageviews.  

สดับลมขับขาน Hear The Wind Sing - Haruki Murakami (Review)





สดับลมขับขาน Hear The Wind Sing ปฐมบทไตรภาคแห่งมุสิก (ลำดับสอง พินบอล,1973  และลำดับสาม ปัจฉิมบท แกะรอย แกะดาว A Wild Sheep Chase) เป็นนิยายอีกเล่มหนึ่งของ ฮารูกิ มูราคามิ ที่รู้สึกว่าเขียนได้ดีเรียบลื่น แม้จะเป็นผลงานเขียนเล่มแรกแต่ฝีไม้ลายมือไม่ด้อยไปกว่าเล่มไหน ข้าพเจ้าเพิ่งจะได้อ่าน สดับลมขับขาน Hear The Wind Sing เล่มนี้ หลังจากได้อ่าน แกะรอย แกะดาว A Wild Sheep Chase จบไปเรียบร้อยแล้ว

เหตุผลแรกที่อ่าน  สดับลมขับขาน Hear The Wind Sing เพียงเพราะว่าข้าพเจ้ากำลัง "ตามล่าหาวลีแบบนพดล" เท่านั้น ในขณะนั้นข้าพเจ้ากับ Haruki Murakami เราเพิ่งจะรู้จักกัน ยังไม่สนิทสนมกันถึงขั้นต้องร้องหา กลับมาถึงคำถามที่ว่า ทำไมจึงต้องตามล่าหาวลีแบบนพดล? ก็ตอบได้ชัดเจนแจ่มแจ๋วว่าอ่านแล้วมัน "มันหู" ดี และ "มันช่างกวนดีแท้"
เมื่อได้ลองอ่าน สดับลมขับขาน Hear The Wind Sing เล่มนี้แล้ว ก็ทำให้ข้าพเจ้าได้เสพวลีแบบนพดลเต็มอรรถรส สุดอิ่มใจ ไม่ว่าจะเป็น "ฟังนะ...ข้าจะบอกอะไรให้เอ็งฟังสักอย่าง" คำพูดติดปากของมุสิก หรือจะเป็น "โปรดไขขาน" "คนรวยไปกินขี้เหอะ!" " มี'ไร " แม้ใครอ่านแล้วจะรู้สึกว่า มันไม่เห็น มี' ไร แต่ข้าพเจ้าก็ยังยืนยันว่า มัน มี'ไร

ข้าพเจ้าพูดเอาจากประสบการณ์ตรง หลังจากที่ได้อ่านงานของ Haruki Murakami เล่มที่ไม่ใช่คุณนพดล เวชสวัสดิ์แปลปรากฏว่า "อรรถรสเปลี่ยน" น่าแปลกแต่จริง ผลงานเขียนของคนเขียนคนเดียวกัน แต่ผู้แปลต่างกันกลับ "อรรถรสเปลี่ยน" ตอนแรกไม่รู้สาเหตุ จนต้องรื้อหนังสือของ Haruki Murakami มาดูหลายๆ เล่ม ว่าเพราะเหตุใด ก็ปรากฏว่าเป็นเพราะ "สำนวน" นี่เอง

ฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงคิดว่า ฮารูกิ มูราคามิ ต้องคู่กับ นพดล เวชสวัสดิ์ เหมือนกับอรัญญา - สมบัติ สองคนนี้ต้องเล่นคู่กันจึงถึงพริกถึงขิง คุณนพดล เวชสวัสดิ์ แปลงานของมูราคามิออกมาได้อย่างที่ข้าพเจ้าคาดเดาว่าใกล้เคียงกับตัวตนของมูราคามิมากที่สุด และสดับลมขับขาน Hear The Wind Sing เล่มนี้คุณนพดล เวชสวัสดิ์ ก็แปลได้อร่อยเหาะ ข้าพเจ้าได้เจอกับวลีหลายวลีที่โปรดปรานในสดับลมขับขาน อ่านแล้วมันหูซิกๆ บทสนทนาสั้นกระชับ โต้ตอบยอกย้อนกันคำต่อคำ ไม่ยืดเยื้อ ยุ่งยาก อ่านแล้วรู้สึกเหมือนว่าเรากำลังสนทนาโต้ตอบกับเพื่อนซี้ในชีวิตประจำวัน

บทสนทนาของตัวละครนี้เองที่นับว่าเป็นส่วนสำคัญช่วยให้งานของมูราคามิน่าหลงใหล บทสนทนาที่สะท้อนอารมณ์หลากหลาย บางครั้งเศร้า เหงา โดดเดี่ยวอ้างว้าง แต่บางครั้งก็มีอารมณ์ขัน 

"....ผมโทรฯ มาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับ?" ดีเจสอบถามชายนิรนามหลังจากที่โทรเข้ามาหาเขา
"กำลังอ่านหนังสืออยู่" ชายนิรนามตอบ
"จุ๊...จุ๊...จุ๊...น่าอายเหลือเกิน เอิ้ก ฟังวิทยุสิครับท่าน การอ่านหนังสือตีกรอบกั้นให้คุณโดดเดี่ยว จริงไหม?"
"ก็ถูก"
"หนังสือมีไว้อ่านตอนรอต้มเส้นหมี่ รอน้ำเดือด เข้าใจนะ?"
"ครับ"

ตัวอย่างหนึ่งของบทสทนาที่ปรากฎในเล่ม สดับลมขับขาน Hear The Wind Sing และสะท้อนอารมณ์ขันของ Haruki Murakami ได้เป็นอย่างดี

การสอดแทรกอารมณ์ขันช่วยให้เราไม่หดหู่ซึมเซาจนเกินไปนัก อารมณ์หดหู่ซึมเซาที่มักปรากฏบ่อยครั้งในยามอ่านงานเขียนของเขา จนข้าพเจ้าอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า 
"ไอ้ชายคนนี้มันเป็นโรคซึมเศร้ารึเปล่าวะ?" "อะไรมันจะมีการฆ่าตัวตายเกือบทุกเล่ม!" ไม่ต้องดูอะไรไกล ดูอย่างนักเขียนที่เขาชื่นชอบดีเร็ก ฮาร์ตฟีลด์ นั่นปะไร ก็ม่องเท่ง โดดตึกฆ่าตัวตาย ตายไม่ตายธรรมดา มีการกางร่ม กอดรูปฮิตเลอร์ลอยลิ่วลงมาด้วย เอากับเขาสิ

สดับลมขับขาน Hear The Wind Sing เป็นเรื่องเล่าย้อนไปในปีค.ศ.1970 ชั่วระยะเวลา 19 วัน ช่วงปิดเทอมของชายหนุ่มวัย 21 ปี ที่ไม่ได้รับการเอ่ยนาม ระหว่างขลุกอยู่ในบาร์ คบหากับ "มุสิก" สหายหนุ่มลูกเศรษฐีผู้ขยะแขยงคนรวย เนื้อเรื่องกล่าวพาดพิงถึงศาสตร์แห่งการเขียน การลุกฮือขึ้นประท้วงของนักศึกษาญี่ปุ่น และเช่นเดียวกับหนังสือเล่มอื่นๆ ในลำดับต่อมาของฮารูกิ มูราคามิ มีรายละเอียดที่ขาดไม่ได้เกี่ยวกับความสัมพันธ์และการสูญเสียการทำอาหาร การกิน การดื่ม และการฟังเพลงฝรั่ง 
ต้องลองนึกถึงภาพบรรยากาศของหนังอาร์ต ทึมๆ สุดเหงา ใครนึกภาพไม่ออกลองหยิบหนังของ "หว่อง กาไว" มาดูสักเรื่อง ชัดเลย


ชื่อหนังสือ : สดับลมขับขาน Hear The Wind Sing
ชื่อผู้แต่ง    : HARUKI MURAKAMI
ชื่อผู้แปล   : นพดล เวชสวัสดิ์
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์กำมะหยี่
พิมพ์ล่าสุด : พิมพ์ครั้งที่ 1 ธันวาคม 2554




 

Create Date : 10 สิงหาคม 2555    
Last Update : 10 สิงหาคม 2555 23:43:11 น.
Counter : 981 Pageviews.  

The Hunger Games III ม็อกกิ้งเจย์ Suzanne Collins หนังสือมาใหม่





The Hunger Games III ม็อกกิ้งเจย์

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา งานรบก็เช่นกัน และนี่คือบทจบของ "เกมล่าชีวิต" ซึ่งยังคงเข้มข้นและพลิกผันตลอดเวลาเช่นเดียวกับสองภาคที่ผ่านมา ในภาค 2 "ปีกแห่งไฟ" 'แคตนิส' และ 'พีต้า' ต้องเข้าสู่เกมอีกครั้งอย่างไม่คาดฝัน แต่คราวนี้ต่างก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน นั่นคือทำทุกทางเพื่อรักษาชีวิตของอีกฝ่าย ซึ่งแน่ละว่าเป็นจุดมุ่งหมายที่ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง และแคปิตอลคงไม่ยินยอมให้มีผู้พิชิตสองคนอีกเป็นครั้งที่สองแน่ แต่ที่น่าแปลกใจกว่านั้น แคตนิสพบว่านอกจากตัวเธอเองแล้ว ผู้ร่วมแข่งขันอีกจำนวนหนึ่งต่างก็ยอมสละชีวิตเพื่อให้พีต้ารอดเช่นกัน มีอะไรหรือใครอยู่เบื้องหลังเกมนี้อีกอย่างนั้นหรือ แคตนิสพยายามหาคำตอบเรื่องนี้ แต่ก่อนจะรู้ที่มาของมัน เธอก็ทำในสิ่งไม่คาดฝันอีกครั้ง...แคตนิสระเบิดสนามประลองด้วยธนูดอกเดียว...ธนูดอกเดียวนั้นพลิกประวัติศาสตร์แห่งพาเน็ม และก่อให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงตามมาอีกมากมาย รวมทั้งความลับอันน่าตกใจซึ่งถูกปิดซ่อนมาตลอด 75 ปีนับตั้งแต่ยุคมืดและเกมล่าชีวิตเริ่มต้น อำนาจเป็นสิ่งหอมหวานเสมอ ไม่มีใครรู้ว่าคนเราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อให้ได้มันมาครอบครอง การส่งเด็กไปฆ่ากันเองในสนามประลองอาจเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับอีกหลายๆ เกมที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงในโลกจริงใบนี้


ภาพปก The Hunger Games III ม็อกกิ้งเจย์







ชื่อหนังสือ : The Hunger Games III ม็อกกิ้งเจย์
ชื่อผู้เขียน  : ซูซานน์ คอลลินซ์ (Suzanne Collins) 
ชื่อผู้แปล   : นรา สุภัคโรจน์ 
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊ก 
พิมพ์ครั้งล่าสุด : 2555







 

Create Date : 10 สิงหาคม 2555    
Last Update : 10 สิงหาคม 2555 13:12:35 น.
Counter : 1115 Pageviews.  

กิจกรรม "หนังสือที่อยากได้" ครั้งที่ 1 แค่บอกเราว่าอยากได้หนังสือเล่มใด



กิจกรรม


กิจกรรม "หนังสือที่อยากได้" ครั้งที่ 1

6 สิงหาคม 2555 - 31 สิงหาคม 2555 นี้ เท่านั้น!



รายละเอียดกิจกรรม


เพียงบอกกับเราว่า "หนังสือที่อยากได้" ของท่านคือเล่มใด พร้อมเหตุผลสั้นๆ ประมาณหนึ่งพารากราฟ โดยนำมาโพสต์ลงในหน้าอีเว้นท์บน facebook เราจะทำการอัพโหลดหนังสือที่ท่านอยากได้พร้อมกับเหตุผลของท่านลง //thereaders-cafe.blogspot.com ท่านเพียงติดตามหน้าบล็อกเพื่อส่งต่อบทความที่มีชื่อของท่านให้เพื่อนๆ ช่วยกัน Like 


เมื่อสิ้นสุดกิจกรรม โพสต์ใดที่มีคลิก Like ถูกใจมากที่สุด 
ก็เตรียมรอรับ "หนังสือที่อยากได้" ที่บ้านได้เลย


ระยะเวลากิจกรรม


6 สิงหาคม 2555 - 31 สิงหาคม 2555 นี้ นะครับท่าน!


เริ่มกันเลย!





 

Create Date : 04 สิงหาคม 2555    
Last Update : 4 สิงหาคม 2555 17:37:41 น.
Counter : 769 Pageviews.  

หนังสือ Lafcadio สิงโตอยากเป็นคน (Lafcadio THE LION WHO SHOT BACK) - เชล ซิลเวอร์สไตน



Lafcadio สิงโตอยากเป็นคน


จำได้ว่ามีเพื่อนคนหนึ่ง ส่งหนังสือ Lafcadio THE LION WHO SHOT BACK หริอชื่อในภาษาไทยว่า "Lafcadio สิงโตอยากเป็นคน" มาให้ทางไปรษณีย์ และคะยั้นคะยอว่า "ต้องอ่านนะเล่มนี้ น่ารักมาก" ครั้งแรกที่ได้มาก็สะดุดกับรูปเล่มก่อน เป็นปกแข็ง สีขาว สวยงาม สะอาดตา เปิดพลิกอ่านหน้าแรกๆ ก็คิดเหมาเอาว่า "คงจะเป็นหนังสือนิทานของเด็กๆ" 


ย้อนกลับไปดูหน้าปก Lafcadio สิงโตอยากเป็นคน นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้รู้จักกับชื่อของนักเขียนนาม  เชล ซิลเวอร์สไตน์ และชื่อผู้แปลก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คุณปราย พันแสง นักแปลมากฝีมือ ที่แปล หนังสือ Lafcadio สิงโตอยากเป็นคนออกมาได้เต็มอรรถรส น่ารักน่าชังเป็นอย่างยิ่ง 


พอลองยิ่งอ่านไป ยิ่งรู้สึกว่า เจ้าสิงโตตัวนี้ไม่ธรรมดา สิงโตอะไรมันซื่อเป็นบ้า! ขณะที่อ่านก็มีรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา เจ้าแลฟคลาดิโอ มันช่างป่วน กวน ใสซื่อ และขยันสร้างเรื่องเสียจริง [1]แลฟคลาดิโอ เกิดมาเป็นสิงโตก็จริง แต่การใช้ชีวิตแบบสิงโตที่แท้ก็ไม่อาจครอบงำเขาได้ตลอดไป เชล ซิลเวอร์สไตน์  สร้างสรรค์ชีวิตจิตใจของแลฟคลาดิโอออกมาได้สดใหม่ ใสซื่อ นำเสนอแลฟคลาดิโอให้ลงมือทำสิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตโดยปราศจากเล่ห์เหลี่ยมหรืออคติใดๆ แม้ว่าวิถีชีวิตแบบสิงโตอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เขาปราถนา ในขณะที่วิถีชีวิตแบบมนุษย์ก็อาจไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการอย่างจริงแท้ "แลฟคลาดิโอ" จึงเป็น "แลฟคลาดิโอ" ที่ไม่อาจหานิยามหรือคำจำกัดใดมาอธิบายได้หมดจดแท้จริงก็ด้วยเหตุนี้ [1]จากคำคนแปล


หนังสือ Lafcadio สิงโตอยากเป็นคน เริ่มต้นเรื่องด้วย คุณลุงคนหนึ่งชื่อว่า เชลบี้ นั่งเล่าเรื่องสิงโตตัวหนึ่งให้เด็กๆ ฟัง คุณลุงเชลบี้คนนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็น"เพื่อนสนิท" ของแลฟคลาดิโอก็ว่าได้ สนิทแค่ไหนน่ะเหรอ ก็ขนาดมานั่งเล่าเรื่องราวของแลฟคลาดิโอให้เด็กๆ ฟังได้ยังไงล่ะ คุณลุงเชลบี้เล่าว่า "ครั้งแรกที่ลุงเจอสิงโตตัวนี้ที่ชิคาโก ในวันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม ลุงจำได้ติดตาติดใจ เพราะวันนั้นหิมะเริ่มละลาย รถราบนถนนดอร์เชสเตอร์ก็ติดมโหฬาร สิงโตตัวนี้กำลังหาร้านตัดผม...ขณะที่ลุงเองก็เพิ่งกลับจาก...เอ้อ...กำลังเดินทางกลับบ้าน


เปล่าหรอก ลุงคิดว่าลุงควรจะเริ่มด้วยการเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้อีกสักหน่อย ลุงคิดว่าลุงควรจะเล่าเรื่องสิงโตตัวนี้ให้หนูๆ ฟังตั้งแต่สมัยสิงโตเขายังหนุ่มแน่นแน่ะ ...ตกลงไหม"


และเรื่องราวก็ดำเนินไป .....



ก็อาจกล่าวได้ว่าหนังสือ Lafcadio สิงโตอยากเป็นคน เป็นหนังสือที่เหมาะกับการที่ผู้ใหญ่จะอ่านให้เด็กๆ ฟังแต่เหนือจากการอ่าน Lafcadio สิงโตอยากเป็นคน ให้เด็กๆ ฟังแล้ว คุณผู้ใหญ่ก็จะได้รับสารอะไรบางอย่าง สารที่จะซึมซับเอาไว้อย่างไม่รู้ตัว อะไรบางอย่างที่ผู้เขียนเชล ซิลเวอร์สไตน์ ได้สอดแทรกเข้าไว้ในเรื่องที่แสนเรียบง่ายนี้


ไม่มีข้อคิดที่เป็นถ้อยคำสละสลวย แต่เป็นการแฝงความหมายไว้ทุกๆ บรรทัด อ่านแล้วต้องย้อนกลับไปอ่านซ้ำอีก เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่อ่านแล้วมีความสุขมาก ถ้าอยากรู้ว่าเจ้าแลฟคลาดิโอนั่นน่ารัก ป่วน กวน ขนาดไหน และหนังสือ Lafcadio สิงโตอยากเป็นคนจะทำให้คุณยิ้มได้อย่างที่เล่าหรือไม่ก็ต้องหามาอ่านกันดู แต่อยากบอกว่า แนะนำเลยสำหรับ หนังสือ Lafcadio สิงโตอยากเป็นคน เล่มนี้ อยากให้มีติดบ้านไว้ทุกคน


ผลงานเล่มอื่นๆ ของ เชล ซิลเวอร์สไตน์ เป็นหนังสือเด็กและบทกวีที่มีความแปลกและท่วงทำนองเสียดสี ไม่ว่าจะเป็น 

The Giving Tree (ค.ศ.1964) 
Where The Sidewalk Ends (ค.ศ.1974)
The Missing Piece (ค.ศ.1976) 
และ A Light in the Attics (ค.ศ.1981)


ใครที่สนใจลองหามาอ่านดูได้ครับทั่น....




Lafcadio สิงโตอยากเป็นคน




ชื่อหนังสือ :   Lafcadio สิงโตอยากเป็นคน (  Lafcadio THE LION WHO SHOT BACK )
ชื่อผู้เขียน  :  เชล ซิลเวอร์สไตน์
ชื่อผู้แปล   :  ปราย พันแสง
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์มติชน





 

Create Date : 01 สิงหาคม 2555    
Last Update : 4 สิงหาคม 2555 9:29:24 น.
Counter : 937 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

แกงสับปะรดของแม่
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในการอ่าน แนะนำหนังสือที่ชอบ หรือจะฝากข้อคิดดีๆ จากหนังสือก็ทำได้ "ใครใคร่อ่าน...อ่าน" ใครใคร่วิจารณ์...ก็เชิญตามอัธยาศัย
Friends' blogs
[Add แกงสับปะรดของแม่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.