+~* สวัสดี...ความรัก *~+
Group Blog
 
All Blogs
 

'๐'ใส่ไว้ใน...ใจ'๐'



เคยมีใครถามคุณไหมว่า "ความรักคืออะไร?"

บางที...คำที่ใช้แทนคำว่า "ความรัก" ได้ดีที่สุด น่าจะเป็นคำว่า "ใส่ใจ"

หากคุณคิดที่จะบอกรัก หรือรู้สึกว่าตัวเองเริ่มที่จะรักใครซักคน ลองถามตัวเองดูว่า คุณใส่ใจเค้ามากน้อยแค่ไหน?

ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความเอาใจ...

หากคนรักของคุณจำได้ขึ้นใจว่า คุณเคยพูดว่าอยากได้อะไร แล้วเค้าหาซื้อของชิ้นนั้นให้ ไม่ใช่สักแต่ว่าซื้อๆๆ ของเยอะแยะมากมาย เพื่อเอาใจ...

นั่นแหละถึงเรียกว่า ความใส่ใจ

ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความหึงหวง...

หากคนรักของคุณโทรหาคุณทุกคืน ถามว่ากลับถึงบ้านหรือยัง เพียงเพราะเค้าเป็นห่วง ไม่ต้องการให้คุณได้รับอันตรายในยามดึก ไม่ใช่กลัวว่าคุณจะไปกับคนอื่น...นั่นแหละเรียกว่าความใส่ใจ

ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความมีน้ำใจอย่างเดียว หากแต่มีความถนอมน้ำใจด้วย...

หากคนรักของคุณทำอะไรเพื่อคุณซักอย่างด้วยความตั้งใจ แต่คุณกลับไม่ชอบมัน

คิด...ไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะพูดอะไรออกไป ใส่ใจในความรู้สึกของเค้าด้วย

หากคุณทะเลาะกับคนรัก แต่แล้ววันรุ่งขึ้น คนรักของคุณยังโทรมาแสดงความเป็นห่วงในเรื่องต่างๆ เหมือนทุกๆวัน
ทั้งๆ ที่ยังไม่หายโกรธ...นั่นแหละเรียกว่าความใส่ใจ

หากคนรักของคุณยอมสละเวลาทำบางสิ่ง เอาไว้ทีหลัง
เพียงเพื่อช่วยทำในสิ่งที่คุณขอ...นั่นแหละเรียกว่า ความใส่ใจ

คนเราบางครั้งก็ต้องการมีใครซักคนคอยใส่ใจเราบ้าง

หากคุณต้องเดินทางไกล มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณโทรมาถามว่า...

"ถึงหรือยัง"
"ปลอดภัยดีไหม"
"เหนื่อยไหม"

หากคุณต้องปฏิบัติภาระกิจสำคัญไม่ว่าจะเรื่องงาน หรือเรื่องเรียน มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณจำได้ และโทรมาบอกว่า...

"โชคดีนะ...ชั้นจะคอยเป็นกำลังใจให้"

หากคุณต้องขับรถคนเดียว มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณโทรมาบอกว่า

"ขับรถดีๆนะ"

หากคุณป่วยเป็นไข้ ไม่สบาย มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณโทรมาเตือนให้คุณกินยา และพักผ่อนมากๆ

ความใส่ใจ กับ ความเกรงใจ คล้ายกันในหลายๆ ด้าน คุณอาจคิดว่า ยิ่งคบกันสนิทสนมกันมากเท่าไหร่ ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันให้มากเหมือนคนที่เพิ่งเริ่มรู้จักกัน

แต่ในความเป็นจริงแล้ว...ยิ่งสนิทกันมากเท่าไหร่ ต้องยิ่งเกรงใจซึ่งกันและกัน ความเกรงใจเป็นสิ่งดี และเป็นบ่อเกิดของความสัมพันธ์อันยั่งยืน

คุณเห็นไหมล่ะว่า...ไม่ยากเลยที่จะแสดงความใส่ใจต่อใครซักคน

เพียงแต่วันนี้ คุณใส่ใจคนรักของคุณแล้วหรือยัง?

//www.saranair.com
/article.php?sid=11334




 

Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2550 14:25:58 น.
Counter : 228 Pageviews.  

+':'+เพราะว่า...เรื่องนี้ไม่ใช่ความรัก+':'+



สมมุติว่ามีใครคนหนึ่ง มาทำร้ายคนที่คุณรัก ให้สิ้นชีวิตลงต่อหน้า ตามหลักพุทธศาสนาสอนไว้ว่า ต่อให้คุณนำเอาคนชั่ว ๆ นั้นไปต้มยำทำแกงให้หายแค้น จนตายกับมือมันก็ยังไม่หนำใจ หรือจะเอาไปเผาไฟให้ไหม้กลายเป็นจุลอีกสักกี่ร้อยหนก็ตามใจ

ทว่า...บาดแผลความเจ็บปวดที่เขาทำกับคุณไว้นั้น มันก็ยังคงฝังลึกอยู่ ไม่หายไปไหน มันคงฝังแน่นอยู่ในใจของคุณไปจนตราบชั่วฟ้าดินสลาย มีหนทางเดียวเท่านั้นที่จะสามารถเยียวยารักษาบาดแผลในใจคุณให้หายเป็นปรกติได้ นั่นคือ "การให้อภัย"

เคล็ดลับอยู่ที่การ "ฆ่า" เป็นการ "ฆ่า" ที่ตัวต้นตอ คือความโกรธเกลียดที่อยู่ในใจของเรา ท่านว่าใครฆ่าเจ้าตัวนี้ได้ คนที่เราเกลียดจะหายวับไปกับตา จะกลับกลายเป็นเพื่อนมนุษย์ที่น่าเห็นอกเห็นใจมาแทนที่ คนที่ไม่มีความโกรธกลียดอยู่ในใจนั่น แน่นอนว่า โลกของเขาย่อมจะกลายเป็นโลกแห่งความสุขสดชื่น ไม่มีคำว่าโศกเศร้าอีกต่อไป

แต่ขออภัย.. งานนี้ พูดง่ายแต่ทำยาก เพราะจิตใจของคุณจะต้องมีความมั่นคงหนักแน่น และ ไม่ยอมแพ้ คุณจะต้องมั่นใจตนเองว่า คุณสามารถทำได้ ถ้าคุณมีความมั่นใจตนเอง คุณก็จะสามารถทำให้คนที่คุณเกลียดหายหมดไปจากโลกนี้ทุกคน ด้วยฝีมือของคุณเอง

เทคนิค"ฆ่า" ความโกรธ ที่พระพุทธองค์ได้แนะนำไว้ในพระไตรปิฎก เครือข่ายฯขอนำมาอธิบายเป็นกระบวนการปฏิบัติที่เข้าใจง่าย ขอเพียงแต่คุณมีความเชื่อมั่นพร้อมที่จะต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ ที่จะมาท้าทายคุณ แล้วคุณก็จะพบด้วยตัวของคุณเองว่า เมื่อใดที่ "ความเกลียด" ของคุณหมดสิ้นไป คนที่คุณเกลียดชังรอบๆ ตัวคุณก็จะค่อย ๆ หายหมดไปทีละคน ๆ อย่างน่ามหัศจรรย์

ต่อไปนี้...คือขั้นตอนในการปฏิบัติ


๑. ขั้นแรก ให้เตือนตัวเองก่อนเลยว่า ถ้าคุณไม่ชอบหน้าใคร ยิ่งคุณไปนึกถึงความชั่วของเขาทุกวัน คุณก็ยิ่งจะเกลียดเขามากขึ้นเป็นทวีคูณ และ ความเกลียดชังที่คุณสะสมไว้นี่เอง ที่มันจะเป็นเชื้อไฟเผาอกคุณให้ร้อนอกร้อนใจตลอดไป

๒. ขั้นที่สอง ตามหลักพุทธพจน์ที่ยกมาข้างต้น อาวุธที่จะสามารถ "ฆ่า" ความโกรธได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ "ความเมตตา" "ความคิดปรารถนาดี " และ "ความคิดเห็นคุณค่าคุณความดี" ต่อคนที่เราเกลียดชังนั้น ขอให้คุณมั่นใจใน "อาวุธ" ฆ่าความโกรธนี้ว่าสามารถช่วยคุณได้แน่นอน

๓. ขั้นที่สาม ให้เริ่มต้นด้วยการตั้งสัจจะกับตัวเอง ( ยิ่งกล่าวต่อหน้าพระพุทธรูป จะได้ผลดีที่สุด ) ว่า นับตั้งแต่วันนี้เป็นต่อไปนี้ ข้าพเจ้าจะ ไม่คิดในแง่ร้าย ต่อนาย หรือ นส. หรือ นาง ....(คนที่เราเกลียด) ...อย่างเด็ดขาด แต่จะคิดในสิ่งที่ดีๆ มองให้เห็นในแง่ดี , มองด้วยความ กรุณา , ยกย่องในส่วนที่ดี (ไม่ใช่ยกยอ) , มองแต่ในเชิงบวก จะระดมความคิดในแง่ดีถึงคน ๆ นี้ ทุกครั้งที่ได้เห็น ได้ยิน หรือ นึกถึง ทุกครั้งไป โดยจะไม่ยอมเผลอพลาดพลั้งไปคิดแง่ร้ายกับเขาแม้แต่เพียงครั้งเดียว

๔.เมื่อตั้งสัจจะแล้ว ต่อไปคุณก็จะได้สนุกกับการ "เล่น" กับความคิดของตนเอง เพราะมันจะมีเหตุการณ์หลาย ๆ อย่างมาท้าทายคุณ ว่าจะ สามารถทำได้หรือไม่ คุณจะสามารถคิดดีต่อเขาไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ ขอให้คิดว่ามันเป็น"เกม" ที่ท้าทายว่าคุณจะทำได้หรือไม่


ที่มา : //www.budpage.com/getrid.shtml




 

Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2550 14:16:20 น.
Counter : 167 Pageviews.  

~@~ขนมของคนรักกัน~@~



//saranair.com/article.php?sid=168

ไอ้ทิ หรือพ่อกะทิ...ชายหนุ่มโผงผางผู้กำพร้าพ่อแม่ อยู่ตัวคนเดียว พูดจริงทำจริง ขยันขันแข็งเอางานเอาการ เสร็จจากงานนาก็มารับจ้างขี่ควายส่งคนเข้าซอย...ทุกคนในหมู่บ้านล้วนรักและเอ็นดูไอ้ทิ ยกเว้นผู้ใหญ่ปลั่ง เพราะผู้ใหญ่ปลั่งมีลูกสาวสวยที่ดันมาหลงรักไอ้ทิด้วยเช่นกัน

แม่แป้ง...ลูกสาวคนเดียวของผู้ใหญ่ปลั่งสาวสวยประจำหมู่บ้าน นางเจอกับไอ้ทิในวันลอยกระทง ทั้งคู่ขี่ควายสัญญากันต่อหน้าพระจันทร์ไม่ว่าข้างหน้าจะมีอุปสรรคขวางกั้นเพียงใด ทั้งคู่ก็จะขอเอาความรักแท้ที่จริงใจฝ่าฟันข้ามไป
แล้วไอ้ทิก็รวบรวมเงินทองเท่าที่เก็บสะสมมาได้...ไปบ้านผู้ใหญ่ปลั่งเพื่อสู่ขอแม่แป้ง ซึ่งผู้ใหญ่ก็ต้อนรับมันอย่างดี ด้วยชายฉกรรจ์ 6 นายพร้อมอาวุธครบมือ ไอ้ทิไม่ว่ากระไร...ได้แต่พาร่างอันสะบักสะบอมกลับไปบ้านนอนหยอดน้ำข้าวต้มหลายวัน ด้วยใจยังตั้งมั่นว่าวันหน้าจะมาขอใหม่ ขอไปจนกว่าผู้ใหญ่จะใจอ่อน

ในที่สุด...ผู้ใหญ่ปลั่งก็ปิดหนทางความรักของไอ้ทิด้วยการคลุมถุงจัดงานแต่งงานให้ลูกสาวกับปลัดหนุ่มจากบางกอก
ไอ้ทิรู้ข่าว...จึงรีบวิ่งทุรนทุรายหมายจะมาทำลายพิธี ซึ่งผู้ใหญ่ปลั่งก็รู้ดีว่าไอ้ทิต้องกระทำแบบนี้ จึงขุดหลุมพรางดักรอเอาไว้ แม่แป้งแอบได้ยินแผนร้ายก็แอบหนี...หมายจะมาห้ามคนรักไม่ให้หลงกล

เหตุการณ์ต่อไปนี้ไม่มีบันทึกเป็นลายลักษณ์ ได้แต่ปะติดปะต่อมาจากคำบอกเล่าของชาวบ้านแบบปากต่อปากว่า...

คืนนั้นเป็นคืนเดือนแรม...แม่แป้งแอบวิ่งฝ่าความมืดออกมาดักหน้าไอ้ทิ ครั้นไอ้ทิเห็นแม่แป้งวิ่งมาก็ดีใจ รีบวิ่งไปหา
แม่แป้งเห็นไอ้ทิรีบวิ่งมา...ก็รีบวิ่งเข้าไปหาให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก

ฉับพลัน...ร่างแม่แป้งก็ร่วงหล่นลงไปในหลุมพรางของผู้ใหญ่ปลั่งต่อหน้าต่อตาไอ้ทิทันที !!! อารามตกใจ ไอ้ทิรีบกระโดดตามลงไปเพื่อช่วยเหลือ

อารามดีใจ...สมุนชายฉกรรจ์ 6 นายของผู้ใหญ่ปลั่งรีบเข้ามาโกยดินฝังกลบ เพราะคิดว่าก้นหลุมมีเพียงไอ้ทิผู้เดียวที่อยู่ในนั้น

รุ่งเช้า...ผู้ใหญ่ปลั่งเดินยิ้มมาขุดหลุมเพื่อดูผล ภาพเบื้องล่างพบไอ้ทิตระกองกอดทับร่างแม่แป้งลูกสาวของตน
นอนตายคู่กันอย่างมีความสุข เมื่อยิ้มถูกเปลี่ยนไปเป็นน้ำตา...ผู้ใหญ่ปลั่งสั่งลูกสมุนสร้างเจดีย์คลุมครอบปิดหลุมนั้นไว้ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจคนทั่วไปว่า...

" อย่าคิดทำร้ายหรือทำลายความรักของใครอีกเลย "

สถานที่ตั้งเจดีย์นั้นไม่มีใครรู้แน่นอน จะมีก็แต่เพียง...อนุสรณ์แห่งความรักที่กระทำสืบทอดกันมาจนเป็นประเพณี

ทุกแรมหกค่ำเดือนหก...ชาวบ้านที่ศัรทธาในความรักของไอ้ทิกับแม่แป้งจะตื่นตั้งแต่มืด เข้าครัวเพื่อทำขนมที่หอมหวานปรุงจากแป้งและกะทิ บรรจงแคะจากพิมพ์ แล้วนำมาวางคว่ำหน้าซ้อนกัน เป็นสัญลักษณ์ว่า...จะได้อยู่ร่วมกันตลอดไป ขนมนี้เรียกขานกันในนาม " ขนมแห่งความรัก "

หรือเรียกย่อๆ ว่า " ขนม ค.ร.ก." (ขนมของ *คนรักกัน* )







 

Create Date : 06 กันยายน 2548    
Last Update : 15 กรกฎาคม 2549 13:20:15 น.
Counter : 177 Pageviews.  

+-* เทพเจ้าแห่งความรัก *-+



ตามเทพนิยายของกรีกและโรมัน...กล่าวถึง*คิวปิด*ว่าเป็นบุตรชายของมาร์ (Mars) เทพเจ้าแห่งสงคราม และวีนัส (Venus) เทพเจ้าแห่งความรักและความงาม

วีนัสเกิดความริษยาความงามของนางไซกี (Psyche) ธิดาของกษัตริย์องค์หนึ่ง...ซึ่งกำลังอยู่ในวัยแรกรุ่นและมีรูปโฉมงดงาม จึงส่งคิวปิดบุตรชายไปหานางไซกี เพื่อบันดาลให้นางเกิดความรักในบุรุษ แต่คิวปิดกลับไปหลงเสน่ห์นางไซกีเสียเอง จึงลอบพานางไปไว้ยังวังของตน

คิวปิดไปหานางเฉพาะเวลากลางคืน...และขอร้องอย่าให้นางสอดรู้สอดเห็นว่าตนคือใคร แต่บรรดาพี่สาวของนางไซกีเกิดความริษยา จึงยุให้นางแอบจุดตะเกียงส่องดูขณะที่คิวปิดนอนหลับ เพื่อจะได้ทราบว่า...ชู้รักของนางคือใคร นางไซกีก็ทำตาม

และด้วยความตื่นเต้นยินดีที่เห็นว่า...ชู้รักเป็นชายหนุ่มรูปงาม นางทำน้ำมันตะเกียงหกลงที่ไหล่ของคิวปิด คิวปิดจึงตื่นขึ้นและต่อว่าแล้วทอดทิ้งนางไป นางไซกีจึงออกติดตามค้นหาคิวปิดเทพเจ้ารูปงามองค์นั้นตามโบสถ์หลายแห่ง

ณ โบสถ์ของวีนัส...นางไซกีถูกกลั่นแกล้งให้กระทำสิ่งที่ลำบากยากเย็นหลายอย่าง และสุดท้ายถูกแกล้งใช้ให้ไปนำหีบบรจุเครื่องปรุงแต่งความงามจากโลกเบื้องล่างมาให้ นางไซกีก็ได้หีบมาด้วยความลำบาก ด้วยความอยากรู้อยากเห็น...นางได้เปิดหีบออกดู กลิ่นอันรุนแรงที่พลุ่งจากหีบทำให้นางสิ้นสติไป คิวปิดได้ตามไปช่วยแก้ไขไว้ได้ทันท่วงที

เทพเจ้ายูปีเตอร์...จึงได้ช่วยบันดาลให้นางไซกีเป็นอมตะและได้อภิเษกกับคิวปิด

ชาวโรมัน...มักทำรูปปั้นคิวปิดเป็นรูปเด็กชายเล็กๆ เปลือยและมีปีก ใบหน้ายิ้มและมีลักยิ้ม ท่าทางเป็นเด็กซน มือถือคันธนูและมีกระบอกใส่ลูกธนูอยู่ใกล้ตัว เชื่อกันว่า...ธนูของคิวปิดที่ยิงไปต้องดวงใจของมนุษย์ทำให้เกิดความรัก

ชาวกรีกเรียกคิวปิดว่า อีรอส (Eros) และนับถือว่า...เป็นเทพเจ้าแห่งความรักและมิตรภาพ

--------------
ที่มา : ซองคำถาม




 

Create Date : 06 กันยายน 2548    
Last Update : 15 กรกฎาคม 2549 13:27:25 น.
Counter : 226 Pageviews.  

แฟนดี..ขอให้มี 5 ส."*"



จริงๆ แล้ว...สูตรสำเร็จ 5 ส. นี้ไม่ได้เจาะจงนะะคะ ว่ามีไว้สำหรับผู้ชายหรือผู้หญิงเท่านั้น เพราะน่าจะประยุกต์ใช้ได้กับทุกคน ที่คิดจะมีความรักอย่างมั่นคงและเป็นสุข...นัยว่าเป็นมาตรฐานสากลซึ่งแฟนที่ดีพึงมีค่ะ

1...ส.สมอง

ควรจะใช้การได้ดีเป็นปกติ ไม่พิกลพิการ หรือขาดความชำนาญด้านเหตุและผล และ logic จะต๊องบ้างไม่เป็นไรค่ะ ถือเป็นผลพลอยได้ด้านอารมณ์

2...ส.สายตา

ศักยภาพดีเป็นเลิศ มองไปแล้วต้องเห็นใบหน้าของคุณในดวงตาของเขาหรือเธอ...หรือพูดง่ายๆ ก็คือสนใจคุณคนเดียว

3...ส.สบาย

เป็นคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัว ที่ใครได้ใกล้ชิดแล้วสบายไปหมดทั้งใจ ตา และหู...

4...ส.สบอารมณ์

เป็นสิ่งอัศจรรย์ที่สุด...เพราะว่าเกิดที่หัวใจ ส่งผลที่สายตา และไม่เกิดปัญหาที่ความรู้สึก

5...ส.สุขภาพ

สุขภาพต้องแข็งแรง...เพื่อที่จะเป็นหวานใจของคุณไปนานๆ ไงคะ




 

Create Date : 27 สิงหาคม 2548    
Last Update : 15 กรกฎาคม 2549 13:30:26 น.
Counter : 154 Pageviews.  

1  2  3  4  

ระนาดแก้ว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




" ผู้หญิงราศีกุมภ์....อีกหนึ่งคนบนโลก "











Google



all webpantip















Friends' blogs
[Add ระนาดแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.