DC มีดีมากกว่าที่คิด (4) - อนุเสาวรีย์ที่พลาดไม่ได้




Washington DC มีดีมากกว่าที่คิด - ตอนที่ 4 - "Washington Monument" และ "Lincoln Memorial"


ต่อจาก ตอนที่ 3 จ้า 


อย่างที่บอกไว้ค่ะ ยังไม่มืด เราไม่กลับ สองสาวอย่างเราต้องสู้ต่อไป ทั้งเราและแม่แฟนเราก็เคยมาเที่ยว D.C. แล้ว (ถึงครั้งก่อนจะไม่ได้มาด้วยกันก็ตาม) ความประทับใจ กับความต้องการของเราเลยอาจจะต่างกันไปบ้าง เช่นครั้งก่อนที่เรามา D.C. เราไม่มีโอกาสได้ชื่นชมความอลังการของสถาปัตยกรรมรูปทรงแปลกประหลาดที่ขึ้นชื่อของเมืองนี้ เนื่องจากครั้งนั้นที่เรามา พวกเขากำลังปิดปรับปรุงอยู่ ครั้งนี้ ความปรารถนาที่สุดของเราก็คือการได้ถ่ายรูปเจ้า "กระดอ D.C." (อันนี้ที่คนไทยเค้าเรียกกันเล่น ๆ อ่ะนะเค๊อะ ขำ ๆ ค่ะ) ส่วนคุณแม่ก็มีความมุ่งมั่นว่าจะต้องไปถ่ายรูปหน้าทำเนียบขาว เพราะเพื่อน ๆ แซวมาว่า ถ้าไม่ถ่ายไปฝาก เท่ากับว่ามาไม่ถึง 


ด้วยสองสิ่งนี้ เราทั้งสองจึงออกเดินทางจากโซนหน้า The Castle เพื่อมุ่งหน้าไปในทิศทางของเจ้า แท่งยาว ๆ สูงเสียดฟ้านั่นกัน




ในที่สุด เราก็ได้เจอกันแบบใกล้ชิด ๆ ใหญ่จริงอะไรจริง





อยากบอกว่า จะกี่โมงยามก็ตาม ที่นี่จะมีคนวิ่งออกกำลังกายให้เห็นอยู่เกือบตลอดเวลาเลยล่ะค่ะ





ขออีกซักรูปนะคะ นี่ถ่ายจากจุดที่ห่างออกมาขนาดนี้ พี่เขายังใหญ่ขนาดนั้น สุดยอดจริง ๆ เลยค่ะ นี่ล่ะค่ะ เจ้า Washington Monument


ต่อไปเหรอคะ? ก็ต้องไปถ่ายช็อตเด็ดสุดค่ะ ฉากที่เชื่อว่าคอหนัง Hollywood ทุกท่านต้องคุ้นเคยกันดี พักหลังมานี้ หนังบู๊ทั้งหลาย ถ้าถ่ายทำใน D.C. นี่มักจะต้องมีให้เห็นแทบทุกเรื่องเลย นั่นก็คือ... 




เดี๋ยวนะคะ แสงกำลังสวย ขอแวะถ่ายรูปคุณแม่ก่อน... ริมสระน้ำที่มีชื่อว่า Reflecting Pool ค่ะ




มาแล้วค่า นี่ไง ช็อตนี้ ไม่กดไม่ได้เลยนะ Washington Monument กับเงาสะท้อนในสระ Reflecting Pool ค่ะ - 


โน๊ตนิดนึงเรื่องชื่อสระนะคะ คำว่า reflecting นี้ นอกจากจะแปลว่าเงาสะท้อนแล้ว ยังมีความหมายว่า คิดคำนึง ตริตรอง อะไรเช่นนี้อีกด้วย ซึ่งการที่สระน้ำนี้ทอดยาวอยู่เบื้องหน้ารูปปั้นขนาดใหญ่ของประธานาธิบดี Lincoln ยาวไปจนถึง WWII Memorial (อนุเสาวรีย์สงครามโลกครั้งที่ 2) ซึ่งตั้งเป็นเส้นตรงต่อไปถึง Washington Monument ผ่านกลางศูนย์ความรู้ National Mall และยาวเหยียดต่อไปจนถึงตึก Capitol ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คสำคัญ ๆ ของเมืองนี้หมดเลย อาจจะเป็นการสื่อถึงการมองย้อนไปในอดีตเพื่อทบทวนบทเรียนสำคัญ ๆ ต่าง ๆ ก็ได้ คือ เราว่ามันสวยงามมาก ๆ เลยล่ะค่ะ และรู้สึกว่ามันคุ้มค่ากับการได้ไปเห็นกับตาเรา 


ไหน ๆ ก็เดินมาจนถึงตรงนี้แล้ว ด้านหลังเราก็เป็นรูปปั้นประธานาธิบดี Abraham Lincoln แล้ว ซึ่งชาวอเมริกันถือว่าเป็น 1 ใน 3 ประธานาธิบดีที่ยิ่งใหญ่และเก่งกาจที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ นอกจากจะเป็นผู้ที่เชื่อมั่นในอิสรภาพและความเสมอภาคของมนุษย์ทุกผู้ทุกคน ยังเป็นผู้ที่ต่อสู้เพื่อประกาศการเลิกทาส และยังคงพยายามที่จะรวมตัวผู้นำกลุ่มและรัฐต่าง ๆ ให้มารวมกันเป็นหนึ่งอีกด้วย 


ส่วนตัวแล้ว แม่บ้านคิดว่าท่านก็เป็นผู้นำอีกท่านที่น่ายกย่องมากเช่นกัน ไหนจะต่อสู้อย่างหนักหน่วงเพื่อประเทศชาติของตัวเอง แล้วยังมาโดนลอบสังหารอีกด้วย สุด ๆ เลยอ่ะ TT..TT อ้ะ ไปทักทายท่านหน่อย... แต่เดี๋ยวนะคะ ก่อนจะเข้าพบคนเด่นคนดัง คงต้องฟันฝ่าอุปสรรคกันบ้างสิเนอะ 









บรรยากาศหน้า Lincoln Memorial ไปเมื่อไหร่ก็ไม่น้อยไปกว่านี้หรอกนะคะ เตรียมตัวไปเลย ยิ่งกว่าปีนขึ้นเขา Olympus เพื่อไปเข้าพบเหล่าทวยเทพเลย ฮ่า





ถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัวเลยนะคะนี่ 





ถึงแล้วจ้า สวัสดีค่าท่าน Abraham Lincoln วันนี้ดูเกร็ง ๆ ไปนะคะ





นี่คงเป็นภาพที่ท่านนั่งมองดูอยู่ทุกวันจนชินตา





เดินมาก็ไกล นั่งพักผ่อนหย่อนใจซักแป๊ปก่อนละกัน


เมื่อบรรลุเป้าหมายของเราแล้ว ต่อไปก็เดินกลับที่พักค่ะ ก่อนที่จะมืดและอุณหภูมิจะลดลงไปอีก ยิ่งถ้ามีลมอีกด้วยนะ โอ้ว์ ไปค่ะ ไปเดินชมใบไม้หลากสีกันดีกว่า










เขียว เหลือง ส้ม แดง น้ำตาล มาครบเลย สวยงามในแบบของเค้า




รถขายของที่ระลึก ขายน้ำ ขายขนม กระเป๋า ผ้าเช็ดตัว เสื้อยืด เครื่องประดับ ของใช้ สารพัดสรรพสิ่งนี่ไม่ได้มีแค่แถว ๆ บ้านเรานะคะ ที่นี่ในโซนท่องเที่ยวก็มีให้เห็นเยอะแยะไปหมดเลย





การจราจรในช่วงเวลาเลิกงาน เบา ๆ ระหว่างทางกลับที่พักค่ะ


หมดแล้วค่ะสำหรับวันแรกของการมาเยือน D.C.! ขอทบทวนกันหน่อยน๊า เดี๋ยวลืม 

  • เราไปทานอาหารเช้าที่ Le Pain Quotidien ในย่าน Dupont 
  • ออกจากที่พักย่าน Embassy Row เดินมุ่งหน้าไปทางตึกทำเนียบขาว
  • เที่ยวชม National Museum of American History
  • แวะไปดูความอลังการของ The Castle
  • ไปเก็บตก Washington Monument
  • ไปถ่ายช็อตเด็ดที่ Reflecting Pool
  • เซย์ฮายทักทายประธานาธิบดี Lincoln ที่ Lincoln Memorial 
  • และปิดท้ายที่ด้านหน้าอาคารทำเนียบขาว (แต่รอบนี้เราไม่โพสท์รูปน๊า เพราะมันค่ำแล้ว แสงไม่สวย) 
  • แถมเก็บบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงในปาร์คอีกด้วย
ทั้งหมดนี้เท่ากับการเดินเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ ประมาณ 6.5 ไมล์ หรือประมาณ 10.5 กิโลเมตร ไม่รวมที่เราเดินเที่ยวภายในพิพิธภัณฑ์เลยน๊า เป็นไงคะ สนุก มีสาระ แถมได้ออกกำลังกายอีกด้วย! ดี๊ดีเลยเนอะ

 




Create Date : 25 มกราคม 2560
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2560 9:11:10 น.
Counter : 485 Pageviews.

2 comment
DC มีดีมากกว่าที่คิด (3) - "The Castle"






Washington DC มีดีมากกว่าที่คิด - ตอนที่ 3 - Smithsonian Institution Building หรือ The Castle

ต่อจาก ตอนที่ 2 จ้า 

ออกจากพิพิธภัณฑ์แรก เราสองคนก็ข้ามฟากไปเข้า The Castle กันเลยค่ะ ทั้งสองที่เป็นอาคารที่เรายังไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยว ส่วนพวกอนุเสาวรีย์เราดูครบหมดแล้ว แถมมีทัวร์เยี่ยมชมไปเรื่อย ๆ จนถึงช่วงกลางคืน แต่พิพิธภัณฑ์เขาปิดกัน 17.00 ก็เลยต้องทำเวลากันหน่อย (คุณแม่สามีแนะนำมาเยี่ยงนี้ มีการวางแผนเป็นขั้นตอนอย่างนี้เราก็สบายเลย ^^) อีกอย่าง พวกอาคารและอนุเสาวรีย์ส่วนใหญ่ ไปช่วงกลางวัน แสงแดดแรงมาก ถ่ายรูปออกมาลำบาก ไปรับแสงเช้าแสงเย็นสวยกว่าเยอะเลยค่ะ แดดออก ก็ไปขลุกอยู่ในพิพิธภัณฑ์ดีกว่า ฮ่า ๆ



พิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่เข้า-ออกได้หลายทาง ตอนเข้าอาคารก่อน เข้าจากถนนอีกเส้น ตอนออกมาออกประตูที่เปิดออกสู่ทางเดินที่ผ่ากลาง National Mall ก็เจอ The Castle ตั้งอยู่เยื้อง ๆ กันเลย 




ระหว่างที่เดินข้ามไป The Castle มองไปทางซ้ายก็จะเจอตึก Capitol 




มองไปทางขวา ก็จะเจอ Washington Monument อยู่ฝั่งตรงข้ามจากตึก Capitol ค่ะ - เห็นแสงแดดไหมคะ มันโหดร้ายจริง ๆ เลยนะ

ข้างในนี่อย่างเท่ สวยงามมาก ทั้งตัวอาคาร ทั้งดิสเพลย์ ทุกสิ่งอย่างอลังการงานสร้าง เนื่องจากอาคารนี้ถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นจุดโฟกัสของพื้นที่รอบ ๆ นี้เลย ประวัติอาคารนี้ก็น่าสนใจมากค่ะ ผ่านอะไรมาเยอะแยะมาก ทั้งระหว่างการก่อสร้างซ่อมแซม ไหนจะโดนไฟไหม้ สร้างความเสียหายไปมาก กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ 

ถ้าไปศึกษาดูประวัติของเมือง มีสถานที่หลายจุดที่โดนไฟไหม้ครั้งใหญ่ไป ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงสร้างอาคารออกมาในแบบที่เราเห็นกันนี้ แต่ที่แน่ ๆ คือแทบทุกอย่างถูกวางแผนมาอย่างดี น่าทึ่งดีค่ะ 















อาคารนี้มีอะไรให้ชมไม่มากเท่าไหร่แล้วล่ะค่ะ ตอนนี้ก็เหมือนจะกลายเป็นออฟฟิสส่วนกลางของ Smithsonian ไปแล้ว ชิ้นส่วนหรือผลงานต่าง ๆ เมื่อรวบรวมได้เยอะ ๆ ก็จะนำไปจัดเป็นดิสเพลย์ในอาคารอื่น ๆ ตามแต่หมวดหมู่ของเขา แต่ก็ยังเป็นแลนด์มาร์คที่ควรเข้าไปเยี่ยมชมอยู่นะคะ ไปดื่มด่ำบรรยากาศและสถาปัตยกรรมของอาคารเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นมาในสไตล์ Gothic ๆ มีอุโมงลับเชื่อมต่อไปยังอาคารอื่นด้วย เจ๋งอ่ะค่ะ ^^



ถัดจาก The Castle ก็มีสวน บังเอิญตอนนั้นก็เกือบจะ 17.00 แล้ว หรือเขากำลังปิดปรับปรุงอยู่ เลยอดเข้าไปชมค่ะ เราสองคนเลยตัดสินใจว่าทัวร์พิพิธภัณฑ์ของเราคงต้องพักไว้ก่อนแล้ว แต่ไม่ได้หมดแค่นี้นะคะ! ยังมีที่ ๆ เราจำเป็นจะต้องไปอยู่ค่ะ :) 

ตอนต่อไปมาแล้วน๊า ไปดูกันเร้ว ๆ 

ใครที่สนใจอยากพูดคุยสอบถามติดตามกันแบบปัจจุบันทันด่วน แอด FB หรือ IG ได้นะคะ

อัพช้า แต่จะพยายามมาเรื่อย ๆ น๊า :) ขออภัยในความล่าช้าจ้า มือใหม่หัดทำอยู่วว์ ไม่ว่ากันนะ ๆ <3






Create Date : 24 มกราคม 2560
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2560 9:12:29 น.
Counter : 296 Pageviews.

1 comment
DC มีดีมากกว่าที่คิด (2) - Museum of American History






Washington DC มีดีมากกว่าที่คิด - ตอนที่ 2 - National Museum of American History
ต่อจาก ตอนที่ 1 จ้า 

ทานอาหารที่ Le Pain Quotidien ในโซน Dupont เสร็จ ก็เดินกลับที่พักแถว Embassy Row เพื่อตั้งหลักสำหรับวันแรกแห่งการเที่ยว เย่ ๆ (แบบหงอย ๆ เพราะแฟนเราไม่ได้ไปด้วยกัน TT.TT สองสาวอย่างเรากับแม่แฟนจะรอดไหมเนี่ย 555)

อย่างที่อธิบายไว้ครั้งก่อน จากที่พักของเราเดินตรงลงไปเรื่อย ๆ ก็จะถึงทำเนียบขาวและโซนอนุเสาวรีย์กับพิพิธภัณฑ์แล้ว ไม่ยากเลยแม้แต่นิดเดียว! สองข้างทางก็มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ สำหรับใครที่ต้องการจะแวะเพิ่มพลังก่อน สบาย ๆ 

เรากับแม่แฟนไม่ได้มีกำหนดการใด ๆ รู้แค่ว่าจะต้องไปพิพิธภัณฑ์ให้ได้ ก็เดินหน้าลุยลูกเดียว พอไปถึง เราถึงได้ทำการคัดเลือกกันว่าสนใจอยากจะเข้าชมอาคารไหน แค่ในส่วนของพิพิธภัฒฑ์นี่ก็มีให้เลือกเป็น 10 กระจาย ๆ อยู่บนพื้นที่ประมาณ 1 ไมล์ (1.6 ก.ม.) - ที่มาของชื่อเล่นที่เขาเรียกโซนนี้ว่า Museum Mile - แต่จริง ๆ แล้วโซนนี้เป็นที่รู้จักกันในนาม National Mall ค่ะ ลองกูเกิ้ลดูแผนที่ได้ เพื่อประกอบการตัดสินใจ 

ไปค่าา!



รูปปั้นนี้ตั้งอยู่กลางวงเวียน ข้างโรงแรมของเรา แถว Embassy Row




ถ้ามองไปอีกทางนึง ก็จะเป็นเส้นทางที่เราจะต้องเดินเพื่อไปถึงโซนท่องเที่ยว


ความจริงเดินไปเรื่อย ๆ จะไปเจอสวนสาธารณะก่อน ก็เดินทะลุไปเลยค่ะ มีม้านั่งให้นั่งชิว มีรูปปั้น ต้นไม้ กระรอกมากมาย เที่ยวชมได้ตามอัธยาศัยเลย แต่รอบนี้ขออนุญาตข้ามไปก่อนนะคะ :) 




หน้าทำเนียบขาว ไปเมื่อไหร่ก็เจอกลุ่มคน ยืนถือป้ายบ้าง นั่งพร้อมป้ายกระดาษบ้าง แต่ค่อนข้างสงบอยู่ตลอดค่ะ ไม่ต้องห่วง ๆ






สถาปัตยกรรมในเมืองนี้ พวกอาคารที่ทำการราชการจะออกสไตล์โรมัน ๆ ยิ่งใหญ่อลังการประมาณนี้ล่ะค่ะ




ถ้าเข้าโซน National Mall (โซนพิพิธภัณฑ์กับอนุเสาวรีย์) มองไปทางซ้ายก็จะเห็นตึก Capitol อยู่เสมอ ๆ ค่ะ




เช้านี้ขอแวะเข้า National Museum of American History กันค่ะ เก็บตกพิพิธภัณฑ์ที่ไม่ได้เข้ารอบก่อน และซึมซับความรู้เกี่ยวกับประเทศเขาบ้าง 




โซน interactive สำหรับเด็ก ๆ ค่ะ สนุกสนานกันทุกเพศทุกวัย แต่ในพิพิธภัณฑ์ก็มีกิจกรรมหลากหลายอย่างให้เด็ก ๆ ได้ทดลอง สัมผัส ลงมือทำกระจายอยู่ทุกที่เลยล่ะค่ะ




ตัวอย่างสื่อโฆษณาสมัยก่อน






พัฒนาการและประวัติของรถยนต์สายพันธุ์อเมริกันสำหรับคอรถยนต์




สารพัดความรู้






รถดับเพลิงรุ่นแรก ๆ 




โมเดลเรือขนทาส ทำออกมาได้น่าสะเทือนใจมากเลยชิ้นนี้








บันทึกวิวัฒนาการของระบบขนส่ง ตั้งแต่รถม้า รถไฟ รถยนต์ รถไฟใต้ดิน

เรากับแม่สามีสนุกสุขสันต์มาก น่าเสียดายมากเลยล่ะค่ะ ที่ถ่ายมาเป็นเพียงเศษเสี้ยวของสิ่งที่น่าสนใจทั้งหมดทั้งมวลที่มีอยู่... แต่ยังมีอีกหลายที่ให้ไปเยี่ยมชม ได้เวลาต้องออกเดินทางต่อไปแล้วล่ะค่ะ :)


ใครที่สนใจอยากพูดคุยสอบถามติดตามกันแบบปัจจุบันทันด่วน แอด FB หรือ IG ได้นะคะ
อัพบ้างไม่อัพบ้าง แต่จะพยายามมาเรื่อย ๆ น๊า :) ขออภัยในความล่าช้าจ้า มือใหม่หัดทำอยู่วว์ ไม่ว่ากันนะ ๆ <3





Create Date : 24 มกราคม 2560
Last Update : 24 มกราคม 2560 12:29:21 น.
Counter : 461 Pageviews.

0 comment
DC มีดีมากกว่าที่คิด (1)








Washington DC มีดีมากกว่าที่คิด - ตอนที่ 1 - Embassy Row และ Dupont Circle
ต่อจาก INTRO ตอนที่แล้วจ้า 

มาละค่า มาเริ่มต้นกันที่ย่าน Embassy Row แถว ๆ ที่พักเลยละกัน

แถวนี้นอกจากอาคารที่ตั้งของสถานฑูตต่าง ๆ ที่เรียงรายกันเป็นแถว ๆ บวกกับสถานที่ทำการของมหาลัยบางที่แล้ว ก็เหมือนจะไม่มีอะไรอื่นมากมายนะคะ เราเองก็ไม่ทันได้ไปสำรวจบริเวณนี้เหมือนกัน ก็เดินผ่านตอนไปทานอาหารเช้าวันแรกน่ะแหละค่ะ เดินง่าย สบาย ชิว ๆ บรรยากาศดี



















ภาพบรรยากาศรอบ ๆ โรงแรมที่ตั้งอยู่ย่าน Embassy Row และระหว่างที่เราเดินไปทานอาหารเช้าในย่าน Dupont Circle - ห่างจากโรงแรมไปประมาณ 0.5 ไมล์ ซึ่งก็ใช้เวลาเดินแบบสบาย ๆ ไปประมาณ 15 นาที

Dupont Circle เป็นย่านฮิป ๆ แหล่งรวมร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวยามวิกาล ผับ คลับ แกเลอรี่ ทำนองนั้น แต่เราก็ไม่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมเลย เนื่องจากว่าเรามีภารกิจอื่นที่ต้องไปปฏิบัติกัน แต่ด้วยเหตุที่ว่าร้านนี้แฟนออกปากชวนและค่อนข้างเป็นที่นิยม เราเลยดั้นด้นเดินไปลองกันจนได้ ซึ่งก็ไม่ผิดหวังจริง ๆ เล้ย











ถึงแล้ว! Le Pain Quotidien เป็นร้านแบบแฟรนไชส์มีหลายสาขา สาขาที่ใกล้ที่พักของเรา อยู่ที่ Dupont Circle ก็เลยเดินเรียกน้ำย่อยกันมาถึงร้าน ท่ามกลางแสงแดดยามเช้าและลมหนาวแบบสบาย ๆ ร้านตั้งอยู่ตรงหัวมุมเลย หาง่าย มีที่นั่งข้างนอกสำหรับใครที่อยากจะนั่งรับแสงอรุณสไตล์ฝรั่ง ๆ ก็ได้เลย ภายในร้านมีที่นั่งเยอะก็จริง แต่คนเยอะมากค่ะ ไม่รู้พากันมาจากไหนเยอะแยะมากมาย

ร้านที่นู่นส่วนใหญ่แล้ว เราจะต้องรอให้พนักงานมารับเราและพาไปที่โต๊ะนะคะ ยังไงก็ลองสังเกตดูก่อนว่าขั้นตอนเป็นยังไง ร้านนี้มีเสิร์ฟอาหารเช้าจากเมนูของร้าน หรือจะเลือกเป็นพวกขนมปัง เค้ก ของหวานจากตู้ด้านหน้าก็ได้นะคะ มีออพชั่นเยอะมาก น่ากิน ๆ ทั้งนั้นเลย ยังไงเรื่องอาหาร อย่าลืมระวังเรื่องปริมาณที่เขาเสิร์ฟด้วยน๊า เราสามคนพลาดบ่อยมาก ลืมเผื่อท้องไว้สำหรับขนม เช้าวันนั้นก็เลยอดได้ชิมของหวานเลยค่ะ

















น่ากิน ๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ กินแทบจะไม่หมดด้วย มีให้เลือกหลากหลายละลานตา กว่าจะเลือกได้แต่ละที แต่ถ้าไม่คิดมาก ก็เอาที่เค้าจัดให้เป็นชุดง่าย ๆ เลยก็ได้ค่ะ ขนมปังกับแยมคู่กับเครื่องดื่ม อะไรประมาณนี้ก็มีนะคะ ใครอยากทานอะไรเพิ่มก็สั่งพวกเครื่องเคียงแยกมาเสริมเอาได้ เช่นไข่ต้ม อาโวคาโด แซลมอนรมควัน ฯลฯ จ้า

ร้านนี้เราชอบ บรรยากาศในร้านอบอุ่น พนักงานให้บริการดีพอสมควร (บางครั้งไปช่วงที่ร้านยุ่ง ๆ พนักงานอาจจะมีหน้าบูดหน้าบึ้งกันบ้าง น่าเห็นใจค่ะ) อาหารสด อร่อย น่าประทับใจอยู่ค่ะ

ทานเสร็จ มีพลังแล้ว เราก็เตรียมตัวลุยกันเลยค่า แฟนเราติดธุระก็เลยเหลือแค่เรากับแม่แฟน จะเป็นยังไงก็ยังไม่รู้เลย แอบหวั่นเล็กน้อย แต่ใจพร้อม กายพร้อม รอดูต่อไปน๊า!


ใครที่สนใจอยากพูดคุยสอบถามติดตามกันแบบปัจจุบันทันด่วน แอด FB หรือ IG ได้นะคะ

อัพบ้างไม่อัพบ้าง แต่จะพยายามมาเรื่อย ๆ น๊า :) ขออภัยในความล่าช้าจ้า มือใหม่หัดทำอยู่วว์ ไม่ว่ากันนะ ๆ <3



ตอนที่ 2 มาแล้วน๊า ไปดูเล้ย!




Create Date : 20 มกราคม 2560
Last Update : 25 มกราคม 2560 11:21:11 น.
Counter : 637 Pageviews.

0 comment
DC มีดีมากกว่าที่คิด (Intro)


Washington DC มีดีมากกว่าที่คิด - INTRO

ในแต่ละปี บริษัทของแฟนเราจะจัดงานประจำปีที่อเมริกา ส่วนจะจัดที่เมืองไหนก็ต้องลุ้นกันไปในแต่ละปี ปีที่ผ่านมานี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ไปจัดที่ DC - ถามว่าเซ็งไหม ก็นิดนึงเพราะเราเคยไปมาแล้ว แต่สรุปแล้ว ก็ฟินใช้ได้เลยค่ะ เพราะครั้งก่อนที่ไป ถึงจะรู้สึกว่าเที่ยวทั่วแล้ว แต่ก็ยังไม่ครบเลย แถมรอบนี้แม่ของแฟนตามไปสมทบเราที่นั่นอีกด้วย ก็เลยมีแรงจูงใจที่จะออกไปเดินเที่ยว เพราะแฟนเองก็ยุ่งกับงานตั้ง 3 วัน ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย ถ้าไปกันแค่ 2 คนนี่เราเองเผลอ ๆ จะเลือกที่จะชิวอยู่กับแฟนที่งานมากกว่า เพราะข้างนอกมันหนาวมากเลย TT..TT

ก่อนอื่นอยากจะอธิบายว่า DC เป็นเมืองที่น่าอยู่ น่าเที่ยว น่าเดินมาก ๆ เชื่อว่ามีหลายคนที่ปฏิเสธโอกาสการไปเที่ยวเมืองนี้เพราะแลดูเป็นเมืองที่ไม่ได้มีอะไรหวือหวา เป็นเมืองที่เน้นการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์น่าเบื่อ ๆ แต่ไม่รู้เหมือนกันนะคะ ตัวเรารู้สึกว่าเป็นเมืองนึงที่พลาดไม่ได้ โดยเฉพาะสำหรับท่านที่สนใจในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ (ฯลฯ อีกด้วยนะ โลก สัตว์ ศิลปะ พันธุ์พืช มากมาย ๆ )

DC เด็กเที่ยวได้ ผู้ใหญ่เที่ยวดีจริง ๆ นะคะ เราเองยังเสียดายเลยที่ไปมา 2 ครั้ง ยังไม่มีโอกาสได้พาลูกสาวไป ขุ่นแม่ก็เลยรับอาสาไปเที่ยว เก็บภาพความประทับใจนำกลับมาฝากทั้งสองคน กลายเป็นว่า หลังจากที่เด็ก ๆ ได้เห็นรูปภาพดิสเพลย์ต่าง ๆ ในพิพิธภัณฑ์แล้ว ทั้งสองก็ตื่นเต้นมาก บอกว่าอยากไป ๆ ๆ 

เป็นเมืองที่เดินทางไปไหนมาไหนง่ายมาก ๆ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชอบการเดิน ทั้งสองครั้งที่ไป DC เราแทบจะไม่ได้ใช้บริการ taxi หรือ subway เค้าเลย เปิด Google Maps เดินเอาอย่างเดียว ถือเป็นโอกาสที่จะได้เยี่ยมชมเมือง เห็นวิถีชีวิตของพวกเค้า เปิดหูเปิดตากันบ้างอ่ะเนอะคะ 

บริการจักรยานให้เช่าปั่นชมเมืองก็มี พวกรถบัส Hop On Hop Off ก็มี แบบที่มีไกด์บรรยายก็เป็นออพชั่นที่น่าสนใจ แถมได้ความรู้จากไกด์อีกด้วย อยากขึ้นตรงไหน ลงตรงไหน ก็ได้ตามจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ รอบเมือง แต่ด้วยเหตุที่ว่าโซนอนุสาวรีย์ต่าง ๆ มันเชื่อมต่อถึงกัน เดินไปเรื่อย ๆ ตามทางจากจุดนึงสู่อีกจุดนึงได้เลย ต่อไปอีกนิดก็เป็นโซนพิพิธภัณฑ์ที่เรียง ๆ กันอยู่ เดินได้เรื่อย ๆ สบาย ๆ จริง ๆ นะ - แต่ก็นั่นล่ะค่ะ อันนี้กรณีที่เป็นคนที่ชินกับการเดิน เพราะปีก่อนที่ไปกับแฟน ในเวลานั้นแฟนเป็นคนที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับการเดินเที่ยว ก็แอบบ่นนิดหน่อยอยู่เหมือนกัน (555 หาว่าเมียหลอกให้เดิน ผ่านไปหลาย ๆ ทริปก็เริ่มจะชินละ เดินได้สบาย ๆ แล้วเดี๋ยวนี้)

บทนำมาก่อน เดี๋ยวภาพตามมาน๊า...




พร้อมแล้วมาเริ่มกันน๊า รายละเอียดการเดินทางกับที่พักสำหรับท่านใดที่สนใจ จะลงให้คร่าว ๆ นะคะ

CNX > INCHEON > DULLES
การเดินทางทั้งหมดจนถึงโรงแรม รวมได้เกือบ 24 ชม. จ้า!

- 00.00 ออกจากเชียงใหม่ (ระยะเวลาการบินประมาณเกือบ 5 ช.ม.)
- 05.00 ถึงเกาหลี (ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเร็วกว่าไทยไป 2 ช.ม.)
- 08.00 ออกจากเกาหลี (ระยะเวลาการบินประมาณ 17 ช.ม.)
- 10.00 ถึงสนามบิน Dulles (ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าไทยไป 12 ช.ม.)

เครื่องลงที่ Washington Dulles International Airport (1 ใน 2 สนามบินของ DC และจัดว่าเป็นสนามบินที่อยู่ห่างจากตัวเมืองพอสมควร) ตอนประมาณ 10.00 กว่า ๆ แต่กว่าจะผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง รอรับกระเป๋า และเดินทางไปถึงที่พัก - ซึ่งใช้เวลาขับรถระหว่าง 35-40 นาที และอาจมากกว่านี้ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรอีกด้วย - ก็เกือบจะเที่ยงแล้วล่ะค่ะ




รอบนี้ทางบริษัทจัดให้พักที่โรงแรม "Marriott Courtyard on Embassy Row" ในย่าน Embassy Row ซึ่งเราไม่ทันได้ถ่ายรูปห้องพักมา แต่โดยรวมแล้วก็โอเคสำหรับเรานะคะ ห้องพักมีพื้นที่พอสมควร สะอาดสะอ้าน มีสิ่งอำนวยประโยชน์ครบ มีเครื่องกดกาแฟมาให้พร้อมกับแคปซูลกาแฟและชา ครบครัน ด้านล่างในลอบบี้ก็มีร้านขายของเล็ก ๆ ขายอาหารง่าย ๆ พร้อมทาน ขนมขบเคี้ยว เครื่องใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจจะจำเป็นต้องใช้ขึ้นมา 

บริการของพนักงานก็จัดว่าโอเค ขอแนะนำว่าควรเตรียมใจไปให้พร้อมที่จะต้องพบเจอกับพนักงานผิวสี ซึ่งกลุ่มหนึ่งเป็นคนท้องถิ่น ซึ่งก็ถือว่าเป็นชาวอเมริกันอ่ะแหละเนอะ แต่อย่างที่รู้กันเขาจะมีสำเนียงและวิธีการพูดจาที่แตกต่างจากชาวอเมริกันผิวขาว ฟังยากแต่ก็สนุกดีนะคะ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งจะเป็นคน Ethiopia หรือพวกชาวเกาะแถบ ๆ นั้น ที่เรามองดูเผิน ๆ อาจจะไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่สำเนียงนี่คนละเรื่องเลยจ้า อาจจะฟังยากกว่าปกติอีกนิดนึง 

ที่บอกไม่ได้จะให้กลัว หรือตกใจนะคะ D.C. เป็นเมืองที่มีประชากรชาว Ethiopia สูงที่สุดจากทุก ๆ เมืองหรือรัฐในอเมริกาเลย คือเขาว่ากันว่า นอกจากประเทศ Ethiopia แล้ว ก็มี D.C. นี่แหละค่ะ ที่มีชุมชมของพวกเค้าพักอาศัยกันอยู่มากที่สุด 

ครั้งแรกที่ไป ยังเคยแอบสงสัยว่าทำไมที่ D.C. มีร้านอาหาร Ethipia เยอะมาก ก็นึกว่าเป็นเทรนด์ใหม่ จนไปรอบนี้นี่ล่ะค่ะ ไปได้ความรู้มาจากดิสเพลย์ที่พิพิธภัณฑ์น่ะแหละค่ะ ฮ่า ๆ ฟังดูมีสาระนิดนึง 

ส่วนใครที่เป็นกังวลเรื่องพฤติกรรมเหยียดสีผิว ที่อเมริกาแม่บ้านไม่ค่อยเจอนะคะ ในความรู้สึกส่วนตัว ชาวออสเตรเลียยังจะแสดงออกมากกว่าเล้ย จริง ๆ นะ เราว่าตราบใดที่ตัวเราไม่ทำตัวยุ่งยากเวิ่นเว้อรุงรัง พวกเค้าก็โอเคกับเรานะคะ 

อ่ะ ๆ ไปต่อค่ะ ที่พักตรงนี้อยู่ห่างจากแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ ๆ ของเมืองไปประมาณ 15 นาที ซึ่งเดินจากที่พักตรงลงมาเรื่อย ๆ ก็จะถึงทำเนียบขาวแล้วอ่ะค่ะ คือ...ง่าย สบาย อะไรปานนั้น ระหว่างทางก็จะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านแซนด์วิชประปรายกัน แวะกินสะดวก โด๊ปกาแฟได้ทุกหัวมุมถนน ตามอัธยาศัย ไม่เปลี่ยวนะคะ 

ข้อสำคัญที่สุด ขอเตือนและเน้นย้ำว่า D.C. เป็นเมืองที่เน้นสำนักงานและสถานราชการ พนักงานออฟฟิศ ซึ่งส่วนใหญ่จะอาศัยนอกตัวเมืองและเดินทางเข้ามาทำงานระหว่างวัน ดังนั้นช่วงเวลาระหว่างวันจะปลอดภัยมาก ๆ แต่วันเสาร์ และโดยเฉพาะวันอาทิตย์ ให้ระมัดระวังตัวนิดนึง คืออย่าเดินไปเดินมานอกเส้นทางหลัก ๆ ของเมืองในเวลาแปลก ๆ ถ้าเป็นช่วงสาย ๆ ไปจนถึง 17.00 แม่บ้านว่า ตามโซนพิพิธภัณฑ์และอนุเสาวรีย์ยังปลอดภัยอยู่ เพราะว่ามีนักท่องเที่ยว (ทั้งต่างชาติ ต่างเมือง ต่างรัฐ แม้แต่ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในพื้นที่) ไปเที่ยวกันเยอะมากอยู่ 

พวกปาร์คในเมืองที่มีกระจาย ๆ เป็นหย่อม ๆ เกือบบล๊อคเว้นบล๊อคเลย สร้างความสวยงามและร่มรื่นให้กับเมือง สถานที่พวกนี้คือที่พักอาศัยของชาว Homeless จำนวนมาก โดยปกติระหว่างวันพวกเขาจะไม่อยู่หรอกนะคะ บางรายอาจจะทิ้งข้าวของไว้บนม้านั่งเพื่อเป็นการประกาศอาณาเขตของตัวเอง หรือพับเก็บไว้ตามซอกตามมุมบ้าง ตอนกลางคืนก็กลับมานอน ตอนเช้าก็หายตัวไป แต่วันอาทิตย์ที่ไม่ค่อยมีพนักงานออฟฟิสมาทำงาน พวกเขาก็จะโผล่มาให้เห็นมากมายเลยแหละค่ะ (แฮร่ เจอมาหลายช็อตเลยค่ะ ทริปแรกที่ไป เล่นเอาแฟนเราหล๋อนมาก ๆ 555 เลยต้องเขียนไว้ ๆ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนกันเลย) 

นอกจากชาวโฮมเลส ก็จะมีเจ้าตัวเล็ก ๆ ขนปุย ๆ น่ารักน่าชังพวกนี้อีกอย่างนะคะที่มีให้เห็นเยอะมาก แม่บ้านถ่ายไม่เคยจะทันเลย เดี๋ยวก่อนเหอะ

พล่ามได้ยาวเฟื้อยเลย ต่อค่า - 



รอบนี้ ถึงที่พักเก็บกระเป๋าเข้าห้อง ก็ออกเลย ไปตามล่าหาร้าน Five Guys Burger กันค่ะ มาเมกาก็ต้องกินเบอร์เกอร์สิน๊า ร้านนี้เครื่องเยอะ เลือกได้ แถมถั่วลิสงฟรี ตักกินได้เรื่อย ๆ เพราะเขาใช้น้ำมันจากถั่วลิสงในการทอดนะคะ ถ้าใครแพ้ถั่วก็อดเลย





ใครเป็นคอเบอร์เกอร์ลองดูได้นะคะ มีหลายสาขามาก หาเอาตามสะดวกเลยค่ะ รอบนี้เราไปแวะสาขาใกล้ ๆ ที่จัดงานของบริษัท อยู่แถว McPherson Square ไม่ไกลมากจากที่พักของเรา 

เรากินเสร็จก็กลับที่พัก ตั้งใจว่าจะงีบซักหน่อยก่อนที่แม่สามีจะเดินทางมาถึงช่วงบ่าย ๆ หมดไปแล้ว 1 วันสำหรับพวกเรา ตื่นมาค่ำ ๆ ก็หาที่ทานอาหารเย็นกัน แฟนเจอข้อมูลเกี่ยวกับร้าน Founding Farmers เป็นร้านที่เปิดโดยชาวสวนชาวไร่ เขาว่ากันว่าอย่างนั้น เป็นคอนเซ็ปใหม่ในการเปิดร้านอาหารที่เขาว่ากันว่าเป็นอาหารอเมริกันแนวใหม่ เน้นความสด อร่อย และเก๋ ใครที่นึกไม่ออกว่าอาหารอเมริกันเป็นยังไง ก็คงต้องไปลองดูอ่ะค่ะ เพื่อเป็นการลบล้างภาพลักษณ์เดิม ๆ ที่ว่าอาหารอเมริกันมีแต่อาหารขยะ กระแสนี้เกิดขึ้นมาเพื่อเน้นสุขภาพที่ดีขึ้น เน้นวัตถุดิบที่หลากหลาย นำมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัวแบบแปลก ๆ คือ ไม่นึกว่ามันจะเข้ากัน แต่มันก็เข้ากันได้อ่ะค่ะ

ร้านนี้ก็มีหลายสาขา - ที่เราไปทานวันนั้นอยู่โซน Foggy Bottom บนถนน Pennsylvania Avenue ค่ะ - ควรจองล่วงหน้า เราไปกันแบบไม่ได้โทรเช็คล่วงหน้า กลายเป็นว่ารอคิวเบา ๆ ประมาณ 45 นาทีค่ะ แม้จะเป็นคืนวันปกติแต่คนแน่นมาก เหมือนกับว่าชาวออฟฟิสที่เลิกงานมาก็มาทานอาหารกันต่อก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน เห็นพวกร้านอาหารแล้วจะงงว่าคนพวกนี้มาจากไหนกัน เพราะตอนกลางวันคนเดินกันบนถนนน้อยมาก 

เสียดายที่แสงสลัวมาก และด้วยความเบลอ ความหิว เก็บภาพมาได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่อาหารอร่อยน่าสนใจดีค่ะ แล้วแต่ความชอบเนอะ ^^





ถ้าเกร็ง ๆ ไม่มั่นใจก็ถามพนักงานเลยค่ะ เรานึกไม่ออกก็ถาม บอกว่าไม่หิวมากแนะนำให้หน่อยน๊า พนักงานก็แนะนำให้ ของแฟนเป็นสเต๊ก ของเราเป็นปลา พอเลือกอาหารหลักได้ เขาก็จะให้เลือกเครื่องเคียงได้ 2-3 อย่างจากรายการยาวเหยียด ถามเลยค่ะ ไม่ต้องกลัวน๊า - แต่อย่าเวิ่นเว้อ ลูกค้าเค้าเยอะ ก็เห็นใจเค้ากันด้วยน๊า 

อีกอย่างเกี่ยวกับการทานอาหารที่นู่น ถ้าไม่ใช่พวกร้านอาหารแนว ๆ ชิค ๆ ที่มาจานละประมาณ 3-4 คำหมด ปริมาณอาหารที่ได้ ส่วนใหญ่จะเยอะมาก พวกเราไปกี่ที ๆ มื้อแรก ๆ นี่เผลอประจำ คือเหลือตลอด น่าเสียดายอ่ะค่ะ 

แล้ววันแรกที่เดินทางไปถึงก็จบลงแบบอิ๊มอิ่ม ง๊วงง่วง เบลอมาก :) เดี๋ยวมาต่อนะคะ


ใครที่สนใจอยากพูดคุยสอบถามติดตามกันแบบปัจจุบันทันด่วน แอด FB หรือ IG ได้นะคะ
อัพบ้างไม่อัพบ้าง แต่จะพยายามมาเรื่อย ๆ น๊า :) ขออภัยในความล่าช้าจ้า มือใหม่หัดทำอยู่วว์ ไม่ว่ากันนะ ๆ <3

ภาคต่อมาแล้วน๊า ไปดูเล้ย!...







Create Date : 10 มกราคม 2560
Last Update : 20 มกราคม 2560 11:28:25 น.
Counter : 397 Pageviews.

0 comment

แม่บ้านหน้าสด
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]