เที่ยวกรุงเทพไม่ไกล..ไปฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค







ด้วยที่เป็นจุดกำเนิดของอาชีพการเลี้ยงโคนมของประเทศไทยเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ของวงการโคนมและมีเรื่อง ๆ มากมาย วันนี้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรืออ.ส.ค. ผู้ผลิตนมไทย-เดนมาร์ค  สัญลักษณ์วัวแดง กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งด้วยการเปิดตัวฟาร์มโคนมประวัติศาสตร์ให้เป็นที่รู้จักสู่สาธารณชนภายใต้โครงการ “เปิดฟาร์มท่องเที่ยวฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค"


ย้อนไปเมื่อปีพ.ศ.2503 ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จประพาสทวีปยุโรปในการเสด็จทรงประทับแรม ณ ประเทศเดนมาร์ค ทรงให้ความสนพระทัยกิจการเลี้ยงโคนม หลังเสด็จนิวัติประเทศไทย ในปีต่อมารัฐบาลเดนมาร์กและสมาคมเกษตรกรเดนมาร์ค ได้ร่วมน้อมเกล้าถวายโครงการเลี้ยงโคนมในประเทศไทยให้เป็นของขวัญแด่ทั้งสองพระองค์ และมีการตกลงทำสัญญาระหว่างรัฐบาลไทยและคนโดยการจัดตั้งฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนม”ไทย-เดนมาร์ค”ที่อ.มวกเหล็ก จว.สระบุรี

เมื่อปี 2505 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเจ้าเฟรดเดอริคที่ 9 แห่ง ประเทศเดนมาร์ก ได้ทรงประกอบพิธีเปิดฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย-เดนมาร์ก อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2505 (ค.ศ.1962) ต่อมาเรียกว่าอาคาร 1962 ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญอย่างมาก ในปัจจุบันอาคาร 1962 นี้ ยังคงใช้งานอยู่ในการสาธิตรีดนมให้กับผู้เยี่ยมชมฟาร์ม ถือเป็นวันที่มีความสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ของการเลี้ยงโคนมในประเทศไทย จากฟาร์มโคนมต้นแบบและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนม ได้กำเนิดเป็นระบบการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมครบวงจรในนามองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย( อ.ส.ค.) สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์นมตราไทย-เดนมาร์ค สัญลักษณ์ วัวแดง ซึ่งมีที่มาจากโคนมพันธ์ Red Danish จากประเทศเดนมาร์ค


ต่อมาในปีพ.ศ.2514 รัฐบาลไทยได้รับโอนกิจการฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย-เดนมาร์ค จัดตั้งเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้ชื่อว่า “องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย "(อ.ส.ค.) ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค  เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรน้องใหม่ของจังหวัดสระบุรี  ที่ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกับบรรยากาศเมืองคาวบอย  ท่านจะมีโอกาสได้รับรู้เรื่องราวว่ากว่าจะมาเป็นฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์คนั้นต้องผ่านอะไรมาบ้าง  รวมถึงได้ทราบวิธีการเลี้ยงดูโคนมอย่างครบวงจร 


ความได้เปรียบในด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติมีทุ่งหญ้าเขียวขจีรายล้อม  ลำธารน้ำ อากาศจะเย็นตลอด 10 เดือนการพัฒนาองค์กรของอ.ส.ค.นอกจากการตลาด-ผลิตภัณฑ์แล้วยังได้เปิดท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่จะได้สัมผัสกับประสบการณ์จริง สัมผัสธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ความสนุกที่ประทับใจตามโปรแกรมที่มีให้เลือกตามความสะดวกของแต่ละคน ทั้งแบบท่องเที่ยวหนึ่งวัน  สองวันกับค้างหนึ่งคืน หรือแบบจุใจสามวันค้างสองคืนก็มี  แต่ละโปรแกรมล้วนให้สาระความรู้ ความสนุกสนานควบคู่ พร้อมจัดรถพ่วงรองรับนักท่องเที่ยวสำหรับพาชมบรรยากาศทุ่งหญ้าที่มีเหล่าฝูงโคยืนแทะเล็มหญ้าด้วยความเพลิดเพลิน  ก่อนที่จะพาท่านไปชมการสาธิตรีดนมโค ขั้นตอนนี้เขาเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองรีดน้ำนมจากเต้าแม่โคจริง ๆ  เพื่อนำไปป้อนลูกโคด้วยมือท่านเอง จากนั้นท่านจะได้เข้าโรงงานชมกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์นมไทย ท่านที่ชอบของที่ระลึกก็มีให้เลือกซื้อมากมาย


"เป็นการเข้าชมฟาร์มแบบครบวงจร ทั้งชมสวนสัตว์ ทุ่งหญ้า รีดนมจากวัวและนำนมที่เรารีดได้ไปปอนให้กับลูกโคพร้อมชมการโชว์บ่วงบาศก์ ฝึกจับบังคับโค โดยใช้เชือกเส้นเดียว  ผู้เขียนลองแล้วค่ะ แบบว่าลองควงเชือกค่ะ ไม่ได้คล้องโค เอาท่าให่เท่เข้าว่า  :)) นอกจากนั้นจะมีกิจกรรมการทำอาหารจากนมสด  walk rally หรือกิจกรรมการสำรวจธรรมชาติ จักรยานเสือภูเขา ขับขี่รถเอทีวีชมธรรมชาติ หรือในสนาม  การเรียนรู้การอยู่พักค้างแรม  ตลอดจนการรับประทานอาหารในสไตส์คาวบอย  กิจกรรมดูดาวและคาวบอยไนท์"






ที่สำคัญทุก  ๆ ต้นปีอ.ส.ค.แห่งนี้จะมีการจัดงานวันโคนมแห่งชาติมีกิจกรรมน่าสนใจมากมายทั้งการออกร้านขายอุปกรณ์การเกษตร อาหาร เสื้อผ้าและการแสดงบันเทิงต่าง  ๆ ที่น่าสนใจและทุกครั้งที่ผู้เขียนไปนั่นคือโซนคาวบอยที่มีการออกร้านขายสินค้าคาวบอย การแสดงดนตรีสไตส์คันทรี่ นั่งรับประทานอาหารไปฟังดนตรีไปสุด ชิล ! 

ในส่วนของโซนสวนสัตว์ค่ะ

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมนันทนาการที่น่าสนใจคือการสำรวจธรรมชาติ(เดินป่า) ที่ยังพบต้นไม้ หิน ฟอสซิลโดยจะมีการบรรยายสภาพภูมิประเทศและลักษณะทางธรณีวิทยา  รวมทั้งกิจกรรมนักสืบสายน้ำ เนื่องจากในบริเวณฟาร์มโคนมไทยเดนมาร์คมีจุที่เรียกว่าน้ำผุด(ต้นน้ำ) หรือการดูนก หลายกิจกรรมเพิ่มขึ้นมาใหม่หลังการเปิดตัวเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแต่ขอหยิบยกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจนั่นคือ การดูดาว ณ บริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ซึ่งเราจะได้รับฟังการบรรยายเรื่องดวงดาว การเรียนรู้กล้องดูดาว โดยการประสานงานกับท้องฟ้าจำลองเพื่อให้ความรู้ 

กิจกรรมดูดาว

ภายในฟาร์มโคนมไทย-เดน-มาร์คยังมีค่ายเรียนรู้เกษตรธรรมชาติ ที่เป็นแหล่งรวมพืชสมุนไพรท้องถิ่นไทยตลอดจนการเรียนรู้เรื่องปุ๋ยอินทรีย์น้ำนม ที่มาจากการย่อยสลายน้ำนมดิบคุณภาพต่ำโดยอาศัยกิจกรรมของจุลินทรีย์ในสภาพไม่มีอากาศและมีอากาศ ผลิตภัณฑ์ที่ได้ประกอบไปด้วยกรดอินทรีย์ วิตามิน แร่ธาตุต่าง ๆ โดยมีสารพด.6 เป็นเชื่อจุลินทรีย์ ที่มีประสิทธิภาพ ในการย่อยสลาย องค์ประกอบของโปรตีนไขมันในน้ำนมดิบคุณภาพต่ำ ปุ๋ยอินทรีย์ทำจากน้ำนมโคนี้อุดมไปด้วยสารจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตต่อการก่อให้เกิดดอก ออกผล ใช้ผสมน้ำฉีดพ่นใบราด โคนต้นพืช ซึ่งจะต้องนำไปผสมน้ำก่อน  

ใบบัวบก

ไพลขาว

ใบกระดาน เป็นไม้ประดับค่ะ

โสมขาวค่ะ ต้นนี้ใช้ยอดผัดกับน่ำมันหอยอร่อยค่ะ

ใบคว่ำตายหงายเป็น

ปุ๋๋ยอินทรีพย์จากนมสด

สำหรับผู้สนใจไปท่องเที่ยวฟาร์มโคนมไทยประวัติศาสตร์แห่งแรกสามารถติดต่อได้ที่ สำนักท่องเที่ยวเชงเกษตร องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย 160 ม.10 ถ.มิตรภาพ จว.สระบุรี






Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2560 20:58:34 น.
Counter : 558 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



สมาชิกหมายเลข 3402302
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]