การดูแลสุขอนามัยอวัยวะส่วนสำคัญของชายไทย ขริบดีไหมเนี่ย
 
 

การประชุมเรื่องเอดส์นานาชาติแนะนำให้ขลิบเพื่อลดการแพร่กระจายเอดส์ในผู้ป่วยรายใหม่

รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์: จากการประชุม IAS ครั้งที่ 4 เมื่อ 24 กค.2550 ว่าด้วยเรื่อง กลไกการก่อโรคของเชื้อไวรัสเอชไอวี การบำบัดรักษาและการป้องกัน ณ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ได้ค้นพบตัวยาชนิดใหม่ที่ต้านต่อ retrovirus และผลการวิจัยที่แสดงให้เห็นถึงผลในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชไอวีในชายที่ผ่านการขลิบหนังหุ้มปลายองคชาตแล้ว

ศาสตราจารย์ไบเลย์แห่งมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ มลรัฐชิคาโก กล่าวว่า จากการศึกษาในประเทศ ยูกานดาและเคนย่า รวมไปถึงการศึกษาใน U.S. แซมเบีย และมาลาวี พบว่า ผู้ชายที่ผ่านการขลิบหนังหุ้มปลายองคชาตแล้ว สามารถลดอัตราการติดเชื้อไวรัสเอชไอวีจากการมีเพศสัมพันธ์จากหญิงสู่ชายได้ถึงร้อยละ 60 นอกจากนี้ ไบเลย์ยังได้กล่าวอีกว่า องค์การอนามัยโลกและ UNAIDS ได้ให้การสนับสนุนถึงการทำขลิบในชายว่า สามารถช่วยลดการติดเชื้อไวรัสเอดส์ ซึ่งสามารถป้องกันมิให้เกิดกรณีการติดเชื้อได้ในประชากรกว่าสองล้านคน และลดอัตราการตายของผู้ป่วยซึ่งอยู่ในขั้นที่มีอาการสัมพันธ์กับเอดส์ได้ถึงสามแสนรายเป็นเวลายาวนานกว่า 10 ปี



จากผลการวิจัยดังกล่าวก่อให้เกิดความท้าทายในการที่จะเผยแพร่องค์ความรู้ในเรื่องความปลอดภัยของการทำขลิบในชายและการรณรงค์ชักชวนให้ผู้นำในแต่ละประเทศได้ตระหนักถึงความสำคัญและได้มีการประชาสัมพันธ์เพื่อเรียกร้องขอความช่วยเหลือสู่ประชากรภายในประเทศ ศาสตราจารย์ไบเลย์ได้ให้ความเห็นว่า เป็นการยากที่จะมีการรณรงค์และเผยแพร่องค์ความรู้ดังกล่าวให้เป็นที่กว้างขวาง เนื่องจากบางประเทศได้มีข้อผูกมัดทางวัฒนธรรมและความเชื่อทางศาสนาบางประการ ไบเลย์ยังกล่าวอีกว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้เกิดความเห็นชอบเกี่ยวกับการสนับสนุนให้มีการทำขลิบในชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่กำลังพัฒนา แต่ ณ ปัจจุบัน หากความล่าช้าในการเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับการทำขลิบเป็นไปอย่างมากขึ้นเพียงใด นั่นย่อมหมายความว่า อัตราการติดเชื้อไวรัสเอชไอวีก็ย่อมเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัวด้วยเพียงนั้น

จากการรายงานข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ กล่าวว่า ผู้หญิงในทวีปแอฟริกาซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการผลักดันให้มีการทำขลิบในชาย ได้มีความพยายามในการผลักดันให้มีการนำเอาการขลิบมาผสานเข้ากับขนบธรรมเนียมประเพณี เพื่อเป็นการยืนยันถึงสุขอนามัยที่ดีของประชากรภายในชุมชน

อ้างอิงจาก Male Circumcision, New Antiretrovirals, Genetic Engineering Most Promising HIV Prevention, Treatment Methods, Conference Delegates Say.. 26 Jul 2007 ต้นฉบับ //www.medicalnewstoday.com/articles/77765.php





 

Create Date : 09 สิงหาคม 2550   
Last Update : 9 สิงหาคม 2550 21:22:29 น.   
Counter : 2533 Pageviews.  


การศึกษาล่าสุดไม่พบความแตกต่างเกี่ยวกับความรู้สึกบริเวณอวัยวะเพศที่ผ่านการขลิบ

28 กรกฎาคม 2550

จากการศึกษาใหม่ที่ได้รับการตีพิมพ์ใน The Journal of Sexual Medicine พบว่าความรู้สึกทางเพศของชายที่ได้รับการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศและไม่ได้ขลิบหนังหุ้มปลายแทบจะไม่มีความแตกต่างกัน การศึกษาทำขึ้นในภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัย แมคกิล McGill เมือง มอนทรีออล ประเทศแคนาดา ประกอบด้วยการทดสอบความรู้สึกของอวัยวะเพศของชายที่ได้รับการขลิบหนังหุ้มปลายและไม่ได้รับการขลิบหนังหุ้มปลายในช่วงของการกระตุ้นเร้าทางเพศ sexual arousal และไม่มีการกระตุ้นเร้าทางเพศ ผลการศึกษาแสดงว่าไม่มีความแตกต่างระหว่างสองกลุ่มที่พบในเรื่องความรู้สึกของการสัมผัสและความเจ็บปวด

“ การศึกษาบ่งชี้ว่า ความคิดดั้งเดิมในเรื่องที่ว่าชายที่ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศไปแล้วจะมีความรู้สึกแตกต่างในเรื่องของการรับความรู้สึกตรงองคชาตที่ไม่เหมือนกับกลุ่มที่ไม่ได้ทำการขลิบหนังหุ้มปลายอาจจะไม่มีมูลความจริง” กล่าวโดย ดร. คิมเบอร์ลี เพนย์ หัวหน้าโครงการศึกษา




“คนทั่วไป ได้ถกเถียงกันเกี่ยวกับเรื่องผลกระทบทางเพศของผู้ที่ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศมาไม่ต่ำกว่า 1000 ปี และข้าพเจ้าหวังว่าข้อมูลที่เรามีจะทำให้มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น” กล่าวโดย ดร. ยิตซ์ชัค เอ็ม บินิค ผู้ร่วมโครงการศึกษา และศาสตราจารย์ทางจิตวิทยาของมหาวิทยาลัย แมคกิล McGill และผู้อำนวยการงานบริการให้คำปรึกษาทางเพศและชีวิตคู่ ของศูนย์สุขภาพของมหาวิทยาลัยแมคกิล

เออร์วิน โกลด์สไตน์ บรรณาธิการบริหารของ The Journal of Sexual Medicine ได้ตั้งข้อสังเกตว่า “ ในการศึกษาที่น่าสนใจนี้ ถูกจัดทำขึ้นจากนักศึกษาวิจัยทางเพศศาสตร์ที่มีชื่อเสียง ไม่เพียงแต่เขาจะขจัดความเชื่อเก่าๆที่ว่าหัวเต่าขององคชาตที่ไม่ได้ขลิบปลายสามารถรับความรู้สึกได้มากกว่าเนื่องจากการปกป้องของหนังหุ้มปลาย และหักล้างกับงานวิจัยก่อนหน้านี้ที่ออกมาว่าการขลิบทำให้ความรู้สึกทางเพศลดลงโดยการตัดจุดรับความรู้สึก 5 จุดไปว่าไม่ได้ทำให้ความรู้สึกลดลง

อ้างอิงจาก Genital Sensory Testing Shows No Difference Between Circumcised And Uncircumcised Men 28 กค. 2550 //www.medicalnewstoday.com/articles/78059.php
ผู้เขียน Dr. Kimberley Payne currently specializes in the treatment of sexual dysfunction and chronic pain as a clinical psychologist practicing in Ottawa.

Dr. Yitzchak Binik is Professor of Psychology, McGill University and Director of the Sex and Couple Therapy Service, McGill University Health Center.

Dr. Irwin Goldstein is Editor-in-Chief of The Journal of Sexual Medicine, Director of Sexual Medicine at Alvarado Hospital, Director of San Diego Sexual Medicine in San Diego, California, and Clinical Professor of Surgery at University of California in San Diego




 

Create Date : 09 สิงหาคม 2550   
Last Update : 9 สิงหาคม 2550 21:21:59 น.   
Counter : 666 Pageviews.  


นักวิจัยเผยไม่มีผลกระทบเกี่ยวกับความรู้สึกทางเพศในผู้ชายที่ขลิบอวัยวะเพศ

From The Effect Of Male Circumcision On Sexuality ตีพิมพ์ 30 เมษา 2007 ในวารสารทางการแพทย์ British journal of urology international.ฉบับ มีนา 2007

มีการถกเถียงกันมากมายเกี่ยวกับผลกระทบของความรู้สึกทางเพศในผู้ชายที่ขลิบปลายอวัยวะเพศ แต่มีการศึกษาอย่างเป็นทางการน้อยมาก โดยส่วนใหญ่จะมาจากคำบอกเล่าว่าขลิบทำให้ความรู้สึกทางเพศลดลง เพราะส่วนใหญ่ก็จะไปสอบถามจากคนที่ขลิบอวัยวะเพศตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งบางคนก็เชื่อว่าถ้าตัวเองยังมีหนังหุ้มปลายอยู่ จะทำให้ตัวเองความรู้สึกทางเพศดีขึ้น ซึ่งทำให้ผลที่ออกมาอาจจะไม่น่าเชื่อถือพอ เพราะคนที่ตอบแบบสอบถามก็ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์แบบที่มีหนังหุ้มปลายมาก่อน

ประเทศเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการขลิบสูงที่สุดในโลก และส่วนใหญ่ไม่ได้ทำช่วงแรกเกิดเหมือนที่อเมริกา กล่าวคือในเกาหลีใต้ ส่วนใหญ่จะทำการขลิบในช่วงวัยรุ่น ทำให้เป็นข้อดี ถ้าจะทำการทดลองถึงความรู้สึกทางเพศหลังการขลิบ โดยออกแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างที่ทำการขลิบในตอนโต ซึ่งกลุ่มตัวอย่างเหล่านี้ เคยมีเพศสัมพันธ์ทั้งแบบตอนมีหนังหุ้มปลายและไม่มีหนังหุ้มปลายแล้ว โดยการวิจัยครั้งนี้ทำโดย D. Kim and M.G. Pang from Gyungki-Do Korea

การทดลองทำในกลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 30 – 57 ปี จำนวน 373 คน และในกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดขลิบปลายอวัยวะเพศหลังจากช่วงวัยรุ่น โดยค่าเฉลี่ยทำหลังอายุ 20 ปี โดยกลุ่มตัวอย่าง เคยมีเพศสัมพันธ์ทั้งก่อนและหลังการขลิบอวัยวะเพศ โดยให้ตอบแบบสอบถามถึงความรู้สึกทางเพศเวลามีเพศสัมพันธ์ รวมถึงการช่วยตัวเอง

จากผลการวิจัยพบว่า ไม่มีข้อแตกต่างอย่างมีนัยยะ ระหว่างความรู้สึกทางเพศ การแข็งตัว การหลั่ง และความรู้สึกระหว่างก่อนและหลังทำการขลิบปลายอวัยวะเพศ พบเพียงว่ามีความพึงพอใจในการช่วยตัวเองน้อยลงหลังทำการขลิบปลาย ทำให้สามารถสรุปได้ว่า การขลิบไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกทางเพศอย่างที่บอกเล่ากัน
BJU Int. 2007 March; 99(3):619-22




 

Create Date : 13 มิถุนายน 2550   
Last Update : 13 มิถุนายน 2550 0:36:01 น.   
Counter : 8950 Pageviews.  


องค์การอนามัยโลกยืนยัน การขลิบสามารถลดการติดเอดส์ลงได้

28 มีนาคม 2550
องค์การอนามัยโลกเห็นด้วยกับการใช้การขลิบปลายในการป้องกันโรคเอดส์

ผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติร่วมหนุนให้ใช้การขลิบปลายอวัยวะเพศชายเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ป้องกันการติดเชื้อเอดส์

องค์การอนามัยโลก WHO และองค์การป้องกันโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ UNAIDS ร่วมกันแถลงเมื่อ 28 มีนาคม 2550 ว่า การขลิบควรได้รับการส่งเสริมให้เป็นหนึ่งในทางเลือกของการพยายามลดการแพร่กระจายการติดเชื้อเอดส์

จาก 3 งานวิจัยทางการแพทย์ที่มีการศึกษากันในทวีปอาฟริกาได้แสดงให้เห็นชัดว่า การขลิบปลายอวัยวะเพศช่วยลดอัตราการติดเชื้อเอดส์ลงได้ถึงครึ่งหนึ่งในผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์

ดังนั้นคำแนะนำนี้จึงควรที่จะนำไปสู่การรณรงค์ให้มีการขลิบในประเทศที่การติดเชื้อเอดส์ยังอยู่ในระดับสูง เนื่องจากช่วยลดการติดเชื้อได้อย่างชัดเจน

ในขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำเพิ่มเติมว่าการขลิบ ควรทำไปควบคู่กับการรณรงค์ในการป้องกันโรคเอดส์อื่นๆ เช่นการส่งเสริมให้มีการใช้ถุงยางอนามัยด้วย

จากประโยชน์ที่ได้จากงานวิจัยทางการแพทย์นี้แสดงให้เห็นว่า หากการขลิบได้รับการส่งเสริมให้มีการทำในวงกว้าง เราจะสามารถช่วยลดตัวเลขของผู้ติดเชื้อเอดส์ลงได้นับล้าน

โดยนักวิจัยพบว่าสาเหตุที่การขลิบลดอัตราการติดเชื้อเอดส์ลงได้ 48 – 60 % จากงานวิจัยนั้น มาจากการที่เซลล์ผิวหนังบริเวณหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายนั้น จะมี target cell ที่จะจับกับเชื้อ HIV ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อขลิบผิวหนังตรงนี้ออกไปก็จะทำให้ช่องทางที่เชื้อเอดส์จะเข้าสู่ร่างกายทำได้ยากขึ้น ซึ่งงานวิจัยชุดนี้ได้รับการทดลองซ้ำในอีกหลายกลุ่ม หลายประเทศ

ปัจจุบันการคิดค้นยารักษาโรคเอดส์และวัคซีนป้องกัน ก็ได้มีการลงทุนอย่างต่อเนื่องโดยใช้เงินไปหลายพันล้านเหรียญในขณะที่ผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์ปีละนับล้านคนก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ในทุกประเทศซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมหาศาล

ดังนั้นหลังจากมีการถกเถียงกันในที่ประชุมที่เจนีวาเมื่อปลายเดือนมีนาแล้ว องค์การอนามัยโลกและ UNAIDS จึงมีมติออกมายืนยันว่า การขลิบ ควรได้รับการเพิ่มว่าเป็นหนทางหนึ่งในหนทางที่จะยับยั้งการแพร่กระจายการติดเชื้อเอชไอวี เช่นเดียวกับการส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัย การสำส่อนทางเพศ หรือการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน

ข้อมูลฉบับเต็ม //www.who.int/hiv/mediacentre/news68/en/index.html




 

Create Date : 03 เมษายน 2550   
Last Update : 3 เมษายน 2550 14:36:23 น.   
Counter : 1274 Pageviews.  


การขลิบช่วยลดอัตราการติดเชื้อเอดส์

ผลการศึกษาที่ใช้เวลาถึง 25 ปีผมว่า ผู้ชายที่ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ มีโอกาสเสี่ยงในการติดโรคทางเพศสัมพันธ์ น้อยกว่าผู้ชายที่ไม่ขลิบหนังหุ้มปลาย


เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2549 ที่ผ่านมา มีบทความวิชาการที่ตีพิมพ์ลงในวารสารกุมารแพทย์ของนิวซีแลนด์ระบุว่า การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย สามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและแพร่เชื้อโรคที่เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์ได้ถึง 50% จึงได้แนะนำให้มีการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย เพราะประโยชน์อันมากมายจากการขลิบ


อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาในครั้งนี้ ยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมดว่าการขลิบช่วยป้องกันโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้ จริงอยู่ แม้การศึกษาจะพบว่า การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ จะช่วยลดการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งทำให้เกิดโรคเอดส์ รวมถึงลดการติดเชื้อซิฟิลิส และแผลที่อวัยวะเพศ แต่สำหรับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ แล้ว ผลการศึกษาไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าการขลิบ ช่วยป้องกันได้หรือไม่


ซึ่งทำให้สมาคมกุมารแพทย์ของสหรัฐอเมริกา วิเคราะห์ผลการศึกษาว่า ยังมีความสลับซับซ้อนและขัดแย้งกันอยู่ ดังนั้นข้อสรุป ณ เวลานี้ คือยังไม่มีการสนับสนุนให้มีการบังคับให้มีการขลิบหนังหุ้มปลายตั้งแต่แรกเกิด ถ้าไม่มีความสมัครใจ


การศึกษาในครั้งนี้ นักวิจัยนำข้อมูลที่สถาบันศึกษาและพัฒนาสุขภาพไครส์เชิร์ช เก็บมาได้ โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กผู้ชายชาวนิวซีแลนด์ กลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มที่ขลิบหนังหุ้มปลายก่อนอายุ 15 ปี อีกกลุ่มคือกลุ่มที่ไม่ได้ขลิบ แล้วมาศึกษาเรื่องการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์


ผลการศึกษาพบว่า ผู้ชายที่ไม่ได้ขลิบคน มีความเสี่ยงที่จะติดโรคทางเพศสัมพันธ์ มากกว่ากลุ่มที่ขลิบถึง 2.66 เท่า ทั้งนี้มีการพบด้วยว่า อวัยวะเพศที่ขลิบหนังหุ้มปลายแล้ว ผิวหนังบริเวณนั้นจะมีความหนากว่า การติดเชื้อจึงยากกว่า ดังนั้นจึงมีการวิเคราะห์กันว่า ถ้ามีการขลิบตั้งแต่แรกเกิด จะลดอัตราเสี่ยงการติดโรคทางเพศสัมพันธ์ได้ถึง 48% เช่นเดียวกับการศึกษาใน เคนยา และอูกานด้า ที่พบว่า ผู้ชายที่ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศแล้ว ทำให้ผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศหนาขึ้น ทำให้ไม่มีเซลล์ที่อ่อนแอ และติดเชื้อเอชไอวีได้ง่ายอีกต่อไป


การศึกษาในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ สามารถลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดี แต่ก็ขึ้นอยู่กับสาธารณสุขว่าจะนำข้อสรุปจากการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ ไปประกาศใช้เชิงนโยบายเพื่อให้มีการขลิบหนังหุ้มปลาย ตั้งแต่แรกเกิดให้เด็กผู้ชายทุกคนในวงกว้างหรือไม่ รวมทั้งต้องประเมินถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กับค่าใช้จ่ายในการขลิบ ว่าดำเนินการอย่างไร จะคุ้มค่ากว่ากัน ซึ่งขณะนี้ ทาง UNAIDS และองค์การอนามัยโลก ได้นำผลการศึกษาครั้งนี้ ไปตั้งคณะทำงาน ว่าจะเสนอแนะเรื่องการขลิบหนังหุ้มปลายต่อประเทศสมาชิกอย่างไรต่อไป




 

Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2550   
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2550 14:40:55 น.   
Counter : 3889 Pageviews.  


1  2  3  

สาลิกาโบยบิน
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 291 คน [?]




สวัสดีครับทุกท่านที่ได้มีโอกาสเข้ามาในชุมชนนี้นะครับ ก้อบอกเลยละกันนะครับว่าห้องนี้สร้างขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พูดคุยและให้ข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับการขริบปลายอวัยวะเพศและปัญหาสุขภาพเพศชาย ซึ่งหลายท่านอาจสนใจแต่ไม่ทราบจะหาข้อมูลจากที่ไหน และบางท่านอาจต้องการร่วมพูดคุยและหาเพื่อนที่มีอะไร ๆ เหมือนๆกัน ยังไงก้อเข้ามาทักกันบ้างนะครับ
ปล.ในนี้อาจมีภาพบางภาพไม่เหมาะสมกับเยาวชนนะครับแต่เพื่อจุดประสงค์ทางวิชาการ โปรดใช้วิจารณญาณในการชมด้วยครับ

อ้อ ใครมีปัญหาด่วน ให้คุยทางไลน์นะครับ id dr-sarika ครับ ผมเล่นทุกวันหลังสามทุ่มครับ

อีกอัน หลัง ๆ ผมไม่ค่อยได้เข้ามาในบล๊อกนะครับ ยังไงตามไปที่เพจได้นะครับ https://www.facebook.com/sarikahappymen
New Comments
[Add สาลิกาโบยบิน's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com