การดูแลสุขอนามัยอวัยวะส่วนสำคัญของชายไทย ขริบดีไหมเนี่ย
 
 

เห็นหมี ไม่ใช่เรื่องที่น่าผู้ชายขำ



ช่วงนี้เห็นกระทู้เห็นหมีมาแรง
หลายคนก็ขำ หลายคนก็ตลกโปกฮา
หนุ่ม ๆ ข้างล่างก็ช่วยกันเล่าประสบการณ์สารพันที่เคยประสพ
ในฐานะที่เป็นหมอที่อยู่ใกล้ชิดกับสาขานี้
เลยอยากขอกระตุกอารมณ์กันหน่อยนะ
คือไม่อยากให้ผู้ชายมองเป็นเรื่องสนุกสนานหนะครับ
อาการกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นนี่ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากเป็นหรอกครับ
กลิ่นที่เกิดขึ้นในผู้หญิง ไปพูดไปแซวเข้าคนที่เป็น เค้าได้ยินก็รู้สึกนะ
โดยเฉพาะผู้ชายที่ชอบไปแซว ไปแสดงความเห็นเชิงตลกโปกฮานี่
เคยรู้ไหมครับ ว่ากลิ่นที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่นี่ มาจากผู้ชายนะครับ
สาเหตุก็คือเวลามีอะไรกันแล้ว ผู้ชายไม่ดูแลความสะอาดของตัวเองให้ดี
ทำให้มีสิ่งสกปรกตกค้างเข้าไปในบริเวณช่องคลอดของผู้หญิง
หลายคนก็เถียงบอกว่าถ้าอย่างนั้นจริง ผู้ชายก็น่าจะเน่ากว่า และก็ขำผู้หญิงกันต่อไป



แต่อย่าลืมนะ ว่าอวัยวะส่วนนั้นของผู้ชายมันอยู่ข้างนอก
ล้างดี ๆ เชื้อโรคแบคทีเรียก็หมดได้
แต่ของผู้หญิงนี่มันลึกไปเป็นซอกเข้าไปนะครับ
จะให้ควักให้ล้วงอย่างไรก็ไม่สามารถทำสะอาดได้เท่า
จะให้ผ่าออกมาไว้ข้างนอกเอาน้ำฉีดอัดก็ทำไม่ได้
ดังนั้นหากมีแบคทีเรียที่ผู้ชายเอาเข้าไปตกค้างนี่ มันก็ทำให้เกิดการหมักหมมและเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ขึ้นมา และสุดท้ายผู้ชายเองนีแหละมานั่งขำ นั่งล้อ นั่งแซว ทั้งที่ลืมไปว่าตัวเองเป็นต้นเหตุ

แมนมากครับ

นอกจากนั้น บางคนเอาเชื้อเอชพีวีไปหย่อนใส่ผู้หญิงเค้าอีก
ทำให้ผู้หญิงเกิดเป็นมะเร็งปากมดลูกอีก งานเข้าทั้งนั้นครับ
ซึ่งงานวิจัยมากมายพบว่าเชื้อเอชพีวีนี่มันอยู่ตรงบริเวณปลายของอวัยวะเพศชายนะครับ แต่ดีหน่อยที่ของผู้ชายดันอยู่ข้างนอก เลยทำให้ล้างออกง่าย ไม่ก่อปัญหามากนัก นอกจากซกมกจริง ๆ ถึงเกิดมะเร็งจู๋
แต่เมื่อไหร่ที่เอาไปไว้ข้างในตัวผู้หญิงที่มันทำความสะอาดลำบากเพราะเหตุผลทางกายภาพ พอเกิดระคายเคืองมาก ๆ ก็เลยเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ จนทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกครับ

ดังนั้น หากไม่อยากให้แฟน หรือคนที่เรารัก มีความผิดปกติหรือโรคร้ายเกิดขึ้นนี่
ต้องดูแลสุขอนามัยของผู้ชายเราให้ดีก่อนครับ
ธรรมชาติผู้หญิงเค้าก็สร้างกลไกไม่ให้มีอะไรมันเข้าไปได้อยู่แล้วครับ
จะเกิดเรื่องก็เพราะผู้ชายอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ นี่แหละ เอาอะไรใส่เข้าไปในนั้น
และหากสิ่งที่ใส่เข้าไปไม่รักษาความสะอาด หรือดูแลสุขอนามัยให้ดีพอ
สุดท้ายก็จะเป็นปัญหาที่ผู้ชายมาทำงง แอ๊บแบ๊ว ว่าทำไมมีกลิ่นและก็มาแซว มาล้อสาวๆนั่นแหละ

อย่างที่หลาย ๆ คนรู้กัน คือผู้ชายทุกคนจะมีหนังหุ้มบริเวณปลายของอวัยวะเพศ
ซึ่งบางคนที่โชคดีหน่อย หนังไม่ยาวมาก ดังนั้นเวลาโตขึ้นหนังก็จะร่นไปด้านล่างได้
แต่ก็มีผู้ชายอีกจำนวนมากเช่นกัน ที่หนังหุ้มปลายยังยาวอยู่ ทำให้มันคลุมบริเวณหัวของตัวอวัยวะ
ตรงนี้แหละครับที่ทำให้เกิดปัญหาได้
เพราะเวลาเราเข้าห้องน้ำแต่ละครั้ง หลังทำธุระเสร็จก็จะมีคราบหรือหยดของฉี่มาค้างไว้
และยิ่งประกอบกับเมืองไทยเป็นเมืองร้อน ทั้งเหงื่อ ทั้งขี้ไคลมาหมัก ๆ คลุกเคล้า ๆรวมกันจนเข้าที่
ตรงนี้แหละครับที่ทำให้เกิดคราบและกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ได้ครับ
ซึ่งคนที่ขลิบจะช่วยเรื่องนี้ได้เยอะครับ

เมืองไทยเมืองร้อน ใส่เสื้อแขนยาวทำอะไรก็ลำบาก จะล้างมือ จะหยิบของก็ไม่สะดวก จะถกแขนเสื้อไปข้อศอก ซักพักแขนเสื้อก็ตกลงมาอีก และพอแขนเสื้อเปียกน้ำ มันก็ชื้น เหนอะหนะครับ ดังนั้นหาเสื้อแขนสั้นมาใส่ดีกว่า จะทำอะไรก็ง่ายขึ้นครับ

ที่บางคนบอกว่าตอนหลับรูดขึ้นได้ลงได้ นั่นแหละแสดงว่ายังมีหนังมาคลุมอยู่ตลอด
ช่วงระหว่างวันเราไม่ได้คอยถกไว้ตลอด ดังนั้นต้องระวังเรื่องการหมักหมม
สังเกตุง่าย ๆ ว่าช่วงระหว่างวันตรงส่วนหัวนี่จะชื้น ๆ หน่อย เป็นทั้งเหงื่อและปัสสาวะที่ค้าง
ตรงนี้แหละเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ของเชื้อโรคครับ

ดูแลให้ดีครับ เพื่อสุขอนามัยที่ดีของเราและคนที่เรารักครับ


ใครมีปัญหาด่วน ให้คุยทางไลน์นะครับ id dr-sarika ครับ ผมเล่นทุกวันหลังสี่ทุ่มครับ

อีกอัน หลัง ๆ ผมไม่ค่อยได้เข้ามาในบล๊อกนะครับ ยังไงตามไปที่เพจได้นะครับ https://www.facebook.com/sarikahappymen




 

Create Date : 28 กรกฎาคม 2553   
Last Update : 1 มิถุนายน 2559 18:57:20 น.   
Counter : 199240 Pageviews.  


การศึกษาล่าสุดยืนยันการขริบสามารถลดการเกิดโรคร้ายได้





WASHINGTON (Reuters) ผลการศึกษาล่าสุด 3 ฉบับที่ถูกตีพิมพ์เมื่อวันพุธที่ผ่านมาได้เพิ่มหลักฐานยืนยันว่าการขลิบ สามารถป้องกันผู้ชายจากการเสียชีวิตด้วยโรค AIDS และการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก

รายงานจากนิตยสารโรคติดเชื้อมีการพูดถึงเกี่ยวการขลิบทั้งในเด็กผู้ชายและในผู้ใหญ่ ว่าควรจะมีการขลิบเพื่อป้องกันสุขภาพของผู้ชายเอง และบางทียังสามารถส่งผลดีต่อคู่สมรสในอนาคตอีกด้วย

DR. Bertran Auvert จากมหาวิทยาลัย Versailles ในประเทศฝรั่งเศส และทีมงานนักวิจัยในแอฟริกาใต้ ได้ทำการทดสอบในผู้ชายมากกว่า 1200 คนที่เข้ามาที่คลินิกของเขาในแอฟริกาใต้

เขาพบว่าประมาณน้อยกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ของผู้ชายที่ขลิบแล้ว และ 22 เปอร์เซ็นต์ของคนที่ยังไม่ได้ขลิบมีการติดเชื้อ HPV virus ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการก่อให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกและหูดที่อวัยวะเพศ

ในรายงานกล่าวว่า “สิ่งนี้สามารถอธิบายได้ว่า ทำไมผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่ขลิบปลายอวัยวะเพศแล้วจะมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ต่ำกว่าคนที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่ไม่ได้ขลิบ “

ในรายงานฉบับที่สองได้ทำการศึกษาในประเทศอเมริกา โดย Carrie Nielson และทีมงานจาก Oregon Health & Science University กล่าวว่า พวกเขาพบว่าควรมีข้อบ่งชี้ในการขลิบปลายอวัยวะเพศในการปกป้องผู้ชาย



จากการศึกษา พบข้อแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดว่าผู้ชายที่ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศแล้วมีโอกาสติดเชื้อ HPV virus แค่ประมาณครึ่งหนึ่งของคนที่ไม่ได้ทำการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ

ในรายงานฉบับที่สาม Lee Warner the จาก U.S. Centers for Disease Control and Prevention และทีมงาน ทำการศึกษาในผู้ชายกลุ่มแอฟริกัน-อเมริกัน ในรัฐบัลติมอร์ จากงานวิจัยพบว่าผู้ชายที่ขลิบหนังหุ้มปลายแล้วมีโอกาสติดเชื้อ HIV ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับ 22 เปอร์เซนต์ในกลุ่มคนที่ไม่ได้ทำการขลิบหนังหุ้มปลาย

“การขลิบมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับในการลดอัตราการติดเชื้อเอดส์อย่างเห็นได้ชัดเมื่ออ้างอิงจากงานวิจัยหลายฉบับที่ทำการศึกษากันมา และยิ่งเป็นการเพิ่มข้อมูลที่ว่าการขลิบสามารถลดอัตราการขลิบที่มีการศึกษาในหลายประเทศของทวีปแอฟริกา ดังนั้น การเข้าถึงการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศก็หมายถึงการที่เราสามารถป้องกันการติดเชื้อ HIV ได้ด้วย” Dr. Ronald Gray จากมหาวิทยาลัยจอหน์ ฮอปกิน กล่าว

แต่ทางสมาคมกุมารของทางอเมริกาไม่แนะนำให้ทำการขลิบในเด็กทุกคนนอกจากจะมีข้อบ่งชี้ ซึ่งจากรายงานฉบับนี้ ทำให้กองทุนประกันสุขภาพในบางรัฐไม่ครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายในการขลิบ ซึ่งทำให้คนยากจนในอเมริกาเช่นกลุ่มละตินและพวกแอฟริกันจำนวนมาก ขาดโอกาสในการป้องกันการติดเชื้อไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งจากข้อมูลตรงนี้ทำให้สามารถอธิบายได้ว่าทำไมอัตราการขลิบในประเทศอเมริกาช่วงหลังจึงลดลง

33 ล้านคนทั่วโลกที่ติดเชื้อเอดส์ ซึ่งยังเป็นโรคที่ไม่มีการรักษาและยังไม่มีวัคซีนป้องกัน รวมถึงโรคมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้มากที่สุดในโลก เฉพาะในประเทศอเมริกาพบผู้ติดเชื้อมากกว่า 20 ล้านคน และมีผู้หญิงอีกประมาณ 300000 คนทั่วโลกที่เสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกในแต่ละปี
ที่มา //news.yahoo.com/s/nm/20081217/sc_nm/us_circumcision_infections_1


ใครมีปัญหาด่วน ให้คุยทางไลน์นะครับ id dr-sarika ครับ ผมเล่นทุกวันหลังสี่ทุ่มครับ

อีกอัน หลัง ๆ ผมไม่ค่อยได้เข้ามาในบล๊อกนะครับ ยังไงตามไปที่เพจได้นะครับ https://www.facebook.com/sarikahappymen





 

Create Date : 31 ธันวาคม 2551   
Last Update : 1 มิถุนายน 2559 18:58:38 น.   
Counter : 1436 Pageviews.  


Paraphimosis กลับก็ไม่ได้ ไปก็ไม่ถึง



ภาวะ Paraphimosis เป็นอาการที่อาจพบได้ไม่บ่อยในผู้ชาย แต่ถ้าหากเกิดแล้วเรียกว่างานเข้าแน่นอน หลายคนอาจจะงงว่าโดยเฉพาะหากมีสาว ๆ เข้ามาอ่านคืออะไร จริง ๆ แล้วภาวะนี้ก็คือการที่ผู้ชายรูดหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศร่นลงมาจากส่วนปลายได้ แต่ไม่สามารถรูดกลับที่เดิมได้นั่นเอง ซึ่งอาการนี้พบได้บ่อยในผู้ชายที่ไม่ได้ทำการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศและมีรูเปิดของหนังหุ้มปลายค่อนข้างตีบ ซึ่งถ้ายังนึกไม่ออกว่ามันเป็นยังไงก็คือเหมือนเราพยายามใส่แหวนคับ ๆ ในนิ้วอ้วน ๆ นะครับ แล้วพอใส่แหวนได้แต่ถอดไม่ออกแล้วมันรัดนิ้วหนะ จะทรมานแค่ไหน พอเห็นภาพขึ้นไหมครับ



อาการของ paraphimosis เมื่อเกิดขึ้นแล้วจำเป็นจะต้องได้รับการแก้ไขอย่างรีบด่วน ในบางคนที่เป็นระยะแรกอาจสามารถฝืนรูดกลับได้ทันที แต่บางคนที่มันรัดมากปล่อยไว้เป็นเวลานาน ๆ จำเป็นจะต้องมาพบแพทย์อย่างรีบด่วนเพื่อที่จะใช้เครื่องมือในการช่วยแก้ไขอาการที่เกิดขึ้นให้ทันท่วงที

หลายคนคงอยากทราบว่าแล้วอาการแบบนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และถ้าปล่อยไว้จะเป็นอย่างไร ก็จะขออธิบายอย่างง่าย ๆ ให้ฟังละกันนะครับ คือปกติอวัยวะเพศของผู้ชายที่ไม่ได้ทำการขลิบเนี่ย ก็จะมีหนังหุ้มปลายคลุมอยู่บริเวณส่วนปลาย ซึ่งตรงนี้หากเราไม่ทำความสะอาดให้ดี มันก็จะเกิดความหมักหมมเกิดขึ้นได้ ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องรูดหนังลงมาเพื่อทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอเพื่อขจัดสิ่งสกปรกออกไป แต่ทีนี้ในบางคนที่หนังหุ้มปลายมีรูเปิดค่อนข้างแคบ เมื่อรูดลงมาได้แล้ว เวลากลับดันเอากลับไม่ได้ ซึ่งบางทีก็เกิดในเด็กผู้ชายที่คุณพ่อคุณแม่พยายามจะฝืนรูดหนังลงมาเพื่อทำความสะอาดจู๋ของลูก หรือบางคนก็พบในคนที่โตแล้วที่อาจมีการช่วยตัวเองรุนแรงไปหน่อย แล้วหนังหุ้มมันเกิดการบวมขึ้นมา ทำให้ไม่สามารถรูดกลับได้ แล้วทีนี้เมื่อหนังที่มันรัดมาก ๆ รูดกลับลงไม่ได้แล้ว ก็จะเกิดคล้าย ๆ วงแหวนไปรัดบริเวณส่วนหัวของตัวอวัยวะเพศ ทำให้เลือดและน้ำเหลืองที่ไปเลี้ยงบริเวณส่วนหัวของอวัยวะเพศเกิดการสกัดกั้น (เหมือนสกัดม๊อบอะ) ซึ่งตอนนี้เจ้าของก็จะเกิดอาการเจ็บปวดอย่างมากแล้วเพราะเหมือนมีหนังยางไปรัดอวัยวะเอาไว้ และเมื่อเซลล์ที่ขาดเลือดไปเลี้ยงและยิ่งระบายของเก่าออกไม่ได้ ก็จะยิ่งทำให้เซลล์ส่วนปลายเกิดความเสียหายรุนแรงมากขึ้นและขาดเลือด ซึ่งก็จะยิ่งทำให้บริเวณส่วนหัวยิ่งบวมหนักขึ้นไปอีก และพอยิ่งบวมก็จะยิ่งรูดยากขึ้นไปอีกเป็นวงจรอุบาทว์เหมือนการเมืองไทย ซึ่งพอถึงตอนนี้ก็จะบอกว่างานเข้าของจริงแล้ว คือถ้าปล่อยไว้นาน ๆ ก็จะเกิดเซลล์ของปลายอวัยวะเพศตายขึ้นและในบางคนที่ปล่อยไว้นาน ๆ โดยไม่ได้แก้ไขก็มีถึงขั้นอวัยวะมันหลุดด้วยตัวของมันเองเลย



ทีนี้หากโชคดีอาการนี้เกิดขึ้นกับเจ้าตัวแล้วควรจะทำอย่างไรต่อดี ก็จะบอกว่าส่วนใหญ่หากรูดไม่ลงก็ควรที่จะมาพบแพทย์ทันที โดยไปที่ห้องฉุกเฉินซึ่งระหว่างนั้นเจ้าของก็อาจจะช่วยบรรเทาด้วยการเอาผ้าห่อน้ำแข็งประคบบริเวณอวัยวะไปก่อน เพื่อไม่ให้มันบวมมากขึ้นครับ จากนั้นที่เหลือคุณหมอก็จะมีกรรมวิธีต่าง ๆ ในการแก้ไขต่อไป ซึ่งมีตั้งแต่การฉีดยาเพื่อไปทำให้มันยุบ หรือเอาเข็มเจาะเอาน้ำเหลืองออกเพื่อให้วงแหวนมันคลาย หรือเอามีดกรีดปลอกที่มันรัดออก ซึ่งทุกอย่างที่บอกนี้อย่าเผลอไปทำเองนะครับ ปล่อยให้หมอเขาเป็นคนทำดีกว่าครับ เดี๋ยวจะเสียหายมากกว่าที่คิด และหลังจากที่แก้ไขอาการเหล่านี้แล้ว ส่วนใหญ่คุณหมอก็จะนัดมาทำการผ่าตัดขลิบหนังหุ้มปลายต่อไปในภายหลังเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเกิดซ้ำขึ้นมาอีกครับ



ใครมีปัญหาด่วน ให้คุยทางไลน์นะครับ id dr-sarika ครับ ผมเล่นทุกวันหลังสี่ทุ่มครับ

อีกอัน หลัง ๆ ผมไม่ค่อยได้เข้ามาในบล๊อกนะครับ ยังไงตามไปที่เพจได้นะครับ https://www.facebook.com/sarikahappymen




 

Create Date : 31 ธันวาคม 2551   
Last Update : 1 มิถุนายน 2559 18:56:29 น.   
Counter : 29208 Pageviews.  


ขริบ กับการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี



การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย (Male circumcision) กับการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี

จริงอยู่ การขลิบสามารถป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีใน “ผู้ชาย” ได้แต่ก็ไม่ใช่ 100% ฉะนั้นในการประชาสัมพันธ์ในวงกว้างจะต้องประชาสัมพันธ์ให้เห็นว่าการขลิบเป็น “ทางเลือกหนึ่ง” ที่ทำให้ลดอัตราเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ แต่ต้องทำควบคู่ไปกับวิธีป้องกันอื่นๆ เช่น การใช้ถุงยางอนามัย การมีพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัย การมีสุขอนามัยที่ดีในการดูแลอวัยวะเพศชาย



การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย “คืออะไร”?

คือ การตัดหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายบางส่วนหรือทั้งหมดออกไปอย่างถาวร ตามประเพณีของบางศาสนาหรือเชื้อชาติจะตัดออกประมาณ 1-2 เซนติเมตร หรืออาจตัดออกประมาณ 4 เซนติเมตร หากทำโดยบุคลากรทางการแพทย์ ในทั่วโลก มีผู้ชายที่อายุมากกว่า 15 ปี ประมาณ 665 ล้านคนที่ขลิบอวัยวะเพศ (ประมาณ 30% ของผู้ชาย) ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายมุสลิม ยิว และผู้ชายอเมริกัน

โดยทั่วไปแพทย์จะทำการขลิบเฉพาะเมื่อคนไข้มีความลำบากในการรูดเปิดหรือปิดหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศแต่จริงๆ แล้วความเชื่อทางศาสนา รวมถึงลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรม เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้ชายทั่วโลกส่วนใหญ่ได้รับการขลิบ

การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย จะช่วยป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้เพราะอะไร?

ผิวด้านในของหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย เป็นบริเวณที่มีจำนวนเซลล์รับเชื้อเอชไอวีอยู่ปริมาณมาก และเซลล์จะอยู่ในตำแหน่งที่ตื้นมาก นอกจากนี้ยังสามารถฉีกขาด ถลอก ทำให้ติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่างๆ ได้ง่าย

การขลิบ จะเป็นการลดบริเวณผิวด้านในของหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายทำให้ลดพื้นที่รับเชื้อเอชไอวีลงได้

การขลิบ ทำให้ผิวหนังบริเวณปลายอวัยวะเพศซึ่งไม่โดนหุ้มไว้นั้น หนาตัวขึ้น และยังแห้งเร็วขึ้น หลังการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้โอกาสเกิดแผลน้อย และติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์น้อยลง เชื้อโรคตายเร็วขึ้น

การขลิบ ยังอาจช่วยป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี จากการที่เยื่อบุบริเวณนั้นได้สัมผัสเชื้อปริมาณต่ำๆ อยู่เรื่อยๆ โดยไม่ได้ติดเชื้อแต่กลับกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกันต่อเอชไอวีขึ้นมา

การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายจะป้องกัน “ใคร” จากการติดเชื้อเอชไอวี?

การขลิบจะสามารถป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีใน “ผู้ชาย” ที่มีเพศสัมพันธ์โดยการสอดใส่อวัยวะเพศชายเข้าไปทาง “ช่องคลอด” ผู้หญิง และเป็นการป้องกันเพียง “บางส่วน” เท่านั้น (ไม่ใช่ 100%)

เรายังไม่ทราบว่าการที่ผู้หญิงมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่ขลิบนั้น จะช่วยป้องกันผู้หญิงโดยตรงจากการติดเชื้อเอชไอวีได้หรือไม่ แต่หากผู้ชายที่ขลิบมีจำนวนเพิ่มขึ้น แล้วติดเชื้อเอชไอวีน้อยลง ก็ย่อมจะส่งผลทางอ้อมให้ผู้หญิงติดเชื้อน้อยลงได้ในอนาคต

เรายังไม่ทราบว่าการที่ผู้ชายหรือผู้หญิงมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่ขลิบโดยเป็นฝ่ายรับทางทวารหนักจากผู้ชายที่ขลิบนั้น จะช่วยป้องกันผู้ชายหรือผู้หญิงเหล่านี้ไม่ให้ติดเชื้อเอชไอวีโดยตรงได้หรือไม่

เรายังไม่ทราบว่าการขลิบจะช่วยป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีในผู้ชายที่เป็นฝ่ายสอดใส่ทางทวารหนักได้หรือไม่

การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย จะป้องกันผู้ชายจากการติดเชื้อเอชไอวีได้เพียงใด?

ข้อมูลจากการศึกษาแบบ randomized controlled trials 3 การศึกษาพบว่า การขลิบให้ผลการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้ประมาณ 50-60%

ประเทศ...............จำนวนผู้ชายในการศึกษา..................ผลการป้องกัน

แอฟริกาใต้..........3,274......................................... 61%

อูกันดา...............4,996..........................................51%

เคนยา................2,784..........................................53%

หากมีการส่งเสริมการขลิบใน sub-Saharan Africa ได้สำเร็จ คาดว่าจะสามารถป้องกันการติดเชื้อรายใหม่ได้ 2 ล้านราย และป้องกันการตายได้ 3 แสนรายในช่วง 10 ปีข้างหน้า

ผลการป้องกันจะเห็นได้ชัดเจน ในประเทศที่มีความชุกของเอชไอวีสูงและมีอัตราการขลิบต่ำ โดยจะต้องเพิ่มอัตราการขลิบในผู้ชายขึ้นเป็น 50-80% หรือ ต้องส่งเสริมการขลิบในทารก เด็กเล็ก และเด็กก่อนวัยรุ่น ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีกกว่า 10-20 ปีจึงจะเห็นผลการติดเชื้อเอชไอวีลดลงได้ชัดเจน

การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย มีประโยชน์อะไรอีกนอกเหนือจากการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี?

ผู้ชายที่ขลิบจะลดความเสี่ยงของการเกิดซิฟิลิส และแผลริมอ่อน รวมถึงลดความเสี่ยงของมะเร็งองคชาติ และถ้าหากขลิบในเด็กทารก ก็จะลดโอกาสเกิดการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะในเด็กได้ด้วย

ผู้หญิงที่เป็นคู่ของผู้ชายที่ขลิบจะลดความเสี่ยงของการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (trichomonas, bacterial vaginosis, Chlamydia trachomatis) และลดอัตราเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูก ซึ่งอาจเกิดจากการลดการถ่ายทอดเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV)

เมื่อไหร่ที่ควรทำการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย?

การขลิบในเด็กทารกจะสามารถทำได้ง่ายกว่า และปลอดภัยกว่าการทำในผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรไปตัดสินใจแทนเด็ก ควรรอจนเด็กโตหรือเป็นผู้ใหญ่ก่อน เพราะบางคนอาจคิดว่าเด็กควรมีสิทธิที่จะตัดสินใจได้เองว่าจะขลิบหรือไม่

ช้เวลานานเท่าไหร่ แผลการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายถึงจะหายสนิท?

ผู้ชายที่ได้รับการขลิบ ควรจะต้องงดการมีกิจกรรมทางเพศอย่างน้อย 6 สัปดาห์หลังการขลิบ เพื่อให้แผลหายสนิท

การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

ผลข้างเคียงโดยทั่วไปเกิดน้อยกว่า 4% และขึ้นอยู่กับสุขอนามัยและความชำนาญของผู้ทำการขลิบ โดยผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ คือ เลือดออกมาก ติดเชื้อ เจ็บมาก แพ้ยาชา และถ้าตัดหนังหุ้มปลายออกมากเกินไปอาจเกิดความเสียหายต่ออวัยวะเพศ ไม่สวยงาม รวมทั้งอาจเกิดผลข้างเคียงทางจิตใจและพฤติกรรม เป็นต้น

การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย จะทำให้ความรู้สึกทางเพศเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

ผู้ชายที่ขลิบ และผู้หญิงที่เป็นคู่ของผู้ชายที่ขลิบ ให้คำตอบว่าความรู้สึกทางเพศมีทั้งดีขึ้นและแย่ลง

การส่งเสริมการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย สามารถมาทดแทนวิธีการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีอื่นๆ ได้เลยหรือไม่?

จริงอยู่ การขลิบสามารถป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีใน “ผู้ชาย” ได้แต่ก็ไม่ใช่ 100% ฉะนั้นในการประชาสัมพันธ์ในวงกว้างจะต้องประชาสัมพันธ์ให้เห็นว่าการขลิบเป็น “ทางเลือกหนึ่ง” ที่ทำให้ลดอัตราเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ แต่ต้องทำควบคู่ไปกับวิธีป้องกันอื่นๆ เช่น การใช้ถุงยางอนามัย การมีพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัย การมีสุขอนามัยที่ดีในการดูแลอวัยวะเพศชาย

ที่สำคัญ ต้องไม่ให้ผู้ชายเอาการขลิบมาอ้างเป็นเหตุผลที่จะไม่ใช้ถุงยางอนามัย เพราะจะยิ่งทำให้เกิดผลเสียต่อผู้หญิงที่มีอำนาจต่อรองการใช้ถุงยางอนามัยน้อยอยู่แล้ว

ข้อมูลการยอมรับการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายเป็นอย่างไรบ้าง?

จากการศึกษาในแอฟริกา พบว่าผู้ชายประมาณ 65% เต็มใจที่จะให้ขลิบ ขณะที่ผู้หญิงประมาณ 69% เต็มใจที่จะให้คู่ของตัวเองขลิบ และประมาณ 81% ของทั้งผู้ชายและผู้หญิง เต็มใจที่จะให้ลูกชายของตัวเองขลิบ

อุปสรรคสำคัญที่จะทำให้ไม่ยอมรับการขลิบ คือ ค่าใช้จ่าย การกลัวเจ็บ และการห่วงเรื่องความปลอดภัย ส่วนสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดการยอมรับการขลิบ ก็คือ การทราบถึงประโยชน์ทางด้านสุขภาพที่จะเกิดขึ้น และสุขอนามัยทางเพศที่ดีขึ้น รวมถึงการเก็บรักษาความลับที่ดีของสถานพยาบาล



ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย พญ.นิตยา ภานุภาค พึ่งพาพงศ์

ใครมีปัญหาด่วน ให้คุยทางไลน์นะครับ id dr-sarika ครับ ผมเล่นทุกวันหลังสี่ทุ่มครับ

อีกอัน หลัง ๆ ผมไม่ค่อยได้เข้ามาในบล๊อกนะครับ ยังไงตามไปที่เพจได้นะครับ https://www.facebook.com/sarikahappymen




 

Create Date : 23 กันยายน 2550   
Last Update : 1 มิถุนายน 2559 18:56:50 น.   
Counter : 3413 Pageviews.  


ขี้เปียก เรื่องกลุ้ม ๆ ที่หนุ่ม ๆ ไม่อยากเจอ



ขี้เปียก Smegma

คำนี้พวกผู้ชายจะรู้จักดีครับ เพราะมันคือคราบขาว ๆ คล้ายแป้งเปียกซึ่งจะมีอยู่บริเวณหัวของอวัยวะเพศที่มีหนังหุ้มคลุมไว้ครับ

ขี้เปียก เป็นส่วนผสมของเซลล์ที่ตายแล้วและมูกเมือกซึ่งมักจะติดอยู่บริเวณคอขอต ใต้ผิวหนังองคชาติและเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย เมื่อผสมปนเปกับนํ้าเมือกจากต่อมต่างๆ เช่นต่อม tyson gland และเหงื่อไคลที่อยู่บริเวณส่วนปลายของอวัยวะเพศชายแล้ว จึงทำให้ขี้ไคลบริเวณดังกล่าวมีลักษณะเปียกชื้น จึงเรียกกันว่า "ขี้เปียก" ซึ่งจะมีกลิ่นเหม็นเฉพาะตัว และเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี

เจ้าขี้เปียกนี้แหละ ถ้าไม่ชะล้างให้สะอาดก่อนลงมือปฏิบัติการแล้วล่ะก็ จะตกลงไปภายในช่องคลอดของฝ่ายหญิงในระหว่างที่ร่วมรักกัน เมื่อตกลงไปภายในก็จะไปกองอยู่บนปากมดลูกของฝ่ายหญิง ทำให้เกิดการระคายเคืองเป็นประจำสมํ่าเสมอ นานไปๆ ก็จะทำให้เซลล์ของผิวบริเวณปากมดลูกเปลี่ยนแปลงกลายไปเป็นเซลล์มะเร็งปากมดลูกได้ และมีงานวิจัยพบว่าตัว smegma เองก็เป็นสารก่อมะเร็ง มะเร็งองคชาติได้ด้วย



ดังนั้น เราจึงควรทำความสะอาดด้วยการดึงหนังหุ้มองคชาติให้ร่นขึ้นมาจนถึงคอขอตและใช้สบู่ถู ให้คราบขี้เปียกหลุดออกและล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือจะทำความสะอาดไปพร้อมกับการอาบน้ำทุกครั้งก็ได้
แต่จริง ๆ แล้วหลายคนที่บอกว่าถ้ารูดเปิดอวัยวะเพศได้แล้วจะไม่มีคราบ ลองดูนะครับว่าสามารถทำความสะอาดได้ทุกครั้งเวลาที่คุณฉี่หรือเปล่า เพราะเพียงแค่ปัสสาวะเพียงหยด-2หยดที่เหลือไว้ เมื่อรวมกับเหงื่อไคลก็เกิดขี้เปียกได้แล้ว

นึกถึงคนใส่เสื้อแขนยาวนะครับ ต่อให้ถลกแขนเสื้อขึ้นมาเพื่อล้างมือ ยังไงแขนเสื้อมันก็ต้องหล่นลงมาอยู่ดี ทำให้ล้างมือได้ไม่สะดวก เสื้อชื้นอีกต่างหาก เมืองไทยเมืองร้อนครับใส่เสื้อแขนสั้นดีกว่าเยอะครับ

ดังนั้นผู้ชายที่ขริบหนังหุ้มปลายออกจึงสะอาดกว่า และไม่ต้องคอยมากังวลว่าทำความสะอาดได้ครบถ้วนหรือยัง ทำให้สุขอนามัยดีขึ้น ไม่มีสิ่งหมักหมม สะดวกใจทั้งคนใช้และถูกใช้ครับ



ใครมีปัญหาด่วน ให้คุยทางไลน์นะครับ id dr-sarika ครับ ผมเล่นทุกวันหลังสี่ทุ่มครับ

อีกอัน หลัง ๆ ผมไม่ค่อยได้เข้ามาในบล๊อกนะครับ ยังไงตามไปที่เพจได้นะครับ https://www.facebook.com/sarikahappymen




 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2550   
Last Update : 1 มิถุนายน 2559 18:57:04 น.   
Counter : 80147 Pageviews.  


1  2  

สาลิกาโบยบิน
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 291 คน [?]




สวัสดีครับทุกท่านที่ได้มีโอกาสเข้ามาในชุมชนนี้นะครับ ก้อบอกเลยละกันนะครับว่าห้องนี้สร้างขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พูดคุยและให้ข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับการขริบปลายอวัยวะเพศและปัญหาสุขภาพเพศชาย ซึ่งหลายท่านอาจสนใจแต่ไม่ทราบจะหาข้อมูลจากที่ไหน และบางท่านอาจต้องการร่วมพูดคุยและหาเพื่อนที่มีอะไร ๆ เหมือนๆกัน ยังไงก้อเข้ามาทักกันบ้างนะครับ
ปล.ในนี้อาจมีภาพบางภาพไม่เหมาะสมกับเยาวชนนะครับแต่เพื่อจุดประสงค์ทางวิชาการ โปรดใช้วิจารณญาณในการชมด้วยครับ

อ้อ ใครมีปัญหาด่วน ให้คุยทางไลน์นะครับ id dr-sarika ครับ ผมเล่นทุกวันหลังสามทุ่มครับ

อีกอัน หลัง ๆ ผมไม่ค่อยได้เข้ามาในบล๊อกนะครับ ยังไงตามไปที่เพจได้นะครับ https://www.facebook.com/sarikahappymen
New Comments
[Add สาลิกาโบยบิน's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com