...แต่ละคืนวันที่ผันผ่าน มีเรื่องราวหลากหลายให้ค้นหา ...วานนี้ พรุ่งนี้ มินำพา ...เพียงรู้ว่า ทำวันนี้ให้ดีก็เพียงพอ ...มีความสุขกับทุกจังหวะของชีวิต
Group Blog
 
All blogs
 
Free.....Kaori Kobayashi



บางครั้งเวลาอยู่เงียบๆคนเดียวกลับรู้สึกว่าไม่อิสระ และบางช่วงที่อยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายกลับอยากมีความเป็นอิสระ คนเราก็ดูน่าแปลกจังเนาะ...พรุ่งนี้เป็นวันหยุดที่ผมอยากอ้อยสร้อยกับชีวิต นับตั้งแต่วางแผนตื่นสายๆสักเก้าโมง ตื่นมาแล้วไม่ต้องวางแผนทำอะไรสักสองชั่วโมง หามุมเงียบๆในบ้านกับหนังสือที่คิดแล้วคิดอีกหลายรอบว่าจะหยิบมาอ่าน หลายครั้งที่ผ่านมาผมกลับไม่ได้ทำอย่างที่อยากสักที พรุ่งนี้คงปล่อยให้ผ่านไปอย่างที่มันจะเป็น เลิกวางแผนโน่นนี่ดีกว่า

วันนี้ขอแปะเพลงในสไตล์แจ๊สที่ชอบ....กลับมาที่เสียงฟลุ๊ตของKaori Kobayashi ในอัลบั้มGolden Best เสียงฟลุ๊ตนี่มีความหมายและให้ความรู้สึกที่ผมอาจจะรู้สึกไปคนเดียว คือ สดใส และรู้สึกเป็นอิสระ ลองฟังดูแล้วกันครับ คืนนี้คงขอตัวแล้วครับ













Create Date : 27 มิถุนายน 2553
Last Update : 27 มิถุนายน 2553 0:16:18 น. 53 comments
Counter : 735 Pageviews.

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 27 มิถุนายน 2553 เวลา:0:50:52 น.  

 
โอโห
หลับตาฟังในห้องเงียบๆ
เคลิ้มเลย

ขอบคุณสำหรับเพลง



โดย: kanit2425 วันที่: 27 มิถุนายน 2553 เวลา:17:21:31 น.  

 
คึกคักดีค่ะ

"ไม่ต้องวางแผนทำอะไรสักสองชั่งโมง" .....เอ.... วางแผนไม่ต้องวางแผน ทำยังไงคะ? พ่อนักวางแผน ท่าทางคุณจะทำอะไร เป็น Pattern มี Planning ชัดเจน โอย...ฟังแล้วอึดอัดแทน พันทิพา ทำไม่เคยได้เลย พันทิพา ทำอะไรตามใจตัวเองตลอด ไม่รู้อยู่มาขนาดนี้ได้ไง นายน้อยจะบ่น "พี่นี่ดื้อ ดื้อมากจนเรียกได้ว่าดื้อด้านเลย" อ้าว ไม่อยู่ให้ถามซะด้วยว่าสรรเสริญ หรือ ประชด

แล้วหาอิสรภาพเจอยังคะ ? หาไม่เจอลองฟังชุด"Free as a Bird" ของ Omar Akram ซิคะ จะลอยละล่อง เลยค่ะ
เอ้อ... อิสรภาพน่ะไม่ต้องหานานหรอกค่ะ อยู่ใกล้นิดเดียวเอง อยู่ที่ใจไงคะ ใจดวงน้อยเท่ากำปั้น...ha...ha

พรุ่งนี้จะมาป่วนใหม่ วันนี้ไมเกรนขึ้นค่ะ


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 27 มิถุนายน 2553 เวลา:19:16:11 น.  

 
แวะมาทักทายพี่ชายยยค่ะ


โดย: d_regen วันที่: 29 มิถุนายน 2553 เวลา:1:23:47 น.  

 
เมื่อคืนได้ Carforgot ไปหนึ่งเม็ด ไอ้ที่มันเต้นตุ๊บๆอยู่ในหัวเลยค่อยยังชั่ว ไม่เคยเป็นไมเกรนนานขนาดนี้ ไม่เคยถึงขนาดต้องใช้ยาเลยนะคะ แต่หมอคนดีก็เตือนว่าให้ทานเฉพาะตอนปวดจริงๆ ยามันจะทำให้เส้นเลือดหดตัว ถ้าติดแล้วจะอันตราย เพราะมีCaseที่เลือดไม่ไปเลี้ยงปลายนิ้ว และก็ให้งดกาแฟ โธ่หมอขา.... ขาดเจ้า(กาแฟ)น่ะชีวาวายจจริงๆนะคะ อาจตกงานโดยประมาทได้ ปรกติหมอคนดี ไม่เคยห้ามอะไรกันนี่ เราไม่เคยห้ามอะไรกัน เราเคารพในสิทธิส่วนบุคคลมาตลอด 3 ปีนี่

แต่อันที่จริงถ้าCan Forget นายน้อยได้อาจจะหายปวดหัว เธอผลุบๆโผล่ๆ ยังไงไม่รู้ Take too long distance & too wide space ดิฉันก็ปรับตัวไม่ถูกน่ะค่ะ บดเธอจะจี๋ เธอก็พูดซะ .. คนแก่เคลิ้ม บดเธอจะหาย เธอก็หายแบบไม่ให้ตั้งตัว ตั้งใจรับได้ทัน คนอะไร สงสัยเรียนจิตวิทยามาหลายเล่ม เอาไว้ใช้พิชิตใจลูกน้อง แต่ปรกติพี่เป็นคนไม่ชอบอะไรที่ต้อง"ขบให้แตก" เลยค่ะ เพราะหัวแตก(ระเบิด)ก่อนทุกที

แล้วนี่หายหงุดหงิดยังคะ ? รู้นะว่าหงุดหงิด แต่มันเรื่องอะไรล่ะ....พ่อจอมวางแผน


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 29 มิถุนายน 2553 เวลา:21:34:32 น.  

 
กลับล่ะนะคะ ในรอบ 1 เดือนมานี้ เพิ่งจะวันนี้กระมังที่สติ กลับมาแต่สตังค์เกือบหมด อย่างนี้ค่อยเป็นพันทิพาหน่อย

Bonne nuit ka !


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 29 มิถุนายน 2553 เวลา:23:33:07 น.  

 
นึกไม่ออกว่าผมกำลังหงุดหงิดเรื่องอะไร.....หรือกำลังวางแผนหงุดหงิดเรื่องอะไร พี่พันทิพาอำผมเล่นหรือเปล่า ไม่ได้หงุดหงิดอะไรเลยครับ ปล่อยชีวิตจัดการอย่างที่ควรจะเป็น เข้ามาอ่านเรื่องที่พี่เล่าให้ฟัง ดีแล้วล่ะครับ สติมา เดี๋ยวปัญญาจะเกิด ไม่รู้ว่าจะใช่ปัญญา นิรันดร์กุลหรือเปล่า..สำหรับFree As Bird น่าจะเคยฟังแล้วลอยละล่องไปแล้วด้วยครับ
แค่วางใจและปล่อยวางลงได้ เท่านี้ใจก็มีอิสระแล้วล่ะครับ วันนี้ง่วงแล้วครับ เก็บแรงดูสเปนกับโปรตุเกส.....กู๊ดไนท์ครับ


โดย: JazzLover วันที่: 30 มิถุนายน 2553 เวลา:0:23:39 น.  

 
แหม...แหม รู้ด้วยว่าอำ อุตส่าห์ทำเนียนๆแล้วนะ เผื่อจะหลุดอะไรมาให้ฟังบ้าง เป็นผู้เล่าอย่างเดียวมันก็เบื่อนะคะ ชักหมดมุกแล้ว

หมดเรื่องนายน้อยก็ชักหมดเรื่องตื่นเต้น ชีวิตก็จะเป็นวงจรของงาน แล้วก็ งาน ไม่มีสิทธิเบื่อซะด้วยซิคะ ต้องเป็นวัลลีหาเลี้ยงแม่

พูดถึงแม่ พักนี้ได้นอนเคียงคุยกันบ้างตอนเช้าก่อนออกมาทำงาน เพราะเย็นกลับบ้าน แม่ก็หลับปุ๋ยไปแล้ว แกกลับเป็นเด็กต้องป้อนข้าว ป้อนน้ำ สงสัยจะเริ่มหลงแล้ว ทานเก่ง แต่ก็บ่นหิวได้ตลอด
เห็นแล้วกลัวที่จะมีชีวิตยืนยาวจังค่ะ

วันนี้ขับรถกลับจากทานข้าวกลางวัน ฝนตกเปาะแปะ ฟังCDอยู่ชุดหนึ่งเพราะมาก เป็นแผ่นCopy 80.-บาทเองค่ะ ฟังซะคุ้ม จำชื่อเพลงไม่ได้ แต่ฟังแล้วเหมือนMusic Box นึกถึงคุณป้าจังค่ะ...

หลับตาเห็นภาพMusic Box ของคุณป้า เป็นแก้วคล้ายก้นขวดChampagne ข้างในมีตุ๊กตาผู้หญิงตัวจี๊ดๆเต้นBallet เพลงมันมีจังหวะเหมือนตอนตุ๊กตาบิดตัวกลับไป กลับมา นึกถึงตอนเป็นเด็ก คุณลุงตัดหญ้าที่สนามหน้าบ้าน เป็นกองสูง เราสามคนพี่น้องหกคะเมนตีลังกาอยู่บนกองหญ้า บางทีคุณลุงก็เอาห่วงยางลงน้ำ เอาเชือกผูกให้เราลอยคอกัน น้ำในคลองในบ้านใสเชียว มีคลองในบ้านด้วยค่ะ นี่คือความเศร้าใจนะคะ การต้องจากคนที่เรารัก....

แล้วเชียร์ใครคะ ? พี่ดูบอลไม่เป็นหล่ะ เชื่อไม๊? แต่ดูรักบี้ได้ !!!!



โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 30 มิถุนายน 2553 เวลา:20:00:13 น.  

 
หลังจากไม่โทร ไม่ส่งSMS 3 วัน นายน้อยก็โทรมา ซะ 1.5 ชม.จนBattหมด ดีใจ & เสียใจก็ไม่รู้ค่ะ ดูเหมือนเค้าจะเป็นน้ำร้อนที่พอเราอยู่ใกล้ก็อุ่นจนอบ ความฉลาดของแกทำให้อ่านเราขาด จะเตือนอยู่เสมอว่าจะปล่อยให้อารมณ์นำหน้าอยู่อย่างนี้ไม่ได้ ไม่ใข่เด็กแล้ว เค้ารู้สึกว่าพี่โดดเดี่ยวมาก แล้วก่อนผมมาพี่มีชีวิตอย่างไร ? พอดีBatt หมด เฮ้อ! ทำใจเป็นปรกติแล้วนา มาทำให้เราวูบวาบอีกแล้ว ความรู้สึกห่วงใยแบบนี้ มันเป็นสิ่งที่เราอยากได้ แต่มันใช่ของจริงหรือเปล่า ?...เพราะถ้ามันไม่ใข่มันจะเจ็บปวดมากเลย

ส่วนหมอเหมือนน้ำเย็น ปลาอย่างเรา สบายมีความสุข ทุกอย่างที่พันทิพาทำ...ดีเสมอ แต่หมอแต่งงานแล้ว ดิฉันไม่อยากปืนต้นงิ้วเลยนะคะ....หมอก็โทรมาสม่ำเสมอตลอด 3 ปีนี่ โทรทุกวัน จนรู้สึกว่าเป็นความคุ้นเคย เป็นคนที่เราเล่าได้ทุกเรื่อง ไม่ต้องเสแสร้ง ไม่ต้องปกปิดใดๆ

มีคนบอกให้ซ้อมร้องเพลง "Torn between two lovers" ก็...ไม่รับกับหน้าดิฉันเลย หน้าตาดิฉันออกจะNew Age ล้ำยุคซะ...


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 1 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:04:12 น.  

 
ท่าทางจะติดบอล...กลับล่ะค่ะ...


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 2 กรกฎาคม 2553 เวลา:19:08:01 น.  

 
สองวันมานี้กำลังนั่งอ่านหนังสือของท่านดาไลลามะเรื่องศิลปะแห่งความสุข หยิบยืมมาจากห้องสมุด รู้สึกว่าจะหมดไปจากร้านหนังสือนานแล้ว ผมกำลังอ่านถึงเรื่องความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเพื่อนมนุษย์ ท่านได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมนุษย์ที่ไม่ได้ขีดคั่นเพียงเรื่องของความรักใคร่ เป็นความสัมพันธ์ที่ใหญ่กว่านั้นคือการรักเมตตากรุณาทุกคนในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่เกิดมาบนโลกใบนี้เหมือนกัน เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันจะจืดจางหรือเกิดเรื่องระหองระแหง
ผมนับถือพี่พันทิพานะจากหลายประโยคที่พี่เขียนแสดงว่าพี่มีคุณธรรมในใจค่อนข้างสูง และนี่อาจเป็นจุดหนึ่งที่ให้กัลยาณมิตรหนุ่มทั้งสองถึงยังได้คบหาพูดคุยกับพี่ ผมก็ดูไม่ออกหรอกว่าอะไรเป็นอะไร ผมว่าพี่นั่นแหละรู้ดีทั้งหมด
ไม่ได้ติดบอลเพราะเขาหยุดถ่ายทอดไปสองวัน เพิ่งถ่ายทอดวันนี้ แล้วสัจธรรมข้อนี้ก็ปรากฎให้เห็นชัดๆว่า แม้อะไรที่คิดว่าแน่นอน มันก็บ่แน่บ่นอน เช่นเดียวกับการตกรอบแปดทีมของบราซิลที่ใครๆก็ยกให้เป็นเต็งหนึ่ง....ไม่ได้เชียร์ทีมไหนเป็นพิเศษ ยกเว้นเยอรมันทีมเดียว


โดย: JazzLover วันที่: 2 กรกฎาคม 2553 เวลา:23:22:54 น.  

 
ขอบคุณค่ะที่ทำให้รู้สึกดีๆ ระหว่างสองหนุ่มนี่บอกตรงๆ ไม่รู้ว่าคิดอะไร จะคิดเองก็กลัวว่าจะเข้าข้างตัวเอง ก็ดิฉันแสนจะธรรมดาในรูปลักษณ์ แต่เหมือนพวกเค้าจะงงในรายละเอียด กับ ความคิดเรา

กับหมอนี่พี่บอกตรงๆ ว่าเราโง่นะในเรื่องอย่างนี้ คิดเองก็จะคิดผิดหมด หมอจะหัวเราะ หึ...หึ ไม่หลุดออกมาซะที แต่มันเคยมีนะ แต่ไม่ควรเอาเรื่องส่วนตัวเค้ามาพูดต่อค่ะ แต่อย่างไรก็ตามเธอเลือกแล้ว เลือกแต่งงานกับผู้หญิงซึ่งก็คบมา 10 ปี ถ้าจะบอกว่าเป็นความรับผิดชอบ คงไม่ถูกต้อง กับหมอ..หมอจะเริ่มรู้ว่านายน้อยเข้ามาในชีวิตมากขึ้น Style นายน้อย จะวิเคราะห์เจาะลึก ไม่ผลีผลาม...เลียบๆเคียงๆอยากเปิดPandora Boxซึ่งบรรจุทุกข์ทั้งมวลไว้ในนั้น...ที่เค้ารับรู้ มันเป็นเปลือกนอกซึ่งดูดี ดูเหมือน มันคือความสุข แต่เค้าฉลาดมาก และ รู้ว่ามันมีความว้าเหว่ อยู่ในนั้น เค้าเป็นโจทย์ที่สนุก เพราะระยะหลัง พี่ทนคุยกับใครไม่ได้นาน หมอเองเป็นคนไม่มีเรื่องราวอะไร ชีวิตเรียบง่าย และ ไม่ค่อยพูด เป็นผู้ฟังที่ดี แต่น่าจะเป็นคนที่ยอมรับเราอย่างที่เราเป็นที่สุด นายน้อยเป็นความตื่นตา ตื่นใจ เป็นEmotional guy ที่มีหลากอารมณ์ คุยๆกันดีๆ เธออาจดุ คิ้วผูกโบว์ได้ทันที และ บางทีก็เหมือนเด็กเวลาโดนนายแม่ดุ แล้วมาให้พี่โอ๋

อันที่จริงพี่ไม่เห็นต้องคิดอะไรเลยนะคะ Just take time เดี๋ยวก็รู้เอง แต่มันรู้สึกผิดเมื่อคืนหมอถามว่าโทรศัพท์เป็นอะไร โทรไม่ติด ก็บอกว่าคุยกับนายน้อยจนแบตหมด เท่านั้นแหละ พี่แกก็โดนรพ.ตามตัวกระทันหัน เฮ้อ งอนหรือเปล่า ไม่ถามหรอก เพราะมันไม่ใช่เรื่อง

ส่วนนายน้อยชอบฟังเวลาคุยโทรศัพท์กับหมอ แล้วก็บ่น ยังไงกันคู่นี้ แต่งงานไปแล้วแต่ก็ยังโทรมาอีกเหมือนตัวอยูกับคน แต่ใจอยู่กับอีกคน ก็เลยถามแล้วตัวเองมีความรักครั้งเดียวเหรอในชีวิตน่ะ รักแต่ละครั้ง แต่ละคนมันก็แตกต่างกันไป ผู้หญิงหนึ่งคนจะ สามารถตอบสนองในทุกความต้องการได้หรือคะ? แกก็เลยเงียบ แต่ให้ ไปClear กันให้ดีๆ --Clearอะไร มันไม่มีอะไรต้องClearสักหน่อย ทุกอย่างยังใสสะอาด

พวกเค้า ไม่เข้าใจหรอก Platonic Love การอธิบายจะใช้เวลานาน ในสัมพันธภาพมีระดับของพัฒนาการ มีSpace ที่ไม่ชัดเจนมีความอดทน และ ต้องรอคอย ด้วยความเข้าใจ และ ความรักที่มากมาย จะมีเหรอคะ แบบนั้นน่ะ


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 3 กรกฎาคม 2553 เวลา:10:53:57 น.  

 
วันนี้ตัดผมซะสั้นจุ๊ด ทำสีให้มันแปลกแบบตามใจช่าง ขอแค่สั้นและดูแลง่ายเพราะสระผมทุกวัน แล้วก็มาทำงาน ระหว่างทางก็ฟัง"Free as a bird" ของ Omar Akram ฟังเพลงที่ 7 Surrender ซึ่งเป็นเพลงโปรดค่ะ

ขึ้นต้นเพลงเป็นเสียงแซกโซโฟน เป็นความเวิ้งว้าง วังเวง ต่อมาเป็นเสียงPaino ซึ่งจังหวะของPaino จะ Develpement ขึ้นเรื่อยๆ เหมือนอารมณ์เรา จากนั้นก็จะมีเสียงGuitar เข้ามาหยอกเย้าเป็นระยะ บางช่วงก็จะมีเสียงViolin แทรกให้รัญจวนใจ แล้วก็จบลงด้วยแซกโซโฟน จบท้ายเป็นความเวิ้งว้าง ว่างเปล่า เหมือนเมื่อเริ่ม เครื่องดนตรีหลัก คือ Paino , Guitar และ Violin เข้าคู่กันอย่างไม่น่าเชื่อค่ะ นั่นคือสรรพบรรยายเรื่องเครื่องดนตรี ส่วนเรื่องความรู้สึกเนื่องจากฟังเพลงนี้กว่า 100 รอบ แล้ว ความรู้สึกจึงไม่แรงเหมือนเมื่อเริ่ม อธิบายแล้วอาจไม่ได้ดีเหมือนฟังใหม่ๆ แต่อยากให้คุณฟังจังค่ะ คุณคงชอบ

แต่ฟังแล้วคำว่าFree ของเราคงต่างกัน Free ของพี่คงเหมือนชื่อเพลง คือ ยอมจำนน ที่จะปล่อยชีวิตให้ไปตามครรลอง ไม่ฝืน ไม่ใช้สมอง ถึงนายน้อยจะมองว่าประมาทอย่างยิ่ง ก็ช่างแก เพราะนี่เป็นชีวิตพี่ ที่ผ่านมาขนาดใช้ชีวิตอย่างนี้ก็ยังถือว่าไม่เลวร้าย ไม่เสียหายอะไร ไม่ได้ทำร้ายใคร จะทุกข์บ้างสุขบ้างก็ช่างมัน แค่ไหนก็แค่นั้น....นะคะ

แล้วอ่านเรื่อง ศิลปะแห่งความสุข จบยังคะ ? พี่อ่านชื่อคล้ายกันเรื่อง"ความสุข" เขียนโดยลามะเหมือนกันแต่เป็นชาวฝรั่งเศสที่ตัดสินใจบวชแบบไม่สึก อ่านยังไม่จบ แล้วก็ไม่รู้ว่าวางไว้ตรงไหน ก็ในห้อง+ที่ทำงานมีหนังสือกว่า 1,000 เล่ม แล้วช่วงหลังก็ไร้ระเบียบซะเหลือเกิน ส่วนหนึ่งเอาไว้Create งาน ส่วนหนึ่งไว้ตอบโจทย์ของตัวเอง ส่วนหนึ่งบำบัดความเหงา ตอนนี้ก็กลัวๆปลวกเหมือนกัน มันเริ่มมาเป็นแนวแล้วค่ะ แต่ตัดใจทิ้งหนังสือไม่ลง

คุณธรรมในใจ ระดับศีลธรรม มาตรฐานการใช้ชีวิต อุดมการณ์แบบนั้น ฯ ยากจังนะคะ No border line เส้นแบ่งมันบางนิดเดียว ผลมันคือความสุข สงบในใจ บางทีถ้าเหมือนคนอื่นๆบ้างชีวิตก็จะง่าย ไม่ต้องแบกอะไรหนักๆ เหมือนที่นายน้อยบ่น ให้รู้จักวางซะบ้าง

อ่านจบแล้วย่อยให้ฟังบ้างซิคะ แถวนี้ไม่มีห้องสมุดน่ะค่ะ
แล้ววันนี้ดูบอลอีกหรือเปล่า ถ้าดูก็ไม่กวนค่ะ ว่างเมื่อไรคอยเล่านะคะ จะรอฟัง


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 4 กรกฎาคม 2553 เวลา:16:47:26 น.  

 
เข้ามาดึกหน่อย...เพราะนั่งไปแก้โจทย์คณิตศาสตร์ในบอร์ดที่เล่นประจำ วันนี้ไม่มีโปรแกรมแข่งบอลก็เลยโต๋เต๋กับเวลาซึ่งไม่ดีเลย
ผมอ่านได้วันละนิดละหน่อยครับ กำลังอ่านเรื่องของความสัมพันธ์ ท่านลาไลลามะตอบคำตอบเรื่องของความรักแบบโรมานซ์ด้วย ทั้งที่ท่านดำรงอยู่ในเพศบรรพชิต ท่านได้เตือนสติไว้ว่า ให้ตรวจสอบดูว่าความสัมพันธ์ทั้งหลายที่เราได้ก่อนั้นเป็นความสัมพันธ์ที่มีรากฐานบนสิ่งไหน หากเป็นความพึงใจพอใจในสิ่งที่ประเดี๋ยวประด๋าว ความรื่นรมย์ตื่นเต้นนั้นจะอยู่เพียงชั่วคราวแล้วจืดจางลง หากรากฐานความสัมพันธ์นั้นเป็นการเชื่อมประสานในระดับของการยอมรับอีกฝ่ายในฐานะของมนุษย์ที่เท่าเทียมกันเหมือนกัน ความสัมพันธ์ย่อมก่อเกิดไปในด้านเกื้อกูลอุ้มชูกันและเป็นความสัมพันธ์ระดับลึก มีความยั่งยืนกว่า เป็นไปในด้านกรุณา ยังเหลืออีกค่อนเล่ม งานก็เยอะมีโน่นมีนี่มาให้ทำ

พี่พันทิพาว่า...คำว่า ปล่อยวางและยอมจำนน ต่างกันไหม...ผมให้เวลาพี่ได้ลองถามตัวเองดูครับ ผมรู้สึกว่าไม่เหมือนกัน เดี๋ยวเราค่อยมาแตกประเด็นเรื่องนี้ดีไหมครับ....เผื่อผมจะได้มุมมองที่ต่างไปจากที่ผมมอง..กู๊ดไนท์ครับ


โดย: JazzLover วันที่: 5 กรกฎาคม 2553 เวลา:0:50:54 น.  

 
วันนี้ไปฟังสวดศพคุณแม่ท่านทูตมา เพิ่งกลับมาค่ะ เจอนายน้อยด้วยค่ะ ไม่มีใครบอกข่าวแกเลย พี่เลยให้รีบนั่งTaxiมาเพราะถ้าขับรถมาคงหลง เห็นหน้าแกแล้วสงสาร หน้างี้เศร้าเชียว ทำไมผู้ชายคนนี้ทำให้พี่ห่วงอยู่ได้เรื่อยๆ อัจฉริยภาพของแกมาพร้อมกับความเดียวดาย ครุ่นคิดทุกเรื่อง เหมือนไม่มีใครเข้าถึง.....

ไม่รู้ว่านี่คือพื้นฐานที่ถูกต้องหรือไม่ รู้แต่ห่วง และ อยากเห็นเค้ามีความสุข สดชื่นกว่านี้ ความโดดเดี่ยว...ดูเหมือนเราสองคนจะเข้าใจมันดี ...เราแค่มองหน้ากันเราก็รู้ว่าอีกฝ่ายอึดอัดอย่างไร เห็นหน้าเศร้าๆของแก แล้วพาลอยากโอ๋ เค้าเป็นอย่างนี้ทุกครั้งเลย เฮ้อ!

ปล่อยวางทำไม่ได้อ่ะ ปรกติขว้างทิ้งเลย ยอมจำนน & ปล่อยวาง อย่างนึงที่คิดได้คือความรู้สึก ความเข้าใจ ปล่อยวางกอร์ปไปด้วยความเข้าใจ และ ลึกซึ้งกว่านั้นคือเมตตา ปรารถนาให้เค้ามามีความสุข...ข้อแรกก็ถูกแล้วใช่ไม๊คะอาจารย์ขา... พรุ่งนี้ค่อยมาต่อข้อ 2 ,3 ,4....

วันนี้พี่ไปกลบสีผมที่High Lightมา เมื่อวานสีแจ่มเชียว ไปงานศพผู้ใหญ่เยอะแบบนี้ ไม่เหมาะ แต่ชอบผมสั้นจุ๊ดของตัวเองจัง ดูแก่นกะโหลก เหมาะกับตัวเองมาก


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 5 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:26:08 น.  

 
วันนี้ขอเบี้ยวไม่ตอบข้อถัดไป ยังคิดไม่ออกค่ะ เมื่อคืนนอนไม่หลับ ตื่นตั้งแต่ตี 4 ค่ะ

ไม่รู้เวอร์ไปหรือเปล่า แต่มันเห็นท่าทางเศร้าๆ ของนายน้อยแล้วมันคิด ๆ ๆ ค่ะ เค้าเองอาจจะไม่คิดอะไรก็ได้(อันนี้เหมารวมทุกเรื่องค่ะ) สรุปงานพระราชทานเพลิงศพพรุ่งนี้แกไม่ไป ไม่ไปซะงั้น ไม่ตอบmailอีกตะหาก ตอนหลังก็เลยถามไปตรงๆว่าโกรธเราหรือเปล่า แกก็ส่งข้อความมา ตอบซะดูดีเลยค่ะ มีCommitment รายอื่นไปแล้ว ก็OK ไม่ว่ากันหากมันเป็นอย่างนั้นจริง แต่ชีวิตคนเราตายกันแค่ครั้งเดียวนะคะ ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไรก็ตาม มันก็คือครั้งสุดท้ายนะคะ แต่เป็นครั้งแรก ก้าวแรกของการเอาชนะตัวเอง

เท่าที่ผ่านมาหลายครั้ง เค้าดื้อ เวลาทำงานดูเป็นผู้ใหญ่ เพราะเก่งกว่าเรา แต่ในแง่ความรู้สึก พี่ก็ว่าพี่แก่กว่า แต่เค้าก็ชอบเป็นตัวของตัวเอง พี่จะวุ่นวายมากก็คงไม่ใช่เรื่อง แต่มันรู้สึกว่าอารมณ์แกเหมือนแก้วบางๆที่มันต้องทะนุถนอมเหลือเกิน

ส่วนคุณหมอก็โทรมาหม่ำเหมอ พอบอกว่านอนไม่หลับก็ถามทำไม แต่ไม่เซ้าซี้ ก็พูดกันง่ายๆแบบนี้มา 3 ปี แล้ว แต่ไม่พูดความในใจกันก็เลยเป็นแบบนี้

สรุป รักคือทุกข์....นะคะ


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 6 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:17:20 น.  

 
วันนี้ไม่อยากตอบก็ไม่จำเป็นต้องตอบครับ พรุ่งนี้มะรืนนี้อยากตอบก็ค่อยตอบครับ....นอนไม่หลับก็น่าจะมีสาเหตุ ผมก็เคยเป็นครับ กลุ้มใจเรื่องผู้หญิงคนหนึ่ง มันวนเวียนคิดหาทางไม่ออก นอนตั้งแต่สี่ทุ่ม หลับตาข่มตาหลับ ใจไม่หลับ นอนพลิกไปพลิกมา ในสมองก็มีแต่เรื่องนั้นคิดวนไปเวียนมาหาคำตอบไม่ได้ จริงๆไม่ใช่หาคำตอบไม่ได้ กลับเป็นว่าคิดไปทางไหนมันก็ไม่โผล่มาที่คำตอบที่เราอยากให้เป็น คือใจมันตั้งคำตอบที่อยากได้ซึ่งรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่ใจก็คิดหาทางอยู่นั่นแหละ เชื่อไหมครับถึงหกโมงเช้า ไม่ง่วง แต่เพลียๆมึนๆ ลุกขึ้นอาบน้ำไปทำงาน....กลับไปมองตัวเองตอนนั้น ยังดุตัวเองในใจเลยว่า ทำไมถึงโง่ขนาดนั้น ในเมื่อมันไม่มีทางก็จะคิดไปทำไม หยุดคิดเสียเถอะ น่าจะปล่อยให้เรื่องราวเป็นไปตามที่ควรจะเป็น ใครที่ไม่เคยเข้ามาเจอเหตุการณ์แบบนั้นคงไม่รู้สึกหรอกครับ คนเรามันก็วนเวียนติดกับดักเล็กน้อยๆตามรายทางของชีวิต น่าขำดีจัง และคงน่าหัวร่อถ้ามันยังพาตัวเองวนไปตกหลุมเป็นรอบสอง...ผมตกไปสามรอบแล้วครับ ก็ยังโง่อยู่เหมือนเดิม ไม่ฉลาดสักที


โดย: JazzLover วันที่: 6 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:41:57 น.  

 
น่ารักจริง คุณคงเป็นผู้ชายใจดีอย่างที่บอกจริงๆด้วย แล้วมันเกิดอะไรขึ้นตั้ง 3 ครั้ง

น่านนะซิ...เรื่องอย่างนี้ ใครก็อธิบายไม่ได้ว่าเพราะอะไร คนเราถึงเดินสวนทางกัน แม่บอกว่าไม่ได้เด็ดดอกไม้ร่วมต้นกันมาน่ะค่ะ

พรุ่งนี้นายๆประชุมกัน งานไม่เสร็จเยอะเลย นายน้อยก็ไม่อยู่ซะแล้ว แล้วใครจะช่วยล่ะทีนี้ คิดถึงจัง

เหนื่อยจังค่ะ....


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 7 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:49:46 น.  

 
วันนี้ได้ Secret Gardens ชุด Inside I'm Singing -with Special Guests มาค่ะ ถูกใจมาก นึกอยากเผื่อแผ่หลายๆคน แต่นะคะ รสนิยมเรื่องเพลงก็พูดยาก ถ้าชอบไม่ตรงกันก็ป่วยการ คงเหมือนทุกเรื่องน่ะแหละค่ะ ถ้าไม่ตรงกัน...ก็ป่วยการ

ชอบเกือบทุกเพลงโดยเฉพาะ เพลง Song for a Stromy Night เข้าไปดูใน You Tube แหมมีคนPostกับภาพJude Law อะไรจะเหมาะเจาะชวนฝันซะขนาดนั้น

พูดถึงเรื่องฝัน หมู่นี้ไม่ค่อยอยู่กับความเป็นจริงเท่าไร ตั้งแต่มีเรื่องนายน้อยใจมันไม่นิ่งเอาซะเลย ก็ไม่ได้โกรธกันแต่มันมีระยะ ดิฉันก็งงกับแกเหลือเกิน แกจะอย่างไรกับดิฉันกันแน่ ก็เลยถามไปตรงๆ เพราะเรื่องอย่างนี้ยอมรับว่าโง่ค่ะ ไม่บอกไม่รู้จริงๆ สับสนค่ะ แกตอบไม่ตรงประเด็นอยู่ดี ไม่ปฎิเสธ ไม่เลิกคบ คงยุ่งมั๊ง ปล่อยเค้าให้ใช้เวลาตามสบายดีกว่านะคะ เรื่องอย่างนี้ ถ้าจะใช่ มันก็ใช่ แต่อย่ามาทำให้สับสน อย่าเล่นตลกกับอารมณ์ของคน เพราะมันเป็นสิ่งเปราะบาง&ล้ำค่า ถึงวันหนึ่งที่ความอดทนดิฉันหมดเค้าจะรู้ว่ากู่ไม่กลับจริงๆ

เอ้อพอดูภาพJude Law นายน้อยกับผู้ชายคนนี้มีบางสิ่งที่คล้ายกัน ความClassic , Emotional , ความเหงา ,ความเปราะบาง และ มิติที่ลึกจนคะเนไม่ได้ นี่แหละค่ะเสน่ห์ของแก

ส่วนคุณหมอกำลังจะเป็นว่าที่คุณพ่อ ได้สัก 2 อาทิตย์แล้ว ก็ถึงเวลาล่ะกระมัง หมอกลายเป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ที่สัมภเวสีอย่างเราไม่อาจแตะต้อง แต่แกกลับยิ่งโทรหาหนักขึ้น คงรู้สึกได้ว่าเราจะไป

พักนี้โดนMDดุบ่อย ก็งานมันไม่ออกค่ะ ตั้งแต่นายน้อยไม่อยู่ มันหมดMotivation จริงๆ มันก็จริงของนายน้อย ที่พี่ใช้อารมณ์นำหน้าการใช้ชีวิต และที่MDดุมันก็จริง ไม่เถียงค่ะ แต่ทำไมต้องประจานหนูในemail แกคิดจะทำอะไรเนี่ย คิดจะให้ออกโดยไม่จ้างมังคะ

ลุ้นบอลสนุกไหมคะ? พลิกความคาดหมายจริงๆนะคะที่เยอรมันแพ้ พี่ก็เชียร์บ้านเกิดเพื่อนค่ะ แต่Bernhard คงไม่ลุ้น สู้ลุ้นหุ้น ลุ้น Futureไม่ได้ น่าลุ้นกว่า

อ่านหนังสือจบยังคะ ? เล่าให้ฟังบ้าง น่า...นะ


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 10 กรกฎาคม 2553 เวลา:17:29:55 น.  

 
ผมคงไม่ใช่ผู้ชายใจดีหรอกครับ น่าจะเรียกว่าผู้ชายที่อ่อนโลกมากกว่า และยังคงเป็นคนอ่อนต่อโลกอ่อนต่อความจริงต่อไป....ขอกระซิบว่า อาทิตย์ที่ผ่านมาไม่ได้หยิบหนังสือของท่านดาไลลามะมาอ่านเลยเหลืออีก4วันต้องเอาไปคืนแล้ว...จะพยายามอ่านให้มากที่สุดในเวลาที่มีแล้วกันครับ.ความสัมพันธ์ของคนกับคนนั้นเป็นเรื่องลึกซึ้งและซับซ้อนมากๆ บางครั้งเด็ดเดี่ยวตัดเป็นตัดแต่พอเอาเข้าจริงใจอ่อนทุกที ผมก็ไม่ได้มีประสบการณ์อะไรเรื่องความสัมพันธ์มากหรอกครับ ผมกลัวว่าจะเขียนอะไรที่มันดูเปิ้นออกไป สำหรับมุมมองของผม ผมชอบที่จะมองหาอีกคนที่จะเข้ามาในชีวิตโดยตั้งความหวังไว้เพียงอย่างเดียวคือ ขอให้เขาเป็นคนที่ช่วยให้ผมได้แสดงความดีมีคุณค่าภายในออกมาและอยากให้เธอยอมรับทุกอย่างที่ผมเคยมี(ประสบการณ์ด้านดีด้านไม่ดีของชีวิต พื้นเพปูมหลังชีวิต),สิ่งที่ผมกำลังมีกำลังเป็นและสิ่งที่ผมอยากจะมีจะเป็น(เป้าหมายข้างหน้า)......คงจะมองหาไปทั้งชีวิตมั้งครับ เป็นมุมมองของผู้ชายที่สุดแสนจะเห็นแก่ตัว..เพราะมีแต่คำว่า"ผม" ไม่มีคำว่า"เรา"เลย.......
ในส่วนเรื่องงาน....ผมเชื่อว่าพี่มีหลักยืนหลักยึดอยู่แล้ว ผมกลัวอย่างเดียวว่า เขาจะบีบพี่ด้วยการแสดงให้พี่รู้สึกว่าตัวเองไร้สมรรถภาพ ด้วยวิธีอะไรก็ตาม คนอย่างพี่ผมเดาว่า ยอมไม่ได้ที่ให้เขามาว่าแบบนั้น ถ้าฮึดขึ้นมาไปได้ก็ดีไป เขาก็ได้ผลงานไปด้วย ถ้าฮึดไม่ขึ้น เขาก็เดินเกมกดดันพี่ต่อ กดดันมากเข้า จนพี่รู้สึกว่าตัวเองไร้ความสามารถจริงจนยอมถอย ถอยแค่ไหน ถอยจากบริษัทหรือถอยจากความรับผิดชอบในปัจจุบัน แล้วเขาก็เอาคนของเขาเข้ามาเสียบ การบีบให้พี่ถอยนั้นผมว่าวิธีนี้โหดเหี้ยมจังเลยเพราะเล่นเอาเรากลายเป็นคนที่มองตัวเองว่าไร้ความสามารถ เราจะหมดแรงใจไปเริ่มอะไรใหม่อีกแน่ๆ ยังไงผมก็เชียร์ให้พี่สู้ต่อไป แม้จบเกมเขาจะยอมจ้างออกก็ดีได้ทุนไปเพิ่มอีกก้อน ผมว่าน่าจะก้อนใหญ่แน่เลย มันจะละลาบละล้วงไหมถ้าผมถามพี่ว่าพี่เตรียมทางออกทางลงจากบริษัทนี้หรือยังครับ ผมว่าอย่างพี่น่าจะเตรียมไว้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเล่าก็ได้ครับ.....เรื่องโดนดุแค่นี้สำหรับคนทำงานมานานตั้ง15-16ปี พี่น่าจะพอแก้ไขได้อยู่แล้วนี่ครับ ไม่ยากอยู่แล้ว พี่น่าจะเก๋าเกมส์อยู่แล้ว..จริงไหมครับ


โดย: JazzLover วันที่: 10 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:25:32 น.  

 
อย่างแรก อ่านไม่ทันกำหนด ก็เสียค่าปรับไป (เอ้อ..คำแนะนำจากคนไม่มีวินัย น่ะค่ะ) แต่อยากให้อ่านให้จบน่ะค่ะ ท่าทางจะได้อะไรเยอะจากข้อเขียนของท่าน แล้วจะได้มาเล่าให้พี่ฟังไง!!!

จริงค่ะ คนเราซับซ้อนจริงๆค่ะ โดยเฉพาะคนฉลาดๆๆที่ผ่านโลกมาเยอะ กระบวนความคิดเค้าจะไม่เรียบง่ายนัก จนบางทีเราก็รำคาญนะคะ กับนายน้อยทุกวันนี้เลยใช้วิธีบอกไปตรงๆเลยว่าเราโง่ จะอย่างไรก็ว่ามาสั้นๆ ตรงๆ จะได้Clear แล้วเดินหน้าทำอย่างอื่นต่อไป เพราะเดานี่ผิดทุกที

หมอเองไม่มีอะไรซับซ้อนหรอกค่ะ ผู้ชายคนนี้ฉลาด ละเอียด ใส อยู่แล้ว ถ้าไม่มีจิตด้านดีจริงๆ คงไม่มาอยู่รพ.รัฐบาลหรอก พี่ทราบจากพยาบาลที่สนิทกันว่าแกได้รับOffered จากรพ.เอกชน ค่าตอบแทนเยอะมาก แต่จริยาวัตรแกงดงามเหลือเกิน การอุ้มแม่จากรถเข็น การโอบ จับมือแม่ เอาใจใส่กระทั่งการปรับหน้ากากแอร์ etc. ซึ่งแกทำอย่างนี้กับคนไข้อื่นๆอีกโดยเฉพาะคนแก่ คนไข้แกแม้จะใช้สิทธิ์ 30 บาท แต่จะได้ยานอกอย่างดี พี่ชอบแอบดูเวลาแกทำอะไรแบบนี้ มันมาจากส่วนลึกเป็นธรรมชาติของเค้าน่ะค่ะ ดังนั้นการส่งเสบียงแค่อาทิตย์ละ 2 ครั้งไปตอนผ่าตัดเป็นแค่เรื่องเล็กๆที่เราจะทำให้แกได้ พี่อยากเห็นเค้ามีความสุข ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา จะมี หรือ ไม่มีเรานั่นไม่สำคัญ ชีวิตพี่ก็จะเดินต่อไป โชคดีเราก็จะมีเพื่อนที่ดีไปตลอด

หลักยืน หลักยึด ไม่แนใจว่าหลักนั้นมันจะพอไม๊ สังคมเดี๋ยวนี้ และ ยุคต่อๆไป คง ต้องอาศัยความมั่นคงจากภายในมากนะคะ เพราะเดี๋ยวนี้คนเราทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด หลายคนมองว่าพี่ไม่ปรับตัว หรือ ปรับวิธีทำงาน ที่Hurt มาก คงเป็นจากนายเก่าที่เคยคิดว่าเข้าใจเรามาก ก็ไม่ใช่ แต่ถ้าใจกว้างหน่อย ก็ต้องยอมรับว่าจริง เคยถามตัวเองหลายครั้งว่าทำไม สรุปแล้วว่าเหมือนตัวเองไม่อยากโตน่ะค่ะ พี่ก้าวกระโดดจากเด็ก ก็แก่เลย ไม่ได้โต เป็นสาว เหมือนชาวบ้านปรกติ

....การเติบโตเป็นความเจ็บปวด และ ต้องละทิ้งบางอย่าง..ซึ่งสิ่งนั้นอาจเป็นความสุข เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวใจ.....

เตรียมพร้อมเหรอ เชื่อไม๊พี่ไม่ได้เตรียมอะไรเลย บ้านที่อยู่เป็นบ้านแม่ ไม่ได้เก็บเงินเพราะช่วงหลังค่าใช้จ่ายเยอะมาก และ ทั้งบ้านจ่ายอยู่คนเดียว เฉพาะค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าคนใช้ อาหารการกิน จิปาถะ ผสมกับเราถูกเก็บกดเรื่องใช้จ่ายตอนเด็กพี่ก็เลยซื้อทุกอย่างที่อยากซื้อ แถมชอบซื้อเผื่อชาวบ้านอีก วันก่อนหมอถามว่าถ้าออกจากงานจะทำอะไร ก็นึกไม่ออกจริงๆค่ะ เศรษฐกิจแบบนี้ ที่จริงพี่ทำอะไร ได้มากมายเช่นการจัดดอกไม้ ทำอาหาร มั่นใจว่าRun ร้านได้ แต่มันเสี่ยงค่ะ และ เคยแต่เป็นลูกจ้าง เป็นนกในกรงมาตลอด อย่างที่บอกงานของพี่ถ้าตามน้ำ ป่านนี้เหรอจะขับBenz Series ไหนก็ได้ ก่อนหน้านี้เคยสมัครงานกับบริษัทที่เราต้องไม่เมืองนอกเพื่อImportของ ซึ่งนั่นจะเป็นการปูทางไว้เพื่อทำการค้าของตัวเอง เพราะจะมีพื้นความรู้ในบางเรื่อง จะขาดแต่ก็Connection และ Vision รอบทิศ ตกลงเงินเดือนกันเสร็จสรรพเงินเดือนเยอะ 6 หลักกว่า มีค่าน้ำมัน เช่าบ้านให้ etc แล้วก็ไปไม่ได้ หลังจากนั้นก็แม่ป่วยหนัก ถ้าไม่มีเราเค้าคงไม่รอดตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว พี่ก็ได้Offeredเรื่อยๆ แต่แม่ไม่ยอมให้ไปไกล เราก็ทิ้งเค้าไม่ลง

วันก่อนนายน้อยก็ถามคำถามคล้ายหมอ ก็บอกว่าไอ้ที่แย่ที่สุด ก็ผ่านไปแล้ว แกก็บอกอย่ามั่นใจนัก พี่ก็ย้อนว่าแล้วจะกลัวอะไร เพราะผู้หญิงระห่ำอย่างพี่ตายยังไม่กลัวเลย แกก็เลยอึ้ง แล้วก็รำพึงว่าทำไมถึงโดดเดี่ยวอย่างนี้ แล้วก่อนผมมาพี่อยู่มาอย่างไร....

จะอยู่อย่างไร อยู่แบบไหน ไม่จำเป็นต้องอธิบายเพราะมันผ่านไปแล้ว ชีวิตตอนนี้คิดว่าเป็นกำไรแล้วค่ะ อยู่มานานพอจนเบื่อ ก็หวังว่าไม่ต้องอายุยืนแบบแม่ แบบคุณลุง คุณป้า เป็นแบบพ่อดีกว่า แค่ 60 ต้นๆนี้ก็เยอะพอแล้ว

วันนี้เป็นอะไรไม่รู้ เบื่อมังคะ พรุ่งนี้ประชุมเรื่องเครื่องจักรสนามกอล์ฟ แค่ 15 ล้านเอง เรื่องก่อสร้างส้วมในสนามกล์ฟ ส้วมบ้าอะไร ล้านกว่าบาท มีงบประมาณแค่ 3 แสน แล้วดิฉันจะทำได้มั๊ยล่ะ MD ขา

เฮ้อ.... ชาติที่แล้วคงเป็นปู่โสมมังคะ


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:16:19:20 น.  

 
อ้อ..ตอบคำถามยังไม่หมดค่ะ

สำหรับพี่การเล่นเกมส์ คือ การไม่เล่นเกมส์ไง พี่ไม่เล่นเกมส์ค่ะ แค่ทำงานหนัก ตรงๆ มือสะอาดมาก ถึง มากที่สุด คนจะทั้งกลัว และ ทั้งRespect อะไรที่พี่พูดออกไป มันจะเป็นเช่นนั้นเสมอ ไม่ช้าก็เร็ว...และงานของพี่เป็นBottle Neck แปลว่าก่อนออกไป พี่จะScreenก่อน และจะComment ตรงๆเสมอ พวกเค้าจะเชื่อ หรือ ไม่ ไม่จำกัดสิทธ์ค่ะ

อีกประการที่โชคดี คือ มีนายSupportเป็นช่วงๆ โดยเฉพาะนายผู้ชาย มีหลายแบบ กับบางคนเราก็งองแง ง๊องแง๊ง บ้าง นายมักจะรัก ก็แปลก สวยก็ไม่สวย อ่อนหวานรึก็ไม่เป็น แถมพูดเฉือดเฉือนได้เก่ง เค้าคงชอบของแปลกกัน

นายบางคนพี่ต้องจัดการอาหารการรับประทานให้ เช่นเวลาจะกลับบ้านที่สิงคโปร์ พี่จะมีหน้าที่Shop ของแปลก เช่น ปลิงทะเล กระเพาะปลา ผลไม้ เช่นมะเฟือง มะม่วง มังคุด ที่นั่นแพงมาก ไม่ได้ซื้อกันน้อยๆนะคะ ผลไม้ไปเป็นเข่งค่ะ

นายคนต่อมา เวลาจะวาดภาพ พันทิพาจะเลือกรูปให้เป็นภาพเริ่มต้น แกวาดเป็นSeriesค่ะ เอ้อภาพCopyเนี่ยรวมแล้ว 2 แสน จริงๆแล้วแกจะเอาตัวไปสอนหนังสือด้วยกัน มันต้องไปค้างต่างจังหวัด คิดไป คิดมา อย่าดีกว่า มันจะเปลือง...เปลืองตัว

นายล่าสุด คือ นายน้อย ดูเหมือนแกจะTouch my Heart เข้าอย่างจัง ตรงความละเอียดอ่อนของแก นี่ละค่ะ ไม่เคยมีใครวิเคราะห์เจาะลึกใจพันทิพาขนาดนี้ ก็ต้องดูตอนต่อไป ว่าจะจริงใจไหม

สรุปไม่ค่อยได้ใช้ความสามารถเท่าไรนะคะ บริหารเสน่ห์ซะมาก ส่องกระจกดูตัวเองแล้วยังงงเลยค่ะ เค้าเห็นอะไรในตัวดิฉันกันนักหนา


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:17:04:25 น.  

 
จริงดังคาดค่ะ วันนี้ประชุมกับMD เธอกดดันพี่ด้วยคำพูดที่ดูดีว่าจะให้พี่คุม Corporate คงต้องลอยจากตำแหน่งเดิมไปถูกแขวน แกว่าพี่ทำงานไม่ทันเพราะทำตัวเหมือนนักมวยเมาสังเวียน ทำมันเองทุกอย่าง ทำให้ทำงานไม่ทัน แถมสำทับอีกว่านี่ยังไม่บอกให้พิจารณาตัวเลยนะ

มันพูดไม่ออก พี่อยู่ที่นี่มา 16 ปี Runทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้น ผ่านนายมาร่วม 20 คนมั๊ง(ที่นี่ใช้นายเปลืองค่ะ)ปีนี้เป็นปีที่ปรับปรุงใหญ่ และก็ใช้เงินเยอะมาก ลูกน้องหลายคนทนแรงกดดันไม่ไหวก็ไปตามๆกัน พี่ก็ทำของพี่ไป แค่ไหนก็แค่นั้น เธอไม่ฟังเหตุผล และ พี่เองไม่อยากอธิบายอะไร ก้มหน้าก้มตาทำต่อไปดีกว่า

งานที่คุมให้คนอื่นทำ ไม่ใช่เรื่องที่พี่ถนัด ไม่ชอบเลยจะเหมาะกว่า ยิ่งเป็นเรื่องเงินๆทองๆ และ ผลประโยชน์อย่างนี้ มันยากที่จะวางใจใคร งานเราทั้งต้องมีมิติที่กว้าง ต้องแม่นยำเรื่องตัวเลข และ ต้องมีJudgementที่ดี วันนี้เธอให้พี่วิเคราะห์ BOQ และ ราคางานก่อสร้าง เฮ้อ.... คิดว่าหนูเป็นเทวดาหรือไง ทำได้ทุกอย่าง

นายน้อยก็หายไป ทุกคนพากันหายไปหมด ไม่เว้นแม้แต่คุณ.... เศร้าใจจังค่ะ......


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 12 กรกฎาคม 2553 เวลา:23:19:41 น.  

 
ไม่เว้นแม้แต่คุณ....หมายถึงใครครับ...ผมเหรอครับ
ผมเข้ามาอ่านทุกวัน แต่ยังไม่อยากเขียนอะไร
เพราะผมไม่รู้ว่าพี่จะเอาไงดี อยู่ต่อในองค์การนี้ หรือหาทางไปใช้ชีวิตตามวิถีตัวเอง....ผมก็เลยเอาแต่ฟังก่อน
ผมตั้งสมมุติฐานว่า ผมยังอยากอยู่ในองค์กรต่อไป ผมต้องปรับตัวให้ลื่นไหลสอดคล้องไปกับทิศทางลม เพียงสิ่งเดียวที่ผมยึดไว้คือ ถ้าจะให้ผมทำเรื่องไม่ถูกต้อง ผมไม่ทำ ถ้ากดดันผมมากๆในเรื่องไม่ถูกต้อง ผมก็พร้อมจะไป...
ผมลองสุมมติว่าตัวผมเองไปอยู่ในสถานการณ์เดียวกับพี่ ผมจะทำยังไง ความคิดของผมอาจไม่ดีไม่ถูกต้องนักแถมออกแนวประชดนิดๆ ก่อนผมจะเข้ามาบริษัทมันก็เป็นไปตามที่ควรเป็น ก็โตไปตามวันเวลา บริษัทนี้ไม่ใช่ของผม ผมไม่อาจกำหนดอะไรหรือความเป็นไปในบริษัทได้ ผมก็แค่ทำในสิ่งที่ควรทำและเต็มใจทำ. เมื่อต้องทำในสิ่งที่ทำไม่ได้ไม่เป็น หากผมอยากทุ่นเวลาผมก็ไหว้วานคนอื่นช่วยทำบ้าง แบ่งให้คนเก่งในเรื่องนั้นทำ ก็ต้องหัดไว้ใจคนอื่นบ้าง หากการยอมถอยออกมาจากมุมจากตำแหน่งที่เราเคยอยู่จะดูเป็นการยอมอ่อนข้อ อาจจะไม่เสมอไป เพราะลองให้เขาส่งคนมาทำสิครับ คิดในแง่ดีก็ให้งานมันเดิน ถ้าเป็นไปได้จริงๆ ผมว่าพี่น่าจะหางานในส่วนที่พี่ถนัดในโปรเจคนี้นะ ใครจะโกงจะกินก็ปล่อยไป เพียงพี่คงต้องระวังตัวไม่ให้โดนลากเข้าไปร่วมวง อย่างเช่นการเซ็นเอกสารต่างๆ สุดท้ายจริงๆถ้าไม่ไหว ผมก็ไปเหมือนกัน เพราะเส้นตายของผมคือ ผมไม่ยอมโกงใคร ถ้าต้องให้ผมโกงใคร ผมยอมตายครับ...
มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งที่ผมอ่านแล้วชอบ เป็นเรื่องของผู้จัดสาวคนหนึ่งที่ถูกมรสุมชีวิต อยู่ๆสามีที่อยู่กินกันมาสิบหกปี เดินลากกระเป๋าออกจากบ้านเพื่อไปแต่งงานใหม่ จากผู้จัดการที่กำลังรุ่งกำลังจะถูกโปรโมท โดนสอยร่วงเลย เพราะเธอเปลี่ยนไปเป็นคนโกรธง่าย อารมณ์ร้าย แล้วเธอก็ถูกยื่นโนติสจากผู้จัดการใหญ่ว่าให้เวลาสามเดือนถ้าไม่กลับมาเป็นคนเดิม เธอได้ซองขาวแน่ ความสัมพันธ์ของเธอกับเพื่อนร่วมงานและลูกน้องแย่มาก เพราะเธอหวาดระแวงว่าคนนั้นจะสอยเธอ ลูกน้องจะตีตัวออกห่าง แล้วคุณหมอคนหนึ่งก็ได้ยื่นแนวทางสามข้อให้เธอ เธอกลับมาเป็นคนใหม่....ไม่รู้ว่าจะยังพอมีขายหรือเปล่า ผมซื้อมาอ่านเมื่อสองปีก่อน เพราะเห็นวางในร้านหนังสือตรงชั้นล่างสุดระดับเดียวกับเท้า เปิดๆอ่านแล้วชอบก็เลยซื้อกลับมาอ่าน สองวันหรือสามวันจบ Revved: ล้มได้ก็ลุกได้....ผมก็ไม่รู้จะพอช่วยอะไรพี่ได้บ้าง หากอะไรก็ตามที่พอทำให้พี่รู้สึกดีขึ้น สบายใจขึ้น โดยเฉพาะการหาเพลงมาให้ฟัง ผมยินดีครับ แม้บทเรียนจะหนักหนา แต่ผมเชื่อมั่นว่าพี่จะผ่านการทดสอบนี้ไปได้ด้วยดีครับ


โดย: JazzLover วันที่: 13 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:39:05 น.  

 
ดุเหมือนกันนะคะ คุณน่ะ

หนังสือเล่มนั้นอาจไม่ต้องอ่านรู้สึกฟัง Plot เรื่องแล้วพี่จะเป็นนางเอกนะคะ มันโดนอย่างจัง เหมือนกันเป๊ะเลย พี่หย่าเมื่อสัก 4 ปี ที่แล้ว ด้วยเหตุผลเดียวกัน ความเจ้าชู้ของผู้ชาย แต่อันที่จริงมันเป็นเพราะเราไม่มีอะไรเหมือนกันเลย ไม่มีCore หลักๆในชีวิตเหมือนกัน (ทัศนคติ,รสนิยม เรื่อง อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง) ไม่มีมุมมองในทิศทางเดียวกัน ไม่มีความห่วงใยให้กัน ท้ายสุดไม่ซื่อสัตย์ไอ้ตอนที่แต่งก็ดูอยู่นานเหมือนกันนะคะ แต่มันอยากมีลูกเพราะผ่าตัดมดลูกมาแล้วหมอบอกว่าจะมีก็รีบมีซะ เดี๋ยวมีไม่ได้ พอดีคนนี้เข้ามาในชีวิตช่วงนั้น ก็ดูใจเย็นดีนะคะ และ หล่อมากค่ะ เลยเป็นเที่ต้องการ

เรื่องเปลี่ยนงาน เอาไงดี...พี่เลือกได้หรือ พี่ได้งานตลอด ไม่ต้องสมัครด้วยซ้ำ เค้าเชิญไปสัมภาษณ์ค่ะ ด้วยคุณสมบัติมือสะอาด แต่คนที่ทำให้พี่ต้องอยู่ที่นี่ก็คือแม่ แม่ไม่เคยชอบความเปลี่ยนแปลง ไม่เคยให้พี่ไปไหนไกลบ้าน(แม้แต่ตอนEntrace-ห้ามเลือกต่างจังหวัด) ถ้าเลือกได้แม่คงไม่ให้พี่แต่งงานด้วยซ้ำ แม่อยากให้พี่เป็นเด็กอยู่ใกล้ๆตลอดไป .... ตลกแบบขำไม่ออกค่ะ

ตอนนี้แม่พี่หัวใจวายมาได้ เกือบ 4 ปีแล้ว ขาหัก 2 ท่อน เพราะกระดูกบางแล้วก็ล้ม เพราะโรคหัวใจทำให้ผ่าตัดไม่ได้ ทำ Cornea Transplant โดยImport Corneaจากศพที่ศรีลังกา แต่ตอนนี้แม่ตาบอดเพราะเส้นเลือดฝอยในตาตีบหมด ใส่Ballonที่เส้นเลือดหัวใจ 3 ลูก ที่เส้นเลือดเลี้ยงไต 1 ลุก ต้องฉีดInsulin เช้า- เย็น ฉีดEprex อาทิตย์ละครั้ง เพราะร่างกายไม่สร้างเลือดและก็หาสาเหตุไม่พบ ยาที่ทานมีประมาณ 18 อย่าง หยอดน้ำตาเทียมทุก 2 ชั่วโมง อ้อ โชคดีค่ะที่ค่าใช้จ่ายเบิกได้ 99% ยกเว้นCorneaนั่น และ ได้หมอดีมากๆๆๆๆๆ

แค่นี้พี่ก็ไม่มีสิทธิ์คิดอะไรถึงตัวเองแล้วค่ะ

อยู่ค่ะ... อยู่เพราะมีห่วง และเพราะยังรักที่จะทำเพื่อที่นี่ อย่างที่เคยบอกที่นี่สวยมาก และ อยู่ใกล้บ้าน ทำงานที่ไหน เราก็ต้องทำงานร่วมกับคนอื่นซึ่งปัญหามันก็เป็นเรื่องเดิมๆ Concept เดียวกัน นาย เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง etc. ที่เค้าจะบีบก็ไม่แปลกผลประโยชน์มันเยอะ ปีนี้ที่ทำน่ะ 119ล้านไม่นับOperation งานมันก็เลยเยอะ ธรรมดา คิด ให้ดีๆ แฟร์ๆ แล้วมันธรรมดา แล้วตั้งแต่ทำงานมาพี่ไม่เคยต้องเปลี่ยนตัวตน ไม่โกง และ จะไม่ยอมให้ใครโกงด้วยค่ะ หลักการจะมาก่อน มีแต่เปลี่ยนนายเพราะนายบางคนไม่ธรรมดา ก็ฟาดฟันกันไป ก็เห็นอยู่มาได้ อย่างที่บอกงานมันเยอะ แล้วก็ยาก และด้วยอายุงาน วัยวุฒิ พี่ต้องโต เพียงแต่พี่ไม่อยากโต ไม่อยากเปลี่ยน ก็แค่นั้น ชีวิตพี่ถ้าไม่ห่วงแม่ จะอยู่ที่ไหน อย่างไร ไม่กลัวหรอกค่ะ ไม่ใช่คุณหนู

ถามว่าอารมณ์ร้ายไหม นายน้อยก็สรุปแล้วว่าพี่ดื้อ แกไม่อยากเห็นพี่เอาอารมณ์มานำหน้าการใช้ชีวิตแบบนี้ บางครั้งเคยนะคะ จี๊ดเลย แบบอยากเอาแฟ้มโยนใส่หัวเลยแหละ คนที่โดนก็นายน้อยนี่แหละ แต่แกก็ยังใจเย็น และ เข้าใจ เราก็เลยอายและยอมด้วยรู้สึกผิด นายน้อยวิเคราะห์แล้วว่าเป็นเพราะพี่รับPressure เยอะไปทั้งเรื่องที่บ้าน+ที่ทำงานแกก็เลยทนฟัง แต่แกมั่นใจว่าดูคนไม่ผิด ก็เท่านั้น พี่ก็บ่นไปเรื่อย รู้สึกชักจะบ่นมากไปซะแล้ว ขอบคุณนะคะที่Take it serious พี่อยู่ได้ค่ะ เหมือนที่อยู่มา

กลับบ้านดีกว่า !!!


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 14 กรกฎาคม 2553 เวลา:0:03:44 น.  

 
พี่คงทำให้คุณตกตะลึง ในสองด้านของบุคคลิก นั่นแหละที่ไม่ค่อยมีใครเข้าใจและตามทัน สองวันนี้กลับเที่ยงคืนตลอด ไม่ได้ไปไหนหรอกค่ะ นั่งปั่นงานให้MDเธอ ดูซิเธอจะมีอะไรมาเล่น...ได้อีก ทุกข้อสงสัยโยนไม้กลับไปให้เธอแล้ว หมดหน้าที่พี่ ตานี้ก็เป็นตาเธอสะสางบ้าง นายน้อยบอกเสมอว่าทำงานในความรับผิดชอบของตัวให้ดี ไม่จำเป็นที่จะต้องไปแบกความรับผิดชอบอะไรของคนที่เหนือกว่าเรา เขานิ่งมาก สุภาพสุดๆ จนไม่น่าเชื่อว่าคนที่เด็กกว่าเราขนาดนี้จะเป็นแบบนี้ ก็คิดถึงค่ะ คิดถึงการพูดคุย แต่ไม่อยากนะที่จะเป็นฝ่ายวิ่งไล่ใคร

วันนี้ยังไม่เจอแม่ชีเทเรซ่าเลยค่ะ ที่ซ่าสุดก็มีแต่พี่นี่ล่ะค่ะ

แล้วอ่านหนังสือจบหรือยัง? เล่าให้ฟังหน่อยน่า......คนดี


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 14 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:16:32 น.  

 
มีอีกเรื่องที่พี่ว่าไม่เหมือน หมอของพี่ไม่เคยยื่นข้อเสนอ 3 ข้ออะไรประมาณนั้น หมอของพี่จะโทรมาฟังพี่บ่นทุกวัน เท่าที่เวลาจะอำนวย เวลาเราบอกว่าพี่ปากร้าย เฉือดเฉือนนะ แกจะหัวเราะ หึ..หึ ในลำคอ แล้วบอกว่า"วันนี้ชื่นใจจัง ได้ฟังอะไรแบบนี้บ้าง พี่ควรจะเอาคืน ไม่ใช่ปล่อยให้ใครทำอะไรก็ได้" ก็ซึ้งค่ะ อย่างน้อยมีคนที่Trustเราสุดๆ เชื่อในธรรมชาติด้านดีของเรา แม้เราจะ
วีนเก่งในบางครั้ง

แต่ว่าทำไมผู้จัดการสาวคนนั้นเธอรอตั้ง 16 ปี พี่ไม่รอนานขนาดนั้นหรอกค่ะ เห็นท่าไม่ดี จัดการซะก่อน เชื่อไม๊ตอนจะเลิกกัน อดีตสามีพี่ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ จนวันนี้เค้าก็ยังอยากกลับมา แต่มันจบแล้วค่ะ หนังสือเล่มนี้ เรารู้แล้วว่ามันสวยแค่ปก ไม่มีอะไรที่เป็นความซาบซึ้งตรึงใจ ไม่ควรเสียเวลาด้วยอีกต่อไป Life is too short to compromise ค่ะ

กลัวพี่ละซิ กลับล่ะนะคะ


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 14 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:48:52 น.  

 
เป็นอะไรไปคะ ? Shock หรือไง เลยเงียบไป
บางทีพี่คิดว่าตัวเองติดการพูดคุยผ่านตัวหนังสือนนะคะ มันก็ดีในแง่ความปลอดภัย เพราะเราคงไม่รู้จักตัวตนจริงๆของกันและกัน
มันเป็นแค่ตัวหนังสือ... จินตนาการ หรือ เรื่องจริง แบบ... สมจริง เอ้อ ... มันน่าคิดนะคะ !

พักนี้งานเร่งจนระเบิดลงบ่อยๆ มีความรู้สึกว่าการจะConcentrate กับงานตรงหน้ามันยากเหลือเกิน ทำงานให้ดี เร็ว และ ไม่พลาด พร้อมๆกับสอนงานเด็กๆไปด้วย เวลาของการทำงานมันดูดกลืนเวลาในชีวิตไปหมด นี่เป็นการใช้ชีวิตที่ถูกต้องหรือไม่ ?

ตกบ่ายแก่ๆ พี่เลยต้องแวบไปหากาแฟสดทาน วันนี้เดินเล่นจนMDโทรตาม เดินสักชั่วโมง กลับมาอีกทีลูกน้องกลับหมด ห้องจะเงียบมีแต่เพลงเป็นเพื่อน แล้วพี่ก็จะเริ่มงานอีกPartการวิเคราะห์ข้อมูล แล้วส่งนายทางMail พี่ไม่ชอบการต้องReportพูดคุย ไม่มีอะไรจะพูดแล้วค่ะ As she prefers - to be a machine ....

วันนี้หมอโทรมาเล่าถึงคนไข้คนหนึ่ง ผู้หญิงอายุประมาณ 46 ปี หัวใจเธอหยุดทำงาน เนื่องจากเลือดเป็นกรด เพราะเธอทานยามากไป No intention ไม่ใช่การฆ่าตัวตาย แต่อาจเพราะเธอมีความคิดแปลกๆ (ตามที่สามีเธอบอก) เธอทานยาแบบOverdosed รายการยาที่เธอใช้มันทำให้หัวใจหยุดเต้น ไปซะงั้น หัวใจเธอคงทั้งเหนื่อย ทั้งล้า นะคะ

คิดบ้างหรือไม่ ว่า ตัวตน และ อารมณ์พี่จะเป็นกราฟที่ขึ้นลงได้สูงต่ำ ขนาดนี้ มันก็แค่ไตรลักษณ์น่ะค่ะ วินาทีข้างหน้าพี่ก็เป็นอีกคน ...ก็แค่นั้น

พี่เองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณเป็นใคร ?


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 15 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:24:22 น.  

 
กลับล่ะนะคะ รีบอ่านหนังสือเข้านา.... ค่าปรับรายวันใช่ไหม ? แล้วมาเล่าให้พี่ฟังด้วยนะคะ

จะได้มีอะไรมาเถียงกัน


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 15 กรกฎาคม 2553 เวลา:23:12:55 น.  

 
ไม่ได้ช็อกอะไรหรอกครับ....เพียงแค่มั่นใจในสัญญาณอะไรบางอย่างที่ผมเริ่มรู้สึกมาในการเขียนตอบกัน, ในเรื่องราวที่พี่เล่ามาให้ฟัง และรู้สึกธรรมดามากครับกับคนทำงานในระดับสูงย่อมมีบุคลิกนี้บ้าง .ผมหลงลืมอะไรบางอย่างในการคุยกันผ่านตัวหนังสือ บางครั้งการเล่าให้ฟังเพียงเล่าเฉยๆ ไม่ได้ต้องการความเห็นใดๆ จริงไหมครับ....ผมก็หลงลืมไปอีกว่าพี่ทำงานมานานขนาดนี้ ยังอยู่ได้ ครั้งนี้ก็คงเหมือนที่ผ่านมา...กลับมาคุยกันในเรื่องเพลงและเรื่องหนังสือดีกว่า...อย่างอื่นผมไม่ถนัด

ผมเป็นใครเหรอครับ....ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าผมเป็นใครหรืออะไร ถ้าผมจะบอกว่าผมเป็นใคร ผมก็ควรจะเปิดเผยชื่อและหน้าตาในบล็อกไปแล้ว ผมที่นั่งเขียนบล็อกนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของตัวผมเท่านั้น ผมยังมีแง่มุมที่ไม่สวยงามและน่าเกลียดจนคิดว่าไม่เปิดเผยตัวเองดีกว่า ผมเชื่อว่าคงมีใครกล้าคุยกับผมบ้างแม้จะไม่รู้ว่าผมเป็นใคร และก็มีหลายคนที่คุยกับผมโดยไม่สนว่าผมเป็นใคร ผมไม่ได้มีอะไรน่าสนใจหรอกครับ เป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งที่ชอบฟังเพลงและอ่านหนังสือ แถมเป็นเพลงและหนังสือที่กลุ่มคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยอ่านไม่ค่อยฟังเท่านั้น


โดย: JazzLover วันที่: 15 กรกฎาคม 2553 เวลา:23:22:31 น.  

 
เฮ้อ....โล่งอก

แหมถ้าShockไปพี่ก็เหงาแย่ ไม่มีใครฟังพี่บ่น แล้วสัญญานอะไรที่ว่าน่ะมันอะไรคะ ? อ่านแล้วงง พี่มีปัญหาเรื่องการตีความเหมือนกัน บางที่ตีความแบบผสมความรู้สึกของตัวเองเข้าไป เรื่องเลยไม่จำกัดอยู่แค่Fact นั่นแหละเป็นสาเหตุของข้อความหลายวันก่อน คือ ความคิดปรุงแต่ง ก็อ่านแล้วหงุดหงิดเลยพาลปากร้าย หรืออาจจะเครียดก่อนเข้าประชุม เดี๋ยวนี้ก่อนเข้าประชุมจะรู้สึกเกร็งไม่รู้จะโดนรุมกินโต๊ะอีกเมื่อไร พอเสร็จประชุมก็หมดแรงและอยากพัก... พักยกชั่วคราวค่ะ

พี่ไม่ได้เก่งกาจเลิศเลออะไรหรอกค่ะ แค่พยายามทำให้ดีที่สุด อยู่มาได้เพราะสู้ ก็ชีวิตไม่มีทางเลือกนัก ไม่ได้คาบช้อนเงิน ช้อนทองมา และไม่มีหัวทางธุรกิจอะไร ชอบฝันซะมาก ก็เลยเป็นแบบนี้ ผีเข้า ผีออก

ส่วนคุณ อารมณ์ละเมียดซะขนาดนี้
หลายคนก็คงชอบคุยกับคุณ พี่ตามไปอ่านที่คุณPost ไว้ตามหน้าโน้น หน้านี้ ก็รู้สึกว่าเป็นคนอบอุ่น อ่อนโยน เท่านั้นก็เพียงพอแล้วค่ะสำหรับมิตรภาพ ถึงมันจะเป็นแค่ตัวหนังสือก็เถอะ ท่าทางคุณจะSensitiveมาก ถึงได้จับจุดเร็วว่าพี่ออกจะเผด็จการเล็กๆ ชอบเป็นตัวของตัวเอง ไม่ชอบให้ใครมาบอกว่าต้องทำ หรือ ไม่ทำอะไร อาจเป็นเพราะตั้งแต่เด็กจนปัจจุบัน โดนมารดาครอบงำมาก ก็เลยเก็บกด บางคนคบกับพี่มาตั้งนาน ยังไม่ทราบเลยว่าพี่จะหงุดหงิดกับพื้นที่หวงห้ามทางความคิด แล้วพี่ก็เอาแต่บ่นว่าเหงา คนรอบตัวคงสับสนพิลึก แต่ถ้าปล่อยๆพี่ไป พี่ก็จะค่อยๆทบทวนตัวเอง เมื่อพร้อมก็จะเปิดใจรับฟังและปฎิบัติตามแต่โดยดี แต่มีอยู่คนตอนนี้ที่ทำให้พี่ยอมรับ ก็นายน้อยไง แต่เค้าทำให้พี่รู้สึกกระอักกระอ่วนกับจังหวะ พี่จับจังหวะแกไม่ได้ ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เดี๋ยวโผล่มา เดี๋ยวเป็นนินจา หายไป

หมู่นี้กลับดึกทุกวัน ก่อนนอนก็ดื่มนม 1 แก้ว บังคับให้หลับ เช้า กลางวัน ก็บังคับให้ตื่นด้วยกาแฟ(สด) แทบไม่มีเวลาไปหา หนังสือ หรือ CD ใหม่ๆฟัง ตอนนี้อยากได้หนังสือจัดดอกไม้ของสกุล อินทุสกุลค่ะ เล่มที่จัดดอกไม้แบบ Neo Classic Thai จะเอามาเป็นแนวทางDecorate Ballroom เมนูใหมสำหรับงานเลี้ยงเราจะเป็นแนวอาหารไทยแบบชาววัง ตามIdea MD เธอ ถ้าจะหากำไรในยามเศรฐกิจแบบนี้คงต้องสร้าง Niche ให้ได้ มันไม่ใช่หน้าที่พี่หรอก แต่ลงเรือลำเดียวกันแล้ว อย่างไรเสีย เธอก็เป็นนาย อะไรช่วยได้ก็ต้องช่วยกัน

ดีใจค่ะ ที่เรายังเข้าใจกัน อย่างที่บอก มิตรภาพควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของ Trust & Respect

วันนี้กลับเร็วหน่อยค่ะ อยากไปนวดตัว ขมับเต้นตุ๊บๆเลยค่ะ


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 16 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:06:13 น.  

 
ท่าทางจะง่วนอยู่กับหนังสือ

เฮ้อ!...คิดถึงนายน้อยจัง อยู่ใกล้ๆก้ยังได้เห็นหน้าเศร้าๆ คิ้วผูกโบว์

หวัดดีล่ะค่ะ A bientot !


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 17 กรกฎาคม 2553 เวลา:19:28:06 น.  

 
อาทิตย์ที่ผ่านมายุ่งจัง เมื่อวานปิดเรื่องRenovation Coffee Shop เสร็จโดยรวดเร็ว(กว่าปรกติ) ตัวเลขสวยมากอย่างเหลือเชื่อ งบประมาณ 7 แสน พี่ปิดได้ที่ 3.7 แสน รายสูงสุด ล้านกว่าSpecification เดียวกันเลย ตานี้ก็เป็นขั้นตอนเอกสารซึ่งต้องปิดให้ทันเริ่มงาน 1 สิงหา ซึ่งไม่น่าทัน แต่หลายคนบอกว่าพี่จะทำได้ ดูเหมือนMD เธอชมว่าWell Done ก็ดีใจค่ะ

งานแสนยุ่งถ้ากำลังใจดีๆ พี่จะไม่ต้องเสียเวลามากขนาดนี้ อาทิตย์ก่อนเบื่อมาก อู้ไปเดินเล่นแทบทุกบ่าย ซัก 2 ชม. พอกลับมาOffice ลูกน้องก็กลับหมด พี่ถึงจะเริ่มงานอื่น

นี่ลูกน้องใหม่ยังไม่พ้นPro ขอลาออก ไปเรียนต่อ แต่ส่วนหนึ่งเธอประเมินตัวเองว่าเธอเครียด เธอบ่นว่า ทำงานแล้วเธอเสียSelfมาก
จะให้ทำอย่างไร งานการเงิน และ ตัวเลขแบบนี้ ความแม่นยำเป็นเรื่องสำคัญ แต่ทุกอย่างต้องเริ่มจากความรักในงานซะก่อน น่าเสียดาย เธอเป็นเด็กน่ารัก จบธรรมศาสตร์ซะด้วย ต้องเริ่มหาลูกน้องอีกแล้ว ขาดตั้ง 4 คน ถ้างานลงตัวอาจจะเริ่มเรียนวาดรูปซะที น่าจะเป็นการบำบัดอย่างหนึ่ง แต่จะเอาเวลาที่ไหน ก็ยังไม่แน่ใจเลย....

วันก่อนเดินดูของไปมาเจอหนังสือเล่มหนึ่ง ชอบมากค่ะ คุณคงชอบแนวนี้เหมือนกัน ชื่อ"อัตตสิกขา - ศาสตร์แห่งการรู้จักตัวเอง" เป็นหนังสือซึ่งเรียบเรียงจากเรื่อง Beyond the Super Concious ของ Avadhutika Anandarmitra Acarya อันที่จริงเป็นแนวจิตวิเคราะห์ ผสมผสานกับศาสตร์ของโลกตะวันออก เช่น โยคะ สมาธิ เขียนกระชับ อ่านง่าย และ เป็นเรื่องที่พี่ชอบมาตั้งแต่เด็ก สมัยเรียนจะเรียนจิตวิทยาได้เกรดเอค่ะ แต่ทางปฏิบัติสอบตก เพราะพี่เป็นคนที่อัตตาสูงปรี๊ด ว่าจะตามหาหนังสือชุดนี้ทั้งหมดมาอ่าน น่าจะใช่คำตอบของความไม่สบายใจต่างๆนะคะ แต่อาจจะตามยากเพราะเก่าอยู่เหมือนกัน

นายน้อย หายเงียบไป เค้าเป็นความงุนงงเสมอมา แต่เมื่อคืนตีสอง ส่งmail มาจาก iphone แสดงว่าไม่ได้อยู่เมืองไทย แต่ไม่ไหว ถ้าเป็นแบบนี้ ดิฉันคงรับไม่ได้ เธอจะมาทำตัวผีเข้า ผีออก แบบนี้ เดี๋ยวจะโดนดี ก็ดิฉันไม่ใช่ท้องสนามหลวงนะคะ เดินเข้า เดินออกตามอำเภอใจ และ พี่เองอยู่ของพี่มาดีๆ ก็มาทำให้เป๋... พูดมาชัดๆ จะมางอนกันแบบไร้สาระ รับไม่ได้ค่ะ เท่าที่เดาก็น่าจะเป็นเรื่องที่พี่หนีกลับตอนงานศพคุณแม่ท่านทูต แต่ทุกการกระทำมีคำอธิบายเสมอ งานพี่ยุ่ง แล้วก็เครียด ไม่มีพื้นที่สมองพอสำหรับความเจ้าอารมณ์ของคนเลยจริงๆ

ยังไม่เฉลยคำตอบเลยนะคะ ทวงสัญญา ไม่ใช่สัญญานอะไร ที่สงสัย


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 24 กรกฎาคม 2553 เวลา:10:17:59 น.  

 
ปล่อยวางและยอมจำนน......การปล่อยวางนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อเราได้เข้าใจสิ่งนั้นตามความเป็นจริงและได้กระทำเหตุไปตามปัจจัย คือมีการทำถึงซึ่งเหตุให้พร้อมแล้ว ส่วนผลจะตามมาเป็นเช่นไรก็ย่อมมีปัจจัยอย่างอื่นมาเกี่ยวข้องได้ด้วย จริงๆสิ่งหนึ่งที่ผมได้รู้ถึงการปล่อยวางคือ ในความปล่อยวางนั้น ไม่ได้เป็นสภาวะแห่งการไร้พลัง กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง,ความเคลื่อนไหวและความมีชีวิตชีวา สำหรับการยอมจำนนนั้น ในมุมมองของผมนั้น เห็นว่าเป็นการยอมรับโดยจำยอม ไม่ได้มีเห็นความเป็นไปหรือเข้าใจในความจริงนั้นๆ อีกทั้งยังไม่มีการทำเหตุที่สมควรกับผล ที่ผมรู้สึกได้คือ การยอมจำนนนั้นเป็นสภาวะที่ไร้พลัง ไร้ชีวิตชีวา เป็นความสงบนิ่งที่ตายซาก ต่างจากการปล่อยวางที่เป็นความสงบนิ่งที่เต็มเปี่ยมด้วยพลัง

เป็นมุมมองของผมเท่านั้น สำหรับการมองที่ต่างจากนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะถูกหรือผิด หรือมุมมองของผมก็อาจบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ก็ได้เช่นกัน.....

ช่วงนี้ไม่สบายครับ อาจไม่ได้เข้ามาตอบอะไรบ่อยนะ สมองมันเบลอๆจากไข้หวัด.ยินดีด้วยครับที่หลายอย่างกำลังจะผ่านไปได้ด้วยดี


โดย: JazzLover วันที่: 24 กรกฎาคม 2553 เวลา:11:33:03 น.  

 
เชื่อไม๊คะ ? จนป่านนี้พี่เองแทบไม่ได้สนใจว่าความรู้สึกต่างๆที่เกิดขึ้น ควรจะเกิดขึ้น หรือ เป็นไปอย่างไรด้วยซ้ำ ก็แค่ว่า รับรู้ ซึมซับ ปล่อยให้เป็นไปตามความรู้สึกอย่างแท้จริง ว่าไปก็เหมือนสายน้ำ นั่นละค่ะ เรื่อยเนือย เฉื่อยฉิว บ้าคลั่งในบางครั้ง....เป็นพวกอยู่ในความคิดตัวเองซะมาก กว่าจะอยู่กับความจริง ถึงต้องอ่านหนังสือพวกนั้นไงคะ ก็ใครจะบอก จะบ่น พันทิพาก็ไม่สน

อย่างที่บอก โชคดีมังคะ ต้องทำงานที่ต้องรับผิดชอบขนาดนี้ได้ยังไงก็ไม่รู้นะคะ ให้มีวินัย 90 องศาเป๊ะ นี่คงตาย... ตายแน่ๆ

จริงๆต้องทำงานให้เสร็จ ยังไม่ได้ไปถึงไหนเลยค่ะ ไม่มีสมาธิเลย อยู่กับความเงียบคนเดียวนี่ก็ชักเหงาเหมืนกัน

ไปหาหมอ หรือยังคะ ? ข่าวว่ามีไข้หวัดตัวใหม่ระบาดทางเหนือ ติดต่อทางระบบปรับอากาศซะด้วย น่ากลัวเหมือนกัน แต่พี่อยากเป็นน่ะนะ ใช้เวลาสั้นดี 2 อาทิตย์ก็จบ

หายเร็วๆนะคะ จะได้มาคุยกันต่อ


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 24 กรกฎาคม 2553 เวลา:13:43:13 น.  

 
ค่อยยังชั่วรึยังคะ ?
พี่เองก็ได้โรคใหม่ ไมเกรน ค่ะ มาพร้อมกับTextยาวๆของนายน้อยให้Focus กับงานอย่าว่อกแว่ก แกไม่ต้องการบ่นพี่เหมือนครูดุนักเรียนที่ไม่ยอมทำการบ้าน แกว่าพี่ควรจะเป็นผู้ใหญ่ได้ซักที อะไรจะขนาดนั้นพ่อคู๊น อิฮั้นแก่กว่าเธอหลายปีเชียวนา

แต่ก็น้อมรับค่ะ มันเป็นFactที่มาจากความปรารถนาดี เค้าเขียนได้สุภาพมากเลย นิ่งๆ นิ่มๆ แต่แน่วแน่ตามStyleแก เราก็ควรปฎิบัติตามซะโดยดี....นะคะ

เมื่อวานเพื่อนที่จบจุฬามารับที่บ้านไปทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ทำจากเนื้อวากิวกัน ก็อร่อยดี เนื้อนุ่มมาก แต่วากิวจริงไม๊ไม่รู้ ( ถึงจะต้องซื้อมาใช้ในงานก็เถอะ) มันแพงมากเลย แต่อยากรู้ว่เค้าทำอย่างไร
แล้วอร่อยไม๊ จะได้ให้ที่นี่ลองSet Menu ตัวนี้บ้าง น่าจะทำรายได้ดี ผู้ชายโดยมากชอบทานเนื้อ และ นักกอล์ฟโดยมากชอบทานอะไรง่ายๆ เร็วๆ

เพื่อนมันก็วิจารณ์พี่ว่า " แกไม่รู้ตัวเลยเหรอว่า แกนี่Egoสูงมาก อะไรที่แกว่าไม่ใช่ แกก็จะไม่ยอมเปลี่ยนเลยเพื่อใคร " แหมไม่รู้ฟังแล้วควรจะดีใจ หรือ เสียใจดีนะคะ

พี่ละเลียดอ่านหนังสือเล่มที่ว่าแล้วพี่ว่าคุณคงชอบเหมือนกัน ถึงตอนจิตเหนือสำนึกขั้นที่สอง : การมองเห็นความจริงของชีวิต และ การไม่ติดยึด ทั้งนี้เป้าหมายในการพัฒนาชีวิตของเราคือ การฝึกฝนทั้งด้านร่างกาย และ จิตใจ เพื่อที่เราจะได้เป็นนายของตัวเราเอง เราไม่ต้องการที่จะใช้อำนาจจิตของเราไปเปลี่ยนแปลงหรือครอบงำใคร และเราก็ไม่ต้องการให้ใครมาใช้อำนาจจิตมาเปลี่ยนแปลงหรือครอบงำจิตใจของเรา ซึ่ง วิธีการพัฒนาร่างกายจิตใจด้วยตัวของเรานี้เป็นวิธีเดียวเท่านั้นที่จะทำให้เรามีชีวิตอย่างมีอิสระเสรี และ มีความสุข

ก็ ... อืม มีหลายหัวข้อที่เป็นคำตอบของคำถามค้างคาอยู่ในใจ อ่านไปคิดไป ระหว่างหน้าหนังสือ กับ ชีวิตจริง .... แต่ชีวิตที่จะต้องเวียนวนอยู่กับผู้คนหลากหลายนี่ซิคะ... ที่ยาก

วันนี้คงมาMoodแปลกๆ คงเป็นฤทธิ์ยาแก้ไมเกรน คิดบ้างไม๊ว่าพี่จะเป็นแบบนี้

ตอบมานะคะ ก่อนกลับบ้านจะเปิดอ่าน


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 26 กรกฎาคม 2553 เวลา:11:37:55 น.  

 
วันนี้ค่อยยังชั่วแล้วครับ เป็นอาการไข้หวัดธรรมดานี่เองครับ ขอบคุณในความห่วงใย สำหรับไมเกรนของพี่เป็นยังไงบ้างล่ะครับ คาดว่าคงทุเลาไปแล้วน่ะครับ

หนังสือหลายเล่มที่ผมอ่านนั้น บางเล่มเขาว่ากันว่าดีบ้าง ยอดขายอันดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถเข้าจริงความจริงในหนังสือได้ เหมือนไม่ตรงกับชีวิตเราหรือตรงกับปัญหาของเรา ก็ได้เพียงผ่านตาแต่ไม่ผ่านลงไปถึงหัวใจ....ไม่ซาบซึ้ง ผมเชื่อว่ามนุษย์แต่ละคนมีความเป็นปัจเจกพร้อมกับมีความเหมือนละม้ายคล้ายกันด้วย...ก็ยินดีด้วยครับที่หนังสือเล่มที่เลือกได้ให้คำตอบที่ต้องการหา ไม่รู้ว่าพอจะมีอะไรแบ่งเป็นวิทยาทานให้ผมบ้าง


โดย: JazzLover วันที่: 26 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:17:14 น.  

 
ทานยาไป 2 เม็ด แล้วก็ไปให้เค้านวดมาก็เลยค่อยยังชั่วค่ะ พอเค้าสัมผัสตัวพี่เค้าก็พบว่ากล้ามเนื้อ และ เส้นสายมันตึงมาก มันคงเครียดจนถึงสภาวะที่เราไม่รู้ตัวแล้ว น่าจะเป็นSubconcious Mindไปแล้ว ก็แก้กันไปตามอาการ

วันนี้เป็นวันหยุด แต่นัดผู้รับเหมาเข้ามาClear งาน บ่ายๆไป Bank แล้วเลยแวบเข้าร้านหนังสือได้มาอีก 2 เล่มค่ะ
1. "หนังสือปลุกพลังชีวิต" เล่มนี้เป็นหนังสือแปล เป็นGuigeline ไว้สำหรับตามหาหนังสือเล่มอื่นๆ ผู้เขียนสรุปงานเขียนของนักเขียนแนวSpiritual ไว้หลายสิบท่าน พร้อมทั้งเล่าคร่าวๆถึงแนวคิดของเค้าเองที่ได้จากการอ่านหนังสือ ของแต่ละท่าน หลายเล่มของหลายท่านพี่ก็ชอบ เช่น Eckhart Tolle , Deepak Chopra แต่เวลาอ่านแล้วพี่จะรู้สึกว่าเค้านำเอาแค่บางส่วนเรื่องเล็กๆมาขยายความซะเป็นคุ้งเป็นแคว เช่น The Power of Now ก็พุดถึงเรื่องสติ และ สมาธิจิต ในแบบฝรั่ง แต่อย่างน้อยเราก็จะเลือกซื้อ เลือกติดตามได้ง่ายขึ้นนะคะ
2. "ง่ายๆสไตน์เซน" เป็นหนังสือแปล ที่ไม่เซนจ๋าเกินไป(อะไรที่มากไปพี่ก็Antiตามประสาคนดื้อน่ะค่ะ) อ่านปกหลังก็โดนแล้วค่ะ ...สุนัขของฉันไม่กังวลเรื่องความหมายของชีวิต มันอาจกังวลถ้าไม่ได้กินอาหารเช้า แต่จะไม่นั่งจับเจ่าเป็นกังวลว่ามันจะบรรลุ หลุดพ้น หรือรู้แจ้งหรือไม่ ตราบใดที่ได้กินอาหาร และ ได้ความรัก ความเอาใจใส่อีกเล็กน้อย มันก็มีความสุขแล้ว แต่มนุษย์ไม่เหมือนสุนัข เรามีจิตที่คำนึงถึงแต่ตัวเองทำให้เราต้องพบปัญหาสารพัน หากเราไม่พยายามทำความเข้าใจว่าความคิดของเราผิดพลาด สติซึ่งเป็นพรอันยิ่งใหญ่ที่สุดของเราก็อาจกลายเป็นหายนะสำหรับเราได้เช่นกัน..... ที่ว่าโดนเพราะนายน้อยกำลังติวเข้มพี่ ให้ใช้สติFocus กับงานตรงหน้า ให้ปรับกระบวนการทำงานให้เป็นระบบ ระเบียบมากขึ้น จะได้ไม่ต้องโวยวายให้ใครช่วยเหลือ หรือ คอยเป็นห่วง ว่าแล้วแกก็สั่งให้ทำตาม ไม่รับโทรศัพท์ ไม่ห่วงใย etc ว่างๆแล้วจะมาพาไปทานข้าว เฮ้อ...พันทิพาไม่เข้าใจ ไม่แน่ใจว่าคืออะไร แต่สับสนค่ะ มันอะไรกันนี่ ช้านไม่เคยคิดอะไรกับเธอเลยในตอนแรก เพราะเธอออกจะเลิศเลอPerfect แล้วอยู่ๆก็เข้ามาAnalizeชีวิตซะกระจุย แถมไอ้ที่พูดมาน่ะโดนซะด้วย แล้วมาปิดประตูห้องตะโกนใส่หน้าว่ารัก มันอะไรกัน โทรศัพท์คุยกับหมอก็คอยฟัง แถมบอกให้ไปหาเด็กมาเลี้ยง ชอบแบบไหนก็ไปชี้ๆเอา เอาซัก 3 ขวบจะได้ไม่เหนื่อยตอนเลี้ยง พี่แกแปลกเอามากๆๆๆๆ

สมควรไม๊ล่ะคะที่พี่จะปวดหัวกับแก
ช่างเถอะ...ถ้าวันหนึ่งเราไม่เข้าใจกัน มันก็ไม่ใช่ นะคะ
เค้าเป็นความแปลก แปลกจริงๆ อาจมาในช่วงที่ใช่ แต่ไม่ใช่คนที่ใช่ อาจเพราะพี่ต้องการไปจากหมอให้ได้ ก็มีเค้านี่แหละ ฉลาดพอกัน นึกถึงวันที่นั่งคุยกันตั้งแต่บ่าย 2 จน 4 ทุ่ม จะเป็นอย่างนี้อาทิตย์ละครั้ง เราจะประชุมกันซัก 2 ชม. พอคนอื่นแยกย้ายไปเราก็คุยกันต่อ ก็รู้สึกโหยหาเวลาแบบนั้นน่ะค่ะ

หนังสือ 2 เล่มนั้นคงพอหาซื้อได้ แต่พี่ว่าเล่มก่อนนี้ซิของจริง เป็นเรื่องของพวกนีโอฮิวแมนนิส ซึ่งคนที่ก่อตั้งจิตวิทยาแนวนี้คือ Abraham Maslow แล้วพี่จะหาเผื่อนะคะ อาจจะตามไปที่โรงพิมพ์ดู พี่ว่าการถ่ายทอดอาจจะไม่ดีเท่าอ่านแล้วคิดเอง หนังสือดีๆที่ทำให้รู้จักแนวคิดแบบนี้ จะช่วยเปลี่ยนชีวิตเรา พี่Respectในความเป็นปัจเจกเสมอ น่าแปลกที่ในสังคมที่พี่อยู่ตั้งแต่ในครอบครัวพี่เอง อดีตสามี หรือแม้แต่เพื่อนๆทั้งเพื่อนสมัยเรียน และ เพื่อนร่วมงานน้อยคนนักที่จะระวังกับSpaceตรงนี้

ไม่เว้นแม้แต่นายน้อย


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 27 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:37:42 น.  

 
รู้สึกอาการจะแย่ สะกดตัวหนังสือผิดหลายคำ ดูซิคะผิดตรงไหน ?
หมอเพิ่งกลับจากภูเก็ตซื้อเมธีรสวาซาบิมาฝาก ของโปรดน่ะค่ะ พอเล่าถึงว่าโดนนายน้อยติวเข้ม พี่แกก็วางสายเลย บอกโดนตามตัวด่วน แกโดนตามตัวทุกครั้งเวลาที่เอ่ยถึงนายน้อย มีคนบอกพี่อย่าพูดถึงผู้ชายอีกคน ให้อีกคนฟัง มันจะอะไรกันคะ!!!!!!

ก็มันความจริง No Hidden Agenda จริงๆ พี่คงจะเป็นไมเกรนทั้งชีวิตแน่เลยค่ะ


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 27 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:48:01 น.  

 
Subconcious= Subconscious
Guigeline=Guideline
พุด=พูด
ง่ายๆสไตน์เซน=ง่ายๆสไตล์เซน
Analize=analyze

ผมหาเจอเท่านี้ครับ...ที่เขียนเป็นศัพท์วัยรุ่นถือว่าไม่นับแล้วกัน
เรื่องวุ่นๆของคนหัวใจว่าง...ขอฟังอย่างเดียวครับ ผมแอบยิ้มคนเดียวแล้วกันครับ....เรื่องหนังสืออ่านตอนนี้ขอพักสักหน่อยก่อนครับ รู้สึกเพลียยังไงไม่รู้ครับ


โดย: JazzLover วันที่: 27 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:23:23 น.  

 
อ้าว...Analize สะกดผิดมาทั้งชีวิตเลยนะคะเนี่ย สงสัยต้องกลับไปเรียน A B C ....Z ใหม่ดีกว่า ปรกติเป็นแต่ ก ข ค(ก้างขวางคอ ชาวบ้าน)

เสร็จReport 2 เรื่องเอง เรื่องปรับปรุงCoffee Shop ต้องลักไก่อีกแล้วค่ะ งานเร่ง อีกเรื่องบัญชีให้แก้เอกสารอยู่นั่นแล้ว เล็กๆน้อยๆ คงอยากเห็นดิฉันกรี๊ด ยังนึกว่าต้องไปทำชาติหน้าซะอีก !!!

2 เรื่อง เกือบล้าน ประหยัดเงินบริษัทได้ 4.6 แสน จาก Budget 1.25 ล้าน Well Done (ชมตัวเองค่ะ) ไม่เข้าใจชีวิตตัวเองเลยค่ะ ทำอะไรกับเงินชาวบ้านอยู่

หลับฝันดี พักผ่อนมากๆนะคะ จะได้หายเร็วๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาย่อยบางส่วนให้ฟังนะคะ


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 27 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:31:45 น.  

 
วันนี้ยุ่งทั้งวัน และ ก็เพลียจัง พอหยุดงานปุ๊ปเหมือนหมดแรงซะงั้น

เช้านี้แม่งอแงมาก กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง สาวใช้เอามือถือที่ซื้อให้แม่ไปยกให้ลูกสาวเค้า แล้วถึงมาบอก ช่างมักง่ายซะจริงๆ

ถัดมาพี่ก็ลืมกุญแจรถไว้ในรถStartเครื่องไว้ซะด้วย แล้วLockรถจากด้านใน ถือแต่กระเป๋าสตางค์เล็ก กับโทรศัพท์เดินเข้าไปสั่งกาแฟ ดีว่าบ้านอยู่ไม่ไกลก็เลยนั่งมอเตอร์ไซค์ไปเอากุญแจสำรองมา

พอมาทำงานก็เร่งงานเพื่อขออนุมัติให้ทันเริ่มงานวันที่1 ซึ่งไม่น่าทัน รู้สึกเหมือนโดนแกล้งเลยค่ะ เค้าออกหนังสือเวียนโดยที่ไม่รู้เลยหรือว่ามันแทบเป็นไปไม่ได้ แต่ก็จะทำให้ได้ค่ะ ไก่คงหมดเล้าแน่ๆ

กลางวันก็ต้องออกไปซื้อของด่วน เอาลูกน้องไปทานข้าวด้วย ซื้อของไปด้วย แต่กับข้าวอร่อยมากๆก็เลยซื้อส่งไปให้หมอที่รพ. แกไม่ค่อยมีเวลาสรรหาอะไรอร่อยๆหรอกค่ะ

บ่ายกลับมาทำPaper ซื้อเครื่องจักรให้ที่หนองคาย แล้วก็เดินตรวจรับงานก่อสร้าง กับคณะทำงาน ผู้ชายล้วนทั้ง 6 คน

เกือบเย็นท้องเสีย ปรากฎว่าถ่ายออกมาเป็นเลือด เลือดสดๆน่ะค่ะ คงต้องเข้ารพ.ตรวจเร็วๆนี้ แต่อาการแบบนี้น่าจะเป็นริดสีดวงมากกว่า CA เพราะสีแดงสด แต่ก็ประมาทไม่ได้เพราะแม่ก็เป็นCAที่ลำไส้ใหญ่ ยายก็เสียเพราะ Liver CA ตั้งแต่ 50 กว่าๆเอง เราอาจจะJackpot ได้พันธุกรรมมาด้วย

พอเห็นแล้วก็หดหู่นะคะ กลัวไม๊ ปรกติตัวเองไม่กลัวตายอยู่แล้ว ซึ่งนับว่าแปลกมาก แต่รู้สึกเวลามันสั้นลงเรื่อยๆ แล้วที่ผ่านมาเราทำอย่างไร กับชีวิตตัวเองบ้าง ทำงาน แล้ว ก็งาน ทำเหมือนให้ลืมความเหงาในใจ หรือ ทำเพราะมันเป็นความรับผิดชอบ ต้องกัดฟันเดินต่อไป ลูกน้องดิฉันแสนสบาย เมื่อเธอทำใจว่าจะไปนอกเธอก็นั่งเปิดWeb ทำผม แล้วก็นอนพังพาบกับโต๊ะ ปล่อยเพื่อนอีกคน กับ นายหัวฟู

ก็ไม่รู้จะบ่นทำไม มันเป็นความหยาบ ละเอียดของจิตใจ มันสอนกันไม่ได้ค่ะ

เมื่อคืนอ่านเรื่องง่ายๆสไตล์เซน พลิกไปเจอเรื่องการปล่อยวาง และ การไม่ยึดติด ดีค่ะ.......ที่ว่า....... คำถามไม่ได้อยู่ที่เราจะกำจัดสิ่งที่เรายึดติดหรือจะปล่อยวางมันอย่างไร แต่คือปัญญาในการมองให้เห็นธรรมชาติที่แท้ของการยึดติดว่าไม่คงทนถาวร เปลี่ยนแปร และ ว่างเปล่า เราจึงไม่ต้องกำจัดอะไรเลย สิ่งที่ยากที่สุดเลวร้ายที่สุดคือการยึดติดกับสิ่งที่เราคิดว่าเป็นความจริงทาง"จิตวิญญาน" เป็นการกระทำที่เป็นอุปสรรคขัดขวางชีวิตทางจิตวิญญาน ถ้าเรายึดติดกับสิ่งใด เราก็ไม่อาจมีอิสระหรือมีเมตตาอย่างแท้จริงได้......

ไงคะ ตอบคำถามเรื่องการปล่อยวางได้อีกข้อหนึ่ง เมื่อคืนอ่านช่วงนี้แล้วก็หลับไปกับหนังสือ วันใหม่ถึงบทเรียนมันจะสาหัส ก็ไม่ได้ทำให้ทุรนทุรายอะไร แค่เพลีย หมอก็โทรมาอธิบายเรื่องเลือดออกซะละเอียดยิบ แต่ก็ให้ไปตรวจ หมอลืมไปหรือจ๊ะว่าความตายสำหรับพี่ไม่น่ากลัวเลย ที่กลัวคือ การไม่ได้พบเจอคนที่รักต่างหาก การไม่ได้พุดคุย ไม่ได้ปลอบโยนกัน ไม่เหลือแม้แต่ความอาลัย เท่านี้ที่พี่กลัว... เท่านี้จริงๆ


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 28 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:07:48 น.  

 
วันนี้เริ่มวัน อย่างเหนื่อยมาก ตื่นตั้งแต่ตี 4
คงเป็นความกังวลเหมือนเช่นเคย ไม่ชินสักที....แรกทีเดียวโทรมาลางานแล้ว แต่งานคงค้างอยู่ ถ้าหยุดก็จะค้างไปอีก โทรFollow Upงานกับเลขาแผนกอื่น เลยทำให้อารมณ์เสียกับความมักง่ายของผู้ร่วมงาน มันทำให้คิดถึงนายน้อยมาก อดโทรหาแกไม่ได้ ครั้งแรกแกไม่ทันได้รับสาย อีกครั้งแกรับ คำแรกที่ถามคือ ร้องไห้อีกแล้ว? ไม่ต้องเอ่ยอะไรมากเลยสำหรับแก ผู้ชายคนนี้จะเข้าถึงส่วนลึกของจิตใจเสมอ ก็เล่าแต่เรื่องงานค่ะ ไม่ได้เอ่ยเรื่องอื่น แค่นี้แกก็Lectureยาวแล้ว ดุเหมือนเคย แทนตัวพี่ว่าหนูทุกคำ ตลกจังเด็กน้อย....อ่อนกว่าพี่ตั้งเยอะ
สรุป ก็คือเข้ามาทำงาน แบบ เหนื่อยๆพอทานยาแก้ไมเกรน สมองมันก็มึนงงมาก ... สมองอันล้ำค่าซึ่งต้องใช้ทำมาหารับประทาน

เกรงใจคุณเหมือนกัน พี่มาบ่นอะไรนักก็ไม่รู้ แต่มันชินซะแล้ว แต่เด็กมาก็ไม่ใช่คนที่ชอบเขีบยDiaryนะคะ เป็นคนชอบบ่นมากกว่า แต่พอโตขึ้น แม่ไม่อยู่ในภาวะจะรับฟังปัญหาของเราได้แล้ว แม่ควรจะเห็นแต่ภาพลูกยิ้ม หัวเราะสนุกวนานมากกว่า แม่จะได้สบายใจ หมอเองถึงจะห่วงมาก ที่พี่มั่นใจเพราะโทรมาทุกวัน วันละหลายครั้ง แต่หมอก็เลือกทางเดินของหมอแล้ว หมอควรทุ่มเทความรักให้ภรรยา และ ลูกที่จะเกิดมามากกว่า นายน้อยก็ห่างเหลือเกิน บางทีพอถอยห่างไป แกคงทบทวนว่าเราไม่ใช่ แบบของแกมังคะ

วันนี้กลับเร็วนะคะ คุณคงหายป่วยแล้ว


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 29 กรกฎาคม 2553 เวลา:18:42:04 น.  

 
เหนื่อยจังค่ะ ทำไมทำงานไม่ทันซักที หายป่วยแล้วนะคะ คุยอะไรๆให้พี่ฟังบ้างซิคะ อะไรก็ได้ ตัวพี่เองอยากเป็นฝ่ายฟังบ้างแล้วค่ะ

จะหยุดพูดเรื่องเก่าๆ คนเก่าๆ ซะที


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 2 สิงหาคม 2553 เวลา:21:37:57 น.  

 
ช่วงนี้พี่คงยุ่งน่าดูเพราะเห็นเล่าให้ฟังว่างานเยอะ เจ้านายกับหัวหน้าก็ดูท่าจะเป็นใจเท่าไหร่(..ไม่ใช่นายน้อยนะครับ) ผมเชื่อว่า..แล้วทุกอย่างก็จะผ่านไปอย่างที่มันควรจะเป็น เป็นไปตามเหตุและปัจจัย.สำหรับตัวผมเองในเวลาที่ผ่านมา ผมผ่อนปรนกับเงื่อนไขชีวิตบางข้อด้วยการไม่ระมัดระวังการทานอาหาร และการหาข้ออ้างในการไม่ไปออกกำลังด้วยเหตุว่าฝนตกบ้าง งานที่บ้านยังค้าง กว่าสองเดือนที่ผมหาเหตุผลอ้างได้สาระพัด ผลที่ตามมาหรือครับ น้ำหนักพรวดขึ้นมาสัก6-7 กก.กับร่างกายที่ดูไม่สดชื่นเหมือนยามที่ควบคุมการทานอาหารและออกกำลังสม่ำเสมอ ในช่วงก่อนหน้านั้น ผมก็มีเหตุผลให้กับตัวเองทุกครั้งที่คุมอาหารและชักชวนตัวเองไปวิ่งไปเล่นกีฬา และถัดจากนั้นด้วยความขี้เกียจกับข้ออ้างสาระพัดที่ค่อยๆแทรกซึมมาในชีวิตจนคุ้นเคยกับข้ออ้างและความขี้เกียจ ผมจึงเดินมาถึงจุดที่ทำไมกางเกงดูคับๆจัง ทำไมแค่เดินขึ้นบันได้สามชั้นมันถึงหอบ ....พี่เห็นไหมครับว่าคนเราทำร้ายตัวเองและชีวิตเรายังไง ด้วยยาพิษที่เคลือบด้วยความหวานอร่อย การจะฝืนตัวองในขณะที่เริ่มติดความสบายก็ไม่ได้ง่ายเลยจริงๆ ถ้าขาดซึ่งความจริงใจและความมุ่งมั่น จริงไหมครับ


โดย: JazzLover วันที่: 4 สิงหาคม 2553 เวลา:10:29:05 น.  

 
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ เราไม่ว่ากันเนอะ อะไรที่ทำแล้วมีความสุข เราไม่ห้ามกันนะ แต่มันสุขใจกับกางเกงคับๆไหมคะ ? พี่เองเปลี่ยนกระโปรงไปหลายSizeแล้ว ก็ยังชอบCake ชอบกาแฟ ชอบขนมหวาน ชอบผลไม้ อูย..อีกสารพัดชอบ ทำไงได้ล่ะคะ หมอพี่เองก็น้ำหนักขึ้นเยอะ พักนี้แกไม่ได้วิ่งJocking Track เพราะตั้งแต่แต่งงานคงต้องConcentrate กับเรื่องอื่น แต่พี่ชอบยั่วยวนส่งขนม,อาหารไป พี่ว่าชีวิตถ้ามันตึงเกินไป มันก็เฉาแย่นะคะ ไม่ตามใจตัวเองแล้วใครจะตามใจล่ะคะ ก็เค้าทิ้งไปหมดแล้วนี่

นายน้อยก็หายไป แต่รู้นะว่าแอบชมเรา ha..ha พวกEngineerจากHead Officeเล่าให้ฟังเรื่องที่นายน้อยพูดถึงที่พี่ปิดงาน 7 แสน ที่ 3.7 แสน แล้วก็ลักไก่เรียบร้อย แต่วันนี้ CEO เซ็นต์อนุมัติมาแล้ว ก็วันนี้มีพวกEngineer 4 คน มาช่วยทำเรื่องChiller งบประมาณ 17 ล้าน ทำได้ที่ 10 ล้านกว่าๆ พี่ไม่ได้ทำหรอกฝีมือนายน้อนShootไปให้พวกEng.ทำ ถ้าพี่ทำปีหน้า บ่ายๆ ถึงจะเสร็จ ประชุมเสร็จ เลี้ยงข้าวพวกน้องๆ พี่ก็กลับมาทำเรื่องเครื่องจักรสนามกอล์ฟต่อ งบ 15 ล้าน ปิดที่ 11 กว่าๆ แต่ยังไม่เรียบร้อยค่ะ

เป็นไงคะชีวิตพี่ ปีนี้ทุกคนแซวว่าพี่อ้วน อ้วนอยู่คนเดียว เป็นคนอื่นก็คงอ้วนกับCommission นะคะ แต่ไม่ใช่พี่ ... คุณจะเชื่อหรือเปล่าว่ายังมีคนโง่ๆแบบพี่เหลืออยู่

ช่วงนี้อ่านหนังสือของCharlotte Joko Beck เรื่องที่ว่าเกี่ยวกับZenน่ะค่ะ เรียบง่ายดี อ่านแล้วก็ชอบ ทำให้ทำใจกับอะไรต่ออะไรได้เยอะเชียว งานยุ่งแบบNon Stopจริงๆ ยังอยู่ที่Officeเลยค่ะ แต่มันก็เพลินใจดีค่ะ บางครั้งเวลาเราจมอยู่กับสมาธิจิตแบบนี้ ไม่ต้องรู้สึกเหงา ก็OKนะคะ

ก่อนนั้น ตอนที่พี่ขึ้นบันไดแล้วเหนื่อย พี่ก็เริ่มทาน Co Enzine Q10 ของBlackmore ค่ะ เปิด Webดูเค้าบอกเหมือนการล้างPlugในเส้นเลือดเรา ทานซัก 2 ขวด ประมาณ 4 เดือนแล้วหยุด ก็ดีขึ้น ค่ะ ภายหลังคนก็เอาตัวนี้มาเล่นว่าทำให้ผิวสวย คงสวยหรอกค่ะ ถ้าเลือดสูบฉีดดี แต่ถ้าไปเล่าให้หมอฟัง ก็คงนึกว่ายายนี่พิเรนทร์ แต่พี่ชอบลองของ แล้วเช็คข้อมูลจาก Webบ้าง พวก Medical Journalบ้าง

แต่อันที่จริงก็ไม่อยากอยู่อายุยืนนะคะ จริงๆ ดังนั้นก็จะทานCakeต่อไป พิจารณาแล้วหัวใจวายนี่แหละ สบายที่สุด

กลับล่ะนะคะ พรุ่งนี้สาวๆซ้อมรับปริญญากัน พี่อยู่คนเดียว 2-3 วัน จะแปลงร่างเป็นลิง.... เอิงเงย


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 4 สิงหาคม 2553 เวลา:22:57:22 น.  

 
วันนี้Office เงียบสงบเกินคาด นอกจากหาระกำไม่ได้(เอามาให้ในครัวทำน้ำพริกค่ะ Order ท่านทูต)

เลยกลับมาฟังเพลงRain ของGoo Hye Soon ไพเราะเข้ากับบรรยากาศฝนตกเปาะแปะจริงๆค่ะ กรุงเทพฝนตก รถติด เป็นปรกติ แต่บรรยากาศมันแปลก หรือ เราต่างหากที่แปลกไป

ชื่นฉ่ำกับบรรยากาศฝนพรำ หาหนังสือดีๆ กาแฟ หรือ เครื่องดื่มอุ่นๆสักแก้ว แล้วโลกก็จะเป็นของเรา ดื่มด่ำอยู่ในจินตนาการค่ะ


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 5 สิงหาคม 2553 เวลา:20:47:20 น.  

 
วันนี้ประชุมย่อย ตกบ่ายเห็นList งานที่ต้องสรุปให้เสร็จภายใน1 กันยา แล้วพี่จะเป็นลม เพราะมันเยอะมากงานเหล่านี้ยังไม่มีรายละเอียดอะไรมาให้เลย Lead Time น้อยมาก บางรายการยากมาก เช่น Irrigation - การทำ Short Concrete รอบLake แน่นอนวงเงินหลายล้าน พวกเขาเลยอุบกันไว้

ของเก่าพี่ยังปิดเอกสารไม่ได้เลยเช่นพวกเครื่องจักร เนื่องจากต้องรอความเห็นจากต้นสังกัดมาชนเรื่องกัน แล้วเงิน 11 ล้านปิดไปชุ่ยๆก็โดน

เฮ้อ..สู้ตายค่ะ แต่ขอกลับไปตั้งสติซะก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาท้าดวล ถ้านายน้อยอยู่ก็คงมีคนคัดท้ายให้

อาทิตย์หน้าต้องไปประชุมที่Head Office เพราะเปลี่ยนOrganization Chartใหม่ พี่ละเกลียดการประชุม แต่ไปหาพันธมิตรไว้ช่วยงานดีกว่า เผื่อจะมีผู้กล้ามาช่วย เรื่องบางเรื่องเราก็ไม่ชำนาญน่ะค่ะ

ดูแลตัวเองบ้างนะคะ ฝนฟ้ากำลังคะนอง ขับรถดีๆนะคะ


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 6 สิงหาคม 2553 เวลา:19:58:17 น.  

 
ท่าจะยุ่งนะคะ ยุ่งเหมือนกัล...ล์....,ล์
ยุ่งไปถึง 1 กันยาเลย ฮือ....ฮือ


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 9 สิงหาคม 2553 เวลา:21:45:04 น.  

 
คุณ OK นะคะ ป่วยอะไรไปหรือเปล่า ?
วันแม่ไปหาคุณแม่ ให้ท่านชื่นใจบ้างนะคะ


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 11 สิงหาคม 2553 เวลา:19:49:08 น.  

 
พนันได้เลยว่าติด fb ..ha...ha


โดย: พันทิพา IP: 203.146.16.3 วันที่: 16 สิงหาคม 2553 เวลา:20:23:29 น.  

 
ไม่ได้ติดFBครับ มีแต่ไม่ค่อยได้เปิด
อาการไมเกรนของพี่คงทุเลาไปบ้างแล้วนะครับ เห็นพี่ว่างานพี่จะยุ่งๆเลยไม่ค่อยได้เข้ามาเปิดดูเท่าไหร่ ผมว่าย้ายไปกระทู้ใหม่กันเถอะครับ เวลาเปิดทีแล้วมันโหลดนานเหมือนกัน


โดย: JazzLover วันที่: 16 สิงหาคม 2553 เวลา:21:37:56 น.  

 
My brother suggested I might like this website. He was totally right. This post actually made my day. You cann't imagine just how much time I had spent for this info! Thanks!
Nike Air Max 1 //www.tnsi.com/services.aspx


โดย: Nike Air Max 1 IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 สิงหาคม 2557 เวลา:12:55:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
JazzLover
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




หนุ่มราศีมังกร เลือดกรุ๊ปโอ ตัวโต ขี้ใจน้อย เหงาบ้างเป็นบางอารมณ์ และชอบหาเพลงมาฟังแก้เหงาประจำ...ฟังเพลงทุกประเภท
New Comments
Friends' blogs
[Add JazzLover's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.