|
|
พุทธศาสนาและสยาม ในรัฐธรรมนูญ
พุทธศาสนาและสยาม ในรัฐธรรมนูญ
คอลัมน์ สยามประเทศไทย
สุจิตต์ วงษ์เทศ
สุโขทัยไม่ใช่ราชธานีแห่งแรกตามที่ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยบอกไว้ มีนักปราชญ์ราชบัณฑิตเขียนอธิบายแล้วมีประเด็นทักท้วงถกเถียงกว้างขวางมานานมากไม่น้อยกว่า 40 ปีมาแล้ว ผมไม่ได้รู้เอง
เฉพาะอย่างยิ่งกษัตริย์กรุงสุโขทัยองค์แรก ไม่ใช่พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ แต่เป็นพ่อขุนศรีนาวนำถุม เป็นเรื่องที่อาจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร บอกไว้นานมาก แต่ที่ทรงเขียนไว้บ่อยๆ คือ ม.จ.จันทร์ จิรายุ รัชนี (พ. ณ ประมวญมารค) แล้วมีผู้รู้ครูบาอาจารย์ท่านอื่นๆ เขียนอย่างนี้อีกมาก เป็นที่รู้กว้างขวางนานแล้ว แต่กว้างขวางในแวดวงจำกัดเฉพาะกลุ่มนักปราชญ์นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์โบราณคดีในกรมศิลปากร และมหาวิทยาลัยศิลปากร กับสถาบันที่มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น ธรรมศาสตร์, จุฬาฯ, เชียงใหม่ ฯลฯ
ปัญหามีอย่างไร ผมไม่รู้หรอก แต่หน่วยงานราชการไม่สนใจปรับปรุงเปลี่ยนแปลงความรู้ใหม่ที่มีมานานมาก ไม่ใช่เพิ่งมีในปีสองปี ดังพบในข้อเขียนของ อาจารย์ปรีชา สุวรรณทัต ที่อ้างถึงหนังสือของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พิมพ์เมื่อ พ.ศ.2526 แล้วเขียนชี้แจงมาดังนี้ (ขอปรับให้กระชับ แล้วตัดที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง)
1.อนุสนธิจากข้อเสนอของผมที่ได้เสนอแนะให้เขียนความสำคัญของศาสนาพุทธ แทนที่จะบัญญัติไว้ในมาตราใดมาตราหนึ่งว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไทย แต่ให้เน้นมิติทางประวัติศาสตร์ถึงกาละ วาระ อายุแห่งพุทธศาสนา โดยเขียนในคำปรารภในร่างรัฐธรรมนูญฉบับรับฟังความคิดเห็นมีความตอนหนึ่งว่า "ศุภมัสดุ จำเดิมแต่ชนชาติไทยได้ตั้งประเทศสยามเป็นหลักฐานมั่นคงในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีอันมีพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรก พระพุทธศาสนายุกาลในครั้งกระนั้นเป็นอดีตภาคหนึ่งพันเจ็ดร้อยแปดสิบเอ็ดพรรษา"
ซึ่งคุณได้กรุณาท้วงติงและให้ความรู้แก่ผมว่า "กรุงสุโขทัยไม่ได้มีชื่อว่าประเทศสยาม แต่ตั้งอยู่ในดินแดนสยาม มีชื่อในตำนานบาลีว่า สยามเทสสะ แปลว่า สยามประเทศ และพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ไม่ใช่กษัตริย์องค์แรกของกรุงสุโขทัย" ความละเอียดตามข้อ 1, 2 และ 3 ในคอลัมน์ "สยามประเทศ" เรื่องศาสนาประจำชาติในคำปรารภรัฐธรรมนูญ โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ ในมติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 30 เมษายน 2550 หน้า 34
2.ผมต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์แก่ผม
แต่ในข้อเสนอที่ให้เขียนความสำคัญของศาสนาพุทธลงในรัฐธรรมนูญตามข้อความในข้อ 1. ก็เป็นเพียงข้อเสนอแนะของผู้ที่ศึกษาและเอาใจใส่ต่อการตรากฎหมายตลอดมา หาใช่ได้ถือตนว่าเป็นผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์ไม่ ปรีชา สุวรรณทัต
ขอกราบชี้แจงว่าที่ผมเขียนคราวก่อนก็ด้วยยกย่องแนวคิดอาจารย์ปรีชา ผ่อนคลายความขัดแย้งเรื่องพุทธศาสนาในรัฐธรรมนูญว่าแยบคายนุ่มนวลอย่างบัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น ได้แนบเนียนเป็นประโยชน์สุข
แต่ประเด็นประวัติศาสตร์สุโขทัยไม่เกี่ยวข้องอะไรกับอาจารย์ปรีชาเลย หากเกี่ยวโดยตรงกับการท่องเที่ยวฯที่ใส่ในวงเล็บ ซึ่งผมไม่ได้ตัดทอนทิ้งไป ฉะนั้นถ้าจะตำหนิติเตียนบ้าง ก็ให้หมายถึงผู้ให้ข้อมูลคือการท่องเที่ยว ไม่ใช่อาจารย์ปรีชา กรุณาเข้าใจตรงนี้ด้วย
หากผมเขียนคลุมเครือเอง ก็กราบขอโทษอาจารย์ปรีชา สุวรรณทัต ที่เคารพกันมานานไว้ตรงนี้
หน้า 34
| Create Date : 25 พฤษภาคม 2550 |
| Last Update : 25 พฤษภาคม 2550 15:39:27 น. |
|
0 comments
|
| Counter : 1128 Pageviews. |
 |
|
|
| |
|
|