Group Blog
 
All blogs
 

แต่งบ้านไม้สไตล์โมเดิร์น

แต่งบ้านไม้สไตล์โมเดิร์น





"ไม้" คือวัสดุตกแต่งบ้านยอดนิยมตลอดกาล โดยเฉพาะสำหรับคนไทย เพราะเราอยู่บ้านไม้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ด้วยรูปแบบการดำเนินชีวิตและอิทธิพลจากประเทศตะวันตก ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนหน้าตาบ้านเรือนของเราให้เข้ากับยุคสมัย บ้านรูปทรงเรียบๆดูโมเดิร์นจึงเข้ามาแทนที่บ้านไทย และมีวัสดุแปลกๆใหม่ๆผลิตออกมาเป็นทางเลือกมากมาย แต่สำหรับผู้ที่ยังชอบสัมผัสธรรมชาติที่อบอุ่นของ "ไม้"การผสมผสานไม้ให้เข้ากับบ้านโมเดิร์นก็ทำได้ไม่ยาก และรับรองว่าดูดีไม่แพ้วัสดุทันสมัยใดๆเลย

ไอเดีย 1 ผนัง

กรุผนังด้วยไม้ตามแนวขวางโดยเลือกผสมไม้ที่ต่างชนิดกันเช่น ไม้โอ๊ก ไม้แอช และไม้สักหรือเลือกย้อมให้มีเข้ม-อ่อนแตกต่างกันเล็กน้อย ทำให้เกิดสีเหลือบที่ดูน่าสนใจ อาจปูต่อเนื่องมาจนถึงพื้นเข้ากันได้ดีเฟอร์นิเจอร์หรืออ่างอาบน้ำรูปทรงเรียบเท่ทันสมัย

ไอเดีย 2 ฝ้าเพดาน


ลองใช้วีเนียร์ไม้ลายที่ชอบปิดทับบนแผ่นไม้อัดมากรุทับฝ้าเพดานจะช่วยให้ฝ้าเรียบๆดูเก๋ไก๋ขึ้นได้ หรืออาจจะออกแบบให้มีการเล่นจังหวะของฝ้าโดยตีฝ้าแบบซิกแซ็ก แล้วค่อยกรุตามด้วยวีเนียร์ก็จะเพิ่มความน่าสนใจได้มากทีเดียว


ไอเดีย 3 ไม้สีเดียวกัน

การปูพื้นไม้เป็นเรื่องที่นิยมทำกันอยู่แล้ว แต่ลองใช้ไม้สีเดียวกันปูพื้นเรื่อยไปจนถึงบันได วงกบประตู
และอาจรวมถึงเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินด้วย จะช่วยให้บ้านไม้ของคุณดูกลมกลืน เรียบเกลี้ยงคล้ายกับบ้านสไตล์ญี่ปุ่นได้


ไอเดีย 4 ประตู

ลองใช้วีเนียร์ไม้ปิดที่บานประตูแทนการใช้ประตูบานลูกฟัก โดยอาจติดเป็นช่วงๆตามแนวขวางแล้วตีเส้นคั่นด้วยสเตนเลสสตีล ทำมือจับให้มีขนาดใหญ่ เป็นเส้นตรงเรียบๆทำด้วยสเตนเลสสตีลเช่นกันแค่นี้ประตูไม้ก็ดูโมเดิร์นขึ้นมาได้มาก อาจลองใช้คู่กับเสาที่หุ้มด้วยสเตนเลสสตีล และผนังทาสีสดอย่างในรูปช่วยให้บ้านไม้ดูสดใสขึ้น

ไอเดีย 5 ยกพื้น

การยกพื้นเพื่อกำหนดพื้นที่ใช้งานเป็นสิ่งที่นิยมทำกันมากในบ้านเรือนไทย เราอาจประยุกต์นำมาใช้ในส่วนห้องนอนแทนเตียงก็ได้ เพื่อให้มีกลิ่นอายของบ้านไทยโดยปูพื้นไม้ให้ต่อเนื่องกันทั้งสองระดับ ให้ดูเรียบๆตามสไตล์บ้านโมเดิร์น ได้บรรยากาศสบายแบบบ้านไทยด้วย

ไอเดีย 6 รั้ว

รั้วไม้อาจดูสวยงามกลมกลืนกับธรรมชาติ แต่ก็ผุพังง่ายเพราะต้องตากแดดตากฝน การเลือกทำรั้วก่ออิฐฉาบปูนเรียบทาสี แล้วนำไม้จริงมาประดับในบางส่วน ก็ช่วยให้รั้วบ้านดูโมเดิร์น ขณะเดียวกันก็ยังได้สัมผัสของไม้รับกับต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่ใกล้เคียงโดยอาจเลือกซื้อไม้เก่าที่มีร่องรอยผ่านกาลเวลามาใช้ ก็ได้อารมณ์ดิบๆดี

ไอเดีย 7 ไม้ไผ่โมเดิร์น

ไม้ไผ่ก็เป็นไม้อีกชนิดหนึ่งที่คนไทยใช้สร้างที่อยู่อาศัยกันมาเนิ่นนานซึ่งสามารถนำมาตกแต่งบ้านให้ดูทันสมัยได้ไม่ต่างจากไม้ชนิดอื่น โดยนำไม้ไผ่มาผูกเรียงกันให้แข็งแรงทำเป็นฝ้าหรือผนังในส่วนที่ต้องการบรรยากาศแบบธรรมชาติ เช่นห้องน้ำกลางแจ้งแต่ต้องวางลำไผ่เรียงกันให้เป็นระเบียบ และลดทอนรายละเอียดขององค์ประกอบข้างเคียง เช่น ใช้คู่กับผนังซีเมนต์ขัดมัน และเฟอร์นิเจอร์รูปทรงเรียบๆเพื่อให้คงอารมณ์แบบบ้านโมเดิร์นไว้

Tips

1.ท่องให้ขึ้นใจว่าองค์ประกอบของบ้านสไตล์โมเดิร์นก็คือเส้นสายตรง เรียบง่าย เน้นรูปแบบที่เรียบๆ
รายละเอียดน้อยๆเข้าไว้ ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบใดๆในบ้าน รวมถึงการโชว์เนื้อแท้ของวัสดุอย่างตรงไปตรงมา

2.การเลือกแต่งบ้านด้วยไม้ซึ่งมีลวดลายธรรมชาติไม่เป็นระเบียบ ให้ดูโมเดิร์น สามารถทำได้โดย

3.บัวพื้นหรือบัวเพดานเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในบ้านโมเดิร์น หากจำเป็นต้องมีควรเลือกแบบที่เรียบที่สุด
 ซอยไม้เป็นแผ่นเล็กๆให้เห็นแนวรอยต่อของไม้ที่เป็นเส้นตรง โดยอาจตีเว้นร่องหรือไม่ก็ได้
 ผสมวัสดุใหม่ทันสมัยอย่าง สเตนเลสสตีล อะลูมิเนียม กระจก หินสังเคราะห์ หรือพื้นผิวของซีเมนต์ขัดมัน เข้าไปตกแต่งประกอบกับไม้
 พื้นไม้ที่มีพื้นที่กว้างๆควรเบรกสายตาด้วยพรมชิ้นสีเรียบๆหรือลวดลายโมเดิร์นเพื่อไม่ให้มองเห็นไม้มากเกินไป
 ในซอกหลืบหรือมุมที่ไม้มาชนกัน ทำให้ดูมืดเป็นมุมอับ
อาจแก้ไขโดยซ่อนไฟไว้ในหลืบ หรือเว้นช่องไว้แล้วซ่อนไฟจะช่วยให้บรรยากาศดูโมเดิร์นขึ้น

4.สมัยนี้ไม้จริงหายากและราคาแพง อาจเลือกใช้วีเนียร์ไม้ในการตกแต่งส่วนที่ไม่ต้องใช้งานหนัก อย่างเช่นผนัง เพดานและหน้าบานตู้แทนไม้จริงก็ได้ (วีเนียร์ไม้คือแผ่นไม้บางๆที่ฝาน ปอก หรือเลื่อยออกจากไม้ซุงแล้วนำไปปิดบนแผ่นไม้อัดเพื่อให้แข็งแรงเมื่อจะนำมาใช้งาน โดยอาจนำไปกรุผนัง หรือทเฟอร์นิเจอร์วีเนียร์มีลวดลายและสีสันให้เลือกมากมาย รวมถึงลายของไม้จากต่างประเทศที่หาไม่ได้ในบ้านเรา
ปัจจุบันมีการทำลวดลายวีเนียร์เลียนแบบไม้ธรรมชาติ เนื่องจากหาได้ยากและราคาแพง)


ที่มา บ้านและสวน ฉบับที่ 343




 

Create Date : 23 มิถุนายน 2553    
Last Update : 23 มิถุนายน 2553 9:48:42 น.
Counter : 1016 Pageviews.  

เรื่องของพื้นที่ไม่พื้นๆ

ไอเดีย เรื่องของพื้นที่ไม่พื้นๆ

Idea 01 ลีลาเป็นต่อ


สถานที่ : Praseban Resort จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

การเลือกวัสดุมาปูพื้นไม่จำเป็นต้องใช้ประเภทเดียวเสมอไป
ในพื้นที่กว้างๆเราอาจใช้วัสดุที่แตกต่างกันเพื่อสร้างจุดเด่นให้พื้นได้ เช่น หญ้าหรือกรวดที่กดลงไปบนพื้นซีเมนต์ ในบางตำแหน่งเราอาจใช้การเจาะช่องพื้นให้เป็นลายกราฟิกเพื่อปลูกหญ้า แต่ขอแนะนำให้เลือกลายที่ไปในทิศทางเดียวกันหรือดูคล้ายกัน เพื่อเป็นการคุมภาพรวมในสวน

Idea 02 เป็นเหลี่ยม แต่ไม่เลี่ยน


สถานที่ : Praseban Resort จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

การหล่อแผ่นคอนกรีตปูพื้นทำได้ไม่ยาก แต่รูปแบบของพื้นมีให้เลือกไม่มากนัก
เพื่อลดความน่าเบื่ออาจเว้นช่องไว้โรยกรวดสลับสีบ้าง บางช่องปลูกต้นไม้ ก็จะช่วยลดความแข็งของพื้นที่ได้ แต่หากเป็นพื้นที่แคบๆ การเว้นช่องแบบสุ่มน่าจะเพิ่มความน่าสนใจได้ดี ขณะที่พื้นที่กว้างๆอาจเลือกการเว้นช่องแบบซ้ำ เพื่อให้ง่ายต่อการทำงานและดูไม่ลายตาจนเกินไป

Idea 03 ธรรมชาติสร้างมา


สถานที่ : ร้านบันดาลี

บ้านใครที่มีบรรยากาศแบบธรรมชาติ หรือจัดสวนป่าไว้ ไอเดียนี้คือทางเลือกที่น่าสนใจ
โดยเลือกแผ่นไม้ที่ได้จากการฝานลำต้นไม้ให้เป็นแผ่น จะเลือกแบบที่เป็นแผ่นกลมๆ หรือที่มีรูปทรงแปลกตาม ลักษณะของลำต้นก็ได้ นำมาเรียงกระจายสลับกับการโรยกรวด ยิ่งถ้าพื้นไม้ดูเก่าๆ ผ่านน้ำ แดด ลม ฝนมาเราก็จะได้พื้นในสวนที่งามเป็นธรรมชาติและดูขลังอยากบอกใครเลยเชียว

Idea 04 พื้นออกลาย



ในส่วนที่เราต้องการเน้นให้เกิดจุดเด่นในพื้นที่ ก็อาจใช้วิธีกำหนดขอบเขตให้เด่นชัดด้วยการทำขอบหรือ
เลือกใช้วัสดุและสีสันที่แตกต่างไปจากพื้นที่สวนโดยรวม ในภาพใช้ลูกเซรามิกทรงกลมหรือลูกบดที่อยู่ในเครื่องบดของกระบวนการผลิตหินและงานเซรามิก (แต่อาจหาซื้อยากหน่อยสามารถประยุกต์ใช้กรวดแม่น้ำแทนได้) เป็นตัวกำหนดขอบเขต ส่วนพื้นที่ด้านในใช้การเพ้นต์พื้นให้มีสีสันและลวดลายน่าสนใจ สร้างความแตกต่างจากพื้นที่โดยรอบที่เป็นกรวดแม่น้ำขนาดเล็ก

Idea 05 พื้นสวนของจิตกร


สถานที่ : Chelsea Flower Show 2008

วิธีนี้เหมาะกับคนที่มีฝีมือทางศิลปะ โดยเลือกใช้เพียงมุมใดมุมหนึ่งของพื้นสวน แล้วเพ้นต์แสดงฝีมือให้เป็นที่ประจักษ์ แต่ต้องใช้สีที่ทนสภาพแวดล้อมและการใช้งานหน่อยนะ อย่างเช่นสีอะคริลิกยืดหยุ่นสูง
หรือถ้ามีเวลาและมีพื้นที่มากพอก็ลองวาดให้ในแต่ละส่วนของสวนต่อเนื่องกันไปเป็นเรื่องราว พื้นสวนของคุณก็จะกลายเป็นแกลเลอรี่ขนาดย่อมดีๆนี่เอง

Idea 06 ผสมผสานลานในสวน



ในช่วงที่มีการตัดกันของทางสัญจรในสวน เราสามารถทำเป็นลานเพื่อใช้ประโยชน์ และมีพื้นที่ให้เดินสวนกันได้อาจเลือกใช้วัสดุที่เชื่อมโยงกันของแนวทางเดิน หรือเว้นช่องเพื่อให้หญ้าเลื้อยเข้าไปได้ก็จะทำให้ลานดูมีรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น แต่ควรระวังเรื่องการใช้เส้นสายและประเภทของวัสดุด้วย
เพราะหากมากเกินพอดี ก็จะดูสับสนมากกว่าสวยนะ

Idea 07 พื้นไม้ของจอมยุทธ์ (Hong Kong Flower Show 2009)



ถือเป็นไอเดียที่มาจากธรรมชาติโดยแท้ พื้นทำจากกระบอกไม้ไผ่ที่ตัดเป็นท่อนๆ นำมาเรียงต่อกับเป็นผืน
ได้อารมณ์แบบจีนดี ข้อดีคือพื้นผิวของพื้นจะมีเท็กซ์เจอร์ไม่เรียบ ทำให้ไม่ลื่น (ได้ง่ายๆ) แต่อาจวางเฟอร์นิเจอร์ลำบากสักหน่อย เราอาจเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบเต็มๆฐานใหญ่ๆเพื่อความมั่นคงและควรระวังเรื่องระยะเวลาการใช้งาน และไม่ควรเรียงกับพื้นดินโดยตรง เพราะความชื้นจากดินจะทำให้ไม้ผุได้ง่าย ควรวางเรียงบนพื้นแข็งที่เตรียมไว้แล้วหมั่นเคลือบยากันความชื้น กันปลวก กันมอดบ่อยๆ

Idea 08 พื้นสุดฮิต แต่ดูฮิป



วัสดุปูพื้นยอดฮิตอีกอย่างคือบล็อกปลูกหญ้า ใช้ได้ไม่มีตกยุค แต่พื้นสวนไม่จำเป็นต้องเป็นวัสดุพื้นแข็ง เสมอไป การใช้บล็อกหญ้าปูเป็นขอบ ส่วนด้านในปูแผ่นหินทรงอิสระทั่วทั้งสวน และปลูกหญ้าขึ้นแซม
เพียงเท่านี้ก็ได้พื้นสวนที่ดูอ่อนนุ่มขึ้นแล้ว ใครอยากให้ดูเท่ขึ้นก็ทำสีบล็อกหญ้าให้โดดเด่นไปเลยก็ได้

ที่มา นิตยสารบ้านและสวน ฉบับที่ 393




 

Create Date : 22 มิถุนายน 2553    
Last Update : 22 มิถุนายน 2553 14:10:14 น.
Counter : 1338 Pageviews.  

ฟื้นฟูร้านค้าปลีกด้วยดีไซน์

การ ตกแต่งร้านในปัจจุบันมีหลายไอเดีย ซึ่งต้องอาศัยผู้ออกแบบสร้างสรรค์ช่วย โดยมีคอนเซ็ปต์เหมาะสมอันเป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นยอดขายด้วยดีไซน์ ร้านค้าปลีกในปัจจุบันเริ่มเลือนหายไปจากสังคม
เพราะการบีบรัดจากร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ทั้งแบรนด์ไทย แบรนด์นอก "ปลาใหญ่กินปลาเล็ก" โดยเฉพาะร้านค้าประเภทที่ไม่มีหัวด้านดีไซน์ ไม่รู้จักนำเอาดีไซน์ที่ดี ซึ่งมีบทบาทที่สุดในยุคนี้มาใช้ประโยชน์ ตลอดจนการสร้างภาพลักษณ์ด้วยวิธีออกแบบสร้างสรรค์ ให้ภาพรวมของร้านมีเอกภาพ ซึ่งมีความสำคัญต่อร้านมากขึ้นทุกปี อาศัยบุญเก่า คุณภาพเดิมๆ จะอยู่ยากขึ้นและยากขึ้น ดังนั้น การออกแบบที่ดีเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ร้านค้าปลีกอยู่รอด ตัวอย่างร้านค้าปลีก ที่เป็นส่วนหนึ่งในสังคม ที่ต้องเร่งจัดการด้วยการออกแบบอย่างเร่งด่วน มีดังนี้

1.ร้านขายของชำ ร้านโชห่วย

ร้านโชห่วย เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของร้านค้าปลีกที่จำเป็นต้องรื้อทั้งระบบ โดยการส่งนักคิด นักออกแบบเข้าไปคิดวิธีการที่ทำให้ร้านค้าสามารถเดินต่อไปได้ โดยนำเอกลักษณ์ของท้องถิ่นมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับที่ตั้ง สร้างจุดขายของตัวเองที่แตกต่างเฉพาะตัวขึ้นมา มีการอบรมให้ข้อมูลด้านสต็อกสินค้า และการบริหารร้านค้าในอนาคต มีการปรับเปลี่ยนบรรยากาศ ดูแลเรื่องความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย การจัดวางสินค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ร้านโชห่วยไม่ห่วยอีกต่อไป

2.ร้านขายอาหาร

ร้านค้าปลีกรายย่อยประเภทบริการอาหาร เครื่องดื่ม มีมากมายหลายประเภทอาหาร ร้านประเภทนี้ตื่นตัวในการตกแต่งก่อนร้านประเภทอื่น เพราะมีการตกแต่งให้เห็นมากมายทั่วไป แต่ก็ยังมีอีกหลายร้านที่ยังไม่มีการตกแต่ง ยังยืนยันใช้บรรยากาศเดิมๆ ที่มีอยู่ อาศัยจุดขายด้านอื่นๆ เช่น รสชาติอาหาร ลูกเล่นการบริการเดิมๆ แต่ในปัจจุบัน ร้านอาหารเปลี่ยนไป จะมีการพัฒนาการให้บริการด้วยดีไซน์แบบต่างๆ การกินที่มีการดีไซน์ "Dining Design" การเสิร์ฟอาหารแบบแปลกใหม่ การจัดผังแบบใหม่ มุมมองใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม มีมุมมองในการใช้วัสดุที่เกินคาดเดา ลูกเล่นในการใช้แสงสว่างทำให้เกิดมิติในบรรยากาศที่ดูไม่ธรรมดา มีไอเดีย มีความพิเศษที่กระตุ้นเร้าให้ร้านน่าสนใจเป็นที่จดจำ

3.ร้านเสื้อผ้า

จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันร้านค้าปลีกขายเสื้อผ้า เริ่มสูญพันธุ์โดยเฉพาะร้านที่ไม่เน้นแบรนด์ ไม่เน้นบรรยากาศและลักษณะเฉพาะแต่ก็เริ่มเห็นความพยายามตกแต่งร้านเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายที่มีไอเดีย ทั้งเล็กทั้งใหญ่ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป แต่จะอยู่รอดหรือไม่อยู่ที่ใครจะค้นพบไอเดียที่เป็นจุดขายที่สามารถทำให้ เกิดความยั่งยืนได้ บ้างก็ฉาบฉวย บ้างก็ไม่โดดเด่น เบลอ การตกแต่งไม่เอื้อให้สินค้าดูดี แต่บางแห่งกลับไปทำร้ายทำลายสินค้าจนสินค้าจมหายไป การออกแบบร้านเสื้อผ้าจึงต้องสะท้อนแบรนด์ออกมาในบรรยากาศทุกส่วนสัด และเป็นเสมือนแบ็คกราวนด์ที่ทำให้สินค้าดูดีมากที่สุด

4.ร้านขายของที่ระลึกและสินค้าท่องเที่ยวประจำท้องถิ่น

ร้านค้าประเภทนี้มีส่วนที่ช่วยการท่องเที่ยว หรืออาจจะกลับทำลายสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ ก็เป็นได้ ถ้าไปรบกวนสถานที่ท่องเที่ยว เช่นการจัดวางร้านบดบังทัศนียภาพ การส่งเสียงรบกวน ไปจนถึงหน้าตารูปแบบร้านไม่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม จึงเห็นควรให้ร้านค้าประเภทนี้ศึกษารูปแบบ วัฒนธรรม สไตล์ที่ไม่ไปขัดแย้งกับท้องถิ่นท่องเที่ยวนั้นๆ

5.ร้านขายวัสดุก่อสร้าง

ร้านเล็กๆ เริ่มหายไปเช่นกัน ปัญหาอยู่ที่คุณภาพสินค้าและราคา อีกทั้งระบบการจัดการสมัยใหม่ที่จะต้องเข้ามามีบทบาทต่อร้านประเภทนี้มากที่ สุด การจัดการเรื่องสต็อกสินค้า ความมั่นใจเรื่องสเปคสินค้าให้ตรงตามมาตรฐาน การออกแบบแบรนด์ร้าน การออกแบบแพคเกจจิ้งและการจัดระบบที่สามารถเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น

6.ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า

ร้านที่เป็นวิกฤติ หลายร้านเลิกกิจการไป สู้ร้านใหญ่ในห้างหรูไม่ได้ ร้านตึกแถวปากซอยอยู่ยากขึ้น อันเกิดจากภาพลักษณ์ที่ทำให้คนเชื่อว่าไม่เป็นของแท้ ย้อมแมว อันเกิดจากการจัดตกแต่งบรรยากาศ และการจัดระบบดูไม่น่าเชื่อถือ ร้านประเภทนี้ในกรุงเทพแทบหาดูไม่ได้แล้ว มีแต่ร้านในต่างจังหวัดที่ห้างใหญ่ยังไปไม่ถึง
ดังนั้น ใครก็ตามที่เป็นเจ้าของร้านค้าประเภทนี้ ต้องปรับปรุงภาพลักษณ์โดยด่วน ซึ่งสามารถติดตามต่อได้ในคอลัมน์นี้ครับ

โดย อ.เอกพงษ์ ตรีตรง




 

Create Date : 22 มิถุนายน 2553    
Last Update : 22 มิถุนายน 2553 11:23:02 น.
Counter : 620 Pageviews.  

การออกแบบแสงสว่างสำหรับห้องนอนเพื่อสร้างบรรยากาศโรแมนติก


(picture by img_hgtv.com)




NordicHotel (picture by inhometrend.com)



การออกแบบแสงสว่างก็เหมือนกับการออกแบบสถาปัตยกรรมหรือการออกแบบตกแต่งภายใน คือต้องตอบสนองได้ทั้งฟังก์ชั่นการใช้สอย และสร้างสุนทรีย์ภาพทางความงามตามแนวความคิดที่กำหนด (design concept) ซึ่งแนวความคิดเหล่านี้ต้องเชื่อมโยงกันเพื่อให้ผลงานการออกแบบสมบูรณ์ การจัดแสงสว่างภายในห้องนอน เพื่อสร้างบรรยากาศโรแมนติก จึงต้องตอบโจทย์การใช้สอยและกิจกรรมในส่วนต่างๆของห้องนอนได้อย่างเหมาะสม (Passion, Emotion vs. Function) คือได้ทั้งบรรยากาศที่ดีและยังมีปริมาณและคุณภาพของแสงเหมาะสม เช่น แสงสำหรับมองเห็นทางเดินไปห้องน้ำ (ต้องการแสงน้อยมาก 5-20lux หรือแค่แสงเทียนหนึ่งเล่มเท่านั้น) พื้นที่ส่วนแต่งตัว และตู้เสื้อผ้า (แสงสว่างมาก และสีไม่เพี้ยน daylight) โต๊ะแต่งหน้า (ต้องการแสงส่องมาจากรอบๆด้าน เพื่อไม่ให้เกิดเงาบนใบหน้า) หรือโต๊ะทำงาน และการอ่านหนังสือหัวเตียง (ควรจำกัดองศาแสงเพื่อไม่ให้รบกวนคู่นอน) เป็นต้น เราสามารถสร้างบรรยากาศอบอุ่นด้วยสีของแสงโทนร้อน (warm light) ส่วนทิศทางและแสงสีที่แตกต่างจากปกติจะทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้น ลึกลับหรือเร้าใจ โดยเราอาจจะใช้แสงส่องไปยังพื้นผิวหรือรูปทรงต่างๆในงานตกแต่งภายในให้เกิดแสงเงาที่แปลกตาได้ อีกทั้งการใช้ปริมาณและความเข้มของแสงน้อย หรือแสงแบบ indirect จะให้บรรยากาศของห้องที่ผ่อนคลายและทำให้รู้สึกสบาย ด้วยเทคนิคเหล่านี้รวมๆกันแล้วก็น่าจะสร้างบรรยากาศที่โรแมนติกหรือเซ็กซี่ได้ตามแนวความคิดที่ต้องการ การที่จะจัดแสงให้ได้ทั้งฟังก์ชั่น และบรรยากาศในห้องเดียวกันจึงต้องมีแสง2-3ชุด ควบคุมหรือเปิดปิดอย่างเหมาะสมตามความต้องการ แต่ที่สำคัญที่สุดคือควรคำนึงถึงโอกาสหรือความจำเป็นที่จะใช้ อีกทั้งการประหยัดพลังงานด้วยนะครับผม NOTE มีหลักฮวงจุ้ยหลายๆตำราบอกไว้ว่าในตำแหน่งที่วางเตียงนอนของห้อง ห้ามไม่ให้มีแสงไฟส่องโดยตรงสู่เตียงนอน ซึ่งก็สอดคล้องกับหลักของการออกแบบแสง เพราะเมื่อเรานอนอยู่บนเตียงแล้วหงายหน้าขึ้นเพดาน แสงจากโคมไฟที่อยู่เหนือเตียงจะแยงตาเราได้




 

Create Date : 21 มิถุนายน 2553    
Last Update : 21 มิถุนายน 2553 9:44:45 น.
Counter : 567 Pageviews.  

ผู้ชายดินดิน

12 ขั้นตอนสร้างบ้านดิน " บ้านดิน" สร้างเองก็ได้ง่ายจัง ไม่ต้องจ้างผู้รับเหมา ประหยัดเงินตรา และ ทรัพยากรธรรมชาติ (ไม่ต้องระเบิดภูเขา เอาปูนซิเมนต์ หรือ ทำลายป่า ตัดต้นไม้เยอะ ๆ ) ฤดูร้อนเย็นสบาย ฤดูหนาวแสนอบอุ่น (บ้านดินสามารถปรับอากาศในตัวเองได้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องซื้อเครื่องปรับอากาศมาติดให้เปลืองค่าไฟฟ้า) หากบริเวณบ้านของท่านมีพื้นที่ว่าง ๆ ขอเชิญท่านมาลองสร้างบ้านดินหลังเล็ก ๆ สักหลังหนึ่ง ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้





1. ทดสอบเนื้อดิน นำดินใส่ในแก้วสามในสี่ส่วน เติมน้ำให้ท่วมดิน ใส่เกลือ 1 ช้อนชาคนแล้วคอยให้ตกตะกอน เพื่อสังเกตดูชั้นต่าง ๆ ของเนื้อดิน แบ่งสัดส่วนของแก้วออกเป็น 10 ส่วน สิ่งที่หนักจะตกตะกอนก่อน จะได้ กรวดหิน - -> ทราย หยาบ - - > ทรายละเอียด - - > ดินเหนียว หากชั้นดินเหนียวได้สัดส่วน 2 ในส่วน 10 ส่วน ถือว่าดินนั้นสามารถนำมาสร้างบ้านได้ จากนั้นเติมน้ำลงในดินนวดให้เหนียว ลองปั้นเป็นเส้นกลม ๆ ขนาดนิ้วมือถ้าขาดแสดงว่าดินนั้นยังใช้ไม่ได้(ดินเหนียวเหมาะสำหรับการสร้างบ้านดินที่สุด ซึ่งสามารถหาได้ทั่วไปในประเทศไทย)

2. หาสถานที่สำหรับเตรียมอิฐดิน ควรจะเลือกทำในบริเวณใกล้ ๆ กับพื้นที่ที่ต้องการสร้างบ้าน เพราะจะลดกำลังในการขนย้ายซึ่งควรจะเป็นพื้นที่ที่พ้นจากน้ำท่วมถึง

3. การทำอิฐดินเตรียมกระบะสำหรับผสมดินเหยียบนวดดินให้เหนียวหากดินเหนียวมากๆ ควรจะแช่น้ำทิ้งไว้หนึ่งคืนจะทำให้นวดง่ายขึ้น หากดินเหนียวมาก ๆ ให้ผสมแกลบหรือฟาง (หรือวัสดุใกล้เคียงที่หาได้ในพื้นที่) และทราย ในอัตราทีสังเกตว่าดินที่เหยียบจะไม่ติดเท้าขึ้นมาและเห็นเป็นรอยเท้าบนเนื้อดินถือว่าดินได้ที่แล้ว จากนั้นนำมาเทใส่พิมพ์ไม้ปาดให้เรียบและยกพิมพ์ขึ้นดินจะไม่ติดพิมพ์ในกรณีที่แดดดี ตากทิ้งไว้ 1 วัน จากนั้นพลิกอิฐดินตั้งขึ้น จะทำให้ดินไม่ติดพื้นและแห้งเร็วขึ้น ตากทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ เมื่ออิฐดินแห้งแล้วจะมีคุณสมบัติเหมือนกับอิฐมอญที่ไว้ใช้ก่อสร้างบ้านทั่วไป ซึ่งขนาดดินที่เหมาะสมคือ หนา 4 นิ้ว กว้าง 8-10 นิ้ว ยาว 14 -16 นิ้ว (อิฐดิน 1 ก้อน = 15-20 กิโลกรัม)

4. เตรียมปูนสำหรับโบกอิฐดิน ซึ่งเป็นตัวดินชนิดเดียวกับที่นำมาทำอิฐดิน

5. หลังจากเลือกทำเลหนีน้ำแล้ว ต้องเทพื้นบ้านดินให้สูงพอสมควร หรืออาจสร้างเป็นบันไดสูงขั้นสองขั้น เพื่อหนีความชื้นที่ระเหยมาจากพื้นดิน และป้องกันปลวกใต้ดิน ( อย่างไรก็ดีปลวกไม่กินดิน) ซึ่งการเทฐานบ้านอาจใช้ปูนซิเมนต์เพื่อเพิ่มความแข็งแรง

6. บ้านดินไม่ต้องใช้เสาในการก่อสร้าง เพราะอิฐดินแต่ละก้อนถือว่าเป็นกำแพงของบ้านและเสาที่มั่นคงแข็งแรง หลังจากเทพื้นแล้ว เริ่มก่อสร้างกำแพงชั้นล่างขึ้นเป็นตัวบ้าน เว้นช่องใส่หน้าต่าง ประตู ซึ่งอาจจะมีวงกบไม้หรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบ

7. กรณีบ้านสองชั้นต้องรอให้กำแพงดินชั้นล่างแข็งแรงดีแล้วนำไม้เนื้อแข็ง เช่น ยูคาลิปตัส ไม้ไผ่ ฯลฯ วางพาด นำไม้กระดานแผ่นใหญ่วางรองรับด้านล่าง เทดินให้ทั่ว ๆ ปกคลุมไม้ที่วางพาดเลย

8. ก่อสร้างหลังคา ชายคา ซึ่งอาจจะใช้ดินหรือวัสดุอื่น ๆ ก็ได้ ต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะน้ำเป็นอุปสรรคที่สำคัญที่สุดของบ้านดิน

9. ฉาบกำแพง เพดานให้พื้นเรียบหรือขรุขระตามชอบ
10. การใส่หน้าต่าง ประตู ต้องรอให้ดินแห้งสนิทเสียก่อน เพราะเมื่อดินแห้งจะหดตัวอีก หากใส่กระจกขณะที่ยังไม่แห้ง อาจทำให้กระจกแตกได้

11. ตกแต่งทาสี แนะนำว่าเป็นสีดิน (สีที่ได้จากดิน ซึ่งมีหลายสีด้วยกัน เช่น แดง เหลือง ม่วง เทา แตกต่างกันตามท้องถิ่น) ผสมกับทรายละเอียด เพิ่มความเนียนด้วยกาวแป้งเปียกหรือยางกล้วย (วัสดุอื่น ๆ ที่หาได้ในพื้นที่)

12. ตกแต่งภายในตามชอบสามารถปูพื้นด้วยกระเบื้องหรือปล่อยพื้นเปลือย ๆ เป็นศิลปะญี่ปุ่นก็สวยงามดี.




 

Create Date : 11 มิถุนายน 2553    
Last Update : 14 มิถุนายน 2553 10:06:29 น.
Counter : 324 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

teemgroup
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แนะนำตัว มิสมอนเจอร์ อย่างเป็นทางการ

สวัสดีค่ะ ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการก่อนนะคะ ดิชั้นชื่อ นางสาว มอนเจอร์ เดคอรัส ดิชั้นทำหน้าที่เป็น PR ให้กับ บริษัท ธีมสตูดิโอ หรือเรียกว่าเป็นคนเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร อัพเดทผลงานและคอยตอบกระทู้ในเว็บไซด์
เอาเป็นว่าตอนนี้ทุกคนรู้จัก มอนเจอร์ เดคอรัส เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ หากใครมีข่าวสารใหม่ๆ ต้องการให้อัพเดท หรือคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อ Miss Monger ได้ที่


http://www.teemgroup.com
http://teemgroup.blogspot.com/
http://teemgroup.multiply.com/

ขอบพระคุณทุกท่านค่ะ
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
มอนเจอร์ เดคอรัส
(Public Relation)
Teemgroup.com
Blogspot
Multiply
Bloggang
Twitter
Facebook
ยินดีต้อนรับ สู่ Bloggang Teem Group ค่ะ
Friends' blogs
[Add teemgroup's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.