Group Blog
 
All blogs
 

ROOM STYLE

ROOM STYLE



*บ้านหลังที่สอง...(เมื่อนาฬิกาชีวิตของผมผิดเพี๊ยนไป) ในกรุงเทพฯตอนนี้เต็มไปด้วยตึกสูง-คอนโดมิเนียมที่ผุดขึ้นราวดอกเห็ด โดยเฉพาะย่านที่ติดกับรถไฟฟ้าทั้งบนดิน ใต้ดิน เมื่อการเดินทางไปในที่ต่างๆต้องใช้เวลามากกว่าปกติด้วยปัญหาการจราจรคับคั่ง จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้หลายๆคนเลือกพักอาศัยอยู่ใกล้ๆกับที่ทำงาน เจ้าของบ้านหลังนี้ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เลือกจะมีบ้านหลังที่สอง ไว้เป็นที่พักพิงและย่อเวลาการ







เดินทางในวันทำงานให้น้อยลง เพื่อจะได้ใช้เวลาพักผ่อนบนเตียงนอนหนานุ่มแทนบนเบาะหนังรถยนต์ จึงเลือกซื้อห้องชุดขนาด 78.15 ตารางเมตร ย่านทองหล่อ มิดทาวน์ ขนาด 1 นอน 1 ห้องน้ำและ 1 ห้องรับแขกแบบสตูดิโอที่มีทั้งแพนทรี่และส่วนรับประทานอาหารบรรจุพร้อมเสร็จ มีการปรับแปลนห้องใหม่เพื่อตอบสนองการใช้งานให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตนเอง จึงให้นักออกแบบเข้ามาปรับผังใหม่เพื่อให้ได้บ้านหลังน้อยที่ตอบโจทย์เจ้าของจริงๆไม่ต่างจากบ้านหลังใหญ่แถวชานเมือง ความน่าสนใจของห้องชุดนี้คือ







เจ้าของบ้านมีอาชีพเป็นสจ้วตทำให้การพักผ่อนหลับนอนไม่เป็นเวลา จึงเริ่มปรับเปลี่ยนแปลนบ้านในส่วนแพนทรี่ก่อนลดบทบาทการใช้งานลงไปเพราะ ไม่ ได้มีเวลาในการทำอาหารจริงๆจังๆ แล้วหันมาให้ความสำคัญในส่วนห้องนั่งเล่นโดยมีพื้นที่วางอยู่เต็มโซน เพื่อการใช้งานของเจ้าของเองโดยตรงสำหรับนั่งๆนอน หรือจัดปาร์ตี้เล็กๆในกลุ่มเพื่อนฝูง ชั้นวางของต่างๆถูกออกแบบและสร้างให้ซ่อนอยู่ในผนังทั้งหมดทำให้ของที่มีอยู่เป็นระเบียบ ตัวเจ้าของบ้านนั้นก็ไม่ค่อยมีเวลาทำความสะอาดด้วยตัวเองบ่อยๆ และนั่นก็ดูเข้ากับรูปแบบการจัดวางและออกแบบขึ้นมาใหม่ที่ผู้ออกแบบตั้งใจให้เป็น นอกจากนั้นยังมีการปรับห้องน้ำให้เล็กลง โดยรื้ออ่างอาบน้ำเดิมออกช่วยเพิ่มเนื้อที่ใช้งานในห้องนอน ส่วนการตกแต่งได้เลือกใช้ผนังสีดำและใช้ม่านแบบทึบเพราะจะทำให้สามารถควบคุมปริมาณแสงกลางวัน ในวันที่เลิกงานตอนกลางวันก็ยังสามารถนอนหลับพักผ่อนได้ ไม่ต้องปรับนาฬิกาชีวิตในตัวเองให้เพี๊ยนไปมาก การตกแต่งบ้านสักหลักนั้นก็ไม่ต่างไปจากการออกแบบการใช้ชีวิตของเราเลย ที่บางครั้งรายละเอียดเล็กๆน้อยๆก็เป็นของล่อลวงให้เราหลงไปกับความฟุ้งเฟ่อ แต่ถ้าเราได้ผสมไลฟ์สไตล์ของตัวเองเข้ากับการใช้งานที่ในแต่ละวัน บ้านหลังนี้คงก็จะกลับมามีคุณค่ากว่าเป็นเพียงที่หลับนอนของร่างกายเราเท่านั้นเอง




Detail



a. ติดโคมไฟที่สามารถพลิกปรับองศาได้บนผนังเรียบๆทำให้สามารถกำหนดทิศทางและความแรงของหลอดไฟได้ด้วยการพลิกแผ่นสแตนเลสด้านหน้า ทั้งยังเพิ่มบรรยากาศในมุมนี้ได้ดียิ่งขึ้น

B. เลือกของชิ้นเล็กๆมาตกแต่งบ้าน เน้นรูปทรงน่าสนใจใช้งานได้จริง โดยทั้งหมดจะมีความใส ทั้งจากแก้วหรือ พลาสติกก็ดี ทำให้ห้องดูโก้หรูได้อีกเช่นกัน

C. ออกแบบชั้นวางของในห้องน้ำแบบซ่อนไฟไว้ในกล่องที่ปิดทับ ด้วยกระจกฝ้าทั้งด้านบน และล่าง เพิ่มความน่าสนใจให้ห้องน้ำด้วยลูกเล่นของแสงไฟ




 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 1 กรกฎาคม 2553 9:58:33 น.
Counter : 476 Pageviews.  

โต๊ะรูปทรงเก๋ ดีไซน์แปลก

โต๊ะรูปทรงเก๋ ดีไซน์แปลก































โต๊ะรูปทรงแปลก ๆ เก๋ ๆ เจ๋งมากไอเดียในการประดิษฐ์โต๊ะเก้าอี้ เห็นแล้วอยากได้ไว้แต่งบ้านซักชิ้นมั้ยครับ




ภาพจาก d-ja.com




 

Create Date : 30 มิถุนายน 2553    
Last Update : 30 มิถุนายน 2553 10:58:58 น.
Counter : 788 Pageviews.  

แนวความคิดและการออกแบบบ้านนวธานี

แนวความคิดและการออกแบบบ้านนวธานี





ขนาดที่ดิน 453 ตารางวา
ขนาดบ้าน 460 ตารางเมตร



ความเป็นมา

เป็นความต้องการที่จะขยับขยายจากบ้านหลังเก่าที่ครอบครัวได้อยู่อาศัยมาเป็นเวลากว่ายี่สิบปี ในตอนแรกแม้ทุกคนในบ้านจะมีความรู้สึกผูกผันกับบ้านหลังเก่านี้มาก ด้วยที่ว่าเป็นบ้านหลังแรก ทั้งการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวและความทรงจำต่างๆ ของทุกๆคนก็เกิดขึ้นที่บ้านหลังนี้ แต่เนื่องด้วยเหตุผลหลายๆประการ เช่นบ้านเก่าหลังนี้เป็นบ้านจัดสรรซึ่งผ่านการต่อเติมซ่อมแซมมาแล้วหลายต่อหลายครั้งเพี่อที่จะรองรับความต้องการของครอบครัวที่เติบโตขึ้น แต่ด้วยข้อจำกัดของโครงสร้าง รูปแบบของบ้าน และความสูงของเพดาน ห้องและฟังก์ชั่นต่างๆในบ้านที่ถูกต่อเติมขึ้นจึงเป็นเหมือนการปะติดปะต่อกันอย่างไม่ลงตัว และไม่สามารถตอบสนองการใช้ชีวิตของครอบครัวอย่างเหมาะสมได้แม้ว่าจะขยายหรือต่อเติมแก้ไขอีกเท่าไรก็ตาม อีกทั้งระบบต่างๆของบ้านก็เริ่มเสื่อมสภาพท่อระบายน้ำตัน ชักโครกกดไม่ลง เพราะถนนและท่อระบายน้ำหน้าบ้านถูกทำให้สูงกว่าระดับท่อและบ่อซึมในบ้านเสียแล้ว ทุกๆคนจึงตัดใจที่จะแก้ไขต่อเติมบ้านหลังเก่า และเริ่มคิดที่จะปลูกบ้านหลังใหม่ ที่เป็นบ้านที่เหมาะกับความเป็นอยู่ของครอบครัวจริงๆ (บ้านหลังเก่าของครอบครัวก็ยังคงอยู่โดยดัดแปลงเป็นออฟฟิศของบริษัทของลูกชายแทน)




แนวคิดในการออกแบบสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายใน

ทำเลที่ตั้งและการวางผัง



ที่ดินแปลงนี้เจ้าของบ้านได้มาเกือบสิบปีแล้ว ในตอนแรกมีเพียงแปลงเดียวคือ 105 ตารางวา ด้วยเจ้าของ(คุณแม่)เป็นคนชอบสวนและการปลูกต้นไม้ เลยถูกใจที่จัดสรรในหมู่บ้านนี้มากเพราะเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และร่มรื่นน่าอยู่ จึงซื้อเพิ่มอีกทีละแปลงสองแปลงจนเป็นขนาด 453ตารางวา ที่ดินมีขนาด 30x60เมตร โดยประมาณ ด้วยความตั้งใจแรกของครอบครัวว่าจะปลูกบ้านอยู่ด้วยกันเมื่อลูกๆโตมีครอบครัวแล้ว การจัดวางผังจึงจะต้องเพื่อที่ดินเอาไว้ปลูกบ้านหลังเล็กๆอีกสองหลังด้วย จึงเลือกที่จะปลูกบ้านหลังนี้ซึ่งเป็นบ้านของพ่อแม่เป็นบ้านประธานอยู่ตรงกลางที่ดิน และบ้านลูกชายทั้งสองที่จะปลูกในอนาคตอยู่ซ้ายและขวา โดยตั้งใจที่จะให้ทั้งสามครอบครัวได้มาอยู่พบปะ รับประทานอาหาร และทำกิจกรรมร่วมกันที่บ้านนี้
การจัดวางแนวแกนของบ้าน ได้วางเป็นทางยาวขนานกับทิศตะวันออก ตะวันตก เพื่อที่จะลดผลกระทบของความร้อนจากแสงแดด ในขณะเดียวกันก็หันด้านหน้าบ้านไปทางทิศใต้เพื่อรับลม แม้ในฤดูหนาวที่ตำแหน่งของดวงอาทิตย์จะอ้อมมาทางทิศใต้ซึ่งจะปะทะหน้าบ้านอยู่บ้าง จึงต้องมีการติดตั้งม่านกรองแสงมาเพื่อแก้ไขตรงจุดนี้




บ้านของพ่อแม่ และลูกๆวัยทำงาน

บ้านหลังนี้มีสมาชิกคือพ่อแม่ และลูกชายอีกสองคนที่เรียนจบและทำงานแล้วทั้งคู่ แต่ละคนก็มีหน้าที่การงานและตารางเวลาที่แตกต่างกัน(กลับบ้านและตื่นนอนไม่พร้อมกัน) ทุกๆคนต้องการบ้านที่อบอุ่นเป็นครอบครัวเดียวกันเหมือนบ้านหลังเก่า แต่ก็ต้องการความเป็นส่วนตัวด้วย บ้านหลังนี้จึงถูกออกแบบให้อยู่ภายใต้ชายคาเดียวกัน(single roof house) มีหลังคาเดียวแต่มี 3 โซนห้องพักที่แต่ละโซนมีทางเข้าออกแยกและเป็นอิสระจากส่วนกลางของบ้าน และมีพื้นที่และมุมมองที่มีความเป็นสัดส่วนจากกัน แต่ก็สามารถรู้ถึงการอยู่อาศัยของสมาชิกคนอื่นๆในบ้านได้จากหน้าต่างของทุกๆห้องที่มองเข้าหาพื้นที่ส่วนกลางของบ้านและมองเห็นหน้าต่างของแต่ละโซนได้ จึงได้ทั้งความรู้สึกอบอุ่นของการอยู่ร่วมกันอย่างครอบครัวในขณะเดียวกันกับที่มีความเป็นอิสระส่วนตัวของแต่ละคนด้วย


บ้านของคนรักธรรมชาติ



การเลือกที่จะปลูกบ้านที่นี่ก็เพราะอากาศที่ดี และความร่มรื่นของสภาพแวดล้อม จึงมีความคิดที่ว่าจะให้การอยู่อาศัยในบ้านหลังนี้ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุด ต้องการให้ทุกๆห้องในบ้านได้รับแสงสว่างและอากาศภายนอก มีมุมมองเห็นสวนและต้นไม้ เย็นสบาย โปร่งโล่งและไม่ให้เกิดความรู้สึกอึดอัดปิดล้อมเหมือนเมื่ออยู่ในบ้านหลังเก่า
การออกแบบบ้านจึงต้องทำให้ผนังส่วนใหญ่เป็นกระจกใสและมีช่องเปิดขนาดใหญ่เพื่อรับทั้งลมและแสงสว่าง แต่บ้านก็ต้องมีหลังคาที่ยาวด้วยเพื่อลดการปะทะของแสงแดดโดยตรงเข้ากับกระจกซึ่งจะนำพารังสีความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ชายคาของบ้านทั้งด้านหน้าและหลังยาวถึงด้านละ 4 เมตร เพื่อให้มั่นใจได้ว่าแต่ละห้องในตัวบ้านไม่โดยแสงแดดโดยตรงและไม่ถูกฝนสาด ชายคาด้านหน้าบ้านเชิดขึ้นเพื่อให้สามารถมองเห็นท้องฟ้าได้ แต่ก็ทำให้ต้องมีแผงครีบบังแดด(horizontal louvre)มาช่วย และยังทำหน้าที่กันฝนสาดได้อีกด้วย ส่วนหลังคาของบ้านนั้นได้ออกแบบให้เป็นทรงสามเหลี่ยมคว่ำที่มีความหนาคือมีพื้นที่ใต้หลังคามาก เพื่อที่เป็นฉนวนกันความร้อน และในขณะเดียวกันก็ได้ติดตั้งช่องระบายอากาศตลอดแนวหน้าและหลังของหลังคา เพื่อที่จะให้อากาศร้อนภายในหลังคาไหลผ่านออกไปได้

ห้องโถงกลาง
พื้นที่นี้ถูกกำหนดให้เป็นศูนย์รวมของสมาชิกทุกคนของครอบครัวในปัจจุบัน และครอบครัวของลูกๆในอนาคต เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่ใช้รับแขก เขียนหนังสือ ทำงาน และทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว ตลอดจนจัดงานเลี้ยงในหมู่ญาติพี่น้องซึ่งมีประมาณ 40-50 คนโดยจะจัดกันเป็นประจำทุกๆปี ห้องโถงกลางนี้จึงถึงเป็นหัวใจของบ้านหลังนี้ที่อาจจะมีความต้องการการใช้สอยที่ไม่เหมือนกับบ้านหลังอื่นๆ



ห้องโถงกลางนี้จึงต้องถูกออกแบบให้สามารถรองรับการใช้สอยได้หลากหลายรูปแบบ ในขณะเดียวกันก็ต้องอยู่สบายด้วย แนวทางการออกแบบใต้ถุนของบ้านทรงไทยถูกนำมาประยุกต์ใช้ โดยการออกแบบผนังกระจกทั้งสองด้านตลอดแนวยาวของห้องโถงให้สามารถเลื่อนเปิดได้ถึง 70%เพื่อให้ลมสามารถไหลผ่านได้ ลดปริมาณความร้อนสะสมภายในห้อง ขณะเดียวกันก็เลือกใช้หินอ่อนปูนพื้นห้องเพื่อที่จะดึงความเย็นของพื้นดินขึ้นมาลดอุณหภูมิของห้อง และการมีเพดานที่สูงและหลังคาที่หนาก็ยังทำหน้าที่ป้องกันความร้อนได้เป็นอย่างดี

การออกแบบ ตกแต่งภายใน



ความต้องการของสมาชิกในบ้านที่ตั้งใจที่จะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย พอเพียง และไม่รกรุกรัง จึงทำให้บ้านหลังนี้ถูกตกแต่งตามแนวความคิดดังกล่าว ตั้งแต่การจัดแบ่งพื้นที่ใช้สอย การกำหนด(สเปซ)ที่ว่างภายในและความสัมพันธ์ของโซนต่างๆที่ถูกออกแบบตามแนวคิดที่เป็นระบบอย่างต่อเนื่อง การใช้เส้นสายในงานสถาปัตย์ที่ตรงไปตรงมา และการตกแต่งภายในโดยการไม่อิงยุคสมัยและสไตล์ใดๆ แต่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของผู้ที่ใช้สอยอาคารเป็นสำคัญ โดยที่แต่ละห้องของบ้านจะถูกกำหนดให้มีบรรยากาศที่แตกต่างกันตามแต่ความเหมาะสมของกิจกรรมที่เกิดขึ้นในห้อง และสอดคล้องกับความชอบของผู้เป็นเจ้าของห้องด้วย
“การเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา” คงจะอธิบายได้ดีถึงลักษณะแปลกๆของขอประดับตกแต่งที่อยู่ในบ้านหลังนี้ เนื่องด้วยเพราะวิถีชีวิตของคนไทยเชื้อสายจีนของทั้งครอบครัวที่เคยดำเนินอยู่มาจนเกิดความเคยชินนั้นกับไม่เรียบง่ายและเป็นระเบียบอย่างที่คิด สิ่งของต่างๆที่ยังจำเป็นและไม่สามารถปล่อยวางได้จากการดำเนินชีวิตในรูปแบบเดิมจึงยังถูกนำมาไว้ในบ้านหลังใหม่นี้ ยังคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งเพื่อที่สมาชิกทุกๆคนในบ้านจะสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสู่วิถีการใช้ชีวิตในแบบที่ตั้งใจไว้

แนวความคิดในการเลือกใช้วัสดุ




วัสดุส่วนใหญ่ที่ใช้ในงานสถาปัตย์และตกแต่งภายในของบ้านหลังนี้เป็นวัสดุที่หาได้ภายในประเทศ (มีเพียงหินที่ใช้ทำโต๊ะห้องรับประทานอาหารเท่านั้นที่เลือกใช้สีให้เข้ากับการตกแต่งจึงต้องใช้หินต่างประเทศ) โดยเลือกใช้วัสดุตามคุณสมบัติที่เหมาะสม มีความทนทาน และสวยงามตามธรรมชาติ อาทิเช่น ไม้สักธรรมชาติ หินอ่อนสีขาวเทาจากเหมืองสระบุรี หินทรายสีเขียวขัดหน้าเรียบ และหินทรายสีเทาหน้าธรรมชาติ ฯลฯ





แนวความคิดในการเลือกใช้วัสดุต่างๆร่วมกันในงานนั้น ผู้ออกแบบได้คำนึงถึงการอยู่ร่วมกันอย่างลงตัวในความแตกต่างของการแสดงออกของวัสดุแต่ละชนิด ทั้งในเรื่องของสีสัน ลวดลายตามธรรมชาติ ผิวสัมผัส การสะท้อนและการหักเหของแสง และเทคนิคที่จะนำวัสดุเหล่านั้นมาติดตั้งให้เกิดความรู้สึกที่แตกต่างและแปลกตา

เฟอร์นิเจอร์





การออกแบบและเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ในบ้านหลังนี้นั้น เน้นไปที่ความเหมาะสมในการใช้งานเป็นหลัก เน้นดีไซน์ที่มีความเรียบง่าย ตรงไปตรงมา ความน่าสนใจของงานนั้นจะเกิดจากความแตกต่างกันของเฟอร์นิเจอร์แต่ละตัวที่เมื่อนำมาวางอยู่ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นที่ขนาด รูปทรง วัสดุที่ใช้ หรือสีสัน และความตัดกันระหว่างตัวเฟอร์นิเจอร์นั้นกับเส้นสายของพื้นหลังที่เป็น สเปซ และสถาปัตยกรรมของบ้านด้วย



การออกแบบแสงสว่าง



ทุกๆพื้นที่และทุกๆห้องในบ้านหลังนี้ ยกเว้นเพียงห้องรับประทานอาหารซึ่งมักใช้ดูทีวีด้วยเท่านั้น สามารถใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่โดยที่ไม่ต้องใช้แสงประดิษฐ์เลยในเวลากลางวัน ส่วนในเวลากลางคืนนั้นทั้งภายในและบริเวณรอบๆตัวบ้านก็มีความสว่างเพียงพอที่จะมองเห็นทางเดินได้
แนวทางในการออกแบบแสงประดิษฐ์ของบ้านหลังนี้ก็คือ ต้องการให้บ้านมีบรรยากาศที่นุ่มนวล ผ่อนคลายในโอกาสที่ใช้พักผ่อนหรือสังสรรค์ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีปริมาณและคุณภาพของแสงที่เพียงพอต่อการทำกิจกรรมหลายๆอย่างที่แตกต่างกันภายในบ้านโดยเฉพาะห้องโถงกลางที่เป็นห้องอเนกประสงค์ และแสงยังต้องช่วยทำให้สถาปัตยกรรมและพื้นที่ภายในอาคารเกิดความน่าสนใจในแบบสามมิติด้วย ในการที่จะบรรลุโจทย์ที่ตั้งไว้นี้ จึงต้องกำหนดให้มีแสงสว่างหลัก3ชุดเพื่อทำหน้าที่หลักๆสามประการก็คือ สร้างบรรยากาศและความน่าสนใจให้กับสเปซ(ambient light) ให้แสงสว่างที่เพียงพอต่อการทำกิจกรรม(task light) และแสงส่องเน้น(accent light)เพื่อให้สถาปัตยกรรมและงานตกแต่งโดดเด่นขึ้น แสงทั้ง3ชุดนี้สามารถใช้ผสมผสานกันได้เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ร่วมกันหรือบรรยากาศที่แตกต่างกันไป นอกจากนั้นยังได้มีการใช้แสงสีต่างๆในการสร้างความรู้สึกน่าสนใจ ตื่นเต้น แปลกตา แต่ก็ต้องระมัดระวังในเรื่องของปริมาณและจุดตกกระทบของแสงสีเพื่อไม่ให้รบกวนการมองเห็นสีที่แท้จริงผิดเพี้ยนไป

ปัญหาในการออกแบบและก่อสร้าง
• มีปัญหาบ้างในการใช้หินธรรมชาติเนื่องจากลวดลายและสีสันมีความแตกต่างกันจึงทำให้ต้องคัดเลือกและรอให้ได้หินแบบและลายที่ต้องการในปริมาณที่เพียงพอ จึงทำให้เผื่อระยะเวลาในแผนการก่อสร้างด้วย
• การติดตั้งผนังหินทรายหน้าเรียบที่มีการเพ่สันหิน และผนังหินทรายหน้าธรรมชาติที่ปูสลับสูงต่ำก็ทำได้ยากกว่าที่คิดไว้ เพราะว่าหินทรายนั้นจะโก่งตัวเมื่อมีการดูดซึมน้ำมากจึงทำให้เกิดการหลุดร่อน ได้มีการลองผิดลองถูกอยู่หลายวิธีจึงสำเร็จ
• ด้วยความต้องการที่จะให้ห้องโถงกลางเปิดโล่งได้มากที่สุด จึงได้มีคิดถึงการใช้ประตูบานเพี้ยมกระจก แต่เมื่อได้พิจารณาถึงความไม่สะดวกในการเปิดปิดที่ต้องใช้กำลังมาก ขนาดของเฟรมที่ใหญ่โตและรางเลื่อนด้านล่างที่มีร่องลึกและใหญ่ซึ่งอาจจะทำให้สะดุดได้เวลาเดินผ่าน จึงทำให้มาเลือกใช้บานประตูกระจกเลื่อนสามตอนแทน ซึ่งแม้ว่าจะเปิดได้เพียง70% แต่ก็เป็นการเหมาะสมต่อการใช้งานมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับข้อเสียข้างต้น
• การติดตั้งประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่และสูงมากๆนั้น (ชุดบานกระจกสูง6เมตร และตัวบานเลื่อนสูง3เมตร) ต้องมีการเสริมโครงสร้างเหล็กเข้าไปในเฟรมอลูมิเนียมเพื่อให้เกิดความแข็งแรง และมีการคำนวณการรับน้ำหนักชุดบานกระจกติดตายที่อยู่เหนือบานเลื่อนแล้วทำโครงเหล็กแขวนยึดขึ้นกับโครงหลังคาเพื่อป้องกันไม่ให้เฟรมมีการแอ่นตัวลงซึ่งจะทำให้บานเลื่อนมีปัญหาได้




 

Create Date : 29 มิถุนายน 2553    
Last Update : 29 มิถุนายน 2553 12:48:21 น.
Counter : 1951 Pageviews.  

สร้างบ้าน พลังหารสอง

สร้างบ้าน พลังหารสอง





สร้างบ้าน พลังงานหารสอง (Lisa ) ไม่ว่าใครก็อยากอยู่บ้านที่เย็นสบาย โดยเฉพาะหน้าร้อนแบบนี้ ซึ่งถ้าอยู่แล้วเย็นแต่ค่าใช้จ่ายในบ้านพุ่งกระฉูดคงไม่ดีแน่ ดังนั้น วันนี้เรามีวิธีอยู่บ้านแบบคลายร้อนพร้อมประหยัดสตางค์ในกระเป๋ามาฝากกัน งบเยอะปรับผังบ้าน ถ้าคุณมีโครงการที่จะปรับเปลี่ยนมุมต่างๆ หรือซ่อมแซมตัวบ้านอยู่แล้ว เวลานี้เหมาะอย่างยิ่งที่คุณอาจจะวางผังบ้านใหม่ไปในตัว โดยเปิดช่องใหม่ เช่น หน้าต่าง ประตู ให้เยอะขึ้น เพื่อให้ลมพัด เข้าออก ลดการใช้แอร์ เจาะช่องพัดลมดูดอากาศ อาจจะเติมกันสาดในมุมที่แดดส่องถึงตลอดเวลา และปลูกต้นไม้ใหญ่แบบโตเร็ว ให้ร่มเงา ทำให้บ้านเย็นขึ้นได้มากมาย อีกทั้งสวนเล็กๆ ตามมุมบ้านก็ช่วยให้บ้านเย็นได้ เนื่องจากสวนจะดูดความร้อนและคายความเย็นออกมาให้คุณยามบ่าย คุณจะได้รักการอยู่บ้านมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นถ้าต้องเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ในบ้านด้วย คุณควรเลือกแบบไม้โปร่ง ไม่อมฝุ่น เพราะเหมาะกับเมืองร้อนอย่างบ้านเรา งบน้อยปรับฟอร์นิเจอร์ นอกจากจะเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ไปเลย คุณยังสามารถเลื่อนเฟอร์นิเจอร์ใหม่ เพื่อไม่ให้ขวางทางลมพัดเข้าออก รวมทั้งยังเป็นการเปิดช่องให้แสงเข้า คุณจะได้ไม่ต้องเปลืองไฟฟ้าอีกทอดหนึ่งด้วย และควรทำความสะอาดหลอดไฟ กระจก และหน้าต่าง ที่เป็นประตูควรเปิดให้แสงและลมพัดเข้าได้สะดวกขึ้น หากหน้าบ้านเป็นพื้นอิฐบล๊อก หาต้นหญ้ามาปลูกแทรกในช่องว่างระหว่างก้อนอิฐ เพื่อลดการสะท้อนแสงเข้าตัวบ้าน พร้อมปรับทิศทางห้องต่างๆ ให้เหมาะสม เช่น ห้องนอนควรหันไปทางทิศตะวันออกเพื่อหลบแดดช่วงบ่าย ห้องนั่งเล่นควรอยู่ทางทิศเหนือ เพราะแดดจะส่องเข้าน้อยที่สุด ปรับไลฟ์สไตล์ไม่เสียเงิน คุณอย่ายึดติดกับการเปิดแอร์เพื่อแก้ร้อนนักเลย หากร้อนอาจจะมองหาสักมุมที่มีลมเย็นๆ ในบ้าน ปูเสื่อวางเบาะนั่งเล่นก็ได้ ซึ่งประหยัดเงินโดยไม่ต้องเปิดแอร์แต่อย่างใด หากิจกรรมที่ไม่เปลืองพลังงานอย่างการอ่านหนังสือ เล่นดนตรี รวมทั้งควรปรับไลฟ์สไตล์แสนเปลืองต่างๆ อย่างเช่น การรีดผ้าในห้องแอร์ เปิดทีวีเป็นเพื่อน เสียบปลั๊กทิ้งไว้ พร้อมเลี้ยงปลาในห้องแอร์ เป็นต้น

ข้อมูลมาจาก : Lisa Weekly




 

Create Date : 25 มิถุนายน 2553    
Last Update : 25 มิถุนายน 2553 9:16:41 น.
Counter : 420 Pageviews.  

ไอเดียติดม่านรับหน้าร้อน

ไอเดียติดม่านรับหน้าร้อน

สู้กับแดดร้อนๆ นอกบ้านไม่ไหว ก็เข้ามาหลบพักในบ้านกันเถอะค่ะ ค่อยอาศัยหน้าต่างกระจกบานกว้างเป็นตัวเชื่อมระหว่างความเย็นสบายภายในกับธรรมชาติภายนอกและถ้าให้ดียิ่งขึ้น ก็อย่าปล่อยให้หน้าต่างกระจกโปร่งจนเปลือยหาวิธีแต่งม่านสวยเพื่อสร้างบรรยากาศให้กับห้องกันดีกว่า

ม่านม้วน



บ้านทันสมัยตกแต่งภายในสไตล์โมเดิร์น โดยเน้นความเรียบโล่งจากเส้นสายที่น้อยดูสบายตาเพื่อให้เกิดพื้นที่ว่างให้หายใจได้อย่างสบายตัว หน้าต่างกระจกบานใหญ่จึงเป็นจุดเปิดสำคัญในการเชื่อมต่อสัมผัสธรรมชาติและสีเขียวของต้นไม้หรือสีฟ้าจากสระน้ำข้างบ้านม่านที่เหมาะกับหน้าต่างทรงเรียบตรงแบบนี้ก็ต้องดูเรียบและทันสมัยไปด้วยเช่น ม่านม้วนที่ใช้ใยสังเคราะห์ช่วยกรองแสง และสามารถชักรอกเพื่อม้วนเก็บได้อย่างเรียบร้อยโดยไม่เกะกะสายตา

มู่ลี่ไม้้



ห้องนั่งเล่นหรือรับแขกเป็นมุมที่ใช้บ่อยในช่วงเวลากลางวันจึงเป็นห้องที่ต้องการแสงธรรมชาติมากที่สุดห้องหนึ่งของบ้าน ขณะเดียวกันเพราะเป็นห้องที่เน้นความรู้สึกผ่อนคลาย จึงนิยมใช้วัสดุไม้มาประกอบการตกแต่งเสมอ รวมไปถึงมู่ลี่ไม้ที่ช่วยสร้างดีไซน์ให้กลมกลืนกับห้อง ทั้งยังสามารถปรับระดับมู่ลี่เพื่อรับแสงในแบบที่ต้องการทำให้ได้แสงเงาเป็นลาย ทว่าเมื่อปิดทึบก็ยังให้ความรู้สึกอบอุ่นเช่นเดิม

ม่านแนวตั้ง



ปกติสำนักงานหรือออฟฟิศหลายแห่งมักนิยมใช้ม่านแนวตั้งแบบนี้แต่ความจริงเราสามารถนำม่านแนวตั้งมาปรับใช้กับบ้านได้เช่นกันม่านแนวตั้งเหมาะสำหรับบังแสงแดดจากทิศตะวันออกและตะวันตกหากปรับระดับของม่านให้เปิดก็จะได้มุมมองผ่านที่แตกต่างออกไปและหลายคนยังเชื่อว่าม่านแบบนี้ทำความสะอาดได้ง่ายด้วย

ม่านผ้าไหม



การเลือกผ้าม่านก็เหมือนแฟชั่นอย่างหนึ่ง ที่ต้องเลือกโทนสี วัสดุหรือสัมผัสให้เข้ากับส่วนอื่นๆภายในห้อง ซึ่งวัสดุที่นิยมนำมาทำม่านส่วนใหญ่มักจะเป็นผ้า ไม่ผ้าลินินก็ผ้าไหมโดยเฉพาะผ้าไหมที่เพิ่มความรู้สึกหรูหราขึ้น เมื่อนำมาใช้กับช่องหน้าต่างสูงแบบ Double Volume จะได้แนวม่านสูงสง่าที่ทิ้งตัวลงมาอย่างงดงาม และสามารถติดเป็นม่านสองชั้นชั้นบางไว้สำหรับเวลาที่ต้องการแสงภายในมากหน่อย ส่วนม่านผืนหน้าใช้เมื่อต้องการลดแสงภายในให้น้อยลง

ม่านพับ



เป็นอีกไอเดียที่หลายบ้านนิยมใช้ เพราะได้ทั้งความเรียบง่ายให้สัมผัสที่อบอุ่นจากวัสดุผ้ารวมถึงมีดีไซน์ที่สามารถเข้ากับบ้านได้แทบทุกสไตล์ แต่ส่วนใหญ่นิยมเป็นผ้าสีครีมหรือสีเบจเพื่อแทนโทนสีที่เป็นกลาง ภายในห้องอาจปูด้วยพื้นไม้หรือใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ได้อย่างกลมกลืน ม่านพับยังช่วยปิดบังทัศนียภาพรกตาในเรื่องของสายไฟแนว
สูง โดยยังคงเปิดให้เห็นธรรมชาติของต้นไม้ใบหญ้าแนวราบได้


ม่านปรับระดับ



ด้วยดีไซน์ของการเลื่อนขึ้นเลื่อนลงแบบใหม่ๆ ทำให้ม่านสามารถสร้างมุมมองที่แตกต่างภายในห้องได้มากขึ้น อย่างม่านเลื่อนปรับระดับแบบนี้ ออกแบบมาให้สามารถเลื่อนเปิดช่องบน ปิดช่องล่างหรือเปิเฉพาะช่องกลางก็ได้ เพื่อให้ผู้ใช้เลือกเปิดเฉพาะมุมที่ต้องการมองสู่ภายนอกและปิดบริเวณที่ต้องการความเป็นส่วนตัว แถมยังเลือกโทนสีที่เข้ากับห้องได้เช่นกัน

ข้อมูลจาก : Home&Decor Vol.19 No.227




 

Create Date : 24 มิถุนายน 2553    
Last Update : 24 มิถุนายน 2553 10:13:06 น.
Counter : 1166 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

Valentine's Month


 
teemgroup
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แนะนำตัว มิสมอนเจอร์ อย่างเป็นทางการ

สวัสดีค่ะ ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการก่อนนะคะ ดิชั้นชื่อ นางสาว มอนเจอร์ เดคอรัส ดิชั้นทำหน้าที่เป็น PR ให้กับ บริษัท ธีมสตูดิโอ หรือเรียกว่าเป็นคนเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร อัพเดทผลงานและคอยตอบกระทู้ในเว็บไซด์
เอาเป็นว่าตอนนี้ทุกคนรู้จัก มอนเจอร์ เดคอรัส เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ หากใครมีข่าวสารใหม่ๆ ต้องการให้อัพเดท หรือคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อ Miss Monger ได้ที่


http://www.teemgroup.com
http://teemgroup.blogspot.com/
http://teemgroup.multiply.com/

ขอบพระคุณทุกท่านค่ะ
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
มอนเจอร์ เดคอรัส
(Public Relation)
Teemgroup.com
Blogspot
Multiply
Bloggang
Twitter
Facebook
ยินดีต้อนรับ สู่ Bloggang Teem Group ค่ะ
Friends' blogs
[Add teemgroup's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.