Group Blog
 
All blogs
 

TASTE OF RETRO

TASTE OF RETRO



ถึงแม้ว่ากระแสการตกแต่งภายในจะก้าวไกล สู่เทคโนโลยีล้ำสมัยเพียงใดก็ตาม แต่การถวิลหางานแบบย้อนยุค (RETRO) กลับถูกปลุกขึ้นมาใหม่ในรูปแบบที่อ้างอิงเรื่องราวประวัติความเป็นมาในอดีต สอดแทรกด้วยเทคโนโลยีวัสดุอันทันสมัย สร้างสรรค์รูปลักษณ์ในปัจจุบันและสนองความสะดวกสบายให้แก่ผู้บริโภคอย่างครบครันขณะที่เครื่องเรือนต้นแบบแต่ละชิ้นต่างถูกเก็บสะสมอยู่ในพิพิธภัณฑ์สำคัญหลายแห่งเป็นที่เรียบร้อย โดยเฉพาะของแท้ต้นแบบนับวันหายาก จะมีก็แต่ของต้นฉบับที่ถูกปรับปรุงขึ้นใหม่ที่ดูเหมือนจะหาได้ยากในสภาพสมบูรณ์

คำว่า RETRO เกิดจากอารมณ์ถวิลหาคุณค่าความงามในอดีต ด้วยสีสัน เส้นสายและวัสดุอย่างน่าสนใจในยุคนั้น เช่นงานไม้ดัด พลาสติก หรือ ไฟเบอร์กลาส ฯลฯ โดยเฉพาะเครื่องเรือนแบบสแกนดิเนเวียนอันโด่งดัง มีอายุรุ่นราวประมาณช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ตั้งแต่ทศวรรษที่ 50 จนต้นทศวรรษ 80 ซึ่งเครื่องเรือนในแต่ละยุคมีความแตกต่างกันตามอิทธิพลที่ได้รับ นอกจากนี้ยังมีโรงงานยักษ์ใหญ่ในอเมริกาอย่างเช่น Herman Miller และ Knoll ที่นำรูปแบบเดิมมาพลิกแพลงใหม่ ด้วยวัสดุและเทคโนโลยีอันทันสมัย ในการผลิตยังคงเอกลักษณ์ของเดิมไว้




รูปแบบและสไตล์ที่ถูกนำกลับมาดีไซน์ใหม่ในสไตล์ RETRO

The 50’s Retro








รูปแบบเครื่องเรือนและงานตกแต่งภายในยุค 50 เป็นช่วงเริ่มต้นยุคแห่งการเจริญเติบโตทางอุตสาหกรรมการผลิต ด้วยนวัฒกรรมทางเทคโนโลยีก่อให้เกิดวัสดุสังเคราะห์ใหม่ๆ ขึ้นมากมาย เครื่องเรือนนิยมใช้วัสดุที่คิดค้นขึ้นใหม่ เช่น พลาสติกลามิเนตสีขาว นำมากรุพื้นหน้าโต๊ะ เพื่อช่วยแก้ปัยหาเรื่องกระทบความร้อนและความชื้น รวมถึงป้องกันรอยขีดข่วนต่าง ๆ จากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี ขาตะด้วยสแตนเลสหรือเหล็กชุบโครเมียมดัดโค้ง โซฟามักหุ้นทั้งตัวด้วน Vinyl หนังแท้ และผ้าลายขนสัตว์กุ๊นขอบไส้ไก่โดยรอบ เครื่องเรือนมีรูปทรงเรียบง่าย สามารถผลิตได้ในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก ไม่เน้นงานฝีมือที่ก่อให้เกิดความล่าช้า และไม่ตอบสนองต่อสายพานการผลิตในปริมาณของผู้บริโภคจำนวนมหาศาล


เครื่องเรือนตัวเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ ชาร์ลส์ กับ เรย์ อีมส์ ที่ยังมีขายในบ้านเรา แต่ราคาชุดละแสนกว่าบาท

The 60’s Retro





ทศวรรษ 60 นับเป็นยุคบุกเบิกของ Pop Culture ที่กลายเป็นกระแสนิยมของชาว Baby Boomers ที่กำลังเจริญเติบโตอยู่ในช่วงวัยรุ่นของคนยุคนั้น ขณะเดียวกันเป็นช่วงแห่งการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างจริงจัง เกิดกระแสตี่อต้านสงครามเวียดนาม ผู้คนแสวงหาอิสรภาพ โดยมีจุดเริ่มต้นในอังกฤษ และอเมริกา แนวดนตรีป๊อปร๊อคของวง The Beatles ที่ช่วยเป็นแรงผลักดันกระแสสันติภาพจากเพลงได้เป็นอย่างดี เช่น ผลงานเพลง IMAGINE จินตนาการที่ไขว่คว้าสวรรค์บนโลกแห่งความเป็นจริงในสังคม เครื่องเรือนสมัยใหม่ที่ผลิตจากเทคโนโลยีอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม ภายใต้โรงงานใหม่ หลังจากที่หมดลิขสิทธิ์ พ้นอายุการผลิต และครอบครองยาวนานถึง 30ปี เช่น ผลงานออกแบบโดย Charles & Ray Eames , George Nelson และเครื่องเรือนแถบสแกนดิเนเวียน เช่น ไม้กลึง ไม้ดัด ที่หวนกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง



เครื่องเรือนและแนวทางในการตกแต่งภายใน นิยมใช้สีรุนแรงฉูดฉาด และเส้นสายที่ให้ความรู้สึกลื่นไหลไม่หยุดนิ่ง ทั้งในงานโปสเตอร์ กระดาษปิดผนัง ผ้าและพรม ศิลปะแนว Op & Pop นับว่ามีบทบาทสำคัญต่อลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ ในการออกแบบและตกแต่งของยุค 60




สีสัน และบรรยากาศย้อนยุค ของ 60 ที่เน้นสายและลวดลายกราฟฟิค



The 70’s Retro





ขณะที่อเมริกาอยู่ในช่วงของปัญหาเศรษฐกิจถดถอย และขาดแคลนพลังงาน แต่งานออกแบบเครื่องยังคงก้าวหน้าต่อไป อิทธิพลกระแสของ Pop Art ส่งผลต่อเนื่องมายังงานศิลปะ และการออกแบบ เช่นงานของ Andy Warhol ดนตรี Rock & Roll มีบทบาทสำคัญก่อนการเข้าสู่ยุค Disco และเป็นการสิ้นสุดของสไตล์โมเดิร์นอย่างเด็ดขาด เช่นเดียวกับแนวทางในการออกแบบตกแต่งภายในที่อยู่ในช่วงงานออกแบบ High-Techและสถาปัตยกรรมแบบ Port-Modern ในช่วงเริ่มต้น แนวทางการตกแต่งภายในจึงเป็นไปในลักษณะผสมผสานงานหลากหลายรูปแบบ เกิดการขยายตัวของร้านเครื่องเรือนชื่อดังอย่าง Habitat และ Ikea ที่ผลิตงานออกแบบป้อนตลาดในกลุ่มผู้บริโภคในหลากหลายประเทศ ซึ่งมีแนวทางตกแต่งในรูปแบบสำเร็จรูปของงานอุตสาหกรรมปะปนอยู่บ้าง เช่น เหล็ก สแตนเลส อลูมิเนียม ไม้อัด เป็นต้น


ลักษณะแนวทางการตกแต่งภายในยุค 70 ที่มี กลิ่นอายของ Pop art และความเป็น Industrial look ในช่วงปลาย




The 80’s Retro




เป็นช่วงของยุคทองของ Disco ที่กำลังเบ่งบานด้วยแนวดนตรีเพลงเต้นรำใน ดิสโก้เธค และไนท์คลับ เป็นการกลับมาของยุคแสงสี สัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนอย่างเห็นได้ชัด คือ ลูกบอลโมเสกกระจกเงา (Magic ball) ที่สะท้อนแสงเลเซอร์ภายในบรรยากาศของการตกแต่งภายใน ที่ถูกหยิบยกมาเป็นสัญลักษณ์ในงานออกแบบแผ่นเสียง ผ้าปักเลื่อมสีเงิน และทอง กำมะหยี่ ถูกดัดแปลงมาใช้กับงานออกแบบเช่นกัน รวมไปถึงกางเกงมอสขาบาน หลอดไฟ Fluorescent และNeon light ที่นำมาใช้กันอย่างแพร่หลายส่วน ในด้านสถาปัตยกรรมเป็นการค้นพบแนวทางใหม่ในสไตล์ดีคอนสตรัคชันที่สร้างสรรค์มิติใหม่ในพื้นที่ว่างได้อย่างแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการผลิตและสร้างสรรค์ผลงานออกแบบ

บรรยากาศการตกแต่งภายในด้วย แสง สี เสียง ที่ได้รับอิทธิพลจากแนวเพลงของ Disco




 

Create Date : 08 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 8 กรกฎาคม 2553 9:18:34 น.
Counter : 1020 Pageviews.  

เรื่องพื้นน่ารู้

เรื่องพื้นน่ารู้



พื้นจะรับศึกหนักเสมอ ต้องเดินต้องย่ำเช็ดถู เรื่องน่ารู้ของพื้นที่ควรใส่ใจ ตั้งการเลือก และการดูแลรักษา เพื่อให้พื้นดีๆ อยู่คู่บ้านไปอีกนาน

รู้จักกระเบื้องปูพื้น

กระเบื้องปูพื้นเป็นวัสดุปูพื้นยอดนิยมและมีให้เลือกมากที่สุด มาดูกันว่ามีกระเบื้องอะไรให้เลือกบ้าง รวมถึงข้อพิจารณาในการเลือกใช้งาน

กระเบื้องแกรนิตโต้



มีเนื้อแกร่งคล้ายหิน มักผลิตเป็นแผ่นขนาดใหญ่ จึงนิยมปูภายในบ้านและมีรอยต่อน้อย และสวยงาม แต่กระเบื้องชนิดนี้มีราคาตั้งแต่ราคา ตารางเมตรละ 400-2,000 บาท จึงมีคุณภาพแตกต่างกัน กระเบื้องที่มีราคาถูกมักพบปัญหาแผ่นกระเบื้องไม่เรียบสม่ำเสมอ สีเพี้ยน ขนาด ไม่เท่ากัน ซึ่งพอแก้ไขได้ด้วยการปูวางสลับกันเป็นลายอิฐ ก็จะช่วยพรางตาไม่ให้สังเกตได้ชัดนักและลบขอบมุมกระเบื้องที่เผยอขึ้นมา ป้องกันไม่ให้เดินสะดุด

กระเบื้องเซรามิค




นอกจากการเลือกตามลวดลายที่ชอบแล้วเรามีข้อแนะนำในการเลือกซื้อมาฝาก - ขอบกระเบื้องมีหลาแบบ คือ ขอบเรียบปกติ ปูแบบเว้นร่องอยางที่เห็นทั่วไป - ขอบตัดตรง เป็นกระเบื้องที่ปูชิดกันโดย ไม่ต้องเว้นร่องยาแนวทำให้พื้นดูเรียบกว่า และ - ขอบมน จะปูเว้นร่องตามปกติ แต่ด้วยขอบที่มนทำให้เป็นรอยต่อกระเบื้องกว้างปกติ และแผ่นกระเบื้องดูนูนขึ้นมา เหมาะกับบ้านสไตล์คันทรีและร่วมสมัย หากเลือกใช้กระเบื้องลายธรรมชาติอย่าง ลายหินอ่อน ลายไม้ ควรเลือกรุ่นที่มีลวดลาย คละกัน เวลาปูก็จะดูเป็นธรรมชาติ คล้ายหินหรือไม้จริงมากขึ้น เลือกใช้กระเบื้องให้ถูกประเภท กระเบื้องกรุผนังจะบางกว่าและใช้ปูพื้นไม่ได้ ส่วนกระเบื้องปูพื้นสามารถปูได้ทั้งพื้นและผนัง โดยด้านหลังแผ่นกระเบื้องมักมีบอกประเภทไว้


กระเบื้องดินเผา



ธรรมชาติของกระเบื้องชนิดนี้จะมีขนาดแต่ละแผ่นไม่เท่ากันเป๊ะ จึงต้องปูยาแนวเว้นร่องกว้างกว่ากระเบื้องเซรามิก คือ ประมาณ 1 เซนติเมตร เพื่อช่วยลดปรับระยะกระเบื้องที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นถ้าใครชอบวัสดุที่เป็นธรรมชาติแบบนี้ก็ต้องยอมรับความคลาดเคลื่อนได้ด้วย

กระเบื้องยาง



มีจุดเด่นที่ติดตั้งง่าย น้ำหนักเบา และเดี๋ยวนี้ก็มีลายเลือกมากขึ้น มีทั้งแบบเป็นม้วนปูพื้นที่กว้างๆ โดยไม่มีรอยต่อ แบบแผ่นที่ใช้กาวติดตั้งและแบบแผ่นที่มีกาวในตัว เป็นอีกทางเลือกสำหรับบ้านพักอาศัย โดยเฉพาะการปรับปรุงและต่อเติมบ้าน ที่ควรใช้วัสดุที่น้ำหนักเบาและติดตั้งเร็ว

ที่มา : หนังสือ ROOM




 

Create Date : 07 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 7 กรกฎาคม 2553 10:00:04 น.
Counter : 6423 Pageviews.  

สุดยอดสถาปัตยกรรมจีน

สุดยอดสถาปัตยกรรมจีน

1. สนามบินนานาชาติปักกิ่ง





สนามบินโฉมใหม่ที่มีขนาดกว่า 1 ล้านตารางเมตร ซึ่งใหญ่กว่าเพนตากอนของสหรัฐอเมริกานี้ เป็นฝีมือของผู้ออกแบบสนามบินเช็กแลพก๊อกของฮ่องกงด้วย นั่นคือ Foster & Partners สถาปนิกนักเดินทาง ได้แบ่งอาคารที่กว้างขว้างใหญ่โตของสนามบินนานาชาติปักกิ่งออกเป็น 2 ข้าง ทอดตัวจากทิศใต้ไปสู่ทิศตะวันออก เพื่อช่วยลดไอร้อนจากแสงอาทิตย์ แต่ติดสกายไลท์ให้แสงแดดละมุนละไมได้ฉายส่องเข้ามา พร้อมทั้งใช้
นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนภายในตัวอาคาร


2. เดอะคอมมูน – กรุงปักกิ่ง



เดอะคอมมูน (The Commune) เกิดขึ้นตามความตั้งใจของคู่รักนักพัฒนาเรียลเอสเตท จางซิน และพานซื่ออี๋ ที่ลงทุนควักกระเป๋าให้นักสถาปัตย์ชั้นนำชาวเอเชีย 12 คน คนละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเนรมิตเฮาส์คอมเพล็กซ์หรูที่มีกลิ่นอายกำแพงเมืองจีน

3. ศูนย์กลางการเงินของโลกที่เซี่ยงไฮ้




ศูนย์กลางการเงินแห่งใหม่ของโลก กำลังจะอุบัติขึ้นที่มหานครเซี่ยงไฮ้ ที่เขตการเงินหลู่เจียจุ้ย ในเขตผู่ตง ในรูปโฉมของตึกกระจกสูงเสียดฟ้า 101 ชั้น การสร้างให้ตึกต้านทานแรงลมได้ ถือเป็นความท้าทายของงานนี้ ในที่สุด จึงได้ออกแบบให้ยอดตึกเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า พร้อมเจาะช่องตรงชั้นที่ 100 ซึ่งนอกจากจะปรับเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในโลกแล้ว ยังสามารถบรรเทาแรงลม ลดการแกว่งตัวไปมาของตัวตึกได้ด้วย


4. สระว่ายน้ำแห่งชาตินครปักกิ่ง




สระว่ายน้ำแห่งชาตินี้ สร้างขึ้นสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2008 โดยมีรูปลักษณ์เหนือจินตนาการคล้าย “ก้อนน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่” นอกจากนั้น เพื่อให้ดูเหมือนน้ำที่สุด สถาปนิกยังใช้เทคโนโลยีจากงานวิจัยที่สามารถทำให้กำแพงอาคารดูเหมือนฟองน้ำที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนอกจากจะทำสระว่ายน้ำแห่งแดนมังกรนี้ดูดีเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังสามารถต้านทานกับแรงสั่นสะเทือนอันเกิดจากแผ่นดินไหวได้ด้วย


5. สถานีโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งชาติ (CCTV) – นครปักกิ่ง



อาคารสำนักงานใหญ่ของสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี มีรูปลักษณ์ที่แหวกแนวไปจากตึกระฟ้าทั่วไป โดยเกิดจากสองอาคารที่ตั้งมุมฉากต่อเข้าหากัน มองดูเหมือนอุโมงค์ขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยกระจายแรงลมที่ปะทะกับตึกได้เป็นอย่างดี ตึกใหม่นี้ออกแบบโดย Rem Koolhass และ Ole Scheeren


ที่มา : //www.tlcthai.com




 

Create Date : 06 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 6 กรกฎาคม 2553 16:27:33 น.
Counter : 504 Pageviews.  

บ้านสไตล์กระท่อม

บ้านสไตล์กระท่อม






เมื่อครั้งที่แล้วเราได้พูดคุยกันไปถึงลักษณะของบ้านทรงกระท่อมหรือบ้านสไตล์คอตเทชอย่างกว้างๆ กันไปบ้างแล้ว ด้วยเสน่ห์ของบ้านที่มีขนาดเล็กน่ารักนี้เอง ทำให้บ้านทรงกระท่อมเป็นบ้านที่ได้รับความนิยมของผู้คนนับแต่อดีตกาลเรื่อยมาจนถึงยุคปัจจุบัน

บ้านกระท่อมในยุคต้น เกิดขึ้นตั้งแต่มนุษย์เราเริ่มคิดที่จะสร้างที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง เริ่มจากกระท่อมไม้มุงด้วยหลังคาจาก หรือแฝก พัฒนามาเป็นกระท่อมของชาวนาที่เรียบง่ายอยู่สบาย และมีวิวัฒนาการข้ามศตวรรษมาสู่บ้านกระท่อมในยุคโลกาภิวัฒน์ที่มีเสน่ห์น่ารักสำหรับ การมาใช้ชีวิตครอบครัวที่หลบจากความสับสนของชีวิตประจำวันมาสู่ความเงียบสงบ และอบอุ่นในกระท่อมน้อยนี้ จากศตวรรษหนึ่งสู่ศตวรรษหนึ่ง บ้านทรงกระท่อมก็ได้แปรเปลี่ยนรูปร่างไปหลายแบบตามอิทธิพลของวัฒนธรรม และสังคมในแต่ละสมัย

จากกระท่อมหลังคาแฝกทรงอังกฤษ (English cottage) มาสู่ กระท่อมทรงคลาสสิกเคปคอต (Cape Cod cottage) และพัฒนามาเป็นบ้านทรงกระท่อมที่มีรูปแบบเป็นบ้านอยู่อาศัยอันทันสมัยของผู้คนในยุคปัจจุบัน


กระท่อมอังกฤษ (English cottage)



รากฐานของบ้านทรงกระท่อมได้เริ่มต้นขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 16 จากการเป็นบ้านในสไตล์ระดับกลางที่คั่นระหว่างปราสาทราชวังอันหรูหราของเหล่าขุนน้ำขุนนาง และบ้านชาวนาที่ยากจน

คอตเทชเป็นบ้านของชาวชนบทที่มีฐานะปานกลาง มีขนาดพอเหมาะและมีการตกแต่งที่งดงามเหมาะกับฐานะ พื้นที่ใช้สอยเป็นบ้านขนาดสองชั้น ชั้นบนเป็นส่วนห้องนอนมีหลังคาสูงชัน และมีขนาดกว้างขวางกว่ากระท่อมมุงแฝก

ในช่วงปลายทศวรรษ ค.ศ. 1800 กระท่อมในอังกฤษก็ได้แปรรูปโฉมเป็นกระท่อมน้อยที่ได้รับการประดับตกแต่งราวกับภาพเขียน ด้วยเครื่องตกแต่งอย่างในยุคกลางคือ หน้าต่างกระจกแบ่งซอยเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน มีกันสาดเล็กๆ คลุมหน้าต่าง หลังคาสูงชัน เป็นบ้านที่ชวนฝันอย่างในเทพนิยาย


บ้านทรงกระท่อมในสหรัฐอเมริกา



กระท่อมรุ่นแรกเริ่มจากการก่อสร้างของชาวอังกฤษที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่แมทซาชูเสทส์ และได้นำเอาวัฒนธรรม กับรูปแบบของบ้านทรงกระท่อมติดมาจากถิ่นฐานเดิมของตน จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เราพบว่าชาวอังกฤษมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่พลีมัทโดยสร้างกระท่อมที่มีขนาดพื้นที่ประมาณ 440 ตารางฟุตหรือประมาณ 40 ตารางเมตร บางครั้งก็น้อยกว่านั้นตามแต่ที่ครอบครัวของตนจะมีกำลังสร้างได้

รูปแบบของบ้านกระท่อมสร้างขึ้นจากไม้โอ๊ค และหิน หลังคาคลุมด้วยอ้อหรือฟาง ฝาทำด้วยไม้โอ๊คหรือไม้ขัดแตะและใช้แผ่นไม้ปิดอีกชั้นหนึ่ง บางครั้งฉาบผิวด้วยดินทรายและหญ้าเพื่อป้องกันน้ำซึมเมื่อฝนตกหนัก


กระท่อมทรงเคปคอต



ช่วงระยะเวลา 10 ปีต่อจากนั้น ผู้คนที่มาตั้งถิ่นฐานใหม่ต่างยุ่งอยู่กับการสร้างบ้านเรือนของตน นับตั้งแต่บ้านที่เรียบง่ายสมถะจนถึงแบบบ้านที่งดงามหรูหราโดยมีรูปแบบพื้นฐานมาจากบ้านกระท่อมพื้นถิ่นของอังกฤษซึ่งเปรียบเสมือนกับแผ่นดินแม่ของตนนั่นเอง จนมาถึงช่วงปลายศตวรรษที่ 18 บ้านทรงกระท่อมได้เริ่มปรากฏโฉมอย่างโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ในสหรัฐอเมริกา ด้วยรูปทรงบ้านที่มีหลังคาเดี่ยวทรงจั่วสูงชัน ซึ่งเป็นรูปแบบของบ้านกระท่อมทรงเคปคอตที่คงอยู่ในปัจจุบัน

ผู้สร้างกระท่อมที่เคปคอตเป็นกลุ่มแรก คงไม่คิดว่ากระท่อมหลังน้อยนี้ จะกลายเป็นต้นแบบของบ้านทรงกระท่อมในสหรัฐฯ เพราะในสมัยนั้นที่เคปคอตดูจะเป็นแห่งเดียวที่มีวัสดุก่อสร้างครบครัน ซึ่งแตกต่างจากมลรัฐอื่นๆ ในสหรัฐ กระท่อมเคปคอต ปรากฏโฉมออกมาได้อย่างน่ารักด้วยสัดส่วนที่พอเหมาะของช่วงเสา 10 ฟุต x 10 ฟุต ที่สามารถลากต่อกันลงบนพื้นทรายแสดงแปลนและนำไปสร้างณสถานที่ต่างๆได้โดยใช้แบบเดียวกัน กระท่อมเคปคอตจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานการสร้างบ้านในสหรัฐฯ

กระท่อมเคปคอต ประกอบด้วย โถงอเนกประสงค์ 1 ห้อง และเฉลียงทางเข้าเล็กๆพร้อมด้วยเตาผิง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นหัวใจของบ้านเลยทีเดียว ส่วนฝาด้านนอกทำด้วยไม้ตีเกล็ดตามนอน หน้าต่างบานเลื่อนขึ้นลงแบ่งซอยเป็นลูกฟักเล็กๆมีสัดส่วนอยู่ที่ 12 ช่อง สำหรับบานล่างและ 8 ช่อง สำหรับบานบน มีกันสาดเล็กๆเหนือหน้าต่าง เพราะเนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้มีลมแรงหากมีกันสาดใหญ่ก็จะทำให้เกิดความเสียหายเวลามีพายุได้

เมื่อกระท่อมคลาสสิกหลังนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ และพันธุ์ไม้ที่เลื้อยพันอยู่โดยรอบไม่มีผู้ใดจะปฏิเสธได้ถึงความงามน่ารักมีเสน่ห์ของกระท่อม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้บ้านทรงกระท่อมได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน


โดย ผศ. สุภาวดี สังขวาสี-รัตนมาศ




 

Create Date : 05 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 5 กรกฎาคม 2553 10:31:31 น.
Counter : 6514 Pageviews.  

Rococo

โดย : รองศาสตราจารย์เอกชาติ จันอุไรรัตน์ เมื่อพูดถึงในงานออกแบบตกแต่งภายในบ้านเรา มีอยู่สไตล์หนึ่งซึ่งแม้กระทั่งนักออกแบบหรือมัณฑนากรแทบไม่ค่อยรู้จัก หรือมักนำมาใช้ในงานออกแบบตกแต่งภายในบ้านเรา และเท่าที่ทราบก็ยังไม่ค่อยมีท่านใดนำมาประยุกต์ใช้



อาจเนื่องด้วยรายละเอียดของงานและการประดิดประดอยทำได้ค่อนข้างยาก ต้องอาศัยช่างปั้นบัวที่เก่งฉกาจมากจึงจะออกมาได้สวยงาม สไตล์ที่กล่าวถึงนี้มีชื่อเรียกว่า โรโคโค ที่อยู่ในช่วงราวพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 และเทียบเคียงได้กับสมัยอยุธยาเลยทีเดียว นับเป็นยุคทองของฝรั่งเศสและอีกหลายประเทศในแถบยุโรปหันมาตกแต่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพระราชวัง ปราสาท และคฤหาสน์ต่างๆ เราลองมาทำความรู้จักคุ้นเคยกับสไตล์ที่ว่ากันสักเล็กน้อยด้วยการย่อยข้อมูลและประวัติความเป็นมา ลักษณะเครื่องเรือนและการตกแต่ง ซึ่งเชื่อว่าอาจมีใครสนใจและนำมาประยุกต์ใช้ในบ้านของท่าน ศิลปะโรโกโก ROCOCOประวัติทั่วไป ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 ของยุโรป กล่าวคือ คำว่า “Rococo” นี้มาจากคำว่า “Rocille” (Shell Shape) ซึ่งเป็นลายแม่บท (Motif) ที่นิยมกันมากในการตกแต่งประดับประดาของบาโรค และเมื่อคำว่า “Rocaille” นี้มาผสมกับคำว่า “Baroco” ในภาษาอิตาเลียนที่แปลว่า “Baroque” เลยกลายเป็นคำว่า “Rococo” คำนี้เริ่มใช้โดยนักประวัติศาสตร์ประมาณปี ค.ศ.1730-1840 เพื่อเรียกช่วง (Phase) สุดท้ายของบาโรคในระยะเวลาประมาณตั้งแต่ปี ค.ศ. 1720 ถึง 1770/80 กว่าๆ กล่าวคือ จนถูกนีโอคลาสสิคซิสม์ลบล้างลง และคำนี้ใช้กับงานศิลปะทุกแขนงรวมทั้งสถาปัตยกรรมและการตกแต่ง แม้ว่าคำว่า “Rococo” นี้จะเริ่มต้นมาจากมัฑนศิลป์ (Decortive Arts) ก่อนก็ตามและ “Rococo Style” บางครั้งก็เรียกว่า “Style of Louis XV” อันเป็นการสะท้อนถึงรสนิยมในราชสำนักของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ของฝรั่งเศส (ค.ศ. 1715- ค.ศ. 1774) รูปทรง (Form) ที่อวบอิ่มและค่อนข้างหนักของบาโรค เริ่มเปลี่ยนเป็นรูปทรงตรงโปร่งบางเบาและงดงามโปร่งบาง (Elegant) รูปทรงแบบตัวเลข (S) ยิ่งผอมสูงยิ่งขึ้น และการประดับประดาลวดลายต่าง ๆ จะได้รับการออกแบบโดยใช้รูปทรงหลายประเภทผสมกันที่ดัดแปลงมาจากธรรมชาติ เช่น เปลือกหอย กิ่งไม้ ก้อนหิน เป็นต้น





ศิลปะโรโคโค และเป็นสิ่งที่ทำให้โรโคโคมีความอ่อนช้อยสวยงาม และทำให้แตกต่างจากศิลปะสมัยคลาสสิคซิสม์ (Classicism ซึ่งเป็นศิลปะสมัยที่หันกลับไปนิยมเลียนแบบศิลปะแบบกรีกและโรมัน) ที่จะขึงขังเพราะการใช้เส้นตรงหรือวงกลมเป็นหลัก ศิลปโรโคโคเริ่มวิวัฒนาการขึ้นในขณะเดียวกับที่มีการฟื้นตัวกลับมานิยมสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ("สมัยฟื้นฟูกอธิค" (Gothic Revival)) เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 ครับอ่านแล้วค่อนข้างจะหนักไปทางประวัติศาสตร์บ้างพอสมควร แต่ก็เชื่อว่าบางท่านสนใจและเป็นความหลากหลายที่ได้ความรู้ติดตัวไปบ้างจากคอลัมน์นี้ นอกเหนือไปจากตกแต่งเท่านั้น






 

Create Date : 02 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 2 กรกฎาคม 2553 10:44:01 น.
Counter : 1346 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

teemgroup
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แนะนำตัว มิสมอนเจอร์ อย่างเป็นทางการ

สวัสดีค่ะ ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการก่อนนะคะ ดิชั้นชื่อ นางสาว มอนเจอร์ เดคอรัส ดิชั้นทำหน้าที่เป็น PR ให้กับ บริษัท ธีมสตูดิโอ หรือเรียกว่าเป็นคนเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร อัพเดทผลงานและคอยตอบกระทู้ในเว็บไซด์
เอาเป็นว่าตอนนี้ทุกคนรู้จัก มอนเจอร์ เดคอรัส เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ หากใครมีข่าวสารใหม่ๆ ต้องการให้อัพเดท หรือคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อ Miss Monger ได้ที่


http://www.teemgroup.com
http://teemgroup.blogspot.com/
http://teemgroup.multiply.com/

ขอบพระคุณทุกท่านค่ะ
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
มอนเจอร์ เดคอรัส
(Public Relation)
Teemgroup.com
Blogspot
Multiply
Bloggang
Twitter
Facebook
ยินดีต้อนรับ สู่ Bloggang Teem Group ค่ะ
Friends' blogs
[Add teemgroup's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.