เที่ยวไป..กินไป..ตามแต่ใจเราสองคน เป็นบล๊อกที่ทำขึ้นมาเพื่อเล่าเรื่องราวการเดินทางของเราทั้ง 2 คน และเป็นข้อมูลให้สำหรับผู้ที่สนใจจะเดินทางด้วยตัวเอง

Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 37 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add 's blog to your web]
Links
 

 

"ปาย"...รักจัง (ภาค 3 จบแล้วจ้า)

ออกจากโป่งน้ำร้อนปาย ซึ่งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ขับมอเตอร์ไซค์มุ่งหน้าเข้าเมืองปาย
จะต้องผ่าน สะพานข้ามแม่น้ำปาย จะมี 2 สะพาน คือ สะพานเก่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันไม่ได้ใช้งานแล้ว
และสะพานใหม่เป็นสะพานปูนให้รถที่มาจากเชียงใหม่ผ่านใช้งานอยู่


เป็นสะพานข้ามแม่น้ำปาย (เก่า) สร้างเมื่อ พ.ศ. 2485 ทหารญี่ปุ่นสร้างเพื่อใช้ข้ามแม่น้ำปายไปยังประเทศพม่า
ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอปาย ใครมาเที่ยวหรือผ่านมาต้องแวะถ่ายรูปกัน


เราก็ไม่ลืมที่จะถ่ายรูปกับสะพานประวัติศาสตร์แห่งนี้ไว้เป็นที่ระลึกด้วย


พื้นสะพานเป็นไม้ เวลาเดินต้องดูดี ๆ เดี๋ยวจะหล่นลงไปเล่นแม่น้ำปายโดยไม่ทันตั้งตัว


ตอนที่เราถ่ายรูปก็มีนักท่องเที่ยวรอต่อคิวถ่ายรูปอยู่เหมือนกัน เราเลยชูสัญลักษณ์ของเรา "หนึ่ง" "สอง"


ออกจากสะพานข้ามแม่น้ำปายสมัยสงครามโลกแล้ว ขับรถกลับเข้าตัวเมืองปาย ก่อนถึงตัวเมืองประมาณ 3 กม.
ทางขวามือจะพบร้านกาแฟ Coffee In Love เป็นร้านกาแฟที่มีวิวสวยมากแห่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวที่ผ่านมาก็จะแวะพักจิบกาแฟ ชมวิว
ความดังของร้านนี้ไม่แพ้ All About Coffee ซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมืองปาย ตรงข้ามร้านมิตรไทย


ก็เลยแวะจิบกาแฟ ชมวิว กินขนมซะหน่อย เราสั่ง กีวีโซดา ของคุณผู้หญิง ส่วนคุณผู้ชายดื่ม ลาเต้เย็น
พร้อม เค้กช็อกโกแลต (ช็อกโกแลตจริง ๆ ขอบอก แทบจะลืมไปว่ากินเค้กอยู่)
ราคาไม่ถูกไม่แพงอย่างละประมาณ 50 บาท เบ็ดเสร็จค่าเครื่องดื่ม + ขนม + ชมวิว + สูดอากาศ รวม 150 บาทถ้วนจ้า
ตอนที่เราไปคนเยอะอยู่เหมือนกัน นั่งกันเต็มเกือบทุกโต๊ะแน่ะ


กินเสร็จไม่ทำอะไรนอกจากถ่ายรูปสวย ๆ ไว้เป็นที่ระลึกตามระเบียบ


ป้ายหน้าร้านเค้าทำเก๋ดี ตัวใหญ่ได้ใจมั่ก ๆ


อีกมุมของป้ายหน้าร้าน ใหญ่ไม่ใหญ่ดูเอาเองแล้วกัน


นานเจอของแปลก ๆ ต้องถ่ายไว้เยอะ ๆ เราอยู่ตรงกลางของคำว่า "love"


ข้าง ๆ ป้ายชื่อร้านจะมีหลักกิโลจำลอง อันใหญ่มากตั้งอยู่ใกล้ ๆ กัน ที่เราชี้ ๆ กันอยู่นี่เพื่อจะบอกว่า "อีก 3 กม. จะถึงปายแล้วนะจ๊ะ"


หลักกิโลอันนี้ของแท้


ขับรถเที่ยวจนเหนื่อยกลับไปนอนเล่นตีพุงที่ศาลาข้างแม่น้ำปายดีกว่า


นั่งเก็กสวย (มั๊ง...คนจะหลับก็ขุดขึ้นมาถ่ายรูป ก็ได้หน้าบู้ ๆ อย่างนี้หละ 555+)


อาหารของเรามื้อค่ำที่ ร้านอาหารบ้านปาย เป็นร้านที่ขายอาหารทั้งไทย และต่างประเทศรสชาดใช้ได้ อร่อยดี บรรยากาศก็ดี


ใครไปที่ปายก็ชอบไปกินอาหารร้านนี้กัน มีทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ส่วนคนในรูปไทย (อีสาน) 100%


ร้านนี้มีโฟค์ซองเล่นด้วย เค้าเล่นทั้งเพลงไทย และเพลงสากล นั่งฟังแล้วคิดถึงเพื่อน ๆ ที่เรียนหนังสือมาด้วยกัน
สมัยเรียนจบกันใหม่ ๆ แล้วมาทำงานในกรุงเทพฯ พวกเราจะไปนั่งฟังเพลงตามร้านฯ กันประจำ คิดไปคิดมาเพลินดีเหมือนกัน
เค้าร้องเพลงเสียงดี สำเนียงกีต้าร์เพราะดีด้วย เพลิ๊น..เพลิน จนเกือบลืมไปว่าอาหารยังไม่ได้กินเลยง่า


เรามาปายในครั้งนี้นอกจากจะมาเที่ยวแล้ว เรายังตั้งใจมาทำบุญกันด้วย เราจึงตื่นเช้าเพื่อที่จะไปใส่บาตรพระ
โดยการไปตลาดเพื่อซื้อของใส่บาตร ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำปาย (ใหม่) ก็เลยแวะถ่ายรูปก่อน




ประมาณ 10 โมง เรานัดรถตู้ไว้ไปส่งที่อาเขตเชียงใหม่ ขากลับนี้โชเฟอร์อาจมีประสบการณ์ไม่มากเพราะยังเป็นนักศึกษามาช่วยที่บ้านขับรถ
มีผู้โดยสารคนหนึ่งขอคายอาหารเช้าเป็นระยะ ๆ แต่ทางราบเขาขับได้ดีมาก เร็วด้วย ก็เลยมาถึงอาเขตโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง (ไวมาก ๆ)
มาถึงไว แล้วจะอยู่ที่ไหนดี เพราะเครื่องบินออก 3 ทุ่มง่า.... นึกไป นึกมา รู้ละ....ไปเยี่ยม "ช่วงช่วง" กะ "หลินฮุย" ดีกว่า
ตอนที่เราไปถึง "ช่วงช่วง" กำลังหลับอยู่ ผู้ดูแลเค้าก็ชูป้ายงดใช้เสียง อากาศข้างในเย็นสบาย "ช่วงช่วง" นอนหลับปุ๋ยเลย


ภาพมุมไกลของ "ช่วงช่วง" เวลาหลับ (ก็ยังน่ารักมาก)


"ช่วงช่วง" ตื่นแล้ว ได้เวลากินไผ่ของโปรดพอดี โดยไผ่ที่เจ้าหน้าที่เค้านำมาให้นี้จะปลูกเอง และทำความสะอาดอย่างดี
ก่อนนำมาให้เจ้าหมีแพนด้ายักษ์ทั้งสองกินกัน


"ช่วงช่วง" ยังคงแทะไผ่อย่างสบายอารมณ์อยู่บนเก้าอี้ประจำตำแหน่ง ส่วนกองเหลือง ๆ ที่เห็นนี้เป็น "อดีตต้นไผ่"
ที่ผ่านการย่อยโดยเจ้าตัวที่อยู่บนเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว โดยทางสวนสัตว์เค้าก็จะนำไปผ่านกรรมวิธีทำเป็น "กระดาษมูลหมีแพนด้ายักษ์"
มาจำหน่ายเป็นที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวได้อีกด้วย (คล้าย ๆ กับการทำกระดาษมูลช้างอ่ะ)


ป้ายบอกประวัติของ "ช่วงช่วง" เห็นแล้วไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงตัวใหญ่ปุ๊กลุ๊กได้ขนาดนี้ ก็น้ำหนักปาเข้าไปตั้ง 144 กก. แน่ะ


กินไม่เลิกเลย ที่สังเกตเห็นคือมันชอบกินตรงข้อของต้นไผ่ แทะแล้วแทะอีกดูน่าอร่อย
(เดี๋ยวกลับบ้านไปจะไปลองตัดมาชิมสักหน่อยสิว่ามันอร่อยตรงไหนกัน แหม...ดูท่าเพลินเชียว)


ส่วนตัวนี้ชื่อ "หลินฮุย" เป็นแฟนของ "ช่วงช่วง" เค้าจ้า ภาพนี้กำลังเดินมาขอขนมกินจากเจ้าหน้าที่
ขนมที่ให้มันคืออาหารเสริมหน้าตาเหมือนแคร็กเกอร์อันใหญ่ ๆ อ่ะ เค้าจะให้เป็นเวลานะมีตารางบอกเวลาไว้ด้วยหละ
ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ดูแลนี้เค้าจะจดบันทึกพฤติกรรมการกินอยู่ของเจ้าหมี 2 ตัวไว้ทุกอย่างตลอดเวลาเลย


ได้ขนมมาละ เอามานั่งกินหยับ ๆ สบายใจเลยนะ "หลินฮุย"


พอขนมหมด "หลินฮุย" ก็สัปหงก งึก ๆ อยู่สักพัก


จากนั้นก็ล้มกลิ้งหลับปุ๋ยไปเลย (กินได้ นอนหลับ ดีจริง ๆ นะ 555+)


คนนี้ก็อยากถ่ายรูปกะ "หลินฮุย" แต่ไม่ทันซะแล้ว เลยได้ถ่ายภาพกะหมีแพนด้านอนหลับเลย หุ ๆ ๆ


นอนกลิ้งที่พื้นสักพัก "หลินฮุย" ก็ย้ายที่ไปนอนบนนั่งร้าน กลิ้งไป กลิ้งมา สบายอารมณ์เลย (น่ารักจริง ๆ อ่ะ)


หลังจากเที่ยวชมสวนสัตว์เชียงใหม่จนทั่วแล้ว ก่อนไปสนามบินแวะซื้อของฝากที่ "ตลาดวโรรส" ซะหน่อย เที่ยวบินขากลับก็มีนักท่องเที่ยวซื้อของฝากมากันเยอะแยะส่วนใหญ่ก็จะเป็นแคปหมู น้ำพริกหนุ่ม เรียกได้ว่าเป็น "ไฟล์ทแคปหมู" อีกไฟล์ทหนึ่งจริง ๆ

จบแล้วจ้า...สำหรับทริปเที่ยวเมืองปายของเราสองคน ปายเป็นเมืองน่าเที่ยวอีกเมืองหนึ่งที่เราตกลงใจกันแล้วว่า
หากมีโอกาสเหมาะ ๆ จะไปเที่ยวปายช่วงที่หนาว ๆ กันอีกแน่นอนจ้า สำหรับทริปหน้าเราสองคนจะตะลอนไปเที่ยวไหนกันอีก
โปรดติดตามกันต่อไปนะจ๊ะ บ๊าย...บาย




 

Create Date : 03 ตุลาคม 2550    
Last Update : 5 ตุลาคม 2550 21:54:27 น.
Counter : 1090 Pageviews.  

"ปาย"...รักจัง (ภาค 2)

กลางคืนที่อำเภอปาย ไม่มีอะไรมาก จะมี "ถนนคนเดิน" ขายของเครื่องใช้ เครื่องประดับต่าง ๆ แต่อาจมีมากกว่าตอนกลางวันนิดหน่อย มีร้านอาหารเปิดบ้าง ร้านขายอาหารตามสั่งตามข้างทาง และจะมีร้านขายเหล้า บาร์เล็ก ๆ ร้าน Internet โดยรวมจะเงียบ รถวิ่งไม่เยอะ หรือเป็นเพราะว่าเราไปช่วง Low Season (เอาไว้มีโอกาสอีกจะไปช่วงที่ High สุด ๆ ดูดิ๊ว่าจะคึกคักกว่านี้หรือเปล่า) เราตื่นนอนแต่เช้าเพื่อมาสูดอากาศอันบริสุทธิ์ บรรยากาศตอนเช้า หมอกยังไม่มาก เพราะยังไม่เข้าหน้าหนาว ถ้าหน้าหนาวหมอกจะเยอะมากตลอดทั้งวัน (เค้าว่าอย่างนั้นนะ)


บรรยากาศริมแม่น้ำปายข้างที่พัก (ลองใช้ Lens Tokina 12-24 ถ่าย)


ในเมื่อตื่นเช้าแล้วเราก็มาถ่ายภาพกับบรรยากาศอันแสนโรแมนติก ของเรา 2 คน


รูปคู่อารมณ์สบาย ๆ


อารมณ์นี้ไม่รู้คิดถึงใคร บรรยากาศพาไป


อารมณ์สบายๆ ข้างแม่น้ำปาย ยามเช้า




อาหารเช้าของรีสอร์ทบ้านไม้คนเมือง เพื่อเป็นไกด์ให้สำหรับผู้ที่สนใจจะไปพัก อาหารเช้าของเค้าวันแรกจะเป็น ข้าวต้มเห็ดหอมใส่กระดูกหมู กาแฟ ปาท๋องโก๋


ส่วนวันที่สอง จะเป็นออมเร็ตขนมปัง กับสลัดผัก และนมสด ส่วนกาแฟ มีทั้ง 2 วันอาหารรสชาดอร่อยดี อาหารเช้าที่ตลาดหรือในตัวเมืองก็มีขาย แต่เราไม่ได้ไปกิน เลยไม่รู้มีอะไรขายบ้าง


เรามาปายในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายอยู่คือ เราตั้งใจจะมาทำบุญไหว้พระเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตัวเอง เราจึงได้ไป "วัดน้ำฮู" ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองปายอีกแห่ง ห่างจากตังเมืองปาย 3 กม. เลยไปทางโรงพยาบาลปาย

ภายในโบสถ์เป็นที่ประดิษฐานของ "พระอุ่นเมือง" ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นพระที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สร้างถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระสุพรรณกัลยา องค์พระอุ่นเมือง คือองค์ที่อยู่หน้าพระประธาน ภายในเศียรมีน้ำซึมออกมา ทางวัดก็จัดทำพิธีอัญเชิญน้ำในเศียรนั้นมาผสมกับน้ำฝนสำหรับผู้ที่มากราบไหว้ได้บูชาใส่ขวด หรือประพรมเพื่อเป็นสิริมงคลกันไป


ด้านหลังของโบสถ์เป็นพระเจดีย์บรรจุพระอัฐิของพระสุพรรณกัลยา


ด้านหน้าโบสถ์จะมีศาลากลางน้ำ ภายในเป็นรูปปั้นสมเด็จพระนเรศวรมหาราช


หลังจากเดินชมวัดกับไหว้พระอุ่นเมืองแล้ว เราได้ทำบุญโดยการถวายสังฆทาน


ถวายสังฆทานเสร็จ เราก็ได้ขับรถมุ่งหน้าขึ้นไปทางภูเขา จุดมุ่งหมายของเราคือ หมู่บ้านจีนฮ่อ อพยบมาจากมลฑลยูนาน คือ บ้านสันติชล หมู่บ้านนี้ขายชาจีน บ้านจะสร้างด้วยดิน


ร้านขายชาจีน และของต่างๆ หลายร้าน


บ้านที่นี่จะทำจากดิน ผสมไม้ไผ่ ในรูปเป็นบ้านที่ทำขึ้นมาเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว


ชาวบ้านกำลังนั่งเล่น หมากรุกจีน


ชิงช้าของชาวจีนฮ่อ สูงมาก ส่วนมากจะเป็นเด็กๆ ขึ้นไปนั่ง


ขอถ่ายรูปคู่กับร้านค้า เค้าสักหน่อย


ออกจากบ้านสันติชล เลยไปจะเป็น บ้านดินดอย เป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าลีซอ หมู่บ้านอยู่บนเนินเขา มองไปจะเห็นตัวเมืองปาย


เมื่อขึ้นไปที่หมู่บ้านดินดอย ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของปาย มองลงไปจะเห็นตัวเมืองปาย อยู่ลิบๆ


มีรีสอร์ทให้พักด้วย สำหรับใครที่ชอบบรรยากาศชาวเขา


ดูวิวบ้านดินดอย เราเจอสาวๆชาวญี่ปุ่น 7คนขับรถมอไซค์ 6คัน คุยกันเสียงดัง อยากจะไปคุยด้วยจัง แต่กลัวโดน... เราเดินทางต่อด้วยมอเตอร์ไซค์ต่อขึ้นเขา ไปอีกประมาณ 5กม. เพื่อไป น้ำตกหมอแปง เป็นน้ำตกยอดฮิตที่ชาวปายชอบไปเล่นน้ำกัน ระหว่างทางผ่าน ไร่ข้าว ของชาวเขา จอดรถชม ข้าวไร่


เราไปถึงน้ำตกช่วงเย็นๆ คนจึงไม่เยอะ เราขับขึ้นน้ำตกมีรถนักท่องเที่ยวขับสวนเราลงมา มีฝรั่งเล่นน้ำอยู่ 2คน น้ำตกมี 3ชั้น ชั้นที่เราถ่ายรูปคือชั้นที่ 2 ส่วนชั้นที่1 ต้องเดินลงไปลึก ชั้นที่ 3 เดินขึ้นเขาไปอีกนิด น้ำตกเป็นสายสวย


เตรียมเสื้อผ้าไปเล่นน้ำตก แต่เปลี่ยนใจไม่เล่นดีกว่า ถ่ายรูปก็พอ


ถ่ายอีกรูป


สถานที่เที่ยวของอำเภอปาย คือ โป่งน้ำร้อนท่าปาย ถ้ามาจากเชียงใหม่โป่งน้ำร้อน จะถึงก่อน ห่างจากตัวเมืองปาย 15กม. เป็นโปร่งน้ำร้อน ที่มีน้ำร้อนผุดออกมาทั้งปี นักท่องเที่ยวนิยมไปแช่น้ำร้อนกัน


ยืนใกล้ๆกับบ่อน้ำร้อน จะรู้สึกมีไอร้อน และมีกลิ่นของกำมะถัน


อุณหภูมิของน้ำประมาณ 80C มีอยู่ด้วยกัน 2บ่อใหญ่ ในบ่อจะมีน้ำผุดขึ้นมาตลอด


น้ำร้อนจากบ่อจะไหลเป็นลำธารเล็กๆ ห่างจากบ่อประมาณ30เมตร จะมีแอ่งน้ำอยู่เราลองเอาเท้าไปแช่ร้อนมากๆ




 

Create Date : 02 ตุลาคม 2550    
Last Update : 5 ตุลาคม 2550 22:03:44 น.
Counter : 961 Pageviews.  

"ปาย"...รักจัง (ภาค 1)

Nok Air มีโปรโมชั่นตั๋ว 3 บาท เลยอยากจะจองบ้าง แต่ยังไม่รู้จะไปไหน นั่งคิดไปคิดมา ตัดสินใจ "ปาย" ดีกว่า ไม่รอช้าเรารีบจองตั๋วนกแอร์ทันทีไปเชียงใหม่ ราคา 3 บาท รวมทุกอย่างไปกลับ 1200 บาทต่อคน จองได้วันที่ 22-24 กันยายน ตรงกับวันเสาร์ อาทิตย์และจันทร์ (โดดงาน 1 วัน) รวม 3 วัน 2 คืน


วันเสาร์ 22 ก.ย. เราจองไฟท์เวลา 09.15 น. ขึ้นเครื่องที่ดอนเมือง ใช้เวลาบิน 1ชั่วโมง ถึงสนามบินเชียงใหม่ 10.15 น. เราก็นั่งรถ Taxi มิเตอร์ต่อไปยัง "อาเขต" (บขส. ที่เชียงใหม่เรียกว่า อาเขต) ค่ารถ Taxi 100 บาท บวกกับค่าเซอร์วิส 50 บาท เพื่อต่อรถตู้ไปยังอำเภอปาย ท่ารถตู้จะอยู่ด้านหลังช่องที่ 47 บริษัทเปรมประชา


ระยะทางจากเชียงใหม่ไปปายประมาณ 120 กม. การเดินทางมีให้เลือกหลายวิธี รถตู้ไปปายราคา 150 บาทต่อคน จะมีออกทุก ๆ ชั่วโมง ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง อีกวิธีที่ประหยัดกว่าก็คือนั่งรถโดยสารธรรมดาราคา 70 บาทต่อคน ใช้เวลาเดินทางน่าจะประมาณ 5 ชั่วโมง เราเลือกที่จะไปโดยรถตู้ นั่งสบายเพราะมีที่นั่ง 3 แถว แอร์เย็นฉ่ำแต่จะปิดแอร์ตอนขึ้นเขา ตอนเราไปมีคนนั่งเต็มรถมีฝรั่งชาวอังกฤษ 1 คน เค้าช่างพูดคุยแจ้ว ๆ ตลอดทางจนเราขี้เกียจคุยด้วย...เมื่อยมืออ่ะ


รถออกจากเชียงใหม่ 11.30 น. นั่งไปได้ครึ่งทางเค้าจะจอดให้เข้าห้องน้ำ ยืดเส้นยืดสาย เส้นทางไปปาย ตั้งแต่อำเภอแม่แตงไป จะเป็นทางคดเคี้ยวขึ้นเขาลงเขาตลอด 98 กม. จะไม่มีทางตรง ๆ เกิน 500 เมตร ถ้าใครชอบเมารถ แนะนำให้เอาถุงก๊อบแก๊บติดตัวไปด้วย หรือกินยาแก้เมากันไว้ก่อนเลย ถ้านั่งแบบไม่คิดอะไร ดูลมชมวิวไป นั่ง ๆ หลับ ๆ ไป เราว่าแป๊บเดียวถึง (โชคดีได้โชเฟอร์ที่ชำนาญทางขึ้นเขามากเราก็เลยรู้สึกว่าการนั่งรถขึ้นเขาครั้งนี้ไม่เมารถเลย) ถึงปายเวลา 14.30 น. เราว่านั่งรถไม่น่าเบื่อ และรู้สึกไม่เหนื่อย ทำให้การเดินทางสนุกไปอีกรูปแบบ รถจอดที่สถานีขนส่ง เดินออกมาแล้วเลียวไปทางซ้ายเช่ามอเตอร์ไซค์ที่ "ร้าน Aya Service" ราคา 100 บาท + ค่าประกันรถหาย 40 + ค่าประกันรถเสียหายหรือล้ม 40 รวม 180 บาทต่อวัน



ที่ปายเราไปไหนมาไหนก็ได้เจ้า Honda Wave สีแดงคันนี้ที่พาเราไปเที่ยวทุกที่ นักท่องเที่ยวส่วนมากจะใช้มอเตอร์ไซค์ เราเจอแหม่มฝรั่ง 5 คน สาว ๆ ญี่ปุ่น 7คน ขับมอฯไซค์กันคนละคัน เท่าที่รู้คือเค้าขับไม่เก่ง ถ้ามีคนนั่งซ้อนท้าย แต่เราใช้คันเดียวก็พอขับสบายไม่ยาก การขับรถมอไซค์ บางช่วงจะง่ายทางราบ ๆ แต่บางช่วงจะขึ้นลงเขาต้องใช้ความระวัง แต่ถ้าฝนไม่ตกจะขับง่ายกว่า




ขับ ๆ ไปเจอข้าวปลูกในไร่ จอดรถถ่ายรูปกับ "ข้าวไร่" สักหน่อย เพราะว่าเกิดมายังไม่เคยเห็นข้าวที่ปลูกในไร่แถมตอนนี้ออกรวงอีกด้วย


หลังจากได้เช่ามอเตอร์ไซค์แล้ว เราก็ได้ตระเวณหาที่พัก เราไม่ได้จองเพราะเป็นช่วงโลว์ซีซัน ที่พักราคาไม่แพงตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไป มีทั้งห้องพัดลม ห้องแอร์ ที่พักในปายเยอะมาก ๆ ถูกใจที่ไหนก็สามารถพักได้เลย เรามาได้พักรีสอร์ทชื่อ "บ้านไม้ คนเมือง" อยู่ริมถนนทางไปสนามบิน ห่างจากตัวเมืองปาย 500 เมตร รีสอร์ทอยู่ติดแม่น้ำปาย ได้บรรยากาศดีมาก


ภายในห้องก็ดูสะอาดดี ห้องนี้เป็นห้องพัดลม ราคารวมอาหารเช้า 600 บาทต่อคืน


ห้องน้ำมีเครื่องทำน้ำอุ่นให้ด้วย


หน้าห้องมีที่นั่งให้พักผ่อน (แต่ไม่เคยได้มานั่งพักเลย เพราะตะลอน ๆ เที่ยวทั้งวัน)


เราจะแนะนำสถานที่เที่ยวของปาย ที่เราได้ไปกัน ในการเที่ยวที่ปายสามารถไปได้ทุกที ไปเมื่อไรก็ได้แล้วแต่สะดวกหรือว่าอยากจะไปเวลาใด ที่เราไปก็มี "วัดพระธาตุแม่เย็น" เป็นวัดเก่าแก่คู่เมือง เมื่อไปปายต้องขึ้นไปไหว้พระธาตุ จะสามารถชมวิวตัวเมืองปายได้


วิวด้านล่างเป็นรีสอร์ดที่อยู่กลางนา ด้านล่างขวาสุดคือที่พักชื่อ "บ้านปายนา"


ถ่ายรูปที่จุดชมวิวอำเภอปาย บนพระธาตุแม่เย็น


บริเวณโบสถ์และองค์พระธาตุแม่เย็น


องค์พระธาตุจะมีสีทอง


ไหว้พระธาตุแม่เย็นเสร็จ ชักจะหิวหาอะไรกินกันดีกว่า นึกขึ้นได้มีส้มตำสารพัดตำอร่อยต้องลองไปเยี่ยม "ส้มตำหน้าอำเภอ" ร้านตั้งอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอ หาไม่ยาก


คนในร้านเยอะมาก ส่วนมากเป็นผู้หญิง เราสั่งมาชิม 3 อย่าง ส้มตำไข่เค็ม ตำแตง ตับหวาน ราคาไม่แพงอย่างละ 20-30 บาท ขอบอกว่ารสชาดอร่อยมากๆๆๆๆๆ น้ำดื่มฟรี ใครไปปายแนะนำให้ลอง


บรรยากาศยามเย็นข้างแม่น้ำปาย ที่รีสอร์ทบ้านไม้คนเมือง ที่เราพักอยู่ นั่งกินขนมทอดอารมณ์


ช่วงเย็นก็จะมีหมอกบ้างเล็กน้อย


เราไม่ลืมที่จะไปร้ายยอดฮิตในเมืองปาย คือ "ร้านมิตรไทย" ร้านนี้ได้ถ่ายหนังเรื่อง "รักจัง" แต่เราไปกันตอนค่ำ จึงได้บรรยากาศต่างจากในหนัง


ร้านมิตรไทย ขายของที่ระลึกต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอำเภอปาย


ร้านเปิดกี่โมงต้องดูที่รูป (หมายเหตุ "นะจั๊ม" = "นะจ๊ะ" เป็นภาษาเหนืออ่ะ)


เราเดินดูของในร้านแล้วมาสะดุดอยู่ที่เสื้อ ปาย สวยดี มีหลายสีหลายแบบ หลายราคา ก็เลยสอยมาใส่เท่ห์ ๆ ซะ 2 ตัว ราคาตัวละ 200 บาท


ช่วงกลางคืนของทุกวันจะมีของขาย ของส่วนใหญ่จะเป็นงานฝีมือ แต่วันที่เราไปคนเดินถนนไม่ค่อยเยอะ


มีของหลากหลายมาขาย กระเป๋า ฯลฯ เป็นชาวเขา เราเจอฝรั่ง 2 คน มานั่งขายของ ในใจก็อยากจะช่วยซื้ออยู่หรอก แต่กลัวว่าจะสื่อสารต่อรองราคากันจนเมื่อยมืออีกง่า


ไม่มีแต่เฉพาะของใช้ที่ขาย ของกินก็มีเหมือนกัน บาบีคิว โรตี ร้านที่เยอะมากที่สุดในปายคือ...ร้านกาแฟ





 

Create Date : 01 ตุลาคม 2550    
Last Update : 5 ตุลาคม 2550 21:03:58 น.
Counter : 1872 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.