เที่ยวไป..กินไป..ตามแต่ใจเราสองคน เป็นบล๊อกที่ทำขึ้นมาเพื่อเล่าเรื่องราวการเดินทางของเราทั้ง 2 คน และเป็นข้อมูลให้สำหรับผู้ที่สนใจจะเดินทางด้วยตัวเอง

Valentine's Month


 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 37 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add 's blog to your web]
Links
 

 

เที่ยว เชียงคาน ภูเรือ จ.เลย ตอนจบ

เที่ยว เชียงคาน ภูเรือ จ.เลย ตอนจบ เรายังอยู่กันบนภูเรือ จังหวัดเลย อำเภอภูเรือ เป็นอำเภอที่หนาวที่สุดในประเทศไทย เข้าหน้าหนาวเมื่อไรมักจะมีคนมาเที่ยวที่ภูเรือเยอะมากๆ เมื่อคืนวัดความหนาวได้ 9 องศา ผมไม่ได้ตื่นขึ้นมาดูนะครับว่าหนาวกี่องศา เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ประกาศบอกว่า "เมื่อคืนเจ้าหน้าที่ของเราลืมปิดแอร์ให้นักท่องเที่ยวอากาศเลยหนาวเป็นพิเศษที่ 9 องศา ต้องขอโทษกับนักท่องเที่ยวด้วยครับ" เป็นเสียงประกาศตามสายของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ

พวกเราตื่นประมาณหกโมงกว่าๆ ตื่นขึ้นมาผมก็จัดแจงทำอาหารเช้าของเราทั้งสองคนที่เตรียมซื้อขึ้นมานั้นก็คือ มาม่าถ้วย ขนมปังปิ้งทาแยม กาแฟร้อนๆ ผมก็ได้แค่เตรียมการต้มน้ำเท่านั้นเอง ไม่ได้ทำอะไรมาก เราเตรียมเตาแก๊ส และ แก๊สกระป๋อง ชุดถ้วยชามแก้วปิคนิค มาเอง ต้มกันหน้าเต็นส์เลยครับ สังเกตจะเห็นมาม่าวางอยู่


กินอาหารเช้าเสร็จพวกเราก็ช่วยกันเก็บเต็นท์ เพื่อเตรียมไปเที่ยวชมยอดภูเรือ ขับรถออกจากจุดกางเต็นท์ก็จะมาเจอที่จอดรถสำหรับขึ้นไปเที่ยวยอดภูเรือ ยอดภูเรือห่างจากที่จอดรถประมาณ 1 กิโลเมตร ใครจะเดินขึ้นไปเที่ยวเพื่อชมธรรมชาติก็ได้ แต่ถ้าใครไม่อยากเดินก็จะมีรถสองแถวบริการเสียคนละ 10 บาทต่อเที่ยว เราก็ไม่พลาดที่จะใช้บริการ


รถจะจอดที่ยอดภูเรือเดินเที่ยวได้เลยครับ ด้านบนมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ เราก็ได้ไปซื้อดอกไม้ธูปเที่ยนเพื่อไปกราบไหว้


เราเป็นคนที่ชอบกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลายอยู่แล้ว เราจึงไม่พลาด


มาแล้วต้องถ่ายรูปกับป้ายอุทยานฯ


ขอถ่ายคู่ หน่อยนะครับ


ยอดภูเรือสูง 1365 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นหน้าผา มองลงไปด้านล่างจะเป็นเขตประเทศลาว มีแม่น้ำโขงกั้น


ที่ภูเรือมีหินรูปร่างประหลาดเยอะมากครับ เช่นหินนี้มีชื่อ หินพระศิวะ


ถ่ายรูปก่อนลาจากยอดภูเรือ


เดินทางออกจากอุทยานแห่งชาติภูเรือ จุดมุ่งหมายต่อไปของเราก็คือ อำเภอด่านซ้าย จ.เลย เพราะได้ยินว่าที่ด่านซ้ายมีผีชุกชุม นั้นก็คือ ผีตาโขน เราตั้งใจจะไปชม พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน ตั้งอยู่ในตัวอำเภอด่านซ้าย


มาเที่ยวที่นี่ไม่เสียค่าเข้าชมนะครับ ผีตาโขน เป็นประเพณีการละเล่นพื้นบ้าน ที่แสดงออกถึงศิลปะวัฒนธรรมอันดีงามน่าภาคภูมิใจของชาวอำเภอด่านซ้าย ซึ่งได้ยึดถือมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล ในพิพิธภัณฑ์ฯ จัดแสดงเรื่องราวต่างๆ การทำ และความเป็นมา ของผีตาโขน


หุ่นผีตาโขนถูกจัดแสดงไว้เป็นห้องๆ บางห้องเป็นตั้งตัว บางห้องมีเฉพาะหัว


ที่นี่มีสินค้าที่ระลึกเกี่ยวกับหผีตาโขนขายด้วยครับ ในรูปเป็นหุ่นผีตาโขนตัวเล็ก


ออกจากพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน จุดหมายต่อไปของเราคือ พระธาตุศรีสองรัก ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอด่านซ้ายเช่นกัน อยู่ไม่ไกลกัน


พระธาตุศรีสองรัก เป็พระธาตุแห่งสัจจะและมิตรไมตรี แห่งกรุงศรีอยุธยา กับ กรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทร์) การขึ้นไปกราบไหว้ห้ามใส่ชุดเสื้อผ้าที่มีสีแดง และห้ามดอกไม้สีแดง ด้วยครับเพราะเป็นสีของเลือด


เราไปเที่ยวในครั้งนี้ก็ได้เจอน้องที่ทำงานเดียวกันไปเที่ยวกันสองคนกับแฟน ซึ่งก็เหมือนกับเราสองคน น้องวินกับน้องแอร์ ทั้งคู่แต่งงานกันหลังคู่ของผม ทั้งคู่นิสัยดีน่ารักครับ เป็นคู่ที่นิยมขับรถเที่ยว ไปเที่ยวแถบถาคเหนือกันมาแล้ว ปีนี้เที่ยวแถบถาคอีสาน


ถ่ายรูปให้ทั้งสองแล้ว ผมก็ให้ทั้งสองถ่ายรูปให้คู่ของผมบ้าง เพื่อไว้ดูเป็นที่ระลึก และเก็บเข้าแฟ้มภาพของเรา ว่าเราเคยมาเที่ยวที่นี่กัน


กราบไหว้ เยี่ยมชม พระธาตุศรีสองรัก เสร็จเราก็ออกเดินทางจากอำเภอด่านซ้าย มุ่งหน้าสู่อำเภอหล่มเก่า เพื่อแวะกินขนมจีน แล้วก็มุ่งหน้ากลับกรุงเทพ โดยใช้เส้นทางเดิมตอนขาไป กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย สรุปแล้วเราใช้เวลาในการเที่ยวครั้งนี้ 3 วัน 2 คืน เท่านั้น

นับเป็นอีกประสบการ์ณชีวิตของเราทั้งสอง เรื่องราวการเดินทางของเราก็จบแต่เพียงเท่านี้ ขอขอบคุณทุกท่านที่ตามชมเรื่องราวของเรา ขอบคุณมากๆ ครับ




 

Create Date : 28 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 28 กรกฎาคม 2554 23:45:31 น.
Counter : 3481 Pageviews.  

เที่ยว เชียงคาน ภูเรือ จ.เลย ตอน2

เที่ยว เชียงคาน ภูเรือ จ.เลย ตอน 2 วันนี้วันที่ 5 ธันวาคม 2553 เป็นวันพ่อ และหยุดยาวต่อเนื่อง เมื่อคืนนอนหลับดี นอนชั้นล่างของบ้านหลังใน สภาพห้องใหม่ มีพัดลมแต่ไม่ได้เปิดเพราะอากาศกำลังเย็นสบาย ห้องน้ำรวม เป็นธรรมดาเรื่องของห้องน้ำรวม ต้องตื่นแต่เช้าๆ เพื่อเข้าห้องน้ำไม่เช่นนั้นรอคิวยาว

วันนี้เราตั้งใจตื่นเช้าเพื่อจะไปใส่บาตรพระ เราเลยตัดโปรแกรมชมทะเลหมอกที่ภูทอกออกไป ตื่นมาประมาณตีห้ากว่าๆ เพื่อออกไปใส่บาตรที่ถนนชายโขงหน้าปากซอย พอดีครูแดง ออกมาพร้อมกับพวกเรา ผมก็ขอถ่ายรูปกับครูแดงไว้เป็นที่ระลึก


หน้าถนนถูกจับจองเพื่อรอใส่บาตรพระในยามเช้า ดูๆ แล้วก็คล้ายๆ กับหลวงพระบาง ประเทศลาว ที่มีนักท่องเที่ยวตื่นกันตั้งแต่เช้าเพื่อมารอใส่บาตร


ตื่นแต่เช้าหน้าตาสดใส ดีใจได้มารอใส่บาตร อากาศกำลังเย็นสบายประมาณ 22 องศา


ไม่ใช่แต่นักท่องเที่ยวเท่านั้นที่มารอใส่บาตร ชาวบ้านก็มารอใส่บาตรพระเช่นกัน


ประมาณเกือบ 7 โมงเช้าพระก็เดินมาถึงบริเวณที่เรารอใส่บ้าน แต่พระมาตั้งแต่เช้าแล้วนะครับ เพราะพระเริ่มเดินมาทางซอยต้นๆ เราอยู่ซอยเกือบๆ สุดท้าย คนเยอะมากๆ เข้าแถวใส่บาตรทั้งซ้ายขวาของพระ


พระที่เชียงคาน ใส่บาตรเดินช้าๆ ไม่เหมือนพระที่หลวงพระบาง เดินเร็วมากใส่บาตรแทบไม่ทัน ถึงคิวผมใส่บาตรบ้าง เปลี่ยนให้อีกคนถ่ายให้


พระที่เชียงคานมีไม่มากเหมือนพระที่หลวงพระบาง และนักท่องเที่ยวใส่บาตรน้อยกว่าหลวงพระบาง จึงทำให้มีเวลาในการใส่บาตร ช่วงซอยท้ายๆ นักท่องเที่ยวน้อยลง


หลังจากใส่บาตรเช้าเสร็จเรียบร้อยพวกเราก็ไปเดินถ่ายรูปบรรยากาศยามเช้าของเมืองเชียงคาน


ผมก็ขอถ่ายรูปด้วยนะครับ กับหน้าโรงแรมสุเนต์ตา


เชียงคานช่วงเช้าๆ ถ่ายรูปได้สบายมาก ผู้คนไม่เยอะ ถ่ายแล้วไม่ติดคน เหมาะสำหรับการถ่ายรูปแนวพอทเทรตส์ แบบแอบมีบรรยากาศนิดๆ


มุมนี้เป็นมุมมหาชนนะครับ ใครมาเชียงคานต้องมาถ่ายที่บ้านหลังนี้ เพราะเป็นบ้านที่มีอายุร้อยกว่าปี และหนังสือเพื่อนเดินทางมาถ่ายปกที่นี่ มาแล้วเราก็ต้องขอถ่ายบ้าง


มุมสวยๆ ที่เชียงคานมีมากมาย ขึ้นอยู่กับใครชอบถ่ายภาพแนวไหน


มุมนี้ก็เช่นกันผู้คนมาเข้าคิวรอถ่ายที่ป้ายนี้มากเช่นกัน แต่ต้องสำหรับคนที่ ลงคาน หรือ เลยคาน แล้วเท่านั้นนะครับ


เดินเล่น ถ่ายรูปกันได้สักพักใหญ่ๆ ก็กลับที่พักบ้านครูแดง เก็บข้าวของใส่รถ ที่บ้านครูแดงมีอาหารเช้าเล็กๆ น้อยๆ ไว้คอยบริการฟรีสำหรับผู้ที่มาพักที่นี่ เป็นพวก ชา กาแฟ โอวัลติน ขนมปัง ปลาท่องโก๋ ก่อนออกจากบ้านครูแดงเราก็ได้กินอาหารที่ครูแดงจัดเตรียมไว้ให้ กินเสร็จสรรพเรียบร้อยก็ได้ร่ำลาครูแดง เรามาพักที่บ้านครูแดงมีความรู้สึกว่าเหมือนเราได้กลับบ้านต่างจังหวัด หรือ ไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัด อารมณ์ความรู้สึกใช่เลย อาจเป็นเพราะความอบอุ่น เป็นกันเองที่ครูแดงหยิบยื่นให้ เอาไว้เรามาเที่ยวเชียงคานอีกเมื่อไรเราจะมาพักที่บ้านครูแดงอีก

การมาเที่ยวเชียงคานในครั้งนี้มีทั้งสิ่งที่ประทับใจและไม่ประทับใจ สิ่งที่ประทับใจก็คือความอบอุ่น รอยยิ้มและความเป็นกันเองที่ชาวเชียงคานหยิบยื่นให้กับเรา ไปที่ไหนร้านไหนก็มีแต่รอยยิ้ม และความเป็นเชียงคานที่เป็นเมืองเก่าแก่ วิถีชีวิตชาวบ้านริมแม่น้ำโขง อาหารการกินของที่นี่ แต่สิ่งที่ไม่ประทับใจของที่นี่คือ ความเจริญที่กำลังย่างกรายใกล้เข้ามา บ้านเรือนกำลังถูกเปลี่ยนไปเป็นร้านค้า โรงแรม เป็นธุรกิจเสียหมด ระวังสิ่งสวยงามที่แท้จริงความเป็นธรรมชาติของเชียงคานและความเป็นเชียงคานที่แท้จริง จะหายไป

ออกจากเชียงคานประมาณ 8 แปดโมงกว่าๆ จุดมุ่งหมายต่อไปของเราก็คือ อุทยานแห่งชาติภูเรือ เชียงคานยังมีสถานที่เที่ยวอีกหลายแห่งนะครับ แต่ผมของเอาไว้ก่อนคราวหน้ามาใหม่จะไปเที่ยวให้หมด ต้องรีบไปที่ภูเรือครับ เกรงว่าที่กางเต็นท์สวยๆ ดีๆ จะเต็มเสียก่อน เพราะว่าเป็นช่วงวันหยุดยาวๆ แบบนี้นักท่องเที่ยวเยอะมาก ขับรถออกจากเชียงคานมุ่งหน้าสู่จังหวัดเลย ถนนยังคงมีหมอกหนา อากาศเย็นๆ 8 โมงกว่าแล้วนะครับ หมอกยังลงหนาอยู่เลย การขับรถที่มีหมอกมากควรเปิดไฟหน้า หรือ ไฟหรี่ นะครับเพื่อความปลอดภัยของเราเอง สาเหตุที่ต้องเปิดเพราะเปิดไฟให้รถคันอื่นเห็นเรา ไม่ได้เปิดให้เราเห็นถนน นะครับ ตรงนี้เราต้องเข้าใจให้ถูกด้วย


ถึงจังหวัดเลยเราแวะกินไข่กระทะ กับขนมปัง กินเสร็จก็มุ่งหน้าสู่อำเภอภูเรือ สองข้างทางเป็นป่าเขา และเป็นสวนแปลงปลูกดอกไม้ขาย


มีรีสอร์ทสวยๆ น่าพักผ่อน เยอะมาก ท่านใดชอบการพักรีสอร์ทสวยๆ สามารถเลือกหาได้ มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ราคามีหลายระดับครับ แต่สำหรับเราตั้งใจจะมากางเต็นท์ที่บนภูเรือครับ เอาไว้มีโอกาสหรืออยากพักรีสอร์ทก็จะมาพัก


ขับรถมาถึงทางเข้า อุทยานแห่งชาติภูเรือ ซึ่งอยู่ทางขวามือ ถ้าเรามาจากจังหวัดเลยให้กลับรถเลยทางเข้าอุทยานฯ บริเวณทางเข้าจะอยู่ติดกับตลาด และท่ารถ บขส. ครับ ขับรถเข้าไปเลยนะครับเส้นทางไม่น่ากลัว มีช่วงทางชันๆ ขึ้นเขาอยู่ประมาณ 5 กิโล รถเก๋งขึ้นได้ทุกคัน จุดมุ่งหมายของเราก็คือลานกางเต็นท์ของอุทยานฯ ต้องขับรถเข้าไปจนสุดทาง จะมีป้ายบอกนะครับ เราไปถึงประมาณ 11 โมงกว่าๆ นักท่องเที่ยวที่มากางเต็นท์ตั้งแต่เมื่อคืนก็เริ่มเก็บเต็นท์ ยกเว้นบางคนอยู่ต่อ มาถึงเวลานี้กำลังดีครับเพราะว่าจะมีที่สำหรับกางเต็นท์ให้เราเลือกกางตามใจชอบ


เราเดินหาที่กางเต็นท์ตามใจชอบ ผมชอบแบบให้อยู่ใต้ต้นไม้ที่ไม่ใหญ่ จะได้ช่วยบังแดดตอนเที่ยงและบ่ายๆ ให้เรา และพื้นที่กางต้องเป็นแบบราบๆ ไม่เอียง ถ้าเอียงเวลานอนจะไหลไปรวมกัน บรรยากาศที่กางเต็นท์ของเรา


จุดกางเต็นท์ของอุทยานแห่งชาติภูเรือ มีหลายจุดครับ แต่ผมชอบจุดนี้มากที่สุด บรรยากาศดี มีที่จอดรถสามารถขับรถมาจอดได้ใกล้ๆ จะได้ไม่ต้องขนของไกล ประกอบกับยังมีต้นไม้ และหญ้าขึ้น ดูแล้วเป็นธรรมชาติดีครับ


กว่าจะกางเต็นท์เสร็จก็ปาเข้าไปบ่ายโมง กางเสร็จผมก็พักผ่อน นอนอ่านหนังสือพิมพ์ อ่านหนังสือในเต็นท์ อากาศประมาณ 19 องศาเย็นสบายมีลมหน่อยๆ เป็นอะไรที่มีความสุขมากๆ ครับที่ได้พักผ่อน เผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ทั้งสองคน ได้เวลาประมาณสี่โมงเย็นก็ตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงจากนักท่องเที่ยวมาหาที่กางเต็นท์กันเยอะ ส่งเสียงดัง พวกเราเลยมานั่งถ่ายรูปเล่นกันครับ


เราถ่ายรูปกันเยอะมากในช่วงนี้ แต่ว่าให้ชมอีกสักรูปแล้วกัน


เริ่มเย็นก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวขึ้นมากางเต็นท์กันเยอะ บริเวณหน้าที่สำนักงานกางเต็นส์ สำหรับท่านใดไม่มีเต็นท์มากางเอง สามารถมาเช่าได้ที่นี่นะครับ ส่วนราคาไม่ทราบครับ


พระอาทิตย์เริ่มจะตกดิน ผมก็หยิบกล้องมาถ่ายบรรยากาศก่อนพระอาทิตย์ตกดิน บนยอดภูเรือ


ต้นไม้ที่ภูเรือ ส่วนมากจะเป็นต้นสนครับ บรรยากาศพระอาทิตย์กำลังจะตกดินบนยอดภูเรือ กับอารมณ์เหงาๆ


เย็นนี้เราฝากท้องอาหารเย็นกับร้านค้าที่นี่ครับมี 3 ร้าน เป็นร้านอาหารตามสั่ง ราคาก็จะแพงกว่าร้านค้าที่ขายทั่วไปนิดหน่อยครับ และมีขนมขาย น้ำ น้ำอัดลม มีผ้าห่มให้เช่าด้วยนะครับ



ขอจบตอน 2 ไว้แค่นี้ก่อนนะครับ




 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 28 กรกฎาคม 2554 21:57:04 น.
Counter : 6465 Pageviews.  

เที่ยว เชียงคาน ภูเรือ จ.เลย ตอน1

เที่ยว เชียงคาน ภูเรือ จ.เลย ตอน 1 เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวของเรา

เมืองไทยไม่ไปไม่รู้ บ้านเราประเทศไทย มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมากๆ เรียกได้ว่ามีทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ภูเขา ทะเล เกาะต่างๆ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การท่องเที่ยวเชิงผจญภัย การท่องเที่ยวตามโบราณสถานต่างๆ โดยเฉพาะเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ การท่องเที่ยวเชิงศาสนาจึงเกิดขึ้น ไหว้พระ ตามวัดวาอาราม สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ตลอดจนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เรียกได้ว่าเมืองไทยเที่ยวได้ทั้งปี ไม่มีเบื่อ ไม่มีซ้ำ

ส่วนตัวผมมีโอกาศได้ท่องเที่ยวเมืองไทยมาเยอะมากๆ จึงสามารถพูดได้ว่าเมืองไทยมีสถานที่เที่ยวเยอะมากๆ เมืองไทยจึงเป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย จึงทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติแวะเวียนมาเที่ยวเมืองไทยเราอย่างไม่ขาด

วันหยุดของเมืองไทยเราก็มีมาก ดังเช่นวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน เช่น ช่วงต้นเดือนธันวาคม ของทุกปี จะมีวันหยุดพิเศษคือวันพ่อ 5 ธันวาคม และ วันรัฐธรรมณู ดังนั้น วันที่ 5 ธันวาคม 2553 เป็นวันอาทิตย์ วันจันทร์วันที่ 6 เป็นวันยุดชดเชยวันพ่อ เราจึงมีวันหยุดติดต่อกัน 3 วัน

หลังจากเลิกงานในวันที่ 3 ธันวาคม 2553 เป็นวันศุกร์เราสองคนเมื่อเลิกงานแล้วก็กลับบ้านกันเป็นเรื่องปรกติ แต่ในค่ำวันศุกร์นี้ไม่ปรกติเหมือนค่ำวันศุกร์อื่น เพราะเรามีความรู้สึกกันว่า รุ่งขึ้นเป็นวันหยุดยาวติดต่อกันเราน่าจะไปเที่ยวกันดีไหม ผมจึงถามภรรยาผมว่า "อยากไปเที่ยวที่ไหน ผมจะพาไป" คุณเธอก็รีบหยิบไอเพดมานั่งค้นหาสถานที่เที่ยวต่างๆ โจทย์ของผมมีอยู่ว่า ช่วงนี้เป็นหน้าหนาวเราควรจะไปเที่ยวเขา คุณเธอเริ่มหาสถานที่เที่ยวตั้งแต่เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ดูแล้วดูอีก คิดแล้วคิดอีก สุดท้ายมาจบเมื่อเวลาประมาณเกือบๆ 5 ทุ่ม คือ คุณเธออยากไป กางเต็นท์ที่ภูเรือ ผมก็เลยแถมให้เลยไปเที่ยว เชียงคาน ด้วยแล้วกัน เป็นสถานที่เที่ยวที่กำลังได้รับความนิยม

กว่าจะตัดสินใจสถานที่เที่ยวได้ก็ปาเข้าไป 5ทุ่มกว่า พวกเราก็รีบเก็บข้าวของที่จำเป็นต้องใช้ทันที เก็บเสร็จก็นอนพักผ่อนทันที โปรแกรมของพวกเราก็คือออกเดินทางประมาณ 4 นาฬิกาของเช้าวันที่ 4 ธันวาคม โดยใช้เส้นทาง กรุงเทพ สระบุรี อำเภอชัยบาดาล เพชรบูรณ์ หล่มสัก หล่มเก่า ภูเรือ จังหวัดเลย เชียงคาน เป้าหมายแรกของเราคือ นอนที่เชียงคาน 1 คืน เส้นทางที่ใช้ดูได้ในรูป


ระยะที่ใช้ทั้งหมดประมาณ 613 กม. ใช้เวลาในการเดินทางทั้งหมดประมาณ 8 ชั่วโมง ขับแบบไม่รีบไม่ร้อน พวกเราเริ่มออกเดินทางตี 4 ตั้งจจะให้ถึงเชียงคานประมาณเที่ยงวัน ช่วงหยุดยาวๆ หลายวันต้องออกเช้าๆ ขับรถออกจากกรุงเทพ เพราะรถไม่ติดแต่ถ้าออกสายๆ รถมักจะติดนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวกันเยอะ ดังนี้นเราจึงออกเดินทางกันตั้งแต่ตี 4 ไปกัน 2 คน เธอกับฉัน สาเหตุที่ไปกัน 2 คนเพราะต้องการไปสวีท เราไปด้วยด้วยรถ Honda CRV 2.4 4WD คันเก่งของเรา ออกเช้าๆ เพื่อไม่อยากเจอรถติด โดยใช้เส้นทางถนนวิภาวดีรังสิต มุ่งหน้าสู่ จังหวัดสระบุรี ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงก็ถึง จังหวัดเพชรบูรณ์ ออกจากตัวเมืองเพชรบูรณ์เราใช้เส้นทาง อำเภอหล่มสัก ถึงสี่แยกไฟแดงก่อนเข้าตัวเมืองหล่มสัก ผมตรงไป แต่ใครไม่อยากผ่านตัวเมืองหล่มสักก็สามารถใช้เส้นทางเลี่ยงตัวเมืองหล่มสักได้นะครับ


ผ่านตัวเมืองหล่มสักเราก็มุ่งหน้าสู่ อำเภอหล่มเก่า ที่หล่มเก่ามีร้านขายขนมจีน ที่ขึ้นชื่อหลายร้านนะครับ แวะชิมได้ แต่สำหรับผมขอเอาไว้ตอนขากลับแล้วกัน เส้นทางจากกรุงเทพจนถึงอำเภอหล่มเก่าเป็นถนน 4 เลน ขับง่าย แต่เลยอำเภอหล่มเก่าแล้วจะเป็นเส้นทางถนน 2 เลน และเป็นทางคดเคี้ยวขึ้นลงเขา นะครับ ขับรถด้วยความระมัดระวังด้วยครับ สองข้างทางเป็นป่าเขา


ผ่านป่าเขามาได้ก็จะถึงทางสำหรับไปจังหวัดเลย และสามารถไปเที่ยวภูเรือได้ด้วยครับ ให้เลี้ยวขวาที่สามแยก


เส้นทางไปจังหวัดเลย และไปอำเภอเชียงคาน จะผ่าน อุทยานแห่งชาติภูเรือ ด้วยนะครับ โปรแกรมเที่ยวของผมก็จะมาแวะเที่ยวภูเรือ แต่เอาไว้เป็นขากลับแล้วกัน วันนี้มุ่งหน้าสู่เชียงคานก่อนนะครับ อำเภอภูเรือเป็นที่ขึ้นชื่อเรื่อง หนาวสุดในสยาม หน้าที่ว่าการอำเภอภูเรือจึงมีเทอร์โทมิเตอร์ยักษ์ เอาไว้วัดความหนาว


พวกเราเลยผ่านตัวอำเภอภูเรือ มุ่งหน้าสู่จังหวัดเลย เส้นทางยังคงเป็นเหมือนเดิมคือเป็นถนน 2 เลน สองข้างทางเป็นป่าเขา มีรีสอร์ทอยู่สองข้างทางตลอดสามารถแวะเที่ยวได้ครับ ขับรถถึงตัวจังหวัดเลยเราไม่ได้แวะแต่อย่างได เป้าหมายของเราคืออำเภอเชียงคาน จากจังหวัดเลยขับรถประมาณ 30 นาทีก็ถึงตัวอำเภอเชียงคานแล้วครับ ขับตรงมาก็จะเจอ 3 แยกไฟแดง ให้เลี้ยวขวา นะครับ ใช้ ถนนศรีเชียงคาน เพื่อไปเข้าถนนเลียบแม่น้ำโขงที่ชื่อ ชายโขง แล้วให้เลี้ยวซ้ายถนนชายโขง แยกที่เลยโรงพบาบาลเชียงคาน สาเหตุต้องขับแบบนี้เพราะถนนชายโขงให้เดินรถทางเดียว หรือ one way ครับ


เที่ยงกว่าๆ เราขับรถมาถึงอำเภอเชียงคาน ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง แวะเติมน้ำมัน เข้าห้องน้ำ ซื้อขนมกิน ขับมาเรื่อยๆ ไม่รีบ เรามาเที่ยวเชียงคานในครั้งนี้ไม่ได้จองที่พักมาก่อนล่วงหน้านะครับ ก็ได้แต่ขับรถหาซึ่งเป็นอะไรที่ยากมากเพราะห้องพักส่วนใหญ่ถูกจองเต็มล่วงหน้าแล้ว แต่เราก็โชคดีที่ยังพอมีห้องว่างให้ เจอที่พักแบบโฮมสเตย์ บ้านครูแดง อยู่ ถนนศรีเชียงคาน ซอย16 ได้แบ่งห้องให้เรา


เป็นบ้านที่ทำขึ้นมาใหม่เพื่อรับนักท่องเที่ยว บ้านมี 2 หลังใหญ่ มีบริเวณสามารถจอดรถได้ครับ สำหรับท่านใดอยากหาที่แบบมีที่จอดรถแนะนำบ้านครูแดงครับ ติดต่อห้องพักได้ที่เบอร์ ครูแดง 081-7996313 ขอโฆษณาให้ครูแดงสักหน่อยนะครับไม่ว่ากัน เรานอนห้องแบบ 2 คน ใช้ห้องน้ำรวม นะครับ ครูแดงคิดราคากับเรา คนละ 200 บาทเท่านั้น หน้าตาบ้านครูแดง ครับ


บ้านครูแดง ตั้งอยู่ซอย16 บริเวณถนนชายโขง สามารถเดินเที่ยวได้เพราะว่าอยู่ตรงกลาง ปากซอยทางเข้าที่อยู่ถนนชายโขง ปากซอยเป็นร้านขายของเล่น มีของเล่นโบราณให้เลือกซื้อมากมาย


โรงแรม สถานที่พัก โฮมสเตย์ ที่เชียงคานมีมากมาย สามารถเดินเลือกชมติดต่อห้องพักได้ แต่ถ้าเป็นช่วงหยุดยาวๆ แนะนำให้จองมาก่อนล่วงหน้านะครับ ถ้ามาเดินหาเหมือนผม อาจจะไม่ได้ หรือได้ก็อาจจะไม่ถูกใจครับ เรื่องราคามีให้เลือกมากมายหลายราคาแล้วแต่ทำเล และสภาพห้อง และถ้าติดแม่น้ำโขงราคาก็จะแพงขึ้นมาครับ

ได้ห้องพักเรียบร้อยเราก็จอดรถไว้ที่บ้านครูแดง ก็ได้เวลาออกมาเดินชมร้านค้า บ้านเรือน ที่ถนนชายโขง ซึ่งเป็นถนนคนเดิน คล้ายๆ กับถนนคนเดินที่อำเภอปาย มีร้านค้าเต็มไปหมด


ร้านค้ามากมายร้านของอาหาร หรือของกินเล่นก็เยอะ ร้านนี้ขาย แซนวิชลาว เป็นขนมปังฝรั่งเศสก้อนแข็งๆ มีไส้เป็นหมูสับ หมูยอ ราดด้วยซอสมะเขือเทศ ขายอันละ 20 บาท เป็นอาหารเช้าของชาวลาว แต่ชาวไทยกินได้ตลอดวัน


แต่คนนี้ไม่ได้ซื้อแซนวิชลาว แต่ซื้อขนมสาคูไส้หมู แทน ขอลองชิมอร่อยดีครับ เม็ดสาคูนิ่มมาก


มาถึงเชียงคานอันดับแรกเราก็ต้องไปไหว้พระ วัดศรีคุณเมือง ซึ่งเป็นวัดคู่กับเมืองเชียงคานมานาน ตั้งอยู่ที่ซอย7 โดยเราเดินตามถนนไปเรื่อยๆ ไม่ไกลครับสามารถเดินไปได้ วัดได้ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2199 เป็นวัดเก่าแก่ชาวบ้านเรียกว่า วัดใหญ่ เป็นแหล่งรวมศิลปะทั้งแบบล้านนา และ ล้านช้าง ตัวโบสถ์ดูเก่าแก่ศิลปะล้านนา


ภายในโบสถ์จะมีพระพุทธรูป เป็นพระพุทธรูปไม้จำหลักลงรักปิดทองปางประทานอภัยแบบล้านช้าง เราได้มากราบไหว้ขอพร เพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเอง


ไหว้พระเสร็จเราก็เดินย้อนกลับมาเพื่อเดินเที่ยวชมร้านค้าต่างๆ ซึ่งมีมากมายตกแต่งได้อย่างสวยงาม เดิมมาเจอป้ายบอกไปยังสถานที่ต่างๆ เป็นป้ายจำลองนะครับ ทางที่ร้านค้าทำมาเพื่อเป็นสีสันของร้าน นักท่องเที่ยวโดยเพราะสาวๆ ให้ความสนใจกับป้ายนี้รอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก ขออนุญาตถ่ายรูปมาลงบล๊อกนะครับ (ขออนุญาตใครหว่า)


มาถึงเชียงคานแล้วมีหรือที่เราจะพลาด เพื่อเป็นการยืนยันว่าเรามาถึงเชียงคานจริงๆ ต้องรอคิวขอถ่ายรูปด้วยครับ


เชียงคาน นับเป็นอีกสถานที่ ที่มีตากล้องเหล่าบรรดาผู้ที่รักการถ่ายภาพชอบมาถ่ายรูปกัน จะเห็นได้จากในวันที่เราไปเที่ยว บางสถานที่ต้องรอคิวเพื่อถ่ายรูป สถานที่นี้ก็ช่นกัน โรงแรมสุเนต์ตา


เดินเล่นถ่ายรูปไปเรื่อยๆ มีอะไรให้ถ่ายมากมาย แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน แต่สำหรับผมเรื่อยๆ ครับ ไม่ได้คาดหวังอะไรกับสิ่งที่จะได้ ร้านนี้จัดแสดงเป็นร้านฉายภาพยนต์ มีเครื่องฉาย โปสเตอร์หนัง ติดเต็มร้าน


อำเภอเชียงคาน มีพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขง ซึ่งอีกฝั่งของแมน้ำโขงเป็นประเทศลาว เมืองพี่เมืองน้องกับไทยเรา ในภาพที่เห็นอีกฝั่งนั้นแหละครับประเทศลาว ไปเที่ยวลาวไม่ต้องใช้ล่ามนะครับ สามารถพูดฟังกันออกครับ บรรยากาศริมแม่น้ำโขง


สถานที่ท่องเที่ยวที่อำเภอเชียงคานมีมากมายนะครับ ดังนั้นเราจึงไปเที่ยวกันอีกแห่งใกล้ๆ กับตัวอำเภอ ไม่ไกลครับ ขับรถไปประมาณ 10 กิโลเมตรก็ถึงเรียกว่า แก่งคุดคู้


แก่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของเมืองเลย เมื่อน้ำลดเช่นดังรูปจะมองเห็นแก่งหิน แต่พอน้ำขึ้นจะไม่สามารถมองเห็นแก่งหิน บริเวณนี้มีร้านอาหารมากมาย ให้นั่งกินอาหารชมธรรมชาติไปด้วย มาแล้วก็ขอถ่ายรูปคู่กับหลักกิโลเมตร มีเลขกิโลบอกให้ด้วยครับว่าไปหลวงพระบาง 425 กิโลเมตร จากแก่งนี้ เปรียบเทียบหุ่นกับหลักกิโลเมตร ไม่หนีกันเท่าไร 5555


กลัวน้อยหน้า ขอถ่ายด้วยคน


เดินเล่น นั่งเล่นที่แก่งคุดคู้ได้ไม่นานเราก็กลับที่พักบ้านครูแดง ไม่อยากจะกลับค่ำมาก กลัวรถจะเข้าไปในซอยไม่ได้ เย็นๆ จะมีนักท่องเที่ยวเดินถนนชายโขงกันเยอะมากกกก เดี๋ยวรถจะเข้าไม่ได้
ถึงที่พักนั่งเล่นคุยกับครูแดง สนทนาเรื่องสาระทุกข์สุขดิบ ที่ไปที่มาของผม และของครูแดง คุยกันเสร็จพอค่ำหน่อยก็จะออกไปกินข้าวเย็น เดินออกมาถนนชายโขงคนเยอะมากกกก เพราะเป็นวันหยุดยาว


มาถึงแม่น้ำโขง ก็ตั้งใจจะมากินปลาแม่น้ำโขง ได้ยินว่ามีร้านอร่อย เฮือนหลวงพระบาง ร้านอาหารพื้นบ้านมีเมนูมากมายให้เลือก ร้านอยู่ริมแม่น้ำโขง


ติดต่อเพื่อที่จะลองลิ้มชิมรสชาดของอาหาร ปรากฏว่าคิวยาวมากครับ เราไม่ได้จองล่วงหน้า สาเหตุคิวยาวเพราะเป็นวันหยุดยาวคนเยอะเป็นพิเศษ แนะนำถ้าไปช่วงวันหยุดยาวให้จองล่วงหน้านะครับ ราการอาหารที่ทางร้านแนะนำ


ร้านนี้เต็มไม่เป็นไร ไปร้านอื่นเพราะอยากกินปลาแม่น้ำโขง ปรากฏว่าเข้าร้านไหนเต็มทุกร้าน มีอยู่อีกร้านที่เข้าไปแล้วมีโต๊ะนั่ง ร้านนี้อยู่ติดแม่น้ำโขง เด็กเสิร์ฟก็รับลูกค้าปรกติจัดแจงให้เรานั่งโต๊ะ บรรยากาศดี แต่นั่งไม่ถึง 5 นาที กุ๊กผู้ชายเดินมาต่อว่าเด็กเสิร์ฟรับลูกค้าทำไม ทำอาหารจะตายอยู่แล้ว ยังไม่ได้พักเลย ทะเลาะกันใหญ่ เราไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่มองหน้ากันแล้วก็เดินออกจากร้านไป เราจึงเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ คือ กินอะไรก็ได้ เดินไปเรื่อยไปเจอร้านขายข้าวเปียกเส้น เป็นอาหารพื้นเมือง ชื่อร้าน บ้านคุณยาย ซอย 9 ผู้คนนั่งรอกินกันเต็มไปหมด เราก็ไม่รอช้าจัดแจงหาที่นั่ง


รายการอาหารมี ข้าวเปียกเส้น กับ ข้าวต้มหมู พวกเราเลือกที่จะกิน ข้าวเปียกเส้น สั่งไป 2 ชาม แต่ต้องรอสักพักเพราะคนเยอะเหมือนกัน หน้าตาของข้าวเปียกเส้น คล้ายกับ ก๋วยจั๊บญวน ครับ ใส่กระดูกหมู หมูยอ ใส่ไข่ลวก เรื่องรสชาดขอบอกว่า ถูกใจผมมากครับ แนะนำครับ ไปเชียงคานต้องลองไปชิมนะครับ ชามใหญ่ครับ กินชามเดียวก็อิ่ม ราคาชามละ 25 บาท


มื้อเย็นหรือมื้อค่ำในวันนี้ก็เรียบร้อย ออกจากร้านก็ไปเดินเล่น ถ่ายรูป ตามร้านค้าต่างๆ ชมบรรยากาศยามค่ำของเมืองเชียงคาน นับว่าเป็นจุดเด่นอีกอย่างของเมืองเชียงคานครับ ร้านนี้เป็นร้านขายขนมปังสังขยา ครับถ้าจำไม่ผิดน่าจะอยู่ซอย 9 ไม่ได้เข้าไปชิมนะครับเพราะอิ่มกับข้าวเปียกเส้นแล้ว


เจอป้ายที่เราถ่ายรูปเมื่อตอนเย็น ตกค่ำป้ายก็ยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเช่นเดิม


ร้านนี้ขายของกิ๊บช็อปทั่วไป ตกแต่งร้านอีกสไตล์ มีคนไปถ่ายรูปกันเยอะครับ


ร้านนี้เป็นร้านขายสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับการส่งจดหมาย แสตมป์ โปสเตอร์ มักมีคนไปถ่ายรูปเช่นกัน


ร้านค้าต่างๆ ที่มาเปิดที่นี่ส่วนใหญ่เป็นร้านขายของทั่วไป เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า หมวก กระโปรง กางเกง ออกแบบได้สวยงาม เจอร้านแบบนี้คนของผมไม่เคยพลาดที่จะเข้าไปชม แต่ซื้อหรือไม่อีกเรื่องนะครับ


ร้านนี้ก็เช่นกันครับ ด้านหน้าขายเสื้อผ้า ด้านในเปิดเป็นร้านขายอาหาร ตกแต่งร้านสวยงามครับ


ผมว่าร้านค้าส่วนใหญ่ที่มาเปิดที่นี่ ไม่ใช่คนที่เชียงคาน เป็นคนที่มาจากที่อื่นแล้วมาเปิดร้านขายของที่นี่ แต่ใช่ว่าร้านต่างๆ ที่เชียงคานจะมีแต่คนที่อื่นมาเปิดร้าน คนเชียงคานแท้ๆ ก็มีหลายร้านนะครับ เอาเป็นว่าจะเป็นคนที่ไหนก็แล้วแต่ แต่ว่าเรามาเที่ยวเชียงคาน ทุกร้านก็อยู่เชียงคาน ความสุขที่เราได้ก็ได้จากเชียงคาน ก็พอแล้วนะครับ เช่นร้านนี้ตกแต่งร้านออกแนววัยรุ่นดีครับ วันรุ่นก็เข้ามาเที่ยวมาถ่ายรูปกันครับ


มาถึงร้านนี้แล้วมีหรือวัยรุ่นอย่างเราจะไม่เข้ามาถ่ายรูป


เดินถ่ายรูปอยู่นาน เวลาปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่า กลับบ้านครูแดงนอนดีกว่า ถึงปากซอยเข้าบ้าน มีร้านขายของเล่นปากซอยแวะสักหน่อยว่ามีอะไรน่าสนใจ


ขอจบการเที่ยวเชียงคาน ตอนที่ 1 ไว้แค่นี้ก่อนนะครับ ชมตอนที่ 2 ต่อได้ครับ




 

Create Date : 08 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 19 ตุลาคม 2554 19:06:53 น.
Counter : 19935 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.